ทหารส่งรถชนหมอมุกให้กับตร.แล้ว(update!คดีหมอมุกขึ้นศาล พอ.ปฏิเสธ)+มีคลิป -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 26, 2017, 03:20:43 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ทหารส่งรถชนหมอมุกให้กับตร.แล้ว(update!คดีหมอมุกขึ้นศาล พอ.ปฏิเสธ)+มีคลิป

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ทหารส่งรถชนหมอมุกให้กับตร.แล้ว(update!คดีหมอมุกขึ้นศาล พอ.ปฏิเสธ)+มีคลิป  (อ่าน 416358 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 08:58:48 AM »


ทหารส่งรถชนหมอมุกให้กับตร.แล้ว


ทหารส่งมอบรถชนหมอ มุกปางตายให้ตำรวจแล้ว เผย รถคล้ายกันแต่ไม่เหมือนหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่ปัดน้ำฝนหัก เหมือนทำสีใหม่ และแผ่นแปะกระจกมีไม่เท่ากัน

ที่สน.พญาไท  เวลา 09.00 น. วันนี้ ( 20 มิ.ย.) พญ.พรรณกร  อิ่มวิทยา อดีตอาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา รพ.ศิริราช มารดาพ.ต.แพทย์หญิง  หทัยพร หรือ หมอมุก  อิ่มวิทยา  พร้อมด้วยเพื่อนของหมอมุก เข้าพบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.ท.โชติ  สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยมารดาของหมอมุกได้นำภาพถ่ายบุตรสาวขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู มอบให้พนักงานสอบสวนก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสอบปากคำเพิ่มเติมถึงรูปพรรณ ของรถและผู้ก่อเหตุ

พญ.พรรณกร  เปิดเผยว่า มาให้ปากคำเพิ่มเติมและมาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ อยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ให้คนที่ก่อเหตุออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย พ่อก็เป็นทหารเหมือนกัน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมาตนและหมอมุกเดินทางกลับจากการไปนมัสการหลวงพ่อที่รพ.วิชัย ยุทธ เมื่อมาถึงที่บ้านพักบริเวณเสารสคลีนิค เลขที่ 45/12 ถ.เศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท ประมาณ 21.00 น.หมอมุกซึ่งขับขี่รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแคมรี่ สีบรอน์ทอง ทะเบียน ษต 4045 กรุงเทพ พบรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ สีบรอน์ทอง ทะเบียน วค1355 กรุงเทพ จอดขวางหน้าบ้านจึงจดทะเบียนรถไปให้ร้านอาหารสามเสนวิลล่า ที่จะให้ลูกค้าที่มาใช้บริการจอดรถริมถนน

“หลังจากนั้นหมอมุกก็จอดรถดึงเบรคมือและเข้าห้องน้ำกระทั่งคนขับรถคันที่จอด ขวางมาเลื่อนรถ ชายลักษณะคล้ายนายทหารได้กลับรถไปจอดรถที่ฝั่งตรงข้ามริมทางรถไฟ ถนนกำแพงเพชรตัดถนนเศรษฐศิริ ชายในรถมองกลับมาที่หมอมุก ทางหมอมุกบอกแม่อย่างสงสัยว่าทำไมรถคันดังกล่าวไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะที่หมอมุกเดินไปเพื่อเตรียมจะถอยเข้าบ้าน ได้ยินเสียงบีบแตรดังลั่นก่อนที่จะเห็นรถคันดังกล่าวกลับรถมาพุ่งชนลูกสาวจน ลอยไปไกลกว่า 30 เมตรต่อหน้าต่อตา ตนวิ่งเข้าไปดูมีพยานเก็บที่ปัดน้ำฝนของรถคันก่อเหตุที่ติดอยู่กับร่างของ หมอมุกไว้เป็นหลักฐาน เรื่องนี้ตนว่าคนขับจงใจกระทำและจะต้องมีคนคุ้มครองหรือเป็นคนมีสี ถึงกล้าทำผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้ จุดเกิดเหตุหน้าบ้านตนเป็นจุดขาวแดงห้ามจอดแต่ก็จอดกันเป็นประจำอยู่ สำหรับอาการของหมอมุกตอนนี้ยังเบาใจไม่ได้ ก็ได้เพื่อนคอยดูแลกัน แม่ยังมีความหวังคงมีปาฏิหาริย์ให้ลูกฟื้นได้ ตอนนี้กังวลเรื่องจะถูกมุ่งปองร้าย” พญ.พรรณกร   กล่าว

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่าได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วพนักงานสอบ สวนบอกว่ารับคดีไว้แล้ว พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัดตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา และทางต้นสังกัดแจ้งว่าจะนำรถมาให้ตรวจสอบ และตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการยกรถคันดังกล่าวมาไว้ที่โรงพักแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางตำรวจให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มองว่าทำงานตำรวจทำงานล่าช้า ขอยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายที่ล่าช้าเพราะขั้นตอนทาง เอกสารในทางราชการ

ต่อมาเวลา 13.30 น.พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์  รองปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย  นำรถนิสสัน ซันนี่นีโอ สีบรอน์ทอง ทะเบียน วค 1355 กทม.มาที่สน.พญาไท จากนั้นพ.ต.ท.โชติ เชิญ มารดา หมอมุก มาดูรถคันดังกล่าวพบว่าที่บริเวณกระจกด้านหน้าที่มีสติกเกอร์ผ่านเข้าออกกอง ทัพบกแผ่นที่แปะอยู่ด้านหน้าซ้ายเพียง 1 อัน เป็นบัตรผ่านเข้าออกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุทะเบียนรถ วค-1355 กทม. ส่วนรถคันก่อเหตุมีสติกเกอร์แปะอยู่ด้านหน้าจำนวนหลายแผ่นและบริเวณที่ปัด น้ำฝนมีสีไม่เท่ากันเหมือนเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ นอกนั้นตัวรถเหมือนกับรถคันก่อเหตุมาก

ด้าน พ.ต.ท.โชติ กล่าวว่า วันนี้ได้นัดแม่หมอมุกมาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่เกิดเหตุถึงรูปพรรณ สันนิษฐานคนร้ายและรถคันก่อเหตุ เพิ่มเติมส่วนด้านการดำเนินคดี ตอนนี้สอบปากคำพยานที่เกิดเหตุและผู้เสียหายและประสานงานทางกองทัพไทยส่งรถ มาให้ตรวจสอบ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะอายัดรถไว้เพื่อส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้และแจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกาย ผู้อื่นโดยประประสงค์ต่อชีวิต เข้าข่ายคดีอาญาพยายามฆ่า แต่ต้องรอดูอาการบาดเจ็บของหมอมุกว่ามากน้อยแค่ไหน

สำหรับ พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ กล่าวว่า รถคันนี้เบิกจากกรมยุทธบริการ มาใช้งานในสำนักงานปลัดบัญชีทหารส่วนขั้นตอนการนำรถออกไปใช้ต้องมีการลงชื่อ เบิกไปทุกครั้ง มีเจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่ เท่าที่ทราบจากทหารที่ดูแลรถคันนี้อยู่แจ้งว่ารถคันดังกล่าวเกิดมีปัญหาใน เรื่องหม้อน้ำรั่วซึมตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้วและใช้วิ่งอยู่แค่ภายในกรมเท่านั้นไม่ได้ออกไปไหน

พล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธ กล่าวถึงกรณีรถนิสสันทะเบียน วค-1355 ว่า ยอมรับว่าเป็นของกรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดจริง เป็นรถที่อยู่ในบัญชีควบคุม ซึ่งรถทั้งหมดของบก.ทหารสูงสุดจะขึ้นทะเบียนไว้ที่ กรมยุทธบริการทหาร และแจกจ่ายไปยังหน่วยต่างในสังกัด  ส่วนรถที่เกิดเหตุขึ้นบัญชีไว้ที่ สังกัดสำนักงานปลัดบัญชีทหาร บก.ทหารสูงสุด โดยส่งมอบไปเมื่อปี 2550 และได้ทำเรื่องของใช้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งคืนแต่อย่างใด  ซึ่งรถของกรมยุทธบริการทหารมีบัญชีควบคุมอยู่ 5,000 คัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยของตน

ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน(สบ 1) สน.พญาไท ได้ส่งรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค1355 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งต้องสงสัยขับพุ่งชน  พ.ต.แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก มาตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการชน นอกจากนี้ได้ส่งที่ปัดน้ำฝนซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าเป็นของรถคันที่ ชน พ.ต.แพทย์หญิง หทัยพร   มาตรวจเปรียบเทียบกับรถต้องสงสัย

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่ารถคันนี้ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ อย่างไรก็ตามทราบจากทหารที่นำรถมาว่าเป็นรถใช้ในราชการทางธุรการ และจอดอยู่ภายในสำนักงานปลัดบัญชี กองบัญชาการกองทัพไทย  ซึ่งรถหม้อน้ำรั่ว จอดอยู่ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อพนักงานสอบสวนส่งมาให้ตรวจ ทางเจ้าหน้าที่สพฐ.ตร.จะทำการตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะของ พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร นอกจากนี้ ตรวจเปรียบเทียบที่ปัดน้ำฝนที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ ว่ามีความเก่าหรือใหม่เท่ากันทั้ง 2ข้างหรือไม่.

คลิป

http://www.scdc5.forensic.police.go.th/MM.swf


เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน 2554 เวลา 18:21 น.


ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=146362&categoryID=419
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 01, 2013, 02:28:24 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:01:33 AM »

คดีรถชนหมอมุกอืด ตร.เพิ่งประสานทหาร


คดีรถชน “หมอมุก พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา”  อืด ตำรวจโรงพักพญาไท เพิ่งได้รับการติดต่อจากสำนักปลัดบัญชี เตรียมนำรถยนต์ฯ ส่งให้ตรวจสอบ


วันนี้ ( 20มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  จากกรณีที่พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฏ ถูกนายทหารยศพันโทนายหนึ่ง ขับรถพุ่งชนที่หน้าบ้านของตนเอง ซึ่งเปิดเป็นคลินิก อาคาร 3 ชั้นติดถนนบริเวณทางเลียบข้างทางรถไฟสามเสน ใกล้เคียงกับโรงพยาบาลวิชัยยุทธ กระเด็นไปไกลกว่า 30 เมตร อีกทั้งนายทหารคนดังกล่าวยังพยายามจะถอยรถกลับมาชน แต่ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้ช่วยเอาไว้ แล้วนายทหารคนดังกล่าวได้เร่งรีบขับรถหนีไป แต่พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร มีอาการสาหัส สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และผ่าตัดไปแล้ว 2 ครั้ง

พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เปิดเผยว่า สำนักปลัดบัญชีกองทัพบก จะนำรถยนต์ที่คาดว่าใช้ก่อเหตุ โดยการขับของนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่ทราบชื่อ เข้ามาตรวจสอบลายนิ้วมือ และตรวจสอบว่าเป็นรถยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เรื่องทะเบียนรถยนต์ที่ใช่ก่อเหตุ เรายังไม่สรุปแน่ชัดว่าเป็นทะเบียนจริงตรงกับคันที่จะนำมาให้ตรวจหรือไม่ เพราะต้องมีการตรวจสอบอีก



เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน 2554 เวลา 14:03 น.

ที่มา :   http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=419&contentID=146263
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:05:08 AM »

แม่แฉคนมีสี ป้อง ตีนผีโหด! พุ่งขยี้-กะฆ่าพญ.


เจ้าหน้าที่​กอง​พิสูจน์​หลักฐานตรวจ​หา​ร่องรอย​หลักฐานรถ​นิสสัน ซันนี่​นี​โอ สี​บรอนซ์​ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ของ​กรม​ยุทธ​บริการ บก.ทหาร​สูง​สุด หลัง​ตรวจสอบ​พบ​ต้อง​สงสัย​ว่า ใช้​ขับ​ชน​หมอ​มุก​บาดเจ็บ​สาหัส.

ทหารกรมยุทธบริการนำรถนิสสัน ซันนี่ ต้องสงสัย ก่อคดีสะเทือนใจขับพุ่งชนหมอ มุก-พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์รางวัลพระราชทานเหรียญรามาธิบดีบาดเจ็บสาหัส มอบให้ตำรวจ แม่เหยื่อยืนยันพบพิรุธ 2 จุด สติกเกอร์หน้ารถจำนวนมากหายไป และที่ปัดน้ำฝนสี เหมือนเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ ส่งมอบให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบต่อ ผบ.สูงสุดสั่งตั้งกรรมการสอบด่วน เสธ.ตุ้ม-พ.อ.ศิริศักดิ์ ตุ้มทอง นายทหารฝ่าย เสธ.ประจำกองทัพน้อยที่ 1 ปฏิเสธทันควัน ไม่เคยนำรถทหารไปใช้ ขณะที่ อาการหมอมุกยังน่าเป็นห่วง สมองบวม มีไข้ หวั่นแทรกซ้อน...


จากเหตุป่าเถื่อนสะเทือนใจ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า บุตรสาว พ.ต.ประสิทธิ์ อิ่มวิทยา นายทหารที่พลีชีพในสมรภูมิเขาค้อเมื่อปี 2520 ถูกชายขับรถยนต์นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีน้ำตาล ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ตั้งใจพุ่งชนอย่างแรง เหตุเกิดหน้าเสาวรสคลินิก ใกล้สถานีรถไฟสามเสน เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองบวม ต้องผ่าตัดและพักฟื้นในห้องไอซียู รพ.พระมงกุฎฯ ปัจจุบันยังไม่ได้สติ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีนี้ได้ทำหนังสือไปยังต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบ และได้รับแจ้งว่าจะนำรถคันดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 20 มิ.ย.นั้น

ความคืบหน้าที่ สน.พญาไท เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี อดีตอาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา รพ.ศิริราช มารดา พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก พร้อมด้วยแพทย์กลุ่มเพื่อนของหมอมุก เข้าพบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 และ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมถึงรูปพรรณของรถและผู้ก่อเหตุ พร้อมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยนำรูปถ่ายของหมอมุก ขณะรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.พระมงกุฎเกล้า มอบให้พนักงานสอบสวนด้วย

พญ.พรรณ กรเปิดเผยว่า ต้องการมาให้ปากคำเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้า ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอยากจะให้ความจริงเปิดเผย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด คนก่อเหตุคงต้องเป็นคนเมาและมีสี จึงอยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย พ่อของหมอมุกก็เป็นทหารเหมือนกัน อาการตอนนี้ยังเบาใจไม่ได้ ต้องมีเพื่อนคอยดูแลกันอยู่ ตนยังมีความหวังว่าปาฏิหาริย์จะทำให้ลูกฟื้นได้ แต่ตอนนี้กังวลเรื่องลูกจะถูกปองร้าย อยากขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังไปคอยดูแลด้วย จุดเกิดเหตุหน้าบ้านตน เป็นจุดขาวแดงห้ามจอด แต่ก็จอดกันเป็นประจำอยู่

แม่เหยื่อหมอที่ เคราะห์ร้ายกล่าวถึงวันที่เกิดเหตุว่าตอนนั้นกลับจากไปนมัสการหลวงท่อน ที่ รพ.วิชัยยุทธ ราวสามทุ่มเดินทางกลับบ้านที่เสาวรสคลินิก เลขที่ 45/12 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท หมอมุกขับรถโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษต 4045 กรุงเทพมหานคร พบรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร จอดขวางหน้าบ้าน จึงจดทะเบียนรถไปให้ร้านอาหารสามเสนวิลล่า ซึ่งจะให้ลูกค้าที่มาใช้บริการ จอดรถริมถนน ช่วยแจ้งให้เจ้าของรถไปเลื่อนรถ จากนั้นหมอมุกก็จอดรถไว้โดยดึงเบรกมือแล้วไปเข้าห้องน้ำ ต่อมามีชายลักษณะคล้ายทหาร มาขับรถคันที่จอดขวางทางออกไป แล้วจอดซุ่มฝั่งตรงข้ามริมทางรถไฟ บริเวณถนนกำแพงเพชรตัดถนนเศรษฐศิริ จากนั้นมองกลับมาที่หมอมุก ทางหมอมุกก็ยังบอกกับตนด้วยความสงสัยว่า ทำไมขับไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะที่หมอมุกเดินไปที่รถ เพื่อเตรียมจะถอยเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงบีบแตรดังลั่น ก่อนที่รถคันนั้นจะขับพุ่งชนหมอมุกจนกระเด็นลอยละลิ่ว ต่อหน้าต่อตาตน โดยมีพยานที่เห็นเหตุการณ์วิ่งเข้าไปช่วยเหลือ เก็บที่ปัดน้ำฝนของรถคันก่อเหตุซึ่งตกอยู่ไว้เป็นหลักฐาน เรื่องนี้ตนมั่นใจว่าคนขับรถ จงใจกระทำและต้องมีคนคุ้มครอง หรือเป็นคนมีสี จึงกล้าทำกับผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว พนักงานสอบสวนบอกว่ารับคดีไว้แล้ว พร้อมกับทำหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัดตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทางต้นสังกัดแจ้งว่าจะนำรถมาให้ตรวจสอบในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ ซึ่งตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยกรถคันดังกล่าวมาไว้ที่โรงพักแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดี ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มองว่าตำรวจทำงานล่าช้า ขอยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมายทุกอย่าง ที่ช้าเพราะขั้นตอนทางเอกสารในทางราชการ

ต่อมาพนักงานสอบสวนพร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถยกไปที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ พบรถจอดอยู่ที่อาคาร 5 ชั้นล่าง แต่เจ้าหน้าที่ทหารไม่อนุญาตให้นำรถออกไป โดยให้เหตุผลว่าต้องรอคำสั่งของผู้บังคับบัญชาก่อน หลังจากนั้นจะนำไปให้เอง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเดินทางกลับ

หลังจากนั้นเวลา 13.30 น. พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร ได้นำรถนิสสัน ซันนี่นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ไปที่ สน.พญาไท พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส. จึงเชิญ พญ.พรรณกร มารดาหมอมุก ไปตรวจดูรถคันดังกล่าว พบว่าบริเวณกระจกด้านหน้ารถมีสติกเกอร์ผ่านเข้า-ออก กองบัญชาการกองทัพไทย ติดอยู่ด้านหน้าซ้ายเพียงแผ่นเดียว ขณะที่แม่หมอมุก ยืนยันว่า รถคันก่อเหตุมีสติกเกอร์ติดอยู่ด้านหน้าจำนวนหลายแผ่น และที่ปัดน้ำฝนข้างขวาของรถคันดังกล่าวนี้ สีก็ไม่เท่ากัน มีลักษณะคล้ายเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ แต่โดยรวม เหมือนกับรถคันที่ก่อเหตุทั้งสีรถ หมายเลขทะเบียนทุกอย่างตรงกัน มีพิรุธเพียง 2 จุดเท่านั้น

พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท กล่าวถึงการดำเนินคดีว่า ตอนนี้สอบปากคำพยานที่เกิดเหตุและผู้เสียหาย รวมทั้งประสานงานทางกองทัพไทยส่งรถมาให้ตรวจสอบแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนจะอายัดรถไว้เพื่อส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานต่อไป สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้และแจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดย ประสงค์ต่อชีวิต  เข้าข่ายคดีอาญาพยายามฆ่า แต่ต้องรอดูอาการบาดเจ็บของหมอมุกว่ามากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ได้รับเป็นคดีรถชนธรรมดา พนักงานสอบสวนขอยืนยันว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิด เห็นภาพที่คนร้ายจอดรถฝั่งตรงข้าม ก่อนขับมากลับรถตรงแยกไฟแดงถนนเศรษฐศิริ แล้วชะลอดูผู้บาดเจ็บก่อน พอเห็นออกมายืนข้างรถก็เร่งความเร็วพุ่งชน ก่อนปิดไฟหน้า แล้วขับถอยหลังกลับรถฝ่าไฟแดงแยกเศรษฐศิริหลบหนีไป นอกจากนี้ ยังมีพยานวัตถุเป็นที่ปัดน้ำฝนซึ่งติดมากับผู้บาดเจ็บ เป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้

พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร กล่าวว่า รถคันนี้เบิกออกมาจากกรมยุทธบริการ  มาใช้งานในสำนักงานปลัดบัญชีทหาร ส่วนขั้นตอนการนำรถออกไปใช้ ต้องมีการลงชื่อเบิกไปทุกครั้ง มีเจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่ เท่าที่ทราบจากทหารที่ดูแลรถคันนี้ แจ้งว่ารถมีปัญหาเรื่องหม้อน้ำรั่วซึม ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว และใช้วิ่งอยู่แค่ภายในกรมเท่านั้น ไม่ได้ออกไปไหนที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เวลา 15.00 น. ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้นำหลักฐาน รถยนต์นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร พร้อมที่ปัดน้ำฝน ซึ่งเก็บได้ในที่เกิดเหตุไปให้เจ้าหน้าที่ สพฐ.ตร.ตรวจสอบ ร.ต.ท.สุดประเสริฐเปิดเผยว่า แม่ของผู้เสียหาย และพยานในที่เกิดเหตุจำรถยนต์คันดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดของ กทม. บันทึกภาพเหตุการณ์และรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้ ซึ่งพนักงานสอบสวนไม่ได้นิ่งนอนใจ เมื่อทราบว่ารถคันดังกล่าวมาจากไหน ใครเป็นผู้ครอบครอง ก็พยายามประสานเพื่อขอนำรถมาตรวจสอบ แต่ต้องล่าช้า เพราะติดขัดด้วยเรื่องขั้นตอนทางราชการ

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวเพื่อหาว่ามีเหตุเชื่อมโยงกับคดีหรือไม่ เบื้องต้นจะตรวจหาลายนิ้วมือบนตัวรถและภายในรถว่าจะเกี่ยวโยงกับใครบ้าง  ส่วนที่ปัดน้ำฝนซึ่งเก็บได้ในที่เกิดเหตุ ต้องตรวจสอบหาร่องรอยว่าจะสอดคล้องกับตัวรถหรือไม่ ส่วนจะได้รายละเอียดมากน้อยแค่ไหน ต้องดูที่วัตถุพยาน เพราะถ้ามีการตรวจพิสูจน์เร็วเท่าไร ก็จะได้ผลการตรวจสอบที่สมบูรณ์มากขึ้น แต่ในชั้นนี้คงจะชี้ชัดไม่ได้ว่ารถคันนี้เป็นคันที่ก่อเหตุหรือไม่ เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ในเย็นวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการทหารสูงสุดว่า พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ. ทหารสูงสุด ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง กรณีรถยนต์นิสสันที่อยู่ในบัญชีควบคุมของกรมยุทธบริการทหาร จำนวน 54 คัน มีการยืมไปใช้ในราชการอย่างไร และปัจจุบันอยู่กับนายทหารคนใดบ้าง ทั้งนี้ ขอให้สรุปผลสอบโดยเร็ว เนื่องจากข่าวดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน โดย ผบ.ทหารสูงสุด มอบหมายให้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวน โดยเบื้องต้นจะเชิญ พล.ท.สมหมาย เกาฎีระ ปลัดบัญชีทหาร และ พล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดมาสอบถาม

พล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุดยอมรับว่า รถนิสสัน ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร เป็นของกรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดจริง เป็นรถที่อยู่ในบัญชีควบคุมรถทั้งหมด ของ บก.ทหารสูงสุดจะขึ้นทะเบียนไว้ที่กรมยุทธบริการทหาร ก่อนแจกจ่ายไปยังหน่วยต่างๆในสังกัด สำหรับรถคันดังกล่าวนี้ ขึ้นบัญชีไว้ที่สังกัดสำนักงานปลัดบัญชีทหาร บก.ทหารสูงสุด ส่งมอบไปเมื่อปี 2550 และได้ทำเรื่องขอใช้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งคืน สำหรับรถของกรมยุทธบริการทหาร มีบัญชีควบคุมทั้งสิ้นประมาณ 5,000 คัน เพราะฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยของตน

ในส่วน อาการของหมอมุก ซึ่งรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู ชั้น 3 อาคารท่านผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก รพ. พระมงกุฎเกล้า ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้  ภายในห้องพักเดี่ยว ซึ่งจัดไว้เฉพาะผู้ป่วยหนัก มีอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจจับการเต้นหัวใจ และอุปกรณ์การแพทย์มากมาย

พ.อ.นายแพทย์ ธีระพล ปกป้อง ผอ.กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยถึงอาการ ของหมอมุกว่ายังทรงตัว เนื่องจากมีภาวะสมองบวม ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่ผ่านช่วงวิกฤติ หากภายใน 1-2 วันนี้ภาวะสมองบวม ยังไม่ดีขึ้น อาจต้องผ่าตัดสมองเป็นรอบที่ 3

ขณะ ที่ นพ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ แพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งดูแลหมอมุกเปิดเผยถึงอาการล่าสุดของหมอมุกผ่านรายการเจาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 ว่า ตอนนี้ยังมีภาวะสมองบวม ความดันในสมองสูงกว่าปกติเล็กน้อย จึงต้องอยู่ในห้องไอซียู คนไข้ยังไม่รู้สึกตัว และยังต้องให้ยารักษาเรื่องสมองบวมอยู่ ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้หมอมุกยังไม่รู้สึกตัวเลย วันนี้ลืมตาได้ แต่ยังไม่รับรู้ สำหรับการผ่าตัดครั้งแรกนั้น เพื่อลดภาวะสมองบวม และนำเลือดออก ครั้งที่ 2 ผ่าตัดเพื่อใส่สายวัดความดันในกะโหลกศีรษะ อาการตอนนี้ถือว่ายังทรงตัว อาการสมองบวม เริ่มค่อยๆดีขึ้น จึงพยายามลดยาเกี่ยวกับเรื่องสมองบวมลงไป แต่วันนี้มีปัญหาภาวะอาจมีไข้สูง ต้องให้ยาปฏิชีวนะทางกระแสเลือด สงสัยว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อนการติดเชื้อ ซึ่งต้องรอผลการเพาะเชื้ออยู่ สำหรับปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือสมอง เพราะสมองส่วนหน้าทั้ง 2 ข้างค่อนข้างบวมและช้ำเยอะ สมองที่บวมมาก คือสมองส่วนหน้าทั้ง 2 ข้าง และยังมีสมองช้ำ ด้านหน้าเสียหายไปค่อนข้างเยอะประมาณ 60% และการที่คนไข้ยังอยู่ ในภาวะสมองบวม ทำให้ยังประเมินไม่ได้ว่าจะกลับมาปกติเหมือนเดิมหรือไม่

ด้าน พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุกกล่าวเพิ่มเติมว่า หมอมุกได้รับพระบรมราชานุเคราะห์ให้เรียนที่ ร.ร.จิตรลดา ด้วยความดีที่บิดาสร้างสมไว้ จึงตั้งใจเรียน และเลือกเรียนแพทย์ที่ รพ.วชิรพยาบาล จบแล้ว ไปประจำที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนจะอาสาสมัครลงไปช่วยราชการที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยเหลือผู้สูงอายุจำนวนมาก เนื่องจากมีความสามารถเรื่องการรักษาฝังเข็ม จนได้รับพระราชทานรางวัลเหรียญรามาธิบดี และอยู่ใน คณะแพทย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หลังจากนั้นได้ย้ายมาประจำที่คลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอย้ายลงไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อีกครั้ง โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ

ขณะที่ในวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับโทรศัพท์จาก พ.อ.ศิริศักดิ์ ตุ้มทอง หรือ เสธ.ตุ้ม นายทหารฝ่าย เสธ.ประจำกองทัพน้อยที่ 1 กองทัพภาคที่ 1 เปิดเผยถึงเรื่องราวที่มีกระแสว่าตัวเองเข้าไปพัวพันกับรถยนต์ที่พุ่งชนหมอ มุกว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไม่ได้ไปไหน หลังจากเลิกงานก็กลับบ้านทันที ไม่ได้ไปดื่มสุราหรืออะไรทั้งนั้น ส่วนที่บอกว่าตนครอบครองรถนิสสันจากพล.อ.อำพล ตุ้มทอง นายทหารนอกราชการ บิดา ก็ไม่ เป็นความจริง เพราะรถที่บ้านมีใช้เยอะแยะ ไม่จำเป็น ต้องนำรถของบิดามาใช้แต่อย่างใด และบิดาตนก็ไม่เคย นำรถของทางราชการมาใช้ เนื่องจากเกษียณอายุราชการไปนานแล้ว และต้องส่งรถคืนหลวงตามขั้นตอน เพราะ ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะขับรถไปพุ่งชน พ.ต.พญ.หทัยพร ตามที่เป็นข่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ติดต่อมายังผู้บังคับบัญชาของตนเพื่อไปให้ปากคำ เพราะตนไม่ได้กระทำอะไร

สำหรับ พ.อ.ศิริศักดิ์ ตุ้มทอง เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 28 เป็นบุตรชายของ พล.อ.อำพล ตุ้มทอง นายทหาร จปร.รุ่น 2


ไทยรัฐออนไลน์
21 มิถุนายน 2554, 05:30 น.


ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/180566

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 22, 2011, 09:05:44 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:14:53 AM »

บก.สส.รับนิสสันวค1355เป็นของหน่วยแต่ ให้ยืมไปใช้-‘หมอมุก’ยังโคม่า

 จากกรณี พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา(หมอมุก) แพทย์ประจำร.พ.พระมงกุฎฯ บุตรสาวพ.ต.ประสิทธิ์ อิ่มวิทยา นายทหารที่พลีชีพในสมรภูมิเขาค้อเมื่อปี 2520 ถูกรถยนต์นิสสัน ทะเบียน วค 1355 พุ่งชนอย่างแรง เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา บริเวณหน้าร้านอาหารเสาวรส ถ.สามเสน ซึ่งปรากฏว่าพ.ต.พญ.หทัยพร มีอาการสมองบวม ต้องผ่าตัดและพักฟื้นในห้องไอซียู.ร.พ.พระมงกุฎฯ ปัจจุบันยังไม่ได้สติแต่อย่างใด


 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุหมอมุกอยู่ระหว่างขับรถเข้าบ้าน แต่รถนิสสันคันดังกล่าวจอดขวางประตูบ้านอยู่ จึงจอดคู่ใกล้เคียงกัน พร้อมให้พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาไปสอบถามร้านอาหารเสาวรส เพื่อตามเจ้าของมาเลื่อนรถ ซึ่งระหว่างที่พญ.พรรณกรเดินออกไป เจ้าของรถคันดังกล่าวเดินสวนมา และเมื่อพบรถของหมอมุกจอดเคียงอยู่ เจ้าจองรถนิสสันได้ใช้นิ้วเขียนลงบนฝุ่นบนกระจกรถของหมอมุกทั้งด้านซ้าย ขวา และด้านหลังว่า “เ-ี-ย” จอดรถไม่มีมารยาท” หลังจากนั้นจึงเลื่อนรถออกไปฝั่งตรงข้าม


 ต่อมาพญ.หทัยพรเดินกลับมาเพื่อ เลื่อนรถของตนเองเข้าบ้าน ขณะเดียวกันนั้นรถนิสสัน ทะเบียน วค 1355 คันดังกล่าว พุ่งเข้าชนรถหมอมุกอย่างจังจนกระเด็นไปไกล 50 เมตรจากจุดชน พยานเห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถคันดังกล่าวไม่ได้ชะลอความเร็วและยังมีความพยายามตั้งใจจะชนซ้ำจึงตะโกน และวิ่งเข้าขวาง รถนิสสันจึงขับหนีไปในความมืด จากนั้นพญ.พรรณกรมารดารีบนำตัวหมอมุกส่งรพ.พระมงกุฎฯ โดยแพทย์พบว่า มีอาการสมองบวมจึงต้องรีบทำการผ่าตัดจนขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด


 ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว พญ.พรรณกรได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งแจ้งว่า รถดังกล่าวไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปไหนในเวลาเกิดเหตุ พร้อมพยายามหว่านล้อมให้เชื่อว่ารถนิสสันที่พุ่งชนสวมทะเบียน เพื่อเลิกล้มความตั้งใจในการดำเนินคดี ทั้งนี้ พญ.พรรณกรได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สน.พญาไท กับร.ต.ท.สุขประเสริฐ หลักกอง พนักงานสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ารถนิสสัน ทะเบียน วค.1355 จดทะเบียนในนามกองบัญชาการทหารสูงสุด สังกัดกรมยุทธบริการ ซึ่งเจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือไปยังต้นสังกัดเพื่อขอตรวจสอบ โดยได้รับแจ้งว่าจะนำรถคันดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 09.00 น.


 ต่อมา วันที่ 20 มิ.ย. พล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีรถนิสสันทะเบียน วค.1355 ว่า เป็นของกรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดจริง เป็นรถที่อยู่ในบัญชีควบคุม ซึ่งรถทั้งหมดของบก.ทหารสูงสุดจะขึ้นทะเบียนไว้ที่กรมยุทธบริการทหาร และแจกจ่ายไปยังหน่วยต่างในสังกัด


 ส่วนรถที่เกิด เหตุขึ้นบัญชีไว้ที่สังกัดสำนักงานปลัดบัญชีทหาร บก.ทหารสูงสุด โดยส่งมอบไปเมื่อปี 2550 และได้ทำเรื่องของใช้จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งคืนแต่อย่างใด ซึ่งรถของกรมยุทธบริการทหารมีบัญชีควบคุมอยู่จำนวน 5,000 คัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยของตน


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 15:45 น.


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNd09EVTFPVFUyTkE9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:18:59 AM »

"หมอ มุก"ยังไม่ฟื้น-โดนรถทหารชนโคม่า



ไล่ชนหมอ - พฐ.ตรวจรถเก๋งนิสสัน ซันนี่ นีโอ ทะเบียน วค 1355 กทม. ของกรมยุทธบริการ บก.สส. ที่ขับชน พ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก (ภาพเล็ก) อาการโคม่า เพราะไม่พอใจที่จอดรถขวาง



บก.สส.ส่ง พฐ.พิสูจน์ เก๋งนิสสัน แม่จี้ทำคดี

"หมอ มุก"ยัง ไม่ฟื้นคืนสติ จากเหตุการณ์ ถูกคนร้ายซิ่งรถชนหน้าบ้าน แพทย์เผยผ่าตัดหมอสาวร.พ.พระมงกุฎฯ 2 รอบแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกตัวอยู่ในห้องไอซียู มีอาการสมองบวม สั่งห้ามเยี่ยมเด็ดขาดหวั่นติดเชื้อแทรกซ้อน แม่หมอมุกรุดพบผบก.น.1 จี้ตร.เดินหน้าทำคดี มั่นใจคนทำเป็นคนมีสีที่กำลังเมา ท้าให้คนทำออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย หวั่นถูกลอบปองร้าย ทางด้านเจ้ากรมยุทธบริการ บก.สส. ตรวจสอบทะเบียนรถก่อเหตุแล้ว ยอมรับเป็นรถในสังกัดจริง

จากกรณีที่พ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก แพทย์ประจำร.พ.พระมงกุฎฯ บุตรสาว พ.ต.ประสิทธิ์ อิ่มวิทยา นายทหารที่พลีชีพในสมรภูมิเขาค้อเมื่อปี 2520 ถูกรถเก๋งนิสสัน ทะเบียน วค 1355 พุ่งชนอย่างแรง เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านของตัวเอง เป็นเหตุให้พ.ต.พ.ญ.หทัยพร มีอาการสมองบวม ต้องผ่าตัดและพักฟื้นในห้องไอซียู ร.พ.พระมงกุฎฯ ปัจจุบันยังไม่ได้สติแต่อย่างใดนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ว่า คดีนี้มีการแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เวลา 10.40 น. ที่สน.พญาไท โดยพ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี ระบุว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ พ.ต.พ.ญ. หทัยพร หรือหมอมุก ซึ่งเป็นลูกสาว ขับรถยนต์ ทะเบียน ษต 4065 กทม. จะเข้าบ้านพักเลขที่ 45/12 ถ.เศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. พบว่ามีรถยนต์ ทะเบียน วค 1355 กทม. จอดขวางหน้าประตูบ้าน หมอมุกจึงลงมาจดทะเบียนรถดังกล่าวไว้ โดยจอดรถของตนขวางไว้อีกชั้น พร้อมดึงเบรกมือไว้ จากนั้นออกตามหาเจ้าของรถที่จอดขวางอยู่

ต่อมา รถคันดังกล่าวสามารถขับออกไปจากจุดที่จอดได้ โดยขณะที่หมอมุกและพ.ญ. พรรณกร มารดา เดินเข้าประตูบ้าน สังเกตเห็นรถดังกล่าวไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านพัก ต่อมามีเสียงดัง พ.ญ.พรรณกรหันไป ก็เห็นลูกสาวตัวเองได้รับบาดเจ็บอยู่หน้าบ้าน และเห็นรถคันดังกล่าวแล่นหนีไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถทะเบียน วค 1355 กทม.ที่ก่อเหตุ เป็นรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ นีโอก่อนลงมือก่อเหตุ เจ้าของรถ ซึ่งถูก พ.ญ.พรรณกรตามมาจากร้านอาหารเสาวรสใกล้ๆกันให้มาเลื่อนรถ เห็นว่ารถของตนถูกรถของหมอมุกจอดขวางไว้อีกชั้น จึงเกิดอารมณ์โกรธ ใช้นิ้วเขียนไว้บนฝุ่นกระจกรถของหมอมุกตามกระจกหน้า ซ้าย ขวา และด้านหลังว่า "เห้ จอดรถไม่มีมารยาท" ก่อนจะเลื่อนรถออกไปฝั่งตรงข้าม

พอ หมอมุกจะเลื่อนรถตัวเองเข้าบ้าน เจ้าของรถนิสสันดังกล่าว ก็ขับรถพุ่งชนอย่างจังจนกระเด็นไปถึง 50 เมตรจากจุดชน พยานใกล้เคียงที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถคันดังกล่าวไม่ได้ชะลอความเร็ว และยังมีความพยายามตั้งใจจะชนซ้ำ จึงตะโกนและวิ่งเข้าขวาง รถนิสสันจึงขับหนีไปในความมืด จากนั้นพ.ญ.พรรณกร มารดา จึงรีบนำส่งร.พ.พระมงกุฎฯ โดยแพทย์พบว่าหมอมุกมีอาการสมองบวมจึงต้องรีบผ่าตัด จนขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว พ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา ซึ่งเป็นมารดาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งแจ้งว่า รถดังกล่าวไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปไหนในเวลาเกิดเหตุ พร้อมพยายามหว่านล้อมให้เชื่อว่ารถนิสสันที่พุ่งชนสวมทะเบียน เพื่อเลิกล้มความตั้งใจในการดำเนินคดี ทั้งนี้พ.ญ.พรรณกร ได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สน.พญาไท กับร.ต.ท.สุขประเสริฐ หลักกอง พนักงานสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นพบว่ารถนิสสัน ทะเบียน วค 1355 จดทะเบียนในนามกองบัญชาการทหารสูงสุด สังกัดกรมยุทธบริการ ซึ่งเจ้าพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือไปยังต้นสังกัดเพื่อขอตรวจสอบ โดยได้รับแจ้งว่า จะนำรถคันดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 20 มิ.ย. เวลา 09.00 น.

