ลูกชายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น-อาจารย์สอนภาษา หายตัวลึกลับ-เปิดห้องเจอสาว-คราบเลือดติดรถ -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มกราคม 21, 2017, 05:45:26 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ลูกชายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น-อาจารย์สอนภาษา หายตัวลึกลับ-เปิดห้องเจอสาว-คราบเลือดติดรถ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ลูกชายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น-อาจารย์สอนภาษา หายตัวลึกลับ-เปิดห้องเจอสาว-คราบเลือดติดรถ  (อ่าน 17929 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 02:22:30 PM »

ลูกชายตามหาพ่อชาวญี่ปุ่น-อาจารย์สอนภาษา หายตัวลึกลับ-เปิดห้องเจอสาว-คราบเลือดติดรถ






 จากกรณีนายเทสซึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี ชาวญี่ปุ่น เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ว่านายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งประกอบอาชีพครูสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปตรวจสอบห้องพักในอาคารศรีวราแมนชั่น 2 ย่านซอยนาทอง ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง แต่กลับพบตัวนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี กำลังเก็บข้าวของอยู่ภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ

 เบื้องต้นพบว่า เจ้าตัวนำบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริไปกดเงินถึง 14 ครั้ง รวมเป็นเงิน 700,000 บาท เบื้องต้นเจ้าตัวอ้างว่ารู้จักกันและเข้ามาเก็บข้าวของในห้อง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายโยชิโนริ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวฝากขังที่ศาลอาญา โดยเจ้าตัวได้ประกันในชั้นศาลไป ส่วนนายโยชิโนริยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ต.ค. ที่สน.ห้วยขวาง นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ ลูกชายของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร พงส.ผทค.สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมถึงประเด็นข้อมูลต่างๆ ของนายโยชิโนริ ผู้เป็นพ่อ โดยมีบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและต่างประเทศ พากันมารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้เข้าไปบันทึกภาพทำข่าวแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากสอบปากคำนานประมาณ 3 ชั่วโมง นายเทสซึโอะ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น เดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

 ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เดินทางมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อตรวจเก็บหลักฐานภายในรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ แบบ 4 ประตูติดหลังคา สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ศฉ-1416 กทม. ซึ่งเป็นรถของนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาที่นำบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริไปกดเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงภายในรถ ตามขอบประตู เบาะที่นั่ง เพื่อหาว่าจะมีหลักฐานเกี่ยวกับตัวนายโยชิโนริอยู่ภายในรถบ้างหรือไม่ จากนั้นได้เดินทางเข้าตรวจเก็บหลักฐานภายในห้องพักเลขที่ 238/180 ชั้น 10 อาคารศรีวราแมนชั่น 2 ซอยนาทอง 3 แขวงและเขตดินแดง กทม. เพื่อตรวจเก็บหลักฐาน เบื้องต้นพบข้าวของเครื่องใช้ของผู้หญิงวางอยู่ในห้องจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมไปตรวจสอบต่อไป

 ด้านนายดำรงค์ สุดจันทึก อายุ 30 ปี หัวหน้าฝ่ายตรวจการอาคารศรีวราแมนชั่น 2 กล่าวว่า นายโยชิโนริ เดินทางมาเข้าพักที่ห้องพักดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 51 ที่ผ่านมา โดยทำงานเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่นแบบตัวต่อตัว โดยปกติเจ้าตัวเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่ดื่มเหล้าไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจ และจะพักอยู่คนเดียว ไม่เคยพาบุคคลภายนอกเข้ามาที่อาคารเลย

 จนกระทั่งวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ลูกศิษย์ของนายโยชิโนริ โทรศัพท์มาสอบถามที่นิติบุคคลว่า ทำไมนายโยชิโนริ ถึงไม่ไปสอนภาษาญี่ปุ่น และไม่สามารถติดต่อได้เลย ทางนิติบุคคลจึงช่วยติดต่อประสานไปยังสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อช่วยในการติดตามหาตัวนายโยชิโนริ

 นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา นายเทสซึโอะ ลูกชายของนายโยชิโนริ เดินทางกลับมาจากแจ้งความที่ สน.ห้วยขวาง ก็ได้ติดต่อขอเข้าตรวจสอบห้องพักของนายโยชิโนริ ตนจึงนำกุญแจห้องมาไขเปิดประตูเข้าไปก็ปรากฏว่า ห้องลูกล็อกโซ่จากด้านใน โดยมีผู้หญิงอยู่ในห้องพักอยู่คนหนึ่ง ซึ่งหญิงคนดังกล่าวตะโกนบอกว่า ขอเวลาสักครู่กำลังอาบน้ำอยู่ จากนั้นประมาณ 20-30 นาที หญิงคนดังกล่าวก็เปิดประตูออกมา พบว่าเป็นนางพรชนก ไชยะปะ ตามที่ปรากฏในข่าว อยู่ในสภาพที่เนื้อตัวแห้ง ใส่วิกผมบ๊อบสั้น สวมหมวก ไม่เหมือนคนที่เพิ่งอาบน้ำแต่อย่างใด

