ระทึกกลางเมืองภูเก็ต โจรปล้นทอง กวาดสร้อยหนัก 200 บ.(update!คุมตัวโจรแสบจี้ทอง) -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 17, 2017, 03:15:47 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ระทึกกลางเมืองภูเก็ต โจรปล้นทอง กวาดสร้อยหนัก 200 บ.(update!คุมตัวโจรแสบจี้ทอง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ระทึกกลางเมืองภูเก็ต โจรปล้นทอง กวาดสร้อยหนัก 200 บ.(update!คุมตัวโจรแสบจี้ทอง)  (อ่าน 27416 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 08:32:21 PM »

ระทึกกลางเมืองภูเก็ต โจรปล้นทอง กวาดสร้อยหนัก 200บ.


โจรใจกล้า ใช้ปืนปลอมปล้นร้านทองกลางเมืองภูเก็ต ลูกสาวเจ้าของร้านชักปืน.38 จ่อคนร้าย แต่ถูกโจรแย่งปืนได้ จ่อบังคับเปิดล็อคบานเลื่อนตู้โชว์ทอง กวาดสร้อยคอน้ำหนักรวม 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท หนี ตำรวจเร่งตามล่า...

 

เมื่อเวลา 12.08 น. 4 มิ.ย. พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย สารวัตรเวร สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งจากนางจันทนา ธเนศธนาสมบัติ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านทองธเนศ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 28 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ว่า ถูกคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น บุกเดี่ยวเข้ามาปล้นทองคำรูปพรรณไปกว่า 200 บาท พร้อมอาวุธปืนอีก 1 กระบอก แล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางสี่แยกโรงฆ่าสัตว์เก่า ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.สส.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วงรอง.ผกก.สส.พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง.ผกก.ป.พ.ต.ท.วิจักษณ์ ตารมย์ สว.สส. สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังชุดสืบสวน และตำรวจวิทยาการ ภ.จ.ภูเก็ต รุดไปตรวจสอบ



ในที่เกิดเหตุเป็นร้านทองขนาดหนึ่งคูหา สูง 3 ชั้น อยู่กลางชุมชน ใกล้กับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเจ้าฟ้าตะวันออก ติดถนนสายดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบนางจันทนาและครอบครัวยืนหน้าซีดและตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น จากการตรวจสอบพบตู้โชว์สร้อยคอทองคำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ ถูกเปิดออก 2 ตู้ ภายในตู้มีสร้อยคอทองคำถูกกระชากห้อยโตงเตงอยู่จำนวนหนึ่ง มีสร้อยคอสูญหายไปจำนวนมาก ที่พื้นหลังเคาน์เตอร์ พบสร้อยคอจำนวนหนึ่งตกอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่วิทยาการ ภ.จ.ภูเก็ต ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายที่ติดอยู่กระจกบานเลื่อนบริเวณตู้โชว์ทองไว้ เป็นหลักฐาน ตรวจสอบทองรูปพรรณที่หายไปจากตู้โชว์สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่า 200 บาท แต่ยังไม่ทราบว่ามีจำนวนกี่เส้น มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

จากการ ตรวจสอบพบว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้าน 4 ตัว สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ทั้งหมด โดยขณะเกิดเหตุ คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีดำ ใส่แว่นกระจกใสขอบดำที่วัยรุ่นนิยม ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต ขับมาจอดบริเวณหน้าร้านเพียงลำพัง จากนั้นชายคนดังกล่าวเดินมายืนอยู่ที่หน้าประตูบานเลื่อนที่ควบคุมด้วยรีโมต เปิดปิดจากภายในร้าน โดยลูกสาวเจ้าของร้าน อายุ 13 ปี ยืนอยู่ภายในร้านเพียงลำพัง ได้กดเปิดประตู ทำให้ชายฉกรรจ์ได้จังหวะก้าวเข้ามาภายในร้าน พร้อมกับชักอาวุธปืนที่พกอยู่บริเวณเอว ออกมาจี้บังคับลูกสาวเจ้าของร้านให้เปิดล็อคบานเลื่อนตู้โชว์สร้อยคอทองคำ หลังเคาน์เตอร์ แต่ลูกสาวเจ้าของร้านได้เอื้อมหยิบอาวุธปืนขนาด.38 ที่วางอยู่ในลิ้นชักตู้โชว์ทองบริเวณเคาน์เตอร์ แล้วจ่อไปที่คนร้าย โดยไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกคนร้ายยิงสวนแต่อย่างใด

แต่เหตุการณ์กลับ ตาลปัตร คนร้ายได้คว้าปืนจากมือของลูกสาวเจ้าของร้านไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใช้ปืนกระบอกดังกล่าวจ่อบังคับลูกสาวให้เปิดล็อคตู้โชว์ทองรูปพรรณ ทันที จากนั้นคนร้ายเดินเข้าไปหลังเคานเตอร์ และกวาดสร้อยคอทองคำที่อยู่ภายในตู้โชว์ใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเดินไปกวาดสร้อยคอทองคำที่โชว์อยู่อีกตู้หนึ่งไปด้วย จากนั้นเดินอย่างใจเย็นพร้อมกับสั่งให้ลูกสาวเจ้าของร้านเปิดประตูอัตโนมัติ แล้วเดินไปขึ้นรถ จักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องอยู่หน้าร้าน ขี่หลบหนีไปทางสี่แยกโรงฆ่าสัตว์เก่า แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดมุ่งหน้าไปตาม ถ.อนุภาษมโนรม ต.วิชิต อ.เมือง แล้วหายไป

จากนั้นตำรวจได้ตรวจสอบ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณสี่แยก พบรถจักรยานยนต์คนร้ายขี่เข้าไปภายในหมู่บ้านอนุภาษมโนรม ต.วิชิต อ.เมือง ห่างจากร้านทองดังกล่าวราว 1.5 กิโลเมตร สายตรวจและชุดสืบสวนได้ระดมกำลังนับสิบนายปิดล้อมหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งพบรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดทิ้งไว้ภายในซอย 5/3 จึงได้ปิดล้อมบริเวณจุดที่พบรถ เพื่อตรวจค้นบริเวณโดยรอบ แต่ไม่พบวี่แวว มีชาวบ้านเห็นชายวัยรุ่นขี่รถมาจอด จากนั้นมีรถกระบะ ยี่ห้อฟอร์ด สีดำหรือสีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ขับมารับไป โดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุปล้นร้านทองแล้วหลบหนีมา จึงไม่มีใครสนใจและคิดว่าเป็นคนในหมู่บ้าน

เมื่อตำรวจตรวจสอบรถ จักรยานยนต์คันดังกล่าว พบว่าผู้ครอบครองคือ น.ส.กมลวรรณ แซ่ลิ้ม อยู่บ้านเลขที่ 67/13 ถ.ราชปาทานุสรณ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นรถเช่าไป โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดผู้เช่า เบื้องต้นคาดว่าผู้เช่าอาจใช้ชื่อปลอม จึงนำรถจักรยานยนต์กลับไปตรวจสอบเก็บลายนิ้วแฝง และหาหลักฐานต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านรอง.ผกก.สส. สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปตรวจสอบรายละเอียด พร้อมกับนำภาพแจกจ่ายไปยังสภ.ต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อเร่งติดตามสืบหาและจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายยังอยู่ในพื้นที่

 
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวภูมิภาค
4 มิถุนายน 2554, 15:50 น.


ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/region/176549


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 06, 2012, 11:28:49 AM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2011, 08:47:35 PM »

โจรควงปืนปลอมชิงร้านทอง



โจรขี่จยย.ควงปืนปลอมบุกจี้ร้านทอง เจ้าของคว้าปืนจริงขู่แต่ถูกคนร้ายแย่งไปได้ ก่อนทุบกระจกตู้กวาดทอง 200 บาท

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.ท.ยงยุทธ์ กรองมาลัย สว.เวร สอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์ร้านทองธเนศ 2 ถนนปฎิพัทธฺ์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต จึงไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก. พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รองผกก ป. พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน สวป. และกำลังตำรวจจำนวนหนึ่ง พบกระจกตู้โชว์ทองรูปพรรณถูกทุบแตกพบ นางจันทนา ธเนศธนสมบัติ เจ้าของร้าน ให้การด้วยอาการที่ยังตกใจอยู่ว่า ขณะยืนขายทองให้ลูกค้า มีคนร้ายสวมเสื้อยึดพิมพ์”สตาร์บัค”ที่หน้าอก นุ่งกางเกงยีนส์ ขี่รถจักรยานยนต์ สีขาว-ส้ม หมายเลขทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต มาจอดหน้าร้าน บุกเข้ามาในร้าน
  
นางจันทนา เล่าว่า คนร้ายตรงเข้ามาทำทีเป็นขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ตนจึงหยิบให้ดู คนร้ายจึงชักอาวุธปืนออกมาจี้ ตนสังเกตว่าเป็นปืนปลอม จึงหยิบอาวุธปืนขนาด .38 ออกมาจะยิง แต่กลับถูกคนร้ายแย่งเอาปืนไปได้และเอามาขู่บังคับตน พร้อมกับใช้ด้ามปืนทุบกระจกตู้โชว์ กวาดสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมทั้งหมด 200 บาท วิ่งไปขึ้นรถจยย.ขี่หลบหนี ตำรวจจึงวิทยุสกัดจับรถคนร้าย พบว่าคนร้ายนำรถ จยย.ไปจอดทิ้งไว้ในหมู่บ้านอนุภาษณ์มโนรมณ์ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จากนั้นมีรถเก๋งยี่ห้อฟอร์ด สี่ประตู สีน้ำเงินมารับตัวพาหลบหนีไป
    
เจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถ จยย.ของคนร้ายไปตรวจสอบทราบว่า เป็นรถจยย.เช่ามาจากหาดป่าตอง อ.กะทู้ พร้อมกับแจ้งให้เจ้าหน้าที่กองวิทยาการมาเก็บลายนิ้วมือแฝงที่รถ จยย.คนร้ายไว้เป็นหลักฐาน และนำไปเปรียบเทียบในประวัติอาชญากรรมเพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมคน ร้ายต่อไป.








คลิปจากกล้องวงจรปิด


http://www.scdc5.forensic.police.go.th/phuket462011.swf

เดลินิวส์ออนไลน์
วันเสาร์ ที่ 04 มิถุนายน 2554 เวลา 20:03 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/web/index.cfm?page=content&categoryID=561&contentID=143116


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2012, 03:16:45 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 11:23:38 AM »

บุกเดี่ยวปล้นทอง 200 บ.-กลางภูเก็ต


ปล้น ทอง - กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายวัยรุ่นบุกเดี่ยวจี้ร้านทองธเนศ 2 กลางเมืองภูเก็ต โดยลูกสาวเจ้าของร้านวัย 13 ปีชักปืนต่อสู้แต่ถูกแย่งปืนไปขู่ให้เปิดตู้กวาดทองน้ำหนัก 200 บาท มูลค่า 4 ล้านบาทหลบหนีไป เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.


โจรบุกเดี่ยวควงปืนจี้ร้านทองกลาง เมืองภูเก็ต กวาดทองหนัก200บาท มูลค่า 4 ล้านหนีลอยนวล ฉวยจังหวะลูกสาวเจ้าของร้านวัย 13 อยู่เพียงลำพังเข้ามาชักปืนขู่ แต่ลูกสาวเสี่ยหยิบปืนออกมาขู่กลับ สุดท้ายโดนแย่ง ตร.เช็กวงจรปิดในร้านเป็นวัยรุ่น สวมหมวกแก๊ป ขี่จยย.ฮอนด้าคลิกสีขาวเข้ามาก่อเหตุ ก่อนขับหลบหนี แล้วตามไปเจอถูกจอดทิ้ง แต่เป็นรถที่ยืมเพื่อนบ้านมาก่อเหตุ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.ท. ยงยุทธ กรองมาลัย สวส.สภ.เมืองภูเก็ต รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายชายบุกเดี่ยวจี้ชิงทองรูปพรรณ ของร้านทองธเนศ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 28 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยพ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.เอกวุฒิ เสน่ห์พร ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต นำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ตั้งอยู่กลางชุมชนใกล้กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเจ้าฟ้าตะวันออก ด้านหน้ากั้นห้องไว้สำหรับเปิดเป็นร้านขายทอง ส่วนด้านหลังกั้นเป็นห้องแบ่งให้เช่า โดยมีทางเข้าออกอยู่ด้านข้าง ภายในร้านพบนางจันทนา ธเนศธนสมบัติ อายุ 52 ปี พร้อมคนในครอบครัวยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ

ที่บริเวณพบตู้โชว์สร้อยคอทองคำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ถูกเปิดออกจำนวน 2 ตู้ ภายในตู้มีสร้อยคอทองคำถูกกระชากห้อยโตงเตงอยู่จำนวนหนึ่ง โดยมีสร้อยคอสูญหายไปเป็นจำนวนมาก ที่พื้นหลังเคาน์เตอร์พบสร้อยคอจำนวนหนึ่งตกอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่วิทยาการได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายที่ติดอยู่กระจก บานเลื่อนบริเวณตู้โชว์ทองไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบทองรูปพรรณที่หายไปจากตู้โชว์ พบสร้อยคอทองคำมีน้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาทถูกคนร้ายเอาไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภายในร้าน พบมีกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านจำนวน 4 ตัว สามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ทั้งหมดในขณะที่ก่อเหตุอย่างชัดเจน จึงนำภาพตั้งแต่เริ่มต้นมาตรวจสอบเพื่อตรวจดู รูปพรรณของคนร้าย พบเป็นชายวัยรุ่น สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีดำ สวมหมวกแก๊ปหันไปด้านหลัง ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคลิกสีขาว ป้ายทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต ขับมาจอดบริเวณหน้าร้านเพียงคนเดียว จากนั้นได้มายืนอยู่ที่หน้าประตูบานเลื่อนที่ควบคุมด้วยรีโมตเปิดปิดจากภาย ในร้าน

โดยมีลูกสาวเจ้าของร้านอายุ 13 ปี ยืนอยู่ภายในร้านเพียงลำพังก่อนกดเปิดประตู ทำให้คนร้ายได้จังหวะก้าวเข้ามาภายในร้านพร้อมกับชักอาวุธปืนที่พกอยู่ที่ เอวออกมาจี้บังคับให้เปิดบานเลื่อนตู้โชว์สร้อยคอทองคำหลังเคาน์เตอร์ แต่ลูกสาวเจ้าของร้านทองกลับเอื้อมไปหยิบอาวุธปืนขนาด .38 ที่วางอยู่ในลิ้นชักตู้โชว์ออกมาจ่อไปที่ตัวคนร้าย โดยไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกคนร้ายยิงสวนแต่อย่างใด

ระหว่างนั้นคนร้ายบุกเข้าประชิดตัวก่อนจะคว้าปืนจากมือไปได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อบังคับให้เปิดล็อกตู้โชว์ทองรูปพรรณทั้งหมด ทันที จากนั้นจึงเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์แล้วกวาดสร้อยคอทองคำที่อยู่ภายในตู้ โชว์ใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเดินไปกวาดสร้อยคอทองคำที่โชว์ อยู่อีกตู้หนึ่งรวมไปด้วย แล้วได้เดินออกจากร้านไปอย่างใจเย็น เพื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าร้านขับหลบหนีไปทางสี่แยกโรงฆ่า สัตว์เก่า ถนนเจ้าฟ้าตะวันออกแล้วเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้า ไปตามถนนบางกอก-วัดนาคาตัดใหม่ แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว

ภายหลังตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในร้านแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งบริเวณสี่แยกโรงฆ่าสัตว์ เก่า พบว่าคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุเข้าไปภายในหมู่ บ้านสวนหลวงเจ้าฟ้า ซอย 5/3 ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ตห่างจากร้านทองที่ก่อเหตุประมาณ 2 ก.ม.