ทางด้านพล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีรถนิสสันทะเบียน วค 1355 ว่า ยอมรับว่าเป็นของกรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดจริง เป็นรถที่อยู่ในบัญชีควบคุม ซึ่งรถทั้งหมดของบก.ทหารสูงสุด จะขึ้นทะเบียนไว้ที่กรมยุทธบริการทหาร และแจกจ่ายไปยังหน่วยต่างๆในสังกัด ส่วนรถที่เกิดเหตุ ขึ้นบัญชีไว้ที่สังกัดสำนักงานปลัดบัญชีทหาร บก.ทหารสูงสุด โดย ส่งมอบไปเมื่อปี 2550 และได้ทำเรื่องขอใช้ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการส่งคืนแต่อย่างใด รถของกรมยุทธบริการทหารมีบัญชีควบคุมอยู่จำนวน 5,000 คัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับหน่วยของตน

รายงาน ข่าวเปิดเผยว่า กรมยุทธบริการทหารได้ส่งมอบให้หน่วยสำนักงานปลัดบัญชีทหาร บก.กองทัพไทย เป็นผู้ใช้ ตั้งแต่ปี 2550 โดยรถคันดังกล่าวทราบว่า พล.อ.คนหนึ่งนำไปใช้งาน คาดว่าปัจจุบัน บุตรชายซึ่งเป็นนายทหารยศ พ.ท. นำรถคันดังกล่าวไปใช้ต่อแทนพ่อ

วันเดียวกัน พ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อดีตอาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยา ร.พ.ศิริราช มารดา พ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ ร.พ.พระมงกุฎฯ พร้อมด้วยเพื่อนของหมอ เข้าพบ.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยมารดาของหมอมุก นำภาพถ่ายบุตรสาวขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู มอบให้พนักงานสอบสวน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสอบปากคำเพิ่มเติมถึงรูปพรรณของรถและผู้ก่อเหตุ

พ.ญ.พรรณ กรกล่าวว่า วันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติม และมาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยากให้ความจริงเปิดเผย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด คนทำคงเป็นคนเมาและเป็นคนมีสี อยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ขอให้คนทำออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย พ่อก็เป็นทหารเหมือนกัน อาการตอนนี้ยังเบาใจไม่ได้ ก็ได้เพื่อนคอยดูแลกัน ตนยังมีความหวังคงมีปาฏิหาริย์ให้ลูกฟื้นได้ ตอนนี้กังวลเรื่องถูกจะมุ่งปองร้าย จุดเกิดเหตุหน้าบ้านตน เป็นจุดขาวแดงห้ามจอด แต่ก็จอดกันเป็นประจำอยู่

"ในวันเกิดเหตุ กลับบ้านที่เสาวรสคลินิก ถ.เศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท หมอมุกขับรถโตโยต้า คัมรี่ พบรถเก๋งนิสสันซันนี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กทม. จอดขวางหน้าบ้าน จึงจดทะเบียนรถไปให้ร้านอาหารสามเสนวิลล่า ที่ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการจอดรถริมถนน จากนั้นหมอมุกก็จอดรถดึงเบรกมือและเข้าห้องน้ำ กระทั่งคนขับรถคันที่จอดขวางมาเลื่อนรถ จากนั้นชายที่มีลักษณะคล้ายนายทหารกลับรถไปจอดที่ฝั่งตรงข้ามริมทางรถไฟ ถนนกำแพงเพชรตัดถนนเศรษฐศิริ ชายในรถมองกลับมาที่หมอมุก ทางหมอมุกบอกแม่ว่า สงสัยทำไมรถไปจอดอยู่ฝั่งตรงข้าม ขณะที่หมอมุกเดินไปเพื่อเตรียมจะถอยเข้าบ้าน ได้ยินเสียงบีบแตรดังลั่น ก่อนที่จะเห็นรถคันที่จอดขวางพุ่งชนลูกสาวจนลอยไปไกลกว่า 30 เมตรต่อหน้าต่อตา วิ่งเข้าไปดู มีพยานเก็บที่ปัดน้ำฝนของรถคันก่อเหตุที่ติดอยู่กับร่างของหมอมุกไว้เป็น หลักฐาน เรื่องนี้คิดว่าคนขับจงใจกระทำและจะต้องมีคนคุ้มครอง หรือเป็นคนมีสี ที่กล้าทำผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้" มารดาหมอมุกกล่าว

ที่ หน้าหอผู้ป่วยอาการหนักอุบัติเหตุ(ไอซียู) โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พ.อ.พีรพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุ และหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล เปิดเผยอาการของหมอมุกว่า แพทย์เจ้าของไข้ของผู้ป่วยรายนี้ คือน.พ.บุญโชค เคียงกิติวรรณ ประสาทศัลยแพทย์ ในวันนี้จะงดให้เยี่ยมผู้ป่วย เนื่องจากแพทย์ตรวจพบว่ามีอาการไข้ขึ้นสูง และภาวะสมองบวม ที่ผ่านมาผู้ป่วยได้เข้ารักษาด้วยการผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง อาการทั่วไปของผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัว ร่างกายซีกขวาอ่อนแรง สมองบวม แพทย์ที่ทำการรักษาต้องระวังภาวะแทรกซ้อนระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากผู้ป่วยได้ใช้เครื่องช่วยหายใจใส่เข้าไปในร่างกาย เกรงว่าจะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และต้องดูผลการรักษาแบบวันต่อวัน แต่ที่ผ่านมา การรักษาผู้ป่วยก็เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง หลังจากเข้าผ่าตัดมาแล้ว ส่วนในระยะยาวนั้น ต้องรอดูว่าจะมีอาการแทรกซ้อนหรือไม่

เวลา 13.30 น. พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดสำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารได้นำรถนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กทม. มาที่สน.พญาไท จากนั้นพ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส. ได้เชิญพ.ญ.พรรณกร มารดาหมอมุกมาดูรถคันดังกล่าว พบว่าที่บริเวณกระจกด้านหน้าที่มีสติกเกอร์ผ่านเข้าออกหน่วยราชการ เหลือแผ่นที่ติดอยู่ด้านหน้าซ้ายเพียง 1 อัน เป็นบัตรผ่านเข้า-ออก กองบัญชาการกองทัพไทย ระบุ ทะเบียนรถ วค 1355 ส่วนรถคันก่อเหตุมีสติก เกอร์ติดอยู่ด้านหน้าจำนวนหลายแผ่น และบริเวณที่ปัดน้ำฝนมีสีดำไม่เท่ากัน เหมือนนำมาเปลี่ยน ใหม่ ส่วนตัวรถเหมือนกับรถคันก่อเหตุมาก

เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.) ร.ต.ท.สุดประ เสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท ได้ส่งรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ที่มีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์กองบัญชาการกองทัพไทย 2552-2554 ติดอยู่บริเวณกระจกหน้ารถด้านซ้าย โดยรถเก๋งคันนี้เป็นรถต้องสงสัยขับพุ่งชนหมอมุกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา มาตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการชน นอกจากนี้ ได้ส่งที่ปัดน้ำฝน ซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าเป็นของรถคันที่ชนหมอมุกทำตกหล่นไว้ มาตรวจเปรียบเทียบกับรถต้องสงสัย

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า รถคันนี้ พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันด้วยทะเบียนว่าเป็นรถที่ขับพุ่งชนหมอมุก แต่ในขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า รถคันนี้ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทราบจากทหารที่นำรถมาว่าเป็นรถใช้ในราชการทางธุรการ และจอดอยู่ภายในสำนักงานปลัดบัญชี กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งรถหม้อน้ำรั่ว จอดอยู่ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อพนักงานสอบสวนส่งมาให้ตรวจ ทางเจ้าหน้าที่สพฐ.ตร.จะตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะของหมอมุก นอกจากนี้ ตรวจเปรียบเทียบที่ปัดน้ำฝน ที่หลุดหักติดตัวผู้บาดเจ็บได้จากที่เกิดเหตุ พบว่ามีความเก่าหรือใหม่เท่ากันทั้ง 2 ข้างหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบหาหลักฐานทั้งภายนอกและภายในตัวรถ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจ 2-3 วัน


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakl4TURZMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOaTB5TVE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 09:40:04 AM »

กองทัพไทยยอมรับรถชนหมอมุกเป็นของกองทัพ



เจ้ากรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ยืนยันรถยนต้องสงสัยชนหมอมุก เป็นรถในความดูแลของกรมยุทธบริการทหาร แต่คนขับเป็นใครต้องตรวจสอบจากสำนักฯปลัดบัญชีทหาร ที่เบิกยืมไปใช้ในราชการ

พล.ท.อุดม พูลสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า รถเก๋งนิสสัน neo ที่ต้องสงสัยว่าเป็นคันที่ชน พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำ รพ.พระมงกุฎ หรือหมอมุก เป็นรถในความดูแลของกรมยุทธบริการทหารจริง แต่ทางสำนักงานปลัดบัญชีทหารได้เบิกยืมไปใช้ในราชการ ล่าสุดได้ส่งรถให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบแล้วว่า เป็นคันที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ ส่วนคนขับเป็นใครนั้น ต้องไปตรวจสอบกับทางสำนักงานปลัดบัญชีทหารว่า ได้มอบหมายให้นายทหารผู้ใดดูแลรับผิดชอบ

สำหรับกรมยุทธ บริการทหารนั้น มีรถยนต์อยู่ในความดูแลถึง 4,000 กว่าคัน มีทั้งรถบัส , รถบรรทุก 10 ล้อ และรถเก๋ง เช่น โตโยต้าคัมรี่ , โซลูน่า , นีโอ และยี่ห้ออื่น ๆ อีก เพื่อสนับสนุนส่วนราชการอื่นในสังกัดกองบัญชาการกองทัพไทยเบิกยืมไปใช้ ซึ่งก็มีทั้งกรมสื่อสารทหาร , กรมแผนที่ทหาร และสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ

ทั้งนี้ผู้สื่อ ข่าวได้พยายามโทรศัพท์ไปสอบถามจาก พล.ท.สมหมาย เกาฏีระ ปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยแล้ว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ทาง ด้าน ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้นำรถยนต์นิสสันซันนี นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค1355 กทม. หลังจากพบเบาะแสว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถต้องสงสัยที่ใช้ขับชน พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา  บาดเจ็บสาหัส ภายในซอยเศรษฐสิริ เมื่อคืนวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดย วันนี้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าว เพื่อหาลายนิ้วมือ ทั้งภายใน และภายนอกรถ รวมทั้งที่ปัดน้ำฝนที่เป็นลักษณะเดียวกับที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุฝั่งคนขับ ว่ามีการเปลี่ยนใหม่หรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าประมาณ 2-3 วันจะทราบผลการตรวจสอบ

ทาง ด้านพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อประสานงานกับเจ้าของรถต้องสงสัยที่ใช้ก่อเหตุ ตั้งแต่คืนที่เกิดเหตุแล้ว โดยมารดา และพยานรอบข้างระบุทะเบียนรถที่ใช้ก่อเหตุ รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์ช่วงเกิดเหตุได้ ซึ่งขณะนี้ได้มีการพยามติดต่อพยานมายืนยันอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ส่วน พลตรี พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร ผู้ที่นำรถยนต์ต้องสงสัยมา บอกว่า รถทะเบียนดังกล่าวเป็นรถของสำนักงานปลัดบัญชี กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้ใช้มาตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายนแล้ว เนื่องจากหม้อน้ำรั่ว


คลิปข่าว


http://www.scdc5.forensic.police.go.th/rd3.swf



เรื่องเด่นเย็นนี้ ครอบครัวข่าว 3
วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ที่มา :   http://www.krobkruakao.com/ข่าว/39805
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 11:15:36 AM »


ล่าคนใจร้ายขับพุ่งชนหมอมุกปางตาย



9 วัน คดีไม่คืบ ญาติสืบพบเป็นรถพล.อ.

ซิ่งเก๋งพุ่งชน "หมอมุก" แพทย์ รพ.พระมงกุฎฯ อาการปางตาย “ตีนผีขี้เมา”เหี้ยมผิดมนุษย์ ทำผู้หญิงได้ลงคอ แม่เผยเหตุโมโหที่ขอให้เลื่อนรถที่จอดขวางทางเข้าบ้าน แกล้งขับอ้อมไปจอดฝั่งตรงข้ามรอจนเหยื่อเดินกลับมาที่รถอีกครั้ง บีบแตรเสียงดังลั่นพุ่งบดขยี้ร่างลูกสาวกระเด็นไปไกล ก่อนจะขับรถหายไป ญาติ ๆ ทวงถามคดีหลังผ่านไป 9 วันไม่คืบหน้า สืบจนได้ข้อมูลลึกอ้างรถคันก่อเหตุมีนายทหารยศ “พลเอก” นอกราชการเป็นเจ้าของ ให้ลูกชายทหารยศ “พันโท” ไว้ใช้ส่วนตัว  ขณะที่บิ๊กนำรถต้องสงสัยมาให้โปลิศตรวจสอบ ระบุกรมยุทธบริการฯ มอบให้สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ไว้ใช้ในส่วนกลาง หากทหารนายใดจะนำไปใช้ต้องลงทะเบียนบันทึก ยันรถจอดไว้ตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.ไม่มีใครใช้งาน เนื่องจากหม้อน้ำแตก “ผบ.สส.” สั่งตั้งคณะกรรมการสอบทันที ขณะที่ต้นสังกัดมั่นใจรถไม่เคยถูกนำไปใช้งาน หวั่นสวมทะเบียนปลอม

คนมีสีเมากร่างขับรถชนแพทย์หญิงเจ็บสาหัส ถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อดีตอาจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยาโรงพยาบาลศิริราช มารดา พ.ต.แพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์ประจำคลินิกผู้สูงอายุ  รพ.พระมงกุฎเกล้า พร้อมด้วยเพื่อน ๆ ลูกสาว เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.ท.โชติ  สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท ที่ห้องประชุมชั้น 2 โดยแม่หมอมุกนำภาพถ่ายลูกสาวขณะที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูมอบให้ พนักงานสอบสวนก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำไปสอบปากคำเพิ่มเติมถึงรูปพรรณของรถและ ผู้ก่อเหตุ กรณีคนร้ายขับรถชนหมอมุกจนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดคั่งในสมอง เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย. บริเวณหน้าเสาวรสคลินิก เลขที่ 45/12 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท

พญ.พรรณกร เปิดเผยว่า วันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าคดีของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเรื่องผ่านไป 9 วันแล้วแต่คดีไม่คืบหน้า อยากให้ความจริงเปิดเผย ถูกเป็นถูก ผิดเป็นผิด คนทำคงเป็นคนเมา และเป็นคนมีสี อยากขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ออกมาสู้กันอย่างลูกผู้ชาย พ่อก็เป็นทหารเหมือนกัน สำหรับเหตุร้ายที่ตนกับลูกสาวเจอเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและหมอมุกเดินทางกลับจากไปนมัสการหลวงพ่อที่ รพ.วิชัยยุทธ เมื่อมาถึงที่บ้านพักบริเวณเสาวรสคลินิก หมอมุกขับรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษต 4045 กรุงเทพมหานคร

แม่ผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงหน้าคลินิกพบรถเก๋ง นิสสัน ซันนี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร จอดขวางหน้าบ้าน ลูกตนจึงจดทะเบียนรถให้ร้านอาหารสามเสนวิลล่าให้ลูกค้าที่มาใช้บริการจอดรถ ริมถนนมาช่วยเลื่อนรถออก โดยลูกสาวดึงเบรกมือ ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ กระทั่งคนขับรถคันที่จอดขวางออกมาเลื่อนรถให้ โดยชายคนดังกล่าวลักษณะคล้ายนายทหารยอมขับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามริมทางรถไฟ ถนนกำแพงเพชรตัดถนนเศรษฐศิริ ก่อนจะมองกลับมาที่ตนและลูก ตอนนั้นหมอมุกสงสัยเหมือนกันว่าทำไมไปจอดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จนลูกตนเดินไปที่รถเตรียมจะถอยรถเข้าบ้าน เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น จู่ ๆ ชายคนดังกล่าวบีบแตรเสียงดังลั่น ก่อนจะเร่งเครื่องขับพุ่งชนลูกสาวตนจนลอยไปไกลกว่า 30 เมตรต่อหน้าต่อตา ตนรีบวิ่งเข้าไปดูร่างลูกสาว ทั้งนี้มีพยานที่เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งเก็บที่ปัดน้ำฝนของรถคันก่อเหตุที่ติด อยู่กับร่างของหมอมุกไว้เป็นหลักฐานด้วย

“เรื่องนี้คนขับจงใจกระทำ และต้องมีคนคุ้มครองหรือเป็นคนมีสี ถึงกล้าทำผู้หญิงได้ถึงขนาดนี้ จุดเกิดเหตุหน้าบ้านเป็นจุดขาวแดงห้ามจอด แต่ก็จอดกันเป็นประจำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สำหรับอาการของหมอมุกตอนนี้ยังเบาใจไม่ได้ สมองบวม ก็ได้เพื่อน ๆ คอยดูแล แม่ยังมีความหวังคงมีปาฏิหาริย์ให้ลูกฟื้นกลับมาอีกครั้ง ตอนนี้สิ่งที่กังวลอีกเรื่องคือกลัวจะถูกมุ่งปองร้ายด้วย”

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า  พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัดตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา และทางต้นสังกัดแจ้งว่าจะนำรถมาให้ตรวจสอบช่วงบ่ายวันนี้ และตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยกรถคันดังกล่าวมาไว้ที่โรงพักแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มองว่าทางตำรวจทำงานล่าช้า ขอยืนยันว่าปฏิบัติตามขั้นตอนกระบวนการกฎหมาย ที่ล่าช้าเพราะขั้นตอนทางเอกสารทางราชการ

ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารนำรถนิสสัน ซันนี่นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร รถต้องสงสัยมาที่ สน.พญาไท โดย พ.ต.ท.โชติ เชิญ พญ.พรรณกร แม่หมอมุกมาดูรถคันดังกล่าวด้วย เนื่องจากอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่าบริเวณกระจกหน้ามีสติกเกอร์ผ่านเข้า-ออก กองทัพบก แปะอยู่ด้านหน้าซ้ายเพียง 1 อัน เป็นบัตรผ่านเข้าออกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุทะเบียนรถ วค 1355 กรุงเทพมหานคร  เมื่อเห็นรถคันดังกล่าว พญ.พรรณกร  ชี้ให้ตำรวจดูพร้อมกล่าวว่า รถคันก่อเหตุมีสติกเกอร์แปะอยู่ด้านหน้าหลายแผ่น อีกทั้งที่ปัดน้ำฝนรถคันนี้มีสีไม่เท่ากันเหมือนเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ ส่วนตัวรถเหมือนกับรถคันก่อเหตุมาก

พ.ต.ท.โชติ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะอายัดรถไว้เพื่อส่งตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐาน เรื่องคดีพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความไว้ และแจ้งข้อหาเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยประสงค์ต่อชีวิต เข้าข่ายคดีอาญาพยายามฆ่า แต่ต้องรอดูอาการบาดเจ็บของผู้เสียหายว่ามากน้อยแค่ไหน ไม่ได้รับเป็นคดีรถชนธรรมดา ขอยืนยันว่ามีหลักฐานกล้องวงจรปิด และพยานวัตถุสามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน ขณะที่ พล.ต.พิสุทธิ์ กล่าวว่า รถยนต์คันดังกล่าวผู้ครอบครองคือกรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด แต่ได้มอบให้กับสำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ไว้ใช้ในส่วนกลาง มีเพียงคันเดียวเท่านั้น หากทหารนายใดจะนำไปใช้ต้องลงทะเบียนบันทึก แต่รถยนต์คันนี้ ทราบว่าถูกจอดไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ไม่มีใครใช้งานเนื่องจากหม้อน้ำแตก

ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดทอง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท ได้ส่งรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ที่มีสติกเกอร์สัญลักษณ์กองบัญชาการกองทัพไทย 2552-2554 ติดอยู่บริเวณกระจกหน้ารถด้านซ้าย เป็นรถต้องสงสัยขับพุ่งชนหมอมุก มาตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการชน นอกจากนี้ได้ส่งที่ปัดน้ำฝนซึ่งพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่าเป็นของรถคันที่ ชน พ.ต.แพทย์หญิงหทัยพร มาตรวจเปรียบเทียบกับรถต้องสงสัย

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า รถคันนี้พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันด้วยทะเบียนว่าเป็นรถที่ขับพุ่งชนหมอมุก แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่ารถคันนี้ใช้ในการก่อเหตุหรือไม่ ทั้งนี้ สพฐ.ตร.จะตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะของผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้จะตรวจเปรียบเทียบที่ปัดน้ำฝนที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุว่ามีความ เก่าหรือใหม่เท่ากันทั้ง 2 ข้างหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบหาหลักฐานทั้งภายนอก และภายในตัวรถ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน ด้าน ร.ต.ท.สุดประเสริฐ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สอบสวนพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ระบุตรงกันว่า รถคันที่ก่อเหตุ เป็นรถเก๋ง ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร เมื่อตรวจสอบแล้วเป็นรถที่ใช้ในราชการ นอกจากพยานแวดล้อมแล้ว ยังมีกล้องวงจรปิดของกทม. จากละแวกที่เกิดเหตุด้วย  หลังจากนั้นตนได้ทำเรื่องประสานขอรถเพื่อตรวจสอบ แต่ว่าด้วยระบบราชการ  จึงได้ส่งหนังสือในวันที่ 13 มิ.ย. ก่อนที่หน่วยงานดังกล่าวจะทำเรื่องตอบกลับมาและส่งรถมาให้ในวันนี้

แหล่งข่าวรายงานว่า นับจากวันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ล่วงเลยมาแล้วกว่า 9 วัน คดีไม่มีความคืบหน้า ญาติ ๆ ของหมอมุกจึงค้นหาประวัติรถดังกล่าวเบื้องต้นระบุอ้างว่า รถคันก่อเหตุเป็นของกรมยุทธบริการ กองบัญชาการทหารสูงสุด มีนายทหารยศ “พลเอก” นอกราชการเป็นเจ้าของ และได้ให้ลูกชายเป็นทหารยศ “พันโท” ไว้ใช้เป็นการส่วนตัว สำหรับประวัติ พ.ต.พญ.หทัยพร เป็นทหารสังกัดกองทัพบก บิดาเป็นทหารยศพันโทเสียชีวิตในสมรภูมิรบ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว มารดาเป็นอาจารย์แพทย์ อยู่โรงพยาบาลศิริราช หมอมุกตัดสินใจประกอบอาชีพเป็น แพทย์สังกัดทหาร เพื่อดำเนินรอยตามบิดาและมารดา ทั้งนี้หมอมุกได้ประจำการที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ก่อนหน้าเคยสังกัดอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นแพทย์ปัจจุบันเชี่ยวชาญในด้านการฝังเข็ม และก่อนที่หมอมุกจะถูกรถชนได้ทำเรื่องขอไปสังกัดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชา การทหารสูงสุดว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. ได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงกรณีรถยนต์นิสสัน ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของ กรมยุทธบริการทหาร จำนวน 54 คัน มีการยืมไปใช้ในราชการอย่างไร และปัจจุบันอยู่กับนายทหารคนไหนบ้าง ทั้งนี้ขอให้สรุปผลสอบโดยเร็ว เนื่องจากข่าวดังกล่าวอยู่ในความสนใจของประชาชน โดย ผบ.สส. มอบหมายให้ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานคณะกรรมการสอบ เบื้องต้นจะเชิญ ปลัดบัญชีทหาร และ เจ้ากรมยุทธบริการทหาร บก.ทหารสูงสุดมาสอบถาม อย่างไรก็ตามหลังจากให้รถกับทางตำรวจไปตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ควบคุมบัญชีรถ ของกรมยุทธบริการทหารมั่นใจว่า รถคันดังกล่าวไม่เคยนำไปใช้แต่อย่างใด เพราะหม้อน้ำรถมีปัญหามานานแล้ว ยังไม่ได้รับการซ่อม อาจเป็นไปได้ว่า มีคนในสำนักงานปลัดบัญชีทหารรู้ว่ารถคันนี้ไม่เคยใช้งานจนอาจมีการสวม ทะเบียนเกิดขึ้น และนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2554 เวลา 9:43 น.


ที่มา:  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=146444
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2011, 01:24:54 PM »


พ.อ.มอบตัวปัดขับรถชน"หมอมุก"



"พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ "มอบตัวปัดขับรถชน"หมอมุก" อ้าง"แพทย์หญิง"กระโจนใส่รถเอง กองทัพลั่นหมอมุกไม่เจ็บฟรี


ที่สน.พญาไท  วันที่ 21 มิ.ย.พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  ภู่กลั่น  ผอ.กองกลางสำนักปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการทหารไทย ผู้ต้องหาก่อเหตุขับรถชน พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน โดยมีนายทหารพระธรรมนูญ ร่วมรับฟังการสอบปากคำ  เบื้องต้น พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ขับชน แต่ยอมรับว่า วันเวลาที่เกิดเหตุตนเองพร้อมด้วยภรรยาและลูกสาว เพื่อนลูกสาวอีกคน  ได้เข้าไปทานอาหารที่ร้านเสนาวิลล่า บริเวณที่เกิดเหตุจริง หลังจากที่ทานอาหารเสร็จออกมาที่รถเพื่อจะเดินทางกลับ แต่เมื่อถึงรถยนต์ถูกรถของ หมอมุก จอดขวางอยู่ ทำให้ไม่สามารถขยับรถได้ เพราะรถไม่ได้ใส่เกียร์ว่างไว้ ทำให้ลูกสาวโมโห ไปเขียนบนกระจกรถ ว่า " จอดรถไม่มีมารยาท" หลังจากนั้นหมอมุกเดินออกมา จึงมีการโต้เถียงกันเล็กน้อยเรื่องการจอดรถ

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  กล่าวต่อว่า  จากนั้นได้โทรไปที่ 191 เพื่อให้มาเคลียร์เหตุการณ์แต่โทรไม่ติด ทั้งนี้หลังจาก หมอมุก ขยับรถแล้ว  จึงนำรถออกมา หมอมุกได้ทุบรถของตนเองจึงถ่ายทะเบียนรถหมอมุกไว้ แต่หมอมุกขวางรถไว้ หลังจากนั้นเมื่อขยับรถออก หมอมุกกระโดดขึ้นมาบนฝากระโปรงรถ พร้อมกับเกาะที่ปัดน้ำฝนและดึงติดมือไปจึงตกใจและหยุดรถทันที และถอยหลังทำให้หมอมุกตกลงจากรถ ไม่ได้มีเจตนา จะไปชนซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ภายหลังจากการสอบปากคำแล้ว พนักงานสอบสวน ได้ปล่อยตัวผู้ต้องหาโดยไม่ต้องประกันเนื่องจากว่า ผู้ต้องหาติดต่อขอเข้ามอบตัวเอง หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรอผลการตรวจพิสูจน์ หลักฐานบนตัวรถก่อน เพื่อดำเนินการต่อไป

ด้านนพ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ  แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยอาการล่าสุดของ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือ หมอมุก ว่า ความดันสมองขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และสามารถลดการให้ยาเพื่อลดอาการสมองบวมได้แล้ว ภาวะไข้ลดลง รวมถึงผู้ป่วยสามารถลืมตาและขยับตัวได้ ซึ่งเป็นสัญญาณถึงแนวโน้มอาการที่ดีขึ้น แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์จนกว่าจะผ่านภาวะวิกฤตสมองบวมให้ได้ก่อน จึงจะสามารถคาดการณ์อาการในอนาคตได้

 ด้าน พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงในเรื่องเดียวกันว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้กำชับไปยังพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุดและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้อำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกรณี และสั่งให้กองทัพตั้งชุดสืบหาพยานหลักฐานต่างๆสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

พ.อ.ธนาธิปกล่าวต่อว่า คดีนี้ทางตำรวจมีพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ คิดว่าคงดิ้นไม่หลุดคาดว่าในไม่ช้าจะมีการแถลงข่าวให้ทราบ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องสะเทือนขวัญต่อสังคม ไม่ว่าจะใครก็ตามต้องถูกดำเนินคดีและรับโทษถึงที่สุด ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่มีนโยบายในการช่วยเหลือคนกระทำความผิดทุกกรณี เราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตาสีตาสา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง หมดสมัยที่กองทัพ จะมีอิทธิพลหรือสิทธิประโยชน์ ซึ่งน่าจะใช้เวลา 15 วันในการสอบสวน

เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเป็นถึงลูกนายทหารระดับพลเอก   พ.อ.ธนาธิปกล่าวว่า ทุกชั้นยศในกองทัพหากทำความผิดจริงต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และรถที่ใช้ในการก่อเหตุอยู่ที่กองพิสูจน์หลักฐาน มีลายนิ้วมือของผู้บาดเจ็บอยู่ที่รถ  ซึ่งรถคันดังกล่าวทราบว่ามีการเบิกจ่ายให้สำนักงานปลัดบัญชีทหารตั้งแต่ปี 2550 และเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2554 ได้นำมาจอดทิ้งไว้ในที่จอดรถ เนื่องจากเครื่องยนต์เสียไม่สามารถวิ่งได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการสวมทะเบียนรถที่ก่อเหตุ  พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า มีความเป็นไปได้แต่พิสูจน์ไม่ได้ อย่างไรก็ตามทางตำรวจคงจะมีพยานหลักฐาน หากกำลังพลในกองทัพก่อเหตุจะนำมาดำเนินคดีถึงที่สุด ไม่ปกปิดซ้อนเร้นอำพรางคดี หรือดัดแปลงรถแต่อย่างใด เมื่อถามว่า มารดาของผู้บาดเจ็บตั้งข้อสังเกตว่ารถที่ใช้ก่อเหตุมี สติกเกอร์หน้ารถมากกว่ารถที่นำมาพิสูจน์หลักฐาน พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า ต้องฟังคณะกรรมการเพราะจะได้ข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่ที่มาที่ไปของรถ 


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2554 เวลา 12:56 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=419&contentID=146491
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 09:00:08 AM »


ผู้ต้องสงสัย คดีขับรถชนหมอมุก เข้าพบ ตร.สน.พญาไท


ผู้ต้องสงสัยคดีขับรถชนหมอมุก เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ยัน แสดงความบริสุทธิ์ ขณะที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหา...


ความคืบ หน้าคดีที่ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา  หรือ หมอมุก แพทย์ รพ.พระมงกุฎ ที่ถูกชายที่จอดรถขวางประตูหน้าบ้านย่านถนนเศรษฐศิริ ขับรถพุ่งชน เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ คือ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลางสำนักปลัดบัญชีกลาง กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ​ ก็ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่ สน.พญาไท เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

โดย มี พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท ร่วมทำการสอบสวน โดย พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ในขณะที่ พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ในเรื่องขั้นตอนการสอบสวนเบื้องต้น คงต้องมีการสอบสวนว่าผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว เป็นผู้ที่ขับขี่รถในวันที่ก่อเหตุจริงหรือไม่ โดยในเบื้องต้นจะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา จนกว่าจะสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่า ผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว เป็นผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวจริง ซึ่งหากเป็นจริงก็จะมีการแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ก่อนที่จะส่งตัวให้ศาลทหารดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่หากว่า ไม่ใช่ผู้ต้องหาก็คงต้องมีการปล่อยตัวไป

ทั้งนี้  พล.ต.ต.อำนวย ยืนยัน ว่า การรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ มีความคืบหน้าไปมาก แต่ในขณะนี้ก็ยังไม่สามาถเปิดเผยรายละเอียดได้ และขอให้ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอีกสักระยะ โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดย หลังเสร็จสิ้นการสอบสวน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ในวันนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นขับรถชนหมอมุกจริง แต่เป็นในลักษณะเฉี่ยวชน และเป็นการกระทำในลักษณะที่ไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ดีคำให้การดังกล่าว ยังคงขัดแย้งกับภาพจากกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ และยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ซึ่งหลังจากนี้ จะได้มีการตรวจสอบลายนิ้วมือภายในรถ รวมถึงสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์เพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า คำให้การ ของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ในวันนี้ ยังคงขัดกับคำให้การก่อนหน้านี้ ที่เจ้าตัวอ้างว่าตนเองเป็นเพียงผู้ดูแลรถเท่านั้น ไม่ใช่คนขับ แต่ในวันนี้ กลับให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุทำให้ตำรวจไม่ปักใจเชื่อว่า เป็นผู้ต้องหา และจะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา แต่ก็จะถือว่า การเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเดินทางมาในฐานะผู้ให้ถ้อยคำเท่านั้น ไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงไม่สามารถที่จะควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งหลังจากที่ให้ข้อมูลกับทางตำรวจแล้ว ก็คงจะต้องมีการปล่อยตัวไป 

ด้าน แพทย์หญิงพรรณกร อิ่มวิทยา อายุ 71 ปี  มารดาของหมอมุก ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุบุตรสาวไม่ได้มีการโต้เถียงกับคู่กรณีตามที่ ผู้ต้องหาให้การกับเจ้าหน้าที่ ระบุไม่ถือโทษโกรธ หลังคู่กรณีเข้ามอบตัว โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

 
ไทยรัฐออนไลน์
21 มิถุนายน 2554, 14:30 น.


ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/region/180691
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 09:20:06 AM »

"พันเอก"มอบตัว-อ้าง"หมอมุก"โดดใส่รถ

ตร.ชี้พิรุธ ขัดแย้ง! วงจรปิด "บิ๊กตู่"ยัน ไม่มีป้อง



ชนหมอมุก - พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เข้ามอบตัวที่สน.พญาไท คดีขับรถเก๋งชน"หมอมุก"พ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา บาดเจ็บสาหัส แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ตามข่าว

พันเอกตำแหน่งผอ.สำนักงานบัญชีทหาร รุดมอบตัวที่สน.พญาไทแล้ว คดีซิ่งชน"หมอมุก"จนโคม่า ให้การปฏิเสธ อ้างว่ามีปากเสียงกับหมอมุก จนหมอมุกกระโดดขึ้นกระ โปรงรถ พร้อมกับคว้าที่ปัดน้ำฝนไว้ ก่อนตกลงไปที่ปัดน้ำฝนหักติดมือ ในจังหวะเคลื่อนรถออก ด้าน"อำนวย นิ่มมะโน-วิชัย สังข์ประไพ" ที่รุดสอบปากคำด้วยตัวเอง ยืนยันคำให้การไม่น่าเชื่อถือ ขัดแย้งกับหลักฐานภาพวงจรปิด ต้องรวบ รวมพยานหลักฐานต่อไป ขณะที่อาการ"หมอมุก" ยังไม่รู้สึกตัว แต่มีปฏิกิริยาลืมตา ขยับแขนได้บางครั้ง


จากกรณีพ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา แพทย์ประจำร.พ.พระมงกุฎฯ ถูกคนร้ายซิ่งชนรถเก๋งนิสสัน นีโอ จนบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นโคม่า บริเวณหน้าบ้านตัวเอง เหตุจากรถของคนร้ายมาจอดปิดทางเข้าบ้าน พอตามให้มาเลื่อนก็เกิดไม่พอใจ ที่พบรถหมอมุกจอดซ้อนไว้อีกชั้นหนึ่ง เบื้องต้น ตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวเป็นรถในราชการทหาร คาดว่าคนขับเป็นทหาร ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. พล.ต. พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดสำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ นำพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย สวมชุดทหารครึ่งท่อนเสื้อเชิ้ต ลายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคดีขับรถเก๋งชนพ.ต.พ.ญ.หทัยพร หรือหมอมุก อิ่มวิทยา แพทย์ร.พ.พระมงกุฎฯ เข้าพบพ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อให้ถ้อยคำ จากนั้นส่งต่อให้พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสง กล้า พงส.(สบ 2) สน.พญาไท สอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องประชุมชั้น 2 ของโรงพัก

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้ขับชนหมอมุกแต่อย่างใด โดยในคืนวันเกิดเหตุ มารับประทานอาหารที่ร้านสามเสนวิลล่า พร้อมกับภรรยา ลูก สาว และเพื่อนลูกสาว รวม 4 คน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ พวกตนจึงเดินกลับมาที่รถ พบว่ามีรถยนต์ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นของหมอมุกจอดขวางรถอยู่ ลูกสาวไม่พอใจ จึงลงไปเขียน ด่าว่าจอดรถไม่มีมารยาท ที่กระจกรถของหมอมุก ระหว่างนั้น หมอมุกเดินมาเห็นพอดี จึงมาต่อว่าพวกตน จนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ตนพยา ยามขับรถออกไป แต่หมอมุกกลับพยายามทุบกระโปรงรถเพื่อให้จอด ตนจึงขับรถออกมา และ ได้กลับรถมาจอดฝั่งตรงข้าม แล้วโทรศัพท์แจ้งไป 191 แต่โทร.ไม่ติด

พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ตนวนรถกลับมาหยุดรถต่อท้ายรถของหมอมุก และหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายหมายเลขทะเบียนรถหมอมุกไว้ ซึ่งหมอมุกก็ยังยืนอยู่ที่รถ หลังจากถ่ายรูปเสร็จ ตนจึงเบนหัวรถออก แต่หมอมุกกลับตรงเข้ามาขวางหน้ารถไว้ และกระโดดขึ้นมา บนกระโปรงหน้ารถ ใช้มือคว้าที่ปัดน้ำฝน จังหวะ นั้นรถของตนกำลังเคลื่อนตัวออก จึงชนร่างของหมอมุกเข้า และหมอมุกก็กระเด็นออกไป พร้อมกับที่ปัดน้ำฝนหลุดติดมือ ตนจึงเบรกแล้วถอยหลัง เพราะกลัวว่าจะทับร่างของหมอมุก ซึ่งตกไปอยู่บริเวณหน้ารถ แล้วกลับรถแล้วขับออกไป

ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก. น.1 และพ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบก.น.1 เดินทางมาที่สน.พญาไท เพื่อสอบปากคำพ.อ. ศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าว พยายาม ถามพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์พูดแต่เพียงว่า "ไม่ขอตอบ"

พล.ต.ต. อำนวย กล่าวว่า เบื้องต้น ผู้เข้ามอบ ตัว ยังเป็นเพียงผู้เข้าให้ถ้อยคำ ยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด หากสอบสวนแล้วพบว่าให้การเท็จและไม่ใช่ผู้กระทำผิดจริง จะแจ้งข้อหาให้การเท็จด้วย แต่หากสอบสวนแล้วพบว่าเป็นผู้กระทำความผิด จะส่งตัวดำเนินคดีที่ศาลทหาร

ภายหลังการสอบปากคำโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.อำนวยเปิดเผยว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เป็นเพียงผู้มาให้ถ้อยคำ ถึงแม้จะมอบตัวโดยให้การว่าตนเองเป็นคนขับรถชนหมอมุกเอง แต่จากการสอบสวนพร้อมกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มา ยังไม่สามารถเชื่อตามคำกล่าวอ้างของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้ เพราะจากพยานหลักฐานที่ปรากฏ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด ยังขัดแย้งกับคำให้การของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน ละเอียด รอบคอบ และรัดกุม ไม่ใช่ว่าใครมามอบตัวก็เชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง ถ้าคดีขึ้นสู่ชั้นศาล มีการปฏิเสธและการพิสูจน์พยานหลักฐานของศาลไม่ตรงกัน คดีก็จะหลุด ศาลจะยก ฟ้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำงานอย่างหนักและตรงไปตรงมา โดยตนและพล.ต.ต.วิชัย จะลงมาดูคดีด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่ของทางพนักงานสอบสวนจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ก่อเหตุจริงหรือไม่

ด้านพล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า จากคำให้การของผู้ต้องสงสัย ยังไม่สามารถเชื่อถือได้ เพราะเมื่อวานนี้ (20 มิ.ย.) พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้เดินทางมาที่สน.พญาไท อ้างว่าตนเองเป็นเพียงคนครอบครองรถเท่านั้น แต่วันนี้กลับมาให้การว่าเป็นผู้กระทำผิด จึงทำให้คำให้การขัดแย้ง ไม่น่าเชื่อถือ และต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องของหม้อน้ำ ซึ่งเมื่อวานทางผู้ต้องสงสัยให้การว่าหมอน้ำรั่วอยู่ก่อนแล้ว แต่เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้วว่ารั่วจากอะไร

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่อาคารท่านผู้หญิงประภาศรี ร.พ.พระมงกุฎฯ ศ.คลินิก น.พ. อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา น.พ. สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา และ น.อ.(พิเศษ) น.พ.อิทธพร คณะเจริญ รองเลขา ธิการแพทยสภา เข้าเยี่ยมหมอมุก พร้อมมอบกระเช้าดอก ไม้เพื่อเป็นกำลังใจ

ศ.คลินิก น.พ.อำนาจ กล่าวว่า หมอมุกเป็นตัวอย่างที่ดีของแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่สำคัญยังมีความประสงค์จะกลับไปช่วยเหลือพี่น้องจังหวัดชาย แดนใต้อีกครั้ง จึงเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสมเด็จพระบรมราชชนกจะคุ้มครองให้อาการดีขึ้น

"ใน ส่วนของแพทยสภาจะให้ความช่วยเหลือในแง่ของการแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการตาม กฎหมาย ภายในสัปดาห์นี้แพทยสภาจะทำหนัง สือถึงผบ.ตร. ผบช.น.ให้ช่วยดูแลเรื่องคดี เพื่อความเป็นธรรมแก่หมอมุกด้วย" ศ.คลินิก น.พ. อำนาจ กล่าว และว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าสังคมปัจจุบันมีคนขาดสติเยอะ ขาดความยับยั้งชั่งใจก็มาก คนจึงควรมีสติให้มากขึ้น

ด้านพ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี มารดาของหมอมุก กล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อทุกแขนงที่ให้ความสนใจเรื่องนี้ ตนไม่ได้ต้องการอะไรมาก แค่อยากให้ลูกสาวฟื้นขึ้นมา ส่วนผู้กระทำผิดก็อยากให้รับผิดชอบในความสูญเสียครั้งนี้ บ้านเมืองมีกฎหมาย ไม่ใช่จะปล่อยใครทำอะไรก็ได้ โดยส่วนตัวไม่ได้แค้นอะไร แค่ต้อง การให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม สำหรับอาการของลูกสาวขณะนี้ดีขึ้น ตนได้รับอนุญาตจากแพทย์ให้เข้าเยี่ยมลูกสาวได้ภายในห้องไอซียู เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังมีภาวะไข้ เกรงจะติดเชื้อได้

"วันนี้ดีใจมาก ที่ได้ใกล้ชิดลูกสาว ได้นั่งข้างๆ คอยพูดคุย ที่สำคัญได้รับรู้ว่าลูกสาวมีปฏิกิริยาการรับรู้ ผ่านการจับมือ บีบ และคลายมือในบางครั้ง แม้จะไม่บ่อย แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเล่านิทานให้ลูกสาวฟัง อย่างนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า ซึ่งเล่าตอนสมัยเขายังเด็กๆ และในวันที่ 22 มิ.ย. จะเอาหนังสือเกี่ยวกับอริยสงฆ์ต่างๆ มาอ่านให้เขาฟัง เนื่องจากลูกสาวชอบอ่านหนังสือแนวนี้" พ.ญ. พรรณกรกล่าว

ขณะที่ น.พ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ ประสาทศัลยแพทย์ แพทย์เจ้าของไข้ กล่าวว่า หมอมุกมีอาการดีขึ้นกว่าวันก่อนๆ เนื่องจากภาวะสมองบวมลดลง อาการไข้ลดลง ความดันอยู่ในระดับปกติ แต่ยังต้องอยู่ในห้องไอซียู เนื่องจากต้องเฝ้าระวังภาวะการติดเชื้อ โดยคนไข้ลืมตาและขยับแขนได้บางครั้ง แสดงว่าคนไข้เริ่มมีปฏิกิริยาตอบ รับมากขึ้น แต่ยังไม่รับรู้ ยังไม่มีสติ เพราะหากมีสติจริงๆ จะต้องพูดคุยได้ แต่อย่างน้อยปฏิกิริยาดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูสมองจะต้องใช้เวลาหลายเดือน

ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีนี้ว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ทางตำรวจได้ราย งานและแจ้งให้ทราบในรายละเอียดมาแล้ว ขอเรียน ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผู้เสียหายเป็นกำลังพลของกองทัพบก กองทัพบกจะดูแลอย่างเต็มที่ และ จะไม่มีใครมาทำร้ายแพทย์หญิงคนดังกล่าวอีก ไม่ว่าใครจะทำต้องถูกลงโทษ ถ้าเป็นทหารด้วยกันมีระเบียบวินัยที่จะดำเนินการอยู่ ต้องเข้าใจขั้นตอนระเบียบกฎหมาย

พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลา โหม กล่าวว่าเรื่องนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้แสดงความห่วงใย พร้อมกำชับไปยังพล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูง สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้อำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกรณี หากมีการร้องขอหรือประสานงานมา และสั่งการ ให้ทางกองทัพตั้งชุดสืบหาพยานหลักฐานต่างๆ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ยังได้สั่งการยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎฯให้ดูแล พ.ต. พ.ญ.หทัยพรอย่างใกล้ชิดและเป็นคนไข้พิเศษ เพราะเป็นบุคลากรทรงคุณค่า ทำคุณประ โยชน์ให้ประเทศอย่างใหญ่หลวง และเป็นแพทย์ในโครงการพระราชดำริฯ และว่า กองทัพยืนอยู่บนความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตาสีตาสา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง หมดสมัยที่กองทัพจะมีอิทธิพลหรือสิทธิประโยชน์

ที่สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวถึงผลการตรวจรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค1355 กรุงเทพมหานครว่า ประเด็นแรกได้ตรวจสอบเลขทะเบียน และหมาย เลขตัวถังรถ ปรากฏว่าตรงกัน ไม่มีการแก้ไขเครื่อง เป็นรถคันที่จดทะเบียนเอาไว้จริง ประ เด็นที่ 2 ได้ตรวจสอบใบปัดน้ำฝนด้านหน้า สภาพด้านซ้ายที่ไม่หักแตกต่างจากด้านขวาที่หักไป เป็นคนละรุ่นกัน แต่ที่ปัดน้ำฝนด้านขวาจะเปลี่ยนมาเมื่อไรไม่ทราบได้ เมื่อนำไปเปรียบเทียบ กับใบปัดน้ำฝนที่หักติดตัวหมอไปปรากฏว่า ใบที่หักไปเป็นใบปัดน้ำฝนของรถรุ่นนี้ มีตัวเลขอะไหล่กำกับเป็น 6300 ส่วนด้านซ้ายที่ติดกับตัวรถ มีหมายเลขอะไหล่ 6301 ขณะที่ใบปัดน้ำฝนด้านขวาที่ติดกับตัวรถที่นำมาตรวจนั้น ไม่มีเลขประจำอะไหล่ และตรวจสอบพบว่าตัวนอต 2 ตัว ที่ขันยึดติดใบปัดน้ำฝนมีลักษณะใหม่ เราได้เปรียบเทียบใบปัดน้ำฝนของรถเจ้าหน้าที่ ซึ่งใช้รถนิสสันนีโอทุกคันจะมีเลขรหัสอะไหล่ 6300 และ 6301 ซึ่งลักษณะการกะเทาะของสีนั้นนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เกิดจากแรงกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อตรวจเปรียบเทียบสีรถกับสีที่หลุดติดกับเครื่องปัดน้ำฝนกับเครื่อง มือทางวิทยาศาสตร์พบว่า สีสัมพันธ์กัน ส่วนที่ผู้ต้องหาระบุว่าหมอมุกกระโดดใส่รถเองนั้น จากการตรวจสอบไม่พบว่ารถมีรอยบุบที่บริเวณหน้ารถ


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ที่มา :   http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakl5TURZMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOaTB5TWc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 09:26:59 AM »


พ.อ.มอบตัว พิรุธ คดีชนพญ. ตร.ไม่เชื่อตัวจริง



ยันต้องรอผลพิสูจน์ ให้การโบ้ยเหยื่อผิด โดดเกาะกระโปรงรถ ผบ.ทบ.ชี้ไม่ปกป้อง

โผล่แล้ว พ.อ.ตำแหน่ง ผอ.กองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร เข้ามอบตัวตำรวจ รับเป็นคนขับรถเก๋งของกลางที่ส่งตำรวจก่อนหน้า แต่ออกลูกโบ้ยไม่ได้ชน “หมอมุก” จนต้องนอนโคม่า อ้างหมอคงดูหนังมาก กระโดดมาขวางเอง สาเหตุมาจากมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องจอดรถขวางทาง แต่พอถูกสื่อซักทำไมมาสารภาพตอนนี้ เล่นเอาอึ้งพูดไม่ออก ด้าน 2 นายพล “อำนวย  นิ่มมะโน-วิชัย  สังข์ประไพ” ลงคุมคดีเอง บอก พ.อ.เป็นเพียงผู้มาให้ถ้อยคำยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด และยังไม่เชื่อคำให้การ เพราะหลายอย่างขัดแย้งกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่จับภาพได้ สุดท้ายตำรวจปล่อยกลับบ้าน ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ รมว.กลาโหมเต้น สั่ง ผบ.สูงสุด-ผบ.ทบ.ตั้งกรรมการหาพยานหลักฐานสนับสนุนตำรวจ ส่วน “ประยุทธ์” คำรามลั่น ถึงมีกระแสข่าวคนผิด หากเป็นลูกพลเอก ก็ไม่มียกเว้น ใครทำผิดต้องถูกลงโทษ


จากคดีโหดเหี้ยมสะเทือนขวัญ อยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์คนกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวพันกับความมีน้ำจิตน้ำใจในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ภายหลัง พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก อายุ 34 ปี แพทย์รางวัลพระราชทานเหรียญรามาธิบดี ประจำคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า บุตรสาว พ.ต.ประสิทธิ์ อิ่มวิทยา จปร.13 นายทหารที่พลีชีพในสมรภูมิเขาค้อเมื่อปี 20 ถูกชายขับรถยนต์นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีน้ำตาล ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ตั้งใจ ขับพุ่งชนอย่างแรง จนหมอมุกบาดเจ็บสาหัส สมองบวม และต้องผ่าตัดรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อาการยังโคม่า ไม่รู้สึกตัวจนขณะนี้ สาเหตุเพราะไปตามหาเจ้าของรถคันดังกล่าวที่ไปจอดขวางหน้าบ้านของหมอมุก ที่เปิดเป็นคลินิกชื่อเสาวรส คลินิก ถนน เศรษฐศิริ ใกล้สถานีรถไฟสามเสน เหตุเกิดเมื่อ 3 ทุ่มเศษ วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา


ต่อมา พญ.พรรณพร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี แม่หมอมุก เข้าพบตำรวจเพื่อร้องขอความเป็นธรรม และเชื่อว่าคนขับรถเก๋งที่ก่อเหตุเป็นนายทหารระดับสูง เพราะจากการตรวจสอบทะเบียนรถทราบว่า อยู่ในความครอบ ครองของกรมยุทธบริการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งถูกนำไปใช้งานในสำนักงานปลัดบัญชีทหาร อย่างไร ก็ตาม ภายหลังที่เรื่องดังกล่าวแพร่สู่สาธารณชน เกิดกระแส กดดันหาตัวผู้กระทำผิด ทำให้ พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดบัญชีทหาร นำรถเก๋งคันดังกล่าวมาให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ตรวจสอบ โดยอ้างว่ารถคันดังกล่าวใช้วิ่งอยู่ภายในกรม และจอดทิ้งไว้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เนื่อง จากมีปัญหาหม้อน้ำรั่วซึม ขณะที่แม่หมอมุกถึงกับงง บอก ว่าคล้ายรถคันก่อเหตุ เพราะมีร่องรอยเปลี่ยนแปลงหลาย แห่ง ขณะเดียวกัน พ.อ.ศิริศักดิ์ ตุ้มทอง หรือ เสธ.ตุ้ม นายทหารฝ่าย เสธ.ประจำกองทัพน้อยที่ 1 กองทัพภาค ที่ 1 เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันกับรถยนต์ที่พุ่งชนหมอมุกตามที่กระแสข่าว ไปพัวพันแต่อย่างใด


ล่าสุด ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาพยานหลักฐานว่าใครเป็นผู้ขับรถเก๋งชน “หมอมุก” มีนายทหาร ยศ พ.อ.อีกนายหนึ่งโผล่มอบตัวกับตำรวจ รับเป็นเจ้าของรถคันเจ้าปัญหา พร้อมทั้งปฏิเสธลั่นเปล่าชน “คุณหมอมุก” โดยรายละเอียดดังกล่าวเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.พิสุทธิ์ เปาอินทร์ รองปลัดสำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมนายทหารพระธรรมนูญ นำ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้อำนวย การกองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เบื้องต้น พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งอยู่ในชุดทหาร ครึ่งท่อน เสื้อเชิ้ต ลายสีน้ำเงิน อ้างเป็นผู้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว แต่ไม่ได้ตั้งใจชนหมอมุก จากนั้น พ.ต.ท.โชติ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.พญาไท นำตัวไปสอบสวนที่ห้องประชุมชั้นที่ 2


ระหว่างนั่งอยู่ที่ ห้องพนักงานสอบสวน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์มีท่าทีกระสับกระส่ายเมื่อถูกช่างภาพหลายสำนักบันทึกภาพ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เข้ามามอบตัวใน คดีขับรถชนหมอมุกหรือไม่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้ชน ในคืนวันเกิดเหตุมาทานอาหารกับครอบครัวที่ร้านสามเสนวิลล่า พร้อมกับภรรยา ลูกสาว และเพื่อนลูกสาว รวม 4 คน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เดินกลับมา ที่รถ พบรถยนต์ของหมอจอดขวางอยู่ ลูกสาวตนไม่พอใจลงไปเขียนบนกระจกด่า ระหว่างนั้นหมอมุกเดินมาเห็นพร้อมต่อว่าเรื่องจอดรถขวางหน้าบ้าน ตนตอบไปว่า


ที่ สาธารณะทำไมจอดไม่ได้ กระทั่งเกิดมีปากเสียงกัน แต่ระหว่างที่ตนขับรถออก หมอได้ทุบที่ท้ายกระโปรงรถ ให้ตนจอดรถ ตนไม่หยุด และขับรถมาจอดฝั่งตรงข้าม จากนั้นโทรศัพท์แจ้งไป 191 เพื่อที่จะแจ้งความกรณีที่ถูกทุบกระโปรงรถ แต่โทร.ไม่ติด จึงขับรถมาจอดท้าย รถหมอ พร้อมหยิบกล้องถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เห็นหมอมุกยืนอยู่ท้ายรถ ถ่ายรูปเสร็จจึงหักพวงมาลัยเตรียมออกรถ แต่หมอมุกกลับเดินเข้ามาขวางหน้ารถไว้


พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์กล่าวต่อว่า จังหวะนั้นหมอมุกคงดูหนังมาก กระโดดขึ้นมาเกาะบนฝากระโปรงรถ มือจับที่ปัดน้ำฝนไว้กระทั่งกระเด็นตกจากรถ ตนต้องเบรกแล้วถอยหลังก่อนหักหลบ เพราะกลัวทับร่างหมอซึ่งตกมานอนอยู่หน้ารถ ก่อนจะกลับรถแล้วขับออกไป เมื่อถามว่า ทำไมมารับสารภาพตอนนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ถึงกลับอึ้งไม่ยอมตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่า มารับผิดแทนผู้อื่นหรือไม่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ตอบด้วยเสียงเครียด จะให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น จากนั้นพนักงานสอบสวนนำตัวไปสอบสวนภายในห้องประชุม


ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางมาที่ สน.พญาไท เข้าร่วมสอบสวน พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ โดย พล.ต.ต.อำนวยกล่าวภายหลังว่า ผู้เข้ามอบตัวเป็นเพียงผู้เข้าให้ปากคำ ไม่ใช่ผู้กระทำผิด ถึงแม้จะมามอบตัวโดยให้การว่า เป็นคนขับรถชนหมอมุก ตำรวจยังไม่สามารถเชื่อตามคำกล่าวอ้างได้ เพราะพยานหลักฐานที่ปรากฏโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิด ยังขัดแย้งกับคำให้การ โดยพนักงานสอบสวนจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน รอบคอบรัดกุม ไม่ใช่ใครมามอบตัวก็เชื่อ ถ้าคดีขึ้นสู่ชั้นศาล โดยตน และ พล.ต.ต.วิชัยจะมาดูคดีด้วยตัวเอง เป็นหน้าที่จะต้องพิสูจน์ว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ก่อเหตุจริงหรือไม่หากเป็นผู้กระทำความผิดจริง จะแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และรวบรวมสำนวนส่งศาลทหารดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นสาเหตุมาจากจอดรถขวางทางกัน เพราะทางร้านสามเสนวิลล่าไม่จัดที่จอดรถไว้รับรองลูกค้า ผู้มาใช้บริการต้องจอดริมถนน ขวางทางเข้าบ้านประชาชนในย่านนั้น เป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ทางร้านก็มีส่วนร่วมให้เกิดเหตุการณ์พยายามฆ่านี้ขึ้นด้วย


ด้าน พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า จากคำให้การของผู้ต้องสงสัย ยังไม่สามารถเชื่อถือได้ เพราะเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท พร้อมบอกว่า เป็นคนดูแลควบคุมเรื่องรถ แต่ วันนี้กลับมาให้การว่าเป็นผู้กระทำผิด ต้องนำลายนิ้วมือไปตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานที่เก็บหลักฐานในรถ และรอบรถอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องของหม้อน้ำ ซึ่งเมื่อวานทางผู้ต้องสงสัยอ้างว่าหม้อน้ำรั่วอยู่แล้ว ทางกองพิสูจน์หลักฐานสามารถตรวจได้อย่างละเอียดว่า รั่วจากอะไร และการตรวจรถของกลางคืบหน้าไปมากพอสมควร คาดว่าพรุ่งนี้คงจะรู้ผลการตรวจสอบรถของกองพิสูจน์หลักฐาน


หลังสอบ สวนนานกว่า 5 ชั่วโมง เวลา 16.30 น. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้ออกมาจากห้องสอบสวน และเลี่ยงกลุ่มผู้สื่อข่าวเดินออกจาก สน.พญาไททันที ขณะที่ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน กล่าวว่า ได้สอบสวนในทุกประเด็น ตั้งแต่เรื่องครอบครัว ตำแหน่งหน้าที่การงาน และผู้ที่อ้างอยู่ในเหตุการณ์ โดยเฉพาะนางสภาวัน ภรรยา และลูกสาวกับเพื่อน จะเรียกมาสอบปากคำให้เสร็จสิ้นภายในวันศุกร์นี้ จากการสอบสวนพบว่าหมอมุก และ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อีกทั้งบอกว่าในวันเกิดเหตุ ไม่ได้ดื่มเหล้า และเลิกมานานแล้ว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังต้องสอบศูนย์วิทยุ 191 ว่า ในคืนเกิดเหตุมีการแจ้งทางโทรศัพท์หรือไม่ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชากำชับพนักงานสอบสวนสอบในทุกประเด็นที่กล่าวอ้าง เพื่อให้กระจ่างชัดเจนเรื่องการสมอ้างรับผิดแทน แต่หากเป็นไปในทิศทางที่กระทำผิดจริงก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อหาพยายามฆ่า อีกครั้งหลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว


มีรายงานว่า ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ลงพื้นที่หาข่าวบริเวณร้านสามเสนวิลล่า และบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุตามที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์อ้างว่า ในวันเกิดเหตุสวมเสื้อเชิ้ตโปโลแขนสั้นสีดำ กางเกงสีน้ำตาล มาที่ร้านตรงตามคำกล่าวอ้างหรือไม่ นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนยังพบว่า ช่วง 2 คืนที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายทหารมาเดินพูดคุยกับเด็กในร้าน และเด็กรับรถ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทำไมเด็กในร้านพูดให้ข่าวมากเกินไป ทำให้พยานเกิดความกลัว


ขณะที่ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจพิสูจน์รถยนต์นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ของกรมยุทธบริการ น่าเชื่อว่าเป็นรถคันที่พุ่งชน พ.ต. พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา เนื่องจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุ ส่วนกรณีที่ปัดน้ำฝนของรถยนต์รุ่นดังกล่าว พบว่าที่ปัดน้ำฝนทั้ง 2 อัน จะมีเลขประจำอะไหล่ ด้านขวาจะเป็นเลข 6301 และด้านซ้ายเลข 6300 แต่จากการตรวจสอบที่ปัดน้ำฝนด้านขวาของรถยนต์คันนี้ไม่มีตัวเลขระบุ น่าจะเกิดจากการเปลี่ยนหรือนำอันใหม่มาใช้  และยังพบรอยถลอกที่ขอบฝากระโปรงด้านหน้า น่าเชื่อว่าเกิดจากการกระชากที่ปัดน้ำฝน ส่วนที่ปัดน้ำฝนที่ตกในที่เกิดเหตุพบร่องรอยของสีติดอยู่ เมื่อนำมาเปรียบเทียบทั้ง 2 รอยเข้ากันได้ ชี้ให้เห็นว่าร่องรอยดังกล่าวเกี่ยวโยงกัน ส่วนกระจกด้านหน้ายังพบมูลนก ถ้านำที่ปัดน้ำฝนมาใส่ มูลนกไม่น่าจะตกที่จุดนี้ได้ ทำให้เชื่อได้ว่านกน่าจะถ่ายในช่วงที่รอการใส่ที่ปัดน้ำฝน ส่วนกรณีที่พยานยืนยันว่ารถคันที่ใช้ก่อเหตุมีการติดสติกเกอร์จำนวนหลายอัน บริเวณกระจกพบร่องรอยเศษสติกเกอร์และกระจกมีรอยเช็ดถู ส่วนจะให้ยืนยันว่าใครเป็นคนขับรถคันดังกล่าว ต้องมีการตรวจหาลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอจึงจะยืนยันได้ การทำงานของกองพิสูจน์หลักฐานต้องทำควบคู่กับงานสืบสวน ดังนั้น หลักฐานที่ได้เป็นเพียงข้อยืนยันในบางส่วน ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจะใช้ประกอบในการหาตัวผู้กระทำความผิด


ก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน ตำรวจรายงานมาแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผู้เสียหายเป็นกำลังพลสังกัดกองทัพบก และเป็นแพทย์หญิงสังกัดโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีการช่วยเหลือหรือดูแลคนทำร้าย ทำไม่ได้อยู่แล้ว และจะเข้าไปดูแลเรื่องนี้ วัตถุพยานมีอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าจะตรวจไม่พบ การมีกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยต้นสังกัด ที่จะต้องดูแลเบื้องต้น ผมให้ทางโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ทำรายงานถึงกรมแพทย์ทหารบกชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวผมเพิ่งทราบ สั่งให้สอบสวนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งเขาให้การว่าถูกชน และกำลังติดตามผู้กระทำความผิด คงปกปิดกันไม่ได้อยู่แล้ว


เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวผู้ก่อเหตุเป็นลูกนายทหารยศนายพล จะเกิดกรณีแพะรับบาปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คิดกันแบบนี้ ประเทศไทยมีกฎหมาย อีกทั้งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ว่า รมว.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุดวันนี้ตนก็ออกมาพูดอีก ลูกน้องเจ็บ ไม่มียกเว้น ใครทำต้องถูกลงโทษ ถ้าเป็นทหารด้วยกัน มีวินัยทหารลงโทษอยู่แล้ว ต้องเข้าใจว่าระเบียบกฎหมายเป็นอย่างไร ถ้าไม่สอนให้คนรู้จักกฎหมาย ก็ไม่มีคนเกรงกลัวกฎหมาย ทำความผิดก็ไม่กลัว รู้ว่ามีกฎหมายก็ไม่กลัว แต่พอถูกดำเนินคดีกลับกลัว

ไล่เลี่ยกันที่ กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้แสดงความห่วงใยพร้อมกำชับไปยัง พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้อำนวยความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกกรณี และสั่งการไปยังผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ให้ดูแล พ.ต.พญ.หทัยพรอย่างใกล้ชิด เป็นคนไข้พิเศษ เพราะเป็นแพทย์ในโครงการพระราชดำริฯ สำหรับผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนของกองทัพไทย ต้องรอให้กองทัพไทยชี้แจง คงไม่มีการปกป้อง เพราะกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ เป็นเรื่องดีที่พนักงานสอบสวนจะได้ทำงานอย่างถูกต้องยุติธรรม กองทัพยืนอยู่บนความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือตาสีตาสา ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง หมดสมัยที่กองทัพจะมีอิทธิพลหรือสิทธิประโยชน์ น่าจะใช้เวลา 15 วันในการสอบสวน เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเป็นถึงลูกนายทหารระดับพลเอก พ.อ.ธนาธิปกล่าวว่า  ทุกชั้นยศหรือใครในกองทัพ หากทำความผิดจริงต้องนำมาดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด สำหรับการพักราชการกับนายทหารที่ก่อเหตุ ในชั้นนี้ยังไม่ทราบว่ามีการกล่าวหาใคร

ด้านอาการของคุณหมอมุก-พ.ต. พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา ที่ยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู รพ.พระมงกุฎเกล้า ยังมีผู้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยงวันเดียวกัน ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภาพร้อมคณะ เข้าเยี่ยมอาการ พ.ต.พญ.หทัยพร ใช้เวลาพูดคุยกับ พญ.พรรณพร อิ่มวิทยา อายุ 70 ปี มารดา และ นพ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ แพทย์ศัลยกรรมประสาทซึ่งเป็นเจ้าของไข้ประมาณ 15 นาที จึงเดินทางกลับ โดย ศ.คลินิก นพ.อำนาจกล่าวว่า แพทยสภาได้มาเยี่ยมคุณหมอมุกเพื่อให้กำลังใจ เนื่องจากคุณหมอเป็นตัวอย่างที่ดีของแพทย์ซึ่งได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และประเทศชาติ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนใน 3 จังหวัด

ชายแดนภาค ใต้  คิดว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมฯ จะปกป้องคุ้มครองดูแลให้หายดีเป็นปกติโดยเร็ว เพื่อกลับมามีโอกาสช่วยเหลือผู้ป่วย และประชาชนอีกครั้ง ทั้งนี้แพทยสภาจะติดตาม และทำหนังสือนำไปยื่นให้กับ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. กองพิสูจน์หลักฐาน ไล่ลงมาจนถึงพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อให้ดูแล และให้ความเป็นธรรมกับหมอมุกอย่างเต็มที่


นพ.บุญโชติ เคียงกิติวรรณ เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า อาการด้านความดันสมองอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไข้เริ่มลดลง แต่ยังถือว่าโคม่าอยู่ และกำลังให้ยาปฏิชีวนะทางกระแสเลือด เบื้องต้นกำลังรอคอยผลการเพาะเชื้อจากห้องปฏิบัติการ  ส่วนเรื่องที่คณะแพทย์ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ อาการแทรกซ้อนจากภาวะการติดเชื้อ ภาวะชักจากเกลือแร่ต่ำเพราะจะทำให้สมองขาดเลือดเกิดบวมขึ้นมาอีก แม้หมอมุกจะลืมตา และขยับแขนได้บ้างในตอนนี้ ถือว่ามีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่รู้สึกตัวคงต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด และยังบอกไม่ได้ว่าจะออกจากห้องไอซียูได้เมื่อไหร่ และจะกลับมาหายเป็นปกติหรือไม่


ขณะที่ พญ.พรรณพร ผู้เป็นมารดา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมลูกสาวถึงในห้องไอซียู ดีใจที่ได้จับมือลูก และลูกตอบรับโดยการบีบมือตอบประกอบกับอาการไข้ลดลงแล้วเหลือเพียง 37.5 องศา รู้สึกมีความสุขมากๆ ส่วนคู่กรณีที่เข้ามอบตัวแล้วนั้น จะไม่ถือโทษโกรธกันแต่อย่างใด เพราะตนอายุมากแล้ว ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย จะไม่เดินทางไปโรงพัก เพราะต้องการจะอยู่กับลูก มีความสุขมากกว่า ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากพี่น้องเพื่อนฝูงที่เข้ามาเยี่ยมอาการหมอมุกแล้ว ยังมีประชาชนที่ทราบข่าวเข้ามาเซ็นชื่อในสมุดเยี่ยมผู้ป่วยจำนวนมาก โดยจำนวนนี้มีสามเณรชาญชัย เรืองวุฒิชนะพืช วัดสังข์กระจาย ย่านฝั่งธนบุรี ได้นำการ์ดอวยพรมามอบให้ พญ.พรรณพร มารดาหมอมุก และเซ็นชื่อในสมุดเยี่ยม โดยกล่าวว่า ไม่ได้รู้จักคุณหมอมุก แต่เมื่อทราบข่าว รู้สึกสงสาร ผู้หญิงเพศแม่ไม่น่าจะถูกกระทำอย่างนี้ โดยวันนี้ได้นำการ์ดอวยพร เขียนข้อความส่งกำลังใจให้คุณหมอหายไวๆ


ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์คำแหง โฆษกสภาทนายความ ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดใน 2 กรณีคือ กรณีคดีอาญากับกรณีคดีแพ่ง ในเรื่องความรับผิดทางอาญา การที่ชายผู้นั้นขับรถไปตั้งหลักในฝั่งตรงข้าม เพื่อซุ่มดูหมอมุก แล้วขับย้อนมาโดยปิดไฟหน้าเมื่อชนแล้วหลบหนีไป เป็นการประสงค์ต่อผลร้ายให้เกิดขึ้น มีเจตนาฆ่า แต่หมอมุกไม่ตายสมดังเจตนา เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า และยังไม่ชัดว่าไตร่ตรองหรือไม่ อาจเป็นอารมณ์ชั่ววูบ เช่นเดียวกับความรับผิดทางแพ่ง หากฟังได้ว่า รถเป็นของกองทัพแล้วให้นายทหารผู้ใหญ่เอาไปใช้จนพ้นตำแหน่งหน้าที่ และเอารถให้ผู้อื่นใช้อีกทอดหนึ่ง กองทัพรู้แต่ยังไม่เรียกรถคืน ตัวคนขับต้องรับผิดฐานละเมิด ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันก่อเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จ “เรื่องนี้ตำรวจถูกประชาชนมองว่าทำงานล่าช้า ความจริงต้องรีบเรียกพยานหลักฐานโดยเร็วมิฉะนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และยิ่งหากผู้กระทำผิดเป็นนายทหาร ก็ต้องติดเรื่องกระบวนการประสานงานและขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นทันที ซึ่งมีข้อตกลงระหว่างทหารกับตำรวจ เรื่องนี้คงต้องแก้ไขโดยมีการพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง” ว่าที่ พ.ต.สมบัติกล่าว


นสพ.ไทยรัฐ
22 มิถุนายน 2554, 07:50 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/180833

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2011, 12:06:21 PM »


พฐ.เตรียมเข้าตรวจสอบรถหมอมุก



เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบรถยนต์ของ พันตรีแพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา หลังผู้ต้องสงสัยให้ถ้อยคำกับตำรวจว่ามีการเฉี่ยวชนก่อนเกิดเรื่อง



คืบหน้าคดีรถชน  พันตรีแพทย์หญิง หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก ล่าสุด เช้านี้ (22 มิ.ย.) พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุก พร้อมด้วย นายกอสล้าง วรรณรสพากย์ ซึ่งเป็นหลานได้เปิดบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของหมอมุกที่เปิดเป็นร้านเสาวรส คลินิกเวชกรรม หลังได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยตำรวจติดต่อมายังญาติว่าได้มีการกล่าวอ้างของผู้ที่เข้าให้ถ้อยคำกับทาง พนักงานสอบสวนว่าก่อนเกิดเหตุ ได้มีการเฉี่ยวชนกับรถของหมอมุก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานตาม ที่ถูกกล่าวอ้าง



โดยหลังเกิดเหตุ ได้นำรถโตโยต้า คัมรี่ หมายเลข ษต-4065 เข้าไปจอดไว้ภายในบ้าน และยังไม่มีการนำออกมาใช้แต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ยังรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินทางเข้ามารอตรวจสอบรถคัน ดังกล่าว

ทางด้านแพทย์หญิงพรรณกร มารดาของหมอมุก เปิดเผยก่อนเดินทางไปเฝ้าอาการของลูกสาวว่า ในขณะนี้ประเด็นต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ก่อเหตุจะกล่าวอ้างอย่างไรก็ได้ ถึงอย่างไรตนเองก็ยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเป็นไปตามพยานหลักฐาน และเชื่อในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ


ขณะที่แพทย์หญิงพรรณกร อิ่มวิทยา ซึ่งเป็นมารดาของ พันตรีแพทย์หญิงหทัยพร อิ่มวิทยา ได้เดินทางมาเฝ้าอาการของบุตรสาวตั้งแต่เช้า และนำหลักฐานทั้งประวัติการทำงานของพันตรีประสิทธิ์ อิ่มวิทยา สามี และประวัติการทำงานของหมอมุก เพื่อจะเสนอให้กับสังคมได้รับทราบ ขณะเดียวกันนายแพทย์บุญโชค เคียงจิติวรรณ แพทย์ผู้รักษาอาการหมอมุก กล่าวว่า ขณะนี้หมอมุกถือว่าอาการดีขึ้นกว่าเมื่อวาน สามารถลืมตา และสัมผัสมือได้ แต่แพทย์ต้องรอประเมินว่าเกิดจากอาการตามธรรมชาติ หรือทำตามคำสั่ง ส่วนภาวะสมองบวมขณะนี้ลดลง ความดันในสมองลดลงมาอยู่ที่ 12 เซนติเมตรน้ำ ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 0-13 เซนติเมตรน้ำ ขณะนี้ได้ถอดสายวัดความดันในกระแสเลือดและช่องกระโหลกออกแล้ว โดยมีสัญญาณที่ดีที่หมอมุกสามารถหายใจเองได้ แต่ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจไว้ก่อน เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน ซึ่งแพทย์เป็นห่วงภาวะติดเชื้อจากไข้หวัด แต่วันนี้ไข้ได้ลดลง ซึ่งมารดาของหมอมุกได้เตรียมหนังสือนิทานมาเล่าให้กับบุตรสาวฟังหลายเรื่อง









ครอบครัวข่าว 3
วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ที่มา :  http://www.krobkruakao.com/ข่าว/39899
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 09:27:05 AM »


'แม่หมอมุก'ยืนยัน คนชนลูก ไม่ใช่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์







สมเด็จฯทรงให้ผู้แทนพระองค์เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานไปเยี่ยม ดูอาการหมอมุกที่รพ.

