ขรก.เฮเงินเดือนใหม่-ปวช.ได้หมื่นกว่า -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
สิงหาคม 12, 2020, 02:48:20 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดหมู่ทั่วไป
เรื่องทั่วไป

ขรก.เฮเงินเดือนใหม่-ปวช.ได้หมื่นกว่า

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ขรก.เฮเงินเดือนใหม่-ปวช.ได้หมื่นกว่า  (อ่าน 8592 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4276


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: ตุลาคม 07, 2011, 10:00:35 AM »

ขรก.เฮเงินเดือนใหม่-ปวช.ได้หมื่นกว่า

ปรับระบบ กว่า 2 ล.คน เริ่ม มค.55


ข้าราชการรอเฮ ก.พ.-คลังเคาะแล้วปรับเงินเดือนทั้งระบบ ให้สอดคล้องเงินเดือนใหม่วุฒิปริญญาตรี 15,000 บาท เริ่ม 1 ม.ค.2555 ปวช.ทำงาน 1 ปีภายใน 2 ปี ได้เงินเดือน 10,690 อายุงาน 10 ปี รับ 17,110 ปวส.รับ 12,010 ถึง 19,810 ปริญญาตรีรับ 16,310 ถึง 23,810 ปริญญาโท 18,710 ถึง 26,610 ปริญญาเอก 24,810 ถึง 33,210 โดยปีแรกใช้งบเพิ่มอีก 8 พันล้าน ปีที่ 2 ใช้อีก 15,000 ล้าน เพิ่มเติมจากปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ที่ใช้งบ 18,800 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปร่วมกันถึงการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการที่มีวุฒิปริญญาตรีเข้า ใหม่ เดือนละ 15,000 บาท ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติไปเมื่อ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ที่ประชุมจะนำเสนอแนวทางการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบเข้า สู่การพิจารณาของครม. วันที่ 4 ต.ค.นี้ ซึ่งไม่ใช่การปรับขึ้นแค่ 6% ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะการขึ้น 6% เป็นตัวเลขของการปรับขึ้นเงินเดือนทั้งระบบราชการในแต่ละปี

สำหรับ แนวทางการปรับฐานเงินเดือนนั้น ทางก.พ.จะเสนอครม.ปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบในช่วง 2 ปี เริ่ม 1 ม.ค. 2555 เหมือนกับข้าราชการปริญญาตรีเข้าใหม่ คาดว่าปีแรกใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 8,000 ล้านบาท เหตุที่ใช้น้อย เพราะเหลือปีงบประมาณเพียง 9 เดือน ส่วนปีที่ 2 ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 15,000 ล้านบาท ตรงนี้เป็นส่วนเพิ่มเติมจากการปรับขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ที่ใช้งบประมาณ 18,800 ล้านบาท

"ตอนแรกแนวคิดในการปรับ ฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบจะดำเนินการ 4 ปี เหมือนข้าราชการปริญญาตรีเข้าใหม่ แต่จะปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหลือ 2 ปี เพื่อให้เห็นผลเร็ว และเป็นการซื้อใจข้าราชการทั้งระบบกว่า 2 ล้านคน แต่การปรับขึ้น 2 ปีจะเป็นภาระงบประมาณมากกว่า หากเป็นการปรับขึ้นในช่วง 4 ปี ปีแรกจะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท ปีที่ 2 อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ปีที่ 3 อยู่ที่ 4,000 ล้านบาท และปีที่ 4 อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท" รายงานข่าวระบุ

สำหรับข้อเสนอการปรับฐานเงินเดือนนี้จะเริ่มตั้งแต่ ข้าราชการวุฒิปวช.-ปริญญาเอก โดยในส่วนข้าราชการวุฒิปวช.ที่มีเงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการที่ทำงานมา 1 ปี คือ 6,400 บาท และต่ำสุดของที่ทำงานมา 10 ปี คือ 14,000 บาท โดยขั้นตอนของการปรับฐานเงินเดือนสำหรับผู้ทำงานมา 1-3 ปี ในวันที่ 1 ม.ค.2555 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นปีแรกจะได้ปรับขึ้นเงินเดือน 1,200 บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,380 บาท ส่วนข้าราชการวุฒิปวช.ที่ทำงานมา 3-4 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,000 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,000 บาท ทำงานมา 5-6 ปี ปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 700 บาท ทำงานมา 7-8 ปี ปีแรกปรับขึ้น 600 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 400 บาท ทำงานมา 9-10 ปี ปีแรกปรับขึ้น 400 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 100 บาท


