จับตายโจรชิงรถกลางกรุงฆ่า2ศพ -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 17, 2017, 11:05:44 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

จับตายโจรชิงรถกลางกรุงฆ่า2ศพ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: จับตายโจรชิงรถกลางกรุงฆ่า2ศพ  (อ่าน 25336 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 02:41:45 PM »

จับตายโจรชิงรถกลางกรุงฆ่า2ศพ


โจรเหิมจ้วงมีดแทงตำรวจก่อนแย่งปืนยิงซ้ำ สุดท้ายไปไม่รอดถูกวิสามัญฯดับคาอนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย.  ร.ต.อ.อมกฤษ โพธิ์ศรี ร้อยเวร สน.พญาไท  ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญ  ถนนพหลโยธิน ขาออก บริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี  หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายธารา อินทมาศ อายุ 36 ปี  นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถโตโยต้าคัมรี่ สีเงิน ทะเบียน  ฌส 131 กทม. ในสภาพถูกยิงร่างพรุ่น นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี ทราบชื่อ พญ.ภิภัตรา สายโลหิต อายุ 28 ปี  แพทย์โรงพยาบาลค่ายสุรนารี เจ้าของรถถูกยิงได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบสวนทราบว่าก่อเกิดเหตุ นายธารา ได้ใช้มีดจี้ชิงรถโตโยต้าคัมรี่  สีเงิน ทะเบียน 6345 กทม.  ของ ร.ต.วิชัย วิไลรัศมี มาจากย่านบางกรวย ก่อนจะขับมาถึงแยกขัติยาณี ถนนสุโขทัย  ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี  ผบหมู่  จร.สน.ดุสิต ซึ่งประจำการป้อมตำรวจได้รับแจ้งทางวิทยุว่ามีคนร้ายจี้ชิงรถจึงออกมาดูและพบรถดังกล่าว จึงขออนุญาตตรวจสอบแต่ถูกนายธาราใช้มีดแทงกว่า 20 แผลและแย่งปืนจอง ด.ต.ลิขสิทธิ์ ที่พกอยู่จ่อยิงซ้ำ  ก่อนจะขับรถหลบหนีมาชนแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทว 3087 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน ด้วยความไม่พอใจจึงเดินลงจากรถใช้อาวุธปืนยิงคนขับรถแท็กซี่จนเสียชีวิต

จากนั้นนายธารา ได้ใช้ปืนกระบอกเดียวกัน จี้งชิงรถโตโยต้าคัมรี่ สีเงิน ทะเบียน  ฌส 131 กทม. ของพญ.ภิภัตรา โดยไล่มารดาของ พญ.ภิภัตรา ลงจากรถ แล้วขับไปขับมาตามถนนพหลโยธินขาออก ก่อนจะมาเจอด่านตำรวจที่ตั้งสกัดอยู่หน้าโรงพยาบาลราชวิถี นายธาราจึงจอดรถ ระหว่างนั้น พญ.ภิภัตรา ได้เปิดประตูเพื่อจะหลบหนีจึงถูกนายธารา ยิง 2 นัดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิสามัญนายธาราเสียชีวิตคาที่


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน 2554 เวลา 12:35 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=132823&categoryID=419


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 09, 2011, 02:15:17 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 02:51:46 PM »

วิสามัญคนร้าย หลังก่อเหตุยิงตร.-แท็กซี่ดับ


ตำรวจถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต

ตำรวจวิสามัญคนร้ายที่หน้า โรงพยาบาลราชวิถี บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังขับรถเก๋งก่อเหตุแทงและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ดุสิต และคนขับเแท็กซี่เสียชีวิต ก่อนที่จะจี้รถแพทย์หญิงหลบหนีแต่ไปไม่รอด ขณะที่ ตร.ยิงสกัดแต่ไม่เป็นผล คนร้ายจึงถูกวิสามัญดับ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญคนร้าย ที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนขับเแท็กซี่เสียชีวิต 2 ราย โดยในขณะก่อเหตุ ได้มีผู้อื่นบาดเจ็บจากการก่อเหตุอีกหลายราย ทั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. คนร้ายขับรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่ สีเงิน ทะเบียน 6345 กทม. ก่อเหตุแทงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชื่อ ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ตร.จร.สน.ดุสิต ซึ่งประจำการป้อมตำรวจบริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจ่อยิงเสียชีวิต

 

จากนั้นคนร้ายได้ขับรถชนแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทว3087 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน และลงมาจากรถเพื่อยิงคนขับแท็กซี่ ชื่อนายอำนาจ ไม่ทราบนามสกุล จนคนขับรถแท็กซี่เสียชีวิตคารถ จากนั้น ได้ขับรถที่ขโมยมา ไปจี้เอารถของ พญ.ภิภัตรา สายโลหิต แพทย์โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นเจ้าของรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่ สีเงินเช่นเดียวกัน ทะเบียน ฌส 131 จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปตามถนนพญาไท โดยมุ่งหน้ามาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างทางได้ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรของ สน.พญาไท ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเจรจากับคนร้าย แต่ไม่เป็นผล ตำรวจจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงสกัดไปที่รถยนต์คันดังกล่่าว เพื่อให้รถหยุด ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี แต่คนร้ายก็ยังไม่หยุดรถ จึงต้องวิสามัญคนร้ายจนเสียชีวิต ในบริเวณดังกล่าว ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อขยายผลหาสาเหตุต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม รถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้าคัมรี่ สีเงิน ทะเบียน 6345 กทม. เป็นรถที่คนร้ายใช้มีดจี้มาจาก ร.ต.วิชัย วิไลรัศมี โดย ร.ต.วิชัย เล่าว่า ขณะที่ขับรถอยู่บริเวณย่านบางกรวย ได้มีคนร้่ายขับเก๋ง โตโยต้ารุ่นเก่าชนท้าย และลงมาบอกว่า"ขอยืมรถใช้หน่อย" ตนไม่ให้ คนร้ายจึงหันมาใช้มีดแทง แต่ตนหลบทัน ก่อนที่จะขับรถไปก่อเหตุ สำหรับ พญ.ภิภัตรา ขณะนี้ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชวิถี เนื่องจากมีบาดแผลที่บริเวณท้องและแขน ล่าสุดต้องส่งเข้ารักษาตัวที่ไอซียู เพราะมีอาการสาหัส ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพของคนร้าย เพื่อไปชันสูตรต่อไป และกำลังจะเคลื่อนย้ายศพของคนขับแท็กซี่ไปที่โรงพยาบาล

ต่อ มาเวลาประมาณ 13.20 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ได้แถลงข่าวเรื่องดังกล่าว ว่า คนร้ายได้ชิงทรัพย์รถยนต์ของร.ต.วิชัย วิไลรัศมี ซึ่งเป็นสารวัตรทหารบก มาจากย่านบางพลัด และ ขับรถมาถึงแยกขัตติยานี คนร้ายจอดรถ และเข้าไปหาตำรวจ ล็อกตำรวจเอามีดที่จี้ชิงทรัพย์ครั้งแรก มาแทงตำรวจได้รับบาดเจ็บ และ แย่งอาวุธปืนตำรวจ ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ป้อมเสียชีวิต จากนั้นขับรถมาตามถนนศรีอยุธยา มาถึงแยกศรีอยุธยา ก็ขับรถชนรถผู้เสียหายอีก 2 คัน ที่จอดอยู่ตรงสี่แยกติดไฟแดงอีก และ เอาปืน จี้เจ้าของรถคัมรี่ แล้วขับรถมา

ขณะขับรถออกจากสี่แยก แท็กซี่พลเมืองดีได้เอารถขวางไว้ คนร้ายจึงลงจากรถ และเอาปืนที่แย่งจากตำรวจเอามายิงแท็กซี่เสียชีวิต จากนั้น ขับรถชนตำรวจที่สกัด ที่แยกพญาไท และ มาถึงที่เกิดเหตุ ใช้อาวุธปืน ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีความจำเป็นต้องยิงคนร้ายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ



ไทยรัฐออนไลน์
14 เมษายน 2554, 13:51 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/163898
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2011, 09:05:53 PM โดย scdc5 » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 08:59:39 PM »

เชื่อโจรคลั่งยิงกลางกรุงเพราะยาเสพติดไม่เกี่ยวกับนำท่วม



เผยคนร้ายก่อเหตุยิงตำรวจและแท็กซี่พลเมืองดีตาย 2ศพ กลางกรุง เป็นลูกชายเศรษฐีเมืองคอน รองผกก.สส.สภ.นบพิตำ เชื่อ ประสาทหลอนจากยาเสพติด ไม่ใช่น้ำท่วม เพราะบ้านคนร้ายน้ำท่วมไม่ถึง ขณะอาการ พญ. เหยื่อโดนลูกหลงไม่น่าห่วง คาดออกจากไอซียูใน 2 วัน...


ผู้สื่อข่าวรายงานจากนครศรีธรรมราช วันที่ 14 เม.ย. กรณี นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช มีอาการผิดปกติ ก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์รถยนต์ จับตัวประกัน แทง และ ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และบาดเจ็บ รวมถึงใช้อาวุธปืนยิงแท็กซี่พลเมืองดีเสียชีวิต กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.วสันต์ แต่งเกลี้ยง รองผกก.สส.สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า หลังเกิดเหตุ ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประสานเพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลประวัติของนายธาดาผู้ก่อเหตุ ซึ่งในเบื้องต้นประวัติทะเบียนอาชญากรรมพบเพียงการถูกจับกุมเนื่องจากตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในเลือดเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด ขณะนายธาดาขับรถอยู่บนถนนประตูลอด ตำบลในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา

สำหรับ นายธาดามีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่มีฐานะ และ เป็นเศรษฐีในท้องถิ่น เป็นลูกชายของนายปลอบ อินทมาศ คหบดีใหญ่เศรษฐีที่ดินในอำเภอนบพิตำ เป็นเจ้าของตลาดในตูน ตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอนบพิตำ พ่อของนายธาดา ได้บริจาคที่ดินสร้างป้อมตำรวจ และ ที่พักสายตรวจหลายแห่งในอำเภอนบพิตำ เป็นคนที่ได้รับความเคารพนับถือจากผู้คนในท้องถิ่นคนหนึ่ง ตัวของนายธาดาเป็นเจ้าของร้านรับซ่อมคอมพิวเตอร์ ร้านตั้งอยู่ในตลาดในตูน ใกล้กับป้อมตำรวจ แต่แม้จะมีพื้นฐานมาจากครอบครัวที่ฐานะดี แต่ตัวของนายธาดามีความประพฤติไม่สู้ดีนัก คบหากับกลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาเสพติด มีรายงานของชุดสืบสวนของ สภ.นบพิตำ ถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาว่า นายธาดา มีรายชื่อในบัญชีบุคคลที่ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามพฤติกรรม มีรายชื่อในกลุ่มผู้เสพยาเสพติดในย่านดังกล่าว เพียงแต่ยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีเสพติด

ต่อข้อถามของผู้สื่อข่าวว่า การที่นายธาดา ก่อเหตุร้ายแรงขึ้นในท้องที่กรุงเทพมหานคร น่าจะเกี่ยวกับความเครียดเรื่องบ้านถูกน้ำท่วมตามกระแสข่าวเป็นไปได้หรือไม่ รองผกก.สส.สภ.นบพิตำ กล่าวว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกัน เพราะบ้านของนายธาดา อยู่ในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่น่าจะเกี่ยวกับอาการประสาทหลอน เพราะยาเสพติดมากกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางสภ.นบพิตำ กำลังประสานกับตำรวจท้องที่อื่นๆในจังหวัด เพื่อตรวจสอบประวัติตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับตัวของนายธาดาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อแจ้งให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลทราบต่อไป พ.ต.ท.วสันต์กล่าว

ต่อมาเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ นายธาดา เลขที่ 78/3 หมู่ 4 บ้านในตูล ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีอาณาเขตต่อเนื่องกับ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่กลางตลาดอินทมาศ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ในหมู่บ้าน และ กิจการของครอบครัว โดยนายธาดา และคนในตระกูลนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เพราะเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในพื้นที่ แต่ในส่วนของนายธาดา เป็นคนที่ความประพฤติไม่เรียบร้อย พัวพันและเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด และตัวเองยังเสพยาเสพติดอย่างหนักจนเป็นที่รับรู้รับทราบของญาติพี่น้องและประชาชนทั่วไป และขณะนี้ทางญาติได้เดินทางเข้า กทม. เพื่อรับศพนายธาดาฯที่สถาบันนิติเวช กทม.แล้ว คาดว่าจะนำศพนายธาดา มาถึง ต.นาเหรง อ.นบพิตำ ในวันพรุ่งนี้เช้า

ญาติสนิทคนหนึ่งของนายธาดา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม นายธาดา เคยมีธุรกิจมากมายในตลาดอินทมาศ ของบิดาชื่อ นายปลอบ อินทมาศ เช่น ธุรกิจซ่อมและจำหน่ายคอมพิวเตอร์ ร้านเกมส์คอมพิวเตอร์ ร้านจำหน่ายรถ จยย. ธุรกิจคาร์แคร์ เป็นต้น แต่เนื่องจากนายธาดา มีความประพฤติไม่เรียบร้อย มั่วสุมกับยาเสพติดและทำตัวเป็นนักเลงโต เคยก่อคดีอาญามากมายหลายคดี จนภรรยาไม่สามารถทนอยู่กินด้วยกันได้ จึงเลิกราไป นายธาดา จึงนำบุตรสาวมาฝากให้อาศัยอยู่กับ น.ส.ธันยพัด อินทมาศ พี่สาวที่กรุงเทพ ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายธาดา โกรธแค้น นายเฉลิม กาญจนพิทักษ์ “ผู้ใหญ่เหลิม” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านเก้ากอ ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี ซึ่งอยู่เขตรอยต่อระหว่าง อ.พรหมคีรี กับ อ.นบพิตำ ที่พยายามรณรงค์ต่อต้านการค้าและเสพยาเสพติดในพื้นที่ จนมีการจ้างวานมือปืนสังหารนายเฉลิม ในขณะที่นายเฉลิม รู้ตัวจึงระดมกำลังชาวบ้านคุ้มกัน จนในที่สุดมือปืนไม่กล้าลงมือสังหารนายเฉลิม และเรื่องเงียบไปพักใหญ่

จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เอง นายธาดา ที่อยู่ในอาการเมายาเสพติดอย่างหนักได้ขับรถยนต์ไปแวะเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมัน ที่มีลูกพี่ลูกน้องของนายเฉลิม หรือ "ผู้ใหญ่เหลิม" แต่เนื่องจาก นายธาดา ไปแวะจะเติมน้ำมันหลัง เวลา 22.00 น. ซึ่งปั๊มน้ำมันปิดแล้ว ทำให้นายธาดา ไม่พอใจทุบตีทำลายปั๊มน้ำมัน จนเสียหายย่อยยับ นายเฉลิม จึงนำลูกพี่ลูกน้องเข้าแจ้งความกับตำรวจดำเนินคดีกับนายธาดา ในข้อหาบุกรุก และทำให้เสียทรัพย์สิน ในเบื้องต้นญาติ ๆ ของนายธาดา ตกลงจะจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของปั๊มน้ำมัน 50,000 บาท โดยนัดจ่ายกันในวันนี้ แต่มาก่อเหตุที่เมืองกรุง จนถูกวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อ 2-3 วันก่อน นายธาดา ที่ถูกญาติๆ รุมตำหนิว่าทำตัวไม่ดี ก่อเหตุสร้างแต่เรื่องราวเสื่อมเสียทำให้ญาติพี่น้อง และ วงศ์ตระกูลได้รับความเดือดร้อนเสียหายเป็นประจำ นายธาดา จึงเกิดความเครียดอย่างหนัก จึงตัดสินใจเดินทางขึ้นไปอยู่กับ น.ส.ธันยพัด อินทมาศ พี่สาวที่กรุงเทพฯ รวมทั้งถือโอกาสเยี่ยมบุตรสาวไปในตัวด้วย จึงสันนิษฐานว่าก่อนเกิดเหตุนายธาดา น่าจะเสพยาเสพติด หรือ ดื่มสุราจนเมามาย ประกอบกับความเครียดที่ถูกทางบ้านตำหนิเรื่องความประพฤติ จึงตัดสินใจก่อเหตุสยองต่อเนื่องดังกล่าว

