ดักยิงเสี่ยกาแฟ“ลาวิต้า”ดับคาสวนสาธารณะ (updated!รวบแล้วมือปืนยิงเสี่ยกาแฟ) -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มีนาคม 27, 2017, 03:30:39 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ดักยิงเสี่ยกาแฟ“ลาวิต้า”ดับคาสวนสาธารณะ (updated!รวบแล้วมือปืนยิงเสี่ยกาแฟ)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ดักยิงเสี่ยกาแฟ“ลาวิต้า”ดับคาสวนสาธารณะ (updated!รวบแล้วมือปืนยิงเสี่ยกาแฟ)  (อ่าน 19777 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2011, 11:52:45 AM »

ดักยิงเสี่ยกาแฟ“ลาวิต้า”ดับคาสวนสาธารณะ




มือปืนเหี้ยม บรรจงยิงขา-สะโพกเหยื่อจนฟุบ ก่อนจ่อยิงท้ายทอยดับ คาดปมขัดแย้งธุรกิจกาแฟสั่งตาย ตร.เร่งแกะรอยลากคอคนร้าย

วันนี้ (22 ก.พ.) พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ พงส.(สบ 2) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิต ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวน ถนนพระราม3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เจ้าหน้าที่ พฐ. และมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณปากทางเข้าสวนสาธารณะพบศพ นายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 889/208 หมู่บ้านกลางกรุงแกรนด์เวียนนา ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดเสียชีวิต ในชุดออกกำลังกาย ตรวจสอบมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เข้าท้ายทอย 1 นัด สะโพก 1 นัด และต้นขาขวาอีก 1 นัด ใกล้กันพบหัวกระสุนขนาดเดียวกันตกอยู่ 1 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา น.ส.อมรรัตน์ เหลืองตระกูล บุตรสาวผู้ตาย ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมให้การด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ว่า ผู้ตายประกอบธุรกิจขายปลีกกาแฟปรุงสำเร็จ ยี่ห้อลาวิต้า และมีไร่กาแฟเป็นของตัวเอง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถโตโยต้า แคมรี่ สีดำ ทะเบียน ชย 8151 กรุงเทพมหานคร มาออกกำลังกายเหมือนเช่นทุกวัน และจะกลับบ้านในช่วงสาย ส่วนเรื่องคดีตนขอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน เบื้องต้น ตนพอรู้ว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นใคร

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายลงมาจากรถที่บริเวณลานจอด จากนั้น เดินเข้ามาภายในสวนสาธารณะ ระหว่างนั้นเห็นคนร้าย 2 คน ใช้รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาดักรอ เมื่อผู้ตายเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ 1 ในคนร้าย ซึ่งสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ได้ชักอาวุธปืนออกมายิงใส่ผู้ตายที่ต้นขา และสะโพก จนล้มลง ก่อนจ่อยิงซ้ำที่ท้ายทอย แล้ววิ่งไปซ้อนรถ จยย.หลบหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี จึงมาดักรอสังหาร ส่วนสาเหตุทางครอบครัวของผู้ตายมีเบาะแสอยู่แล้ว เนื่องจากผู้ตายมีปัญหากับหุ้นส่วน จากนั้น ได้แยกตัวออกมาประกอบธุรกิจของตัวเอง และเคยบ่นกับภรรยาว่าถูกตามประกบตัว เกรงว่าจะถูกลอบทำร้าย ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องสอบปากคำครอบครัวของผู้ตาย และพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 11:13 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=419&contentID=122745
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 09, 2011, 02:08:22 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 09:53:33 AM »

ประกบจ่อยิง ฆ่าเสี่ยกาแฟ




ขณะวิ่งออกกำลังปมขัดแย้งธุรกิจ!

มือปืนพระกาฬประกบยิง เสี่ยนักธุรกิจกาแฟ "ลาวิต้า" ขณะเหยื่อไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้ามืดตายคาสวนสาธารณะใต้สะพานแขวน พฤติการณ์สุดอำมหิต ลั่นกระสุนใส่จนเหยื่อล้มแล้วเดินตามไปจ่อระเบิดท้ายทอยซ้ำอย่างเลือดเย็น เพื่อให้แน่ใจ ลูกสาวบอกรู้เป็นฝีมือใคร อิทธิพลใหญ่จริง ตำรวจตั้งปมขัดแย้งธุรกิจ หลังแตกหักกับหุ้นส่วน เปรยเมียมีคนตามประกบ หวั่นโดนลอบทำร้าย

เสี่ยนักธุรกิจกาแฟถูกมือปืนดักยิงตายคาที่ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 22 ก.พ. พ.ต.ท.กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณหน้าทางเข้าสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ใต้สะพานพระราม 9 ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้วไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ. เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบศพนายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 889/208 หมู่บ้านกลางกรุงแกรนด์-เวียนนา ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. นอนหงายจมกองเลือด ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ รองเท้าผ้าใบ มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน .38 มม. เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด สะโพก 1 นัด และต้นขาขวาอีก 1 นัด ใกล้กันพบหัวกระสุน .38 ตกอยู่ 1 หัว เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนพยานในที่เกิดเหตุได้ ความว่า ผู้ตายขับรถมาจอดที่ลานจอดรถใกล้ทางเข้าสวนสาธารณะแล้วเดินมาทางด้านหน้าทาง เข้า มีคนร้าย 2 คน สวมแจ็กเกตสีดำ และหมวกกันน็อกเต็มใบทั้งคู่ จอดรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีฟ้า ไม่ทราบทะเบียน รออยู่ริมถนนแล้ว พอเห็นผู้ตายเดินทางมาถึง คนร้ายก็ชักปืนออกมายิงใส่ผู้ตาย 2 นัดจนล้ม ก่อนเดินตรงเข้าไปจ่อยิงซ้ำที่ท้ายทอยอย่างเลือดเย็นจนมั่นใจว่าเหยื่อเสีย ชีวิต จากนั้นพากันควบรถ จยย.หลบหนีมุ่งหน้าไปทางสะพานกรุงเทพอย่างรวดเร็ว