ภายหลังได้รับเบาะแสการหลบหนีแล้ว พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวน ปิดล้อมทั้งหมู่บ้านเพื่อตรวจสอบหารถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นยานพาหนะ อย่างเร่งด่วน กระทั่งไปพบถูกจอดทิ้งไว้ภายในซอย 5/3 จึงได้ปิดล้อมบริเวณจุดที่พบรถ เพื่อตรวจค้นหาคนร้ายแต่ไร้วี่แวว

จากการสอบถามประชาชนที่อยู่อาศัยใกล้เคียงแจ้งว่า ได้เห็นชายวัยรุ่นคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาจอด จากนั้นได้มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับออกไป

พ.ต.อ.โชติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายจอดทิ้งไว้พบว่า ผู้ครอบครองคือน.ส.กมลวรรณ แซ่ลิ้ม อยู่บ้านเลขที่ 67/13 ถนนราชปาทานุสรณ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ โดยได้รับแจ้งจากเจ้าของรถว่านายเอก ไม่ทราบนามสกุล เป็นชาว สุราษฎร์ธานี ที่เช่าบ้านอยู่ใกล้กันในป่าตองมายืมไปใช้ตั้งแต่ในช่วงเช้า และมาทราบจากเจ้าหน้าที่ว่ารถถูกนำไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงร้านทอง



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREExTURZMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=
&day=TWpBeE1TMHdOaTB3TlE9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 19, 2012, 03:09:53 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 11:32:34 AM »

โจร​แต่ง​ฮิ​พฮอพ บุกปล้น​ร้านทอง



ดญ.13คว้า​ปืน​ขู่​สู้​เสียท่า​โดน​กวาด200บ.

โจร​วัย​ โจ๋​แต่งตัว​เป็น​เด็ก​ ฮิ​พฮอพ บุก​เดี่ยว​จี้​ร้าน​ทอง​ย่าน​ชุมชน กวาด​สร้อยทอง​รูปพรรณ​น้ำ หนัก​กว่า 200 บาท​ มูลค่า ​กว่า 4 ล้าน​บาท ปฏิบัติการ​อุกอาจ​ช่วง​กลางวัน​แสกๆ อาศัย​ช่วง​เจ้าของ​ร้าน​ทำ​ธุระ​อยู่​หลัง​ร้าน ปล่อย​ลูก​สาว​วัย 13 ปี​ เฝ้า​หน้า​ร้าน​เพียง​ลำพัง นึก​ว่า​เป็น​ลูกค้า​จะ​มา​ซื้อ​ทอง​เลย​กด​ประตู​รีโมต​ให้​เข้า​มา​ใน​ ร้าน กลับกลาย​เป็น​คนร้าย​ชัก​ปืน​​ออก​มา​จี้​ไม่​ให้​ขัดขืน แต่​เด็ก​น้อย​ไม่​กลัว​โจร คว้า​ปืน​​ของ​แม่​ที่​วาง​ใน​ลิ้นชัก​ออก​มา​ขู่​สู้ กลับ​พลาดท่า​ถูก​โจร​ฮิ​พฮอพ​แย่ง​ปืน​ไป​จาก​มือ​หน้าตา​เฉย แล้ว​บังคับ​ให้​เปิด​ตู้​โชว์​กวาด​สร้อยทอง​เผ่น​หนี​ใจเย็น ซิ่ง​รถ จยย.​ ที่​เช่า​มา​ก่อ​เหตุ​ไป​จอด​ทิ้ง​ใน​หมู่​บ้าน ​แล้ว​มี​รถ​ปิกอัพ​มา​รับ​พา​หนี​หาย​เข้า​กลีบ​เมฆ

เหตุการณ์​โจร​ วัยรุ่น​บุก​เดี่ยว​จี้​ร้าน​ทอง​กลางเมือง​ภูเก็ต​กวาด​ทองรูปพรรณ​น้ำหนัก ​รวม​กว่า 200 บาท​เปิดเผย​เมื่อ​เวลา 12.08 น.​ วัน​ที่ 4 มิ.ย. พ.ต.ท.​ยง​ยุทธ กรอง​มาลัย สารวัตร​เวร สภ.​เมือง​ภูเก็ต ได้​รับ​แจ้ง​จาก​นาง​จันทนา ธเนศ​ธ​นา​สมบัติ อายุ 52 ปี เจ้าของ​ร้าน​ทอง​ธเนศ 2 เลข​ที่ 28 ถนน​เจ้าฟ้า​ตะวันออก ต.​ตลาด​ใหญ่ ว่า​ ถูก​คนร้าย​เป็น​ชาย​วัยรุ่น​บุก​เดี่ยว​เข้า​มา​จี้​ชิง​สร้อยคอทอง​คำ​ รูปพรรณ​น้ำหนัก​รวม​กว่า 200 บาท พร้อม​ปืน​อีก 1 กระบอก แล้ว​ขี่​รถ จยย.​หลบ​หนี​ไป จึง​รายงาน​ให้ พ.ต.อ.​โชติ ชิด​ไช​ย ผกก. พ.ต.อ.​เอก​วุฒิ เสน่ห์​พร ผกก.​สส.ภ.​จ.​ภูเก็ต นำ​กำลัง​ชุด​สืบสวน พร้อม​ประสาน​เจ้าหน้าที่​วิทยาการ​ไป​ตรวจสอบ

ร้าน​ทอง​ที่​เกิด​ เหตุ​เป็น​ตึกแถว 3 ชั้น 1 คูหาตั้ง​อยู่​กลาง​ชุมชน ใกล้​กับ​ธนาคาร​ไทย​พาณิชย์ สาขา​เจ้าฟ้า​ตะวันออก มี​ชาว​บ้าน​พา​กัน​มา​มุง​ดู​จำนวน​มาก​พร้อม​จับกลุ่ม​วิพากษ์วิจารณ์​ถึง ​เหตุการณ์​ระทึก​ขวัญ​ที่​เพิ่ง​เกิด​ขึ้น ภายใน​ร้าน​พบ​นาง​จันทนา​และ​ครอบครัว​อยู่​ใน​อาการ​ตื่นตระหนก ที่​ตู้​โชว์​ทองรูปพรรณ​หลัง​เคาน์เตอร์​ถูก​เปิด​อ้า​ออก 2 ตู้ ภายใน​ตู้​โชว์​มี​กระบะ​ใส่​ สร้อย​คอ​ทองคำ​ตก​ระเกะระกะ ​และ​สร้อย​คอ​ทองคำ​สูญหาย​จำนวน​มาก ส่วน​ที่​พื้น​หลัง​เคาน์เตอร์​พบ​สร้อย​คอ​ทองคำ​ตก​อยู่​จำนวน​หนึ่ง เจ้าหน้าที่​วิทยาการ​เก็บ​ลาย​นิ้ว​มือ​แฝง​ของ​คนร้าย​ที่​ติด​อยู่​บน​ กระจก​บาน​เลื่อน​ตู้​โชว์​ไว้​เป็น​หลักฐาน ตรวจสอบ​ทองรูปพรรณ​ที่​ถูก​คนร้าย​ชิง​ไป​น้ำหนัก​รวม​ไม่​ต่ำ​กว่า 200 บาท มูลค่า​กว่า 4 ล้าน​บาท