 นายดำรงค์ กล่าวต่อว่า ตนจึงสอบถามว่า เป็นใครทำไมถึงเข้ามาในห้องของโยชิโนริได้ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวก็พยายามบ่ายเบี่ยง ตอบวกไปวนมา อ้างแต่ว่า มาเก็บของ มาเอาของเท่านั้น อีกทั้งยังแสดงพิรุธไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับตน แต่กลับหันไปพูดภาษาญี่ปุ่นกับนายเทสซึโอะ ลูกชายของนายโยชิโนริ จับใจความได้ทำนองว่า นางพรชนก รู้ว่านายโยชิโนริอยู่ที่ไหน จะพาไปหา จะไปด้วยกันหรือไม่ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เชิญตัวนางพรชนกออกจากแมนชั่นไป

 นายดำรงค์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางแมนชั่น ก็พบว่านางพรชนก ขับรถกระบะคันของตัวเองมาจอดไว้ที่อาคารเพชรคณา คอนโดมิเนียม ที่อยู่ห่างศรีวราแมนชั่น 2 ประมาณ 200 เมตร เนื่องจากหากรถที่จะเข้ามาจอดภายในอาคารต้องมีสติ๊กเกอร์ของอาคารเท่านั้น จากนั้นก็เดินลากกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เข้ามาที่ล็อบบี้ของแมนชั่น ก่อนจะใช้คีย์การ์ด กดลิฟท์ตัวกลางขึ้นมาที่ชั้น 9 ก่อนจะเดินเลี้ยวออกไปทางบันไดหนีไฟ แล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น 10 ก่อนจะใช้กุญแจไขห้องพักของนายโยชิโนริเข้าไป จนกระทั่งตนกับลูกชายนายโยชิโนริเข้ามาพบในช่วงบ่าย

 นายดำรงค์ กล่าวด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนทำงานอยู่ที่แมนชั่นมานาน 4 ปี ไม่เคยพบเห็นนางพรชนก เลยแม้แต่ครั้งเดียว นายโยชิโนริก็ไม่เคยพาเข้ามาที่แมนชั่นด้วย แต่จากการตรวจสอบประวัติการเข้าออกภายในอาคารของนางพรชนก ก็พบว่า เจ้าตัวเดินทางเข้ามาที่อาคารศรีวราแมนชั่นนี้ตั้งแต่เดือน เม.ย.56 ที่ผ่านมา โดยเข้ามาถี่มาก หลังจากนั้นก็เข้ามานานๆ ครั้ง โดยช่วงเวลาที่เข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นระยะเวลาหลัง 23.00 น. ก่อนจะออกไปในช่วงเวลา 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ทั้งนี้ตนไม่พบเจอตัวนายโยชิโนริเลย ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าน่าจะหายตัวไปในช่วงวันที่ 21-29 ก.ย.

 ขณะที่ พ.ต.อ.อภิฌาณ สวัสดิบุตร พงส.ผทค. เปิดเผยว่า วันนี้ได้สอบปากคำนายเทสซึโอะ ลูกชายของนายโยชิโนริ ที่หายตัวไป โดยเบื้องต้นนายเทสซึโอะเเจ้งความเพียงว่าบิดาหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อยู่ในช่วงสืบสวน ยังไม่สามารถสรุปได้ว่านายโยชิโนริยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน ในส่วนของสำนวนขณะนี้สอบปากคำพยานไปแล้ว 2-3 ปาก ซึ่งได้ข้อมูลมาพอสมควร แต่ต้องมีการรวบพยานหลักฐานในส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย รวมทั้งเรียกพยานอื่นมาสอบปากคำด้วย

 นอกจากนี้มีการตรวจสอบรถอีซูซุ ดีแม็กซ์ ของนางพรชนกแล้ว โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือ และรายละเอียดอื่นๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการประกอบสำนวนเบื้องต้น พบคราบคล้ายเลือด จึงต้องทำการตรวจพิสูจน์ให้ทราบแน่ชัด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปเก็บหลักฐานที่ห้องพักของนายโยชิโนริ ซึ่งเบื้องต้นพบข้าวของเครื่องใช้ของผู้หญิงวางอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 16:51 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE16VXpPVFkzTlE9PQ==&catid=01



บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 02:24:09 PM »

ตร.ตามสอบ 5 จุด ที่พักสาวคนสนิท หลังครูญี่ปุ่นหายตัวปริศนา พบรอยโบกปูน-กลิ่นเหม็น!!


 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บช.น.ได้จัดทีมร่วมกันประสานงานกับ เจ้าหน้าที่ กก.สส.น.1 ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวางและเจ้าหน้าที่กองพิสุจน์หลักฐาน ออกตรวจสอบตามจุดต่างๆ ที่เป็นบ้านของนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี อยู่ที่เคหะบางพลีหมู่บ้านออร์คิดวิลล่าและบ้านญาติของนางพรชนก ใน ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รวม 5 จุด เพื่อหาเบาะแสและหลักฐานการเชื่อมโยงของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ วัย 79 ปี ครูสอนภาษาญี่ปุ่นที่หายตัวไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสแต่อย่างใด ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางนางพรชนกได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าได้จัดชุดติดตาม นางพรชนก เนื่องจากเป็นคนสำคัญคนหนึ่งที่สามารถให้เบาะแสของการหายตัวไปของครูสอนภาษาญี่ปุ่นรายนี้ได้

 ด้านพ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า จากการตรวจค้นที่บ้านพักของนางพรชนก ภายในหมู่บ้านออร์คิดวิลล่า ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ นั้นยังไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงกับการหายตัวไปของนายโยชิโนริแต่อย่างใด จากการสอบปากคำนางพรชนกครั้งสุดท้ายที่พบกับนายโยชิโนริ ช่วงคืนวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าตนได้พานายโยชิโนริไปพบแพทย์ที่ ร.พ.แห่งหนึ่ง ย่านบางนา เพื่อรักษาโรคประจำตัวเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจตีบ ก่อนจะมาส่งที่ห้องพักเลขที่ 180 ชั้น 10 ภายในศรีวราแมนชั่น 2 แขวงสามเสนนอก เขตดินแดง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ก่อนที่นายโยชิโนริจะหายตัวไปดังกล่าว

 ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ประสานไปยังธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เพื่อขอตรวจสอบเส้นทางธุรกรรม-และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดที่กดเงิน ของนายโยชิโนริ ซึ่งภายหลังจากการหายตัวไปนั้น ทางเจ้าหน้าที่พบว่านางพรชนกได้นำบัตรกดเงินสดไปกดเครื่องกดเงินอัตโนมัติต่างๆ โดยกดครั้งละ 50,000 บาท อีกทั้งเงินในบัญชีได้หายไปเป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท

 วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ศรีวรา รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการหายตัวของนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นว่า วันนี้ฝ่ายสืบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 5 จุด ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งป็นบ้านพักของนางพรชนก เพื่อนสาวคนสนิทของนายโยชิโนริ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

 เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งต้องสงสัยหรือผิดปกติ อีกทั้งอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวนางพรชนก มาสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นต้องสงสัยอื่นๆ ซึ่งก่อนหน้านี้นางพรชนกได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ทั้งนี้ประวัติของนางพรชนก เคยมีคดียักยอกทรัพย์ และเคยอยู่กินกับสามีชาวญี่ปุ่น ก่อนหน้าจะมาพบกับนายโยชิโนริ แต่สามีชาวญี่ปุ่นคนแรกเสียชีวิตจากการตกบันได และพบว่าเคยมีการทำกรมธรรม์ไว้ก่อนเสียชีวิตเพียงไม่นาน โดยนางพรชนกเป็นผู้รับประโยชน์

 ทั้งนี้จากการตรวจสอบบ้านสาวคนดังกล่าว พบว่ามีร่องรอยการดัดแปลงพื้นที่หลายแห่ง และโบกปูนทับ นอกจากนั้นยังมีกลิ่นเหม็นลอยมาเป็นระยะ โดยในวันที่ 19 ต.ค. เจ้าหน้าที่เตรียมขอหมายศาล เข้าตรวจค้นบ้านซ้ำอีกครั้ง

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 19:23 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE16WXpOVEF3TkE9PQ==&catid=01

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 03:12:19 PM »

ตร.ออกหมายเรียกสาวโยงคดีครูญี่ปุ่นหายตัวลึกลับ เผยหลบหนีไปพร้อมสามี-ลูก


ภาพ : ภาพ : นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี (เสื้อโปโลแขนสั้นสีดำ) พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจ สน.ห้วยขวาง กรณีที่ นายโยชิโนริ ชิมะโตะ บิดา สูญหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งตำรวจก็ได้สอบปากคำเพิ่มเติมในเรื่องส่วนตัวและส่วนที่ยังไม่มีในรายงานการสอบสวน

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ บก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท. รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา รรท.ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สส.บก.น.1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันประชุมคลี่คลายคดี นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวว่า วันนี้ประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บช.น. ซึ่งเป็นการประชุมเพื่อหาประวัติความเป็นมาของ นายโยชิโนริ และนางพรชนก ทั้งนี้รวมถึงจะมีการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของบัญชีของทั้ง 2 คนว่ามีการเคลื่อนไหวหรือไม่ รวมถึงข้อมูลประกันชีวิตของนายโยชิโนริ ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามตัว นายโยชิโนริ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องตรวจสอบสถานะของ นายสมชาย และ นางพรชนก ว่ามีการจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่

 จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ยังพบว่า นางพรชนก มีลูกสาว 2 คน โดยคนโต อายุ 24 ปี เป็นลูกของนางพรชนก กับ นายสมชาย และพบว่าทำงานอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปเจอลูกสาวคนโตแล้ว ในส่วนรายละเอียดการสอบถามลูกสาวคนโตขอให้ติดตามจากเจ้าหน้าที่ สน.ห้วยขวาง ส่วนลูกสาวคนเล็ก อายุ 17 ปี นั้น จากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นลูกของ นางพรชนก กับ นายทานากะ ชาวญี่ปุ่นที่ตกบันไดเสียชีวิต เมื่อปี 2546 แต่จะเป็นลูกแท้ๆ หรือเป็นเพียงลูกบุญธรรมต้องตรวจสอบประวัติอีกครั้ง
 ทั้งนี้เบื้องต้นทราบว่า นางพรชนก ได้หลบหนีไปพร้อมกับ นายสมชาย และลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านลูกสาวคนโตใน จ.ปราจีนบุรี อีกครั้ง อีกทั้งจะลงตรวจสอบบ้านญาติใน จ.พิษณุโลก อีกด้วย อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าคดีของ นายโยชิโนริ ขณะนี้ยังเป็นเพียงคดีบุคคลสูญหายเท่านั้น ยังไม่จัดเป็นคดีฆาตกรรมแต่อย่างใด เนื่องจากยังไม่พบศพหรือมีข้อมูลทางนิติเวช

 พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่รอผลตรวจการเข้าตรวจสอบภายในห้องเลขที่ 180 ชั้น 10 ของศรีวราแมนชั่น ซึ่งเป็นห้องพักของนายโยชิโนริ บ้านที่เคหะบางพลี ซึ่ง นางพรชนก เป็นคนเปิดให้ นายโยชิโนริ เข้าไปสอนภาษา บ้านที่บางเสาธง และรถยนต์ของ นางพรชนก ที่ตรวจยึดมาได้ จากเจ้าหน้าที่พฐ. รวมถึงผลดีเอ็นเอของ นายเทสซึโอะ ลูกชาย นายโยชิโนริ ที่รอการเปรียบเทียบ

 ส่วนของการรื้อฟื้นคดีของชายชาวญี่ปุ่นที่ตกบันไดเมื่อ ปี 2546 นั้น ต้องศึกษารายละเอียดอีกครั้งว่าจะสามารถรื้อฟื้นได้หรือไม่ แต่ในทางรูปคดีนั้น ถือว่าจบไปแล้ว และยอมรับว่ามีชายชาวญี่ปุ่นที่สามารถระบุได้ว่าเกี่ยวข้องกับ นางพรชนก มี 2 คน คือ นายทานากะ และ นายโยชิโนริ ส่วนคนอื่นๆ นั้น เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลจากพยานแวดล้อมที่ระบุว่ามักจะมีชายชาวญี่ปุ่นหลายรายแวะเวียนมาหา นางพรชนก ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายคามาการิ ที่มาทิ้งจดหมายไว้ที่บ้านของ นางพรชนก เมื่อปี 2553 เพื่ออ้อนวอนขอให้ นางพรชนก คืนเงินจำนวน 3 ล้านบาท

 พ.ต.อ.สมบัติ กล่าวด้วยว่า เมื่อตรวจสอบไปยังประกันของ นายทานากะ พบว่าหลังจากที่ นายทานากะ ตกบันไดเสียชีวิตนั้น นางพรชนกได้เงินประกันไปประมาณ 3 ล้านบาท ในส่วนรายละเอียดอื่นๆ คงต้องรอให้เจอตัว นางพรชนก เพื่อสอบถามข้อมูลต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับเจ้าหน้าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พบว่ายังไม่มีการหลบหนีออกนอกประเทศ 

 ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. ที่สน.ห้วยขวาง นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี ลูกชาย นายโยชิโนริ พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

 ด้าน พ.ต.อ.อภิฌาน สวัสดิบุตร พงส.ผทค.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า วันนี้เป็นการสอบปากคำ นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ ลูกชาย นายโยชิโนริ ซึ่งเดินทางพร้อมตำรวจญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สถานทูต โดยเป็นการแจ้งความคืบหน้าเรื่องคดี และสอบประเด็นที่เคยสอบไว้แล้ว เพียงเรียกมาสอบเพิ่มเติมเท่านั้น ซึ่ง นายเทสซึโอะ และเจ้าหน้าที่สถานทูตก็พอใจในรูปคดี และคงไม่มีการเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกแล้ว เนื่องจากสอบไปหมดแล้ว และนายเทสซึโอะ ก็จะเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 23 ต.ค.นี้แล้ว

 พ.ต.อ.อภิฌาน กล่าวต่อว่า ลูกชายรับทราบว่า พ่อคบหากับหญิงไทย ในช่วงเดือนมีนาคมปีนี้ และเคยโทรศัพท์หาพ่อในช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่เป็นผู้หญิงรับสายบอกว่าพ่อป่วย จากนั้น นายเทสซึโอะ จึงมาเมืองไทย วันที่ 13 ต.ค. และได้พบหน้า นางพรชนก ในวันที่ 14 ต.ค. ตอนที่ตำรวจจับกุมตัวมา โดยที่ผ่านมาไม่เคยทราบความขัดแย้งระหว่างพ่อกับหญิงไทยที่คบหาเลย

 พ.ต.อ.อภิฌาน กล่าวต่ออีกว่า ตอนนี้ทางตำรวจได้ออกหมายเรียกนางพรชนก มาให้ปากคำ เพราะแม้จะสอบพยานไป 5-6 ปาก แต่พยานปากสำคัญ คือ นางพรชนก ที่รู้ว่า นายโยชิโนริ อยู่ที่ไหน เพราะเคยอ้างว่าเป็นคนพา นายโยชิโนริ ไปโรงพยาบาลบางนา 2 ก่อนจะส่ง นายโยชิโนริ ขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีอุดมสุขกลับที่พักย่านห้วยขวางคนเดียว

 เบื้องต้นกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพ นายโยชิโนริ บนสถานีรถไฟฟ้าได้ จากการตรวจสอบก็ไม่พบว่านายโยชิโนริทำประกันชีวิต ทั้งที่ไทยและญี่ปุ่น มีแต่เงินข้าราชการบำนาญเท่านั้น ส่วนคดีสามีคนที่ 2 ของนางพรชนกตกบันไดเสียชีวิตที่สภ.บางพลีนั้น ได้ประสานขอข้อมูลแล้วไม่พบเรื่องต้องสงสัยแต่อย่างใด

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 17:12 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE16Z3dNREF3TlE9PQ==&catid=01 

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 03:16:25 PM »


สาวรับสารภาพแล้ว ฆ่า-หั่นศพครูญี่ปุ่น ก่อนแยกชิ้นส่วนไปทิ้งคลอง จ.สมุทรปราการ














รับสิ้นร่วมกับผัวขับแท็กซี่ลงมือโหด แฉฆ่าหั่นศพแล้วยัดถุง-เททรายถ่วง ก่อนนำไปทิ้งอำพรางในคลอง ผบช.น.นำทีมสืบสวนเร่งงมหาศพ ตร.เค้นสอบขยายผลหาปมฆ่าสยอง

จากกรณีนายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ครูสอนภาษาญี่ปุ่นในไทยหายตัวไปตั้งแต่เมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้นายเท็ตสึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี บุตรชาย เดินทางมาตามหาและแจ้งความไว้ที่สน.ห้วยขวาง ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพักนายโยชิโนริ พบนางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี หญิงคนสนิทกำลังเก็บของอยู่ในห้อง จึงคุมตัวมาสอบปากคำ พบนางพรชนกนำบัตรเอทีเอ็มของนายโยชิโนริไปกดเงิน 700,000 บาท โดยอ้างรู้จักกัน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไป

วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวข่าวสดรายงานว่า จากการสอบสวนนางพรชนก ล่าสุด ยอมรับสารภาพแล้วว่า เป็นคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่านายโยชิโนริ โดยหั่นศพแยกชิ้น ก่อนใส่ถุงปุ๋ยและเททรายลงไป โดยตอนแรกนางพรชนกให้การอ้างว่านำศพไปทิ้งในคลองย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจค้นกลับไม่พบ จึงเค้นสอบนางพรชนกอีกครั้ง และให้การว่านำศพใส่กระสอบไปทิ้งในคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต ย่านบางเสาธง

จากนั้นพล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จรติเอก พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงนำกำลังอีกชุดออกไปค้นหาศพของนายโยชิโนริ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำและควบคุมตัวนางพรชนกไปชี้จุดที่ทิ้งอำพรางศพด้วย นอกจากนี้นายสมชายยังรับสารภาพว่า ร่วมก่อเหตุฆ่านายโยชิโนริด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังคุมตัวสอบสวนขยายผล

ส่วนสาเหตุการลงมือฆ่าหั่นศพสยองครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พยายามเค้นสอบนางพรชนก จนรับสารภาพว่าประสงค์ต่อทรัพย์สินของนายโยชิโนริ

ต่อมาเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดค้นหาและนักประดาน้ำได้ลงค้นหาศพในคลองอย่างละเอียด ตามคำให้การของนางพรชนกที่ระบุหั่นศพนายโยชิโนริแยกเป็น 4 ถุงและนำมาทิ้งอำพราง ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบถุงปุ๋ย 2 ถุง เบื้องต้นพบด้านในมีชิ้นเนื้อและอวัยวะภายใน แต่ต้องรอเจ้าหน้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาพิสูจน์และตรวจสอบอีกครั้ง และจะเร่งค้นหาตลอดทั้งคืน

ที่สน.ห้วยขวาง พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ แสวสว่าง ผกก.สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมกซ์ สีเทา ทะเบียน ศฉ 1416 กทม. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้พร้อมนางพรชนก หลังนำรถคันดังกล่าวไปใช้กดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อนำเงินในบัญชีของนายโยชิโนริมา   

พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบอาวุธมีดที่ใช้สำหรับเดินป่า ความยาวประมาณ 15 นิ้ว พร้อมซองหนังที่บริเวณด้านหลังเบาะคนขับ ซึ่งเป็นมีดที่นายสมชาย ให้การรับสารภาพว่าเป็นมีดที่ใช้หั่นศพนายโยชิโนริ ก่อนนำชิ้นส่วนไปทิ้งที่คลองบริเวณ ซ.นวมินทร์ 16 หลังมหาวิทยาลัยเอแบค พื้นที่ สภ.บางเสาธง โดยมีดมีลักษณะของคราบเลือดติดอยู่ที่ปลายของมีด ซึ่งจะส่งต่อไปให้เจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบอย่างละเอียด ว่ามีเป็นคราบเลือดของนายโยชิโนริหรือไม่ ส่วนรถคันดังกล่าวจะนำส่งไปตรวจพิสูจน์ด้วย


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 21:56 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE16a3dNemsyT0E9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 04:02:17 PM »

พบแล้วศพญี่ปุ่นถูกฆ่ายัดถุงทิ้งน้ำ














ตำรวจเร่งพิสูจน์ศพในถุง เพื้อยืนยันครูญี่ปุ่น


จากกรณีที่ นายเทสซึโอะ ชิมาโตะ อายุ 47 ปี ชาวญี่ปุ่น เข้าแจ้งความตำรวจ สน.ห้วยขวาง ว่า นายโยชิโนริ ชิมาโตะ อายุ 79 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งประกอบอาชีพครูสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยได้หายตัวไป โดยตำรวจไปตรวจสอบห้องพักในอาคารศรีวราแมนชั่น 2 ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง จนพบและจับกุม นางพรชนก ไชยะปะ อายุ 47 ปี เพื่อนสาวชาวไทยของ นายโยชิโนริ ที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย ใช้บัตรเอทีเอ็มของ นายโยชิโนริ ไปตระเวนกดเงินสดกว่า 7.2 แสนบาท นอกจากนี้ยังได้จับกุม นายสมชาย แก้วบางยาง สามีของ นางพรชนก โดยเชื่อว่าทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่นรายนี้