ต่อ มา น.ส.อมรรัตน์ เหลืองตระกูล ลูกสาวผู้ตายทราบข่าวรีบเดินทางไปดูศพด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเปิดเผยว่า บิดาประกอบธุรกิจขายปลีกกาแฟปรุงสำเร็จ ยี่ห้อลาวิต้า และมีไร่กาแฟเป็นของตัวเอง ก่อนเกิดเหตุบิดาขับรถเก๋งโตโยต้าคัมรี่ สีดำ ทะเบียน ชย 8151 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านเพื่อมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ แห่งนี้เหมือนทุกวัน และปกติจะกลับบ้านในช่วงสาย เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นพอจะรู้ว่าคนที่ยิงเป็นใคร ใหญ่มากจริงๆ แต่ไม่ ขอเผยอะไรมากไปกว่านี้จะขอให้การกับตำรวจก่อน

พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 กล่าวว่า ผู้ตายมีธุรกิจเปิดบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟยี่ห้อลาวิต้า ปกติผู้ตายจะมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะช่วงเช้ามืดประจำ ทำให้คนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อ ส่วนสาเหตุทางครอบครัวผู้ตายรู้ดีว่าเกี่ยวข้องกับอะไร แต่ยังไม่ให้การอะไรกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากนัก ทราบแค่ว่าก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยมีปัญหาแตกหักกับหุ้นส่วนในเรื่องธุรกิจจน ต้องแยกออกมาทำกิจการของตัวเอง และเคยบ่นกับภรรยาว่าถูกตามประกบ เกรงจะถูกลอบทำร้าย กระทั่งมาโดนดักยิงในที่สุด

รอง ผบก.น.5 กล่าวอีกว่า ตำรวจให้น้ำหนักประเด็น ในเรื่องของธุรกิจมากกว่าเรื่องอื่น เพราะผู้ที่มาวิ่งออก กำลังกายส่วนใหญ่รู้จักผู้ตายเป็นอย่างดี ทุกคนต่างพูดเหมือนกันว่าผู้ตายเป็นคนดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง อย่างไรก็ตาม จะยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้งไป คงจะต้องรอสอบปากคำครอบครัวของผู้ตาย และพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ เพื่อหาเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี


นสพ.ไทยรัฐ
23 กุมภาพันธ์ 2554, 05:44 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/151033
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2011, 09:32:50 PM โดย scdc5 » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2011, 10:13:17 AM »

มือ ปืนฆ่า"เสี่ยกาแฟ


ยิง ขณะจ๊อกกิ้ง ปมธุรกิจลาวิต้า

มือปืนก่อเหตุกลางกรุงดักสังหารเสี่ย กาแฟ "ลาวิต้า" ดับสยองหน้าสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวนตอนเช้ามืด พยานเห็นมือปืนขี่จยย.มาซุ่มรอก่อนตามไปกระหน่ำยิงขณะที่เหยื่อเดินออกกำลัง กายเพียงลำพัง เมียชี้มีปัญหาขัดแย้งกับหุ้นส่วน เคยบ่นก่อนถูกฆ่าโดนสะกดรอยตาม ตร.ระบุมือสังหารเป็นระดับมือปืนรับจ้างแบ่งทีมออกตามล่าแล้ว

เมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 22 ก.พ. พ.ต.ท. กฤษณะ จันทร์ประเสริฐ สวส.สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งมีคนถูกยิงเสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณหน้าสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวน ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน. วัดพระยาไกร พ.ต.ท.บุญญฤทธิ์ ไทมโนธรรม สว.สส. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูรุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเข้าสวนสาธารณะพบศพชายอยู่ในชุดออกกำลังกาย สวมเสื้อกล้ามสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ทราบชื่อต่อมา นายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 889/208 หมู่บ้านกลางกรุง แกรนด์เวียนนา ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.38 เข้าที่ท้ายทอย 1 นัด สะโพกซ้าย 1 นัด ต้นขาขวาอีก 1 นัด ใกล้กันพบหัวกระสุนปืนขนาดเดียวกัน 1 นัดตกอยู่จึงเก็บไว้ตรวจสอบ

ต่อมานางอรพิน เหลืองตระกูล อายุ 59 ปีภรรยาพร้อมด้วยน.ส.อมรรัตน์ เหลืองตระกูล บุตรสาวผู้ตายเดินทางมาที่เกิดเหตุ โดยกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า สามีประกอบธุรกิจขายปลีกกาแฟปรุงสำเร็จยี่ห้อลาวิต้าและมีไร่กาแฟเป็นของตัว เอง ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์โตโยต้าคัมรี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ชย-8151 กรุงเทพฯ ออกมาจากบ้านพักที่อยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะแห่ง นี้เป็นประจำ และจะกลับเข้าบ้านในตอนสายๆ อีกทั้งสามีรู้ตัวด้วยว่าคนสั่งยิงเป็นคนมีอิทธิพล

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปทำงานซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ ระหว่างที่เดินผ่านจุดดังกล่าวได้เห็นคนร้าย 2 คนแต่งกายสวมชุดดำ ใส่หมวกกันน็อกสีดำเต็มใบ นั่งคร่อมอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาดักรอ เมื่อเห็นผู้ตายขับรถมาจอดเพื่อเดินออกกำลังกายอยู่นั้น 1 ใน 2 คนร้ายได้เดินเข้าไปแล้วชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวที่มีเพื่อนติดเครื่องรอรับพาขับ หลบหนีไปในทันที