ส่วนอาการของ ของพญ. พิภัทรา สายโลหิต ที่ถูกนายธาดายิง พญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ขณะนี้อาการไม่น่าห่วง เพราะเมื่อตอนนำส่งมาที่โรงพยาบาล ยังคงรู้สึกตัวดี โดย พญ.พิภัทรา โดนกระสุนปืน 4 นัด เข้าที่ต้นแขนซ้าย 1 นัด ข้อศอกซ้าย 1 นัด เอวด้านซ้าย 1 นัด และ บริเวณหลัง 1 นัด ซึ่งในขณะนี้แพทย์ได้ผ่าตัดเอากระสุนที่ฝังเข้าไปไม่ลึกคือที่บริเวณเอวออก แล้ว 1 นัด รวมทั้งได้เอาเศษกระจกออกหมดแล้ว ซึ่งผลจากการตรวจสอบอาการเบื้องต้นถือว่าปลอดภัย ไม่น่าห่วง ส่วนกระสุนที่เหลือพบว่ามีการฝังเข้าไปค่อนข้างลึกจึงต้องคอยทำแผลไม่ให้้ เกิดการติดเชื้อ ซึ่งตามธรรมชาติแล้วกระสุนที่ฝังเข้าไปบริเวณแขนจะค่อยๆ หลุดออกมาเอง

ขณะที่กระสุนที่ฝังเข้าไปบริเวณหลังนั้น จะต้องตรวจสอบดูตำแหน่งของกระสุนอย่างละเอียดว่า มีตำแหน่งใกล้กับกระดูกไขสันหลังหรือไม่ ก่อนที่จะวางแผนในการรักษาต่อไป เพราะในบริเวณดังกล่าวจะมีเส้นประสาทรวมอยู่จำนวนมาก จึงต้องระมัดวัง อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ยังคงต้องให้รักษาอยู่ในห้องไอซียูก่อน โดยคาดว่าจะให้ออกจากห้องไอซียูได้ภายใน 2 วัน ทั้งนี้สำหรับพญ.พิภัทรา กำลังจะเข้ามาเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก ที่โรงพยาบาลราชวิถีภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยรังสิต และได้เดินทางไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารีจนครบกำหนดแล้ว


ไทยรัฐออนไลน์
14 เมษายน 2554,  เวลา 18.41  น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/region/163965
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2011, 09:10:02 PM โดย scdc5 » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 09:11:53 PM »




หนุ่มใต้ก่อเหตุสุดสลด ใช้มีดจี้ชิงเก๋งจากย่านบางกรวย มาเจอ ตร.จราจรดุสิต สกัดคาแยกขัตติยานี จ้วงแทงดับสยอง ก่อนฉกปืนขับรถหนี ไปเจอแท็กซี่พลเมืองดีขับรถขวาง บริเวณแยกศรีอยุธยา จ่อยิงดับอีกศพ ก่อนชิงรถ-จับหมอสาวเป็นตัวประกัน ซิ่งหนีไปตามถนนพญาไท แล้วชน ตร.สกัดจับเจ็บอีกราย ก่อนโดนจับตายใกล้ รพ.ราชวิถีฝั่งจะเข้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยฯ ส่วนหมอสาวโดนยิงสาหัส...


ไทยรัฐออนไลน์
โดย ไทยรัฐออนไลน์
14 เมษายน 2554, 18:43 น.
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 14, 2011, 09:18:18 PM »

แม่หมอช็อกตร.ยิงไอ้คลั่งขณะลูกอยู่ในรถ


ปูนบำเหน็จ 5 ขั้น7 ชั้นยศตำรวจจร.สน.ดุสิต ถูกไอ้คลั่งสังหารโหด แม่หมอเผยคนร้ายถูกวิฯขณะลูกเป็นตัวประกัน


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.คมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถเก๋งและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณแยกไฟแดงถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1  พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.  เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  แพทย์นิติเวชรพ.รามาธิบดี อัยการ กรมการปกครอง และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด หน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี พบรถโตโยต้า  คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กทม. จอดอยู่ในสภาพถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ประมาณ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมบาทวิถี พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 และ 9 ม.ม.ตกอยู่เกลื่อน จำนวน 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ พบศพคนร้ายชื่อ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะด้านหลังและท้ายทอย จำนวน 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และที่นิ้วโป้งซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ยังพบร่อยรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ของคนร้าย แพทย์นิติเวชสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาดก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน  นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูกยิงจนหมดโม่ จำนวน 6 นัด ตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สน.พญาไท  พล.ต.ต.อิทธิพล  พล.ต.ต.วิชัย เจ้าหน้าที่อัยการ  และแพทย์นิติเวช  ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายธาดา  ได้ขับรถโตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน ภท7646 กทม. เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่  ทะเบียน ฎก6345 กทม. ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบทัน  จากนั้นนายธาดา ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุสกัดจับทันที

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ต่อมานายธาดา ขับรถถึงบริเวณแยกขัตติยานี  ดต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต จึงออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อขวางรถไว้ แต่นายธาดา ได้ลงจากรถตรงเข้าไปต่อสู้ และล็อกตัว ด.ต.ลิขสิทธิ์ ไว้ได้ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล ก่อนแย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิต  หลังก่อเหตุก็รีบขึ้นรถขับหลบหนีมาตามถนนศรีอยุธยา จนกระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดาขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน  ทะเบียน ฌส131 กทม. ที่มี พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของรถ กับรถโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศฎ1975 กทม.ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า จากนั้นนายธาดา ได้ลงจากรถโตโยต้า คัมรี่ คันเดิม แล้วเดินตรงไปที่รถโตโยต้า คัมรี่ ของพญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พญ.พิภัทรา ลงจากรถ จากนั้นก็จับ พญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนี ขณะนั้นเอง ก็ได้มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว3087 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ นายธาดา จึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเข้าที่บริเวณขมับขวาจนเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ดต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้  แต่ก็ถูกนายธาดา ขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ก่อนขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.  ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ก็ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดา ก็พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวิสามัญนายธาดาดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่ กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ก็เอารถโยโยต้า โคโรลล่า  ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย กระทั่งมาถูกวิสามัญดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้นยังไม่พบว่า เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายมาก่อน หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรี่คันแรก แจ้งว่านายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่า ในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่  นอกจากนี้จากากรตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยมีเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวยหลายแผล โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ก็ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ ก็มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.  น.ส.ธันยพัด อินทมาศ  พี่สาวของนายธาดา ได้เดินทางที่มา สน.พญาไท  เพื่อให้ปากคำ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.  ร่วมสอบด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา น้องชายของตนได้เดินทางจาก จว.นครศรีธรรมราช ขึ้นมา กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี  ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี  แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันนี้  น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน  กระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุและถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  กล่าวว่า  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน 2554 เวลา 19:40 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=132823
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 09:14:34 AM »

ปลิดชีพหยุดคลั่ง! วิสามัญคนร้ายยิงดับตร.-แท็กซี่2ศพ


คนร้ายคลั่ง ก่อเหตุจี้ชิงรถ ยิงดับตำรวจ และแท็กซี่พลเมืองดี ตาย 2 ศพ ก่อนดวลสนั่นตำรวจกลางถนน เจ้าหน้าที่ต้องปลิดชีพ หยุดความคลั่ง พี่สาว เผย น้องชายเป็นคนเครียด ได้ข่าวติดยาบ้า เบื้องต้นพบข้อมือสองข้างมีรอยเย็บเนื่องจากถูกกรีดหลายแผล แต่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจ...

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.อมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงแก่ความตาย บริเวณหน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี ตรงสี่แยกไฟแดงถนนพญาไท มุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่อัยการ ฝ่ายปกครอง และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
 
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในสภาพถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ประมาณ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมบาทวิถี พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 และ 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนพื้น จำนวน 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ พบศพคนร้าย ชื่อ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะด้านหลัง และ ท้ายทอย จำนวน 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และ ที่นิ้วหัวแม่โป้งมือซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ ยังพบร่อยรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ของคนร้าย แพทย์นิติเวช สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาด ก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน และยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูกยิงจนหมดโม่ จำนวน 6 นัด ตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
 
 

จากการสอบถาม ร.ต.ท.วรรณศักดิ์ กระจ่างศรี รอง สว.จร.สน.บางพลัด กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. คนร้ายรายนี้ก่อเหตุใช้มีดชิงทรัพย์รถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายชื่อ ร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ มาจากหน้า รพ.อนันต์ 2 ท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จากนั้น ขับรถหลบหนีมาทางสะพานกรุงธน มุ่งหน้าข้ามเข้าเขตพระนครท้องที่ สน.สามเสน โดยมีตน และ ตำรวจจราจร สน.บางพลัด อีก 3 นาย ขับขี่รถ จยย.ติดตามมาด้วย แต่ตามไม่ทัน จึงใช้วิทยุแจ้งเหตุให้ศูนย์รามา บก.น.1 ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยติดตามด้วย กระทั่งทราบว่า คนร้ายไปปะทะกับตำรวจจราจรของ สน.ดุสิต ที่ประจำอยู่ในป้อมคุมสัญญาณไฟบริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย เป็นเหตุให้ฝ่ายตำรวจถูกแทงและแย่งปืน ยิงถึงแก่ความตาย
 
 
จากนั้น คนร้ายขับรถหลบหนีมาตามเส้นทางถนนศรีอยุธยา จนเกิดอุบัติเหตุเหตุเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณี อีก 2 คัน มีการใช้ปืนยิงคนขับแท็กซี่พลเมืองดี ที่พยายามขับรถขวางการหลบหนีจนเสียชีวิต โดยคนร้ายได้ลงจากรถเก๋งคัมรี่คันเก่ามาใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์คนขับรถคัมรี่คันนี้ ซึ่งเจ้าของเป็นแพทย์หญิง ขับหลบหนีมาอีกจึงถูกฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ตำรวจ บก.สปพ.บช.น. และอีกหลายหน่วยที่ร่วมกันติดตามทำการวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มานัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่อัยการ กรมการปกครอง และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสื่อมวลชนอีกครั้ง

โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วยสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ที่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า สีเขียว หมายเลขทะเบียน ภท 7646 กรุงเทพมหานคร เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบได้ จากนั้น นายธาดา ก็ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุทำการสกัดจับทันที ต่อมา นายธาดา ได้ขับรถเก๋งคัมรี่มาถึงบริเวณแยกขัตติยานี ทาง ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต ได้ออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจร เพื่อขวางรถไว้ แต่นายธาดา ได้ลงมาจากรถ  ก่อนจะตรงเข้าไปต่อสู้ และจับล็อก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ไว้ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล จากนั้นก็แย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิต ก่อนจะรีบขึ้นรถแล้วขับหลบหนีมาตามถนนศรีอยุธยา
 
จนกระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดา ขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร ที่มี พ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี เป็นเจ้าของรถ กับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ศฎ 1975 กรุงเทพมหานคร ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย โดย นายธาดา ได้ลงจากรถโตโยต้า คัมรี่ คันเดิม แล้วเดินตรงไปที่รถโตโยต้า คัมรี่ ของ พ.ญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พ.ญ.พิภัทรา ลงจากรถ จากนั้น จับ พ.ญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนี

ขณะนั้นเอง ได้มี นายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ นายธาดา จึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเข้าที่บริเวณขมับขวาจนเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ก็ถูกนายธาดา ขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหักถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ ไปอีกคน
 
เมื่อนายธาดา ขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พ.ญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดา พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวิสามัญนายธาดาดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดา นั้นพบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่ กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ก็เอารถเก๋งโยโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย จนกระทั่งมาถูกวิสามัญดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้น ยังไม่พบว่าเคยมีประวัติทำผิดกฎหมายคดีอุกฉกรรจ์หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน แค่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรี่คันแรก แจ้งว่า นายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้ จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่าในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่ นอกจากนี้ จาการตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวนหลายแผล โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหนน้ที่จะทำการสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ธันยพัด อินทมาศ อายุ 40 ปี พี่สาวของนายธาดา คนร้าย พร้อมกับพี่เขย เดินทางที่มา สน.พญาไท หลังจากทราบข่าวว่า นายธาดา ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฯ เสียชีวิต ก่อนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.สอบสวนด้วยตนเอง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัด เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (13 เม.ย.) น้องชายของตนเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขึ้นมาที่ กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันนี้ น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน จนกระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุและถูกยิงเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ทั้งนี้ ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป
ขณะเวลา 15.00 น.  พ.ต.อ.ชาตชาย รื่นเอม รอง ผบก.ปส.3 บช.ปส.เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำกรณีขับรถติดตาม นายธาดา แล้วถูกยิงสวนจนรถได้รับความเสียหายและตัวเองหวิดสิ้นชื่อ ว่า ก่อนเกิดเหตุตนมาทำธุระอยู่ด้านหน้าสำนักงานเขตดุสิต สักพักมีวัยรุ่น 2 คน ขับขี่ รถ จยย. มาบอกมีตำรวจถูกยิง บริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย รถจึงรีบขับรถส่วนตัวยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีบรอนซ์เงิน มุ่งหน้าไปดูหวังจะช่วยเหลือคนเจ็บ
ระหว่างที่รถกำลังจอดติดอยู่ตรงแยกขัตติยานีนั้น มีโชเฟอร์รถเมล์ตะโกนลงมาบอกตนว่า คนร้ายผู้ก่อเหตุใช้ยานพาหนะรถเก๋งโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดไฟแดงใกล้ๆ กับรถตน และ คนร้ายยังมีปืนด้วย ตนจึงเปลี่ยนใจขับรถตามคนร้ายไปตามถนนสุโขทัย มุ่งหน้าผ่านถนนพระราม 5 ไปถึงแยกสวรรคโลก แล้วเลี้ยวขวาขับข้ามทางรถไฟเบี่ยงซ้ายเข้าถนนโรคัลโรด ด้านหลัง รพ.รามาธิบดี เมื่อคนร้าย รู้ตัวว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม จึงจอดรถใช้ปืนยิงใส่รถตน 3 นัด กระสุนพุ่งเข้าที่กระจกหน้าและคานหน้ารถซีกขวาฝั่งคนขับทำให้ตนต้องหมอบหลบวิถีกระสุนอุตลุด และเนื่องจากตนเก็บอาวุธปืนประจำกายเอาไว้ที่กระโปรงหลังรถ จึงไม่มีโอกาสได้ชักยิงต่อสู้ จากนั้นคนร้ายก็เร่งเครื่องหลบหนีไปทางถนนศรีอยุธยา สุดท้ายมาทราบอีกทีว่าถูกวิสามัญฆาตกรรมเลยรีบเดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
 
ไทยรัฐออนไลน์
14 เมษายน 2554, 15:44 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/region/163898
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 09:22:49 AM »

ซิ่งไล่ฆ่าตร.-แท็กซี่ "วิ"ไอ้คลั่ง 3ศพ-สยองกรุง!


คลั่งฆ่าดะ - นายธาดา อินทมาศ หนุ่มคลั่งก่อเหตุฆ่าตำรวจและโชเฟอร์แท็กซี่ รวม 2 ศพ ก่อนตนเองจะถูกตำรวจจับตายคาเก๋งคัมรี่ เหตุเกิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.รุดปลอบเหยื่อด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 14 เม.ย.

หนุ่มนบพิตำบุกจี้ชิงรถ "แทง-ยิง"แหวกทางหนี! พญ.-ดต.เจ็บสาหัสด้วย ไปจนมุมอนุสาวรีย์ชัย แฉเหตุเมายา-เครียดจัด

คลั่งฆ่าดะ - นายธาดา อินทมาศ หนุ่มคลั่งก่อเหตุฆ่าตำรวจและโชเฟอร์แท็กซี่ รวม 2 ศพ ก่อนตนเองจะถูกตำรวจจับตายคาเก๋งคัมรี่ เหตุเกิดบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.รุดปลอบเหยื่อด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 14 เม.ย.