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์สืบสวน บช.น. ได้เปิดเผยผลการสอบปากคำสองผู้ต้องหาล่าสุด ว่า หลังจากที่เค้นสอบ นายสมชาย และนางพรชนก อย่างละเอียด ในที่สุด นายสมชาย ได้ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ได้วางแผนร่วมกับ นางพรชนก ลงมือสังหาร นายโยชิโนริ จริง เนื่องจากต้องการเงินและสมบัติของผู้ตาย ไปใช้จ่ายปัญหาเรื่องการเงินที่กำลังประสบอยู่ ก่อนจะอำพรางด้วยการหั่นศพเหยื่อใส่ถุงขยะสีดำแยกเป็น 4 ถุงแล้วนำขึ้นรถแท๊กซี่ของตน ไปทิ้งลงในลำคลองย่านถนนบางนา-ตราด กม.ที่ 25 โดยมีการตักทรายใส่ลงไปในถุงด้วยเพื่อเป็นการถ่วงน้ำหนักไม่ให้ศพลอยขึ้นมา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่ทิ้งศพ เพื่อค้นหาร่างของ นายโยชิโนริ แล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า สำหรับ นางพรชนก มีพฤติการณ์เป็นพวก 18 มงกุฎ มักจะต้มตุ๋นเหยื่อที่เป็นชายชาวญี่ปุ่น เนื่องจาก นางพรชนก สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี จนมักมีชายชาวญี่ปุ่นตกเป็นเหยื่ออยู่เสมอ

ตำรวจและประดาน้ำ ได้รุดไปตรวจสอบที่คลองดังกล่าว กระทั่งเวลา 22.00 น.ทีมนักประดาน้ำได้พบถุงปุ๋ยถุงหนึ่งจมอยู่ก้นคลองเมื่องมขึ้นมาพบว่ามีขนาดความยาวประมาณ 50 ซม.กว้าง 30 ซม.เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงเปิดออกดูพบว่าถูกห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำและสีขาวอีกหลายชั้น แต่ละชั้นมีทรายบรรจุอยู่ตามคำรับสารภาพเมื่อเปิดดูจนหมดก็พบเศษชิ้นส่วนมนุษย์ช่วงกลางลำตัว บริเวณท้องซึ่งมีตับไตไส้พุงติดมาด้วย สักพักก็พบถุงปุ๋ยลักษณะเดียวกันอีกถุงที่ก้นคลองเช่นกันเมื่อเปิดออกดูพบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ มือ และเท้าทั้ง 2 ข้าง ส่วนอีก 2ถุงจะได้ค้นหาต่อไป

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งนำศพในถุง ให้เจ้าหน้าที่นิติเวช พิสูจน์ว่าเป็นศพของ ครูสอนภาษาญีุ่่ปุ่นหรือไม่ อย่างเร่งด่วนแล้ว.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 11:02 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/crime/275572/


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2014, 02:49:10 PM »

ผัวเมียฆ่าญี่ปุ่นนอนคุกคืนแรกฉลุย


2 ผัวเมีย ฆ่าครูญี่ปุ่น นอนคุกคืนแรกไร้เครียด ผบ.เรือนจำสั่งติดวงจรปิด สังเกตพฤติกรรมหวั่น ความปลอดภัย


เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผย จากการสังเกตพฤติกรรมของนายสมชาย แก้วบางยาง และนางพรชนก ไชยะปะ 2 ผัวเมียที่ก่อเหตุฆ่า นายโยชิโนริ ชิมาโต ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น ซึ่งถูกนำมาฝากขังผลัดแรก ไม่พบปัญหาใดๆ โดยนายสมชายถูกคุมขังในแดนแรกรับตามขั้นตอนปกติ และไม่ได้แยกออกไปคุมขังพิเศษ ให้ใช้ชีวิตรวมกับผู้ต้องขังทั่วไป แต่ให้นอนในห้องที่มีกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นผู้ต้องขังคดีร้ายแรง ประชาชนให้ความสนใจ

นายอายุตม์ ให้การต่อไปว่า ทั้งนี้ช่วงกลางวันจะจำกัดบริเวณไม่ให้ผู้ต้องหา เดินเพ่นพ่านไปมา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดูแลใกล้ชิด เพราะคดีในลักษณะนี้ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ส่วนในช่วงวันหยุดได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องสภาพจิตใจ เพราะผู้ต้องขังอาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีกหลายคดีนั้น เรือนจำมีขั้นตอนตรวจสภาพจิตอยู่แล้ว เบื้องต้นไม่พบความผิดปกติ และไม่มีอาการเครียด ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนางพรชนกที่ถูกส่งตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง มีการควบคุมดูแลเหมือนผู้ต้องขังทั่วไป เพราะการควบคุมผู้ต้องขังหญิงไม่มีห้องแยกขัง เรื่องสภาพจิตใจในกรณีผู้ต้องขังสุ่มเสี่ยงทัณฑสถานหญิงกลางมีการประสานกับสถาบันกัลยาราชนครินทร์ให้การตรวจสอบดูแล แต่นางพรชนกยังไม่พบอาการผิดปกติ.