พ.ต.อ.จิรพัฒน์ กล่าวว่า จากการสอบ สวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเปิดบริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟยี่ห้อลาวิต้า ปกติผู้ตายจะมาออกกำลังกายที่สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นประจำ ทำให้คนร้ายที่รู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดีจึงมาเฝ้าดักรอเพื่อ สังหาร ส่วนสาเหตุทางครอบครัวของผู้ตายรู้ดี เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยมีปัญหากับหุ้นส่วน จากนั้นได้แยกตัวออกมาประกอบธุรกิจของตัวเอง ยังเคยบ่นให้ภรรยาฟังถูกคนสะกดรอยตาม อย่างไรก็ตามจะต้องสอบปากคำภรรยาผู้ตายและคนในครอบครัวอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทางด้านพ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผบก.น.5 กล่าวว่า ภายหลังเรียกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนประชุมสรุปการทำงานเบื้องต้น ที่ประชุมสรุปว่าการลงมือสังหารครั้งนี้ เป็นฝีมือของมือปืนรับจ้างได้มาซุ่มดูพฤติกรรมของผู้ตาย ส่วนประเด็นการสังหารได้ตั้งไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่อง ทรัพย์สิน ขัดผลประโยชน์ทางธุรกิจ และชู้สาว โดยเฉพาะประเด็นชู้สาวที่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากผลตรวจสอบบาดแผลอย่างละเอียด พบศพมีบาดแผลถูกคนร้ายยิงเข้าที่ต้นขาใกล้อวัยวะเพศ แต่ภรรยาผู้ตายมั่นใจการตายของสามีมาจากความขัดผลประโยชน์กับหุ้นส่วน

"อย่างไรก็ตาม ได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ทีมสืบสวน โดยมอบให้ฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกรสืบสวนในประเด็นเกี่ยวกับการฟ้องร้อง เรื่องธุรกิจกับใครบ้าง ส่วนชุดสืบสวนกก.สส.น.5 ให้ตรวจหาภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณเพื่อนำมาใช้ตามล่าตัวคนร้ายรายนี้ต่อ ไป และในวันพุธที่ 23 ก.พ.จะประชุมสรุปการทำงานกันอีกครั้ง" รองผบก.น.5 กล่าว


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREl6TURJMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdNaTB5TXc9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 29, 2011, 09:35:19 PM โดย scdc5 » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 11:08:51 AM »

น.1ตั้งเงินรางวัล5หมื่น คดีมือปืนยิง'เสี่ยกาแฟ'

น.1 ให้ 5 หมื่นบาท เป็นรางวัลผู้ให้เบาะแสมือปืนยิงเสี่ยกาแฟสำเร็จรูป "ลาวิต้า" สั่งรองผู้การหนุ่มมือปราบ "พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์" รอง ผบก.น.5 ไล่ล่าจับตัวให้ได้ ด้านการสอบสวนตัดปมชู้สาวทิ้ง เหลือประเด็นสั่งตายมาจากเรื่องธุรกิจ จับตาอดีต กต.ตร. ที่เคยสนิทสนมกับคนตาย จ้างให้มาทำธุรกิจกาแฟจนประสบความสำเร็จ ก่อนผู้ตายขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัว หลังจ่ายเงินเคลียร์ 14 ล้านบาท

จากคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ มือปืนสวมหมวกกันน็อก ก่อเหตุยิงนายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี เจ้าของธุรกิจกาแฟสำเร็จรูป "ลาวิต้า" เสียชีวิต ขณะไปวิ่งออกกำลังกาย ที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวน ถนนพระรามที่ 3 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 ก.พ. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.น.5 เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า ได้ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวออกไปแล้ว เพราะได้สอบปากคำ ลูกเมีย บรรดาญาติสนิท และเพื่อนฝูงผู้ตายแล้ว ทั้งหมดยืนยันตรงกันผู้ตายมุ่งมั่นทำธุรกิจอย่างเดียว เป็นคนที่เรียกว่า แฟมิลี่แมนสุดๆ ไม่พบพฤติกรรมในเรื่องชู้สาว ขณะนี้การสืบสวนมุ่งไปที่ประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจ เพราะพบว่า นอกจากบริษัทผู้ตายจะทำธุรกิจขายกาแฟสำเร็จรูปลาวิต้าเป็นหลักนั้น ยังมีธุรกิจตัวอื่นๆแยกย่อยไปอีก เช่น ขายอุปกรณ์เครื่องครัว หรืออุปกรณ์ชงกาแฟ และกำลังตรวจสอบว่า น่าจะมาจากความขัดแย้งของธุรกิจตัวใด มีการฟ้องร้องหรือไม่ นอกจากนี้ ยังให้เจ้าหน้าที่ กก.สส. บก.น.5 ตรวจสอบเรื่องมือปืนที่ก่อเหตุ โดยเอาหัวกระสุนขนาด .38 ที่พบในจุดเกิดเหตุไปเปรียบเทียบกับคดีก่อนหน้านี้ว่าจะตรงกับคดีก่อนหน้าที่คนร้ายใช้หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนจับกุมคนร้ายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 กล่าวว่า กรณีที่มีญาติของผู้ตายรายหนึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้นั้น ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดส่วนนี้ แต่ทางครอบครัวผู้ตายมั่นใจว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจ้างมือปืนไปยิงผู้ตาย หากมีความคืบหน้ามากกว่านี้จะแจ้งให้ทราบต่อไป
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 ร่วมกับฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ได้ร่วมกันสอบปากคำ น.ส.อมรรัตน์ เหลืองตระกูล ลูกสาว และญาติผู้ตาย ในประเด็นที่ให้การพาดพิงว่ารู้ตัวผู้บงการสั่งยิงเป็นใคร และใหญ่มากจริงนั้น มีรายงานว่า ญาติผู้ตายได้พุ่งเป้าไปที่อดีต กต.ตร.สน.คนหนึ่งซึ่งรู้จักและสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย รวมทั้งมีความสนิทสนมกับผู้ตายมาก ถึงขนาดประกาศว่า เป็นน้องบุญธรรมคนหนึ่ง แต่ภายหลังมาขัดแย้งกันเรื่องปมธุรกิจกาแฟสำเร็จรูป