ไอ้คลั่งสยองกรุง ก่อเหตุจี้ชิงรถก่อน อาละวาดฆ่าแหลก แทงด.ต.จราจรแล้วชิงปืนประจำตัวยิงขมับซ้ำดับคาที่เป็นศพแรกจากนั้นยิงโชเฟอร์แท็กซี่ที่ขับขวางทางดับเป็นศพที่ 2 ทิ้งรถคันแรก เข้าไปจี้รถคันที่ 2 พร้อมจับตัวพ.ญ.เจ้าของรถเป็นตัวประกัน ด.ต.จราจรอีกคนเข้าขวางก็ซิ่งชนไม่ไว้หน้าจนเจ็บสาหัส พ.ญ.ตัดสินใจเด็ดขาดเปิดประตูรถวิ่งหนี ก็โดนยิงไล่หลัง 3 นัดสาหัสไปอีกคน ก่อนไอ้คลั่งไปจนมุมไฟแดงอนุสาวรีย์ชัยฯ เจอตร.ล้อมวิสามัญฯจนพรุนไปทั้งคันเป็นศพที่ 3 เผยเป็นชาวนบพิตำ อาชีพช่างซ่อมคอมพ์อยู่เมืองคอน เพิ่งเข้ากรุงมาหาพี่สาว ญาติระบุติดยาบ้า ประกอบกับเป็นคนเครียด อาจเป็นสาเหตุก่อคดีคลั่ง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.อ. ระพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม ร้อยเวร สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมด้วยพ.ต.ท.ประกิจ ช่างอาวุธ สวป.สภ.บางกรวย รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธจี้ชิงรถหลบหนีไป ที่บริเวณถ.เทิดพระเกียรติ หมู่ 3 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย หลังรับแจ้งจึงรีบ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียหายยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก สอบสวนทราบชื่อว่าร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 53 ปี อดีตนายทหารนอกราชการ อยู่บ้านเลขที่ 60/23 หมู่ 8 ต.กระทุ่มล้ม อ. สามพราน จ.นครปฐม ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ภท.-7646 กรุงเทพ จอดอยู่ ด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชน

จากการสอบสวนร.ต.วิชัยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฏก 6345 กรุงเทพ เพื่อไปส่งแม่และพี่สาวที่ร.พ.อนันต์พัฒนา ย่านบางกรวย หลังจากนั้นก็ขับรถออกมาจากร.พ. มาได้ไม่ไกล ก็มีรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า ขับมาชนท้ายรถตนเอง พอลงจากรถมาดู คนขับรถดังกล่าวที่เป็นชายก็วิ่งเข้ามาหา ใช้อาวุธมีดพับจี้เข้าที่เอวตนบอกว่า "ขอยืมรถไปใช้หน่อย" แล้ววิ่งไปที่รถตน พอตนวิ่งตามไป คนร้ายก็หันกลับมาจ้วงแทงด้วยมีดพับ แต่ตนหลบทัน แต่ก็ไม่สามารถขวางคนร้าย ขึ้นรถของตนขับไปทางถ.สิรินธร ตนจึงแจ้งตำรวจให้วิทยุสกัดจับ

ระหว่างนั้น ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบหมู่จร. สน.ดุสิต อายุ 40 ปี กำลังปฏิบัติหน้าหน้าที่อยู่บริเวณตู้สัญญาณไฟแยกขัตติยานี ถ.สุโขทัยตัดถ.พิชัย แขวง-เขตดุสิต พบเห็นรถคนร้าย ขับติดไฟแดงอยู่ จึงเรียกให้จอด ปรากฏว่าคนร้ายลงจากรถ ถืออาวุธมีดเดินเข้าไปแทง ด.ต.ลิขสิทธิ์ภายในป้อมจราจรทันที ทางด.ต. ลิขสิทธิ์พยายามต่อสู้ ด้วยการใช้มือปัดป้อง จนถูกมีดบาดที่มือหลายแผล ทั้งคู่กอดรัดต่อสู้กันจนกระเด็นออกมานอกป้อม แต่ด.ต.ลิขสิทธิ์พลาดท่าถูกคนร้ายล็อกตัวไว้ ก่อนจะกระหน่ำแทงที่บริเวณด้านหลังและลำตัวจนพรุน 18 แผล แล้วยังแย่งอาวุธปืนพก .38 ประจำกายของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงเข้าที่บริเวณเหนือหูขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตคาที่ เสร็จแล้วทิ้งอาวุธมีดพับยาว 4 นิ้วไว้ที่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วขับรถหนีต่อไปพร้อมปืน

ต่อมาคนร้ายขับรถมาถึงบริเวณแยกเสาวณี คนร้ายได้ขับรถย้อนศร โดยมีสายตรวจสน. ดุสิตขับรถไล่ตาม กระทั่งมาถึงบริเวณแยก ถ.ศรีอยุธยาตัดถ.พระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ก็มีรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรลล่า สีชมพู ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพ มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 9 ต.ศรีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย เป็นคนขับ แล่นสวนมาเจอรถคนร้าย โดยในรถแท็กซี่ มีผู้โดยสารเป็นชาย-หญิง ชาวอังกฤษ 2 คนนั่งมาด้วย นายอำนาจต้องหักหลบรถของคนร้ายจนปีนข้ามเกาะ แต่คนร้ายซึ่งกำลังคลุ้มคลั่ง ใช้ปืนยิงถูกนายอำนาจที่ขมับขวา 1 นัด เสียชีวิตคาที่

จากนั้น คนร้ายทิ้งรถโตโยต้า คัมรี่ วิ่งลงมาจากรถ ใช้ปืนจะไล่ยิงนักท่องเที่ยวคนที่โดยสารมากับรถแท็กซี่ ก่อนจะปรี่เข้าไปจี้ชิงรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพฯ ซึ่งติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกศรีอยุธยาขาออกพอดี มีพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำร.พ.ค่ายสุรนารี เป็น ผู้ขับขี่ มาพร้อมกับมารดา คนร้ายไล่แม่ของ พ.ญ.พิภัทราลงจากรถ แล้วขับรถคัมรี่คันดังกล่าว ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปตามถ.ศรีอยุธยา โดยจับพ.ญ.พิภัทราเป็นตัวประกันไปด้วย

จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่. จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบ คุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ถูกนายธาดาขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ฝ่ายคนร้ายก็ขับรถหนีต่อไป เลี้ยวซ้ายเข้าถ.พญาไท มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะนั้นพ.ญ.พิภัทราตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนีออกมา แต่ก็ถูกคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณลำตัวและแขนซ้ายรวม 3 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส

กระทั่งเวลา 11.00 น. รถคนร้ายมาจอดติดสัญญาณไฟจราจร บริเวณเลนขวาสุด ก่อนจะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ขณะนั้นพล.ต.ต. วิชัย สังข์ปะไพ ผบก.น.1 พร้อมด้วยกำลังของ พ.ต.ท.กฤษณะ สุกันทะ สว.สส. พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส. สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ติดตามรถคันดังกล่าวมาทันทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่จราจรปิดการจราจรที่จะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไว้ทุกด้าน เพื่อบล็อกรถคนร้ายเอาไว้ไม่ให้หนีได้ ก่อนจะสั่งให้คนร้ายยอมมอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอม พยายามจะขับรถหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึง ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ยางรถแตกทั้ง 4 ล้อ

แทนที่จะยอมจำนน คนร้ายกลับใช้ปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดการยิงปะทะกันสนั่นหวั่นไหวนานถึง 5 นาที หลังเสียงปืนสงบลง ทางเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่ารถเก๋งคัมรี่ ยางแตกทั้ง 4 ล้อ ตามตัวถังรถรอบคัน โดนกระสุนพรุนประมาณ 35 รู ภายในรถพบศพคนร้าย ทราบภายหลังคือนายธาดา อินทมาศ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน รองเท้าแตะ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและท้ายทอยจำนวน 5 นัด เสียชีวิตคาพวงมาลัย ข้างลำตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่

พล.ต.ต.วิชัยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่านายธาดา คนร้าย เป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ อยู่จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเกิดเหตุ ขึ้นมาหาพี่สาว ที่ทำงานอยู่ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี และมีพี่เขยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้น พบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอม พิวเตอร์ อยู่ที่อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ ก็เอารถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย จนกระทั่งมาถูกวิสามัญฯดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่าเคยมีประวัติทำผิดกฎหมาย หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้า คัมรี่ คันแรก แจ้งว่านายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่าในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่ แต่การตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่าที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเย็บ เนื่องจากถูกกรีดจำนวนหลายแผล แพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทางพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิใน กฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า ประวัติของนายธาดา เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชจับกุม ในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นคร ศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ธันยพัต อินทมาศ พี่สาวของนายธาดา พร้อมกับพี่เขย เดินทางที่มาสน.พญาไทเพื่อให้ปากคำ โดยมีพล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ร่วมสอบสวน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา น้องชายเดินทางจากจ.นครศรีธรรมราช ขึ้นมาที่กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ โดยน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท พอช่วงเช้าของวันนี้ น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน จนกระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุ และถูกยิงเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ทั้งนี้ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ส่วนพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ทางสำนัก งานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ทางสำนัก งานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป

พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า เท่าที่ได้ประเมินการลงมือที่เริ่มต้นจากพื้นที่จ.นนทบุรี เข้าไปก่อเหตุอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ของนครบาลนั้น คาดว่าคนที่ลงมือเกิดจากความเครียดที่รุมเร้า ส่วนจะมาจากสาเหตุเกี่ยวกับเรื่องเสพยาเสพติดหรือไม่นั้น เท่าที่เคยพบคนที่ติดยาจะไม่กล้าลงมือถึงขนาดนี้ แต่รายนี้เครียดหนัก จนเกิดอาการเพี้ยน ทำให้ควบคุมตัวเองไม่ได้

พ.ญ.วารุณี จินารัตน์ ผอ.ร.พ.ราชวิถี กล่าวถึงอาการของพ.ญ.พิภัทราว่า ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการในห้องไอซียู โดยพบว่าผู้ป่วยถูกกระสุน 3 นัด ยิงเข้าที่บริเวณแขน และช่องท้อง เบื้องต้นยังเฝ้าอาการอย่างต่อเนื่อง

น.พ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงผู้ก่อเหตุดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้เข้ารับการรักษาอาการจิตเวชเบื้องต้น ไม่พบว่ามีประวัติรักษาใน ร.พ.สวนสราญรมย์ แต่อย่างใด แต่พบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมในคดียาเสพติด และมีประวัติการเสพยาบ้า ซึ่งตามปกติแล้วผู้เสพยาบ้าเมื่อดื่มเหล้าเข้าไป แอลกอฮอล์จะกระตุ้นประสาท ทำให้ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หวาดระแวง และมีอาการก้าวร้าว สามารถทำอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้ ส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วยจิตเวชที่ดื่มสุรา จะกระตุ้นให้เกิดอาการทางจิตเวชได้

พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัฒน์ ผกก.สน.ดุสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ศพของด.ต.ลิขสิทธิ์อยู่ที่แผนกนิติเวช ร.พ.วชิรพยาบาล โดยในวันที่ 15 เม.ย. จะนำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสุคันธาราม ตรงข้ามสน.ดุสิต โดยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. จะมาเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ ในเวลา 17.00 น. และจะมีการสวดอภิธรรมศพ ระหว่างวันที่ 15-20 เม.ย. และในวันที่ 21 เม.ย. จะเคลื่อนศพไปฌาปนกิจศพที่เมรุวัดตรีทศเทพ สำหรับด.ต. ลิขสิทธิ์ เป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก ขยัน มีวินัย ทั้งนี้ตนจะทำเรื่องขอพระราชทานเพลิงศพให้ และจะดูแลช่วยเหลือเรื่องสิทธิสวัสดิการต่างๆ ให้ทางลูกและเมียได้รับอย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ เคยรับราชการอยู่บก.ตชด. ก่อนที่จะขอย้ายมาเป็นเจ้าหน้าที่จร.สน.ดุสิต เมื่อปี 2547 จนกระทั่งเสียชีวิต โดยได้สมรสกับนางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี มีบุตรชายด้วยกัน 2 คน คนโตชื่อด.ช.ประกาศิต พิลาศรีหรือ น้องเก่ง อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.1 โรงเรียนศรีอยุธยา อีกคนชื่อด.ช.ภานุวัฒน์ พิลาศรี หรือน้องลีโอ อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่โรงเรียนอนุบาลสามเสน โดยขณะนี้ทางภรรยาของด.ต.ลิขสิทธิ์ กำลังตั้งท้องลูกคนที่ 3 ได้ 8 เดือนแล้ว

เวลา 15.00 น. ที่ห้องผ่าตัดกระดูก ชั้น 2 อาคารกาญจนาภิเษก ร.พ.ตำรวจ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เข้าเยี่ยมด.ต.จิโรจน์ ที่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกนายธาดาขับรถชน ขณะเข้าระงับเหตุใกล้แยกศรีอยุธยา โดยผบ.ตร.ได้มอบกระเช้าดอกไม้ พร้อมกล่าวให้กำลังใจและชื่นชมถึงความกล้าหาญครั้งนี้ จากนั้นจึงให้ด.ต.จิโรจน์พักผ่อนต่อ เพราะทางแพทย์ได้เข้าเฝือกอ่อนที่ลำคอ และได้รับการผ่าตัดข้อเท้า

พล.ต.อ.วิชียร กล่าวว่า อาการล่าสุดของ ด.ต.จิโรจน์ มีกระดูกคอแตกบางส่วน และมีการผ่าตัดข้อเท้าด้วย เนื่องจากถูกคนร้ายขับรถพุ่งชน ตอนนี้รู้สึกตัวดี อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายเป็นคนจ.นครศรีธรรมราช และเดินทางมาเยี่ยมพี่สาวแถวบางใหญ่ มีพฤติกรรม เสพยาบ้ามาไม่ต่ำกว่า 1 ปี และพอดื่มสุราเข้า ไปเลยเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุดังกล่าว ต้องขอกล่าวชื่นชมความกล้าหาญของด.ต.จิโรจน์ ที่พยายามเข้าไปสกัดกั้นรถของคนร้าย ซึ่งทางตร.จะช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการอย่างเต็มที่ เบื้องต้นจะช่วยเหลือเรื่องเงินกับตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 115,000 บาท จากมูลนิธิบุณยะจินดา ส่วนตำรวจที่เสียชีวิตจะได้รับเงิน 150,000-200,000 บาท พร้อมปูนบำเหน็จ 5 ขั้น 7 ชั้นยศ และจะมีพิธีรดน้ำศพในวันพรุ่งที่ 15 เม.ย.

ด้านพ.ต.ท.น.พ.ขวัญชัย พิทักษ์อโนทัย แพทย์กระดูก เจ้าของไข้ เผยว่า ด.ต.จิโรจน์ตอนนี้รู้สึกตัวดี ได้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกคอชิ้นที่ 6 แตก ทางแพทย์ต้องเข้าเฝือกไว้เพื่อรอการผ่าตัด ส่วนบริเวณข้อเท้าซ้าย มีกระดูกแตก เบื้องต้นได้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้จะรอดูอาการหลังการผ่าตัด คาดว่าผู้ป่วยจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิม แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาได้ ทั้งนี้จากการเอกซเรย์อวัยวะภายใน ไม่ว่าจะเป็นปอด กระดูกเชิงกราน ทุกอย่างปลอดภัยดี

เวลา 18.00 น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 เม.ย.นี้ จะรับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย คือด.ต.ลิขสิทธิ์ และนายอำนาจ คนขับรถแท็กซี่ มาประกอบพิธีศพที่วัดสุคันธาราม เขตดุสิต โดยมีพล.ต.อ. วิเชียรเป็นประธานในพิธี ทางครอบครัวของ ด.ต.ลิขสิทธิ์จะได้รับเงินบำเหน็จ 3 หมื่นบาท กองทุนบช.น.มอบเงิน 15,000 บาท พล.ต.ตวิชัยและรองผบช.น. 1 ร่วมกันมอบเงินบริจาค 1 แสนบาท พิจารณาปูนบำเหน็จให้ 5 ขั้น 7 ชั้นยศ เป็นพ.ต.ต. ส่วนทางด้านด.ต.จิโรจน์ ถูกส่ง ไปที่รักษาตัวที่รพ.พญาไท หลังจากเข้ามาระงับเหตุจนถูกชนได้รับบาดเจ็บ สำหรับศพผู้ต้องหา ผลตรวจออกมาว่า พบมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย และน่าจะเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ โดยที่แขนทั้งสองข้างมีรอยกรีดจำนวนหลายแผล

ทางด้านนางสมศรี จันทรชิต กำนันตำบลนาเหรง อ.นบพิตำ กล่าวว่า นายธาดาเป็นลูกบ้าน ก่อนหน้านั้นประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายธาดาถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ โดยได้ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง โดยผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายประมาณ 5 หมื่นบาท และทราบว่าได้เดินทางไปยังกรุงเทพฯ อาจจะเครียดในเรื่องนี้ จนมา ทราบข่าวว่านายธาดาก่อเหตุร้ายขึ้นในกรุงเทพฯ เท่าที่ทราบทางบ้านของนายธาดา พ่อแม่มีฐานะดี ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องครอบครัว แต่อาจจะมีเรื่องของการเสพยาเสพติดมาเกี่ยวข้อง และไม่นานมานี้นายธาดาได้เลิกกับภรรยา ซึ่งมีลูกด้วยกัน 2 คน อาจจะมีส่วนทำให้เกิดความ เครียดด้วย อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่นั้น พบข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดในฐานะผู้เสพ ตนในฐานะกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ม.4 กำลังติดตามพฤติกรรมของนายธาดาอยู่เหมือนกัน ส่วนความเครียดเรื่องน้ำท่วมนั้น ไม่น่าเกี่ยวข้อง เพราะที่บ้านต.นาเหรง น้ำไม่ได้ท่วมหนักแต่อย่างใด

