โจรบุกปล้นสินสอดลูกสาวปลัดคมนาคม (update!ป.ป.ช.รับมอบเงิน 18 ล้านของกลางคดีปล้นบ้าน ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้ -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สิงหาคม 21, 2017, 06:12:15 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

โจรบุกปล้นสินสอดลูกสาวปลัดคมนาคม (update!ป.ป.ช.รับมอบเงิน 18 ล้านของกลางคดีปล้นบ้าน ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: โจรบุกปล้นสินสอดลูกสาวปลัดคมนาคม (update!ป.ป.ช.รับมอบเงิน 18 ล้านของกลางคดีปล้นบ้าน ‘สุพจน์ ทรัพย์ล้  (อ่าน 332560 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2011, 11:27:46 AM »

โจรบุกปล้นสินสอดลูกสาวปลัดคมนาคม



ปลัดคมนาคม รับถูกโจรปล้นจริง คาดเห็นข่าวแต่งลูกเลยเข้าปล้น คาดได้เงินสดเล็กน้อย ยันยังไม่สงสัยใครเป็นพิเศษ รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ


เมื่อวันที่ 13 พ.ย. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ถึงกรณีถูกคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักเพื่อขโมยทรัพย์สินว่า มีคนบุกเข้าไปจริง ส่วนทรัพย์สินที่ได้มีเพียงเงินสดนิดหน่อย ซึ่งคาดว่าน่าจะเห็นข่าวว่าตนเพิ่งได้รับเงินค่าสินสอดในการแต่งงานของบุตรสาว ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจำนวนเท่าใด เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากทางตำรวจ

"โดนคนร้ายบุกเข้าบ้านจริง คาดว่าน่าจะเห็นข่าวสินสอดงานแต่ง และเข้ามาเอามากกว่า ไม่น่าจะมีอะไร ก็ได้เพียงเงินสดนิดหน่อย ไม่มาก ตอนนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบอยู่ ซึ่งก็ยังไม่สงสัยใครเป็นพิเศษให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า"

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 21.30 น. พ.ต.ท.ชัยยุทธ ปัดถามัง พงส.(สบ3) สน.วังทองหลาง รับเหตุมีคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 77 ลาดพร้าว 64 แยก 2 เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้าน 2 หลังในเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ตรวจสอบพบเป็นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งก่อนเกิดเหตุ เจ้าของบ้านและครอบครัวได้ไปร่วมงานแต่งงานลูกสาวที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เหลือเพียงแม่บ้านอยู่กัน 3 คน ระหว่างนั้น คนร้ายได้ขับรถปิกอัพเข้ามาในบ้าน ก่อนจะตรงเข้าไปยังห้องนอนชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนอนของนายสุพจน์ เพื่อรื้อทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายได้บุกเข้ารื้อทรัพย์สินในห้องนายสุพจน์เพียงห้องเดียวเท่านั้น ซึ่งคาดว่าน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดีเพราะประตูบ้าน ซึ่งเป็นระบบเปิด-ปิด โดยใช้ไฟฟ้า แต่ถูกตัดไฟเนื่องจากน้ำท่วม ทำให้ประตูเปิดเข้าได้ทันที



ไทยรัฐออนไลน์
13 พฤศจิกายน 2554, 09:43 น.


ที่มา: http://www.thairath.co.th/content/region/216250
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2017, 05:26:05 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2011, 11:35:27 AM »

แก๊งคนร้ายบุกปล้นบ้าน "ปลัดคมนาคม" - กวาดเงินสดเกลี้ยง!


  เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 12 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.ชัยยุทธ์ ปัดถามัง พงส.(สบ3) สน.วังทองหลาง  รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม บ้านเลขที่ 77 ลาดพร้าว 64 แยก 2 เขตวังทองหลาง กทม. ซึ่งเป็นบ้าน 2 หลัง ในเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา ก่อนเกิดเหตุเจ้าของบ้านและครอบครัวไม่อยู่ในบ้าน ไปร่วมงานแต่งงานลูกสาวที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี มีเพียงแม่บ้านอยู่กัน 3 คน ระหว่างนั้นคนร้ายเกือบ 10 คน สวมใส่หมวกไหมพรม ขับรถปิกอัพเข้ามาในบ้าน ก่อนจะตรงเข้าไปในห้องนอนชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องนอนของนายสุพจน์แล้วรื้อข้าวของกระจุยกระจาย เบื้องต้นได้เงินสดและทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 23:26 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeU1URXhOVFF3TUE9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2011, 10:36:30 AM »

8ไอ้โม่งบุกปล้นของลึกลับ บ้านปลัดคมนาคม


รื้อห้องสุพจน์ทรัพย์ล้อม ไม่แตะต้องทรัพย์สินมีค่า พูดเย้ยเจ้านายให้มาเอาคืน ตร.สอบพบเงื่อนงำสงสัย คนร้ายทีมมีสี-ไม่ใช่โจร



ปล้นปลัด - ตำรวจสอบปากคำนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่บ้านพักในซอยลาดพร้าว 64 หลังคนร้ายบุกโจรกรรมทรัพย์สินกลางดึก ตามข่าว



8 โจรไอ้โม่งบุกปล้นบ้าน'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' ปลัดกระทรวงคมนาคมกลางดึก ฉวยจังหวะเจ้า ของบ้านยกครอบครัวไปงานแต่งลูกสาว จับแม่บ้านมัดมือเข้าค้นห้องนอนปลัด ก่อนหอบทรัพย์สินบางอย่างหนีลอยนวล ตร.คาดมีเงื่อนงำไม่ใช่ปล้นธรรมดา น่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังคนร้าย รู้ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดีโดยอ้างว่า เจ้านายให้มาเอาของคืน เบาะแสวงจรปิดพบมาเป็นแก๊งใหญ่สวมชุดดำปิดบังใบหน้า ขับวีโก้ ไม่ติดทะเบียน ใช้ ว. ประสานกันแบบมืออาชีพ



เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 13 พ.ย.พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.น.4 พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.น.4 เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. บ้านพักนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนา คม เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติมและข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลต้องสงสัยรวมทั้ง ทรัพย์สินที่สูญหายไป หลังมีกลุ่มคนร้ายบุกเข้าปล้นทรัพย์ รื้อค้นห้องนอนปลัดกระทรวงคมนาคมได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 12 พ.ย.

พ.ต.อ.ธวัชกล่าวว่า ตำรวจกำลังเร่งติดตามและสืบหากลุ่มคนร้าย โดยตรวจสอบทั่วบริเวณที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งภายในบ้าน แต่ยังไม่สามารถเปิดดูได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างกู้ภาพอยู่ หากกู้ได้จะนำมาแจกจ่ายสื่อมวลชนเพื่อให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสติดตามจับกุม คนร้ายต่อไป

พ.ต.อ.ธวัชกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทรัพย์สินที่กลุ่มคนร้ายได้ไปยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีทรัพย์สินใดหาย ไปบ้าง อยู่ระหว่างตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าคนร้ายใช้เวลาลงมือไม่นาน อีกทั้งปลัดกระ ทรวงคมนาคมได้ขอให้ช่วยดูแลความปลอดภัยรอบบริเวณบ้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการการออกตรวจบริเวณบ้านให้มากขึ้น โดยเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวเพื่อเร่งหาตัวกลุ่มคนร้ายมา ดำเนินคดีโดยเร็ว

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.อก.บช.น. ในฐานะโฆษกตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กำชับตำรวจสน.วังทองหลางและบก.น.4 จับกุมคนร้ายที่ปล้นทรัพย์บ้านพักปลัดคมนาคมมาให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ และก่อเหตุช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยช่วงเช้าพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตนเองด้วย การลงมือครั้งนี้พบว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี รู้ทางหนีและเวลาที่เจ้าของบ้านไม่อยู่

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมครั้งนี้ หลังจากตำรวจสืบสวนสอบสวนได้ระยะหนึ่งพบความเคลือบแคลงสงสัยหลายเรื่อง จนสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าไม่ใช่การปล้นทรัพย์ธรรมดา เนื่อง จากคนร้ายวางแผนมาเป็นอย่างดี รู้ช่วงเวลาที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ แล้วยังบุกตรงไปยังห้องนอนของปลัดกระทรวงคมนาคมเพื่อค้นหาทรัพย์สินบางอย่าง โดยไม่แตะต้องทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ ภายในบ้านที่มีอยู่จำนวนมาก โดยหนึ่งในแก๊งคนร้ายยังพูดกับแม่บ้านว่า "ไม่ได้มาทำร้ายอะไร ที่มาเพราะเจ้านายให้มาเอาของที่เจ้านายเธอเอาไป" อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะเชิญนายสุพจน์มาสอบปากคำเพื่อขอทราบรายละเอียด รวมถึงทรัพย์สินภายในบ้านว่ามีอะไรหายไปบ้าง

สำหรับเหตุการณ์ปล้น บ้านปลัดกระทรวงคมนาคมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ชัยยุทธ ปัดถานัง พงส. (สบ3) สน.วังทองหลาง รับแจ้งมีเหตุคนร้ายปล้นบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. บ้านพักนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระ ทรวงคมนาคม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นมีโรงจอดรถอยู่ติดกันปลูกอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา มีรั้วรอบสูงประมาณ 2.5 เมตร คนดูแลบ้านมารอรับเจ้าหน้าที่พาเข้าไปตรวจสอบ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปด้านใน ระหว่างนั้นนายสุพจน์พร้อมครอบครัวเดินทางกลับเข้ามาที่บ้านเพื่อตรวจสอบ ทรัพย์สิน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่พฐ.นำชะแลงที่พบในบ้านจำนวน 3 อัน คาดว่าเป็นของคนร้ายที่ทิ้งไว้นำไปตรวจสอบ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุพจน์พร้อมครอบครัวไปงานแต่งงานลูกสาวที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ในบ้านมีเพียงแม่บ้าน เฝ้าดูแลอยู่ 3 คน ระหว่างนั้นคนร้ายขับรถกระ บะ 4 ประตู โตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน

จากนั้นชายฉกรรจ์ที่นั่งมาในรถจำนวน 8 คน แต่งกายสวมเสื้อยืดสีดำแขนยาว กางเกงขายาวลายพราง สวมรองเท้าผ้าใบ สวมถุงมือ สวม หมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า มีผ้าปิดจมูกอีกชั้น ทุกคนมีวิทยุสื่อสารติดต่อประสานงานกัน เข้ามาเปิดประตูรั้วบ้านซึ่งเป็นประตูไฟฟ้า แต่เนื่องจากช่วงนี้เจ้าของบ้านตัดระบบควบคุมไฟฟ้าที่ประตูรั้ว เพราะกลัวน้ำท่วมระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายประตูจึงไม่ได้ล็อก คนร้ายจึงเข้าไปภายในได้อย่างง่ายดาย

จากนั้นเดินตรงเข้าไปใช้มีด จี้แม่บ้านที่นั่งอยู่หลังบ้าน 2 คน จับมัดมือ แล้วสอบถามว่ามีใครอยู่ในบ้านอีก จากนั้นบังคับให้พาขึ้นไปห้องนอนของนายสุพจน์ที่ชั้น 2 แล้วใช้ชะแลงงัดประตูห้องนอนเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในตู้เสื้อผ้า ระหว่างนั้นแม่บ้านอีกคนที่หลบซ่อนอยู่ในห้อง น้ำพยายามโทรศัพท์แจ้ง 191 แต่โทร.หลายครั้งไม่ติด จึงโทร.แจ้งเหตุให้นายสุพจน์ทราบ ก่อนจะสั่งคนขับรถรีบขับรถกลับบ้านพร้อมกับแจ้งตำรวจ

เมื่อตำรวจและ นายสุพจน์มาถึง คนร้ายซึ่งลงมืออย่างรวดเร็วได้หลบหนีเข้าไปในซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แล้ววนออกไปทางซอยลาดพร้าว 62 โดยไม่ทราบว่าได้อะไรไปบ้าง เจ้าหน้าที่วิทยุสกัดจับรถยนต์ของคนร้าย แต่ไร้วี่แวว

จากการสอบสวน แม่บ้านเบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรหายไปบ้าง ต้องรอนายสุพจน์ตรวจสอบก่อน ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ภายในบ้านคนร้ายไม่ได้หยิบไปแต่อย่างใด ทั้งไอแพด และของมีค่าที่บริเวณชั้นล่าง

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายปล้นบ้านปลัดคมนา คมครั้งนี้มี 8 คน ลงมืออย่างรวดเร็วโดยเน้นทรัพย์สินบางอย่างในห้องนอนนายสุพจน์ ลักษณะ เหมือนต้องการปล้นเพื่อประจาน ซึ่งเชื่อว่าเจ้า ของบ้านน่าจะทราบถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังของการปล้นครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสอบปาก คำอย่างละเอียดอีกครั้ง ถ้าได้รับความร่วมมือคาดว่าจะได้ข้อมูลของกลุ่มคนร้ายเพื่อติดตามจับตัวได้ ในไม่ช้า


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ที่มา: http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakUwTVRFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=
&day=TWpBeE1TMHhNUzB4TkE9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 30, 2013, 02:09:59 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2011, 11:15:02 AM »

โจรปล้น6ล้าน!'ปลัด'คมนาคม



เจ้าตัวไม่อยู่ออกไปร่วมงานลูกสาวฉลองแต่งคนร้ายได้ทีบุกเข้าบ้าน

ปล้นอุกอาจบ้านปลัด คมนาคม ขนเงินสดกว่า 6 ล้านลอยนวล ชุดสืบสวนสงสัยเกลือเป็นหนอน เพราะโจรที่ขนกันมากว่า 10 คน รู้ความเคลื่อน ไหวคนในบ้านอย่างละเอียด ใช้เวลาในการลงมือไม่มาก นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมประหลาด ไม่สนใจทรัพย์สินอื่น พุ่งเป้าไปที่ห้องนอนเหยื่อเท่านั้น ตั้งประเด็นการสืบสวน ไว้หลายทาง แต่ให้น้ำหนักไปที่ปล้นอำพรางคดี เชื่อต้องการอย่างอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์สิน


เหตุปล้นบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 12 พ.ย. พ.ต.ท.ชัยยุทธ ปัดถามัง พงส. (สบ 3) สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์บ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาร่วมเดินทางไปตรวจสอบประกอบด้วย พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง พ.ต.ท.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ สว.สส.สน.วังทองหลางและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่กว่า 200 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ภายในห้องนอนชั้น 2 ของนายสุพจน์ถูกคนร้ายรื้อค้นทรัพย์สินจนข้าวของกระจุยกระจาย ตรวจสอบพบของมีค่าหายไปหลายรายการ อาทิ เงินสด เครื่องเพชร และทองรูปพรรณ ยังไม่ทราบจำนวนแน่ชัด นอกจากนี้ ตำรวจยังพบหลักฐานเป็นชะแลงเหล็ก 3 อันที่ใช้งัดแงะเข้าไปในบ้านและประตูห้องนอน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง

สอบสวนแม่บ้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณสองทุ่มครึ่ง นายสุพจน์ไม่อยู่บ้าน มีรถกระบะ 4 ประตู ไม่ทราบสี รุ่น และหมายเลขทะเบียนขับมาจอดหน้าบ้าน จากนั้นได้มีคนร้ายกว่า 5 คนแต่งกายมิดชิด ใส่เสื้อคลุมแขนยาว สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าและมีหน้ากากอนามัยปิดปากปิดจมูกลงจากรถ ตรงเข้ามาเปิดประตูรั้ว แล้วบุกเข้าไปใช้มีดจี้บังคับแม่บ้าน 2 คน จับมัดมือไพล่หลัง ข่มขู่ไม่ให้ร้องเอะอะโวยวาย บังคับให้บอกว่าห้องนอนของนายสุพจน์อยู่ไหน ก่อนใช้ชะแลงที่เตรียมมางัดห้องเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินต่างๆ แล้ว
หลบหนีไป

ด้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ขณะเกิดเหตุไปร่วมพิธีฉลองมงคลสมรสของลูกสาว น.ส.สุทธาวรรณ ทรัพย์ล้อม กับ ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ย่านเพลินจิต พอทราบเหตุร้ายรีบเดินทางกลับบ้านพร้อมให้ข้อมูลว่า ปกติประตูหน้าบ้านควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า แต่ช่วงนี้น้ำท่วมเกรงว่าจะเกิดไฟช็อตจึงสั่งให้ตัดไฟ เปิดโอกาสให้คนร้ายเข้าไป ก่อเหตุ ส่วนทรัพย์สินที่ถูกปล้นขอตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่ามีอะไรหายบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ชุดสืบสวนตั้งข้อสังเกตว่า แก๊งคนร้ายรับรู้ ความเคลื่อนไหวของบุคคลภายในบ้านเป็นอย่างดีรวมทั้งทราบว่าประตูรั้วหน้า บ้านซึ่งใช้ระบบรีโมตคอนโทรลไม่ได้ล็อก และยังเลือกก่อเหตุตอนปลัดกระทรวงคมนาคมไปฉลองมงคลสมรสของลูกสาว ที่สำคัญ คนร้ายยังมุ่งตรงไปที่ห้องของปลัดกระทรวงคมนาคมเพียงห้องเดียว ส่วนจุดอื่นๆ ภายในบ้านคนร้ายไม่สนใจรื้อค้นหรือแตะต้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายต้องมีเป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าการ ปล้นทรัพย์ธรรมดา

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พ.ย. พล.ต.อ.เพรียว– พันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ได้เดินทางมาที่บ้านเกิดเหตุ พร้อมเข้าไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากนายสุพจน์ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก่อนเดินทางกลับ โดยให้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง สอบปากคำนายสุพจน์ต่อจนเสร็จ หลังจากนั้นนายสุพจน์ออกจากบ้านไปพร้อมภรรยา โดยสั่งให้คนงานมาซ่อมประตูรั้วที่หน้าบ้าน โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจตรวจสอบภายในบ้าน โดยมีคนรับใช้คอยช่วยเหลือ

พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่ามีทรัพย์สินอะไรที่คนร้ายเอาไปบ้าง อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คนร้ายลงมือทำงานเร็วมาก ต้องรอตรวจกล้องวงจรปิดให้ละเอียดอีกครั้ง สำหรับการ ออกติดตามตัวคนร้าย เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ประสานกัน ออกหาข่าวอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบกล้อง วงจรปิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า คนร้ายขับรถกระบะสีดำ ยังไม่ทราบรุ่นแบบมีแค็บไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาพร้อมรถเก๋งอีกคัน มีทั้งหมดประมาณ 12 คน 5 คน จับคนรับใช้ ส่วนที่เหลือรื้อค้นทรัพย์สิน โดยไม่แตะต้องตู้เซฟที่วางอยู่ในห้องนอน ส่วนทรัพย์สินที่ได้ไปเป็นเงินสดที่บรรจุอยู่ในซองเขียนไว้ที่หน้าซอง 6 ล้านบาท และกระเป๋าเงินสดไม่ทราบจำนวนอีก 1 ใบ คอมพิวเตอร์วางตัก 1 เครื่อง และเอกสารจำนวนหนึ่ง ลักษณะของคนร้ายมีพิรุธเพราะไม่สนใจทรัพย์สินอื่น เจ้าหน้าที่คาดว่าคนร้ายกลุ่มนี้ไม่ประสงค์ต่อทรัพย์ แต่อาจจะเป็นการอำพรางคดี


ไทยรัฐออนไลน์
1 พฤศจิกายน 2554, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/216398
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2011, 11:18:43 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2011, 10:37:55 AM »

ปลัดสุพจน์โยนให้ตร.ล่าโจรเอง ยันหายไป5ล้าน

"ปลัด คมนาคม" ปิดปากปมปล้นสะท้านกรุง โบ้ยให้ตำรวจคลำเอง นครบาลระดมนักสืบแกะรอยล่า มุ่งปมประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นหักเรื่องส่วนตัว แฉโจรสุดแสบฉวยเงินสินสอด-ซองช่วยงานแต่งร่วม 5 ล้าน ส่งชะแลง คัตเตอร์ ตรวจละเอียด เร่งปรับภาพวงจรปิดเล็งออกหมายจับตามรูปพรรณ
 
 
จากเหตุการณ์ที่มีโจรสวมหมวกไหมพรมไม่ต่ำกว่า 10 คนบุกปล้นบ้านพักของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม  เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง โดยจับคนรับใช้มัดแล้วขู่บังคับให้บอกห้องนอนของนายสุพจน์ กวาดทรัพย์สินไปนับสิบล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวและครอบครัวออกไปร่วมงานฉลองมงคลสมรสของ น.ส.สุทธาวรรณ ทรัพย์ล้อม บุตรสาว ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี รอยัลเมอริเดียน ถนนวิทยุ เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่าไม่ใช่การปล้นธรรม ดา เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มโจรที่มุ่งไปที่ห้องนอนของนายสุพจน์ ประกอบกับผู้เสียหายยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจมากนัก เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา
   
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 พ.ย. พล.ต.ต. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า คดีนี้ทางผู้ใหญ่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมากอีกทั้งผู้เสียหายยังเป็นถึงข้าราชการ ระดับสูง จึงสั่งการให้ทีมสืบสวนของ บช.น. ทำงานประสานร่วมกับตำรวจท้องที่และชุดสืบสวนตำรวจนครบาล 4 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนในทางลับ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยอะไรได้มากนัก ส่วนสาเหตุยังมุ่งเน้นไปที่การประสงค์ต่อทรัพย์ เพราะกลุ่มคนร้ายไม่มีเจตนาทำร้ายใคร แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวของผู้เสียหายเองหรือปัญหาเรื่องการ งาน เนื่องจากพยานบางปากยังให้การไม่หมด ทั้งตัวแม่บ้านที่ยังอยู่ในอาการตื่นตกใจและพยานแวดล้อมใกล้บ้านเกิดเหตุ
   
ด้าน พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน. วังทองหลาง กล่าวว่า ขณะนี้สอบพยานไปแล้ว 3 ปาก ทราบว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 8 คน รูปร่างสันทัด จึงคาดว่าน่าจะเป็นคนไทยทั้งหมด โดยขับรถกระบะเข้ามาเพียงคันเดียว เมื่อถึงหน้าบ้านได้โดดลงไปเลื่อนเปิดออกเหมือนรู้ว่าได้มีการปิดระบบ อัตโนมัติแล้ว อีกทั้งยังรู้ด้วยว่าภายในบ้านมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด จึงสวมผ้าปิดบังใบหน้าตลอด จึงยังไม่สามารถออกหมายจับตามรูปพรรณได้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการใช้เทคนิคแต่งภาพให้ชัดเจนขึ้น สำหรับทรัพย์สินที่หายไปผู้เสียหายแจ้งว่าเป็นเงินสินสอดของลูกสาวประมาณ 5 ล้านบาท และซองเงินช่วยงานแต่งงานอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามหลังก่อเหตุอย่างรีบเร่งกลุ่มคนร้ายได้ทิ้งชะแลงและมีด คัตเตอร์ไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำส่งกองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาลายนิ้วมือแฝง เพื่อหวังใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป
   
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากคนใกล้ชิดนายสุพจน์ ว่า หลังเกิดเหตุปลัดกระทรวงคมนาคมรู้สึกเครียดมาก จึงไม่อยากออกมาพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เพิ่มเติมอีก แต่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนติดตามจับกุมแก๊ง ปล้นรายนี้ ทั้งยังพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่องด้วย.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา 9:16 น.

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=176128&categoryID=419
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2011, 09:48:48 AM »

จับแล้ว1ปล้นปลัด-ใบสั่งเสธ.สนามม้า

ลงมือ5คน แฉ"ไอ้โก้" หัวโจกนำ


รวบแล้ว 1 แก๊งปล้นบ้าน ปลัดคมนาคมสารภาพสิ้นร่วมลงมือกัน 5 คน รับใบสั่งมาจาก"เสธ."ในสนามม้า โดยส่งลูกน้องชื่อ"โก้"มาเป็นหัวหน้าทีม ตร.ได้เบาะแสจากสายข่าวระบุได้ยินคนในสนามม้าพูดถึงการปล้นเพื่อนำเงินมาคืน เจ้านาย ตรงกับคำให้การของแม่บ้านที่ระบุว่าระหว่างลงมือคนร้ายบอกเจ้านายให้มาเอา เงินคืน ทีมปล้นเช่าคอนโดฯตรงข้ามบ้านปลัดนานนับเดือนเพื่อดูลาดเลาก่อนสบโอกาสลงมือ แก๊งปล้นเผยช่วงเข้าไปในห้องนอนเปิดตู้เสื้อผ้าพบถุงเงินเพียบทั้งใบ เล็ก-ใหญ่ ทยอยขนขึ้นรถ หลังเสร็จงานได้ส่วนแบ่งเป็นเงินถุงเล็กเปิดออกดูพบเงินสดๆ ถึง 3 ล้านบาท เร่งล่าตัวไอ้โก้ ส่วนสมาชิกในแก๊งอีก 3 คนที่เหลือพบอยู่จว.ชายแดนภาคเหนือ ประสานตร.ภาค 5 ร่วมหาเบาะแส


จากเหตุการณ์คนร้ายจำนวนมากบุกเข้า ปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. โดยฉวยจังหวะเจ้าของบ้านไปงานแต่งงาน จับแม่บ้านมัดแล้วเข้าไปหาทรัพย์สินภายในห้องนอนโดยไม่สนใจทรัพย์สินที่ห้อง อื่นๆ เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าได้เงินสดไปจำนวนมาก ต่อมานายสุพจน์ ระบุว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่เตรียมไว้จัดงานแต่งน.ส.สุทธาวรรณ ทรัพย์ล้อม บุตรสาว และเป็นเงินรับไหว้ประมาณ 5 ล้านบาท นอกจากนี้มีเงินซองช่วยงานแต่งในตอนเช้าที่ยังไม่ได้เปิดออกมานับ อย่างไรก็ตามตำรวจพบเบาะแสว่าการปล้นครั้งนี้น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง บางอย่าง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ศูนย์สืบ สวนบช.น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. เรียกประชุมทีมชุดคลี่คลายหารือถึงความคืบหน้า ประกอบด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.ศส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูล สวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พร้อมซักถามพยานที่ให้เบาะแสไปถึงกลุ่มที่ลงมือปล้นอย่างละเอียด ภายหลังทีมสืบสวนบก.ศส.บช.น.ติดตามจับกุมหนึ่งในคนร้ายไว้ได้ระหว่างกบดาน ที่เช่าย่านคลองตัน

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้ความสนใจได้ลงมาติด ตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ลงมาควบคุมสั่งการ เนื่องจากเป็นการลงมืออย่างอุกอาจบุกปล้นบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กลางกรุง ซึ่งการสืบสวนติดตามคนร้ายแก๊งนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งทีมแยกการตรวจสอบ โดยชุดแรกได้ตรวจสอบวงจรปิดที่ติดตั้งรอบๆ สามารถจับภาพรถยนต์กระบะ 4 ประตูยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ของคนร้ายขับมาจอดหน้าบ้าน

ขณะเดียวกันจากการจัดชุดสืบสวนอีกสายออกหาข่าวกลุ่มต้องสงสัย ทำให้ได้เบาะแสสำคัญ โดยมีเซียนในสนามม้านางเลิ้ง เคยได้ยินข่าว การพูดคุยในหมู่นักเลงที่เดินตามอดีตนายทหารใหญ่ผู้กว้างขวางในสนามม้าราย หนึ่ง ซึ่งได้กล่าวถึงการเตรียมปล้นเงินมาคืนเจ้านาย กระทั่งใช้คำว่าปล้นเงินของแผ่นดินคืนมา นับเป็นข้อความที่ตรงกับคำพูดของคนร้ายที่ก่อเหตุคดีนี้ ซึ่งกล่าวขณะเข้าปล้นว่า "เจ้านายให้มาเอาเงินคืน"

ชุดสืบสวนจึงออก ติดตามตัวผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ จนกระทั่งล่าสุดสามารถติดตามตัวมาได้แล้ว 1 ราย ชื่อนายไก่ เมื่อคุมตัวมาสอบปากคำต่อหน้านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ปรากฏว่านายไก่ให้การรับสารภาพอย่างหมดเปลือกว่า เข้าร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยจริง โดยผู้ร่วมก่อเหตุมีด้วยกัน 5 คน ทั้งหมดนี้มีนายโก้เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยนายโก้เป็นลูกน้องคนสนิทที่เดินตามเสธ.คนดังแห่งสนามม้า แผนการก่อเหตุทั้งหมด นายโก้เป็นคนจัดเตรียมทุกอย่าง โดยไปเช่าคอนโดมิเนียมที่อยู่ตรงข้ามบ้านของนายสุพจน์นับเดือนเพื่อคอย สังเกตการณ์และหาจังหวะลงมือ ซึ่งนายโก้รับคำสั่งมาจากเจ้านายอีกทอดหนึ่ง