รายงานข่าวเปิดเผย อีกว่า ส่วนกลุ่มวุฒิปวส.นั้น เงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการที่ทำงานมา 1 ปี คือ 7,670 บาท และต่ำสุดของที่ทำงานมา 10 ปี คือ 16,710 บาท โดยขั้นตอนของการปรับฐานเงินเดือนคือ หากทำงานมา 1-2 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,290 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,590 บาท ทำงานมา 3-4 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,000 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,200 บาท ทำงานมา 5-6 ปี ปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 900 บาท ทำงานมา 7 ปี ปีแรกปรับขึ้น 600 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท ทำงานมา 8 ปี ปีแรกปรับขึ้น 400 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท ทำงานมา 9-10 ปี ปีแรกปรับขึ้น 200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 100 บาท


ส่วนกลุ่มวุฒิปริญญาตรี เงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการที่ทำงานมา 1 ปี คือ 9,140 บาท และต่ำสุดของที่ทำงานมา 10 ปี คือ 19,910 บาท โดยขั้นตอนของการปรับฐานเงินเดือนคือ หากทำงานมา 1 ปี ปีแรกปรับขึ้น 2,540 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 3,320 บาท ทำงานมา 2-3 ปี ปีแรกปรับขึ้น 2,100 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,800 บาท ทำงานมา 4 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,700 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,300 บาท ทำงานมา 5-6 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,300 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,800 บาท ทำงานมา 7-8 ปี ปีแรกปรับขึ้น 900 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,300 บาท ทำงานมา 9 ปี ปีแรกปรับขึ้น 500 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 800 บาท ทำงานมา 10 ปี ปีแรกปรับขึ้น 100 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท


สำหรับกลุ่มวุฒิปริญญาโท เงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการที่ทำงานมา 1 ปี คือ 12,600 บาท และต่ำสุดของที่ทำงานมา 10 ปี คือ 23,110 บาท โดยขั้นตอนของการปรับฐานเงินเดือนคือ หากทำงานมา 1 ปี ปีแรกปรับขึ้น 2,700 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,300 บาท ทำงานมา 2 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,000 บาท ทำงานมา 3-4 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,500 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,700 บาท ทำงานมา 5 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,400 บาท ทำงานมา 6 ปี ปีแรกปรับขึ้น 900 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,100 บาท ทำงานมา 7 ปี ปีแรกปรับขึ้น 600 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 900 บาท ทำงานมา 8 ปี ปีแรกปรับขึ้น 300 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท ทำงานมา 9-10 ปี ปีแรกปรับขึ้น 100 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท


ส่วนกลุ่มวุฒิ ปริญญาเอก เงินเดือนต่ำสุดของข้าราชการที่ทำงานมา 1 ปี คือ 17,010 บาท และต่ำสุดของที่ทำงานมา 10 ปี คือ 28,110 บาท โดยขั้นตอนของการปรับฐานเงินเดือนคือ หากทำงานมา 1-2 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,690 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,800 บาท ทำงานมา 3-5 ปี ปีแรกปรับขึ้น 1,200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,200 บาท ทำงานมา 6-8 ปี ปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท ทำงานมา 9-10 ปี ปีแรกปรับขึ้น 400 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท


ทั้งนี้หลังจากปรับฐานเงินเดือนในปีที่ 2 แล้วนั้น ข้าราชการเก่าที่จบปวช.ที่ทำงานมา 1 ปี เงินเดือนจะอยู่ที่ 10,690 บาท ส่วนที่ทำงานมา 10 ปี อยู่ที่ 17,110 บาท วุฒิปวส.ที่ทำงานมา 1 ปี เงินเดือนจะอยู่ที่ 12,010 บาท ส่วนที่ทำงานมา 10 ปี จะอยู่ที่ 19,810 บาท วุฒิปริญญาตรีที่ทำงานมา 1 ปี เงินเดือนจะอยู่ที่ 16,310 บาท ส่วนที่ทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 23,810 บาท