นสพ.ข่าวสด
วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakUxTURRMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOQzB4TlE9PQ
==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2012, 12:00:59 PM โดย admin_demo » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 09:33:01 AM »

หนุ่มคลั่งจี้รถยิงตร.-แท็กซี่ดับ ก่อนถูกวิสามัญ



เมื่อ 14 เม.ย. เกิดเหตุคลุ้มคลั่งฆ่ากลางกรุง คนร้ายชื่อ นายธารา อินทมาศ อายุ 36 ปี ชาวอ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เริ่มก่อเหตุด้วยการใช้อาวุธจี้ชิงรถหลบหนีไป ที่บริเวณถ.เทิดพระเกียรติ หมู่ 3 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย


 พยานในเหตุการณ์ ร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 53 ปี อดีตนายทหารนอกราชการ  เล่าว่า ระหว่างขับรถออกมาจากร.พ. มาได้ไม่ไกล ก็มีรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า ขับมาชนท้ายรถตนเอง พอลงจากรถมาดู คนขับรถดังกล่าวที่เป็นชายก็วิ่งเข้ามาหา ใช้อาวุธมีดพับจี้เข้าที่เอวตนบอกว่า "ขอยืมรถไปใช้หน่อย" แล้ววิ่งไปที่รถตน พอตนวิ่งตามไป คนร้ายก็หันกลับมาจ้วงแทงด้วยมีดพับ ตนหลบทัน แต่ขวางคนร้ายไม่อยู่ ขึ้นรถของตนขับไปทางถ.สิรินธร ตนจึงแจ้งตำรวจให้วิทยุสกัดจับ


 ระหว่างนั้น ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบหมู่จร. สน.ดุสิต อายุ 40 ปี กำลังปฏิหน้าหน้าที่อยู่บริเวณตู้สัญญาณไฟแยกขัตติยานี ถ.สุโขทัยตัดถ.พิชัย แขวง-เขต ดุสิต พบเห็นรถคนร้ายขับติดไฟแดงอยู่ จึงเรียกให้จอด ปรากฏว่าคนร้ายลงจากรถ ถืออาวุธมีดเดินเข้าไปแทงด.ต.ลิขสิทธิ์ภายในป้อมจราจรทันที ทางด.ต.ลิขสิทธิ์พยายามต่อสู้ ด้วยการใช้มือปัดป้อง จนถูกมีดบาดที่มือหลายแผล ทั้งคู่กอดรัดต่อสู้กันจนกระเด็นออกมานอกป้อม แต่ด.ต.ลิขสิทธิ์พลาดท่าถูกคนร้ายล็อกตัวไว้ ก่อนจะกระหน่ำแทงที่บริเวณด้านหลังและลำตัวจนพรุน 18 แผล แล้วยังแย่งอาวุธปืนพก .38 ประจำกายของด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงเข้าที่บริเวณเหนือหูขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตคาที่ เสร็จแล้วทิ้งอาวุธมีดพับยาว 4 นิ้วไว้ที่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วขับรถหนีต่อไปพร้อมปืน   

 ต่อมาคนร้ายขับรถมาถึงบริเวณแยกเสาวณี คนร้ายได้ขับรถย้อนศร โดยมีสายตรวจสน.ดุสิตขับรถไล่ตาม กระทั่งมาถึงบริเวณแยกถ.ศรีอยุธยาตัดถ.พระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ก็มีรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรลล่า สีชมพู ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพ มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปีชาวจ.หนองคายเป็นคนขับ แล่นสวนมาเจอรถคนร้าย โดยในรถแท็กซี่ มีผู้โดยสารเป็นชาย-หญิง ชาวอังกฤษ 2 คนนั่งมาด้วย นายอำนาจต้องหักหลบรถของคนร้ายจนปีนข้ามเกาะ แต่คนร้ายซึ่งกำลังคลุ้มคลั่ง ใช้ปืนยิงถูกนายอำนาจที่ขมับขวา 1 นัด เสียชีวิตคาที่

 จากนั้น คนร้ายทิ้งรถโตโยต้า คัมรี่ วิ่งลงมาจากรถ ใช้ปืนจะไล่ยิงนักท่องเที่ยวคนที่โดยสารมากับรถแท็กซี่ ก่อนจะปรี่เข้าไปจี้ชิงรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพ ซึ่งติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกศรีอยุธยาขาออกพอดี มีพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำร.พ.ค่ายสุรนารี เป็นผู้ขับขี่ มาพร้อมกับมารดา คนร้ายไล่แม่ของพ.ญ.พิภัทราลงจากรถ แล้วขับรถคัมรี่คันดังกล่าว ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปตามถนนศรีอยุธยา โดยจับพ.ญ.พิภัทราเป็นตัวประกันไปด้วย

 จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ถูกนายธาดาขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ฝ่ายคนร้ายก็ขับรถหนีต่อไป เลี้ยวซ้ายเข้าถ.พญาไท มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะนั้นพ.ญ.พิภัทราตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนีออกมา แต่ก็ถูกคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณลำตัวและแขนซ้ายรวม 3 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส


 กระทั่งเวลา 11.00 น. รถคนร้ายมาจอดติดสัญญาณไฟจราจร บริเวณเลนขวาสุด ก่อนจะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ตำรวจปิดการจราจรที่จะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไว้ทุกด้าน เพื่อบล็อกรถคนร้ายเอาไว้ไม่ให้หนีได้ ก่อนจะสั่งให้คนร้ายยอมมอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอม พยายามจะขับรถหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึง ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ยางรถแตกทั้ง 4 ล้อ คนร้ายใช้ปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดการยิงปะทะกันสนั่นหวั่นไหวนานถึง 5 นาที กระสุนจึงถูกคนร้ายเสียชีวิต หลังถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและท้ายทอยจำนวน 5 นัด เสียชีวิตคาพวงมาลัย ข้างลำตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่

 พล.ต.ต.วิชัยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่านายธาดา คนร้าย เป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ อยู่จ.นครศรีธรรมราช เคยใช้ยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุขึ้นมาหาพี่สาว ที่ทำงานอยู่ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2554 เวลา 13:45 น.


ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNd01qYzJNelF6TVE9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 09:52:01 AM »

ล่า​จับตาย​ไอ้​คลั่ง ยิง​ดับ​ดต. จี​้พญ.-ฆ่า​แท็กซี่

เจ้าหน้าที่​ตรวจ​ชันสูตร​ศพ ด.ต.​ลิข​สิ​ทธิ์ พิ​ลา​ศรี ตำรวจ​จราจร สน.​ดุสิต ประจำ​แยก​ขัต​ติ​ยานี ซึ่ง​ถูก​นาย​ธาดา อินท​มา​ศ​ หนุ่ม​คลั่ง​ยิง​เสีย​ชีวิต โดย​ภรรยา​ท้อง 5 เดือน​ พา​ลูก​ชาย 2 คน ​ไป​ดู​ศพ​ถึง​กับ​เข่า​อ่อน​ร่ำไห้.


ก่อ​เหตุ​ระทึก​ชิง​คัม​รี่​ร.ต.​ก่อน ตร.​สกัด​แทง​ยับ​แถม​แย่ง​ปน ยึด​รถ​หมอ​หนี​สุดท้าย​ไม่​รอด


สุด​ระทึก​กลาง​กรุง หนุ่ม​บ้า​คลั่ง​ช่วง​วัน​สงกรานต์ จี้​ชิง​รถยนต์​โตโยต้า คัม​รี่ ขับ​หนี​ข้าม​ฝั่ง​ธนฯ​มา​ก่อ​เหตุ​หฤโหด ใช้​มีด​กะซวก​ตำรวจ​จราจร​พรุน​ทั้ง​ร่างก่อน​แย่ง​ปืน​จ่อ​ยิง​หัว​ดับ​สยอง ตำรวจ​สกัด​จับ เฉี่ยว​ชนก​ลาง​สี่​แยก ชัก​ปืน​ระเบิด​ขมับ​โชเฟอร์​แท็กซี่​กลาง​ถนน ตาย​เป็น​ราย​ที่ 2 ก่อน​จี้​รถ​แพทย์​หญิง​บังคับ​เป็น​ตัวประกัน พุ่ง​ชน​ตำรวจ​ที่​กระโดด​ขวาง​แหก​วง​ล้อม สุดท้าย​โดน​รุม​วิสามัญฯ ใกล้​แยก​อนุสาวรีย์​ชัยสมรภูมิ เหยื่อ​ตัวประกัน​อาการ​สาหัส เผย​ประวัติ​เป็น​ช่าง​ซ่อม​คอ​ม​ อยู่​นครศรีธรรมราช เพิ่ง​เข้า​มา​หา​พี่​สาว


เหตุ​ไอ้​คลั่ง​บ้าระห่ำ จี้​ชิง​รถ​ยิง​ตำรวจ​ยิง​โชเฟอร์​แท็กซี่​เสีย​ชีวิต​ก่อน​จะ​ถูก​วิสามัญ​ฆาตกรรม เปิดเผย​ขึ้น​เมื่อ​เวลา 10.30 น.​วัน​ที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.​ขรรค์​ชัย เดิม​ยิริง พนักงาน​สอบสวน (สบ 1) สน.​ดุสิต รับ​แจ้ง​เหตุ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จราจร​ถูก​ยิง​และ​แทง​เสีย​ชีวิต​ขณะ​ปฏิบัติ​หน้าที่ บริเวณ​ป้อม​ควบคุม​จราจร​แยก​ขัต​ติ​ยานี ถนน​สุโขทัย แขวง​และ​เขต​ดุสิต กทม. จึง​รายงาน​ผู้​บังคับบัญชา จาก​นั้น ​เดินทาง​ไป​ตรวจสอบ​พร้อม​แพทย์​นิติ​เวช รพ.​รามาธิบดี และ​เจ้าหน้าที่​กอง​พิสูจน์​หลักฐาน

แย่ง​ปืน​ตำรวจ​จ่อ​ยิง​หัว

ที่​เกิด​เหตุ​พบ​ร่าง​ของ ด.ต.​ลิข​สิ​ทธิ์ พิ​ลา​ศรี อายุ 43 ปี เจ้า​หน้าที่​ตำรวจ​จราจร สน.​ดุสิต รหัส 607 ปฏิบัติ​หน้าที่​ประจำ​ป้อม​จราจร​ที่​แยก​ดัง​กล่าว สภาพ​ศพ​นอน​คุดคู้​เสีย​ชีวิต​จม​กอง​เลือด​ใน​เครื่องแบบ​อยู่​ด้าน​หลัง​ป้อม ข้าง​ศพ​พบ​มีด​พับ​ปลาย​แหลม​เปื้อน​เลือด​ยาว 8 นิ้ว ตรวจสอบ​ตาม​ร่างกาย พบ​บาดแผล​ถูก​แทง​ทั่ว​แผ่น​หลัง​รวม​ทั้งสิ้น 17 แผล ที่​ลิ้นปี่ 1 แผล และ​ยังมี​รอย​มีด​บาด​ที่​ฝ่า​มือ​ทั้ง 2 ข้าง​อีก​หลาย​แผล นอกจาก​นี้ ยัง​มี​ร่องรอย​ถูก​ยิง​ด้วย​ปืน​ไม่​ทราบ​ขนาด​เข้า​เหนือ​กก​หู​ขวา​ทะลุ​ท้ายทอย 1 นัด ส่วน​ภายใน​ป้อม พบ​รอย​หยด​เลือด​เต็ม​ไป​หมด โต๊ะ เก้าอี้ ล้ม​ระเนนระนาด

พยาน​เห็น​โดน​ไล่​แทง​ก่อน

จาก​การ​สอบสวน​พยาน​ที่​เดิน​ผ่าน​ป้อม​จราจร​ขณะ​เกิด​เหตุ ให้การ​ว่า​เห็น​คนร้าย​เป็น​ชาย​กำลัง​ไล่​แทง ด.ต.​ลิข​สิ​ทธิ์ ตั้งแต่​ใน​ป้อม​จราจร ขณะ​ที่ ด.ต.​ชะตา​ขาด พยายาม​ใช้​มือ​ปัด​ป้อง​ถอย​ร่น​ออก​มา​นอก​ป้อม​จราจร​ด้าน​หลัง แต่​คนร้าย​ก็​ยัง​ไล่​จ้วง​แทง​อย่าง​บ้า​คลั่ง​ไม่​ยั้ง​มือ จน​ร่าง​ของ​ตำรวจ​ทรุด​ลง​ไป​กอง​กับ​พื้น จาก​นั้น​คนร้าย​ได้​คว้า​ปืน​พก​ประจำ​กาย​ที่​เอว​ของ​ตำรวจ​มา​จ่อ​ยิง​ศีรษะ 1 นัด ก่อน​จะ​วิ่ง​ไป​ขึ้น​รถ​โตโยต้า คัม​รี่ สี​บรอนซ์​เงิน ขับ​หลบ​หนี​ไป​ทาง​แยก​ศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่​จึง​วิทยุ​แจ้ง​สกัด​จับเป็น​การ​ด่วน

เมีย​ท้อง​ดู​ศพ​เข่า​อ่อน

ภายหลัง​เกิด​เหตุ​ไม่​นาน นาง​เบญจวรรณ พิ​ลา​ศรี อายุ 38 ปี ตั้ง​ครรภ์ 5 เดือน ภรรยา​ของ ด.ต.​ลิข​สิ​ทธิ์​ที่​เสีย​ชีวิต ทราบ​ข่าว​เดินทาง​ไป​ที่​เกิด​เหตุ​พร้อม ด.ช.​ประกาศิต​ หรือ​เก่ง พิ​ลา​ศรี อายุ 13 ปี นักเรียน​ชั้น ม.1 โรงเรียน​ศรีอยุธยา และ ด.ช.​ภานุ​วัฒน์ ​หรือ​ลี​โอ พิ​ลา​ศรี อายุ 6 ขวบ นักเรียน​โรงเรียน​อนุบาล​สามเสน ลูก​ชาย เมื่อ​เห็น​ร่าง​ไร้​วิญญาณ​ของ​สามี นาง​เบญจวรรณ ถึง​กับ​เป็น​ลม​ล้ม​พับ​ทั้ง​ยืน ส่วน​ลูก​ชาย​ทั้ง 2 คน พา​กัน​ร้องไห้​โฮ ชาว​บ้าน​ต้อง​ช่วย​กัน​ปฐมพยาบาล​และ​ปลอบ​ใจ​ให้​คลาย​ความ​เศร้า​โศก

ลูก​เผย​พ่อ​ย้าย​จาก ตชด.