จาก​การ​ตรวจสอบ​ภาพ​จาก​กล้อง​วงจรปิด 4 ตัว​ที่​ติดตั้ง​อยู่​ภายใน​ร้าน​บันทึก​ภาพ​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น​ไว้​ ได้​ทั้งหมด โดย​คนร้าย​เป็น​ชาย​วัยรุ่น สวม​เสื้อ​ยืด​แขน​สั้น​สี​ขาว​ตัว​ใหญ่ สร้อย​สเตนเลส นุ่ง​กางเกง​ขา​สาม​ส่วน​สี​ดำ หมวก​แก๊ป​สี​ดำ​หัน​ปีก​หมวก​ไป​ด้าน​หลัง​ลักษณะ​คล้าย​เด็ก​ฮิ​พฮอพ ใส่​แว่นตา​กระจก​ใส​ขอบ​ดำ รองเท้า​ผ้าใบ​สี​ขาว ขี่​รถ จยย.​ฮอนด้า​คลิก สี​ขาว ทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต มา​จอด​หน้า​ร้าน ลง​จาก​รถ​เดิน​มา​ยืน​อยู่​หน้า​ประตู​บาน​เลื่อน​ที่​ควบคุม​ด้วย​รีโมต​ เปิด​-ปิด​จาก​ภายใน​ร้าน ขณะ​นั้น​นาง​จันทนา เจ้าของ​ร้าน​ ทำ​ธุระ​อยู่​หลัง​ร้าน ปล่อย​ให้​ลูก​สาว​อายุ 13 ปี​ อยู่​ใน​ร้าน​เพียง​ลำพัง ​คิด​ว่า​เป็น​ลูกค้า​ที่​จะ​เข้า​มา​ซื้อ​ทอง จึง​กด​รีโมต​เปิด​ประตู​ให้​เข้า​มา​ใน​ร้าน

แล้ว​ทันใดนั้น​คนร้าย ​ก็​ชัก​ปืน​ที่​พก​อยู่​ที่​เอว​ออก​มา​จี้​บังคับ​ลูก​สาว​เจ้าของ​ร้าน​ ไม่​ให้​ขัดขืน แต่​ลูก​สาว​เจ้าของ​ร้าน​กลับ​เอื้อม​มือ​หยิบ​ปืน .38 ของ​มารดา​ที่​วาง​อยู่​ใน​ลิ้นชัก​เคาน์เตอร์​แล้ว​จ่อ​ไป​ที่​คนร้าย โดย​ไม่​หวั่น​เกรง​ว่า​จะ​ถูก​คนร้าย​ยิง​สวน แต่​แล้ว​เหตุการณ์​กลับตาลปัตร​เมื่อ​คนร้าย​รีบ​คว้า​ปืน​จาก​มือ​ของ​ลูก ​สาว​เจ้าของ​ร้าน​ไป​ได้​อย่าง​ง่ายดาย พร้อม​กับ​ใช้​ปืน​กระบอก​ดัง​กล่าว​จี้​บังคับ​ให้​เปิด​ล็อก​ตู้​โชว์​ทอง รูปพรรณ​หลัง​เคาน์เตอร์​ทันที ส่วน​ปืน​ตัว​เอง​ก็​เก็บ​ใส่​กระเป๋า​กางเกง​ก่อน​เดิน​เข้าไป​กวาด​สร้อย​ คอ​ทองคำ​ใน​ตู้​โชว์​ใส่​กระเป๋า​กางเกง จาก​นั้น​ก็​เดิน​อย่าง​ใจเย็น​ไป​ที่​หน้า​ประตู​พร้อม​กับ​สั่ง​ให้​ลูก​ สาว​เจ้าของ​ร้าน​เปิด​ประตู​อัตโนมัติ แล้ว​ออก​ไป​ขึ้น​รถ จยย.​ที่​จอด​สตาร์ต​เครื่อง​อยู่​หน้า​ร้าน​ขี่​หลบ​หนี​ไป​ทาง​สี่​แยก​ โรง​ฆ่า​สัตว์​เก่า ถนน​เจ้าฟ้า​ตะวันออก เลี้ยว​ซ้าย​มุ่ง​หน้า​ไป​ตาม​ถนน​อนุ​ภาษ​มโนรม

ต่อ​มา​ตำรวจ​ตรวจ สอบ​ภาพ​จาก​กล้อง​วงจรปิด​ที่​ติดตั้ง​ไว้​บริเวณ​สี่​แยก​โรง​ฆ่า​สัตว์​ เก่า พบ​รถ จยย.​คนร้าย​ขี่​เข้าไป​ใน​หมู่​บ้าน​อนุ​ภาษ​มโนรม ต.​วิชิต อ.​เมือง​ภูเก็ต ห่าง​จาก​ร้าน​ทอง​ประมาณ 1.5 กม. สาย​ตรวจ​และ​ชุด​สืบสวน​รีบ​กระจาย​กำลัง​ปิด​ล้อม​หมู่​บ้าน​ดัง​กล่าว​ ทันที จนกระทั่ง​พบ​รถ จยย.​ที่​คนร้าย​ใช้​ก่อ​เหตุ​จอด​ทิ้ง​ไว้​ใน​ซอย 5/3 โดย​ชาว​บ้าน​เห็น​ชาย​วัยรุ่น​ขี่​รถ จยย.​มา​จอด​แล้ว​มี​รถ​ปิกอัพ​ฟอร์ด สี​ดำ​หรือ​สีน้ำเงิน ไม่​ทราบ​หมายเลข​ทะเบียน ขับ​มา​รับ​ไป โดย​ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​เป็น​คนร้าย​ที่​ปล้น​ร้าน​ทอง​หลบ​หนี​มา​ จึง​ไม่​มี​ใคร​สนใจ ตรวจสอบ​รถ จยย.​คัน​ดัง​กล่าวพบ​ว่า​ผู้​ครอบครอง​คือ น.ส.​กมล​วรรณ แซ่​ลิ้ม

อยู่​บ้าน​เลข​ที่ 67/13 ถนน​ราช​ปา​ทา​นุ​สร​ณ์ ต.​ป่า​ตอง อ.​กะ​ทู้ จ.​ภูเก็ต เจ้าของ​ธุรกิจ​ให้​เช่า​รถ จยย. ตำรวจ​อยู่​ ระหว่าง​ตรวจสอบ​รายละเอียด​ผู้​เช่า เบื้องต้น​คาด​ว่า​คนร้าย​อาจ​ใช้​ชื่อ​ปลอม​มา​เช่า​รถ จยย.​ไป​ก่อ​เหตุ จึง​นำ​รถ จยย.​คัน​ดัง​กล่าว​ไป​ตรวจสอบ​เก็บ​ลาย​นิ้ว​มือแฝง​และ​หา​หลักฐาน​ต่างๆ เพื่อ​ติดตาม​จับกุม​คนร้าย​ต่อ​ไป