นายไก่รับสารภาพอีกว่า ทีมปฏิบัติการทั้ง 5 คน เฝ้ารอจนกระทั่งวันดังกล่าวได้โอกาสเหมาะในการลงมือ ซึ่งเป็นไปอย่างง่ายดาย โดยนายโก้ซึ่งรู้รายละเอียด ได้พาเข้าไปที่ห้องนอนของปลัด พร้อมกับเปิดตู้เสื้อผ้า ซึ่งภายในตู้มีถุงที่นายโก้ระบุว่า มีเงินสดอยู่จำนวนมาก เท่าที่นายไก่จำได้มีจำนวนหลายถุง มีทั้งถุงใหญ่และถุงเล็ก ตัวนายไก่เองคว้าติดมือมา 1 ถุง เป็นถุงขนาดเล็ก มาเปิดดูภายหลังพบว่ามีเงินสดอยู่ 3 ล้านบาท ซึ่งนายโก้บอกให้เอาไปใช้ได้เลย แล้วหลังจากนำถุงเงินต่างๆ ไปคืนให้เจ้านายแล้ว นายโก้ยังรับปากว่าจะแบ่งส่วนที่เหลือมาให้อีก จากการสังเกตเห็นว่านายโก้กับพวกที่เหลือช่วยกันหยิบไปหลายถุง เป็นถุงขนาดใหญ่ด้วย โดยนายไก่ไม่ทราบว่าภายในถุงต่างๆ มีเงินอีกเท่าไร เพราะแยกย้ายกันไป ทั้งนี้นายไก่ยอมรับด้วยว่า นำเงินถุงเล็กที่ได้มา 3 ล้านบาทไปใช้จ่ายจนเหลือเพียง 5 แสนบาท ส่วนคนอื่นๆ แยกย้ายกันหลบหนี นอกจากนายโก้หัวหน้าทีมแล้ว อีก 3 คนทราบว่าเป็นคนที่ภาคเหนือ

ล่าสุดพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ได้จัดทีมออกระดมล่าตัวนายโก้หัวหน้าทีมปฏิบัติการครั้ง นี้ โดยเชื่อว่าน่าจะได้ตัวไม่ยาก เนื่องจากเป็นนักเลงที่เดินอยู่ในสนามม้า มีคนรู้จักจำนวนมาก โดยนายโก้เป็นพลเรือน แต่มีความใกล้ชิดกับเสธ.คนดัง ทำให้ชอบวางตัวเหมือนเป็นทหาร ขณะเดียวกันชุดสืบสวนอีกสายประสานงานไปยังตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อล่าตัวคนร้ายที่เหลืออีก 3 คน ที่พอจะรู้ถิ่นฐานแน่ชัดแล้วว่า อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคเหนือ



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREUyTVRFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1TMHhNUzB4Tmc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 11:03:28 AM »

จับเพิ่ม2พ่อลูก
แก๊งปล้นปลัด

รับสิ้นไส้ ได้ค่าแรง ถึง6ล้าน


ที่ซุ่มดู - คอนโดมิเนียม ในซอยลาดพร้าว 64 ใกล้บ้าน ของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม ที่คนร้ายเช่าพักใช้ซุ่มดูลาดเลาก่อนลงมือปล้นกวาดเงินสดไปได้จำนวนมาก ล่าสุดตร.จับได้แล้ว 2 คน

ตามจับเพิ่ม 2 พ่อลูกทีมปล้นบ้านปลัดคมนาคม รวมจับได้แล้ว 3 จาก 6 คน ชุดสืบสวนตร.เชียงรายรวบตัวได้เงินของกลางล้านกว่าบาท ผู้ต้องหาสารภาพได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 1 ถุงจำนวน 6 ล้าน นครบาลส่งทีมขึ้นไปรับตัวมาสอบปากคำเพิ่มทันที เผยมี"ไอ้โก้"ลูกน้องเสธ.สนามม้าเป็นหน.ทีม ตร.มั่นใจหากได้ตัวทีมปล้นจะสามารถสาวไปถึงผู้บงการ เพราะตอนนี้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับคนร้ายทั้งหมด ด้านไอ้ไก่ ที่ถูกจับได้คนแรกเปิดปากอีกรถปิกอัพที่ใช้ก่อเหตุเป็นของไอ้โก้ และยังเป็นคนที่นำถุงเงินส่วนใหญ่ไป แฉระหว่างขนถุงออกมาต้องใช้กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ที่มีล้อลากช่วยทุ่นแรงด้วย


จากกรณีตำรวจจับกุมนายไก่ หนึ่งในทีมปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ย่านวังทองหลาง กทม. ได้ทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวนมาก โดยนายไก่ซัดทอดว่าเป็นคำสั่งของเสธ.ชื่อดังในสนามม้า ที่ส่งลูกน้องชื่อ "โก้" มาเป็นหัวหน้าทีม โดยอ้างว่าปล้นเงินมาคืนเจ้านาย วางแผนเช่าคอนโดฯ ตรงข้ามบ้านเหยื่อเฝ้าดูนานนับเดือนก่อนเข้าไปลงมือขณะที่นาย สุพจน์ไม่อยู่บ้านไปร่วมงานแต่งงานลูกสาว นายไก่สารภาพว่าทีมปล้นมี 5 คน ขนถุงเงินเล็ก-ใหญ่ออกมาจำนวนมาก โดยนายไก่ระบุว่าได้ส่วนแบ่งเป็นเงินถุงเล็กเปิดออกดูมีเงินมากถึง 3 ล้านบาท ส่วนพรรคพวกที่เหลือตำรวจรู้ตัวหมดแล้ว พบว่าส่วนใหญ่หลบหนีไปทางจังหวัดชาย แดนภาคเหนือ ส่วนนายสุพจน์ให้การว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินจัดงานแต่งลูกสาว และเงินซองช่วยงาน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าวันที่ 16 พ.ย. พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่าเจ้าหน้าที่เตรียมจะออกหมายจับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว ใช้ข้อมูลจากพยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ทราบชื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจจะทำให้คนร้ายไหวตัวได้ เบื้องต้นจะขอหมายจับจากศาลอาญารัชดา ภิเษกทั้งหมด 6 คน ตอนนี้ประเด็นที่วางไว้ชัดเจนแล้วคือประสงค์ต่อทรัพย์ หากได้ตัวคนร้ายมาก็จะสามารถขยายผลคนที่เกี่ยวข้องหรือ ผู้อยู่เบื้องหลังได้ แต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พอรู้ตัวแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด อย่างไรก็ตามขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสักพัก

รายงานข่าวแจ้ง ว่าสำหรับคนร้ายทั้งหมดที่ก่อเหตุ ตำรวจสอบพบว่าส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีพ่อ-ลูกชาวเชียงรายคู่หนึ่งร่วมทีมปล้นด้วย และล่าสุดตำรวจเชียงรายสามารถติด ตามจับกุมได้แล้วทราบชื่อคือนายเสาร์แก้ว และลูกชายชื่อนายเจี๊ยบ พร้อมยึดเงินของกลางได้จำนวนหนึ่ง โดย 2 พ่อลูกให้การสารภาพว่าร่วมก่อเหตุจริง และหลังเสร็จงานได้ส่วนแบ่งเป็นเงิน 1 ถุงจำนวน 6 ล้านบาท แต่ใช้ไปเหลืองเพียงล้านกว่าบาทเท่านั้น ซึ่งตำรวจนครบาลส่งทีมขึ้นไปรับตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว

สำหรับผู้ต้องหารายอื่นๆ โดยเฉพาะนายโก้ ลูกน้องเสธ.สนามม้า และเป็นหัวโจกนำปล้น ตำรวจส่งทีมล่าตัวอยู่ ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 3 รายที่ถูกจับให้การตรงกันว่านายโก้นำถุงเงินไปมากที่สุด

ด้านตำรวจ สอบปากคำนายไก่ เพิ่มเติมระบุว่ารถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ที่ใช้ก่อเหตุเป็นของนายโก้ ลูกน้องเสธ.สนามม้า ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมและคนวางแผน หลังลงมือสำเร็จจึงได้แยกย้ายกันหลบหนี โดยนายโก้นำเงินส่วนใหญ่ที่ได้จากการปล้นไป ซึ่งจำนวนเงินที่ปล้นได้ในครั้งนี้ไม่ทราบว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ เพราะขนถุงเงินแยกใส่กระเป๋าที่เตรียมไปหลายใบ และยังมีอีกส่วนใส่ในกระเป๋าขนาดใหญ่ที่มีล้อลาก เพื่อช่วยทุ่นแรงด้วย

นสพ.ข่าวสด
วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREUzTVRFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1TMHhNUzB4Tnc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 11:15:29 AM »

แฉทหารดังเอี่ยวทีมปล้นบ้านปลัดออกหมายจับ 6 โจร



ชุดสืบสวนนครบาลลุยคดีปล้นบ้าน 'สุพจน์ ทรัพย์ล้อม' ปลัดฯคมนาคม กวาดเงินไปหลายล้านบาท ได้เบาะแสสำคัญจนตามตะครุบ 1 ใน 6 โจรได้สำเร็จ หลังทีมงานลุยหาข้อมูลในสนามม้า จนพบมีนายทหารคนดังเกี่ยวข้อง “เพรียวพันธ์” สั่ง “ภาณุพงศ์” สางปมด้วยตัวเอง ขณะที่พงส.ขอศาลอนุมัติหมายจับเรียบร้อยแล้ว 6 คน ล่า “ไอ้โก้” กับลูกน้อง ก่อนจะกระชากหน้ากากคนบงการตัวจริง
   
จากกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุปล้นทรัพย์ในบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ท้องที่สน.วังทองหลาง ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม โดยจับแม่บ้าน 2 คนมัดมือและให้พาไปที่ห้องของปลัดกระทรวง ก่อนจะใช้ชะแลงงัดห้อง เข้าไปขโมยทรัพย์สินไปหลายรายการมูลค่าหลายล้านบาท แล้วหลบหนีไปโดยใช้รถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น วีโก้ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งช่วงก่อเหตุทางนายสุพจน์ไปร่วมงานแต่งงานลูกสาวที่ย่านเพลินจิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   
   
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้ความสนใจได้ลงมาติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง มอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ลงมาควบคุมสั่งการ การสืบสวนติดตามคนร้ายแก๊งนี้เจ้าหน้าที่ได้แบ่งทีมแยกการตรวจสอบ โดยชุดแรกได้ตรวจสอบวงจรปิดที่ติดตั้งรอบ ๆ สามารถจับภาพรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ของคนร้ายขับมาจอดหน้าบ้านได้ ขณะเดียวกันจัดชุดสืบสวนอีกชุด ทำให้ได้เบาะแสสำคัญ โดยมีเซียนในสนามม้านางเลิ้ง เคยได้ยินข่าว การพูดคุยในหมู่นักเลงที่เดินตามอดีตนายทหารใหญ่ในสนามม้า กล่าวถึงการเตรียมปล้นเงินมาคืนเจ้านาย โดยมีคำพูดบางประโยคข้อความที่ตรงกับคำพูดของคนร้ายที่ก่อเหตุคดีนี้
   
ชุดสืบสวนออกติดตามตัวผู้ต้องสงสัย จนล่าสุดจับได้ 1 ราย ชื่อนายไก่ เมื่อสอบปากคำนายไก่ ให้การรับสารภาพว่า เข้าร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยจริง โดยผู้ร่วมก่อเหตุมีด้วยกัน 5 คน ทั้งหมดนี้มีนายโก้เป็นหัวหน้าแก๊ง โดยนายโก้เป็นลูกน้องคนสนิทที่เดินตามเสธ.คนดังแห่งสนามม้า นายโก้เป็นคนจัดเตรียมทุกอย่าง โดยไปเช่าคอนโดมิเนียมที่อยู่ตรงข้ามบ้านของนายสุพจน์เพื่อคอยสังเกตการณ์ โดยนายโก้ซึ่งรู้รายละเอียด ได้พาเข้าไปที่ห้องนอนของปลัด พร้อมกับเปิดตู้เสื้อผ้า ซึ่งภายในตู้มีถุงที่นายโก้ระบุว่า มีเงินสดอยู่จำนวนมาก เท่าที่นายไก่จำได้มีจำนวนหลายถุง มีทั้งถุงใหญ่และถุงเล็ก ตัวนายไก่เองคว้าติดมือมา 1 ถุง เป็นถุงขนาดเล็ก มาเปิดดูภายหลังพบว่ามีเงินสดอยู่ 3 ล้านบาท
   
นายไก่ ให้การอีกว่า นายโก้บอกให้เอาไปใช้ได้เลย แล้วหลังจากนำถุงเงินต่าง ๆ ไปคืนให้เจ้านายแล้ว จากการสังเกตเห็นว่านายโก้กับพวกที่เหลือช่วยกันหยิบไปหลายถุง เป็นถุงขนาดใหญ่ด้วย โดยนายไก่ไม่ทราบว่าภายในถุงต่าง ๆ มีเงินอีกเท่าไร เพราะแยกย้ายกันไป ล่าสุด พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ได้จัดทีมออกระดมล่าตัวนายโก้หัวหน้าทีมปฏิบัติการครั้งนี้ โดยเชื่อว่าน่าจะได้ตัวไม่ยาก เนื่องจากเป็นนักเลงที่เดินอยู่ในสนามม้า
   
พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมจะออกหมายจับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวโดยได้ ใช้ข้อมูลจากพยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ทราบชื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอาจจะทำให้คนร้ายไหวตัวได้ เบื้องต้นจะขอหมายจับจากศาล 6 คน และเจ้าหน้าที่รู้ตัวแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทั้งนี้หลังขออำนาจศาลในการออกหมายจับนั้นทางศาลได้พิจารณาหลักฐานและออก หมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา 9:38 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=176537&categoryID=419
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2011, 11:27:37 AM »


รวบแล้ว 2 โจรปล้นบ้านปลัดคมนาคมหัวโจกยังจับไม่ได้

รวบแล้ว 2โจร แก๊งปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ทรัพย์สินและเงินสดคืนกว่า 7 แสนบาท ล่าฝุ่นตลบอีก 4 ผู้ต้องหา โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊ง “ไอ้โก้-วีระศักดิ์ เชื่อลี” ที่ขับรถโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หนีไปด้านจังหวัดสระแก้ว ส่งชุดสืบสวนติดตามกระชั้นชิดเกรงหนีออกไปเสวยสุขประเทศเพื่อนบ้าน  ยังเชื่อมีคนในเป็นหนอนบ่อนไส้ให้ข้อมูลโจร ด้านพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ขออนุมัติหมายจับ 6 ผู้ต้องหาแล้ว


กรณีผู้ต้องหา 6 คน ใช้รถกระบะโตโยต้าสีบรอนซ์ทองเป็นพาหนะ บุกเข้าปล้นบ้านนายสุพจน์  ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. พร้อมจับคนรับใช้ในบ้าน  3  คน  มัดมือมัดเท้า  ใช้ชะแลงที่เตรียมมางัดห้องนอนชั้น 2 ของนายสุพจน์  รื้อค้นทรัพย์สินจนข้าวของกระจุยกระจาย ได้เงินสดกว่า  5  ล้านบาท  โดย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.ให้ความสนใจคดีนี้เป็นพิเศษ  เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดในบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จึงสั่งการให้เร่งรัดจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาโดยเร็วที่สุดไปยัง พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท. ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. ชุดสืบสวน บก.น.4 และฝ่ายสืบสวน สน.วังทองหลาง