ด้าน ด.ช.​ประกาศิต พิ​ลา​ศรี หรือ​น้อง​เก่ง บุตร​ชาย​คน​โต​เปิดเผย​ทั้ง​น้ำตา​ว่า เดิมที​พ่อ​เป็น​ตำรวจ​ตระเวน​ชาย​แดน ต่อ​มา​ได้​ขอ​ย้าย​เข้า​มา​สังกัด​กอง​บัญชาการ​ตำรวจนครบาล ประจำ​อยู่​ที่ สน.​ดุสิต โดย​ประจำ​อยู่​ฝ่าย​จราจร​มา​ตลอด ทุก​วัน​นี้​พัก​อาศัย​อยู่​ที่​แฟลต​กลาง​ใน​ซอย​ลือชา ห้อง​เลข​ที่ 72/33 ตึก 2 ชั้น 1

สกัด​จับ​จ้าละหวั่น

ต่อ​มาเจ้าหน้าที่​สาย​ตรวจ สน.​พญาไท ได้​รับ​แจ้ง​จาก​ศูนย์​วิทยุ​ผ่าน​ฟ้า​ว่า คนร้าย​ขับ​รถ​โตโยต้า คัม​รี่ สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฏก 6345 กรุงเทพมหานคร หลบ​หนี​ มุ่ง​หน้า​ถนน​ศรีอยุธยา โดย​เตือน​ให้​ระมัดระวัง เพราะ​คนร้าย​นำ​ปืน​พก​ของ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ติดตัว​ไป​ด้วย ใน​เวลา​ต่อ​มา ร.ต.ท.​อม​กฤษ โพธิ์​ศรี พนักงาน​สอบสวน (สบ 1) สน.​พญาไท รับ​แจ้ง​ว่า ​คนร้าย​ได้​จ่อ​ยิง​คน​ขับ​รถ​แท็กซี่​เสีย​ชีวิต บริเวณ​แยก​ถนน​ศรีอยุธยา​ตัด​ถนน​พระราม 6 แล้ว​ทิ้ง​รถ​คัน​เดิม ไป​จี้​คน​ขับ​รถ​อีก​คัน​เป็น​ตัวประกัน ขับ​หลบ​หนี​ไป​ทาง​อนุสาวรีย์​ชัยสมรภูมิ จึง​รายงาน​ผู้​บังคับบัญชา​และ​ผู้​เกี่ยวข้อง​นำ​กำลัง​สกัด​จับ จาก​นั้น​เดินทาง​ไป​ตรวจสอบ​ที่​เกิด​เหตุ

เฉี่ยว​ชนก​ลาง​แยก

ปรากฏ​ว่า​พบ​รถยนต์​โตโยต้า​คัม​รี่ สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฏก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ​คนร้าย​จอด​อยู่​ กลาง​แยก​ถนน​ศรีอยุธยา แต่​อยู่​สวน​เลน​ด้าน​ฝั่ง​ขา​ออก สภาพ​กันชน​หน้า​ซ้าย​มี​รอย​เฉี่ยว​ยุบ ที่​พื้น​ถนน​พบ​ปลอก กระสุน .38 ตก​อยู่ 1 ปลอก ถัด​ไป​พบ​รถ​แท็กซี่ สี​ชมพู ของ​สหกรณ์​แท็กซี่​ปทุมวัน ทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร เสียหลัก​พุ่ง​ไป​อยู่​เกาะ​กลาง​ถนน ไฟ​หน้า​แตก ที่นั่ง​คน​ขับ​พบศพ​นาย​อำนาจ พวง​สูง​เนิน อายุ 35 ปี มี​บาดแผล​ถูก​ยิง​ที่​คิ้ว​ขวา 1 นัด นอกจาก​นี้​ ยัง​พบ​รถยนต์ โตโยต้าวีออส สี​บรอนซ์เงิน​ ทะเบียน ศฏ 1975 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.​รส​มา​ลิน เลิศ​อริ​ยา​นันท์ ถูก​เฉี่ยว​ชน หน้า​รถ​และ​ด้าน​ข้าง​ได้​รับ​ความ​เสียหาย​ไป​อีก 1 คัน

นัก​ท่องเที่ยว​กระโดด​หนี​ตาย

จาก​การ​สอบสวน​ทราบ​ว่า ภายหลัง​ที่​ตำรวจ​รับ​แจ้ง ​ให้​สกัด​จับ​คนร้าย​ที่​ก่อ​เหตุ​ยิง​ตำรวจ​จราจร​แยก​ขัต​ติ​ยานี​เสีย​ชีวิต เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จราจรประจำ​แยก​ศรีอยุธยา​และ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​สาย​ตรวจ สน.​พญาไท ได้​เข้า​ประจำ​จุด​ เพื่อ​สกัด​จับ​คนร้าย กระทั่ง​พบ​รถ​คัน​ดัง​กล่าว​ขับ​ผ่าน​ทาง​รถไฟ​แยก​เสา​วณี มุ่ง​หน้า​กระทรวงการ​ต่าง​ประเทศ แต่​ขับ​รถ​ย้อน​สวน​เลน​ไป​ฝั่ง​ถนน​ศรีอยุธยา​ขา​ออก กระทั่ง​ถึง​หน้า​กรม​ทางหลวง เกิด​เฉี่ยว​ชน​กับ​รถ​แท็กซี่ ซึ่ง​รับ​ผู้โดยสารนัก​ท่องเที่ยว 2 สามี​ภรรยา​ชาว​อังกฤษ ​ซึ่ง​จะ​ไป​เล่น​สงกรานต์​ที่​ตรอก​ข้าวสาร​จน​กระเด็น​ไป​อยู่​บน​เกาะ​กลาง​ถนน ก่อน​ที่​คนร้าย​จะ​ลง​จาก​รถ​ชัก​ปืน​จ่อ​ยิง​คน​ขับ​เสีย​ชีวิต​คาที่ ท่ามกลาง​ความ​ตกใจ​ของ​นัก​ท่องเที่ยว​ต่าง​ชาติที่​โดยสาร​มา​เปิด​ประตู​วิ่ง​หนี​เอา​ตัว​รอด

ปืน​จี้ พญ.​เป็น​ตัวประกัน

ใน​ขณะ​ที่​คนร้ายเดิน​ข้าม​ฝั่ง​ไป​จี้​ศีรษะ พญ.​พิภัท​รา สายโลหิต ซึ่ง​ขับ​รถยนต์​โตโยต้า คัม​รี่ ทะเบียน ณส 131 กรุงเทพมหานคร มา​กับ​นาง​ลักขณา สายโลหิต อายุ 60 ปี มารดา ที่​จอด​ติด​ไฟ​แดง​อยู่​หน้า​กระทรวง​การต่างประเทศ ก่อน​จะ​ไล่​นาง​ลักขณา​ลง​จาก​รถ แล้ว​ขึ้น​ไป​ขับ​รถ โดย​จี้​บังคับ พญ.​พิภัท​รา​นั่ง​คู่​ไป​เป็น​ตัวประกันมุ่ง​หน้า ​แยก​ศรีอยุธยา จังหวะ​นั้น ด.ต.​ปณ​ภัทร บุญ​ทองคำ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​จราจร สน.​พญาไท ประจำ​แยก​ศรีอยุธยา​เห็น​เหตุการณ์พยายาม​กระโดด​ขวาง​เพื่อ​หยุด​คนร้าย แต่​ไม่​เป็น​ผล ถูก​ชน​กระเด็น​แขน​ขา​หัก บาดเจ็บ​สาหัส ถูก​นำ​ตัว​ส่ง รพ.​ตำรวจ ใน​ขณะ​ที่​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​หลาย​หน่วย​พยายาม​ไล่​ล่า​เพื่อ​หยุด​ความ​บ้าระห่ำ​ของ​คนร้าย​ไป​อย่าง​กระชั้น​ชิด

โดน​วิสามัญฯ​ใน​ที่สุด

กระทั่ง​ใน​ที่สุด ได้​รับ​แจ้ง​ว่า​คนร้าย​ถูก​เจ้าหน้าที่​กระทำ​วิสามัญ​ฆาตกรรม บริเวณ​หน้า​สถาบัน​โรค​หัวใจ รพ.​ราชวิถี ถนน​พญาไท ใกล้​แยก​วงเวียน​อนุสาวรีย์​ชัยสมรภูมิ แขวง​ทุ่ง​พญาไท เขต​ราชเทวี กทม. จึง​รายงาน​ให้​ผู้​เกี่ยวข้อง​ทราบ จาก​นั้น​รุด​ไป​ตรวจสอบ​พร้อม พล.ต.ต.​ก​รี​ริน​ทร์ อินทร์​แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.​อิทธิพล พิ​ริ​ยะ​ภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.​วิชัย สังข์​ประ​ไพ ผบก.​น.1 พ.ต.อ.​ไกร​เลิศ บัว​แก้ว รอง ผบก.​น.1 พ.ต.อ.​สมาน รอด​กำเนิด ผกก.​สน.​พญาไท เจ้าหน้าที่​กอง​พิสูจน์​หลักฐาน แพทย์​นิติ​เวช รพ.​รามาธิบดี เจ้าหน้าที่​อัยการ ฝ่าย​ปกครอง

รถ​พรุน​ทั้ง​คัน

ที่​เกิดเหตุ​อยู่​ช่อง​การ​จราจร​ด้าน​ขวา​สุด​ของ​ถนน พบ​รถ​เก๋ง​โตโยต้า คัมรี่ สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร จอด​อยู่​ใน​สภาพมี​รอย​กระสุน​พรุน​ทั้ง​คัน รวม​แล้ว 35 รู ยาง​ล้อ​รถ​ทั้ง 4 เส้น​แตก ปลอกกระสุน​ขนาด .22 และ 9 มม.​ กระจาย​เกลื่อน​พื้น​ถนน​รวม 19 ปลอก บน​เบาะ​ที่นั่ง​คน​ขับพบ​ศพ​นาย​ธาดา อินท​มา​ศ อายุ 37 ปี อยู่​บ้าน​เลข​ที่ 78/3 หมู่ 4 บ้าน​นา​เห​รง ต.​นบ​พิ​ตำ จ.​นครศรีธรรมราช สวม​เสื้อ​ยืด​แขน​สั้น​สี​ขาว กางเกง​ขา​สั้น​สี​ฟ้า ถูก​ยิง​ที่​ศีรษะ​ด้าน​หลัง​และ​ท้ายทอย​จำนวน 5 นัด หลัง​มือขวา​ทะลุ 1 นัด และ​นิ้ว​หัว​แม่​โป้ง​ซ้าย 1 นัด นอกจาก​นี้​ยัง​พบ​ร่องรอย​เย็บ​บาดแผล​ที่​ข้อ​มือ​ทั้ง 2 ข้าง​อีก โดย​แพทย์​สันนิษฐาน​ว่าน่า​จะ​เกิด​จาก​การ​ถูก​ของ​มี​คม​บาดแล้ว​เข้า​รับ​การ​รักษา ระยะ​เวลา​ไม่​น่า​เกิน 7 วัน ภายใน​รถ​พบ​ปืน​พก​ลูกโม่ .38 ยี่ห้อ​ส​มิ​ธ​แอนด์​เวส​สัน ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูก​ยิง​จน​หมด​โม่ 6 นัด จึง​เก็บ​รวบรวม​ไว้​เป็น​หลักฐาน ใน​เบื้องต้น​ทราบ​ว่าเจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ฝ่าย​สืบสวน สน.​พญาไท​และ​รถ​สาย​ตรวจ ​บก.สปพ.​หรือ 191 ที่​ได้​รับ​แจ้ง​เหตุ แล้ว​ติดตาม​สกัด​จับ​คนร้าย เป็น​ผู้​วิสามัญ​ฆาตกรรม

เผย​จี้​รถ​จาก​บางกรวย​ก่อน

ร.ต.ท.​วรรณ​ศักดิ์ กระจ่าง​ศรี รอง สว.​จร.สน.​บางพลัด ซึ่ง​ติดตาม​คนร้าย​มา​อย่าง​กระชั้น​ชิด ก่อน​จะ​ถูก​วิสามัญฯ​กล่าว​ว่า ก่อน​เกิด​เหตุ​เวลา​ประมาณ 10.30 น. คนร้าย​ราย​นี้ได้​ก่อ​เหตุ​ใช้​มีด​จี้​ชิง​รถยนต์ โตโยต้า คัมรี่ สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.​วิชัย วิไล​รัศมี อายุ 63 ปี นาย​ทหาร​นอก​ราชการ จาก​หน้า รพ.​อนันต์ 2 ท้องที่ สภ.​บางกรวย จ.​นนทบุรี เสร็จ​แล้ว​ขับ​รถ​หลบ​หนี​ข้าม​สะพาน​กรุงธน มุ่ง​หน้า​ท้องที่ สน.​สามเสน โดย​มี​ตน​และ​ตำรวจ​จราจร สน.​บางพลัด อีก 3 นาย ขี่​รถ​ จยย.ไล่​ติดตาม แต่​ไม่ทัน จึง​วิทยุ​แจ้ง​เหตุ​ให้​ศูนย์​รามา และ 191 สกัด​จับ

ตำรวจ​แถลง​ข้อเท็จจริง

ต่อ​มา ที่ สน.​พญาไท พล.ต.ต.​อิทธิพล พิ​ริ​ยะ​ภิญโญ รอง ผบช.น. พร้อม​ด้วย พล.ต.ต.​วิชัย สังข์​ประ​ไพ ผบก.​น.1 พ.ต.อ.​วี​ร​วิทย์ จันทร์​จำเริญ รอง ผบก.​น.1 พ.ต.อ.​มา​นัส ศัตรู​ลี้ รอง ผบก.​น.1 พ.ต.อ.​สมาน รอด​กำเนิด ผกก.​สน.​พญาไท เจ้าหน้าที่​อัยการ กรมการ​ปกครอง และ​แพทย์​นิติ​เวช​โรงพยาบาล​รามาธิบดี ร่วม​กัน​แถลง​ข้อเท็จจริง​ต่อ​สื่อมวลชน​ถึง​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น พล.ต.ต.​วิชัยกล่าว​ว่า เมื่อ​ช่วง​สาย​ที่​ผ่าน​มา คนร้าย​ที่​ก่อ​เหตุ​คือ นาย​ธาดา อินท​มา​ศ อายุ 37 ปี อยู่​บ้าน​เลข​ที่ 78/3 หมู่​ที่ 4 ต.​นา​เห​รง อ.​นบ​พิ​ตำ จ.​นครศรีธรรมราช ได้​ขับ​รถ​เก๋งโตโยต้า โค​โรล​ล่า สี​เขียว หมายเลข​ทะเบียน ภท 7646 กรุงเทพมหานคร ไป​ก่อ​เหตุ​ใช้​มีด​จี้​ชิง​รถ​โตโยต้า คัมรี่ สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.​วิชัย วิไลรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการ​บำนาญ จาก​หน้า​โรงพยาบาล​อนันต์ 2 ท้องที่ สภ.​บางกรวย จ.​นนทบุรี โดย​ไล่​แทง​เจ้าของ​รถ แต่​ผู้เสียหาย​หลบ​หนี​ได้​หวุดหวิด

เผย​ใช้​มีด​แทง​เพื่อ​แย่ง​ปืน

ภายหลัง​เกิด​เหตุ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ สภ.​บางกรวย ได้​วิทยุ​แจ้ง​ประสาน​ตำรวจนครบาลเพื่อ​สกัด​จับ กระทั่ง​คนร้าย​ขับ​รถ​ไป​ถึง​แยก​ขัต​ติ​ยานี จึง​จอด​รถเพื่อ​หวัง​ชิง​ปืน​จาก​ตำรวจ โดย​ใช้​มีด​แทง ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่ จร.สน.​ดุสิต อย่าง​บ้า​คลั่ง​ถึง 20 แผลก่อน​จะ​แย่ง​ปืน​ไป​จ่อ​ยิง​ศีรษะ ด.ต.​ลิขสิทธิ์​จน​ตาย​คาที่ เสร็จ​แล้ว​เผ่น​ขึ้น​รถ​ขับ​หนี​ไป​อย่าง​รวดเร็ว

จ่อ​หัว พญ.​นั่ง​เป็น​ตัวประกัน

จนกระทั่ง​มา​ถึง​แยก​ศรีอยุธยา คนร้าย​เกิด​ขับ​รถ​เสียหลักพุ่ง​ชน​ท้าย​รถ​เก๋ง​โตโยต้า คัม​รี สี​บรอนซ์​เงิน หมายเลข​ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร ของ พญ.พิภัท​รา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์​ประจำ​โรงพยาบาล​ค่าย​สุร​นารี และ​รถยนต์​โตโยต้า สี​บรอนซ์​ทอง หมายเลข​ทะเบียน ศฎ 1975 กรุงเทพมหานคร ซึ่ง​จอด​ติด​ไฟ​แดง​อยู่​ที่​แยก​ดัง​กล่าว​จาก​นั้น​นาย​ธาดา​จึง​ลง​จาก​รถไป​ชัก​ปืน​จี้ พญ.​พิภัท​รา พร้อม​กับ​ไล่​มารดา​ของ พญ.​พิภัท​รา​ซึ่ง​นั่ง​มา​ด้วย​กัน​ลง​จาก​รถ เสร็จ​แล้ว​ขึ้น​ไป​นั่ง​ขับ​รถ​หลบ​หนี​เอง โดย​จี้ พญ.​พิภัท​รา​นั่ง​ไป​เป็น​ตัวประกัน

ระเบิด​หัว​โชเฟอร์​แท็กซี่

จังหวะ​นั้น​เองได้​มี​นาย​อำนาจ พวง​สูง​เนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์​แท็กซี่ ขับ​รถ​แท็กซี่​ยี่ห้อ​โตโยต้า อัล​ติ​ส สี​ชมพู ทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร ของ​สหกรณ์​แท็กซี่​ปทุมวัน เข้า​ขัดขวาง นาย​ธาดา​จึง​ชัก​ปืน​ยิง​นาย​อำนาจ กระสุน​เข้า​ขมับ​ขวา​เสีย​ชีวิต​ทันที แล้ว​ขับ​รถ​หลบ​หนี​ต่อ​ไป​มุ่ง​หน้า​แยก​ศรีอยุธยา ด.ต.​จิโรจน์ บุญ​ทองคำ ผบ.หมู่ จร.สน.​พญาไท ซึ่ง​ปฏิบัติ​หน้าที่ประจำ​ป้อม​ควบคุม​สัญญาณ​ไฟ​จราจร พยายาม​เข้า​ขัดขวางก็​ถูก​คนร้ายขับ​รถ​พุ่ง​ชน​จน​กระเด็นบาดเจ็บ​แขน​ขา​หัก รักษา​ตัว​อยู่ รพ.ตำรวจ​อีก​คน