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแจกันดอกไม้เยี่ยมหมอมุก-พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา สร้างความปลาบปลื้มปีติแก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง ด้านลูกเมีย พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ที่เข้ามอบตัวอ้างเป็นผู้ก่อเหตุขับรถขยี้แพทย์หญิงเบี้ยวนัดตำรวจ ปล่อยให้รอเก้อทั้งวัน อ้างติดธุระ ขอเลื่อนวันเข้าให้ปากคำออกไปก่อน  กองพิสูจน์หลักฐาน  ลงสถานที่เกิดเหตุจำลองเหตุการณ์จริง นำไปประมวลผลทางวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ข้อเท็จจริง ผบ.สูงสุดลั่น ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด

หลังจากที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น อายุ 51 ปี ผู้ อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กอง บัญชาการกองทัพไทย เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท อ้างตัวยอมรับผิดว่าเป็นผู้ขับรถยนต์นิสสัน ซันนี่ นีโอ สีน้ำตาล ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร ของกรมยุทธบริการทหาร พุ่งชนหมอมุก-พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา อายุ 34 ปี แพทย์รางวัลพระราชทานเหรียญรามาธิบดี ประจำคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎเกล้า บาดเจ็บสาหัส สมองบวม ต้องผ่าตัดรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยอ้างว่าหมอมุก กระโดดขวางให้รถชนเอง สาเหตุมาจากมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ เหตุเกิดหน้าเสาวรสคลินิก ถนนเศรษฐศิริ ใกล้สถานีรถไฟสามเสน เมื่อคืนวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่ในเบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ และไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าที่ สน.พญาไท เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางไปรอสอบปากคำภรรยาและบุตรสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดบัญชีทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ที่เข้าพบตำรวจพร้อมกับอ้างว่า ในวันเกิดเหตุภรรยาและลูกสาวเดินทางไปด้วย และได้นัดเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในวันนี้ แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดจริง ภรรยาของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์กลับแจ้งขอเลื่อนให้ปากคำออกไป เป็นเวลา 14.00 น. วันเดียวกันนี้

ขณะที่ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินคดีว่า ในวันนี้ได้นัดนางสภาวัน ภู่กลั่น ภรรยากับบุตรสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์มาให้ถ้อยคำ ตามคำกล่าวอ้างของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ถึงหลักฐานการชำระเงินค่าอาหารที่ร้านสามเสนวิลล่า ซึ่ง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อ้างว่าชำระด้วยบัตรเครดิต ดังนั้น ต้องมีหลักฐานเวลาการชำระเงินก่อนที่จะเกิดเหตุ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำ ให้การ 100 เปอร์เซ็นต์ จะต้องพิสูจน์ว่าเป็นการสมอ้างรับแทนกันหรือไม่ หากมีการสมอ้างรับแทน ก็จะดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จ และหากรวบพยานหลักฐานให้ชัดเจนว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์กระทำผิดจริง ตรงตามพยานหลักฐานต่างๆ ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางวิทยาศาสตร์และพยานบุคคล ส่งให้อัยการทหาร ก่อนนำตัวส่งศาลทหารดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่าต่อไป ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจพิสูจน์รถยนต์ของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันชัดเจนแล้วว่าเป็นรถคันที่ก่อเหตุจริง และกองพิสูจน์หลักฐาน ก็ยืนยันชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน และที่ฝากระโปรงหน้าก็ไม่มีรอยยุบ ตามที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์อ้างว่าหมอมุกกระโดดขึ้นฝากระโปรงรถแล้วดึงที่ปัดน้ำฝนจน หัก หากคนไม่มีเจตนาทำร้าย จะต้องจอดรถในทันที ไม่ใช่ขับ ต่อไปเช่นนี้ นอกจากนี้ ได้ประสานให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรถโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษต 4065 กรุงเทพมหานคร ของหมอมุก พร้อมเก็บหลักฐานที่ฝากระโปรงรถ ร่องรอยลายนิ้วมือที่เขียนบนกระจกรถของหมอมุกว่า “ไอ้เหี้ย จอดรถไม่มีมารยาท” เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายมือของลูกสาว พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ตามที่อ้างว่าลูกสาวเป็นคนเขียน รวมทั้งร่องรอยการเฉี่ยวชน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และฝากระโปรงท้ายรถ ซึ่ง พ.อ. ศักดิ์สิทธิ์อ้างว่าถูกทุบ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับคำให้การ ประกอบกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่น่าเชื่อถือ บ่งชี้อย่างตรงไปตรงมา ไม่เข้าใครออกใคร

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ณฐพล สามเสน ผกก. กลุ่มงานตรวจสอบทางเคมีฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สุดประเสริฐ หลัดกอง พงส. (สบ 1) สน.พญาไท เจ้าของคดี และเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปที่บ้านของหมอมุก เสาวรสคลีนิค เวชกรรม ฝังเข็ม เลขที่ 45/12 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. เพื่อนำเสื้อผ้าของหมอมุกที่ใส่ในวันเกิดเหตุ เสื้อยืด สีดำ กางเกงยืดดำ มาเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้น ใช้อุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ษต 4056 กรุงเทพมหานครของหมอมุก ตรวจหาร่องรอยการเฉี่ยวชนรอบคัน รวมทั้ง ลายมือบริเวณกระจกด้านซ้าย ที่เขียนด้วยลายมือว่า “เหี้ย จอดรถไม่มีมารยาท” ด้วย

จากนั้นกองพิสูจน์หลักฐานได้จำลองเหตุการณ์ วันเกิดเหตุอย่างละเอียด ด้วยการนำรถไปจอดในสภาพเดียวกับที่มีคนจอดรถขวางประตูเข้าบ้าน พร้อมกับบันทึก ภาพ วัดระยะทางด้วยตลับเมตร โดยเริ่มตั้งแต่การขับรถไปจอด ถ่ายภาพท้ายรถหมอมุก ห่างกัน 10.20 เมตร จุด ต่อไปเป็นจุดที่หมอมุกกระเด็นไปนอนจมกองเลือด หน้าบริษัทนิวยอร์ค ดีไซน์เนอร์ เป็นระยะทางยาว 30.70 เมตร ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานได้บันทึกระยะทางทั้งหมดเพื่อนำไปทำคอมพิวเตอร์กราฟ ฟิก และคำนวณความเร็วของรถที่พุ่งเข้าชนหมอมุกจนบาดเจ็บสาหัส เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ประกอบสำนวนคดีต่อไป


ต่อ มาเมื่อถึงเวลานัด 14.00 น. ตามที่นางสภาวัน ภู่กลั่น ภรรยาของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น นัดพนักงานสอบสวนไว้ ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนนั่งรอเป็นเวลานาน ก็ยังไม่มีวี่แววว่านางสภาวันจะมาพบ กระทั่ง 16.00 น. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้โทรศัพท์ไปหา พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อขอเลื่อนนัดออกไปอีก โดยอ้างว่าทั้งภรรยาและลูกสาวกับเพื่อนลูกสาวที่นั่งรถไปในวันเกิดเหตุ ติดธุระไม่สามารถเดินทางเข้าให้ปากคำในวันนี้ได้ โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. จะติดต่อกลับมายืนยันอีกครั้งว่าทั้งหมดจะพร้อมเข้าให้ปากคำเมื่อใด

ด้าน พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สส.สน. พญาไท กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ในวันที่ 23 มิ.ย. ก่อนเวลา 10.00 น. ตนจะโทรศัพท์ไปประสานกับ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ อีกครั้ง เพื่อเร่งให้นำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำที่ สน. โดยเร็ว เพราะต้องการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นโดยไว เพื่อจะสรุปว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เป็นคนขับรถชนหมอมุกตามที่ให้การจริงหรือไม่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เป็นคนขับรถชนหมอมุก แต่ที่ยอมรับผิดเพราะต้องการปกป้องคนในครอบครัวของตนเองนั้น พ.ต.ท.โชติตอบว่า ประเด็นนี้ยังไม่ทราบข้อมูลมาก่อน แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างใด

เนื่องจากพนักงานสอบสวนมีหน้าที่ สอบสวนค้นหาความจริงอยู่แล้ว หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการ ไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีผลการตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งเมื่อรวมกับหลักฐานเทปบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้เพิ่มอีกหลายจุด คงจะสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้อย่างแน่นอน

ส่วนที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า หน้าห้องไอซียู ซึ่งหมอมุก-พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา นอนรักษาตัวอยู่ ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา มีบุคคลนำกระเช้าดอกไม้ไปเยี่ยมให้กำลังใจกันอย่างต่อเนื่อง อาทิ นพ.ชัยวัน เจริญโชค– ทวี คณบดีคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร นายโสภณ ดำนุ้ย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และเหล่าคนไข้จากคลินิกผู้สูงอายุ รพ.พระมงกุฎฯ เป็นต้น โดย พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุกได้นำหนังสือนิทานเล่มโปรดของลูกสาวเรื่อง “ลูกสัตว์” ซึ่งเป็นนิทานที่หมอมุกชอบมากสมัยยังเป็นเด็ก มานั่งอ่านให้ลูกสาวฟังอย่างใกล้ชิด พร้อมพูดคุยและบีบมือเพื่อสังเกตอาการตอบสนองตลอดเวลา ซึ่งหมอมุกก็ได้บีบมือส่งตอบมารดาเป็นระยะๆ

ด้าน พ.อ.นพ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า หมอมุกมีอาการดีขึ้นเมื่อเทียบกับวานนี้ สามารถถอดสายวัดความดันในสมอง และในกระแสเลือดออกได้ มีภาวะการรู้สึกตัวและตอบสนองเวลาเรียก ด้วยการบีบมือเป็นบางครั้ง แต่แพทย์จะต้องประเมินอีกครั้งว่า เป็นการตอบสนองในระดับใด อย่างไรก็ตาม แพทย์ยังมีความเป็นห่วงเรื่องอาการไข้และการติดเชื้อ ซึ่งต้องรอดูผลการเพาะเชื้อให้ชัดเจน ในขณะที่ความดันในสมองลดลงอยู่ในระดับปกติ การหายใจด้วยตัวเองทำได้ดีขึ้น ซึ่งแพทย์จะพยายามลดการใช้เครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากหมอมุกสามารถหายใจได้เองบางส่วนแล้ว

ขณะที่นางยุทธรีวัลย์ วนิชจินดา อายุ 69 ปี คนไข้คลินิกผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในความดูแลของหมอมุก เปิดเผยว่า อุปนิสัยหมอมุกเป็นคนยิ้มแย้ม แจ่มใส น่ารักและนอบน้อม ทักทายทุกคน คนไข้ของหมอมุกต่างรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเดินทางมาให้กำลังใจและขอให้หมอมุกหายไวๆ พร้อมทั้งอยากเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดตัวจริงมามอบตัวโดยดี อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ของตำรวจและกองทัพว่าจะติดตามผู้กระทำผิดมารับ โทษได้ในที่สุด

ต่อมาเวลา 15.45 น. ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เดินทางไปที่ห้องไอซียู รพ.พระมงกุฎเกล้า เพื่อเชิญแจกันดอกไม้และของเยี่ยมพระราชทาน มอบแก่ พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก โดยมี พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาเป็นผู้รับแทน โดยท่าน ผู้หญิงฉัตรแก้ว ได้สอบถามอาการของหมอมุกจากมารดาด้วยความห่วงใย ก่อนเดินทางกลับ

พญ.พรรณกร อิ่มวิทยา มารดาของหมอมุก เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวและวงศ์ตระกูลเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งตนได้นำเรียนผู้แทนพระองค์ไปว่า ขณะนี้อาการของลูกสาวเริ่มดีขึ้นแล้ว หลังจากนี้ตนจะคอยเฝ้าอ่านนิทานเรื่องโปรดให้ลูกสาวฟัง สลับกับการนำเทปธรรมะที่ลูกสาวชอบมาเปิดให้ฟังอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องขอฝากสื่อมวลชนเพื่อขอบคุณผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมทุกท่าน ทั้งที่รู้จักคุ้นเคย และไม่รู้จักกัน หากมาลงชื่อในสมุดเยี่ยม ขอความกรุณาให้ลงเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้วย เพราะหากหมอมุกอาการดีขึ้นแล้ว ตนจะให้ติดต่อกลับไปขอบคุณในความปรารถนาดีด้วยตนเอง สำหรับวันเกิดเหตุนั้น ขอยืนยันว่าหมอมุก ไม่ได้กระโดดเกาะรถคู่กรณีเองแน่นอน และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมรับว่าเป็นคนขับรถชนหมอมุก เป็นคนที่ขับรถในคืนเกิดเหตุใช่หรือไม่ พญ.พรรณกรตอบว่าไม่ใช่ แต่ว่าขณะนี้ตนไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว ขอปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายดีกว่า

วันเดียวกัน  นพ.อภิชัย  มงคล  อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงคดี พ.ต.พญ.หทัยพร อิ่มวิทยา  หรือหมอมุก  ที่ถูกรถพุ่งชน ว่า เชื่อว่าเหตุของผู้ที่ขับรถพุ่งชนมาจากความเครียด  หรือภาวะอีคิวที่น้อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ โดยทั่วไปสามารถพบเห็นกรณีดังกล่าวมากขึ้น  จากเดิมในอดีตที่ส่วนใหญ่ แม้มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องจราจรก็จะแค่ชกต่อย  หรือต่อว่ากันเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีทั้งใช้อาวุธปืนยิงกัน ทำร้ายร่างกายกัน  แต่อย่างไรก็ตาม  ต้องทำความเข้าใจว่าอารมณ์ภาวะความเครียดที่นำไปสู่ความรุนแรงนั้น  จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อทั้ง 2 ฝ่ายมีการตอบโต้ หรือปะทะกัน ความรุนแรงไม่สามารถขึ้นได้ตามลำพัง ดังนั้น หากรู้ตัวว่าเริ่มมีความเครียด อารมณ์รุนแรง เช่น โกรธง่ายไม่มีสาเหตุ โวยวาย เกรี้ยวกราด คนรอบข้างระบุไม่น่าคบ และอยากปรับตัว  ก็ควรเริ่มจากปรับลมหายใจเข้าออก ให้ช้าลง  เพื่อลดความเครียด  และพยายามมองในแง่บวก

ทางด้าน  พล.อ.ทรงกิตติ  จักกาบาตร์  ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณี  พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์  ภู่กลั่น  ผู้อำนวยการกองกลาง  สำนักงานปลัดบัญชีทหาร  กองบัญชาการกองทัพไทย  อ้างตัวว่าขับรถชน  พ.ต.พญ.หทัยพร  อิ่มวิทยา   แพทย์  รพ.พระมงกุฎเกล้าว่า เรื่องนี้จะต้องทำไปตามกฎหมายทุกอย่าง และตนได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนในรายละเอียดแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ให้ความยุติธรรมเต็มที่กับทุกฝ่าย อยากให้ทุกคนสบายใจได้ว่า  จะไม่มีการช่วยเหลือกัน  ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามกติกาของกฎหมาย  ใครผิดใครถูกก็ว่าไปตามกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายทั้งสิ้น

ส่วน  พ.อ.สิทธิชัย  มากกุญชร โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด สั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีกำลังพลของกอง บัญชาการกองทัพไทย  ขับรถชนแพทย์หญิงโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมี พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รองเสนาธิการทหาร เป็นประธานในการสอบครั้งนี้ ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.วรพงษ์  พร้อมด้วยเจ้ากรมจเรทหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปตรวจสอบรายละเอียดเพื่อเก็บข้อมูลหลักฐานที่กรมยุทธบริการทหาร เพื่อทำรายงานเสนอต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว  ขณะที่รถยนต์ซึ่งเป็นวัตถุพยานสำคัญที่ใช้ในการก่อเหตุ  เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้นำไปตรวจสอบแล้ว  แต่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดมาให้ทราบ ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้สั่งการให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยเน้นย้ำว่าจะไม่มีการช่วยเหลือกำลังพลที่ไปก่อเหตุในครั้งนี้อย่างเด็ด ขาด  โดยจะปล่อยให้เรื่องดังกล่าวนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย  เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเป็นทหารด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีลูกน้องใครทั้งสิ้น ต้องให้ความยุติธรรมอย่างเต็มที่


นสพ.ไทยรัฐ
23 มิถุนายน 2554, 08:12 น.


ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/181105
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2011, 12:50:22 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2011, 10:56:19 AM »

ตำรวจเร่งค้นหาหลักฐานมัดตัวคนชนหมอมุก



เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้า ตรวจสอบรถยนต์ของหมอมุก หลังถูกกล่าวอ้างมีการเฉี่ยวชนก่อนเกิดเรื่อง ขณะที่ รอง ผบช.น.ระบุยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น

เมื่อช่วงเช้าวันนี้  ที่เสาวรส คลินิกเวชกรรม ถ.เศรษฐศิริ ซึ่งเป็นทั้งคลีนิกและบ้านของหมอมุก แพทย์หญิงพรรณกร อิ่มวิทยา มารดา ได้เปิดคลินิกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เข้าตรวจสอบรถยนต์ของหมอมุก เพื่อหาหลักฐานหลังจากที่ พันเอกศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ที่เข้าพบพนักงานสอบสวน อ้างว่าก่อนเกิดเหตุ ได้มีการเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของหมอมุก หลังตรวจสอบพบว่า ที่ประตูหลังด้านซ้าย มีร่องรอยการเฉี่ยวชน ขณะเดียวกันได้ทำการวัดระยะทางจากจุดที่ผู้ต้องสงสัยจอดรถถ่ายรูปหมอมุก จนถึงจุดที่รถพุ่งชน ซึ่งมีระยะห่าง 10.2 เมตร และจากจุดที่รถชนจนถึงจุดที่ร่างหมอมุก กระเด็นไปตกหน้าบริษัทนิวยอร์กดีไซน์ มีระยะห่าง 30.7 เมตร โดยเจ้าหน้าที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปทำกราฟฟิกเพื่อจำลองเหตุการณ์ ประกอบสำนวนคดี

ส่วนที่ สน.พญาไท ขณะนี้พนักงานสอบสวนยังรอภรรยาและลูกสาวของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มาให้ปากคำ เนื่องจากในการสอบปากคำวานนี้ มีความเชื่อมโยงอ้างอิงถึงภรรยาและลูกสาวร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เพราะได้พาไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารสามเสนวิลล่า

ทางด้าน พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่าผลการตรวจสอบทางด้านนิติวิทยาศาสตร์พบว่า รถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ นีโอ สีน้ำตาล ทะเบียน วค 1355 กรุงเทพมหานคร เป็นรถคันก่อเหตุจริง

ส่วน รถของหมอมุกจะนำไปตรวจเพื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝง ตรวจระดับความสูงของการเขียนตัวอักษรที่ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ได้อ้างอิงว่าลูกสาวได้เขียนข้อความ "จอดรถไม่มีมารยาท" บนกระจกรถของหมอมุกด้วย ซึ่งอาจรวมถึงการตรวจหาดีเอ็นเอด้วย

และที่ สำคัญขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อหาใดต่อ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เพราะถ้าพยานหลักฐานยังไม่ชี้ชัด หรือชัดเจน หากแจ้งไปเกรงว่าจะเสียรูปคดี และเมื่อยื่นคดีต่อศาลทหาร จะทำให้คดีหลุด ถึงขั้นยกฟ้องได้ ดังนั้นตำรวจจะต้องเน้นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ประกอบกับคำให้การของ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีความขัดแย้งในหลายจุด อย่างกรณีหมอมุกกระโดดขึ้นไปบนกระโปรงรถ ก็ขัดแยังกับผลตรวจของ พฐ. เพราะไม่มีรอยบุบ อีกทั้งรถหม้อน้ำรั่วแต่ทำไมนำมาใช้การได้ และยังขับมาทานอาหารได้ด้วย ตรงนี้ก็มีความขัดแย้ง

















ครอบครัวข่าว 3
วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ที่มา :  http://www.krobkruakao.com/ข่าว/39928
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 25, 2011, 12:49:55 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3844


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2011, 11:08:12 AM »

เมีย พอ.ให้การ คิวต่อไปลูกสาว


มอบภาพ "หมอมุก" ก่อนนาที รถพุ่งชน



ก่อนชน - พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น พาภรรยาเข้าให้การที่สน.พญาไท พร้อมนำภาพถ่ายขณะที่พ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก ยืนขวางหน้ารถก่อนเกิดเหตุ มามอบให้ตำรวจด้วย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.