ความคืบหน้าวันที่ 16 พ.ย. พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่เตรียมจะออกหมายจับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ โดยใช้ข้อมูลจากพยานบุคคล ซึ่งตอนนี้ทราบชื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้  เนื่องจากอาจจะทำให้ คนร้ายไหวตัวทัน เบื้องต้นได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน จากศาลอาญารัชดาภิเษก  ตอนนี้ประเด็นที่วางไว้ชัดเจนแล้ว คือ ประสงค์ต่อทรัพย์  หากได้ตัวคนร้ายมาจะสามารถขยายผลถึงคนที่เกี่ยวข้องหรือผู้อยู่เบื้องหลัง ได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่พอรู้ตัวแล้วว่าใครอยู่เบื้องหลังทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  หลังจากชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประกอบด้วย กก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.4 และฝ่ายสืบสวน  สน.วังทองหลาง  เร่งไล่ล่ากลุ่มผู้ต้องหารายนี้มาลงโทษโดยด่วน  ล่าสุดสามารถจับกุมนายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชมชื่น อายุ 44 ปี ได้จากบ้านพักย่านคลองตัน ตรวจค้นพบเงินสด 5 แสนบาท  และสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 2 เส้น รวมมูลค่า 2.5 แสนบาท จากการสอบสวนนายไก่ให้การรับสารภาพว่า เป็นหนึ่ง ในกลุ่มผู้ต้องหาปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม ก่อนก่อเหตุได้รับการชักชวนจากนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี ให้มาร่วมงาน และเป็นคนวางแผนสั่งการทั้งหมด โดยมาดูลาดเลาอยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักของนายสุพจน์กว่า 2 เดือนแล้ว ตนไม่รู้มาก่อนว่าเป็นบ้านของปลัดกระทรวงคมนาคม

นายสิงห์ทองให้การ อีกว่า วันก่อเหตุนายโก้มาบอกว่าต้องลงมือวันนี้ เนื่องจากเป็นวันแต่งงานของลูกสาวเจ้าของบ้าน หลังวันนี้จะมีลูกเขยเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านอีก 1 คน  ทำให้ยากกับการลงมือ  พวกตนจึงเตรียมตัวสวมชุดพรางใบหน้าแล้วกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ของนายโก้ไปก่อเหตุ หลังลงมือสำเร็จนายโก้ให้ตนเอาเงินในถุงมาเป็นค่าแรง จนแยกย้ายกันหลบหนี แล้วตนเอาเงินมานับพบว่ามีเงินสดถึง 3 ล้านบาท จึงเอาเงินไปซื้อสร้อยคอทองคำ และใช้จ่ายเที่ยวเตร่ฟุ่มเฟือยอีก จึงเหลือเงินสดอยู่แค่ 5 แสนบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อบ่ายวันที่ 16 พ.ย.ว่า ชุดสืบสวน บช.น. สามารถจับกุมนายแก้ว นามวงศ์ อายุ 59 ปี ได้ที่บ้านพักในจังหวัดเชียงราย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาปล้นบ้านปลัดกระทรวง คมนาคม ก่อนก่อเหตุนายโก้เป็นคนชักชวน นายแก้วตัดสินใจรับงานเพราะเห็นว่าจะได้เงินเยอะ และยังชวนลูกชายมาร่วมลงมือด้วยอีกคน

สำหรับนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี หัวหน้าแก๊งคนร้ายรายนี้ จากการสืบสวนพบว่ามีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ รู้ความเคลื่อนไหวและความเป็นไปในบ้านนายสุพจน์อย่างละเอียด แม้กระทั่งว่าเจ้าของบ้านเก็บเงินไว้ห้องไหน  ตำรวจจึงเชื่อว่าน่าจะได้ข้อมูลจากคนใน และจากการตรวจสอบนายโก้มีชื่อเป็นเจ้าของรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง 4 ประตูแบบมีแค็บ ตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุ  ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน จนขออนุมัติหมายจับนายโก้จากศาลอาญารัชดาฯ  พร้อมพวกอีก 5 คน จากการสืบสวนพบว่าขณะนี้นายโก้ได้หลบหนีไปยังจังหวัดสระแก้ว  ซึ่งชุดสืบสวนกำลังติดตามไล่ล่าอย่างกระชั้นชิด  เนื่องจากเกรงว่าจะหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน



ไทยรัฐออนไลน์
17 พฤศจิกายน 2554, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/217194
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 11:54:28 AM »

'สุพจน์' โอด ถูกโจรดิสเครดิต ลั่นมีเงินไม่ถึงพันล้าน


"ปลัดคมนาคม" โต้โจร ยันไม่มีเงินสดถึงพันล้านในบ้าน ระบุบ้านไม่ใช่ปราสาทหรือราชวังถึงจะมีที่เก็บเงินขนาดนั้น ย้ำเป็นเงินสินสอดและรับไหว้ลูกสาว ไม่ใช่เงินส่วนตัว เผยยังไม่ได้รับการติดต่อจาก ป.ป.ช.ว่าจะสอบเรื่องดังกล่าว


เมื่อวัน ที่ 18 พ.ย. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์กรณีถูกคนร้ายเข้าปล้นบ้านและให้การว่ามีเงินในบ้าน ถึง 1,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเอาออกมาหมดได้ นำมาได้เพียง 200 ล้านบาทเท่านั้น ว่า เป็นเรื่องดิสเครดิตกันมากกว่า ต้องดูตามข้อเท็จจริงว่า เงินพันล้านจะเก็บอย่างไร และที่บ้านก็ไม่ใช่ปราสาท หรือราชวัง ที่จะมีที่เก็บเงินขนาดนั้น ก็ต้องดูกันเองตามข้อเท็จจริงว่าจะเชื่อได้หรือไม่ ซึ่งหากมีจริงคนร้ายขับรถกระบะมาแล้วทำไมถึงนำเงิน 1,000 ล้านไปได้ไม่หมด ก็อยากจะให้ดูตามข้อเท็จจริงก่อน ส่วนเงินที่ทางคนร้ายได้ไป ก็เป็นเงินสินสอดและเงินรับไหว้ของลูกสาว ถ้าถามว่าเท่าไรก็ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะยังไม่ได้นับ แค่นำมารวมๆ กันไว้ แต่ยืนยันได้ว่าไม่มีเงินส่วนตัวของตนแน่นอน เพราะจะไม่เก็บเงินส่วนตัวไว้ที่บ้านอยู่แล้ว

"คุณก็ต้องดูว่า เงินพันล้านมันต้องเก็บยังไง แล้วเงินมันก็เหมือนกับเป็นการดิสเครดิตกันอะไรกัน ส่วนเงิน 200 ล้านที่บอกว่าได้ไป มันไม่ใช่ มันมีที่ไหน มันก็เอามาพูดกัน มันไม่ใช่ต้องพูดว่าถ้ามีเป็น 1,000 ล้าน หรือ 200 ล้าน ถ้ามีจริงแล้วมันจะเก็บยังไง เงิน 200 ล้านนี่มันเงินขนาดเท่าไร แบงก์ 1,000 ปึกละ 1,000 นี่ 200 ปึกแล้ว จะเก็บยังไง ถ้าดูตามข้อเท็จจริงแล้วคนที่มาบอกว่าเอาไป 200 ล้าน เพราะเอาไปไม่หมด ท้ังๆ ที่ขับรถปิกอัพมา ถ้ามีจริงทำไมจะเอาไปหมดไม่ได้ มันดูตามข้อเท็จจริงก่อน ผมก็ไม่รู้จะพูดยังไง" ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าว

ต่อ ข้อถามที่ว่า ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการติดต่อว่าจะสอบหรือยังจากกรณีดังกล่าว และติดใจสงสัยคนในบ้านว่าจะเป็นไส้ศึกหรือไม่ นายสุพจน์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย เพราะทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ติดต่อมา ส่วนหน้าตาคนร้ายตนก็ไม่คุ้นหน้า และก็ไม่ติดใจสงสัยคนในบ้านว่าจะเป็นไส้ศึกด้วย เพราะวันที่คนร้ายขึ้นบ้าน เด็กในบ้านก็โทรหาตนทันที และเช็กเวลากันแล้วมันเพียงนาทีเดียวที่คนร้ายขึ้นบ้าน ตนก็ได้รับโทรศัพท์จากเด็กแล้ว

ทั้งนี้ เมืิ่อวันที่ 17 พ.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชมชื่น อายุ 44 ปี และนายเสาร์แก้ว หรือแก้ว นามวงค์ อายุ 59 ปี ข้อหาปล้นทรัพย์ พร้อมของกลางเงินสดรวม 2,822,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง เครื่องช็อตไฟฟ้า 3 เครื่อง และอุปกรณ์เครื่องมือช่างประเทภคีมและไขควงอีก 1 ชุด โดยจับกุมนายสิงห์ทองได้ที่ห้องพักย่านคลองตัน ส่วนนายเสาร์แก้วถูกจับกุมได้ที่บ้านพักใน จ.เชียงราย

จากการสอบสวน นายเสาร์แก้ว ให้การรับสารภาพว่า การลงมือครั้งนี้ มีนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี หัวหน้าแก๊ง เป็นผู้ชักชวนและวางแผนกันมานานประมาณ 1 ปีแล้ว โดยนายวีระศักดิ์บอกเหตุผลที่เลือกปล้นบ้านหลังนี้ว่า มีเงินสดที่ได้จากการโกงชาวบ้านมาเก็บไว้จำนวนมาก ซึ่งคืนที่ลงมือก่อเหตุ นายวีระศักดิ์รับหน้าที่เป็นผู้ขับรถกระบะคันดังกล่าวพาพวกตนอีก 4 คน ไปที่บ้านผู้เสียหาย มีนายคำนวณ เมฆน้อย อายุ 38 ปี สมาชิกในแก๊งอีกคน เป็นผู้คอยประสานงาน และเช็กความเคลื่อนไหวของเจ้าของบ้าน อยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง พอพวกตนเดินทางไปถึง นายวีระศักดิ์ก็ใช้เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ เครื่องตัดสัญญาณกล้องวงจรปิด และเครื่องตัดสัญญาณประตูรีโมตหน้าบ้านที่เตรียมมาด้วย ปล่อยสัญญาณออกไปไม่ให้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านั้นสามารถใช้การได้

นา เสาร์แก้ว ให้การรับสารภาพอีกว่า หลังจากนั้นทีมงานทั้งหมด 5 คน ก็รีบลงจากรถจัดการอำพรางตัวด้วยการสวมหมวกไหมพรมและถุงมือ เตรียมวิทยุสื่อสาร เครื่องช็อตไฟฟ้า และชะแลงที่เตรียมมา และแบ่งหน้าที่กันมาเรียบร้อยแล้ว บุกเข้าไปลงมือก่อเหตุจับแม่บ้าน 2 คนมัดมือ บังคับให้พาขึ้นไปบนห้องนอนของเจ้าของบ้าน โดยนายวีระศักดิ์จะเป็นผู้สั่งการ ย้ำให้พวกตนทั้ง 4 คน รื้อค้นถุงและกระเป๋าในตู้เสื้อผ้าออกมากรีด โกยเงินสดใส่กระสอบที่เตรียมมาให้หมด ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ รวมถึงเงินสินสอดของลูกสาวเจ้าของบ้านที่เพิ่งแต่งงานวางล่อใจอยู่นั้น นายวีระศักดิ์กำชับว่าไม่ต้องไปแตะต้อง โดยตนคาดเอาว่า ยอดเงินสดที่ช่วยกันโกยมาได้จากในตู้เสื้อผ้า ทั้งหมดไม่น่าจะต่ำกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ยังเหลือนั้นอยู่บนรถกระบะที่นายวีระศักดิ์ขับหลบหนีไป  และตนเชื่อว่าคงหลบหนีไปได้ไกลแล้ว.


ไทยรัฐออนไลน์
18 พฤศจิกายน 2554, 11:16 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/217472
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 12:09:28 PM »

คนรู้เบาะแสเงินในบ้าน ไอ้เอกโร่มอบตัวบช.น. ตร.ยึดเพิ่ม-กว่า13ล้าน! ปปช.นัดเชือดอังคารนี้


ชี้จุดปล้น - ตำรวจคุมตัวนายสมบูรณ์ หรือบูรณ� ริยะเทน ชี้จุดปล้นเงินในบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ขณะที่นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย (ภาพเล็ก) ลูกอดีตเลขาฯปลัดสุพจน์เข้ามอบตัวแล้ว เมื่อวันที่ 20 พ.ย.


ตร.แถลง รวบเพิ่มอีก 4 โจรร่วมแก๊งปล้นบ้านปลัดคมนาคม พร้อมเงินของกลางที่ยึดได้อีก กว่า 13 ล้านบาท ขณะ เดียวกัน อีก 1 ก็โร่เข้ามอบตัวพร้อมแม่ ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการส่วนตัวของปลัดสุพจน์ "ภาณุพงศ์" มั่นใจตามยึดได้อีกเงินที่ถูกปล้น เตือนผู้ที่รับฝากไว้นำมามอบให้ตร.มิฉะนั้นจะมีความผิด ป.ป.ช.นัดประชุมอังคารนี้กรรมการสอบลับ ดาบ 2 ข้อหาเตรียมเชือด จงใจปกปิดบัญชีหนี้สินและแสดงทรัพย์สินเท็จกับร่ำรวยผิดปกติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่บก.สส. บช.น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. และพล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงจับกุมผู้ต้องหาคดีปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก 4 ราย

ประกอบด้วย นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.5 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ถ.นครพนม-ท่าอุเทน ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม นายบุญสืบ หรือสืบโจมกัน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/107 ซ.ช่างอากาศอุทิศ 8 แยก 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. และนายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี อายุ 33 ปี ที่อยู่ 79/148 ม.6 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม. โดยมีของกลางที่ยึดได้เพิ่มเติมอีกจำนวน 13,701,000 บาท

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนจับกุมได้ประสานงานกับตำรวจในพื้นที่ต่างๆ และ กก.สส.ภ.เชียงราย ลงพื้นที่หาเบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายเพิ่มเติมได้ คือนายสมบูรณ์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1778/54 ลง 16 พ.ย.2554 โดยจับกุมได้ที่ จ.เชียงราย พร้อมของกลางเงินสด จำนวน 996,000 บาท และจากการสอบสวนขยายผลจนทราบว่ายังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีและติดตามจับกุม ได้เพิ่มเติมอีก 3 ราย คือ นายวณัญกฤต จับได้ที่ จ.นครพนม พร้อมของกลางเงินสด 9,965,000 บาท นายบุญสืบ จับได้ที่ จ.พิษณุโลก บก.สส.บช.น.ได้รับความร่วมมือจาก บก.สส.บช.ภ.6 และนายวุฒิชัยจับกุมได้พร้อมของกลางเงินสด จำนวน 840,000 บาท



จับเพิ่ม - พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. แถลงจับกุมตัว 4 ผู้ต้องหาเพิ่มเติมในคดีบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดคมนาคม แต่ยังไม่ยืนยันว่าในบ้านมีเงินอีกพันล้านบาทตามคำสารภาพของคนร้ายหรือไม่ ที่บก.สส.บช.น. เมื่อวันที่ 20 พ.ย.