วุฒิปริญญาโท ที่ทำงานมา 1 ปี เงินเดือนจะอยู่ที่ 18,710 บาท ส่วนที่ทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 26,610 บาท วุฒิปริญญาเอก ที่ทำงานมา 1 ปี เงินเดือนจะอยู่ที่ 24,810 บาท ส่วนที่ทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 33,210 บาท


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOak13TURrMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=
&day=TWpBeE1TMHdPUzB6TUE9PQ==


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4276


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2011, 01:46:53 PM »

ขรก.-ลูกจ้างเฮ!ดีเดย์ปรับเงินเดือนมอบของขวัญปีใหม่


วันนี้(29 ธ.ค.) นายรังสรรค์  ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมประกาศปรับรายได้ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป รับเงินเดือนบวกเงินเพิ่ม ต้องไม่ต่ำกว่า  15,000 ต่อเดือน  โดยกลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรี ก็ได้ปรับด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ 1 ม.ค. 55 นี้เป็นต้นไป ถือเป็นการให้ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล
 

“นโยบายรัฐบาลเรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีเมื่อเข้าทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำอย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน นั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอร่างระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำ ซึ่งล่าสุดได้ยืนยันร่างระเบียบดังกล่าว ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา คาดว่ากระทรวงการคลังจะประกาศให้มีผลบังคับใช้ตามที่รัฐบาลได้มอบนโยบายไว้อย่างแน่นอน”
 

ทั้งนี้ บุคลากรภาครัฐที่จะได้ปรับรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม 5 กลุ่มรวมกว่า  649,323 คน คือข้าราชการ ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ข้าราชการรัฐสภาสามัญ  ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ ทหารกองประจำการ และ พนักงานราชการ
 

สำหรับเงินที่จ่ายนั้น จะเป็นเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พชค.) กำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ลักษณะคือ กลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะว่าต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ให้รับเงิน พชค. เพิ่มจนถึง 15,000 บาท และกลุ่มที่บรรจุในตำแหน่งที่ใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ถ้าได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 12,285 บาท ให้รับเงิน พชค. เดือนละ 1,500 บาท แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 12,285 บาท หรือถ้ารวมกันแล้วไม่เกิน 9,000 บาท ก็ให้อีกจนถึง 9,000 บาท และทหารกองประจำการที่รับเงินเดือน ระดับ พ.1 ถ้ารับเงินเดือนรวมกับเบี้ยเลี้ยงประจำตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมแล้วไม่ถึงเดือนละ 9,000 บาทให้ได้รับเงิน พชค. เพิ่มขึ้นตามที่กระทรวงกลาโหมจะกำหนดต่อไป  แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน เดือนละ 9,000 บาท
 

 “ปัจจุบันข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและพนักงานราชการ ที่บรรจุในวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มี 346,365 คน งบประมาณที่ใช้ 1,589 ล้านบาทต่อเดือน ที่ต่ำกว่าปริญญาตรี 164,943 คน ทหารกองประจำการ 138,015 คน 2 กลุ่มนี้จะใช้เงินงบประมาณ 455 ล้านบาทต่อเดือน รวมใช้งบประมาณ 2,044 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งในปีงบประมาณ 55 เวลา 9 เดือนจะใช้เงิน18,396 ล้านบาท ด้านระบบเงินเดือนนั้น กรมฯ ได้เตรียมการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อกฎหมายประกาศ สามารถจ่ายเงินได้ตามเวลาที่กำหนดทันที สำหรับการเยียวยาข้าราชการที่ทำงานมานานแล้ว และได้รับผลกระทบการปรับค่าครองชีพในครั้งนี้ สำนักงาน ก.พ. กำลังดำเนินการ และคาดว่าจะมีผลในวันที่ 1 ม.ค.55 เช่นกัน”
 

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/businesss/5230
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4276


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 27, 2012, 11:06:14 AM »

คลังกางอัตราเงินเดือนขรก.-จนท.รัฐใหม่ ตั้งแต่วุฒิปวช. ยันปริญญาเอก ระบุหลายหน่วยงานยื่นขอเบิกแล้ว



นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่มีนโยบายให้ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท นั้น กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับเงินค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยปรับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว (พ.ช.ค.) เพื่อสมทบกับเงินเดือนหรือค่าจ้างให้ได้รับตามนโยบาย ไม่น้อยกว่า 15,000 บาท ต่อเดือน สำหรับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป และไม่น้อยกว่า 9,000 บาท ต่อเดือน สำหรับผู้มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี กระทรวงการคลังได้ดำเนินการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพของข้าราชการและลูกจ้างประจำส่วนราชการ พ.ศ. 2548  และที่แก้ไขเพิ่มเติม เรียบร้อยแล้ว และทางกรมบัญชีกลางได้ซักซ้อมวิธีปฏิบัติให้กับส่วนราชการเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเบิกเงินที่ปรับได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 เป็นต้นไป 
 
ปัจจุบันมีส่วนราชการขอเบิกเงินเดือนของเดือนมกราคม 2555 โดยรวม พ.ช.ค. ที่ปรับใหม่เข้ามาแล้ว เช่น  กรมชลประทาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นต้น สำหรับหน่วยงานที่ยังไม่ได้ขอเบิก  อัตราใหม่เข้ามาก็จะเบิกเข้ามาในลักษณะตกเบิกย้อนหลังได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2555 เช่นเดียวกัน ซึ่งการปรับเงิน พชค. นี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและทหารกองประจำการจะได้รับอย่างแน่นอน   
 

“ทั้งนี้ กระทรวงการคลังขอยืนยันว่า ได้มีการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการปรับรายได้บุคลากรภาครัฐและประชาชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญลำดับต้น และยังรวมไปถึงมาตรการด้านอื่นๆ ด้วย ที่ภาครัฐจะต้องพิจารณาเพื่อพัฒนาประเทศชาติและประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุข”  นายวิรุฬ กล่าว







หมายเหตุ :  ณ วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป หากข้าราชการที่มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ยังได้รับเงินเดือนไม่ถึง   15,000 บาท ก็ให้ได้รับเงิน พ.ช.ค.  เพิ่มขึ้น เท่ากับผลต่างของ 15,000 บาท กับเงินเดือนที่รับจริง วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ถ้ารับเงินเดือนไม่ถึง12,285 บาท ให้รับเงิน พ.ช.ค. เดือนละ1,500 บาท แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 12,285 บาท  และถ้ารวม 1,500 บาท แล้วไม่ถึง 9,000 บาท ก็ให้ได้รับ 9,000 บาท  ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 


มติชนออนไลน์
วันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 20:12:33 น.

ที่มา : http://www.matichon.co.th/ads/inc_mc_300x100_slot1.php?catid=
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4276


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2012, 10:33:22 AM »

ข้าราชการเฮ ครม.เห็นชอบปรับเงินเดือน ๆ ละ 15,000 บาท


ครม.ไฟเขียวปรับเงินเดือนขรก.-จนท.รัฐ-พนง.ราชการเดือนละ 15,000 บาท เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบการปรับปรุงค่าตอบแทน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยการปรับเงินเดือนแรกบรรจุตามวุฒิการศึกษา แทนการจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว และปรับเงินเดือนชดเชยให้ผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอายุงานตั้งแต่ 1-10 ปี โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 งบกลางจำนวน 5,660 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 9 เดือน คือระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย.2555 ซึ่งเมื่อรวมเงินเดือนและค่าครองชีพชั่วคราว จะทำให้ค่าตอบแทนอยู่ที่เดือนละ 15,000 บาท นอกจากนี้ยังอนุมัติให้มีการปรับค่าตอบแทน ของพนักงานราชการซึ่งเมื่อรวมค่าครองชีพชั่วคราวแล้วจะอยู่ที่เดือนละ 15,000 บาท โดยใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 งบกลางจำนวน 1,395 ล้านบาท ทั้งนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 ถึง 1 ม.ค.2556

น.ส.อนุตตมากล่าวอีกว่า ส่วนการปรับโครงสร้างบัญชีเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งของข้ราชการทุกประเภท รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐให้เหมาะสมกับค่าครองชีพตามสภาวะเศรษฐกิจนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปหารือและศึกษารายละเอียด ในส่วนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มีอายุงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แล้วนำกลับมารายงานต่อที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า เพราะเกรงว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างเงินเดือนของภาคเอกชน ที่สำคัญต้องพิจารณาว่าจะมีการปรับกี่ครั้ง รวมถึงต้องดูเรื่องของภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ การปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐครั้งนี้  เพื่อเป็นการให้ขวัญกำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐให้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น  และเป็นการลดภาระค่าครองชีพที่สูงในปัจจุบันลงด้วย.
 


