รัว6นัดคา‘ปอร์เช่’ ฆ่าโหด! เอ็กซ์-จักรกฤษณ์(Update!ประหารชีวิตหมอนิ่ม-ทนายอี๊ด คดีฆ่า ‘เอ็กซ์ จักรกฤ -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤษภาคม 30, 2017, 12:27:33 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

รัว6นัดคา‘ปอร์เช่’ ฆ่าโหด! เอ็กซ์-จักรกฤษณ์(Update!ประหารชีวิตหมอนิ่ม-ทนายอี๊ด คดีฆ่า ‘เอ็กซ์ จักรกฤ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: รัว6นัดคา‘ปอร์เช่’ ฆ่าโหด! เอ็กซ์-จักรกฤษณ์(Update!ประหารชีวิตหมอนิ่ม-ทนายอี๊ด คดีฆ่า ‘เอ็กซ์ จักรกฤ  (อ่าน 42335 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « เมื่อ: ตุลาคม 22, 2013, 09:28:02 AM »

รัว6นัดคา‘ปอร์เช่’ ฆ่าโหด! เอ็กซ์-จักรกฤษณ์





ตำรวจตรวจสอบสภาพรถเก๋งสปอร์ตปอร์เช่ของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักแม่นปืนทีมชาติที่ถูกคนร้ายประกบยิงเหี้ยมเกรียมระหว่างเจ้าตัวขับออกจากซอยหมู่บ้านบัวขาว รามคำแหง 174 เขตมีนบุรี กทม. ไปหาเมียตอนหัวค่ำ ส่วน (ภาพเล็ก) เป็นนาทีชีวิตที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหยื่อกระสุนหลังโดนยิง.

เข้าอก3นัดแพทย์ยื้อชีวิตไม่ได้ มือปืนลั่นไกปากซอยหมู่บ้าน ยังแข็งใจขับหนีไปได้กม.เศษ

มือปืนขี่ จยย.ประกบยิง “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” อดีตนักแม่นปืนทีมชาติคนดังคารถเก๋งสปอร์ตปอร์เช่ ระหว่างขับออกจากหมู่บ้านเข้าถนนรามคำแหงเตรียมมุ่งหน้าไปหาเมียในระยะทางไม่ห่างกัน เหยื่อถูกกระสุนเข้าอก 3 นัด แพทย์ยื้อชีวิตสุดความสามารถ สิ้นใจในเวลาต่อมา ปิดตำนานนักกีฬาอารมณ์ร้อนที่เคยรับบทแสดงหนัง “หมากเตะรีเทิร์นส” ตำรวจยังไม่ปักธงปัญหาระหองระแหงกับภรรยาล่าสุด รอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอีกครั้


คนร้ายประกบยิงอดีตนักแม่นปืนทีมชาติคนดัง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ต.ค. พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์กิตต์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มีนบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันปากซอยรามคำแหง 106 ฝั่งตรงข้ามวัดบำเพ็ญใต้ ถนนรามคำแหง แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรก.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 และฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อ ปอร์เช่ สปอร์ต 2 ประตู รุ่น Boxster สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ช่องทางซ้ายสุด สภาพถูกกระสุนเข้ากระจกข้างคนขับแตกเป็นรูโหว่ 2 รู ตัวถังด้านข้างกระโปรงหน้าถูกกระสุนอีก 3 นัด มีปลอกกระสุนเกลื่อนถนน ส่วนคนเจ็บนำส่ง รพ.เสรีรักษ์ ทราบชื่อ นายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักแม่นปืนทีมชาติคนดัง มีบาดแผลถูกยิงใต้ราวนมซ้าย 2 นัด หน้าอกขวา 1 นัด อาการสาหัสแพทย์พยายามยื้อชีวิตสุดความสามารถเป็นตายเท่ากัน นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บนั่งมาด้วยกันอีกรายเป็นคนงานต่างด้าวสัญชาติพม่าทราบชื่อ น.ส.หวาน อายุ 19 ปี โดนเศษกระจกกระเด็นบาดเข้าขาขวา

ตำรวจสอบปากคำสาวคนใช้ชาวพม่าที่รอดคมกระสุนเฉียดตายเบื้องต้นได้ความว่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ขับรถเก๋งสปอร์ตออกจากบ้านซอยรามคำแหง 174 หรือซอยหมู่บ้านบัวขาว เพื่อมุ่งหน้าไปหา พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาที่เพิ่งมีเรื่องระหองระแหงกันภายในหมู่บ้านสัมมากรห่างจากซอยรามคำแหง 174 ไม่กี่ กม. พอรถมาถึงที่เกิดเหตุ สาวใช้พยานปากเอกได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ตัวเองจึงก้มหมอบไม่คิดชีวิต ก่อนมีเสียงปืนดังตามมาอีกหลายนัดจนสงบลงถึงพบเจ้านายถูกกระสุนเลือดอาบคาเบาะรถ โดยมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้ามาช่วยนำส่งโรงพยาบาล

พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรก.ผบก.น.3 เปิดเผยว่า มีพยานเห็นรูปพรรณสัณฐานคนร้ายเป็นชาย 2 คนขี่รถ จยย.ไม่ทราบรุ่น ยี่ห้อ และสี ตามประกบยิงเหยื่อ 6 นัด ขณะขับรถออกจากปากซอยหมู่บ้านบัวขาว หลังถูกยิงนายจักรกฤษณ์ยังแข็งใจขับหนีไปสิ้นสติตรงจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางกิโลเมตรเศษชนวนเหตุตำรวจยังไม่ให้น้ำหนักไปในเรื่องใด แม้นายจักรกฤษณ์เพิ่งมีคดีความกับครอบครัว คงต้องใช้เวลาอีกระยะในการสืบสวนสอบปากคำคนใกล้ชิดอีกครั้ง พร้อมกันนี้ได้ให้ฝ่ายสืบสวนออกหาพยานเพิ่มเติม และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกนั้นทั้งหมดด้วย

เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติมากฝีมือคนหนึ่ง สืบทายาทจากมานพ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักยิงปืนทีมชาติผู้พ่อ ติดธงครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 18 ปี เคยคว้าอันดับ4 ประเภทสั้นอัดลมยิงช้า กีฬาเอเชียนเกมส์ ปี 1998 เหรียญเงินกีฬาซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ ปี 2005 และทำคะแนนติดอันดับ 8 ในกีฬาโอลิมปิก 2008 นอกจากนี้ ยังเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทคนหนึ่ง โดยเฉพาะสวมบทผู้จัดการทีมชาติลาวในภาพยนตร์เรื่องหมากเตะรีเทิร์นส ถึงกระนั้นก็ตามเจ้าตัวได้ชื่อเป็นคนอารมณ์ร้อน มักมีเรื่องวิวาทกับสมาคมยิงปืนจนถูกแบนจากทีมชาติระหว่างไปแข่งขันซีเกมส์ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาวเมื่อปี 2009

ล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาทำร้ายภรรยาและแม่ตัวเอง ภายหลังนางบุญคิดพณิชย์ผาติกรรม มารดา และ พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา ขอความช่วยเหลือกับนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ถูกอดีตนักมือปืนทีมชาติทำร้ายร่างกายภรรยา และข่มขู่ต่างๆ นานาจนต้องไปนอนอยู่ในคุกหลายวันกว่าจะประกันตัวและบวช ก่อนให้นางปวีณาเป็นกาวใจคืนดีกันทว่าไม่นานก็เกิดเรื่องขึ้นโรงพักอีก เมื่อเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ เข้าแจ้งความจับเมียรักที่กำลังท้องลูกคนที่ 3 หลังพบทรัพย์สินในธนาคารที่เก็บไว้หายไปมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ระหว่างที่ตัวเองถูกจองจำ

เวลา 21.00 น. พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ เมียของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ที่ไปเฝ้าดูอาการสามีอย่างกระวนกระวายที่หน้าห้องฉุกเฉิน กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า แพทย์กำลังยื้อชีวิตเอ็กซ์-จักรกฤษณ์อย่างเต็มที่ อาการล่าสุดยังคงทรงตัว ขณะเดียวกัน นางปวีณา หงสกุล รมว.พม.ทราบข่าวรีบเดินทางไปสมทบที่โรงพยาบาลและให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับโทรศัพท์จาก พญ.ณิธิวดี ว่าสามีถูกยิงจึงรีบเดินทางมาจาก จ.ปราจีนบุรี ที่ผ่านมาตนพยายามเป็นกาวใจให้ทั้ง 2 คนคืนดีกัน ฝ่ายชายรับปากจะปรับตัว ภรรยาของจักรกฤษณ์ก็บอกว่า เมื่อตอนเที่ยงยังนั่งกินข้าวกันดี และตอนเย็นยังนัดทานข้าวร่วมกับลูกด้วย แต่มาถูกคนร้ายยิงระหว่างทาง

ต่อมานายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ นักกีฬายิงปืนทีมชาติรุ่นพี่ออกมาจากห้องไอซียูของโรงพยาบาลด้วยสีหน้าเศร้าสลดยืนยันว่า แพทย์พยายามเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์เอาไว้ได้ ส่วนสาเหตุการสังหารครั้งนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีที่สุด เช่นเดียวกับนายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ รักษาการนายกสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมจะหาทางช่วยเหลือครอบครัวจักรกฤษณ์ ตั้งมูลนิธิเป็นกองทุนต่อไป