ระทึก​ตำรวจ​ไล่​ล่า​ก่อน​วิสามัญฯ

หลังจาก​นั้นคนร้าย​ยัง​ไม่​หยุด​บ้าระห่ำขับ​รถ​หลบ​หนี​ไป​ถึง​แยก​อนุสาวรีย์​ชัยสมรภูมิ เจ้าหน้าที่​ตำรวจ บก.สปพ. ฝ่าย​สืบสวน​พญาไท และ​อีก​หลาย​หน่วย ที่​ไล่​ติดตาม​สกัด​จับ พยายาม​บล็อก​รถ​เอา​ไว้ ก่อน​ที่​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ บก.สปพ.จะ​เข้าไป​ชาร์จ เพื่อ​ช่วยเหลือ​ตัวประกัน และ​สา​มารถ​ช่วย​ตัวประกันออก​จาก​รถ​ได้ แต่​ก็​ถูก​นาย​ธาดา ยิง​ใส่​จน​ได้​รับ​บาดเจ็บ​สาหัส​ไป พร้อม​กับ​พยายาม​ยิง​ต่อสู้​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ เจ้าหน้าที่​จึง​มี​ความ​จำเป็น​ที่​จะ​ต้อง​วิสามัญฆาตกรรม

ประวัติ​เป็น​ช่าง​ซ่อม​คอ​ม

ด้าน พล.ต.ต.​อิทธิพล พิ​ริ​ยะ​ภิญโญ รอง ผบช.น.​กล่าว​ว่า จาก​การ​ตรวจสอบ​ประวัติ​นาย​ธาดาพบ​ว่า​ทำ​งาน​เป็น​ช่าง​ซ่อม​คอมพิวเตอร์​อยู่​ที่​ อ.​เมือง จ.​นครศรีธรรมราช และ​เพิ่ง​ขึ้น​มา​เยี่ยม​พี่​สาวที่ กทม.​เมื่อ 2-3 วัน​ก่อน และ​วัน​นี้​ได้​นำ​รถ​เก๋ง​โตโยต้า  โค​โรล​ล่า สี​เขียว ของ​พี่​สาว​ไป​ก่อ​เหตุ​จี้​ชิง​รถ​โตโยต้า คัม​รี ก่อน​จะ​มา​ถูก​วิสามัญ​ฆาตกรรม​ใน​ที่สุด เบื้องต้น​ไม่​พบ​ว่า​เคย​มี​ประวัติ​​กระ​ทำผิด​กฎหมาย​คดี​อุกฉกรรจ์ หรือ​มี​ประวัติ​เคย​เข้า​รับ​การ​รักษา​อาการ​ทาง​ประสาท​มา​ก่อน แต่​เคย​ถูก​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ สภ.เมือง​นครศรีธรรมราช จับกุม​ใน​ข้อหาขับ​รถ​ขณะ​มึนเมา​สุรา บริเวณ​สาม​แยก​ประตู​ลอด ต.​ใน​เมือง อ.​เมือง​นครศรีธรรมราช เมื่อ​วัน​ที่ 20 มี.ค.​ที่​ผ่าน​มา

สงสัย​ติด​ยาก​รีด​แขน

ส่วน​กรณี​ที่ ร.ต.​วิชัย ผู้เสียหาย เจ้าของ​รถ​โตโยต้า​คัม​รี​ คัน​แรก แจ้ง​ว่า ​นาย​ธาดา​มี​อาการ​คล้าย​กับ​คนเมา​ยาเสพติด คง​จะ​ต้อง​รอ​ผล​การ​ตรวจ​พิสูจน์​จาก​แพทย์​สถาบัน​นิติ​เวช​วิทยา ว่า​ใน​ร่างกาย​มี​แอลกอฮอล์​หรือ​สาร​เสพ​ติด​ชนิด​ใด​หรือ​ไม่ แต่​จาก​การ​ตรวจสอบ​สภาพ​ศพ​ของ​คนร้าย พบ​ว่าที่​ข้อ​มือ​ทั้ง​ 2 ​ข้าง​มี​รอย​เย็บ​หลาย​เข็ม แพทย์​ระบุ​ว่า​บาดแผล​ดัง​กล่าว​คล้าย​ถูก​ของ​มี​คม ใน​ระยะ​เวลา​ไม่​น่า​จะ​เกิน 7 วัน ซึ่ง​เจ้าหน้าที่​จะ​สอบ​ปาก​คำ​ญาติ​ของ​นาย​ธาดา เพื่อ​หา​สาเหตุ​ต่อ​ไป

ช่วย​เหลือ​ตำรวจ​เต็มที่

สำหรับ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ที่​เสีย​ชีวิต​และ​ได้​รับ​บาดเจ็บ​ทั้ง​ 2 ​นาย พล.ต.ท.​จักร​ทิพย์ ชัย​จินดา ผบช.น. ​ได้กำชับ​ให้​ช่วยเหลือ​ตาม​สิทธิ​ใน​กฎ​ระเบียบ​ข้าราชการ​ตำรวจ​ที่​เสีย​ชีวิต​และ​ได้​รับ​บาดเจ็บ​จาก​การ​ปฏิบัติ​หน้า​อย่าง​เต็มที่ อย่างไรก็ตาม การ​ตรวจสอบ​ที่​เกิด​เหตุ​ใน​วัน​นี้ ก็​มี​พนักงาน​สอบสวน แพทย์​นิติ​เวช เจ้าหน้าที่​กอง​พิสูจน์​หลักฐาน อัยการ และ​เจ้าหน้าที่​กรมการ​ปกครอง เข้า​มา​ร่วม​ตรวจสอบ​ที่​เกิด​เหตุ​ตาม​ขั้น​ตอน​ของ​กฎหมาย​อย่าง​ละเอียด​ทุก​ขั้น​ตอน

พี่​สาว​ไอ้​คลั่ง​ยัน​น้อง​ติด​ยา​บ้า

ต่อ​มา​เวลา 14.00 น. น.ส.​ธันย​พัด อินท​มา​ศ อายุ 40 ปี พี่​สาว​พร้อม​กับ​พี่​เขย​ของ​นาย​ธาดา คนร้าย ​เดินทาง​ไป​ที่ สน.​พญาไท เพื่อ​ให้​ปาก​คำ​กับ​เจ้าหน้าที่ โดย​มี พล.ต.อ.​ภาณุ​พง​ศ์ สิง​หรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ไป​สอบสวน​ด้วย​ตน​เอง ใช้​เวลา​ประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส. ​ธันย​พัด​เปิดเผย​ว่า เมื่อ​วัน​ที่ 13 เม.ย.​ที่​ผ่าน​มา น้อง​ชาย​เดินทาง​จาก จ.​นครศรีธรรมราช มา​หา​ตน​ที่​บ้าน​ย่าน อ.​บาง​ใหญ่ จ.​นนทบุรี หลังจาก​นั้น น้อง​ชาย​ได้​โทรศัพท์​กลับ​ไป​ขอ​เงิน​จาก​พี่​สาว​อีก​คน​ที่​ใต้ 3,000 บาท โดย​ให้​โอน​เข้า​บัญชี แต่​พี่​สาว​ยัง​ไม่​โอน​มา​ให้ ตน​จึง​ให้​เงิน​ไป 1,000 บาท และ​เมื่อ​ช่วง​เช้า​วัน​นี้ น้อง​ชาย​ขอยืม​รถยนต์​ของ​ตน แต่​ไม่ได้​บอก​ว่า​จะ​ไป​ไหน จนกระทั่ง​ทราบ​ข่าว​ว่า​นำ​รถ​ไป​ก่อ​เหตุ​และ​ถูก​ยิง​เสีย​ชีวิต ซึ่ง​ปกติ​น้อง​ชาย​เป็น​คน​เครียด และ​ได้​ข่าว​จาก​พี่​สาว​ที่​ใต้​ว่า​น้อง​ชาย​ติด​ยา​บ้า​ด้วย

เตรียม​เยียวยา​เหยื่อ​ไอ้​โหด

ด้าน พล.ต.อ.​ภาณุ​พง​ศ์ สิง​หรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.​กล่าว​ว่า สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​ขอ​แสดง​ความ​เสียใจ​ต่อ​เหตุการณ์​ที่​เกิด​ขึ้น คดี​ดัง​กล่าว​ถือว่า​เป็น​การ​กระทำ​ที่​อุกอาจ เจ้าหน้าที่​จะ​ตรวจสอบ​เพื่อ​หา​สาเหตุ​ที่​คนร้าย​ก่อ​เหตุ​ดัง​กล่าว เพื่อ​นำ​ไป​ใช้​เป็น​แนวทาง​ใน​การ​แก้ไข​ปัญหา​สังคม​ต่อ​ไป ส่วน​ผู้​ที่​เสีย​ชีวิต​และ​ได้​รับ​บาดเจ็บ​จาก​เหตุการณ์ ทั้ง​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​และ​ประชาชน สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​จะ​เร่ง​เยียวยา​ช่วยเหลือ​อย่าง​เต็มที่​ต่อ​ไป

รอง ผบก.​ปส.​เผย​นาที​ระทึก

ต่อ​มา​เวลา 15.00 น. พ.ต.อ.​ชาติ​ชาย รื่น​เอ​ม รอง ผบก.​ปส.3 บช.ปส. ​เดินทาง​เข้า​พบ​พนักงาน​สอบสวน สน.​พญาไท เพื่อ​ให้​ปาก​คำกรณี​ขับ​รถ​ติดตาม​นาย​ธาดา อินท​มา​ศ แล้ว​ถูก​ยิง​สวน​จน​รถ​ได้​รับ​ความ​เสียหาย​และ​หวิด​สิ้น​ชื่อ โดย​เผย​ว่า ก่อน​เกิด​เหตุ​มา​ทำ​ธุระ​ที่​หน้า​สำนักงาน​เขต​ดุสิต ขณะ​นั้น​มี​วัยรุ่น 2 คน ขี่​รถ จยย.​มา​บอก​ว่า​ตำรวจ​ถูก​ยิง​บริเวณ​สี่​แยก​ขัต​ติ​ยานี ถนน​สุโขทัย จึง​รีบ​ขับ​รถ​ส่วนตัว​ไป​ช่วยเหลือ ระหว่าง​ทาง​รถ​จอด​ติดอยู่​ ที่แยก​ขัต​ติ​ยานี​มี​โชเฟอร์​รถ​เมล์​ตะโกน​บอก​ว่า คนร้ายใช้​รถ​โตโยต้า คัม​รี สี​บรอนซ์​เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร จอด​ติด​ไฟ​แดง​ใกล้​กับ​รถ​ตน​และ​มี​ปืน​ด้วย จึง​เปลี่ยนใจขับ​รถ​ตาม​คนร้าย​ไป​ตาม​ถนน​สุโขทัย ผ่าน​ถนน​พระราม 5 กระทั่ง​ถึง​แยก​สวรรคโลก​ เลี้ยว​ขวาข้าม​ทาง​รถไฟ​เบี่ยง​ซ้าย​เข้า​ถนน​โลคัลโ​รด​ด้าน​หลัง รพ.​รามาธิบดี เมื่อ​คนร้าย​รู้ตัว​ว่า​ถูก​สะกด​รอย​ตาม จึง​จอด​รถ​แล้ว​ชัก​ปืน ​ยิง​ใส่​รถ​ตน 3 นัด กระสุน​ถูก​กระจก​หน้า​และ​คาน​หน้า​รถ​ซีก​ขวา​ฝั่ง​คน​ขับ ตน​ต้อง​หมอบ​หลบ​วิถี​กระสุน ส่วน​ปืน​พก​ประจำ​กาย​เก็บ​ไว้​ที่​กระโปรง​หลัง​รถ ทำให้​ไม่​มี​โอกาส​ได้​ยิง​ต่อสู้ จาก​นั้น​คนร้าย​เร่ง​เครื่อง​หลบ​หนี​ไป​ทาง​ถนน​ศรีอยุธยา สุดท้าย​มา​ทราบ​อีก​ที​ว่า​ถูก​วิสามัญ​ฆาตกรรม​ไป​แล้ว จึง​รีบ​เข้า​ให้​ปาก​คำ​กับ​พนักงาน​สอบสวน

สว.​จร.สดุดี ด.ต.​พลี​ชีพ

พ.ต.ต.​ประ​กิจ ไกร​หา สว.​จร.สน.​ดุสิต ผู้​บังคับ บัญชา​ของ ด.ต.​ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่​งาน​จราจร สน.​ดุสิต ​เปิดเผย​ว่า ร่วม​งาน​กับ ด.ต.​ลิขสิทธิ์​มา​นาน 8 ปี​แล้ว ค่อนข้าง​สนิท​กัน ปกติ ด.ต.​ลิขสิทธิ์​เป็น​คน​เงียบๆไม่​เคย​มี​ปัญหา​กับ​เพื่อน​ร่วม​งาน เป็น​คน​ชอบ​ช่วยเหลือ​คน​อื่น ขยัน​ขันแข็ง​ไม่​เคย​บ่น ตน​รู้สึก​เสียใจ​และ​เสียดาย​ลูกน้อง​ดีๆอย่าง​นี้ ตอน​นี้ สน.​ดุสิต จัด​เตรียม​สถาน​ที่​และ​พิธี​สวด​ศพ​ที่​วัด​สุคันธาราม​ไว้​เรียบร้อย​แล้ว ส่วน​ความ​ช่วยเหลือ​ด้าน​อื่น​ต้อง​ขึ้น​อยู่​กับ​ผู้​บังคับบัญชา​ระดับ​สูง

ผบ.ตร.​รุด​เยี่ยม​ตำรวจ​บาดเจ็บ

ที่ รพ.​ตร.​เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.​วิเชียร พจน์โพธิ์​ศรี ผบ.ตร. ได้​เข้า​เยี่ยม​อาการ​ของ ด.ต.​ปพนพัฒณ์ บุญ​ทองคำ ผบ.​หมู่​จราจร สน.​พญาไท ที่​สกัด​จับ​คนร้าย​บริเวณ​แยก​ศรีอยุธยา จน​ถูก​คนร้าย​ขับ​รถ​ชน​ได้​รับ​บาดเจ็บ ผบ.ตร.​กล่าว​ว่า อาการ​ของ ด.ต.​ปพนพัฒณ์ บุญ​ทองคำ ขณะ​นี้​ปลอดภัย​แล้ว ส่วน ด.ต.​ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่ จร.สน.​ดุสิต ที่​เสีย​ชีวิต​จาก​การ​ปฏิบัติ​หน้าที่ นับ​ว่า​เป็น​ความ​กล้า​หาญ​ของ​ตำรวจ​ใน​การ​ปฏิบัติ​หน้าที่​สม​ดัง​ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่ง​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​จะ​ให้การ​ช่วยเหลือ​อย่าง​เต็มที่ ขอ​แสดง​ความ​เสียใจ​ต่อ​ครอบครัว​ข้าราชการ​ตำรวจ และ​คน​ขับ​รถ​แท็กซี่​ที่​เสีย​ชีวิต นอกจาก​นี้ ผบ.ตร.​ยัง​เดินทาง​ไป รพ.​ราชวิถี เพื่อ​เยี่ยม​อาการ​ของ พญ.พิภัท​รา สายโลหิต ซึ่ง​ล่า​สุด​อาการ​พ้น​ขีด​อันตราย​แล้ว