เมีย พ.อ. ศักดิ์สิทธิ์เข้าให้ปากคำตร. ในฐานะพยานในเหตุการณ์คดีหมอมุกถูกรถชน ขณะที่พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ที่มาด้วย มอบรูปหมอมุกในจังหวะก่อนถูกชน ให้พนักงานสอบสวนรับไว้เป็นหลักฐานด้วย บอกเสียใจ พร้อมรับผิด ทางฝ่ายพนักงานสอบสวนเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากคนทั้งสองไว้เป็หลักฐานเพิ่ม เติม เตรียมเรียกลูกสาวกับเพื่อนมาให้การต่อไปภายในวันสองวันนี้ "อำนวย นิ่มมะโน"เผยคดีคืบแล้ว 70-80% ไม่มีอะไรซับซ้อน ทางด้านแม่หมอมุกยันไม่เชื่อลูกสาวโดดใส่รถ ที่ถูกชนเพราะเจตนาจะฆ่าให้ตาย ขณะที่ลูกพี่ลูกน้องหมอมุกเผยแม่หมอมุกเห็นหน้าคนร้ายชัดเจน ขณะลดกระจกรถลง ไม่เหมือนกับพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์

จากกรณี พ.ต.พ.ญ.หทัยพร หรือหมอมุก อิ่มวิทยา ถูกรถชนบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นโคม่า ในลักษะคล้ายจงใจชน ซึ่งพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร ได้เข้ามอบตัวรับว่าเป็นคนขับรถดังกล่าว ทั้งอ้างว่าฝ่ายหมอมุกโดดขึ้นกระโปรงรถของตน แต่พนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ โดยเตรียมจะสอบปากคำลูกสาวของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 มิ.ย. พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ ภู่กลั่น ผอ.กองกลาง สำนักงานบัญชีทหาร ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าขับรถชนพ.ต.พ.ญ.หทัยพร อิ่มวิทยา หรือหมอมุก แพทย์ร.พ.พระมงกุฎฯ ได้รับบาดเจ็บ เดินทางมาที่สน.พญาไท พร้อมด้วยนางสภาวัน ภู่กลั่น ภรรยา อายุ 44 ปี โดยนางสภาวันแต่งกายในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีชมพู หมวกกั้นแดดปีกกว้างสีชมพู มีผ้าปิดบังใบหน้าลายลูกไม้สีเข้ม สวมแว่นตาสีดำ พร้อมด้วยทนายความและนายทหารพระธรรมนูญ เมื่อมาถึงก็ขึ้นไปที่บริเวณห้องประชุมชั้น 2 โดยพนักงานสอบสวน ประกอบด้วยพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พงส.(สบ2) สน.พญาไท เจ้าของคดี พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังประไพ ผบก.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เข้าร่วมสอบปากคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสอบครั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ให้ตำรวจหญิงนำกล้องวิดีโอมาบันทึกภาพและเสียงไว้ทั้งหมด

พล.ต.ต. วิชัย กล่าวก่อนเริ่มสอบปากคำว่า ในวันนี้ได้เชิญพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์มาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงเชิญนางสภาวันมาให้ปากคำ ในฐานะพยานผู้ให้ถ้อยคำ ซึ่งขณะเกิดเหตุ อยู่ภายในรถ ส่วนรายละเอียดเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน ผู้สื่อข่าวถามว่า ลูกสาวของพ.อ.ศักดิ์สิทธิจะมาให้ปากคำเมื่อไร พล.ต.ต.วิชัย ตอบว่า ขณะนี้ลูกสาวกับเพื่อนลูกสาวของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เรียนหนังสือ ทางเราจะนัดมาให้ปากคำในวันหลัง ขณะนี้ทางเรายังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เนื่องจากต้องมีการพิสูจน์ตัวบุคคลว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด และสังคมเคลือบแคลงว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดตัวจริง คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก มีพยานแวดล้อม ประจักษ์พยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยนำหลักฐานทั้งหมดนำมาเปรียบเทียบกัน ถ้าข้อมูลตรงกัน ก็จะแจ้งข้อกล่าวหากับพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้าพยานหลักฐานไม่ตรงกัน ก็จะต้องสืบสวนไปถึงผู้กระทำความผิดตัวจริง



ผู้สื่อข่าวถามว่า กล้องวงจรปิดจับภาพได้เป็นอย่างไร พล.ต.ตวิชัยตอบว่า เราได้ตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุ ก็สมบูรณ์มาก และเป็นพยานหลักฐานที่ดี เมื่อถามเรื่องทหารยศ.พ.ท. ที่มีกระแสข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พล.ต.ต.วิชัยตอบว่า ยังไม่ได้เรียกมาสอบแต่อย่างใด

ส่วนนางสภาวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เดินทางมาให้การในฐานะผู้อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนรายละเอียด จะแจ้งให้กับพนักงานสอบสวนเท่านั้น ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรจะพูดไปถึงหมอมุก ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือไม่ นางสภาวันตอบว่า ขอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ยืนยันหรือไม่ว่าพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้ขับขี่ชนหมอมุก นางสภาวันตอบว่า ขอให้การกับตำรวจ

พล.ต.ต.วิชัยเปิดเผยว่า นางสภาวันให้การว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยืนยันตรงกันกับคำให้การของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ให้การไว้ก่อนหน้า พร้อมกันนี้ พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ยังได้นำภาพถ่ายในวันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นภาพที่ถ่ายไว้ก่อนเกิดเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่รอผลตรวจจากทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยกองพิสูจน์หลักฐานส่งมาให้ เพื่อรวบรวมประกอบสำนวนคดี ในส่วนของลูกสาวพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ จะนัดมาให้ปากคำใน 1-2 วันนี้ นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ให้เดินทางมาเก็บรอยนิ้วมือพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์และนางสภาวัน รวมถึงเนื้อเยื่อที่บริเวณริมฝีปาก เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่อยู่กับบริเวณรถโตโยต้า คัมรี่ สีทอง ทะเบียน สต 4065 กรุงเทพ ของหมอมุก

ส่วนพล.ต.ต.อำนวย เปิดเผยว่า วันนี้พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์และภรรยามาให้การเพิ่มเติม ส่วนลูกสาวและเพื่อนที่อยู่ในรถ จะเชิญมาให้การภายหลัง เวลานี้ในทางคดี แม้ว่าจะมีหลักฐานมากพอสมควร แต่ทางเจ้าหน้าที่จะยังไม่สรุปอะไร จนกว่าจะได้หลักฐานทางกองพิสูจน์หลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งภาพวงจรปิดให้ทางสตูดิโอชั้นนำ เนื่องจากภาพวงจรปิดที่เจ้าหน้าที่ได้มานั้น ภาพมืดมาก จึงจำเป็นต้องส่งให้ทางสตูดิโอว่าในภาพมีตัวละครใดบ้าง

รอง ผบช.น.กล่าวต่อว่า ในส่วนของทางคดี ทางเจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์หลักฐาน 2 ประเด็นคือ พิสูจน์ให้เห็นถึงการกระทำว่าผิดอย่างไร และอีกประเด็นคือในส่วนของผู้กระทำผิดว่าใครเป็นคนกระทำผิด ผลจากการตรวจดีเอ็นเอจะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าใครกระทำ เวลานี้ทางเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานได้หลายจุด ทราบว่าใครนั่งตรงไหนจุดไหนอย่างไร ดังนั้นจึงไม่อยากให้เร่งรัด เจ้าหน้าที่ต้องทำงานด้วยความละเอียดรอบคอบ เวลานี้คดีคืบหน้าไปมาก 70-80% จากหลักฐานที่มีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นดีเอ็นเอ วงจรปิด ประจักษ์พยาน พยานวัตถุ พยานแวดล้อม ทำให้เชื่อได้ว่าเวลานี้คดีมีความสมบูรณ์มาก ไม่ซับซ้อน

ต่อมาเวลา 16.00 น. หลังให้การนานกว่า 4 ชั่วโมง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เปิดเผยว่า มาให้ปากคำเพิ่มเติม ยืนยันว่าตนเป็นคนขับ รู้สึกเสียใจและขอรับผิดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นได้นำภาพถ่ายให้สื่อมวลชนดู เป็นภาพที่หมอมุกยืนอยู่ด้านหน้ารถ ซึ่งพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ได้มอบให้กับพนักงานสอบ สวนแล้ว จากนั้นได้ยกมือขึ้นไหว้สื่อมวลชน และออกจากห้องไปทันที

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ห้องไอซียู ชั้น 3 อาคารท่านผู้หญิงประภาศรี กำลังเอก ร.พ.พระมงกุฎ เกล้า พ.อ.น.พ.พีระพล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน ร.พ.พระมงกุฎ เกล้า รายงานความคืบหน้าอาการพ.ต.พ.ญ.หทัยพรหรือหมอมุกว่า วันนี้หมอมุกยังมีอาการทรงตัวคล้ายกับเมื่อวานนี้ สามารถลืมตาตอบสนองตามเสียงเรียกของคนรอบข้าง และบีบมือได้เป็นบางครั้ง โดยไม่เกิดอาการสมองบวมแต่อย่างใด และหากไม่มีอาการแทรกซ้อน คาดว่าระยะฟื้นตัวของสมองจะเร็วขึ้น แต่ก็ยังคงต้องเฝ้าระวังในเรื่องของภาวะการติดเชื้อ ซึ่งยังคงมีไข้สูงอยู่ และจากผลการเพาะเชื้อประกอบกับผลเลือดที่ออกมา ก็ไม่พบอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนใด ได้ให้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเอาไว้แล้ว ส่วนเรื่องระบบการหายใจนั้นหมอมุก มีอาการดีขึ้นมาก ทำให้สามารถลดปริมาณการช่วยเหลือของเครื่องช่วยหายใจได้แล้ว ซึ่งคณะแพทย์มองว่าน่าจะสามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้

ส่วน พ.ญ.พรรณกร อิ่มวิทยา แม่ของหมอมุก เปิดเผยว่า วันนี้หมอมุกมีไข้ เหลือบตาได้เพียงเล็กน้อย และไม่ค่อยกำมือเล่นกับแม่เหมือนเมื่อวานนี้ เพราะหมอมุกเหนื่อยล้าจากไข้ที่ขึ้นสูงถึง 39 องศาเซลเซียส จึงเอาแต่หลับอย่างเดียว ทำให้วันนี้ที่ตั้งใจเตรียมนิทานมาอ่านให้ลูกฟังหลายเรื่องก็ยังไม่ได้อ่าน ให้ฟัง อย่างไรก็ตาม แม่คิดเสมอว่า อาการหมอมุกพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ ทั้งนี้ ทางญาติจะนิมนต์พระญาณทีปาจารย์ หรือหลวงปู่ท่อน ญาณธโร แห่งวัดศรีอภัยวัน จ.เลย มาสวดเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตัวหมอมุกให้หายป่วยเร็วๆ และมีความหวังว่าลูกจะกลับมาเป็นปกติ อยู่ด้วยกันสองแม่ลูกเหมือนเดิม เพราะแม่ก็มีลูกคนเดียว ตอนนี้ก็อายุ 70 ปีแล้ว เคยหวังฝากเนื้อฝากตัวกับลูก แต่ต้องกลายเป็นแม่วัยชรามาดูแลลูก ก็ขอความเห็นใจจากสังคม ที่เราต้องตกเป็นฝ่ายถูกทำร้ายอย่างสาหัสเช่นนี้ ส่วนกรณีรูปถ่ายของพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ คู่กรณี ที่ตำรวจนำภาพเข้ามาให้ดูนั้น ถึงเวลานี้แม่พูดได้คำเดียวว่า "ไม่ขอยืนยัน"

"แม่ไม่เชื่อว่าลูก สาวจะกระโดดใส่กระโปรงรถ แต่คู่กรณีมีเจตนาอยากจะฆ่าลูกแม่ให้ตาย เพราะขณะเกิดเหตุ เมื่อรถคันดังกล่าวชนหมอมุกจนล้มนอนบนพื้นถนนแล้ว ลูกสาวก็ร้องลั่นนานกว่า 10 นาที แต่คู่กรณีก็ยังจะพุ่งชนด้วยความเร็วอีกครั้งโดยไม่เบรก จนคนที่พบเห็นบริเวณนั้น 3 คน ต้องมาช่วยห้ามไว้ ถือว่าโหดร้ายเกินมนุษย์ จึงอยากขอความเป็นธรรมกับสังคม เพราะหากหมอมุกพูดได้ เหตุการณ์คงคลี่คลายกว่านี้ แม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของตำรวจ ทหาร และกฎหมาย ว่าจะไม่ถูกบิดเบือนรูปคดี ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ให้สามารถจับผู้กระทำผิดได้อย่างแท้จริง" มารดาหมอมุกกล่าว

ด้านนายกอสล้าง วรรณรสพากย์ ลูกพี่ลูกน้องหมอมุก กล่าวว่า ทางญาติและแม่หมอมุกไม่เคยให้ข่าวว่าใครเป็นผู้ขับรถชนหมอมุก ไม่ทราบว่าสื่อมวลชนเอาข้อมูลมาจากไหน แต่ถ้าถามความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของหมอมุก กับพล.อ.อำพล ตุ้มทอง พ่อของพ.อ.ศิริศักดิ์นั้น สนิทกันและนับถือกันเหมือนญาติผู้ใหญ่ ที่ติดต่อพูดคุยกันมาโดยตลอด แม่ของหมอมุกเอง ก็เคยรักษาอาการป่วยให้พล.อ.อำพลเช่นกัน รวมถึงวันที่แม่หมอมุกเดินทางเข้าแจ้งความที่โรงพัก ก็มีพล.อ.อำพลไปเป็นเพื่อนด้วย ทั้งนี้ ไม่ขอพูดเรื่องผู้ต้องสงสัยในคดีว่าเป็นใคร ไม่อยากให้เสียรูปคดี และอยากปล่อยให้เป็นตามกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังพูดคุยกับแม่ของหมอมุกแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้ก่อเหตุจริง นายกอสล้าง ตอบว่า เท่าที่พูดคุยกัน แม่หมอมุกเล่าว่าได้เห็นหน้าคนร้ายขณะลดกระจกรถลงมา ซึ่งไม่เหมือนพ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจแต่อย่างใด แต่ขณะเกิดเหตุ ไม่ได้เห็นหมอมุกถูกชน เพราะอยู่ในบ้าน ซึ่งเป็นจังหวะที่คู่กรณีกลับรถเข้ามาจอด แล้วออกตัวรถอย่างรวดเร็ว จนเสียงยางถูกับถนนดังลั่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงดังโครม พร้อมเห็นร่างหมอมุกลอยละลิ่วหลังถูกรถชน ทั้งนี้ ครอบครัวหมอมุก ถือเป็นครอบครัวทหารที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าทางกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวนี้ได้อย่างถึงที่สุด

เวลา 12.00 น. พระญาณทีปาจารย์ หรือหลวงปู่ท่อน ญาณธโร แห่งวัดศรีอภัยวัน จ.เลย เดินทางมาถึงร.พ.พระมงกุฎฯ โดยนั่งรถเข็นให้ลูกศิษย์พาขึ้นลิฟต์มาบนชั้น 3 ห้องไอซียู เพื่อเยี่ยมอาการหมอมุก โดยหลวงปู่ท่อนใช้ไม้เท้าสัมผัสตามใบหน้า แขน ขา และตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย พร้อมเจริญพระพุทธมนต์สลับกับพูดอวยพรให้หมอมุก หายไวๆ ระหว่างที่ทำพิธีอยู่นั้นหมอมุกลืมตาและเอียงคอมองไปที่หลวงปู่ด้วย ทางญาติได้นำผ้าไตรจีวรมาวางให้หมอมุก ถวายแด่หลวงปู่ท่อนก่อนเดินทางกลับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้แพทย์ได้เฝ้าระวังอาการหมอมุกเป็นพิเศษมากขึ้น โดยสั่งงดเยี่ยมอาการ เนื่องจากกลัวภาวะติดเชื้อ ตลอดทั้งวัน มีผู้นำกระเช้าดอกไม้พร้อมการ์ดอวยพรมาร่วมเยี่ยมให้กำลังใจอาการหมอ มุกอย่างต่อเนื่อง อาทิ เด็กนักเรียนจากโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพมหา นคร ประมาณ 10 คน ก็มาร่วมให้พวงมาลัยและมอบรอยยิ้มเป็นกำลังใจแก่หมอมุกและแม่ รวมถึงนักเรียนจากสถาบันเทคโนโลยีสยาม และเพื่อนๆ ข้าราชการทั้งที่รู้จักคุ้นเคยและไม่รู้จักที่ทราบข่าวจากทางสื่อมวลชน

ที่ กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหมอมุกว่า เรื่องนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และฝ่ายทหารได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ต้องว่าไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ตนได้กำชับไปยังร.พ.พระมงกุฎฯ ให้ดูแลหมอมุกอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่า ทหารที่เข้ามารับสารภาพเป็นตัวจริงหรือไม่นั้น ไม่ขอพูดดีกว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน เราอย่าเข้าไปก้าวก่าย เพราะเราไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็ไม่รู้


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREkwTURZMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOaTB5TkE9PQ==
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.164 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check