ด้าน พ.ต.ท.​จำรูญ พลาย​ด้วง รอง ผกก.​สส.​สภ.​เมือง​ภูเก็ต กล่าว​ว่า ขณะ​นี้​อยู่​ระหว่าง​การ​นำ​ภาพ​จาก​กล้อง​วงจรปิด​ไป​ตรวจสอบ​รายละเอียด พร้อม​กับ​นำ​ภาพ​แจกจ่าย​ไป​ยัง​โรงพัก​ต่างๆ ใน​พื้นที่ เพื่อ​เร่ง​ติดตาม​สืบ​หา​และ​จับกุม​คนร้าย​มา​ดำเนินคดี เบื้องต้น​เท่า​ที่​ดู​ภาพ​จาก​กล้อง​วงจรปิด​คาด​ว่า​คนร้าย​น่า​จะ​ใช้​ ปืน​ปลอม​ก่อ​เหตุ แต่​ลูก​สาว​เจ้าของ​ร้าน​หยิบ​ปืน​จริง​ของ​มารดา​ที่​วาง​อยู่​ใน​ลิ้นชัก ​ออก​มา​ขู่​คนร้าย เลย​ถูก​คนร้าย​แย่ง​ปืน​ไป ทั้งนี้​คาด​ว่า​คนร้าย​ที่​ก่อ​เหตุ​น่า​จะ​ยัง​อยู่​ใน​พื้นที่ ชุด​สืบสวน​กระจาย​กำลัง​ออก​หา​เบาะแส​อย่าง​เร่ง​ด่วน​แล้ว


นสพ.ไทยรัฐ
5 มิถุนายน 2554, 08:29 น.

ที่มา :    http://www.thairath.co.th/today/view/176648

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 11:50:52 AM »

ล่าโจรบุกเดี่ยวกวาดทอง200บาทในร้านทองดังเผ่นลอยนวล!


โจรพกปืนปลอมบุกร้านทองจี้ชิงทอง 200 บาทหนีลอยนวล วงจรปิดจับภาพชัดลูกสาวเจ้าของร้านชักปืน .38 จ่อคนร้ายแต่ถูกโจรแย่งปืนได้บังคับเปิดล็อกบานเลื่อนตู้โชว์กวาดสร้อยคอ ทิ้งจยย.หนี ก่อนจะมีปิกอัพขับมารับ ตร.เชื่อทำเป็นขบวนการ พร้อมส่งสายสืบลงพื้นที่ตามล่าตัว


เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.ท.ยงยุทธ์ กรองมาลัย สารวัตรเวร สภ. เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงทรัพย์ร้านทองธเนศ 2 ตั้งอยู่เลขที่ 28 ถนนปฎิพัทธ์ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก. พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ประวิทย์ เอ่งฉ้วน สวป. และชุดสืบสวน เมื่อไปถึงพบนายจีระศักดิ์ ธเนศธนาสมบัติ อายุ 53 ปี เจ้าของร้าน พร้อมลูกสาว 2 คน ยืนรออยู่ในอาการตกใจจากการตรวจสอบตู้โชว์ตั้งอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ ถูกเปิดออก 2 ตู้ ภายในตู้มีสร้อยคอทองคำหนัก 1-3 บาท หายไปกว่า 200 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่วิทยาการได้เก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายที่ติดอยู่บนกระจกบาน เลื่อนบริเวณตู้โชว์ทองไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้าน 4 ตัว ซึ่งสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ทั้งหมดพบว่าขณะเกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชายวัย รุ่น อายุ 25-30 ปี ผิวดำแดง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาว สวมรองเท้าผ้าใบ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต มาจอดหน้าร้านจากนั้นได้เดินมายืนอยู่ที่หน้าประตูบานเลื่อนที่ควบคุมด้วย รีโมตเปิดปิดจากภายในร้าน  ระหว่างนั้นลูกสาวเจ้าของร้านได้กดเปิดประตูให้ เมื่อคนร้ายก้าวเข้ามาในร้านได้ชักอาวุธปืนพกออกจากเอวจี้บังคับ แต่ลูกสาวเจ้าของร้านสังเกตเห็นว่าเป็นปืนปลอม ได้หยิบอาวุธปืนขนาด .38 ที่วางอยู่ในลิ้นชักออกมาจ่อแต่ไม่กล้ายิง คนร้ายจึงรีบคว้าปืนจากมือพร้อมกับใช้ปืนกระบอกดังกล่าวจ่อบังคับลูกสาวให้ เปิดล็อกตู้โชว์ทันที ก่อนจะกวาดสร้อยคอทองคำที่อยู่ภายในตู้โชว์ใส่กระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว แล้วสั่งให้ลูกสาวเจ้าของร้านเปิดประตูอัตโนมัติแล้วเดินไปขึ้นรถ จักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องอยู่หน้าร้าน ขี่หลบหนีไป

จากนั้นตำรวจได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณสี่แยกทั่ว เมือง พบรถจักรยานยนต์คนร้ายขี่เข้าไปภายในหมู่บ้านอนุภาษณ์มโนรมณ์ ต.วิชิต อ.เมือง ห่างจากร้านทองดังกล่าวราว 1.5 กิโลเมตร สายตรวจและชุดสืบสวนได้ระดมกำลังนับสิบนายปิดล้อมหมู่บ้านดังกล่าว เพื่อตรวจสอบแล้วพบรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุจอดทิ้งไว้ภายในซอย 5/3 จึงได้ปิดล้อมบริเวณจุดที่พบรถแต่ไม่พบวี่แวว อย่างไรก็ตาม พยานที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นชายวัยรุ่นขี่รถมาจอด แล้วมีรถปิกอัพฟอร์ด สีน้ำเงินขับมารับ โดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองจึงไม่มีใครสนใจและ คิดว่าเป็นคนในหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาข่าวและติดตามตัวคนร้ายมา ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปคาดยังหลบอยู่ในพื้นที่

จากการสอบสวนนายจีระศักดิ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนไม่อยู่ในร้านมีเพียงลูกสาว 2 คนที่เฝ้าอยู่ ระหว่างนั้นคนร้ายซึ่งมีหน้าตาดีสวมเสื้อด้านหน้าสกรีนว่า “สตาร์บัค” สวมหมวกแก๊ปขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้านแล้วเดินเข้ามาในร้านใช้ปืนปลอม จี้ชิงทองพร้อมตะโกนว่า “ต้องการนำทองไปขายไถ่บ้านที่จำนองคืน” ระหว่างนั้นลูกสาวพยายามกดสัญญาณเตือนภัยแจ้งเจ้าหน้าที่แต่เครื่องไม่ดัง โดยคนร้ายใช้เวลาเพียง 4 นาทีในการลงมือ ด้าน พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า  คาดว่าคนร้ายน่าจะทำงานเป็นกลุ่ม ส่วนรถจักรยานยนต์ทราบว่าได้เช่ามาจาก ต.ป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เชิญตัวมาสอบสวน และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันอาทิตย์ ที่ 05 มิถุนายน 2554 เวลา 9:06 น.

ที่มา :   http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=561&contentID=143169
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2011, 08:46:45 PM »


'ฮิพฮอพ'ชิงทอง ออกหมายจับ ตั้งค่าหัว-แบ่ง%


ตร.ภูเก็ตออกหมายจับ "ฮิพฮอพ" บุกชิงทองหนักกว่า 200 บาทหลบหนี เจ้าของร้านตั้งรางวัลนำจับ 1 แสน และแบ่งอีก 30% จากมูลค่าทองที่นำกลับมาได้ ยัวะกดสัญญาณเตือนภัยไม่ดัง คาดระบบน่าจะขัดข้องที่ศูนย์วิทยุ 191...