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 31 มกราคม 2555 เวลา 17:11 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/politics/10255
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4276


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2012, 10:55:45 AM »


ขรก.เฮ-รับหมื่น5 ครม.ไฟเขียวแล้ว

รัฐบาลทุ่ม 7,055 ล้านบาท ขยับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค.55 โดยเป็นฐานเงินเดือนใหม่บวกค่าครองชีพรวมแล้วเป็น 15,000 บาท ขณะเดียวกัน สั่งทบทวนแผน ก.พ. ปีที่ 2 ที่จะปรับฐานเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท หวั่นกระทบฐานะการเงินการคลังของประเทศ สศช.ชี้ขึ้นฐานเงิน เดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ดันรายจ่ายประจำสูงกระทบงบลงทุนพัฒนาประเทศ แถมยังอาจต้องใช้มาตรการเออร์ลี่รีไทร์ และจำกัดจำนวนข้าราชการใหม่


ข่าวดีของบรรดาข้าราชการเมื่อรัฐบาลเอาใจ อนุมัติปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก ทั้งนี้ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีการประชุมประจำวันอังคารที่ 31 ม.ค. อนุมัติให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2555 งบกลาง เพื่อการดำเนินการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวน 9 เดือน ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย.2555 วงเงิน 5,660 ล้านบาท และการปรับค่าตอบแทนในส่วนของพนักงานราชการอีก วงเงิน 1,395 ล้านบาท รวมวงเงิน 7,055 ล้านบาท โดยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งที่ทำงานมาเดิม และบรรจุแรกเข้าใหม่และพนักงานราชการที่จบปริญญาตรี ที่เงินเดือนยังไม่ถึง 15,000 บาท จะได้รับเงินเดือนรวมกับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตั้งแต่เดือน ม.ค.2555 อยู่ที่ 15,000 บาทพร้อมกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศไว้ จะปรับเงินเดือนปริญญาตรีแรกบรรจุ 15,000 บาท และ ปวช. 9,000 บาท ภายใน 2 ปี ซึ่งวงเงินที่ ครม.อนุมัติ 7,055 ล้านบาท เป็นเงินสำหรับใช้ปรับฐานเงินเดือนปีแรก ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.2555 โดยในระดับ ปวช. ปรับขึ้นจากอัตราเดิมที่ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค.2554 ที่ 6,410-6,800 บาท ปรับขึ้นเป็น 7,620-8,080 บาท, ระดับ ปวส.เดิมอยู่ที่ 7,670-8,140 บาท ปรับขึ้นเป็น 9,300-9,860 บาท ปริญญาตรีจากเดิม 9,140-9,690 บาท ปรับขึ้นเป็น 11,680-12,390 บาท, ปริญญาโทจากเดิม 12,600-13,360 บาท ปรับขึ้นเป็น 15,300-16,220 บาท และปริญญาเอกจากเดิม 17,010-18,040 บาท ปรับขึ้นเป็น 19,000-20,140 บาท