ด้าน นพ.ประกิต เปี่ยมเพชรกุล แพทย์ผู้ผ่าตัดแถลงว่า สภาพของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ตอนมาถึงส่งโรงพยาบาลไม่รู้สึกตัวแล้ว หัวใจหยุดเต้น  คณะแพทย์พยายามช่วยเหลือเต็มที่ด้วยการใช้ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตขึ้นมา มีการผ่าตัดเปิดช่องท้อง พบว่าเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ถูกยิง 3 นัด นัดแรกเข้าหน้าอกทะลุใต้ไหล่ซ้าย อีก 2 นัดเข้าไหล่ขวาตัดหัวใจกระสุนไปตกช่องท้อง มีเลือดตกในช่องท้องจำนวนมาก แพทย์ยื้อชีวิตนานชั่วโมงครึ่ง เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ก็เสียชีวิต

ส่วนนางบุญชิต  พณิชย์ผาติกรรม  ผู้เป็นมารดาร่ำไห้เผยว่า ตกใจมากกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ถือว่า หมดเวรหมดกรรม ไปสบายแล้ว ลูกชายเหนื่อยมามากในการรับใช้ชาติ ที่ผ่านมายอมรับว่า ไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูก สำหรับเรื่องระหองระแหงกับภรรยาทราบว่า ครอบครัวกลับมามีความสัมพันธ์ดีขึ้น  แต่ไม่คิดว่าลูกชายจะมาจบชีวิตเร็วขนาดนี้ ขณะที่ พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ระบายความสูญเสียว่า สามีปรับตัวกลับมาดีขึ้น นัดกินข้าวกันบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยเล่าเรื่องราวความขัดแย้งอะไรให้ฟัง เลยไม่รู้สาเหตุการถูกยิงในครั้งนี้

ไทยรัฐออนไลน์
20 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/377381
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2016, 08:57:29 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2013, 09:30:47 AM »

ปมหักเซียนพระ1.7ล้าน ดับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์


รองผบ.ตร.ลงคุมคดี เร่งหาวงจรปิดมือปืน แม่เผยมีลางสังหรณ์ขอเพลงแสงสุดท้าย

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ลงคุมคดีฆ่า “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” อดีตนักแม่นปืนทีมชาติ พร้อม เรียกประชุมชุดสืบสวนนครบาลตั้ง 4 ประเด็นชนวนดับ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในครอบครัว ธุรกิจพระเครื่อง ยาเสพติด และชู้สาว ขณะที่ทีมสืบมุ่งประเด็นธุรกิจพระเครื่องเป็นหลัก หลังผู้พ่อบอกเอง 2-3 อาทิตย์ก่อน ลูกชายพูดให้ฟัง มีปัญหากับเซียนพระคนหนึ่ง ที่เอาพระมาคืนพร้อมขอเงินคืนอีก 1.7 ล้านบาท แต่ลูกชายไม่ให้ ตรงกับเพื่อนสนิทกลุ่มบิ๊กไบค์ ระบุห้วงเวลาเดียวกัน เอ็กซ์บ่นให้ฟังเรื่องซื้อขายพระด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ขณะที่ญาติร่ำไห้รับศพไปไว้ที่วัดพระศรีมหาธาตุ  บางเขน แม่เผยเอ็กซ์บอกไว้ ถ้าตายไปให้เปิดเพลง “แสงสุดท้าย” ของบอดี้สแลมให้ด้วย