สำหรับประวัตินายสมชาย ยังเคยเป็นอดีตที่ปรึกษา กต.ตร.สน.แห่งหนึ่ง และเป็นเลขาชมรมนักวิ่งแต้จิ๋ว ก่อนมาทำธุรกิจกาแฟสำเร็จรูป เคยทำงานที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่ง แต่นายสมชายมีฝีมือด้านธุรกิจ อดีต กต.ตร.ผู้ต้องสงสัย ได้ให้นายสมชายลาออกจากโรงงาน และมาทำธุรกิจให้กับบริษัทผู้ต้องสงสัยรายนี้ เมื่อประมาณปี 46 ให้ค่าจ้างเดือนละ 60,000 บาท ต่อมานายสมชายทำกิจการรุ่งเรือง จากลูกจ้างกลายมาเป็นผู้บริหาร รวมทั้งตอนหลังเริ่มขยายธุรกิจไปต่างประเทศ มีชาวสิงคโปร์มาร่วมหุ้นด้วย จนเกิดเป็นปมขัดแย้งกับอดีต กต.ตร.ผู้นี้อย่างรุนแรง จนกระทั่งมีการตกลงเจรจาจ่ายเงินกันครั้งหนึ่งเป็นเงิน 14 ล้านบาท ข้อมูลดังกล่าวชุดสืบสวนจึงพุ่งเป้าไปที่ประเด็นขัดแย้งทางธุรกิจเป็นหลัก รวมทั้งจับตาดูความเคลื่อนไหวของอดีต กต.ตร.ผู้นี้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายสมชายหรือไม่

มีรายงานล่าสุด พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.สั่งให้ พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.น.5 นำชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.5 หาข่าวไล่ล่ามือปืนที่ยิงนายสมชาย เพราะพฤติกรรมการก่อเหตุในลักษณะมือปืนรับจ้างในเขตนครบาลแทบจะไม่ค่อยมีในระยะหลัง อีกทั้งเชื่อว่า มือปืนที่ก่อเหตุไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ เพราะจากการสอบพยานอย่างละเอียด พบว่ามือปืนยิงทั้งหมด 4 นัด แต่ถูกผู้ตายเพียง 3 นัดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.จักรทิพย์ประกาศให้รางวัลเงินสดกับผู้ให้เบาะแสมือปืนรายนี้เป็นเงิน 5 หมื่นบาทด้วย


นสพ.ไทยรัฐ

24 กุมภาพันธ์ 2554

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/151325

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 11:16:21 AM »

กองปราบฯร่วมทำคดีฆ่าเสี่ยกาแฟ

ผู้การกองปราบฯ ทนไม่ได้คนร้ายก่อเหตุยิงเสี่ยกาแฟกลางเมือง เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ส่งชุดสืบสวนฝีมือดีลงพื้นที่ ประสานข้อมูลกับตำรวจนครบาล ร่วมคลี่คลายจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ขณะที่ชุดสืบสวนตัดประเด็นชู้สาวแล้ว พบว่าผู้ตายมุ่งแต่ทำธุรกิจมากมายหลายด้าน ส่วนที่ญาติผู้ตาย มั่นใจพร้อมระบุว่ารู้ตัวผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการจ้างมือปืนมายิงผู้ตายนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย ขอให้ได้ตัวมือปืนก่อน คนบงการคงหนีไม่รอดแน่ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนได้เส้นทางคนร้ายหลบหนีจากกล้องวงจรปิดแล้ว

จากกรณีคนร้าย  2 คนใช้รถ จยย.ฮอนด้าคลิก สีฟ้า ดักยิง นายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี เจ้าของธุรกิจขายปลีกกาแฟปรุงสำเร็จยี่ห้อลาวิต้า ขณะสวมชุดกีฬามาวิ่งออกกำลังกายประจำวันในช่วงเช้า วันที่ 22 ก.พ. กระสุนเจาะเข้าที่ท้ายทอย ตะโพก และต้นขาขวา รวม 3 นัด เสียชีวิตในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติใต้สะพานแขวน ถนนพระราม 3 เขตบางคอแหลม โดยบุตรสาวของผู้ตาย ระบุว่าทราบสาเหตุและผู้ลงมือ เนื่องจากมีปัญหากับคนบางกลุ่มอยู่แล้วนั้น
   
ความคืบหน้าเมื่อเวลา  13.30 น. วันที่ 23 ก.พ. พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.น.5 เปิดเผยว่า หลังจากได้แบ่งงานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร และ กก.สส.บก.น.5 ลงพื้นที่ไปทำงานแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทั้งสองชุดเข้ามาประชุมสรุปความคืบหน้าอีกครั้ง โดยขณะนี้ได้ตัดประเด็นเรื่องชู้สาวออกไปแล้ว เนื่องจากฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร ทำการสอบปากคำบรรดาญาติสนิท และเพื่อนฝูงของผู้ตายแล้ว ทั้งหมดต่างยืนยันตรงกันว่า ผู้ตายมุ่งมั่นทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว ไม่มีพฤติกรรมในเรื่องชู้สาวเลย อีกทั้งงานอดิเรกคือ การวิ่งออกกำลังกาย และเป็นสมาชิกของชมรมนักวิ่งสมาคมแต้จิ๋วด้วย
     