จากกรณีคนร้ายเป็นชายวัย รุ่นแต่งกายคล้ายเด็กฮิพฮอพ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวตัวใหญ่ นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีดำ ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวสวมหมวกแก็ปสีดำหันปีกไว้ข้างหลัง ขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิกสีขาว ทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ตขับมาจอดหน้าร้านทองธเนศ 2 เลขที่ 28 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ตแล้วบุกเดี่ยวเข้ามาใช้ปืนปลอมขู่บังคับให้ลูกสาวเจ้าของร้าน วัย 13 ปีเปิดตู้โชว์ทอง แต่ลูกสาวเจ้าของกลับหยิบปืนขนาด .38 มม.ในลิ้นชักออกมาจ่อคนร้าย เหตุการณ์กลับตาลปัตรคนร้ายแย่งปืนจริงไปอย่างหน้าตาเฉย พร้อมกับใช้ปืนกระบอกของทางร้านขู่บังคับให้เปิดตู้ทอง และกวาดสร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวมกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาทใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับปืน ซิ่งรถ จยย.ที่จอดสตาร์ทเครื่องอยู่หน้าร้านหลบหนีไป

ต่อมาพบรถ จยย.คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้ภายในซอย 5/3 หมู่บ้านดังกล่าว โดยมีรถกระบะฟอร์ดสีดำไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับ และหลบหนีไปอีกครั้ง เบื้องต้นพบว่ารถคันดังกล่าวถูกเช่ามาจาก น.ส.กมลวรรณ แซ่ลิ้ม จากนั้นชุดสืบสวนได้นำภาพคนร้ายที่กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านและภายในร้าน สามารถบันทึกภาพไว้ได้ทำภาพนิ่งออกแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และ สภ.ใน จ.ภูเก็ต เพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มิ.ย. พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วงรอง.ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต นำกำลังสายตรวจ และชุดสืบสวนไปตรวจสอบหาหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้งที่ร้านทองธเนศ 2 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต โดยมีนางจันทนา ธเนศธนาสมบัติ อายุ 52 ปีเจ้าของร้าน และครอบครัวรอให้ข้อมูลต่างๆ เช่น โลโก้ร้านที่ติดอยู่บริเวณข้อต่อของสร้อยคอ และสร้อยข้อมือทุกเส้น ภาพนิ่งคนร้ายจากกล้องวงจรปิด หมายจับ-ใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนที่คนร้ายฉกไป และสัญญาณเตือนภัยที่ติดตั้งอยู่ภายในร้าน เป็นต้น

 



พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง.ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่าคนร้ายใส่หน้ากากที่มีแว่นตา และจมูกปลอม มีขายตามร้านของเล่นหรือตลาดนัดทั่วไป เพื่ออำพรางใบหน้าที่แท้จริง โดยไม่ต้องสวมหมวกกันน็อค เพื่อให้เจ้าของร้านไม่เกิดความสงสัย และเปิดประตูอัตโนมัติเข้าไปภายในร้านได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคิดว่าเป็นลูกค้าทั่วไป ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมหลักฐานเสนอต่อศาล จ.ภูเก็ตจนสามารถออกหมายจับนายเอก (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) และที่อยู่จริงตามรูปพรรณที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมาในข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยมีอายุความ 15 ปี และถ้าผู้ใดสามารถชี้เบาะแส หรือแหล่งกบดานของคนร้ายจนสามารถจับกุมได้ เจ้าของร้านจะมีเงินรางวัล 1 แสนบาท

ทั้งนี้ รอง.ผกก.สส.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวย้ำว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่มีการติดตั้งอยู่ภายในหมู่บ้าน และตามแยกต่างๆ โดยรอบพบว่า หลังจากที่นายเอกขี่รถ จยย.คันดังกล่าวมาจอดทิ้งไว้ภายในซอย จากนั้นได้มีรถเก๋งฮอนด้าแจ๊สสีขาวไม่ทราบทะเบียนขับมาจอดที่หน้าซอย โดยมีนายเอกวิ่งมาขึ้นรถแล้วขับออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าไปยังสามแยกวัดนาคา ถ.อนุภาษมโนรมตัดใหม่แล้วเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปตาม ถ.เจ้าฟ้าตะวันตกเรื่อยไปจนถึงสี่แยกไทนานแล้วหายไป ซึ่งครั้งแรกจากการให้ปากคำของชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงเห็นรถกระบะฟอร์ดสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมารับนายเอกไปนั้น อาจคลาดเคลื่อน เนื่องจากในช่วงเวลาที่นายเอกนำรถ จยย.มาจอดทิ้งภายในซอย ได้มีรถกระบะฟอร์ดวิ่งเข้าไปภายในซอยดังกล่าวเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ ดี แต่จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้านาคาอพาร์ทเม้นท์ใกล้กับจุด ที่ นายเอกนำรถไปจอดทิ้งไว้ พบรถเก๋งฮอนด้าแจ๊สสีขาวจอดอยู่ด้านหน้ามาหลายวันแล้ว เมื่อตรวจสอบจากเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ปรากฏว่านายเอกได้มาเช่าห้องรายวันก่อน 3 วันเกิดเหตุ โดยลงทะเบียนเปิดห้องเป็นชื่อเล่นว่า "เอก" เท่านั้น ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายเอกได้ยืมรถ จยย.ของเพื่อนในอพาร์ทเม้นท์ออกไปทำธุระหลายครั้ง ซึ่งคาดว่าไปดูลาดเลาที่ร้านทองดังกล่าว แต่ทุกครั้งได้นำมาส่งคืนตลอด จนกระทั่งในวันเกิดเหตุได้มายืมรถ จยย.คันดังกล่าวออกไป เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุ ส่วนรถเก๋งฮอนด้าแจ๊สสีขาวคันดังกล่าวคาดว่า เป็นคนร้ายที่ร่วมขบวนการ ซึ่งอาจเป็นผู้หญิง อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง คาดว่าคนร้ายยังกบดานอยู่ในพื้นที่อย่างแน่นอน

พ.ต.ท.จำรูญ กล่าวเพิ่มถึงจำนวนทองรูปพรรณที่คนร้ายชิงไปว่า หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบทองรูปพรรณที่สูญหายไปจากเจ้าของร้าน ประกอบด้วย สร้อยคอหนัก 1 สลึง น้ำหนัก 30 บาท สร้อยคอหนัก 2 สลึง น้ำหนัก 26 บาท สร้อยคอหนัก1 บาท น้ำหนัก 90 บาท สร้อยคอหนัก 2 บาท น้ำหนัก 46 บาท สร้อยคอหนัก 3 บาท น้ำหนัก 18 บาท สร้อยคอหนัก 5 บาท น้ำหนัก 15 บาท สร้อยข้อมือหนัก 1 บาท น้ำหนัก 36 บาท รวมทองรูปพรรณทั้งสิ้น 261 บาท มูลค่าทั้งหมด 5,755,050 บาทโดยทองคำแต่ละเส้นจะมีโลโก้ของร้านธเนศ 2 ทั้งหมด