ขณะที่ตามแผนการปรับเงินเดือนของ ก.พ.ที่เสนอ ครม.นั้น ในปีที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 จะปรับฐานเงินเดือนของข้าราชการใหม่ดังนี้ คือ ระดับ ปวช. ปรับขึ้นเป็น 9,000-9,900 บาท, ปวส. ปรับขึ้นเป็น 10,500-11,550 บาท, ปริญญาตรี ปรับขึ้นเป็น 15,000-16,500 บาท, ปริญญาโท ปรับขึ้นเป็น 17,500-19,250 บาท และปริญญาเอกปรับขึ้นเป็น 21,000-23,100 บาท ซึ่งการปรับฐานเงินเดือนในปีที่ 2 นี้ ใน ครม.ได้ถกเถียงกันถึงภาระงบประมาณที่จะเพิ่มขึ้นส่งผลต่อการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้งการส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนที่จะต้องขยับฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นตาม ทำให้ต้นทุนเพิ่มอย่างรวดเร็ว อาจจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ทาง ครม.จึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารือกับทาง ก.พ.ในรายละเอียดอีกครั้งแล้วนำมาเสนอให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งในสัปดาห์หน้า โดยอาจจะต้องเลื่อนการปรับฐานเงินเดือนตามแผนในปีที่ 2 ซึ่งปริญญาตรีจะมีฐานเงินเดือนที่ 15,000 บาทไปในปีที่ 3 แทน


นอกจากนี้ ในการประชุม ครม. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอความเห็นเรื่องผลกระทบต่อการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามโครงสร้างที่สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เสนอ ที่จะปรับฐานเงินเดือนในปีที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2556 โดยระดับ ปวช.ปรับขึ้นเป็น 9,000-9,900 บาท ปวส.ปรับขึ้นเป็น 10,500-11,550 บาท ปริญญาตรีปรับขึ้นเป็น 15,000-16,500 บาท ปริญญาโทปรับขึ้นเป็น 17,500-19,250 บาท และปริญญาเอกปรับขึ้นเป็น 21,000-23,100 บาทนั้น จะอยู่ภายใต้วงเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2556 ซึ่งจะมีผลทำให้งบประมาณรายจ่ายประจำปีมีสัดส่วนสูงขึ้นกว่าปีงบประมาณ 2555


ทั้งนี้ เนื่องจากจำนวนเงินที่ใช้ปรับสูงกว่าในช่วงของการปรับชดเชยครั้งที่ 1 ในปีงบประมาณ 2555 ในขณะที่สัดส่วนงบประมาณรายจ่ายประจำ ของปีงบประมาณ 2555 สูงถึง 78% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ดังนั้น ควรจะต้องมีแนวทางในการควบคุมงบประมาณรายจ่ายประจำไม่ให้สูงขึ้นเกินกว่าปีงบประมาณ 2555 หรือให้ต่ำกว่า ซึ่งจะมีผลต่องบประมาณรายจ่ายลงทุนที่จะนำไปใช้ในการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยอาจจะต้องมีการควบคุมรายจ่ายประจำในหมวดอื่นๆ ซึ่งมีแนวโน้มสูงขึ้นให้ลดลงกว่าในปีงบประมาณที่ผ่านๆมา เช่น งบดำเนินงาน หรืองบรายจ่ายอื่น โดยเฉพาะรายจ่ายในการเดินทางเพื่อสัมมนาและดูงานในต่างประเทศ

นอกจากนี้ หลังจากได้ดำเนินการปรับปรุงค่าตอบแทนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สูงขึ้นแล้ว  เพื่อควบคุมรายจ่ายในส่วนของรายจ่ายประจำไม่ให้สูงขึ้นในระยะต่อไป  อาจจะใช้มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด ควบคู่การจำกัดจำนวนข้าราชการใหม่ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้สะท้อนถึงค่าตอบแทนที่ได้รับสูงขึ้นจากการปรับปรุงค่าตอบแทนในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน จากการปรับปรุงค่าตอบแทนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนี้ อาจส่งผลให้กำลังคนด้านวิชาชีพที่มีคุณวุฒิต่ำกว่าปริญญา สายช่างเทคนิค เช่น ปวช. ปวส. ขาดแคลนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากนักเรียนจะเลือกเรียนระดับปริญญาซึ่งมีรายได้สูงกว่ามาก ดังนั้นในช่วงที่ผลตอบแทนในวิชาชีพอื่นยังไม่ปรับตัวขึ้นตามกลไกตลาด ควรมีมาตรการส่งเสริมหรือกระตุ้น ให้นักเรียนเข้าเรียนในสาขาดังกล่าวไปพร้อมกันด้วย


ไทยรัฐออนไลน์
1 กุมภาพันธ์ 2555, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/today
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.105 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check