พ.ต.อ.อิทธิพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้เน้นไปที่เรื่องประเด็นความขัดแย้งทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว โดยจากการตรวจสอบรายละเอียดธุรกิจของผู้ตายนั้น พบว่า นอกจากบริษัทของผู้ตายจะทำธุรกิจขายกาแฟสำเร็จรูปลาวิต้าเป็นหลักแล้ว ก็ยังมีธุรกิจตัวอื่น ๆ แยกย่อยไปอีก เช่น ขายอุปกรณ์เครื่องครัว หรืออุปกรณ์ชงกาแฟ ที่ย่านนวมินทร์ ซึ่งขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า สาเหตุจะมาจากความขัดแย้งของธุรกิจตัวใดหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบในเรื่องที่ผู้ตายยังเล่นหุ้นอีกด้วย  สำหรับเรื่องการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุนั้น ทาง กก.สส.บก.น.5 ได้ทำการรวบรวมมาได้พอสมควรแล้ว กำลังอยู่ระหว่างวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังให้เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.5 ทำการตรวจสอบเรื่องมือปืนที่ก่อเหตุ โดยเอาหัวกระสุนขนาด .38 ที่พบในจุดเกิดเหตุไปเปรียบเทียบกับคดีก่อนหน้านี้ ว่าจะไปตรงกับคดีก่อนๆ ที่คนร้ายใช้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนจับกุมคนร้ายต่อไป
   
ด้าน พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 กล่าวว่า ทาง พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ได้เรียกเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดเข้าร่วมประชุมกันอีกครั้ง โดยทาง สน.วัดพระยาไกร จะให้พนักงานสอบสวนเรียกญาติของผู้ตาย และพยานมาสอบปากคำอย่างละเอียดทุกปาก ส่วนฝ่ายสืบสวนของ สน.วัดพระยาไกร ก็จะให้ลงพื้นที่ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อม ส่วน กก.สส.บก.น.5 ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดนั้น ขณะนี้ก็สามารถรวบรวมมาได้มากพอสมควรแล้ว ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะขับขี่หลบหนีไปทางใด แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด นอกจากนี้ก็จะให้ กก.สส.บก.น.5 ประสานไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบเรื่องวิถีกระสุนกับเขม่าดินปืนด้วย ส่วนกรณีที่ครอบครัวของผู้ตายสงสัยในตัวของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งนั้น ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดส่วนนี้ แต่ทางครอบครัวของผู้ตายมีความมั่นใจว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจ้างมือปืนไปยิงผู้ตาย ถึงอย่างไรก็ต้องจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ก่อน แล้วค่อยขยายผลถึงคนบงการอีกที หากมีความคืบหน้ามากกว่านี้ก็จะแจ้งให้ทราบต่อไป
   
ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 16.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป.ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.ปพ.บก.ป.นำกำลัง เข้าร่วมสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ คนร้ายก่อเหตุในพื้นที่ย่านใจกลางเมืองอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนที่ สน.วัดพระยาไกร ก่อนแบ่งหน้าที่กันทำงาน ส่วนปมการสังหารโหดครั้งนี้ คาดว่าน่าจะเกิดจากปัญหาความขัดแย้งธุรกิจของผู้เสียชีวิต หรือมาจากเรื่องส่วนตัว

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า จากนี้ไปการทำงานของ บก.ป.จะดำเนินการในเชิงรุก จะประสานข้อมูลร่วมกับตำรวจท้องที่เพื่อคลี่คลายคดีอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างอุกอาจเช่นนี้จะต้องหมดสิ้นไป คดีนี้ทางชุดสืบสวน จะทำงานร่วมกับทางชุดสืบสวนของ บช.น.โดยไม่แย่งงานกัน โดยเชื่อว่าจะติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ในเร็ววันนี้.

เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 8:53 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=123162&categoryID=419
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 03, 2011, 02:55:13 PM »

รวบแล้วมือปืนยิงเสี่ยกาแฟซัดมีผู้จ้างวาน

ตำรวจศูนย์สืบสวน บช.น.โชว์ฝีมือรวบมือปืนยิงเสี่ยกาแฟดับ ย่านบางคอแหลม ซัดมีผู้จ้างวาน

วันนี้ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถจับกุมตัวตัวนายพยนต์ รัตนเดชา อายุ 28 ปี และนายณัฐวุฒิ ศาสนาไทย อายุ 20 ปี สองผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิง นายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี เสี่ยเจ้าของธุรกิจกาแฟปรุงสำเร็จ ยี่ห้อลาวีต้า เสียชีวิต ภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวน ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม  เหตุเกิดในท้องที่สน.วัดพระยาไกร เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นสังหารไว้ที่เรื่องการขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจและเรื่องของชู้สาวตามที่ข่าวได้เคยเสนอไปแล้วนั้น

เบื้องต้นทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวน บช.น.สามารถตามไปจับตัวผู้ต้องหาทั้งสองได้ที่ จ.มหาสารคามเมื่อวานที่ผ่านมา(2 มี.ค.) ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คนที่เป็นผู้ชี้เป้าสามารถหลบหนีไปได้  ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ของสน.วัดพระยาไกรซึ่งคาดว่าเป็นของทีมสังหารเสี่ยสมชาย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง  ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยนายพยนต์เป็นมือปืนผู้ลงมือ ส่วนนายณัฐวุฒิเป็นผู้ขับขี่จยย. โดยมีผู้ว่าจ้างอีกที   ส่วนสาเหตุเกิดจากการขัดแย้งภายในบริษัทของผู้ตาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนแถลงผลการจับกุมในเวลา 16.00 น.วันนี้(3 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุต่อไป.