เดลินิวส์ออนไลน์
วันอาทิตย์ 26 ตุลาคม 2557 เวลา 12:59 น.
ที่มา :http://www.dailynews.co.th/Content/crime/276505
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2014, 02:52:44 PM »

หิ้ว2ผัวเมียชำแหละศพครูญี่ปุ่นฝากขัง





ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/crime/276339
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2014, 04:28:38 PM »

คุมตัว2ผู้ต้องหา ทำแผนฆ่าญี่ปุ่นอีกคดี เหตุเกิดเมื่อปี 46 - รับสิ้นอยากเป็นเจ้าของกิจการของเหยื่อ




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 ต.ค.57 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผช.ผบ.ตร พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชาย อินตาพวง รองผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี พ.ต.ท.เชาวน์ ป้อมงาม รองผกก.สส.พ.ต.ท.สมชาย เพียขันธ์ หัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.ภูวนาถ แก่นจันทร์ สว.สส.พร้อมฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ร่วมกันนำตัวนายสมชาย แก้วบางยาง ผู้ต้องหาในคดีฆ่าอาจารย์ญี่ปุ่นไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพิ่ม หลังให้การยอมรับว่า ฆ่านายคัตซึโทชิ ทานากะ สามีคนที่ 2 ของนางพรชนก ไชยะปะ ที่ อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เลขที่ 99/427-428 ริมถนนบางนาตราด กม.18 ย่านบางพลี ซึ่งเป็นบ้านเช่าและบริษัทขายเครื่องมือการเกษตรของนายทานากะ ด้วยการผลักตกบันได เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2546

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว นายสมชาย ลงจากรถตู้ ซึ่งนายสมชาย มีสีหน้าอิดโรย มาชี้จุดแรกที่บริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ ต่อด้วยจุดที่นั่งดื่มสุรากับ นายทานากะ และนางพรชนก รวมถึงน้องชายและบิดาของนายสมชายด้วย จากนั้นจึงนำตัวขึ้นไปที่ชั้น 2 ของบ้านโดยนายสมชายให้การหลังแยกย้ายกันพักผ่อน ตนก็นอนอยู่ในห้องกับบิดาและน้องชาย ส่วนนายทานากะ นอนอยู่บนชั้น 3 กับนางพรชนก

 จากนั้นช่วงกลางดึกตนจึงออกไปนั่งรอนายทานากะตรงบันไดทางขึ้นชั้น 3 นายทานากะเดินลงมาเข้าห้องน้ำ จึงเดินตามไปที่ทางลงบันไดระหว่างชั้น2 กับชั้น 3 ของอาคาร ก่อนใช้ขาขัดเพื่อให้นายทานากะเสียหลักก่อนจะใช้มือผลักที่หลังเพื่อให้นายทานากะ ตกบันไดลงมา อยู่ช่วงกลางระหว่างชั้น 2 กับ 3 จากนั้น ตนก็ตามลงมาพร้อมกับจับศีรษะของนายทานากะยัดเข้าไประหว่างช่องเหล็กของราวบันไดและกระทืบซ้ำที่บริเวณต้นคอจนนายทานากะหน้าซีดหมดลมเสียชีวิตจึงแกล้งส่งเสียงโวยวายว่า นายทานากะตกบันได แล้วจึงให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านช่วยกัน นำนายทานากะ ส่ง รพ.

 นายสมชายให้การว่า แรงจูงใจของการฆ่านายทานากะนั้นมาจากความหึงหวง ที่นายทานากะมามีความสัมพันธ์กับนางพรชนก ภรรยาของตน และต้องการครอบครองเป็นเจ้าของบริษัทขายเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตรที่นายทานากะเป็นเจ้าของกิจการ ส่วนเงินประกันนั้นตนเองไม่ทราบว่า นายทานากะได้ประกันไว้ และที่สามารถเข้าออกบ้านนี้ได้โดยนายทานากะไม่สงสัยเพราะ นางพรชนก บอกกับนายทานากะว่า ตนเป็นพี่ชาย

ส่วนนางพรชนก ให้การว่า หลังเห็นว่านายทานากะตกบันได จึงได้ให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านช่วยกันนำนายทานากะส่งโรงพยาบาลแต่ไม่ยอมรับว่า ร่วมกันก่อเหตุฆ่านายทานากะครั้งนี้ ส่วนเงินประกัน 6 ล้านบาทนั้นได้แบ่งให้ลูกชาวญี่ปุ่นของนายทานากะไปและตนได้มาส่วนหนึ่งเมื่อใช้หนี้ต่างๆก็เหลือใช้เพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น และระหว่างเดินไปทำแผนตรงจุดที่นายทานากะนอนที่กลางบันได นางพรชนกเกิดเป็นลมเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงยุติการทำแผนและนำตัวทั้ง 2 คนส่งฝากขังที่ศาลอาญารัชดาทันที

 ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในช่วงเช้าตำรวจ สภ.บางเสาธง ได้นำตัวนางพรชนก ไปทำแผนจุดที่กดเงินออกจากเอทีเอ็มของ ธ.กรุงเทพ สาขา นิคมอุตสาหกรรม(บางพลีเมืองใหม่) ปากซอยนิคมฯ4 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

หลังจากนั้นทางชุดสืบสวน สภ.บางพลีก็ได้นำตัวนายสมศักดิ์ แซ่ลิ้ม น้องชาย นายสมชาย แก้วบางยาง ไปชี้จุดตามคำให้การที่ระบุว่า วันเกิดเหตุ เมื่อปี 2546 ตน นายทานากะ นายสมชาย นางพรชนก และบิดาของตน รวม 5 คน ได้นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกัน กระทั่งดึกจึงได้แยกย้ายกันไปนอน โดยตนนอนอยู่ชั้น2 กับนายสมชายและบิดา