ด้านนางจันทนา ธเนศธนาสมบัติ อายุ 52 ปีเจ้าของร้านทองธเนศ 2 กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากคนร้ายได้จี้บังคับกวาดทองรูปพรรณไปแล้ว ตนเองได้กดสัญญาณเตือนภัยที่ติดตั้งไว้ใต้เคาน์เตอร์เพื่อแจ้ง 191 ให้รู้ว่าร้านถูกปล้น แต่สัญญาณกลับไม่ดังหรือไม่มีไฟโชว์ที่ศูนย์วิทยุเมืองภูเก็ต ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด ทำให้คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างลอยนวล ทั้งๆ ที่บริเวณสี่แยกโรงฆ่าสัตว์เก่าที่คนร้ายขี่รถ จยย.หลบหนีไปนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรประจำอยู่ เนื่องจากเป็นเวลาช่วงกลางวัน จนเวลาผ่านไปราว 20 นาที ถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาที่ร้าน โดยใช้โทรศัพท์โทรไปแจ้งยังสถานีอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทดลองกดสัญญาณกลับไปยัง 191 ก็ไม่ติด หรือดังเช่นเดียวกัน

"แบบนี้ความปลอดภัยของผู้ประกอบการร้านทอง วิกฤติแน่ ซึ่งบริษัทที่ติดตั้งสัญญาณเตือนภัยให้กับร้านเพิ่งเช็คระบบทั้งหมดไปเมื่อ วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ทุกอย่างสมบูรณ์ โดยเชื่อว่าระบบที่ขัดข้องน่าจะอยู่ที่ศูนย์วิทยุ 191 มากกว่า ทั้งนี้ ทางร้านจะมีเงินรางวัลมอบให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสคนร้ายจนสามารถ จับกุมได้ 1 แสนบาท และถ้าสามารถนำทองรูปพรรณกลับมาคืนได้ ไม่ว่าจะจำนวนเท่าใด ทางร้านจะมอบเงินให้กับผู้แจ้งหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถยึดทองกลับมา ได้อีก 30%ของราคาทองในขณะนั้น" นางจันทนา กล่าว.


ไทยรัฐออนไลน์
 โดย ทีมข่าวภูมิภาค
5 มิถุนายน 2554, 14:05 น.


ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/region/176701

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2011, 12:51:06 PM »


ใจป้ำให้ 2 แสน-แบ่ง 30% รางวัลล่าโจรชิงทอง



เจ้าของร้านทองภูเก็ตออกโรง เพิ่มเงินรางวัลนำจับเป็น 2 แสน กับส่วนแบ่งทองที่ได้คืนอีก 30% ดึงดูดใจให้แจ้งเบาะแสโจรชิงทอง หลังกว่า 3 วันยังไร้วี่แวว...

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทองจากร้านทองธเนศ 2 เลขที่ 28 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ทองคำน้ำหนักประมาณ 200 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีการออกหมายจับคนร้ายไปแล้ว ว่า ขณะนี้มีการระดมตำรวจชุดสืบสวนออกสืบสวนหาข่าว ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ บางส่วนได้ลงพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานีและใกล้เคียง ซึ่งเชื่อว่าเป็นพื้นที่คนร้ายอาจใช้กบดาน คาดว่าใกล้ความเป็นจริงจะพบร่องรอยหรือเบาะแสคนร้ายแล้ว โดยคนร้ายไม่ยอมเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้การติดตามค่อยข้างยาก เนื่องจากยังไม่มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมเข้ามา แต่ตำรวจยังไม่ละความพยายามในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน นางจันทนา ธเนศธนาสมบัติ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านทองธเนศ 2 กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจยังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายแม้จะมีการให้รางวัล นำจับหรือชี้เบาะแสจนสามารถจับกุมคนร้ายได้จำนวน 1 แสนบาท พร้อมกับให้อีก 30เปอร์เซ็นต์ถ้าสามารถนำทองรูปพรรณต่างๆ กลับคืนได้ จึงปรึกษากับครอบครัวเพิ่มรางวัลค่าหัวเป็น 2 แสนบาทพร้อมกับ 30 เปอร์เซ็นต์ถ้าติดตามนำทองมาคืนได้ไม่ว่าจะจำนวนเท่าใด ส่วนกรณีสัญญาณเตือนภัยกดแล้วไม่ดังที่ศูนย์วิทยุภูเก็ต 191 ขณะเกิดเหตุนั้น ขณะนี้รอเจ้าหน้าที่จากบริษัทติดตั้งสัญญาณมาตรวจเช็กระบบ ซึ่งถ้าเกิดจากการขัดข้องของระบบจริงบริษัทจะรับผิดชอบมูลค่าทองรูปพรรณทั้ง หมดที่ถูกคนร้ายโจรกรรมไปราวๆ 6 ล้านบาท


ไทยรัฐออนไลน์
8 มิถุนายน 2554, 12:45 น.


ที่มา :   http://www.thairath.co.th/content/region/177442

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2011, 09:13:15 PM »


ผบช.ภ.8 มั่นใจ ได้ตัวโจรฮิพฮอพปล้นร้านทองภูเก็ต


ผบช.ภ.8 บี้คดีจี้ร้านทองกลางเมืองภูเก็ตกวาดทองหนัก 261 บาทหนีลอยนวล เผยได้เบาะแสคนร้ายแล้ว พบมมีประวัติก่ออาชญากรรมในพื้นที่ จ.สุราษฎร์เพียบ มั่นใจได้ตัวแน่...


จากเหตุการณ์คนร้ายเป็นชายวัย รุ่นแต่งกายคล้ายเด็กฮิพฮอพ ขี่รถ จยย.ฮอนด้าคลิกสีขาว ทะเบียน ขทค 6 ภูเก็ต ขับมาจอดหน้าร้านทองธเนศ 2 เลขที่ 28 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต ก่อนบุกเดี่ยวใช้ปืนปลอมขู่บังคับให้ลูกสาวเจ้าของร้านวัย 13 ปี เปิดตู้โชว์ทอง แต่ลูกสาวเจ้าของกลับหยิบปืนขนาด .38 ในลิ้นชักออกมาจ่อคนร้าย เหตุการณ์กลับตาลปัตรถูกคนร้ายแย่งปืนจริงไปพร้อมกับขู่บังคับให้เปิดตู้ทอง และกวาดสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท หลบหนีไป โดยเจ้าของร้านทองตั้งค่าหัว 200,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนจับคนร้ายได้ พร้อมกับให้ 30 เปอร์เซ็นต์กับตำรวจที่สามารถยึดทองรูปพรรณกลับมาคืนได้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 12.08 น.วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ห้องสืบสวน ชั้น 3 สภ.เมืองภูเก็ต พล.ต.ท.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบช.ภ.8 ติดตามความคืบหน้าคดีและการไล่ล่าจับกุมคนร้าย โดยมี พล.ต.ต.พิกัด ตันติพงศ์ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โกมล วัตรากรณ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ รอง.ผกก.ป. พ.ต.ท.เฉลิมชัย เหิรสวัสดิ์ รอง.ผกก.จร.สภ.เมืองภูเก็ต บรรยายสรุปตั้งแต่ช่วงเกิดเหตุ จนกระทั่งคนร้ายหลบหนีโดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านทอง ธเนศ 2 ประกอบคำบรรยาย โดยขณะนี้ได้มีการออกหมายจับนายเอก ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง อยู่ จ.สุราษฏร์ธานีไปแล้ว

พล.ต.ท.ก่อ เกียรติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รับรายงานจาก ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต และ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตมาตลอด โดยได้ส่งชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมหาข่าวและติดตามไล่ล่าคนร้าย ขณะนี้มีความคืบหน้าพอสมควร จากแนวทางการสืบสวนพบว่าคนร้ายมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ใน จ.สุราษฏร์ธานี และอาจเคยมีประวัติก่อคดีอาชญากรรมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด คดีลักทรัพย์ หรือคดีชี้ชิงทรัพย์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงที่พบบนตู้กระจกโชว์ทองรูปพรรณกับ ประวัติอาชญากร ขณะที่คนร้ายเลื่อนหรือใช้มือเท้ากระจกแล้วกระโดดข้าม เคาน์เตอร์ทอง แม้ว่าคนร้ายจะมีการแฝงหรืออำพรางใบหน้าด้วยการใช้แว่นตาและจมูกเป็นตัวตลก โบโซ่ก็ตาม คาดว่าอาจจะมีข่าวดีในเร็วๆ วันนี้.