เดลินิวส์ออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 03 มีนาคม 2554 เวลา 14:31 น

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=124672
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 03, 2011, 08:57:30 PM »


มือยิงเสี่ยกาแฟรับลั่นไกทดแทนบุญคุณ



มือยิงเสี่ยกาแฟสารภาพสิ้น ลงมือลั่นไกยิงเพราะต้องการทดแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ  หลังถูกคู่อริขู่ฆ่าขัดแย้งธุรกิจ

วันนี้  3  มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   พล.ต.ท.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) พร้อมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ร่วมกันแถลงผลเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนนครบาล ร่วมกับฝ่ายสืบสวนนครบาล 5 จับกุม " มือปืน-ผู้ร่วมขบวนการ "ยิงนายสมชาย เหลืองตระกูล เจ้าของธุรกิจกาแฟสำเร็จรูปลาวิต้าเสียชีวิตขณะกำลังวิ่งออกกำลังกายในสวน สาธารณะใต้สะพานพระราม 9 ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร เหตุเกิดช่วงเช้ามืดวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา

ได้ผู้ต้องหา 2 คนคือนายพยนต์  หรือฟลุ๊ค รัตนเดชา อายุ 29 ปีคนยิง   ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่454/45 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. นายณัฐวุฒิ หรือโอม ศาสนาไทย อายุ 19 ปีคนขี่รถ จยย.พาหลบหนีหลังก่อเหตุ    อยู่บ้านเลขที่ 454/35 ซ.ประดู่ 11/1 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.  จับกุมตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   พร้อมของกลางรถจักรยายนต์ทะเบียน ษขง 861-กทม. รถยนต์เซฟโรเล็ตสีดำ ทะเบียน ฎฬ -6497 กทม.ของนายพยนต์ ที่ใช้ไปเฝ้าเกะรอยติดตามผู้ตายก่อนลงมือ   และเงินสด 17,920 บาท   ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีกรายคือนายเอฟ    โรจนประดิษฐ์  อายุ 22 ปีทำหน้าที่ตามประกบแกะรอยเหยื่อและคนชี้เป้า  อยู่ระหว่างการหลบหนีได้ส่งกำลังตำรวจออกติดตามอย่างกระชั้นชิดแล้ว

พล.ต.ท.จักรทิพย์    กล่าวต่อว่า  เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนติดตามจับกุม 2 คนร้ายได้ขณะกบดานภายในโรงแรมไดมอนรีสอร์ท  อ.เมือง  จ.มหาสารคาม   โดยก่อนหน้าหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปบ้านเพื่อนในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ระยะหนึ่ง    สำหรับมูลเหตุจูงใจในการก่อคดีนั้นผู้ต้องหายอมรับว่า เกิดจากความขัดแย้งทางธุรกิจระหว่างผู้ตายกับ "นักธุรกิจคนหนึ่ง " (เฮียโอ้ย)  ซึ่งเป็นลูกพี่ของนายพยนต์  และเป็นที่คนที่นายพยนต์เคารพนับถือมีพระคุณกันมาก่อนจึงชักชวนเพื่อนอีก 2 คนลงมือเพราะต้องการล้างแค้นแทน   และมีการโอนเงินให้กับกลุ่มผู้ต้องที่เพื่อใช้ในการหลบหนี

นายพยนต์ รับสารภาพว่า  เป็นคนยิงผู้ตายจริงโดยมีนายณัฐวุฒิ เป็นผู้ขี่จยย.พาหลบหนีหลังเกิดเหตุ  มีนายเอฟ   โรจนประดิษฐ์ เป็นคนชี้เป้าและตามแกะรอยเหยื่อ   ซึ่งมีการวางแผนก่อนลงมือและเฝ้าดูผู้ตายมาประมาณ 1  เดือนเศษ  ก่อนหน้านี้คิดจะลงมือแล้วถึง 4-5 ครั้งแต่ไม่มีโอกาส   โดยนายเอฟ ติดตามผู้ตายจากบ้านพักมายังจุดเกิดเหตุ ก่อนโทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ เมื่อได้โอกาสจึงลงมือก่อเหตุแล้วหลบหนีไป  โดยได้ขอเงินจาก " เฮียโอ้ย " ที่เคารพนับถือกันมานานเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 200,000 บาท แบ่งให้นายเอฟ 50,000 บาท และนายณัฐวุฒิ 30,000 บาท

" พวกผมตนทำกันเองไม่มีใครเป็นคนจ้างวาน  ที่ตัดสินใจทำเพราะต้องการทดแทนบุญคุณเฮียโอ้ย เพราะเฮียเคยมาพูดให้ฟังว่า มีปัญหากับเฮียสมชาย ผู้ตายและบอกว่า  เฮียสมชายจะให้คนมาฆ่าเฮีย  หากเอียเป็นอะไรไปต้องเป็นฝีมือของเฮียโอ้ยอย่างแน่นอน   ผมรักเฮียโอ้ยและนับถือเขามากเขาให้อาชีพผมทำกิน  เขาเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่ผมต้องทดแทนยามที่เฮียเขาเอดร้อนไม่มีใคร  ผมไม่รู้ชื่อจริงของเฮียเขารู้แต่ว่าเคยเป็น  กต.ตร.สน.วัดพระยาไกร และ  สน.บางโพงพาง  "  นายพยนต์มือปืนกล่าวและว่า พอเฮียมาบอกเรื่องให้ฟังผมตกใจมากและโกรธแทนเฮีย  เพราะเฮียดีกับผมมากรู้จักกับเฮียมานาน 4-5 ปีแล้ว  จึงวางแผนกับเพื่อนและชิงลงมือก่อน  โดยที่เฮียยังไม่ทันรู้เรื่อง   จนผมยิงเฮียสมชายแล้ว  ก็รีบโทรศัพท์ไปบอกเฮีย  เฮียยังบอกเลยว่าไปยิงเขาทำไม  ทำไมไม่ปรึกษากูก่อน  ผมบอกผมไม่รู้ผมรู้เท่าไม่ถึงการณืผมทำไปแล้ว  เฮียช่วยเอาเงินให้ผมหนีก่อนได้ไหม  เฮียก็ให้คนเอาเงินก้อนหนึ่งมาให้ใช้ในการหลบหนี  ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของผมเองหลังยิงเสร็จก็เอาไปทิ้งที่เกาะกลางถนนใกล้ เคียงกับที่เกิดเหตุ  จนกระทั่งถูกจับกุมได้ "  นายพยนต์ให้การอย่างไม่สะทกสะท้าน พร้อมระบุด้วยว่าเฮียโอ้ยไม่เกี่ยวข้องด้วยกับการยิงนายสมชายครั้งนี้