ต่อมานายเลอศักดิ์ วิริยะกระษาปณ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งทราบเหตุการณ์ปล้นครั้งนี้จึงได้แสดงความบริสุทธิ์โดยนำเงินที่นายวีระ ศักดิ์ หรือโก้ หัวหน้าแก๊ง เคยนำเงินมาฝากไว้โดยไม่ทราบว่าเป็นเงินที่ได้จากการปล้น จำนวน 1,500,000 บาท ส่งมอบคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 4 รายให้ การรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมก่อเหตุครั้งนี้จริง จึงได้ส่งผู้ต้องหาทั้ง 4 พร้อมของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวนได้ติดตามจับกุมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในคดีนี้ได้แล้วจำนวน 6 คน ขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีอยู่ คือ นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี นายพงษ์ศักดิ์ หรือเจี๊ยบ นางวงศ์ อายุ 39 ปี นายคำนวน หรือนวน เมฆน้อย อายุ 38 ปี นายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี ล่าสุดชุดสืบสวนได้รับการติดต่อจากนายชยทัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี หนึ่งในทีมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุว่าจะเดินทางเข้ามามอบตัวในเวลา 12.00 น.วันเดียวกัน

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า จากแนวทางการสืบสวนนายชยทัชทำหน้าที่นำข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุที่จะ เข้าปล้นทรัพย์มาให้นายบุญสืบ ขณะที่นายบุญสืบซึ่งมีความสนิทสนมกับนายวีระศักดิ์ ได้นำข้อมูลมาส่งต่อให้นายวีระศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ที่จัดหาทีมงานก่อเหตุ ก่อนที่จะมาใช้ทีมงานของนายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชื่น ชม โดยใช้มาแล้ว 2 ทีม แต่มีความไม่พร้อมเรื่องยานพาหนะ หรือพอเตรียมงานไปแล้วทีมงานกลับไม่กล้าลงมือก่อเหตุ จึงต้องเปลี่ยนมาเป็นทีมของนายสิงห์ทอง




สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับคดีนี้ พล.ต.อ. ภาณุพงศ์กล่าวว่า ตำรวจทราบตัวละครที่ร่วมก่อเหตุทั้งหมดแล้ว ส่วนเงินของกลางที่ได้จากการก่อเหตุทราบว่านายวีระศักดิ์ได้กระจายไปฝากกับ คนรู้จักยังที่ต่างๆ ซึ่งหากใครรู้ที่ซ่อนของเงิน หรือรับฝากเงินดังกล่าวไว้ ให้รีบนำมาคืน ซึ่งตำรวจจะกันไว้เป็นพยาน เชื่อว่าคดีนี้ตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายได้เพิ่มเติม รวมทั้งน่าจะสามารถยึดเงินของกลางได้เพิ่มเติมอีก

ผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนเงินที่ถูกโจรกรรมไป พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ยอดเงินที่สูญหายตำรวจทราบจากคำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น ส่วนรายละเอียดต้องตรวจสอบต่อไป เมื่อถามว่าจากการตรวจที่เกิดเหตุตำรวจได้เห็นยอดเงินตามที่ผู้ต้องหากล่าว อ้างหรือไม่ พล.ต.อ. ภาณุพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลา ซึ่งความจริงจะปรากฏว่าคืออะไร

ทั้งนี้จากการสอบสวนนายสมบูรณ์ทราบว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวมีเงินซุกซ่อนอยู่ 165 ล้านบาท วันเกิดเหตุนายสมบูรณ์และพวกรวม 5 คนได้เข้าไปภายในห้องนั่งเล่นภายในบ้านของนายสุพจน์ โดยนายสมบูรณ์ได้หยิบเงินสดซึ่งบรรจุอยู่ในลังกระดาษที่วางอยู่ในตู้เสื้อ ผ้าจำนวน 3 ลัง ซึ่งได้หยิบมาเพียง 1 ลังเท่านั้น ซึ่งภายในลังใบนี้มีเงินสดอยู่ 3 ล้านบาท ส่วนคนอื่นหยิบเงินสดไปจำนวนเท่าใดนั้นนายสมบูรณ์ไม่ทราบ

วันเดียวกัน พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวถึงกรณีคนร้ายปล้นเงินจากนายสุพจน์และสารภาพอ้างว่าในบ้านดังกล่าวอาจ มีเงินในบ้านถึง 1,000 ล้านบาท ว่า ปปง. อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะต้องตรวจสอบที่มาของเงินของกลาง และเตรียมเรียกปลัดกระทรวงคมนาคมเข้าให้ข้อมูลเรื่องที่มาของเงิน ส่วนจะมีเงินถึง 1,000 ล้านบาทตามที่ผู้ต้องหาอ้างหรือไม่ ต้องใช้เวลาสอบสวน พร้อมประสานขอข้อมูลกับตำรวจ หากเป็นเรื่องจริงถือว่าร่ำรวยผิดปกติสำหรับอาชีพข้าราชการ

ด้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีตรวจสอบข้อสงสัยกรณีคนร้ายบุกปล้นบ้านนายสุพจน์ว่าคณะทำงานของ ป.ป.ช. กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่และจะนำเข้ารายงานต่อที่ประชุม ป.ป.ช. ในวันอังคารที่ 22 พ.ย. นี้ ตอนนี้ต้องรอข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเงิน สดของกลางอยู่จำนวนเท่าไร และมีที่มาที่ไปอย่างไร สามารถหาที่ไปที่มาของเงินได้หรือไม่

ด้านนายอภินันท์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่ากำลังตรวจสอบรายละเอียดการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายสุ พจน์ที่เคยยื่นต่อ ป.ป.ช.ไว้หลายครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดมาก หากมีการแสดงทรัพย์สินจำนวนดังกล่าวไว้ก็จบ แต่ถ้าไม่เคยมีการแสดงไว้ก็จะต้องตรวจสอบที่มาของเงินจำนวนดังกล่าวต่อไป

นายอภินันท์ กล่าวว่า หากตรวจสอบพบว่าไม่เคยยื่นแสดงรายการทรัพย์สินที่ถูกโจรกรรมไป ก็จะมีความผิดใน 2 ข้อ คือ จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอัน เป็นเท็จ หรือจงใจปกปิดทรัพย์สินและหนี้สิน มีโทษทางอาญา และความผิดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ โดยในส่วนของข้าราชการมีโทษทางวินัยคือไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ

เวลา 13.00 น. นายชยธัช หรือ เอก จันนะชัย อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาเลขที่ 1789/2554 ลงวันที่ 19 พ.ย. 2554 ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ หรือรับของโจร พร้อมด้วยนางชุติมา จันทร์ผ่อง มารดา ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการส่วนตัวของนายสุพจน์ และเพิ่งเออร์ลี่รีไทร์ได้เพียง 6 เดือน ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส. บช.น. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แบ่งชุดสอบสวนออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกสอบปากคำนายชยธัช ขณะที่อีกชุดสอบปากคำนางชุติมา จากการสอบ สวนซึ่งใช้เวลาร่วม 5 ช.ม. นายชยธัชยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl4TVRFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1TMHhNUzB5TVE9PQ==

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 12:11:58 PM »

ลูกอดีตเลขาฯปลัดคมนาคมมอบตัว


ลูกอดีตเลขาฯ ปลัดคมนาคมมอบตัว เจ้าตัวปฏิเสธพัลวัน แฉชนวนเหตุแค้นแม่โดนแกล้ง



เมื่อ เวลา 13.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.สส.บช.น.) นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 34 ปี  ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาเลขที่ 1789/2554 ลงวันที่ 19 พ.ย.2554 ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์หรือรับของโจร พร้อมด้วยนางชุติมา จันทร์ผ่อง มารดา ซึ่งเคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. จากการสอบสวนนายชยธัช ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า นางชุติมา เคยเป็นเลขานุการส่วนตัวของนายสุพจน์ ซึ่งเพิ่งออกจากงานได้เพียง 6 เดือน ส่วนที่ออก เพราะถูกกลั่นแกล้ง โดยให้คนอื่นมาทำงานแทน ทำให้เกิดความอึดอัดใจ จนไปปรับทุกข์กับลูก ก่อนที่จะยื่นหนังสือลาออกจากงาน จึงอาจเป็นชนวนเหตุให้นายชยธัช เกิดความเจ็บแค้นวางแผนก่อเหตุดังกล่าว

ช่วงเวลาเดียวกัน พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนควบคุมตัวนายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันปล้นทรัพย์บ้านพักนายสุพจน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพรวม 7 จุด โดยเริ่มจากจุดที่คนร้ายร่วมกันวางแผนก่อเหตุ กระทั่งก่อเหตุจนถึงการแบ่งเงินและแยกย้ายกันหลบหนี ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทั้งนี้ขณะทำแผนภายในบ้านของนายสุพจน์ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด

ต่อมาเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน พลต.ต.ภาณุพงศ์  สิงหรา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาสอบปากคำนายชยธัช  ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จโดยเปิดเผยว่า จากการสอบปากคำจนถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมากเนื่องจากผู้ต้องหาให้ การปฏิเสธ ส่วนรายละเอียดลึกๆคงต้องขอปิดไว้ก่อน เพื่อประโยชน์ของรูปคดี

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ขณะถทำการสอบปากคำอยู่นั้น นายชยธัช เกิดอาการแน่นหน้าอกเนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเรียกรถพยาบาล รพ.ตำรวจ มาทำการเจาะเลือดให้น้ำเกลือ พร้อมนำเครืองปั๊มหายใจมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดต่อไป.
 

เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา 0:01 น.

ที่มา :http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=561&contentID=177133

............................

คุมตัวแก๊งปล้นปลัดสุพจน์ทำแผนก่อนส่งศาล



นำ ตัวทำแผนละเอียดยิบแก๊งปล้นปลัดคมนาคม “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ก่อนคุมตัวส่งศาลฝากขัง พร้อมกับคัดค้านประกันตัว ส่วนพรรคพวกอีก 4 คนยังกบดานเงียบ

กรณีเหตุกลุ่มคนร้ายบุกปล้นบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2 ซึ่งเป็นบ้านของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมกวาดทรัพย์สินไปหลายล้านบาท เหตุเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. ท้องที่สน.วังทองหลาง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับและสามารถจับกุมนายสิงห์ทอง หรือ ไก่ ใจชุ่มชื่น อายุ 44 ปีและนายเสาร์แก้ว นามวงศ์ อายุ 59 ปี พร้อมของกลางเงินสดรวมกันกว่า 3 แสนบาท เหลือผู้ต้องหาหลบหนีอีก 4 คนคือ 1.นายวีระศักดิ์ หรือ โก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี 2.นายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์ อายุ 35 ปีลูกชายนายเสาร์แก้ว 3.นายสมบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40ปีและ4.นายคำนวณ เมฆน้อย อายุ 38 ปี ซึ่งผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมอ้างว่าได้วางแผนมานับปีก่อนจะบุกเข้าปล้นกวาด เงินสดไปกว่า 200 ล้านบาทตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 พ.ย. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.วังทองหลางได้แอบนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2  คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของนายสุพจน์ โดยเริ่มต้นจากจุดที่กลุ่มผู้ต้องหาขับรถมาหน้าบ้านปลัด แล้วลงไปเปิดประตูไฟฟ้าที่ไม่ได้ล็อคไว้ เนื่องจากเกรงว่าหากน้ำท่วมจะเปิดไม่ได้ เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาเปิดประตูหน้าบ้าน ก็ขับรถกระบะเข้าไปในบ้าน ก่อนลงไปจับตัวแม่บ้าน บังคับให้พาไปห้องของปลัด ก่อนจะงัดห้องแล้วกวาดทรัพย์สินที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วหลบหนีออกไปทางถนนลาดพร้าว ก่อนจะแยกย้ายกันลง รวมเวลาการทำแผนทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองกลับมาที่สน.

พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลางกล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่สามารถยึดรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนกฉ 1166 กาญจนบุรี โดยยึดได้เมื่อคืนนี้ที่บ้านของพรรคพวกนายโก้ ซึ่งนายโก้นำมาฝากไว้ก่อนหลบหนี เบื้องต้นพบว่าผู้รับฝากไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวใช้ในการก่อเหตุ ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่าหลังจากที่กลุ่มผู้ต้องหาแยกย้ายกันลงรถตามจุดต่าง ๆ ในถนนลาดพร้าว ก่อนจะขับรถไปทางถนนเลียบทางด่วนอาจณรงค์-รามอินทรา เพื่อไปรวมตัวกันอีกครั้ง ที่จุดนัดพบที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านคลองตัน เพื่อแบ่งเงินกัน ซึ่งนายโก้ได้หยิบเงินได้นำเงินที่ปล้นมาได้ครึ่งหนึ่งไป แล้วเหลือให้กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือแบ่งกันเอง

พ.ต.อ.ธวัชกล่าวว่า เรื่องจำนวนเงินที่ผู้ต้องหาเอาไป 200 ล้านบาทและเหลือในบ้านอีกกว่า 700-1,000 ล้านบาทนั้น ทางปลัดกระทรวงคมนาคมยังไม่ได้ยืนยันมา ทางเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบเรื่องจำนวนเงินอีกครั้งหนึ่ง เพราะถือว่าเป็นคำให้การของผู้ต้องหา อย่างไรก็ตามหลังจากมีกระแสข่าวว่าทางปปช.จะตรวจสอบเรื่องฐานะการเงินของ ปลัดนั้น หากปปช.ประสานมาเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยินดีจะให้ข้อมูล แต่ขณะนี้ทางปปช.ยังเสนอเรื่องมาไม่ถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังของกลุ่มคนร้ายนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนและไล่ล่าคนร้ายที่เหลือก่อน จึงจะทราบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา รัชดาภิเษกและคัดค้านการประกันตัว นายสิงห์ทองหรือเสธ.ไก่เปิดเผยว่า ขอขอบคุณสังคมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ดที่ให้กำลังใจและขอบคุณตนในเรื่องนี้ ตนพึ่งจะรู้จักกับนายโก้ไม่ถึงเดือน โดยรู้จักผ่านคนกลางอีกที ทางผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำถึงจำนวนเงินที่เหลือในห้องว่ามีถึง1พันล้านบาทหรือ ไม่ นายไก่กลับไม่ยอมพูด ด้านนายเสาร์แก้วกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า เคยทำงานรับจ้างทั่วไปและมีคนติดต่อมาให้รับงานนี้



เดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2554 เวลา 16:36 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=176830&categoryID=419
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2011, 12:13:33 PM »

 

'เจ๊ติ๋ม'พา'ไอ้เอก'ชิงมอบตัวปฏิเสธปล้นปลัด

ชุดสืบสอบเครียดกว่า6ชม.อ้างผู้ต้องหาแค่ถามข้อมูลล่ายึดเงินคืนได้16ล้านแล้ว

“ไอ้เอก” ที่แท้ลูกชาย “เจ๊ติ๋ม” สาวใหญ่อดีต เลขาฯ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ดอดเข้ามอบตัวตำรวจแล้ว ผบ.ตร.ไปสอบปากคำร่วมกับชุดสืบสวนใช้เวลานานกว่า6 ชั่วโมง เจ้าตัวเครียดหนักถึงเกือบช็อกต้องตามหมอมาให้น้ำเกลือ สุดท้ายปากแข็งปฏิเสธมีเอี่ยวปล้นบ้านปลัดเจ้านายเก่าแม่ อ้าง “บุญสืบ โจนกัน” ผู้ต้องหาที่จับได้แล้วมาถามข้อมูลฐานะทางบ้านของเหยื่อเท่านั้น ทว่า แนวทางการสืบสวนเชื่ออยู่เบื้องหลังจริง  มีปมแค้นแทนแม่หลังโดนบีบพ้นตำแหน่ง  ขณะที่ทีมนครบาลตามยึดเงินของกลางคืนแล้ว 16 ล้านบาท เพื่อนร่วมก๊วนอีกคนยัน “ไอ้โก้” บอกเอง  ก่อนลงมือในบ้านผู้เสียหายมีเงิน 165 ล้านบาท

คดีคนร้ายปล้นอุกอาจบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ย่านวังทองหลาง ที่กลายเป็นประเด็นร้อนบานปลาย หลังตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้บางส่วนแล้วเปิดปากสารภาพ อ้างกวาดเงินสดไป 200 ล้านบาท แถมยังมีเงินเหลือทิ้งที่บ้านผู้เสียหายอีกราว 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้ปลัดกระทรวงดังถูกเด้งฟ้าผ่าไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี มี ป.ป.ช.ชงเรื่องสอบสวนข้อเท็จจริงหาที่มาที่ไปของเงินหลายล้านบาทของบิ๊กข้า ราชการรายนี้ ส่วนชุดสืบสวนยังคงไล่ล่านายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวโจกคนสำคัญที่รับงานมาจากผู้บงการอีกชั้น มีนายเอก ลูกชายอดีตเลขาฯหน้าห้องคนใหญ่กระทรวงคมนาคม ตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันอีกคน

ที่ บก.สส.บช.น. เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 พ.ย. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐีร์ ผบก.น.4 ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการติดตามจับกุมคนร้ายแก๊งปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม มีการนำผู้ต้องหากลุ่มล่าสุดที่รวบตัวได้มาแถลงในครั้งนี้ด้วย คือ นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 5 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายวนัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/107 ซอยช่างอากาศอุทิศ 8 แยก 1 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กทม. และนายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 79/148 หมู่ 6 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กทม.

พล.ต.อ.ภาณุ พงศ์เปิดเผยว่า ก่อนหน้าตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจ–ชมชื่น พร้อมของกลางเงินสด 500,000 บาท ทองคำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น รวมมูลค่าทั้งสิ้น 760,000 บาท และนายเสาร์แก้ว หรือแก้ว นามวงศ์ พร้อมเงินสด 2,322,000 บาท ก่อนขยายผลตามตัวที่เหลืออีก 4 คน คือ นายสมบูรณ์ นายวนัญกฤต นายบุญสืบ และนายวุฒิชัย รวมทั้งหมดขณะนี้จับกุมได้แล้ว 6 ราย อีกทั้งยังได้รับการติดต่อจากนายเลอศักดิ์ วิริยะกระษาปณ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ว่า จะนำเงินที่นายวีระศักดิ์ หรือโก้ มาฝากไว้ 1,500,000 บาท หลังทราบเป็นเงินที่ปล้นมาส่งคืนให้ตำรวจอีกด้วย รวมยอดเงินที่ยึดคืนมาได้มีประมาณ 16,523,000 บาท

เบื้องต้นทั้งหมด สารภาพว่า มีส่วนร่วมในการก่อเหตุจริง และยังมีเพื่อนร่วมแก๊งอีก 5 รายหลบหนี ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว คือนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊ง อยู่บ้านเลขที่ 260 หมู่ 2 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายพงษ์ศักดิ์ นามวงศ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 238 หมู่ 7 ต.แม่ข้าวต้ม อ.เมืองเชียงราย นายคำนวณ เมฆน้อย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 449 หมู่ 9 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายประพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 8 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ส่วนนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/10 หมู่ 1 ต.บางศรีเมือง อ.เมืองนนทบุรี ตัวการสำคัญในคดีอุกอาจที่เกิดขึ้น และเป็นคนแรกที่ให้ข้อมูลวางแผนลงมือนั้น พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเป็นคนล่าสุด

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ปปง. ส่งทีมเข้ามาร่วมกับตำรวจเพื่อช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นไปตาม ที่ผู้ต้องหาให้การไว้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตำรวจรู้ตัวละครทั้งหมดแล้วว่ามีใครบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอะไรได้มาก เพราะอยู่ในรูปคดีที่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันต่อไปอีก สำหรับกระแสข่าวที่ระบุมีบิ๊กข้าราชการร่วมขบวนการด้วยนั้น พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบ แต่คิดว่าน่าจะมาจากนายสิงห์ทอง หรือไก่ มากกว่า เพราะในแก๊งจะเรียกกันว่า “เสธ.ไก่” จนติดปาก จริงๆแล้วไม่ได้รับราชการ ทำให้คิดว่าเป็นบิ๊กข้าราชการจริง ตอนนี้ให้ข้อมูลและรายละเอียดทางคดีทุกอย่างกับ ป.ป.ช. และ ปปง. หมดแล้ว ส่วนยอดเงินที่ผู้ต้องหาอ้างว่าได้ไปกว่า 200 ล้านบาทในครั้งแรกนั้น ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไปว่าจริงหรือไม่ตรงนี้ต้องใช้เวลา

ขณะที่นาย สมบูรณ์ ริยะเทน ให้การเพิ่มเติมว่า ทำนาอยู่เชียงราย แล้วนายสิงห์ทองมาติดต่อชวนทำงานให้นายใหญ่ที่ กทม. โดยไม่รู้ว่าจะเข้าไปปล้นเงินบ้านปลัดกระทรวงจึงรับปาก พอมาถึงจึงรู้ว่าจะเข้าไปปล้นเงินตอนเข้าไปในบ้าน มีทั้งหมด 5 คน นายวีระศักดิ์บอกมีเงินอยู่ในบ้าน 165 ล้านบาท เมื่อเข้าไปถึงในห้องซึ่งเหมือนห้องนั่งเล่น มีกล่องกระดาษ 3 กล่อง วางอยู่ในตู้เสื้อผ้า พอเปิดออกก็เห็นมีเงินสดจำนวนมาก ตนหยิบมา 1 กล่อง และมีกระเป๋าอยู่บนรถเข็นอีก 2 ใบ คาดว่าน่าจะมีเงินอยู่ในนั้น รวมทั้งกล่องกระดาษที่เหลืออีก 2 ใบด้วย พวกที่เข้าไปก็ต่างคนต่างหยิบอะไรได้ก็หยิบกันไป ตนหยิบแค่กล่องเดียว มีเงินทั้งหมด 3 ล้านบาทแล้วนำมาแบ่งกัน ตนได้ไป 1.9 ล้านบาท พอแบ่งเสร็จนายวีระศักดิ์ก็มาขอเงินไปอีก 50,000 บาท

จากนั้น พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง ได้คุมนายสมบูรณ์ ริยะเทน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในบ้านเกิดเหตุของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แยก 2แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เริ่มขั้นตอนชี้จุดจอดรถกระบะหน้าบ้านภายในรั้ว จุดจับคนใช้มัดที่ชั้น 1 จุดเข้าไปเอากระเป๋าที่ห้องนอนบนชั้น 2 และจุดสุดท้ายที่ป้ายบ้านทรัพย์ล้อม ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ระหว่างทำแผน นายสมบูรณ์ย้ำว่าทำหน้าที่ยกกระเป๋าเงินใส่ในรถกระบะแค่ 2 เที่ยวเท่านั้น และไม่คิดจะทำเรื่องร้ายแบบนี้อีกแล้ว

ต่อมาเวลา 13.00 น. นางชุติมา หรือติ๋มจันทร์ผ่อง อายุ 56 ปี พานายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี ลูกชายเดินทางเข้ามอบตัวต่อ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ที่ กก.สส.บช.น. มีพล.ต.ต.วินัย ทองสอง รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. ร่วมกันสอบปากคำ โดยตำรวจแยกนายชยธัชกับนางชุติมา มารดาที่เคยทำงานร่วมกับปลัดผู้เสียหายไปสอบปากคำคนละห้อง ก่อนที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะเดินทางตามมาสมทบ และให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆว่า ขอเวลาสอบปากคำนายชยธัชให้ละเอียดกว่านี้ก่อนเพื่อข้อมูลที่ชัดเจน เบื้องต้นนายชยธัชคือคนให้ข้อมูลแก๊งคนร้ายเข้าปล้นบ้านปลัดจริง ส่วนนางชุติมามารดาของนายชยธัช เคยเป็นเลขานุการหน้าห้องนายสุพจน์มาก่อน แต่เพิ่งเออร์ลี่รีไทร์เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว

มีรายงานว่า ตำรวจเค้นปากคำนายชยธัชหรือเอก อย่างเคร่งเครียดนานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อคลายปมเบื้องหน้าเบื้องหลังคดีปล้นอุกอาจบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม นายชยธัชมีท่าทีเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีอาการกระวนกระวายเหมือนจะช็อก จนตำรวจต้องเรียกรถโรงพยาบาลมาปฐมพยาบาลให้น้ำเกลือคลายกังวล สุดท้ายนายชยธัชกลับให้การวกไปวนมาปฏิเสธเกี่ยวข้องด้วย อ้างนายบุญสืบ โจนกัน ผู้ต้องหาที่จับได้มาสอบถามฐานะของนายสุพจน์ว่าเป็นอย่างไร ร่ำรวยแค่ไหน นายชยธัชแค่บอกว่า ฐานะดี ร่ำรวย หากทว่าแนวทางการสืบสวนของตำรวจมีหลักฐานโยงใยน่าเชื่อว่า ลูกชายอดีตเลขานุการปลัดคนนี้อยู่เบื้องหลังร่วมรู้เห็นด้วยตามคำซัดทอดของ นายบุญสืบ ที่ระบุนายชยธัชเป็นคนให้ข้อมูลชี้เป้าบ้านปลัดสุพจน์ นายบุญสืบเลยติดต่อนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี ที่ทำธุรกิจชิปปิ้งอยู่ด้วยกันไปหาทีมงานมาลงมือปล้น แต่นายบุญสืบก็ยังปิดบังตำรวจในเรื่องของจำนวนเงินที่กวาดไปในครั้งนี้ และพยายามโยนให้นายวีระศักดิ์เป็นคนถือเงินทั้งหมด ส่วนนางชุติมา หรือติ๋ม จันทร์ผ่อง แม่ของนายชยธัช ซึ่งเคยเป็นเลขานุการนายสุพจน์นั้น ยังไม่มีพยานหลักฐานโยงใยว่าเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย

สำหรับชนวน การปล้นอุกอาจครั้งนี้ ชุดสืบสวนสงสัยว่าไม่น่ามีเบื้องหลังแอบแฝงมาจากความขัดแย้งภายในกระทรวง คมนาคมที่นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวง ไปมีปัญหากับกลุ่มนักการเมืองขั้วอำนาจเก่า แต่น่าจะเกิดจากความไม่พอใจส่วนตัวของนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย หลังนางชุติมา จันทร์ผ่อง มีปัญหากับคนใกล้ชิดนายสุพจน์ถึงขั้นถูกบีบพ้นตำแหน่งเลขานุการจนต้องตัดสิน ใจเออร์ลี่รีไทร์ อย่างไรก็ตาม นายชยธัชยังปากแข็งไม่ยอมรับแม้จะถูกจี้ถามอย่างหนัก พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ไว้ก่อน


ไทยรัฐออนไลน์
21 พฤศจิกายน 2554, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/218001

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:41:54 AM »

ผบช.น.เชื่อเงินปลัด เกิน100ล. รวบแล้ว7ยังหนีไป4





ติดต่อลาวตามจับไอ้โก้ ป.ป.ช.พบตร.ขอข้อมูล นำเรื่องเข้าประชุมวันนี้

ตำรวจนำ 4 ผู้ต้องหาแก๊งปล้นเงิน 200 ล้าน บ้านปลัดกระทรวงคมนาคมฝากขัง พร้อมคัดค้านการประกัน แยกคุมตัว “ไอ้เอก” ลูกชายอดีตเลขาฯส่วนตัวปลัด หวั่นหารือทำลายหลักฐานคดี เพื่อนร่วมขบวนการเบี้ยวนัดตำรวจ หลังบอกจะหอบเงิน 9 ล้าน เข้ามอบตัว เปิดปมโยงความสัมพันธ์ ครอบครัว “เจ๊ติ๋ม” กับหลังบ้านปลัด ก่อนถูกเด้งจนบานปลายกลายเป็นคดีปล้นปริศนา