ไทยรัฐออนไลน์
 โดย ทีมข่าวภูมิภาค
16 มิถุนายน 2554, 18:56 น.

ที่มา :   http://www.thairath.co.th/content/region/179558




บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2012, 11:22:06 AM »

คุมตัวโจรชิงทอง4คดี11ล้านทำแผนที่ภูเก็ต



คุมตัวหนุ่มแสบ บุกเดี่ยวจี้ร้านทองมาทำแผนที่ภูเก็ต รับสารภาพสิ้นไส้ ก่อเหตุมาแล้ว 4 ครั้ง ได้เงิน 11 ล้าน นำไปซื้อคอนโด ใช้ชีวิตหรูหรา

จากคดีคนร้ายบุกปล้นทองที่ร้านทองธเนศ 2 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก อ.เมือง จ.ภูเก็ต ใกล้กับสวนหลวง ร.9 กลางเมืองภูเก็ต ได้ทรัพย์สินเป็นทองรูปพรรณไปกว่า 200 บาท เหตุเกิดเมื่อกลางปี 2554 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด (5 พ.ค.) พ.ต.ท.ยงยุทธ กรองมาลัย สวส.สภ.เมืองภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก. พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วย  รองผกก สภ. นำตัวนายกฤตศักดิ์ หรือเด่น หีตแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองธเนศ 2 ถนนเจ้าฟ้าตะวันออก อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2554 ที่ผ่านมา ได้ทองคำรูปพรรณไปจำนวน 261 บาท มูลค่า 5,755,050 บาท ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ระหว่างนั้น นางจันทนา ธเนศธนะสมบัติ และลูกสาว รวมทั้งลูกจ้างซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดอยู่หน้าร้านต่างยกมือไหว้ขอบคุณเจ้า หน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีจนสามารถจับตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตาม กฎหมาย และนำทองที่ได้จากการปล้นครั้งนี้ไปใช้ชีวิตอย่างหรูหรา และยังก่อคดีอย่างต่อเนื่อง และไม่เกรงกลัวต่อกฏหมายแต่อย่างไร


นายกฤตศักดิ์ รับสารภาพว่า หลังก่อเหตุ ได้หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางกอกน้อย เขตบางพลัด และใช้เงินที่ชิงทรัพย์มาซื้อรถ คอนโด และทรัพย์สินอื่นๆ โดยก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ร้านทองมาแล้ว 4 ครั้ง โดยก่อเหตุครั้งแรกเมื่อ วันที่ 3 ธันวาคม 2551 ได้ชิงทรัพย์ที่ร้านทองเพชรสุวรรณ เลขที่ 140 ถนนชนเกษม ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ทองรูปพรรณ 220 บาท มูลค่า 2,860,000 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2553 ได้ชิงทรัพย์ที่ร้านทองเจริญมณี เลขที่ 9/78 ปากซอยลาดปลาเค้า 80 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. ได้ทองรูปพรรณ 100 บาท มูลค่า 1,700,000 บาท ครั้งที่3 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2553 ได้ชิงทรัพย์ที่ ห้างทองวังทอง เลขที่ 189/47-48 ปากซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ได้ทองรูปพรรณ 50 บาท มูลค่า1,000,000 บาท  ล่าสุด ได้มาก่อเหตุที่จังหวัดภูเก็ต รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 11 ล้านบาท  เจ้าหน้าที่คุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป..



เดลินวส์ออนไลน์
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555 เวลา 16:28 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/113117
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 06, 2012, 11:27:34 AM »

คุมตัวโจรแสบ จี้ทองทำแผน ลงมือร้านในภูเก็ต



ตำรวจนำตัวหนุ่มเมืองสุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาตระเวนปล้นร้านทองกวาดทรัพย์ไปกว่า 11 ล้านบาท ทำแผน ท่ามกลางประชาชนรุมดูเหตุการณ์จำนวนมาก

 

เมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 5 พ.ค.พ.ต.อ.โชติ ชิดไชย ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต นายศุภชัย โพชนุกูล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พ.ต.ท.จำรูญ พลายด้วง รอง.ผกก.สส.พ.ต.ท.ยงยุงทธ กรองมาลัย สวส.สภ.เมืองภูเก็ตพร้อมกำลังสายตรวจกว่า 20 นายควบคุมตัวนายกฤติศักดิ์ หรือ เด่น หีตแก้ว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 4 ต.บ้านนา อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาบุกเดี่ยวชิงทองรูปพรรณห้างทองธเนศ 2 ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.54 ได้ทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวม 261 บาท มูลค่า 5,755,050 บาท แล้วหลบหนีไปพักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางกอกน้อย เขตบางพลัด กรุงเทพฯไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ห้างทองดังกล่าวท่ามกลางประชาชนที่มารอดูโฉมหน้านับร้อย ส่งผลให้การจราจรบนถนนเจ้าฟ้าตะวันออกติดขัดเป็นทางยาว โดยนายกฤติศักดิ์ มีใบหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งใช้เวลาทำแผนฯราว 30 นาที จึงควบคุมตัวกลับไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยก่อนกลับนายกฤติศักดิ์ได้ยกมือไหว้ขอโทษเจ้าของห้างทอง



ทั้งนี้ สืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 8 นำโดย พ.ต.อ.ณรงค์ยศ อุณหบัณฑิต ผกก.สส.3 นำกำลังเข้าจับกุมนายกฤติศักดิ์ได้ที่อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวพร้อมของกลางทองคำ รูปพรรณน้ำหนัก 15 บาทที่ชิงมาจากห้างทองธเนศ 2 จ.ภูเก็ต และอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ ประกอบด้วย กางเกงขาสั้นสีดำ รองเท้า หมวกแก๊ป แว่นตากันแดด อาวุธปืนสั้นขนาด .38 พร้อมกระสุนปืนจำนวน 6 นัด


จากการสอบสวนนายกฤติศักดิ์ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ ร้านทองจำนวน 4 ครั้ง โดยก่อเหตุครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.51 ที่ร้านทองเพชรสุวรรณ เลขที่ 140 ถ.ชนเกษม ต.ตลาด อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้ทองรูปพรรณ 220 บาท มูลค่า 2,860,000 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มี.ค.53 ที่ร้านทองเจริญมณีเลขที่ 9/78 ปากซอยลาดปลาเค้า 80 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯได้ทองรูปพรรณไป 100 บาทมูลค่า 1,700,000 บาท ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 18 ก.ย.53 ที่ห้างทองวังทองเลขที่ 189/47-48 ปากซอยลาดพร้าว 1 ถ.ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯได้ทองรูปพรรณ 50 บาท มูลค่า 1 ล้านบาท และล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.54 ก่อเหตุที่ จ.ภูเก็ต รวมเป็นเงินกว่า 11 ล้านบาท โดยนายกฤติศักดิ์สารภาพว่าได้นำเงินทั้งหมดมาใช้จ่ายในการซื้อสิ่งอำนวยความ สะดวก เช่น คอนโดมิเนียม รถยนต์ นาฬิกายี่ห้อดัง และเครื่องใช้ไฟฟ้า จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด




ไทยรัฐออนไลน์
5 พฤษภาคม 2555, 18:20 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/258147
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.11 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check