ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5  ยินดีต้อนรับ

             

 

                               "ประวัติพระพุทธวิโมกข์"

 



          หลวงปู่โง่น โสรโย เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๗ ณ แพกลางแม่น้ำปิง จังหวัดกำแพงเพชร บิดาเป็นหัวหน้ากองเกวียน รับจ้างลากซุงจากป่าสู่ท่าน้ำและล่องซุงระหว่างเชียงใหม่มายังกรุงเทพฯ เมื่ออายุไม่ถึง ๑๐ ปี บิดามารดาเสียชีวิต ท่านจึงเป็นเด็กกำพร้า แต่ได้รับการอุปการะจากบิดาบุญธรรมชาวฝรั่งเศสที่มีตำแหน่งเป็นเลขานุการของ ข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติประจำภาคพื้นเอเซีย ท่านได้ติดตามบิดาเดินทางไปยังประเทศ
ต่าง ๆ เกือบรอบโลก เช่น ประเทศเวียดนาม สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งเป็นผลดีในการที่ ได้ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะทางด้านภาษาท่านสามารถพูดได้ถึง ๗ ภาษา

         ในด้านการศึกษา ท่านจบปริญญาเอกกฎหมายระหว่างประเทศและเรียนแพทย์ที่ประเทศเยอรมัน นอกจากนี้ยังสนใจปรัชญาเกี่ยวกับศาสนาเกือบทุกศาสนา โดยเฉพาะคริสต์ศาสนาได้ศึกษาจนแตกฉานและได้สอบเป็นบาทหลวง ต่อมาเมื่อกลับมายังประเทศไทยได้ศึกษาหลักธรรมในพุทธศาสนา จนเข้าใจลึกซึ้งในเหตุผลมากกว่าศาสนาที่ท่านเคยศึกษามา จึงอุปสมบทและสนใจศึกษาด้านวิปัสสนาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ได้ออกธุดงค์ไปหลายพื้นที่จนมาอยู่จำพรรษาที่วัดพระพุทธบาทเขารวก

          การสร้างพระพุทธรูป "พระพุทธวิโมกข์" (วิโมกข์แปลว่า ความหลุดพ้น นิพพาน การขาดจาก การพัวพันแห่งโลก) โดยหลวงปู่โง่น สร้างพระพุทธรูปขึ้นโดยใช้พุทธศิลป์ตามแบบอินเดีย ซึ่งหลวงปู่โง่น ได้เคยเดินทางไปสังเวชนียสถานในอินเดียหลายครั้ง พระพุทธวิโมกข์ เป็นพระพุทธรูปที่ท่านออกแบบและสร้างเองเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ หลวงปู่โง่น ตั้งใจเพื่อแจกจ่ายไปยังหน่วยงานราชการ โรงเรียน รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนประชาชนที่เลื่อมใสศรัทธาทั่วประเทศ เพื่อเชิญไปประดิษฐานไว้เคารพกราบไหว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่หน้าเสาธงตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวนพระพุทธรูป \"พระพุทธวิโมกข์\" ที่ท่านได้สร้างขึ้นมีขนาดหน้าตักตั้งแต่ ๙ - ๒๙ นิ้ว จำนวน รวม ๗๐,๐๐๐ องค์ ต้นทุน ค่าสร้างองค์ละ ๓,๐๐๐ บาท เป็นเงินที่ท่านบริจาคให้ท้องถิ่นต่าง ๆ ถึง ๒๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และยังมีพระพุทธรูปทองเหลืองอีก ๑๐๐ องค์ มูลค่านับแสนบาท

          เป็นพระที่มีชื่อเสียงด้านวิปัสสนา ได้นั่งวิปัสสนากรรมฐานชี้ตำแหน่งของหลักเมืองโบราณของเมืองพิจิตร ซึ่งทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ อยู่ในบริเวณอุทยานเมืองเก่า และได้นำไม้หลักประหารโจรที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาทำเป็นท้าววิรุฬห์ พญาครุฑ พญานาค พระอินทร์ ประดิษฐานไว้ที่ศาลหลักเมืองหลังใหม่ นอกจากนี้ยังนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ชี้ที่ตั้ง เสาหลักเมืองตะพานหิน บริเวณใจกลางเมืองใกล้ร้านศรีเมืองทอง นำมาประดิษฐานไว้ที่ศาลหลักเมืองตะพานหิน บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอตะพานหิน ปัจจุบัน

เป็นพระภิกษุที่เคร่งในพระธรรมวินัย และวิปัสสนา เป็นที่เคารพสักการะแก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

  
     ความเป็นมาของพระพุทธรูป "พระพุทธวิโมกข์" ที่ประดิษฐาน ณ ที่ทำการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๕ โดยเริ่มจาก เมื่อประมาณปี ๒๕๓๒ พ.ต.อ.ปชา รัตนพันธ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.พิสูจน์หลักฐานภาค จว.ลำปาง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยม ตำรวจวิทยาการจังหวัดพิจิตร และได้เห็นรูปปั้น "พระพุทธวิโมกข์" ที่ตั้งอยู่หน้าที่ทำการเพื่อให้ข้าราชการตำรวจวิทยาการพิจิตร กราบไหว้ก่อนเข้าที่ทำงาน และท่านเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี จึงได้ดำริที่จะนำ "พระพุทธวิโมกข์" ไปไว้ที่ทำการ จว.ลำปาง เพื่อเป็นสิ่งกราบไหว้ยึดเหนี่ยวจิตใจสำหรับข้าราชการตำรวจเช่นเดียวกันด้วย


       
ต่อมา ด.ต.ศุภรเชษฐ์ แสงทับทิม ผบ.หมู่ วท.จว.พิจิตร ได้ไปกราบนมัสการและเรียน หลวงปู่โง่น และได้ขอพระพุทธรูป "พระพุทธวิโมกข์" จำนวน ๑ องค์ และได้นำมามอบให้กับ พ.ต.อ.ปชา รัตนพันธ์ รอง ผบก.พิสูจน์หลักฐานภาค จว.ลำปาง (เป็นวัน เดือน เท่าใดจำไม่ได้) พร้อมจัดทำที่ตั้งเพื่อให้ข้าราชการตำรวจและประชาชนได้กราบไหว้ ณ ที่ทำการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ๕ จว.ลำปาง จนถึงวันนี้

 

ขอขอบคุณ   ด.ต.ศุภรเชษฐ์ แสงทับทิม ผู้ให้ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ ศพฐ.5
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ค้นหาใน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5