พล.ต.ต.รณศิลป์  กล่าวว่า  ขณะนี้ศาลได้ออกหมายจับนายเอฟ แล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี   พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานในการออกหมายจับเฮียโอ๊ย แล้ว  โดยจะเรียมาสอบปากคำก่อนว่า  มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่   หากมีหลักฐานโยงใยชี้ชัดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เดลินิวส์ออนไลน์

วันพฤหัสบดี ที่ 03 มีนาคม 2554 เวลา 20:20 น


ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=124752
 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 11:26:23 AM »







เฮียอ.ให้2แสน มือฆ่า'เสี่่ยกาแฟ'ซัด

"รณศิลป์ ภู่สาระ" ผบก.สส. นำทีมสืบสวนนครบาล รวบแล้ว 2 มือฆ่า "เสี่ยกาแฟลาวิต้า" ตามลากคอได้ขณะหนีกบดานในรีสอร์ต จ.มหาสารคาม สารภาพสิ้นไส้ "เฮีย อ." จ่ายค่าหลบหนีรวม 2 แสน เหตุจากความขัดแย้งเรื่องแย่งชิงธุรกิจกาแฟมูลค่ามหาศาล ล่ากระชั้น "ไอ้เอฟ" ผู้ต้องหาคนที่ 3 ตัวชี้เป้าที่สะกดรอยตามเหยื่อวันสังหาร เร่งแกะรอยคนโอนเงินค่าจ้างเบาะแสสำคัญ เพื่อกระชากหน้ากากจอมบงการมาดำเนินคดีแล้ว

สืบสวนนครบาลรวบทีมสังหารเสี่ยกาแฟเปิดเผยขึ้นที่ บช.น. เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มี.ค. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. แถลงข่าวชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส. พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบก.สส. พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.กก.สส.3 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กลุ่มงานวิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส. พ.ต.ท.คำภีย์ พรหมสนธิ รอง ผกก.3 บก.สส. พ.ต.ท.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผกก.3 บก.สส. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน สว.กก.สส.3 บก.สส. ร่วมกับ พล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5 พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบก.น. 5 พ.ต.อ.นีรนาท ฉินประสิทธิ์ชัย ผกก.สส.บก.น.5 จับกุมนายพยนต์ หรือฟลุ้ค รัตนเดชา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 454/45 ซอยวัดไผ่เงิน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. และนายณัฐวุฒิ หรือโอม ศาสนาไทย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 220/273 หมู่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จับกุมได้ที่ห้องพักโรงแรมไดมอนรีสอร์ท ถนนมหาสารคาม-วาปีปทุม ต.แวงน่าง อ.เมืองมหาสารคาม

จากคดีเมื่อเช้าวันที่ 22 ก.พ. นายสมชาย เหลืองตระกูล อายุ 57 ปี นักธุรกิจขายปลีกกาแฟปรุงสำเร็จยี่ห้อลาวิต้า และปลูกไร่กาแฟ อาศัยอยู่เลขที่ 889/208 หมู่บ้านกลางกรุงแกรนด์เวียนนา ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ถูกคนร้าย 2 คนใช้ จยย.ฮอนด้า คลิก สีฟ้า ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นพาหนะยิงเสียชีวิต ขณะวิ่งออกกำลังกายภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติใต้สะพานแขวน ถนนพระราม 3 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนพบหัวกระสุนขนาด .38 จำนวน 1 หัว

หลังเกิดเหตุญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก จนทราบว่า สาเหตุการสังหารนายสมชาย มาจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจกาแฟของผู้ตายกับผู้ใช้จ้างวาน และกลุ่มมือปืนน่าจะเป็นคนใกล้ชิดกับผู้จ้างวาน ชุดสืบสวนจึงพุ่งเป้าไปที่กลุ่มของนายพยนต์กับพวก ซึ่งพักอยู่ภายในซอยประดู่ 11 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ที่หายไปจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ จึงรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ 122/2554 จับกุมนายพยนต์ รัตนเดชา หมายจับเลขที่ 123/2554 จับกุมนายณัฐวุฒิ ศาสนาไทย และหมายจับที่ 124/2554 จับกุมนายเอฟ โรจนประดิษฐ อายุ 29 ปี อยู่บ้านที่ 498 ซอยสวนหลวง 1 แขวงและเขตบางคอแหลม กทม. ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

นายพยนต์รับสารภาพว่า ตนเป็นมือปืนยิงผู้ตายเอง โดยมีนายณัฐวุฒิเป็นผู้ขี่ จยย.ฮอนด้า คลิก หมายเลขทะเบียน ษขง 861 กรุงเทพมหานคร พาไปก่อเหตุและพาหนีหลังยิงนายสมชายเสียชีวิต ส่วนนายเอฟ โรจนประดิษฐ เพื่อนร่วมทีมฆ่าอีกคนที่ยังหลบหนีอยู่ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้เป้า ที่วันเกิดเหตุเป็นคนขับรถยนต์เชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน ฎฬ 6497 กรุงเทพมหานคร ของตน ติดตามผู้ตายตั้งแต่ออกจากบ้านพัก จนมาถึงสวนสาธารณะจุดเกิดเหตุ หลังจากนั้นโทรศัพท์เรียกตนและนายณัฐวุฒิมายิงจนเสียชีวิต หลังจากนั้นตนและพวกขอเงินจากผู้ใช้จ้างวาน 150,000 บาท เพื่อหลบหนี โดยตนแบ่งเงินให้นายเอฟ 50,000 บาท ให้นายณัฐวุฒิ 30,000 บาท อีก 70,000 บาท ตนเก็บไว้ แต่หลังจากนั้นผู้จ้างวานได้โอนเงินให้ตนเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท

"เหตุที่วางแผนยิงนายสมชายเนื่องจากทำเพื่อทดแทนบุญคุณให้กับ "เฮีย อ." เพราะเฮียให้ที่ทำมาหากินผม โดยให้ที่ดินทำอู่รถและที่จอดรถโดยไม่คิดเงิน ทำให้ ผมมีรายได้เดือนละประมาณ 2-3 หมื่นบาท ที่ยิงนายสมชายผมทำไปโดยพลการ เพราะ "เฮีย อ." บอกว่านายสมชายเคยบอกว่าจะยิง "เฮีย อ." ถ้าเฮียตายไปน่าจะเป็นฝีมือของผู้ตาย หลังก่อเหตุเสร็จผมโทรศัพท์หาเฮียเพื่อขอเงินใช้หลบหนีคดี ซึ่งเงินที่ได้ผมไปจอดรถรอที่นัดหมายแล้วเปิดท้ายรถเอาไว้ หลังจากนั้นมีคนนำเงินสด 1.5 แสนมาโยนไว้ให้โดยไม่เห็นหน้า ส่วนปืน .38 ที่ก่อเหตุนำไปทิ้งเกาะกลางถนนหน้าเอ็กซ์ไซด์ผับ ถนนพระราม 3" นายพยนต์กล่าว

พล.ต.ต.รณศิลป์กล่าวว่า หลังจับกุมค้นตัวนายพยนต์ และนายณัฐวุฒิ ตำรวจพบโทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อภายในกลุ่มผู้ต้องหาและพบเงินสดในตัวนายณัฐวุฒิ 17,920 บาท จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งติดตามยึดรถยนต์เชฟโรเลต สีดำ ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการติดตามผู้ตาย และยังเป็นพาหนะที่นายพยนต์กับนายณัฐวุฒิใช้หลบหนี แล้วนำไปจอดทิ้งไว้ที่ข้างวัดบ้านสร้างนกทา ต.สร้างนกทา อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ซึ่งตำรวจตามยึดมาได้แล้ว ขณะนี้กำลังติดตามตัวนายเอฟ  คนชี้เป้ามาดำเนินคดี  ส่วนผู้ที่โอนเงิน ค่าจ้างมาให้กลุ่มผู้ต้องหากำลังติดตามตัวมาสอบสวนขยายผล เพื่อออกหมายจับผู้จ้างวาน ส่วนผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดี


ไทยรัฐออนไลน์
4 มีนาคม  2554

ที่มา :   http://www.thairath.co.th/today/view/153340
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 01:18:18 PM »

http://www.scdc5.forensic.police.go.th/lavita.swf

ที่มา :  ครอบครัวข่าว 3
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2012, 03:12:20 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3826


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 04, 2011, 08:58:41 PM »

ตร.คุม2คนร้ายทำแผนยิงเสี่ยกาแฟ


ตร.คุม 2 คนร้าย ทำแผนยิงเสี่ยกาแฟ “ลาวีต้า” ตามรวบ “ไอ้เอฟ” คุมสอบเครียด หาผู้บงการ

จากกรณีนายสมชาย เหลืองตระกูล เสี่ยเจ้าของธุรกิจค้าปลีกกาแฟปรุงสำเร็จ ยี่ห้อ ลาวีต้า ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ใต้สะพานแขวน ถนนพระราม 3 โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวน บช.น.สามารถจับตัวนายพยนต์ รัตนเดชา อายุ 28 ปี รับหน้าที่เป็นมือปืน และนายณัฐวุฒิ ศาสนาไทย อายุ 20 ปี คนขับขี่รถจักรยานยนต์ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (4 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร กว่า 50 นาย นำตัวนายพยนต์ รัตนเดชา และนายณัฐวุฒิ ไปทำแผนที่บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติจำนวน 4 จุด โดยใช้เวลาประมาณกว่า 1 ช.ม. ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก โดยจุดแรกอยู่บริเวณฟาริดาแมนชั่น ซึ่งเป็นจุดที่นายพยนต์ขับรถจยย.เพื่อไปรับนายณัฐวุฒิ จุดที่ 2. อยู่ใต้สะพานกลับรถแยกเจริญลาภ นายพยนต์ขี่ไปรับนายณัฐวุฒิและมีการสับเปลี่ยนให้นายณัฐวุฒิเป็นคนรถขี่จยย. จุดที่ 3.นายณัฐวุฒิขับรถจยย.มาจอดเทียบบริเวณริมฟุตบาธห่างจากจุดยิงประมาณ 50 เมตร หลังจากนั้นนายพยนต์ได้ลงจากรถและยืนรอผู้ตายอยู่บริเวณตู้โทรศัพท์ เมื่อเห็นผู้ตายเดินมาจึงเข้าไปหา พร้อมกับชักอาวุธปืนขึ้นมายิง 4 นัดรวด เมื่อแน่ใจว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้ว นายพยนต์ได้วิ่งไปซ้อนรถจยย.ที่นายณัฐวุฒิจอดรออยู่หลบหนีไป จุดที่ 4 นายพยนต์และนายณัฐวุฒิ ได้ขับรถจยย.หลบหนีมาที่ ซอบอยู่ดี 11/1 และเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนรวมตัวกันทำลายหลักฐาน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี
ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน คือนายเอฟ โรจนประเสริฐ  ซึ่งเป็นคนชี้เป้าและหลบหนีไปก่อนหน้านั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้แล้ว โดยเจ้าหน้าตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปที่บ้านญาติของนายเอฟที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ก่อนประสานให้ญาติติดต่อนายเอฟให้เข้ามอบตัว ซึ่งนายเอฟได้ยอมเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และถูกควบคุมตัวเดินทางเข้ามาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สน.วัดพระยาไกร.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ ที่ 04 มีนาคม 2554 เวลา 13:13 น.

ที่มา  :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=124863&categoryID=419
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.113 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check