ความคืบหน้าการคลี่คลายคดีปล้นเงินบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งตำรวจตามจับคนร้ายได้แล้วบางส่วน ยึดเงินสดของกลางได้กว่า 10 ล้านบาท โดยกลุ่มคนร้ายระบุว่า ยังมีเงินซุกซ่อนอยู่ในบ้านอีกนับพันล้านบาท จนกลายเป็นประเด็นร้อน ให้ ป.ป.ช. ลงไปสอบสวนหาข้อเท็จจริงถึงที่มาของเงินจำนวนมหาศาลนี้ ในขณะที่ตำรวจยังคงไล่ล่าตัวนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวโจกคนสำคัญที่รับงาน โดยเชื่อว่าหอบเงินเผ่นหนีเข้าประเทศลาวไปแล้ว ล่าสุด นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี ลูกชายนางชุติมาหรือติ๋ม จันทร์ผ่อง อายุ 56 ปี อดีตเลขานุการหน้าห้องนายสุพจน์ ซึ่งเออร์ลี่รีไทร์เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ได้เข้ามอบตัว ภายหลังถูกกลุ่มผู้ต้องหาระบุว่าเป็นคนให้ข้อมูลการเข้าปล้นเงินบ้านปลัด กระทรวงคมนาคม ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ที่ บก.สส.บช.น. เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 พ.ย. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี ให้การยอมรับว่าเป็นคนบอกข้อมูลเกี่ยวกับบ้านของนายสุพจน์จริง แต่ไม่ได้เป็นคนสั่งการให้เข้าไปปล้น เพียงแต่ก่อนหน้านี้ได้ยินแม่ของตนซึ่งเป็นอดีตเลขาฯหน้าห้องนายสุพจน์พูด ถึงบ้านของนายสุพจน์ให้ฟังว่ามีเงินอยู่จำนวนมาก พอแม่ของตนถูกบีบให้พ้นจากตำแหน่งจนต้องเออร์ลี่รีไทร์ออกจากงาน ทำให้รู้สึกอัดอั้นกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก จึงไปเล่าให้นายบุญสืบฟังว่าที่บ้านนายสุพจน์มีเงินมาก ทางนายบุญสืบและพรรคพวกจึงวางแผนเข้าปล้นเงินที่บ้านของนายสุพจน์เอง โดยที่ตนไม่ได้มีส่วนรู้เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม คำให้การของนายเอก เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ส่วนนางชุติมา จันทร์ผ่อง จากการสอบปากคำแล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะมีเจตนาที่จะทำให้เกิดการปล้นบ้านของนายสุพจน์ ขึ้น เพียงแต่พูดให้ลูกชายได้ยินเรื่องของบ้านนายสุพจน์เท่านั้น

ผบก.สส.บช. น.กล่าวต่อไปว่า เมื่อวานนี้ตำรวจได้รับการติดต่อจากนายประพันธ์ เรืองเครือ ผู้ต้องหาที่หลบหนีและตำรวจออกหมายจับไว้แล้วว่าจะขอเข้ามอบตัว พร้อมนำเงินสดที่นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊งปล้นฝากไว้มาคืน แต่ในวันนี้ตำรวจได้ติดต่อกลับไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ ไม่สามารถติดต่อได้ โดยนายประพันธ์เป็นคนรอรับนายโก้ที่บริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก่อนจะพากันไปนับเงินที่บ้านเพื่อนของนายประพันธ์ ที่ จ.ปทุมธานี จากนั้นนายโก้ได้ฝากเงินไว้ 9 ล้านบาท สำหรับนายโก้ จากข้อมูลที่ได้รับเป็นที่ยืนยันแล้วว่าได้หลบหนีข้ามไปประเทศลาวจริง ในช่วงวันที่ 14 หรือ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามประสานงานกับตำรวจประเทศลาวให้ช่วยไล่ล่าตัวอีกทาง หนึ่ง

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เข้าพบ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. เพื่อประสานข้อมูลกับตำรวจในคดี จากนั้น พ.ต.อ.อิทธิพลเปิดเผยว่า เดินทางมาประสานข้อมูลกับตำรวจ หลังจากเมื่อวานนี้มีการแถลงจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงทางคดี รวมทั้งดูจำนวนเงินของกลางที่ตำรวจยึดคืนมาได้ว่าตรงกับที่สื่อมวลชนนำเสนอ หรือไม่ จากนั้นจะนำข้อมูลทั้งหมดไปเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้ หากมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกก็จะประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากตำรวจ อีกครั้ง แต่อาจไม่จำเป็นต้องเดินทางมา ใช้วิธีประสานงานกันทางโทรศัพท์แทนก็ได้

จากนั้นเวลา 14.15 น. พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.วังทองหลาง เดินทางมาที่ บก.สส.บช.น. เพื่อประสานอายัดเงินของกลางในคดีดังกล่าวเป็นเงินสดกว่า 16 ล้านบาท นำไปเก็บรักษาไว้ที่ สน.วังทองหลาง จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

ที่ บช.น. พล.ต.ต.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ตอนนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 7 คน คือ 1.นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชมชื่น 2.นายเสาร์แก้ว หรือแก้ว นามวงศ์ 3.นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน 4.นายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา 5.นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน 6.นายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี และ 7.นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย แบ่งเป็นผู้ที่ลงมือปล้น 3 คน ที่เหลือเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นรับฝากเงินไว้ และมีส่วนในการช่วยคิดวางแผนปล้น สำหรับจำนวนเงินที่โดนปล้นไปนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด เพราะเบื้องต้นผู้เสียหายบอกว่าแค่ 5 ล้านบาท แต่ชุดสืบสวน บช.น.สามารถติดตามยึดเงินมาได้แล้ว 16 ล้านบาท ฉะนั้นเงินที่โดนปล้นไปจริงๆจึงยังไม่ทราบแน่นอน เนื่องจากผู้เสียหายบอกไว้แค่นั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องเรียกปลัดกระทรวงคมนาคมมาสอบปากคำหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.วินัยตอบว่า ตอนนี้ยัง อยู่ระหว่างติดตามคนร้ายที่เหลือ และตามยึดเงินที่ปล้นไปคืนมาให้ได้มากที่สุดก่อน เสร็จแล้วจะเรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมภายหลัง

ผู้สื่อข่าวถามว่า น่าจะมีผู้ร่วมกระทำผิดอีกหรือไม่ พล.ต.ต.วินัยตอบว่า ขณะนี้เหลือผู้ต้องหาอีก 4 คน ซึ่งพนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับไปแล้ว คือ 1.นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี หัวหน้าแก๊ง 2.นายพงษ์ศักดิ์ หรือเจี๊ยบ นามวงศ์ อายุ 35 ปี 3.นายคำนวณ หรือนวน เมฆน้อย อายุ 38 ปี และ 4.นายประพันธ์ หรือพันธ์ เรืองเครือ อายุ 42 ปี เป็นผู้ที่เข้าไปปล้นในบ้าน 3 คน และผู้ที่รับฝากเงินอีก 1 คน สำหรับนายเอกที่เข้ามอบตัว ได้แจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จากการสอบสวนให้การปฏิเสธ แต่มีบางส่วนให้การว่า เป็นคนนำข้อมูลเรื่องเงินมาพูดคุยให้นายบุญสืบฟังจริง แต่ไม่ได้เข้าไปร่วมปล้นด้วย ส่วนแม่ของนายเอกยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเข้ามามีส่วนร่วมหรือเกี่ยว ข้องกับคดี เมื่อถามว่า นอกจากนายเอกแล้วยังมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือเกี่ยวข้องกับเสธ.ทหารคน หนึ่งหรือไม่ พล.ต.ต.วินัยตอบว่า ต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน ว่าจะมีผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้ได้ออกหมายจับไว้หมดแล้ว

เมื่อถามว่า คนร้ายให้การว่าเงินที่ปล้นนำใส่กระเป๋าใบใหญ่บรรจุใส่กระสอบมีจำนวนเท่าใด พล.ต.ต.วินัยตอบว่า จากการสอบสวนได้ความว่า คนร้ายได้กรีดกระเป๋าใบเล็ก แล้วนำเงินมาใส่ในถุงกระสอบ มีน้ำหนักมาก คนเดียวยกไม่ไหว แสดงว่าน้ำหนักคงต้องเกิน 50 กิโลกรัมแน่นอน คนสำคัญที่สุดก็คือนายโก้ ซึ่งเป็นคนนำเงินดังกล่าวไป และตำรวจกำลังติดตามจับกุมอยู่ เชื่อว่าน่าจะหลบหนีไปอยู่ที่ประเทศลาว เพราะนายโก้ มีเพื่อนร่วมหุ้นทำบริษัทชิปปิ้งรับส่งไม้เข้าประเทศลาว มีเครือข่ายอยู่ที่นั่น ต่อข้อถามว่า ทาง ปปง.ได้ประสานกับตำรวจหรือยัง พล.ต.ต.วินัยตอบว่า เลขาฯ ปปง. และ ป.ป.ช. ได้เข้ามาร่วมกับพนักงานสอบสวน ตรวจสอบเรื่องเงินดังกล่าวแล้ว ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่าภายในบ้านน่าจะมีเงินเป็น 1,000 ล้านบาท ตนก็ไม่ได้เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด แต่หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆทั้งหมด เชื่อว่าน่าจะมีเงินเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป

ในส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ เมื่อเวลา 10.30 น. พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้เบิกตัวกลุ่มผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ วิริยะเทน อายุ 40 ปี นายวนัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ 40 ปี นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน อายุ 44 ปี และนายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี รวม 4 คน ไปฝากขังที่ศาลอาญารัชดาฯ ทั้งนี้ ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องของพนักงานสอบสวนขอฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.-2 ธ.ค.นี้แล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้ ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เข้าเรือนจำในเวลาต่อมา โดยยังไม่มีใครไปยื่นขอประกันตัว

พ.ต.อ.ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเรื่องคัดค้านการประตัวของผู้ต้องหา เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และมีเงินของกลางจำนวนมาก หากให้ประกันตัวไป ผู้ต้องหาอาจหลบหนี หรือนำเงินของกลางไปยักย้ายอำพรางไว้ ทำให้คดีเกิดความยุ่งยากมากขึ้น ส่วนนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคนสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปฝากขังที่ สน.หัวหมาก ไม่ได้ขังรวมกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เพื่อกันผู้ต้องหาพูดคุยหารือกันจนทำให้เสียรูปคดี
สำหรับบรรยากาศที่ ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.หัวหมาก ซึ่งนายชยธัช หรือเอก ถูกคุมตัวอยู่ ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถามนายชยธัช ซึ่งเดินกระวนกระวายอยู่ในห้องขัง นายเอกกล่าวว่า ข่าวที่ออกไปดูเกินความจริง พอตนทราบข่าวว่าตกเป็นผู้ต้องหา รู้สึกตกใจมาก รีบเดินทางจากจังหวัดเลยเข้ามามอบตัวกับตำรวจทันที เพราะงงมาก ทำไมเรื่องราวทั้งหมดต้องมาตกที่ตน เพียงแค่รู้จักกับนายบุญสืบเท่านั้น คนอื่นๆตนไม่รู้จักเลย ตนแค่เคยพูดคุยกับนายบุญสืบว่าที่บ้านปลัดกระทรวงคมนาคมมีเงินมาก พูดเล่นกันในวงสนทนาเท่านั้น ไม่คิดว่าจะมีการปล้นกันจริง และยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผนหรือเข้าปล้นครั้งนี้

หลังจากนั้นเวลา 14.30 น. พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง ได้เบิกตัวนายชยธัชออกจากห้องขัง สน.หัวหมาก ไปควบคุมตัวที่ สน.วังทองหลาง เพื่อเตรียมนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในเช้าวันที่ 22 พ.ย.นี้ต่อไป

ขณะ ที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการตรวจสอบทรัพย์สินของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ที่มีข่าวเก็บเงินสดไว้ในบ้านพักจำนวนมากและถูกโจรปล้นไปกว่า 200 ล้านบาทว่า จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ โดยมอบให้เลขาธิการ ป.ป.ช. ไปประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งตำรวจ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับรายละเอียดจำนวนทรัพย์สิน หากมีมูล จะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพราะข้อมูลจากสื่อมวลชนขณะนี้ยังไม่เพียงพอใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบได้ทั้ง หมด เรื่องนี้จึงยังเป็นเพียงข้อสงสัยซึ่งต้องให้นายสุพจน์ชี้แจงด้วยเพื่อให้ เกิดความโปร่งใส รวมถึงจะขอเรียกตัวผู้ต้องหามาให้ถ้อยคำเบาะแสเพิ่มเติมด้วย โดยจะตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับนายสุพจน์

ใน วันเดียวกันนี้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม แทนนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ที่ถูกย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ครอบครัวของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กับครอบครัวของนางชุติมา จันทร์–ผ่อง หรือเจ๊ติ๋ม อดีตเลขาฯส่วนตัวหน้าห้องนายสุพจน์ แม่ของนายชยธัชหรือเอก จันนะชัย นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ถือว่าทั้ง 2 ครอบครัว มีความสัมพันธ์แนบแน่นมายาวนาน นอกจากเจ๊ติ๋มจะเป็นลูกน้องและเป็นเลขานุการส่วนตัว คอยกลั่นกรองงาน ก่อนจะถึงมือนายสุพจน์แล้ว ยังคอยสกรีนแขกที่จะเข้าพบนายสุพจน์อีกด้วย

นอก จากนี้ นางชุติมายังเป็นเพื่อนสนิทกับนางนฤมล ทรัพย์ล้อม หรือเจ๊ตุ๋ย ภรรยานายสุพจน์ มาตั้งแต่ทั้ง 2 คน เป็นข้าราชการที่กรมทางหลวง และเจ๊ตุ๋ย ยังเป็นคนเลือกเจ๊ติ๋มมานั่งหน้าห้องของสามีตัวเองด้วย เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทแล้วยังมีบุคลิกดี หน้าตารับแขก สวยงาม พูดจาอ่อนหวาน แต่งกายและวางตัวน่านับถือ ดูแลแขกที่จะเข้าพบได้เป็นอย่างดี และไม่ว่านายสุพจน์ จะไปดำรงตำแหน่งที่ใด นางชุติมาก็จะติดตามไปเป็นเลขานุการส่วนตัวตลอดทุกครั้ง

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นอกเหนือจากงานในหน้าที่ราชการแล้ว นางชุติมาและลูกชายยังสามารถเข้านอกออกใน “บ้านทรัพย์ล้อม” ได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยเฉพาะการนำเอกสารสำคัญๆต่างๆไปส่ง ช่วยทำธุระส่วนตัว แม้กระทั่งเจรจาธุระสำคัญๆแทนนายสุพจน์ เป็นต้น ในขณะที่นายเอก ลูกชายของนางชุติมา ก็เป็นที่รักใคร่ของครอบครัวทรัพย์ล้อม โดยนายเอกเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ชื่อ “เตี๋ยวเทพ” ข้างๆธนาคาร ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ นางเลิ้ง นายสุพจน์และข้าราชการกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง หรือแม้แต่บรรดานักธุรกิจ-ผู้รับเหมา ต่างก็ไปช่วยอุดหนุนอยู่เป็นประจำ เมื่อมีงานของกระทรวงคมนาคม ร้านเตี๋ยวเทพก็มักจะได้สิทธิไปออกบูธขายก๋วยเตี๋ยวในงานของกระทรวงคมนาคม อยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม สัมพันธภาพที่แนบแน่นของสองแม่ลูก กับสองสามีภรรยา “บิ๊กคมนาคม” ได้เกิดปัญหาขัดแย้งขึ้น ระหว่างนางชุติมากับนางนฤมล ภรรยาของนายสุพจน์ เมื่อประมาณต้นปี 54 ช่วงที่กรมทางหลวง มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการแขวงการทางทั่วประเทศขึ้น มีกระแสข่าวว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งระดับ สำคัญๆหลายๆคน และมีการแอบอ้างชื่อของนางนฤมล จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้น เมื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งบางคนบอกเรื่องดังกล่าวให้นางนฤมลทราบ