 ต่อมาช่วงประมาณ 03.00น. ได้ยินเสียงคล้ายคนทะเลาะกัน เป็นภาษญี่ปุ่นจากชั้นบน แต่ก็ไม่ได้สนใจ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็เลยเดินขึ้นไปดู ก็เห็นนายทานากะ นอนแน่นิ่งอยู่ที่กลางบันไดทางขึ้นชั้น3 พร้อมทั้งเห็น นายสมชายกับนางพรชนก ยืนอยู่ใกล้กับนายทานากะ ก่อนที่นางพรชนกจะให้ตนช่วยนำร่าง ส่ง รพ.จุฬารัตน์ 1 แต่แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาก่อนแล้ว หลังจากนั้น นางพรชนก บอกให้ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ บอกกับตำรวจว่า นายทานากะ ตกบันไดจนเสียชีวิต

ด้านพล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ ได้มีพยานบุคคลที่ยืนยันการกระทำผิดของของผู้ต้องหา มีพยานเอกสาร พยานวัตถุ และคำให้การรับสารภาพของผู้กระทำผิด ทั้งในขณะที่สอบปากคำเป็นพยานได้เล่าเรื่องราวต่างๆว่าได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และได้รวบรวมหลักฐานที่มีทั้งหมดรวมทั้งพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลักฐานทางกองพิสูจน์หลักฐาน

 เมื่อมารวมกันแล้วสามารถยืนยันได้ว่า การเกิดเหตุในครั้งนั้นไม่ได้เกิดเหตุจากการตกบันได และผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นก็ได้ให้การเป็นประโยชน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดนำเสนอศาล เพื่อขออนุมัติจับกุมและออกหมายจับ นายสมชาย และนางพรชนก ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน”

 ซึ่งนายสมชายก็ได้มานำชี้ที่เกิดเหตุประกอบให้การรับสารภาพแล้ว ส่วนนางพรชนก ยังให้การภาคเสธ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็จะรวบรวมพยานเอกสารและพยานวัตถุทั้งหมด สรุปสำนวน เสนออัยการเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป

ด้านพ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผกก.สภ.บางพลี เปิดเผยว่า หลังจากนี้ที่บุตรสาวของนายทานากะ มาร้องขอความเป็นธรรมให้ตำรวจช่วยรื้อฟื้นคดี ทางพล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผบ.ตร. จึงลงมาดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งสั่งการให้ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมชัย อินตาพวง รองผบก.และตำรวจภูธรบางพลี นำสำนวนชันสูตรพลิกศพเก่าจาก สภ.บางแก้วมาวิเคราะห์ จนพบพยานเก่าคือนายสมศักดิ์ แซ่มลิ้ม ซึ่งเป็นน้องชาย ของนายสมชาย ตำรวจจึงเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มโดยนายสมศักดิ์ให้การไม่ตรงกับสำนวนเดิม และให้การเป็นประโยชน์มาก เนื่องจากนายสมศักดิ์เองก็มีข้อสงสัยติดใจการตายของนายทานากะ ตั้งแต่แรกเพราะนายทานากะเป็นคนแข็งแรง ไม่ชอบดื่มเหล้าจนเมา จึงสงสัยว่าไม่น่าจะเมาจนตกบันได

 แต่เพราะนางพรชนกได้ห้ามไม่ให้พูดในขณะนั้นจึงให้การอีกอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมแจ้งข้อหาทั้ง 2 คน คือนายสมชาย และนางพรชนก ว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เรียบร้อยแล้ว ส่วนข้อหาแจ้งความเท็จของนางพรชนกนั้น หมดอายุความไปก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งส่งเรื่องขออายัดตัวทั้ง 2 คนด้วย


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 12:40 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5ESXhOVGcxTXc9PQ%3D%3D
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2014, 11:41:35 AM »

เร่งหาตัวอีก 2 ชายชาวญี่ปุ่น อดีตกิ๊ก ‘พรชนก’ ยังหายตัวไร้ร่องรอย


 วันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ บอกว่าหลังจากที่ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ทำการตรวจสอบ และ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม ภายในห้องพักของนางพรชนก ภายในการเคหะบางพลี สมุทรปราการ พบหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชายชาวญี่ปุ่นอีก 2 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอดีตสามีของนางพรชนก ทั้งสิ้น แต่ยังไม่ปรากกฏว่าทั้ง 2 คน นี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับทางสถานทูตญี่ปุ่น เพื่อตรวจสอบว่าชาวญี่ปุ่นอีก 2 คน ที่เกี่ยวข้องกับนางพรชนก ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

 สำหรับชายชาวญี่ปุ่น 2 คน ที่เจ้าหน้าที่กำลังตามหานั้น คนหนึ่งเป็นอดีตสามีของนางพรชนกที่เลิกรากันไปนานแล้ว ส่วนอีกคนเป็นคนที่ไว้วางใจให้นางพรชนก เก็บเงินจำนวน 3 ล้านบาท แต่นางพรชนก นำเงินไปใช้จนหมด และพยายามตีตัวออกห่าง จนกระทั่งมีการเขียนหนังสือทวงเงินไปติดไว้ที่หน้าบ้านมารดาของนางพรชนก และ หลังจากนั้นญี่ปุ่นคนนี้ก็หายตัวไป

 ส่วนคดีฆ่าชาวญี่ปุ่น 2 คดี กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของชุดเฉพาะกิจ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งขึ้นเพื่อคลี่คลายคดีนี้โดยเฉพาะ ซึ่งพยานหลักฐานและการจำลองเหตุการณ์ต่างๆ สามารถประกอบสำนวนให้สมบูรณ์ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะสรุปสำนวนส่งฟ้องได้


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 12:20 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE5EY3pNamszTWc9PQ==&catid=01

บันทึกการเข้า

หน้า: [1] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.102 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check