โฆษก ตร.​แถลง​เหตุ​สะเทือน​ขวัญ

ต่อ​มา พล.ต.ต.​ประ​วุฒิ ถาวร​ศ​ิริ โฆษก​สำนักงาน​ตำรวจ​แห่งชาติ​กล่าว​ว่า เหตุ​ดัง​กล่าวคนร้าย​ใช้​มีด​จี้​ชิง​รถ​โตโยต้า คัม​รี่ สี​บรอนซ์ ทะเบียน ฎก 6355 กรุงเทพมหานคร ของร.ต.​วิชัย วิไล​รัศมี จาก​ย่าน​บางกรวย จ.​นนทบุรี โดย​มี​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ สน.​บางพลัด ไล่​ตาม​สกัด​จับคนร้าย​ใช้​เส้นทาง​หลบ​หนี ข้าม​สะพาน​กรุงธนบุรี​เข้า​ถนน​สุโขทัย ราชวิถี​ต่อ​เนื่อง​พญาไท ต่อ​มา ด.ต.​ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่ จร.สน.​ดุสิต​สกัด​จับ​ได้ บริเวณ​แยก​ขัต​ติ​ยานี คนร้าย​จึง​ลง​จาก​รถ​ตรง​เข้า​ใช้​มีด​แทง ด.ต.​ลิขสิทธิ์​เสีย​ชีวิต แล้ว​ขโมย​ปืน .38 ของตำรวจไป​ยิง​คน​ขับ​รถ​แท็กซี่ สี​ชมพู ทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร คู่กรณี​ที่​ขับ​รถ​ไป​ชน​จน​เสีย​ชีวิต จาก​นั้นใช้​ปืน​ดัง​กล่าว​จี้ชิง​รถยนต์​เก๋ง​คัน​ที่ 2 เป็น​รถ​โตโยต้า คัม​รี่ สี​เทา-ดำ ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร ของ พญ.​พิภัท​รา สายโลหิต โดย​คนร้าย​ไล่​มารดา​ของ พญ.​ลง​จาก​รถ เป็น​จังหวะ​เดียว​กับ​กำลัง​ตำรวจ​ติดตาม​มาใช้​อาวุธ​ปืน​ยิง​ยาง​รถ​เพื่อ​ให้​หยุด แต่​คนร้าย​ขับ​หลบ​หนี​มุ่ง​หน้า​ไป​ตาม​ถนน​ศรีอยุธยา

ระบุ​ไอ้​คลั่ง​ติด​ยา–ขี้​เมา

พล.ต.ต.​ประ​วุฒิ​กล่าว​ต่อว่า จาก​นั้น ด.ต.​ปพนพัฒณ์ บุญ​ทองคำ ผบ.​หมู่ จร.สน.​พญาไท ปฏิบัติ​หน้าที่​จราจร​ประจำ​แยก​ศรีอยุธยา​รับ​แจ้ง​ทาง​วิทยุ​สื่อสารจึง​นำ​รถ​จักรยานยนต์​สาย​ตรวจ​ออก​ขวาง​ถนน​เพื่อ​สกัด​จับ​บริเวณ​สี่​แยก คนร้าย​จึง​ขับ​รถ​พุ่ง​ชน​ทันที​ส่ง​ผล​ให้ ด.ต.​ปพนพัฒณ์​บาดเจ็บ​สาหัส​บริเวณ​หมอน​รอง​กระดูก​ต้นคอ ต่อ​มา​ตำรวจ​ชุด​ติดตาม​จับกุมได้​ตัดสินใจ​ใช้​ปืน​ยิง​สกัด​กระสุน​ถูก​คนร้าย​เสีย​ชีวิต​คาที่ ทราบ​ชื่อ​ต่อ​มา​คือ นาย​ธาดา อินทรมา​ศ อายุ 37 ปี เป็น​ชาว อ.​นบ​พิ​ตำ จ.​นครศรีธรรมราช ที่​เดินทาง​มา​เยี่ยม​ญาติ​ที่​กรุงเทพฯปกติ​นาย​ธาดาเป็น​ผู้​ที่​เสพ​ยาเสพติด​และ​เสพสุรา​เป็น​ประจำ ขณะ​ก่อ​เหตุ​ได้​เกิด​อาการ​คลุ้มคลั่ง ทั้งนี้ ใน​วัน​ที่ 15 เม.ย. ​จะ​มี​พิธี​รดน้ำ​ศพ ด.ต.​ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่ จร.สน.​ดุสิต ที่​วัด​สุคันธาราม ​เขต​ดุสิต กรุงเทพมหานคร เวลา 17.00 น.

อาการ พญ.ปลอดภัย

ด้าน พญ.วารุณี  จินารัตน์  ผอ.โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวถึงอาการของ พญ.พิภัทรา สายโลหิต ว่าไม่น่าห่วง เพราะตอนนำส่งโรงพยาบาลยังรู้สึกตัวดี โดย พญ.พิภัทรา โดนกระสุนปืน 4 นัด เข้าที่ต้นแขนซ้าย 1 นัด ข้อศอกซ้าย 1 นัด เอวด้านซ้าย 1 นัด และบริเวณหลัง 1 นัด ขณะนี้แพทย์ ผ่าตัดเอากระสุนที่ฝังเข้าไปไม่ลึก คือที่บริเวณเอวออก แล้ว 1 นัดรวมทั้งได้เอาเศษกระจกออกหมดแล้ว ซึ่ง ผลจากการตรวจสอบอาการเบื้องต้น ถือว่าปลอดภัย ไม่น่าห่วง  ส่วนกระสุนที่เหลือพบว่าฝังเข้าไปค่อนข้างลึก จึงต้องคอยทำแผลไม่ให้้เกิดการติดเชื้อ ตามธรรมชาติ แล้วกระสุนที่ฝังเข้าไปบริเวณแขนจะค่อยๆ หลุดออกมา เอง ขณะที่กระสุนที่ฝังเข้าไปที่หลัง จะต้องตรวจสอบดู ตำแหน่งของกระสุนอย่างละเอียดว่ามีใกล้กระดูกไขสันหลัง หรือไม่ ก่อนวางแผนรักษาต่อไป เพราะในบริเวณดังกล่าว จะมีเส้นประสาทรวมอยู่จำนวนมาก จึงต้องระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ยังต้องให้รักษาอยู่ในห้องไอซียู คาดว่าจะให้ออกจากห้องไอซียูได้ภายใน 2 วัน​  ทั้งนี้ พญ. พิภัทรากำลังจะเข้ามาเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูก ที่โรงพยาบาลราชวิถีภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่จบการศึกษา จากมหาวิทยาลัยรังสิต และเดินทางไปใช้ทุนที่โรงพยาบาล ค่ายสุรนารีจนครบกำหนดแล้ว

เมีย​เศร้า​ขาด​เสา​หลัก

ด้าน​นาง​เบญจวรรณ พิ​ลา​ศรี อายุ 34 ปี ภรรยา​ของ ​ด.ต.​ลิขสิทธิ์ พิ​ลา​ศรี ผบ.​หมู่  จร.สน.​ดุสิต กล่าว​ทั้ง​น้ำตา​ว่า ขณะ​นี้​ตน​ตั้ง​ท้อง​ได้ 5 เดือน โดย​มี​ลูก​กับ​สามี​แล้ว 2 คน คน​โต​ชื่อ ด.ช.​ป​กา​ศิต พิ​ลา​ศรี อายุ 14 ปี กำลัง​ขึ้น ม.1 โรงเรียน​ศรีอยุธยา คน​ที่ 2 ชื่อ ด.ช.​ภาณุ​วัฒน์ พิ​ลา​ศรี อายุ 4 ขวบ​ครึ่ง เรียน​อยู่​อนุบาล โรงเรียน​สามเสน เมื่อ​เช้า​นี้ ก่อน​ที่​สามี​จะ​ออก​ไป​ทำ​งาน​ได้​พูด​คุย​กัน​ว่า​อยาก​ให้​สามี​หยุด​ทำ​งาน​ใน​วัน​นี้  แต่​สามี​บอก​ว่า​หยุด​ไม่ได้ เพราะ​งาน​เยอะ ตน​ก็​เข้าใจ เพราะ​สามี​เป็น​คน​ตั้งใจ​ทำ​งาน​มา​แต่​ไหน​แต่​ไร​แล้ว จาก​นั้น​ก็​ออก​ไป​ทำ​งาน ตอน 06 .30 น. ตาม​ปกติ​ เมื่อ​สามี​ไป​ทำ​งาน​แล้ว ก็​จะ​โทรศัพท์​มา​คุย​กับ​ลูก​ชาย​เป็น​ประจำ แต่​วัน​นี้​ไม่ได้​โทรศัพท์​มา​หา​เลย ​ตนก็​ยัง​รู้สึก​แปลก​ใจ​อยู่​เหมือน​กัน จนกระทั่ง​มี​คน​โทรศัพท์​มา​บอก​ว่า​สามี​ประสบ​อุบัติเหตุ​เสีย​ชีวิต ตอน​นี้​ก็​ยัง​นึก​ไม่​ออก​ว่า​จะ​ใช้​ชีวิต​ต่อ​ไป​อย่างไร เมื่อ​ไม่​มี​สามี​แล้ว เพราะ​ปกติ​สามี​จะ​เป็น​เสา​หลัก​ของ​ครอบครัว ตน​ไม่ได้​ทำ​งาน เป็น​แม่บ้าน​เลี้ยง​ลูก​อย่าง​เดียว

นสพ.ไทยรัฐ
15เมษายน 2554, 08:14 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/today/view/164067
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 15, 2011, 10:03:30 AM โดย scdc5 » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 11:52:10 AM »

สตช.จ่อสอบทีมวิสามัญฯหนุ่มคลั่งโหด


โฆษกสต ช.ยันจำเป็นต้องหยุดหนุ่มเหี้ยมคลั่งโหด แต่ต้องตั้ง กก.สอบทีมวิสามัญฯควบคุมสถานการณ์ควรแก่เหตุหรือไม่

วันนี้ (15เม.ย.) พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำวิสามัญฆาตกรรมนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี  คนร้ายก่อเหตุจี้ชิงรถยนต์ ก่อนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจและแท็กซี่พลเมืองดีเสียชีวิต แต่ พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ซึ่งเป็นตัวประกันนั่งมาในรถถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บด้วย   ว่า   ขณะเกิดเหตุคนร้ายอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ก่อเหตุทั้งขับรถพุ่งชน และเจตนาทำร้ายร่างกายและฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมทั้งพลเมืองดีอย่างโหด เหี้ยม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวคงยากที่จะเจรจาให้คนร้ายยอมมอบตัว อีกทั้งห่างปล่อยเวลาเอาไว้นานตัวประกันหรือชาวบ้านอาจบาดเจ็บล้มตายไป มากกว่านี้  โดยส่วนตัวจึงคิดว่าจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง มีความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องหยุดยั้งเหตุการณ์ยุติลงโดยเร็ว  เพราะคนร้ายมีอาการคลุ้มคลั่งไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้ ส่วนกรณีมารดาของพญ.พิภัทรา กล่าวว่าตำรวจยิงเข้าไปในรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกสาวนั้น   ในประเด็นนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนและตรวจสอบด้วยว่า ขณะเข้าทำวิสามัญฯคนร้ายนั้น จะทำให้ตัวประกันเป็นอันตรายหรือไม่ด้วย เพราะมีกล้องวงจรปิดอยู่หลายจุดตามที่เกิดเหตุ  ซึ่งสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการวิเคราะห์ด้วยเหตุด้วยผลได้

เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.คมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถเก๋งและยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณแยกไฟแดงถนนพญาไทฝั่งมุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1  พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.  เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน  แพทย์นิติเวชรพ.รามาธิบดี อัยการ กรมการปกครอง และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด หน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี พบรถโตโยต้า  คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กทม. จอดอยู่ในสภาพถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ประมาณ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมบาทวิถี พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 และ 9 ม.ม.ตกอยู่เกลื่อน จำนวน 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับ พบศพคนร้ายชื่อ นายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง ต.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะด้านหลังและท้ายทอย จำนวน 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และที่นิ้วโป้งซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ยังพบร่อยรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง ของคนร้าย แพทย์นิติเวชสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาดก่อนเข้ารับการรักษาพยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน  นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ถูกยิงจนหมดโม่ จำนวน 6 นัด ตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สน.พญาไท  พล.ต.ต.อิทธิพล  พล.ต.ต.วิชัย เจ้าหน้าที่อัยการ  และแพทย์นิติเวช  ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงทั้งหมดกับสื่อมวลชน โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายธาดา  ได้ขับรถโตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน ภท7646 กทม. เข้าไปก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่  ทะเบียน ฎก6345 กทม. ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบทัน  จากนั้นนายธาดา ได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุสกัดจับทันที

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า ต่อมานายธาดา ขับรถถึงบริเวณแยกขัตติยานี  ดต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต จึงออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรเพื่อขวางรถไว้ แต่นายธาดา ได้ลงจากรถตรงเข้าไปต่อสู้ และล็อกตัว ด.ต.ลิขสิทธิ์ ไว้ได้ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล ก่อนแย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิต  หลังก่อเหตุก็รีบขึ้นรถขับหลบหนีมาตามถนนศรีอยุธยา จนกระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดาขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน  ทะเบียน ฌส131 กทม. ที่มี พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของรถ กับรถโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศฎ1975 กทม.ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า จากนั้นนายธาดา ได้ลงจากรถโตโยต้า คัมรี่ คันเดิม แล้วเดินตรงไปที่รถโตโยต้า คัมรี่ ของพญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พญ.พิภัทรา ลงจากรถ จากนั้นก็จับ พญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนี ขณะนั้นเอง ก็ได้มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว3087 กทม. ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ นายธาดา จึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเข้าที่บริเวณขมับขวาจนเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ดต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่.จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้  แต่ก็ถูกนายธาดา ขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ก่อนขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.  ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ก็ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดา ก็พยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องวิสามัญนายธาดาดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์อยู่ที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่ กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ก็เอารถโยโยต้า โคโรลล่า  ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย กระทั่งมาถูกวิสามัญดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้นยังไม่พบว่า เคยมีประวัติทำผิดกฎหมายมาก่อน หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรี่คันแรก แจ้งว่านายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่า ในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่  นอกจากนี้จากากรตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่า ที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยมีเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวยหลายแผล โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป


พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ก็ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสีย ชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ ก็มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดาพบว่า เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น.  น.ส.ธันยพัด อินทมาศ  พี่สาวของนายธาดา ได้เดินทางที่มา สน.พญาไท  เพื่อให้ปากคำ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.  ร่วมสอบด้วย โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา น้องชายของตนได้เดินทางจาก จว.นครศรีธรรมราช ขึ้นมา กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี  ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี  แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันนี้  น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไปแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน  กระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุและถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ทั้งนี้ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  กล่าวว่า  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ซึ่งคดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดี ที่ 14 เมษายน 2554 เวลา 22:00 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=419&contentID=132823
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 11:57:00 AM »

ระทึกขวัญกลางกรุงไอ้หนุ่มคลั่งแทงตร.-ยิงแท็กซี่ดับ



จี้ชิงรถจับพญ.เป็นตัวประกัน ไปไม่รอดโดนวิสามัญฯอนาถ

วิสามัญฯ "ไอ้คลั่งเมืองคอน" ก่อเหตุระทึกขวัญกลางกรุง มีดจี้ชิงรถร้อยตรีนอกราชการจากย่านบางกรวย ตำรวจแจ้งสกัดจับ ขับข้ามฝั่งมาพระนคร กระหน่ำแทง “ด.ต.” จราจร สน.ดุสิต 20 แผลร่างพรุน ขโมยปืนก่อนยิงหัวซ้ำดับอนาถ เมียท้องแก่ 5 เดือน เห็นศพผัวร่ำไห้แทบขาดใจ ไม่หนำใจ คนร้ายซิ่งเก๋งหนียิงโชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดีดับอีกศพขณะพยายามเข้าจับคน ร้าย ก่อนจี้รถเก๋งอีกคัน จับแพทย์หญิงเป็นตัวประกัน ขับหนีชนตำรวจเจ็บอีกราย สุดท้ายไปไม่รอดถูก “เด็ดหัว” ใกล้อนุสาวรีย์ชัยฯ พญ.ถูกลูกหลงเจ็บสาหัส พี่สาวคนร้ายเผยน้องชายเป็นช่างซ่อมคอมพ์ เพิ่งขึ้นมาจากใต้ สาเหตุเครียดติดยาบ้า ตร.เตรียมปูนบำเหน็จ ตร.น้ำดี “5 ขั้น 7 ชั้นยศ”

ผงะเหตุร้ายวันสงกรานต์

ขณะที่คนไทยทั้งประเทศกำลังเล่นสาดน้ำสงกรานต์ด้วยความสนุกสนาน แต่คนเมืองหลวงกลับต้องเจอเหตุระทึกขวัญกลางกรุง เมื่อเกิดเหตุไอ้คลั่งโหดจี้ชิงรถยนต์ ไล่ยิงเหยื่อผู้บริสุทธิ์ตายไป 2 ศพ ส่วนตัวเองก็ถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ โดยเหตุสงกรานต์เลือดครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 เม.ย. ร.ต.ท.คมกฤษ โพธิ์ศรี พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายก่อเหตุชิงรถยนต์ ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่บริเวณสี่แยกไฟแดง ถนนพญาไท มุ่งหน้าเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี เจ้าหน้าที่อัยการ ฝ่ายปกครอง และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง


ตร.วิสามัญฯ หนุ่มเมืองคอน

ที่เกิดเหตุพบประชาชนในละแวกดังกล่าว และผู้ที่กำลังสัญจรไปมา ต่างตกตะลึงกับเหตุระทึกขวัญที่เพิ่งจะเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ พากันจับกลุ่มคุยกันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ที่บริเวณถนนตรงช่องทางเดินรถด้านขวาสุด หน้าสถาบันโรคหัวใจ รพ.ราชวิถี พบรถเก๋งโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่นิ่งสนิท เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใกล้ จากการตรวจสอบรถเก๋งพบว่าถูกยิงมีรอยกระสุนพรุนรอบคัน นับได้ 35 รู ยางล้อรถแตกทั้ง 4 เส้น ขณะที่บนพื้นถนนจากช่องทางเดินรถที่ 2 จนถึงริมฟุตปาธวิถี พบปลอกกระสุนปืนขนาด .22 และ 9 มม.ตกอยู่เกลื่อนพื้น 19 ปลอก ตรวจสอบภายในรถตรงเบาะที่นั่งคนขับพบศพคนร้าย ชื่อนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว กางเกงขาสั้นสีฟ้า มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะด้านหลัง และท้ายทอยรวม 5 นัด ที่หลังมือขวาทะลุฝ่ามือ 1 นัด และที่นิ้วหัวแม่โป้งมือซ้าย 1 นัด นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเย็บบาดแผลที่ข้อมือทั้ง 2 ข้าง แพทย์นิติเวชสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการถูกของมีคมบาดก่อนเข้ารับการรักษา พยาบาลมาได้ไม่เกิน 7 วัน และยังพบอาวุธปืนลูกโม่ ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน ขนาด .38 ถูกยิงจนหมดโม่ 6 นัดตกอยู่ในรถใกล้ศพคนร้ายด้วย 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ตร.จร.สน.บางพลัดไล่กวด

จากการสอบถาม ร.ต.ท.วรรณศักดิ์ กระจ่างศรี รอง สว.จร.สน.บางพลัด เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. คนร้ายรายนี้ก่อเหตุใช้มีดชิงทรัพย์รถเก๋งโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์ ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของผู้เสียหายชื่อ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี นายทหารนอกราชการ มาจากหน้า รพ.อนันต์ 2 ท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไปทางสะพานกรุงธน หรือ สะพานซังฮี้ มุ่งหน้าเข้าเขตพระนคร ท้องที่ สน.สามเสน โดยมีตนและตำรวจจราจร สน.บางพลัด อีก 3 นาย ซึ่งรับทราบเหตุทางวิทยุสื่อสาร ขี่รถจยย.ติดตามมา แต่ตามไม่ทัน จึงแจ้งเหตุให้ศูนย์วิทยุรามา บก.น.1 ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยติดตามด้วย จนทราบว่าคนร้ายไปปะทะกับตำรวจจราจรของ สน.ดุสิต ที่ประจำอยู่ในป้อมคุมสัญญาณไฟบริเวณแยกขัตติยานี ถนนสุโขทัย เป็นเหตุให้ฝ่ายตำรวจถูกแทงและแย่งปืน ยิงถึงแก่ความตาย จากนั้นคนร้ายขับรถหลบหนีมาตามเส้นทางถนนศรีอยุธยา จนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถคู่กรณีอีก 2 คัน เป็นรถแท็กซี่ กับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี คันที่ 2 จากนั้นคนร้ายใช้ปืนยิงคนขับแท็กซี่พลเมืองดี ที่พยายามขับรถขวางการหลบหนีจนเสียชีวิต โดยคนร้ายได้ลงจากรถเก๋งคัมรีคันเก่ามาใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์คนขับรถคัมรีคัน นี้ ซึ่งเจ้าของเป็นแพทย์หญิง ขับหลบหนีมาอีก จึงถูกฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท ตำรวจ บก.สปพ.บช.น.และอีกหลายหน่วยที่ร่วมกันติดตามทำการวิสามัญฆาตกรรมในที่สุด

ผบก.น.1 แถลงเหตุการณ์

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สน.พญาไท พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.มานัส ศัตรูลี้ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สมาน รอดกำเนิด ผกก.สน.พญาไท และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงรายละเอียดทั้งหมดกับสื่อมวลชนอีกครั้ง โดย พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา คนร้ายที่ก่อเหตุคือนายธาดา อินทมาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้ขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน ภท 7646 กรุงเทพมหานคร เข้าไปก่อเหตุ ใช้อาวุธมีดจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎก 6345 กรุงเทพมหานคร ของ ร.ต.วิชัย วิลัยรัศมี อายุ 63 ปี ข้าราชการบำนาญ จากบริเวณหน้าโรงพยาบาลอนันต์ 2 ในท้องที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยใช้อาวุธมีดไล่แทง ร.ต.วิชัย แต่ผู้เสียหายหลบได้ จากนั้นนายธาดาได้ขับรถคันดังกล่าวหลบหนีไป

แทงด.ต.ดับจี้พญ. ตัวประกัน

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ ทาง สภ.บางกรวย ได้ประสานมายังตำรวจนครบาลให้ช่วยแจ้งวิทยุสื่อสารสกัดจับทันที ต่อมานายธาดาได้ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรีมาถึงบริเวณแยกขัตติยานี ทาง ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่จร.สน.ดุสิต ซึ่งทราบเหตุจากทางวิทยุสื่อสาร ได้ออกจากป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรมาขวางรถไว้ แต่ถูกนายธาดาซึ่งเดินลงจากรถตรงเข้าไปทำร้ายร่างกาย จับตัว ด.ต.ลิขสิทธิ์ ล็อกไว้ ก่อนชักอาวุธมีดจ้วงแทงตามลำตัวถึง 20 แผล จากนั้นได้แย่งอาวุธปืนจาก ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงใส่ศีรษะ 1 นัด จนเสียชีวิตแน่นิ่ง ก่อนจะรีบขึ้นรถเก๋งโตโยต้า คัมรี คันเดิมแล้วขับหลบหนีไปตามถนนศรีอยุธยา กระทั่งมาถึงแยกศรีอยุธยา นายธาดาได้ขับรถเสียหลักพุ่งไปชนท้ายรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า คัมรี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพมหานคร ที่มี พญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ซอยสุคันธาราม แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต แพทย์ประจำโรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าของรถ กับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีทอง ทะเบียน ศฎ 1975 กรุงเทพมหานคร ที่จอดบริเวณแยกดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย นายธาดาจึงเดินลงจากรถโตโยต้า คัมรี คันเดิม ไปที่รถโตโยต้า คัมรี คันใหม่ ของ พญ.พิภัทรา ก่อนจะชักอาวุธปืนจี้ชิงรถคันดังกล่าว พร้อมทั้งไล่แม่ของ พญ.พิภัทรา ซึ่งนั่งมาด้วยกันลงจากรถ ก่อนจะจับ พญ.พิภัทรา เป็นตัวประกัน แล้วขับรถหลบหนีต่อไปอีก

ยิงแท็กซี่พลเมืองดีตาย

“ระหว่างนั้นเอง ได้มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 9 ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย โชเฟอร์แท็กซี่พลเมืองดี ขับรถแท็กซี่โตโยต้า อัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์แท็กซี่ปทุมวัน เข้ามาขวางเอาไว้ คาดว่านายอำนาจน่าจะทราบเหตุด่วนเหตุร้ายจากทางรายการวิทยุ นายธาดาจึงชักอาวุธปืนยิงใส่นายอำนาจ กระสุนเจาะเข้าขมับขวาเสียชีวิตทันที ก่อนจะพยายามขับรถหลบหนีต่อไป จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว ก็พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ก็ถูกนายธาดาขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหักถูกนำส่ง รพ.ตำรวจ ไปอีกคน” ผบก.น.1เผย

สุดท้ายจำเป็นต้องวิสามัญฯ

พล.ต.ต.วิชัย กล่าวด้วยว่า เมื่อนายธาดาขับรถหลบหนีมาถึงบริเวณแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.ฝ่ายสืบสวนพญาไท และอีกหลายหน่วยก็ได้เข้าไปสกัดจับ บล็อกรถเอาไว้ จังหวะนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. เข้าไปชาร์จ ก่อนจะช่วยเหลืออุ้ม พญ.พิภัทรา ออกมาจากรถได้ แต่ถูกนายธาดา ยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บไปด้วย ขณะเดียวกันนายธาดาพยายามยิงต่อสู้กับตำรวจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องวิสามัญฆาตกรรมนายธาดาดังกล่าว

แฉไอ้คลั่งเป็นช่างซ่อมคอมพ์

ด้าน พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดา ทราบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ อยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่กรุงเทพฯ เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ได้นำรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีเขียว ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี ของ ร.ต.วิชัย จนมาถูกวิสามัญฯ ในที่สุด ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัตินายธาดา ยังไม่พบว่าเคยมีประวัติทำผิดกฎหมายคดีอุกฉกรรจ์ หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน แต่เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จับกุมในข้อหาขับรถมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่ ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้าคัมรีคันแรก แจ้งว่า นายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่าในร่างกายมีแอลกอฮอล์ หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา พบว่าที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเย็บเนื่องจากถูกกรีดจำนวนหลายแผล แพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นไม่เกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทาง พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิในกฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสีย ชีวิต และได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

พี่ สาวให้การน้องชายติดยาบ้า

ต่อมาเวลา 14.00 น. น.ส.ธันยพัด อินทมาศ อายุ 40 ปี พี่สาวของนายธาดา คนร้าย พร้อมกับพี่เขย เดินทางมา ที่สน.พญาไท หลังจากทราบข่าวว่านายธาดาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฯ เสียชีวิต ก่อนเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.เข้าสอบปากคำด้วยตนเอง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ จากนั้น น.ส.ธันยพัด ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอยู่เป็นจำนวนมากว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา น้องชายของตนเป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ เพิ่งเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช มาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้ 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ ตนจึงให้เงินไปก่อน 1,000 บาท จากนั้นในช่วงเช้าของวันที่ 14 เม.ย.น้องชายได้ขอยืมรถเก๋งของตน แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน จนได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุ และถูกยิงเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้ ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

สลดเมีย ด.ต.ท้อง5เดือนร่ำไห้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพเบื้องต้น ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบ.หมู่.จร.สน.ดุสิต ได้มีนางเบญจวรรณ พิลาศรี อายุ 38 ปี ภรรยาของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ซึ่งทราบข่าวร้าย และกำลังตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เดินทางจากบ้านพักพร้อมด้วย ด.ช.ประกาศิต พิลาศรี อายุ 13 ปี กำลังจะขึ้นชั้น ม.1 โรงเรียนศรีอยุธยา และด.ช.ภานุวัฒน์ พิลาศรี อายุ 6 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล บุตรชายทั้ง 2 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเห็นเพียงกองเลือดก็เป็นลมล้มพับลงไปกองกับพื้น หน่วยกู้ภัยต้องช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น พอตั้งสติได้จึงลุกขึ้นให้คนเดินประคองไปดู เมื่อเห็นศพสามี นางเบญจวรรณถึงกับร่ำไห้โฮออกมาน้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ทำให้ผู้พบเห็นต่างเศร้าสลดไปตาม ๆ กัน

ผบ.ตร.รุดเยี่ยมผู้บาด เจ็บ

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร.และพล.ต.ต.วิชัย เดินทางเข้าเยี่ยมอาการ พญ.พิภัทรา ที่รพ.ราชวิถี ซึ่ง พญ.พิภัทรา ถูกยิงเข้าที่ช่องท้อง 1 นัด แพทย์ได้ผ่าตัดเอากระสุนออกเรียบร้อย ขณะนี้อาการพ้นขีดอันตรายแต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ พักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู แต่ยังมีสติพูดคุยถามตอบได้ จากนั้น พล.ต.อ.วิเชียร นำกระเช้าดอกไม้เข้าเยี่ยม ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่งาน จร.สน.พญาไท ที่ห้องผ่าตัดกระดูก ชั้น 2 อาคารกาญจนาภิเษก รพ.ตำรวจ เบื้องต้นพบว่า แพทย์ได้เข้าเฝือกอ่อนที่ลำคอ และผ่าตัดข้อเท้า จากนั้น พล.ต.อ.วิเชียร ได้กล่าวให้กำลังใจ และชื่นชมถึงความกล้าหาญของ ด.ต.จิโรจน์ ที่เข้ามาระงับเหตุ จนถูกชนได้รับบาดเจ็บ

ปูนบำเหน็จ 5 ขั้น 7 ชั้นยศ

พล.ต.อ.วิเชียร เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายเป็นชาว จ.นครศรีธรรมราช และเดินทางมาเยี่ยมพี่สาวแถวบางใหญ่ มีพฤติกรรมเสพยาบ้ามาไม่ต่ำกว่า 1 ปี และพอดื่มสุราเข้าไปเลยเกิดอาการคลุ้มคลั่งจนก่อเหตุดังกล่าว ส่วน ด.ต.จิโรจน์ นั้นได้รับบาดเจ็บกระดูกคอแตกบางส่วน และได้รับการผ่าตัดข้อเท้าด้วย เนื่องจากถูกคนร้ายขับรถพุ่งชน ขณะนี้ก็รู้สึกตัวดี อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ต้องขอกล่าวชื่นชม ความกล้าหาญ ของ ด.ต.จิโรจน์ ที่พยายามเข้าไปสกัดกั้นรถของคนร้าย ซึ่งทางตำรวจจะทำการช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการอย่างเต็มที่ โดยในเบื้องต้นจะช่วยเหลือเรื่องเงินกับตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ 115,000 บาท จากมูลนิธิบุณยะจินดา ส่วน ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต จะได้รับเงิน 1.5- 2 แสนบาท พร้อมปูนบำเหน็จ 5 ขั้น 7 ชั้นยศ และจะมีพิธีรดน้ำศพในวันที่ 15 เม.ย.นี้

แม่ พญ.เผยยังช็อกไม่หาย

ด้านนางลักขณา สายโลหิต อายุ 59 ปี มารดาของ พญ.พิภัทรา เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยอาการตื่นตกใจว่า ช่วงเช้าตนเองกับลูกสาวเดินสายทำบุญเริ่มจากวัดสุคันธาราม ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เมื่อทำบุญเสร็จก็จะไปแถวสยามฯ กันต่อ เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุใกล้รพ.ราชวิถี มีคนร้ายใช้อาวุธปืนมาจี้รถให้หยุดจากนั้นได้เปิดประตูเอาปืนจี้หัวลูกสาว ตนเองและลูกสาวตกใจ และหวาดกลัวมาก พนมมือไหว้ร้องขอชีวิต ตนเองจึงลงจากรถ และคนร้ายได้จี้ลูกสาวขึ้นไปในรถ ต่อมาตำรวจได้ระดมยิงใส่รถที่ลูกตนเองนั่งอยู่ด้วย ตนหวาดกลัวมากและช็อก ถึงตอนนี้ยังไม่หายช็อกเลย ยิ่งลูกสาวได้รับบาดเจ็บก็ยิ่งตกใจมากขึ้นแต่แพทย์ได้ช่วยเหลือจนลูกสาวพ้น ขีดอันตรายแล้ว ตนเองได้แต่วิงวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขออย่าให้ลูกสาวเป็นอะไรไปมากกว่านี้เลย

เผยประวัติพ่อม่ายลูก สอง

ขณะที่ พ.ต.อ.เชิดชาย โมสิกะ ผกก.สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า นายธาดา ผู้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในกรุงเทพฯ เป็นชาว อ.นบพิตำ ตัวเขาเองเป็นเจ้าของสวนยาง ส่วนทางบ้านเป็นเจ้าของตลาด ซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวมีฐานะ นายธาดาเป็นพ่อม่ายเลิกกับเมียเมื่อ 2 ปีก่อน มีลูกด้วยกัน 2 คน ต่อมาไปติดพันกับแม่ม่ายเจ้าของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ กระทั่งเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา นายธาดาบุกเข้าไปหาเรื่องคนในปั๊ม ทำลายทรัพย์สินเสียหาย แล้วคืนวันนั้นเองก็ขับรถพาลูกสาว 1 คนเข้ากรุงเทพฯ จนไปเกิดเรื่องดังกล่าว.


เดลินิวส์ออนไลน์


วันศุกร์ ที่ 15 เมษายน 2554 เวลา 9:58 น.

ที่มา  :http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&contentId=132944&categoryID=419
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3845


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 10:21:51 AM »

วิสามัญคนร้ายชิงรถ


http://www.scdc5.forensic.police.go.th/vi.swf


ข่าว 3 มิติ
14 -4-2011
ครอบครัวข่าว 3

ที่มา : http://www.krobkruakao.com/video.php?type=videoDetail&video=43&path=4766&year=2011&month=04
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 09, 2011, 02:16:39 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.194 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check