ต่อ มานายสุพจน์มีคำสั่งย้ายนางชุติมาไปดำรงตำแหน่ง นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ระดับ 7 ที่สำนักงานเครื่องกลและสื่อสาร ถนนแจ้งวัฒนะ ทำให้เป็นที่กล่าวขานกันอย่างสนุกปาก ถึงเบื้องหลังของการเตะโด่งเลขานุการหน้าห้องที่อยู่กันมานาน ทำให้นางชุติมาไม่สามารถทำงานอยู่ต่อไปได้ ต้องตัดสินใจเออร์ลี่รีไทร์ในที่สุด



ไทยรัฐออนไลน์
22 พฤศจิกายน 2554, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/21828
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:48:51 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:46:19 AM »

  
ศาลอนุญาตฝากขัง4โจรปล้นบ้านปลัดคมนาคม

 วันที่ 21 พ.ย. ที่ศาลอาญา ร.ต.ท.ดุสิต ลาวัลย์ พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง นำตัวนายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ม.5 ต.ท่าข้าวเปลือก อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/ 107 ถ.ช่างอากาศอุทิศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ นายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74/148 ม. 6 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ นายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม สี่ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์บ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก


 คำร้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลากลางคืนมีคนร้าย 6 คน สวมใส่หมวกปกปิดคลุมใบหน้า และร่วมกันใช้รถยนต์เป็นพาหนะบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 77 ซอยลาดพร้าว 64 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นบ้านของนาย สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้เสียหาย และจับคนรับใช้มัด พร้อมทั้งบังคับพาขึ้นไปที่ห้องนอนของผู้เสียหาย แล้วลักเอาเงินของผู้เสียหายที่เก็บไว้ไปจำนวน 5 ล้านบาท ขณะเกิดเหตุคนร้ายใช้ชะแลงและมีดเป็นอาวุธ เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วจึงพากันหลบหนี ต่อมาเข้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้พร้อมของกลาง ประกอบด้วย เงินสด จำนวน 3,399,000 บาท และกล่องกระดาษ จำนวน 2 กล่อง ภายในมีเงินสดจำนวน 8 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ในซองใส่กระดาษจำนวน 4 ซอง รวมเป็นเงินทั้งหมด 11,399,000 บาท , กระเป๋าสะพายสีเขียว 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง , สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 2 เล่ม จึงนำส่งให้พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลางดำเนินคดี


 สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพในความผิดฐาน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว ,ใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับ กุม, กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและให้ผู้นั้นกระทำการ ใดให้แก่ผู้กระทำ, พกพาอาวุธติดตัวไปในที่สาธารณะ หมู่บ้านโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควรแต่ให้การปฏิเสธข้อหารับของโจร


 บัดนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบกำหนดแล้วแต่การสอบสวนยังไม่ แล้วเสร็จ ต้องสอบปากคำพยานอีก 8 ปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง และอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.- 2 ธ.ค. นี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้



ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 15:25 น.  


ที่มา: http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNeU1UZzJOREF3TkE9PQ==&catid=01



................................

 

เจอทีเด็ดเงินปลัด มี"สายรัด" สอบย้อนที่มาได้

พบมีอยู่หลายปึก เบิกเมื่อ22/11/52 จาก"ธ.ทหารไทย" ไอ้เอก-ลูกเลขาฯ รับชี้ช่องให้โจร ติดต่อมอบตัวอีก



ขังต่อ - ตำรวจคุมตัวนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย ลูกชายอดีตเลขาฯนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดคมนาคม ไปคุมขังที่สน.หัวหมาก หลังมอบตัวในคดีปล้นเงิน 200 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 พ.ย.
เร่ง ควานหาที่มาเงิน 16 ล้านเศษที่ยึดจากคนร้ายแก๊งปล้นบ้านปลัดคมนาคม พบมีหลายมัดใช้สายรัดของธ.ทหารไทย ลงวันที่ 22 พ.ย. 2552 ตรวจสอบว่าใครเป็นคนเบิก และเบิกจากบัญชีของใคร ผบช.น.ไม่เชื่อบ้านปลัดมีเงินเป็นพันล้าน แต่จากข้อมูลเชื่อว่ามีหลักร้อยล้านแน่ สั่งหาข้อเท็จจริงถึงจำนวนเงินว่ามีเท่าไหร่แน่ เพราะเจ้าทุกข์อ้างหายแค่ 5 ล้าน แต่ตอนนี้ตร.ตามยึดคืนได้ถึง 16 ล้านแล้ว เผยผู้ต้องหาอีกคนติดต่อขอมอบตัว ระบุจะนำเงินอีก 9 ล้านบาทที่ไอ้โก้หน.แก๊งปล้นฝากไว้มาคืนด้วย ป.ป.ช.ประชุมวันนี้เรื่องตรวจสอบทรัพย์สินปลัด โดยจะเชิญเจ้าตัวมาให้ข้อมูลด้วย ส่วนไอ้เอกลูกอดีตเลขาฯปลัด ที่เข้ามอบตัวยืนยันไม่เกี่ยวข้อง แต่รับว่านำข้อมูลเรื่องเงินในบ้านปลัดไปบอกกับแก๊งปล้นจริง

จาก เหตุการณ์ปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเจ้าทุกข์ระบุว่าเงินที่หายไปเป็นเงินสด 5 ล้านบาท และเงินซองช่วยงานแต่งลูกสาวอีกจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามตำรวจติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ได้จำนวนมาก สอบพบว่าคดีนี้มีนายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี อายุ 36 ปี เป็นหัวหน้าทีมพาลูกน้องรวม 6 คนเข้าไปก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมทีมปล้นได้ 3 คน ประกอบด้วย นายสิงห์ทอง หรือไก่ ใจชื่นชม นายเสาร์แก้ว หรือแก้ว นามวงค์ และนายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน ยึดเงินสดของกลางได้หลายล้านบาท โดยทีมปล้นอ้างว่าได้เงินจากบ้านนายสุพจน์ราว 200 ล้านบาท และมีเงินอีกจำนวนมากที่ขนออกมาไม่ได้

รวมทั้งมีบุคคลที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน กับพวกที่รู้เห็นหรือรับฝากเงินคนร้าย เข้ามอบตัวพร้อมนำเงินสดมาคืนให้รวมเป็นเงินประมาณ 16 ล้านบาท ล่าสุดนายชยธัช หรือเอก จันนะชัย อายุ 33 ปี พร้อมด้วยนางชุติมา จันทร์ผ่อง มารดา ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการส่วนตัวของนายสุพจน์ เข้ามอบตัวปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการปล้น ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความ คืบหน้าเมื่อวันที่ 21 พ.ย. พล.ต.ท. วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 8 คน แบ่งเป็นผู้ที่ลงมือปล้น 3 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่มีส่วนรู้เห็นรับฝากเงินไว้ และเข้ามามีส่วนในการช่วยกันคิดวางแผนปล้น ส่วนจำนวนเงินที่โดนปล้นขณะนี้ยังไม่ทราบแน่นอนเพราะผู้เสียหายบอกว่า 5 ล้านบาท แต่ชุดสืบสวนบช.น.ยึดเงินมาได้แล้วประมาณ 16 ล้านบาท ฉะนั้นเงินที่โดนปล้นไปจริงๆ จึงยังไม่ทราบเพราะว่าผู้เสียหายบอกไว้แค่นั้น

ผู้ สื่อข่าวถามว่าต้องเรียกนายสุพจน์ มาสอบปากคำหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท. วินัย กล่าวว่า ยังก่อนเพราะขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามคนร้ายที่เหลือ และเงินที่ได้จากการปล้นไป ตอนนี้เหลือผู้ต้องหาอีก 4 คน คือคนที่เข้าไปปล้น 3 คนคือนายวีระศักดิ์ หรือโก้, นายพงษ์ศักดิ์ หรือเจี๊ยบ นามวงค์ และนายคำนวน หรือนวน เมฆน้อย อีกคนเป็นผู้รับฝากเงินจากนายโก้คือนายประพันธ์ เรืองเครือ ส่วนนายเอก เข้ามอบตัวให้การปฏิเสธ แต่รับว่านำเรื่องเงินในบ้านนายสุพจน์ มาพูดคุยให้นายบุญสืบ ฟัง จนนำไปสู่การปล้น ส่วนแม่ของนายเอก ยังไม่มีพยานและหลักฐานยืนยันว่าเข้ามามีส่วนร่วม

ถามว่าคนร้ายให้ การว่าเงินที่ปล้นนำใส่กระเป๋าใบใหญ่บรรจุใส่กระสอบมีจำนวนเท่าใด พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า จากการสอบสวนได้ความว่า คนร้ายได้กรีดกระเป๋าเล็กแล้วนำเงินใส่ถุงกระสอบมีน้ำหนักมากคนเดียวยกไม่ ไหว แสดงว่ามีน้ำหนักมากคาดว่าต้องหนักเกิน 50 กิโลกรัม แต่ไม่ได้เชื่อคำให้การของคนร้ายที่ว่ามีเงินเป็นพันล้านอยู่ในบ้าน แต่หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว เชื่อว่าในบ้านมีเงินเป็นจำนวนมากเกินกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป

ที่ บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อิทธิพล กิจสุวรรณ ผอ.ศูนย์เทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. เพื่อประสานข้อมูลกับตำรวจ มีพล.ต.ต.อิทธิพล ภิริยะภิญโญ พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. เข้าร่วมหารือ โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

พ.ต.อ. อิทธิพล กล่าวว่า วันนี้มาประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงทางคดี รวมทั้งดูจำนวนเงินของกลางที่ยึดคืนมาได้ว่าตรงหรือไม่ จากนั้นก็จะนำข้อมูลทั้งหมดไปเสนอผู้บังคับบัญชาต่อไป ทั้งนี้หากมีการจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกก็จะมีการประสานขอข้อมูลเพิ่ม เติมจากตำรวจอีกครั้ง

พล.ต.ต.รณศิลป์ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหาคนล่าสุดที่เข้ามอบตัวคือนายชยธัช หรือเอก ยอมรับว่าเป็นคนบอกข้อมูลเกี่ยวกับบ้านของนายสุพจน์จริง แต่ไม่ได้เป็นคนสั่งการให้เข้าไปปล้น เพียงแต่ก่อนหน้านี้ได้ยินแม่ซึ่งเป็นอดีตเลขาหน้าห้องของนายสุพจน์ พูดถึงบ้านของนายสุพจน์ให้ได้ยิน เลยทำให้รู้ว่านายสุพจน์ มีเงินจำนวนมาก พอแม่ถูกบีบให้พ้นจากตำแหน่งจนต้องเออร์ลี่รีไทร์ออกจากงาน เลยรู้สึกอัดอั้นกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงไปพูดกับนายบุญสืบ เกี่ยวกับบ้านของนายสุพจน์ว่ามีเงินจำนวนมาก จนทำให้นายบุญสืบ และพรรคพวกวางแผนปล้น โดยนายเอก ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

"ล่า สุดเจ้าหน้าที่ได้รับการติดต่อจากนายประพันธ์ ผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ว่าจะขอเข้ามอบตัวด้วย โดยนายประพันธ์ ระบุว่าได้เงินไปจำนวน 9 ล้านบาท แต่ยังไม่ระบุแน่ชัดว่าจะเข้ามอบตัววันไหน ต้องรอให้นายประพันธ์ติดต่อกลับมาอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ขณะนี้ได้ส่งชุดติดตามไล่ล่าแล้ว โดยเฉพาะนายวีระศักดิ์ หรือโก้ หัวหน้าแก๊ง ที่หลบหนีไปประเทศลาว ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับนั้นมีการยืนยันแล้วว่านายวีระศักดิ์ได้หลบหนีข้ามไป ที่ประเทศลาวจริงในวันที่ 14 หรือ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา"

ต่อมาพ.ต.อ. ธวัช วงศ์สง่า ผกก.สน.วัง ทองหลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.วัง ทองหลาง เดินทางมาที่ บก.สส.บช.น. เพื่อประสานขออายัดเงินของกลางในคดีดังกล่าวเป็นเงินสดกว่า 16 ล้านบาท นำไปเก็บรักษาไว้ที่ สน.วังทองหลาง จนกว่าคดีจะถึงที่สิ้นสุด

รายงาน ข่าวแจ้งว่านอกจากการติดตามจับกุมคนร้ายและหาเงินของกลางที่คนร้ายได้ไปแล้ว ตำรวจประสานกับธนาคารเพื่อตรวจสอบข้อมูลของเงินจำนวนดังกล่าว เพราะพบว่าเงินของกลางที่ยึดคืนจากคนร้ายกว่า 16 ล้านบาทนั้น มีเงินหลายมัดที่มีสายมัดประทับตราธนาคารทหารไทย ลงวันที่ 22 พ.ย. 2552 เพื่อหาที่มาของเงินดังกล่าวว่าเบิกไปเมื่อใด และใครเป็นผู้เบิกเงินด้วย

นาย วิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการตรวจสอบทรัพย์สินของนายสุพจน์ ว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ โดยมอบให้เลขาธิการป.ป.ช. ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งตำรวจ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับรายละเอียดของจำนวนทรัพย์สิน และหากมีมูลจะตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เรื่องนี้ยังเป็นเพียงข้อสงสัยซึ่งต้องให้นายสุพจน์ มาชี้แจงด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.ท.ดุสิต ลาวัลย์ พนักงานสอบสวนสน.วังทองหลาง นำตัวนายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน อายุ 40 ปี, นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน อายุ 43 ปี, นายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี อายุ 33 ปี และนายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันปล้นทรัพย์บ้านนายสุพจน์ มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย.-2 ธ.ค. นี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

วันเดียวกัน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เข้าดำรงตำแหน่ง รักษาการปลัดกระทรวงคมนาคม แทนนายสุพจน์ ที่ถูกย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl5TVRFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1TMHhNUzB5TWc9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 22, 2011, 11:55:35 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.184 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check