จากเหตุอุกอาจท้าทายกฎหมายบ้านเมือง เมื่อ เอ็กซ์-จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักแม่นปืนทีมชาติคนดัง ถูกมือปืนขี่ จยย.ประกบยิง 6 นัดซ้อน เสียชีวิตบริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ขณะขับรถปอร์เช่ ออกจากที่พักในซอยหมู่บ้านบัวขาว รามคำแหง 174 ย่านมีนบุรี เพื่อไปทานอาหารค่ำกับ พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา ปิดตำนานชีวิตหลากรสชาติของนักแม่นปืนจอมห้าว ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั่วประเทศที่ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวในครอบครัวของเจ้าเอ็กซ์ เพราะล่าสุดเพิ่งกลับมาคืนดีกับ พญ.ณิธิวดี ภรรยาสาวอีกครั้ง หลังมีปัญหาระหองระแหงจนถึงขั้นถูกแจ้งข้อหาติดคุกทหารที่จ.นครปฐม ขณะที่ตำรวจวิ่งวุ่นระดมสอบปากคำพยานหาประเด็นสังหารที่มีอยู่หลายปมตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าในการหาตัวมือปืนที่จบชีวิต เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 ต.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สน.มีนบุรี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.น.3 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมชุดทำงานคลี่คลายคดีคนร้ายใช้ปืนยิงนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี เสียชีวิต โดยที่ประชุมได้สรุปเหตุการณ์ พร้อมนำแผนผังการประทุษกรรมของคนร้ายที่จัดทำขึ้นในจุดเกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงมาตรวจสอบ เริ่มตั้งแต่เส้นทางขับรถของนายจักรกฤษณ์ ขณะออกจากหมู่บ้านบัวขาว ซอยรามคำแหง 174 ไปยังหมู่บ้านสัมมากร ถนนรามคำแหง บ้านเช่าของ พญ.ณิธิวดี เพื่อตรวจสอบเส้นทางการสะกดรอยตามของคนร้าย และเส้นทางหลบหนี พร้อมตั้งประเด็นการสอบสวน รวมทั้งแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง

หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.อ.เอกกล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มอบหมายให้มาควบคุมดูแลสั่งการ แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบให้ตำรวจแต่ละหน่วยเพื่อหาสาเหตุและติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี สำหรับประเด็นสั่งตายยังครอบคลุม 4 ประเด็นที่ตั้งไว้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ คือความขัดแย้งในครอบครัว ความขัดแย้งในธุรกิจพระเครื่อง ความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน และปัญหาชู้สาว ได้แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบได้แก่ การทำสำนวนคดี การหาพยานแวดล้อม และเก็บหลักฐานทั้งหมด โดยความขัดแย้งในครอบครัวและการฟ้องร้องธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 กรณีที่นายจักรกฤษณ์เอาทรัพย์สินไปฝากไว้ในตู้เซฟและหายไป ให้ สน.มีนบุรี ดูแล การตรวจกล้องซีซีทีวี ในจุดเกิดเหตุ และบริเวณใกล้เคียงให้ กก.สส.บก.น.3 รับผิดชอบ ส่วน บก.สส.บช.น.ให้ดูเรื่องการใช้โทรศัพท์และประเด็นการสังหาร เช่น ความขัดแย้งในธุรกิจพระเครื่อง ปัญหาในสมาคมยิงปืน ปัญหาชู้สาว และยาเสพติด

จากนั้น พล.ต.อ.เอก พร้อมคณะทำงานได้มาดูการจำลองเหตุการณ์ 2 คนร้าย ใช้รถ จยย.แบบผู้หญิงฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ ตามคำบอกเล่าของพยาน ใช้ปืนยิงนายจักรกฤษณ์ ขณะขับรถเก๋ง สปอร์ต 2 ประตู ยี่ห้อปอร์เช่ รุ่น BOXSTER สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ที่ถูกยกมาเก็บรักษาไว้ที่หน้า สน.มีนบุรี โดยมี พ.ต.อ.ฉัตรชัย นันทมงคล ผกก.กลุ่มงานตรวจอาวุธปืนและเครื่องกระสุน กองพิสูจน์หลักฐานกลาง จำลองเหตุการณ์ให้เห็น

พ.ต.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า คนร้ายคาดว่าน่าจะเป็นมือปืนอาชีพ ใช้ปืน 9 มม. ยิงใส่รถยนต์สปอร์ตทั้งหมด 6 นัด 3 นัดแรกเข้ากระจกด้านข้างคนขับ และถูกนายจักรกฤษณ์ทั้งหมด ส่วนอีก 3 นัด เข้าตัวถังด้านขวา ในห้องผู้โดยสารพบเศษหัวกระสุน 2 ชิ้น และก่อนถึงจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 4 ปลอก นอกจากนี้ในร่างของนายจักรกฤษณ์ ยังพบหัวกระสุนขนาดเดียวกัน 2 หัว หลังจากนี้จะนำหลักฐานทั้งหมดเข้าห้องแล็บ หารายละเอียดเพิ่มเติม รวมทั้งเปรียบเทียบหัวกระสุนในคดีอื่นเพื่อใช้เป็นหลักฐานจับตัวคนร้ายต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เรียกพ่อ แม่ และภรรยานายจักรกฤษณ์มาสอบสวนแล้ว ยังไม่มีใครรู้สาเหตุการสั่งตาย รวมทั้ง น.ส.เลเลวา หรือน้ำหวาน อายุ 19 ปี สาวใช้ชาวพม่า ที่นั่งมาในรถแล้วถูกเศษกระจกบาดได้รับบาดเจ็บ จำอะไรไม่ได้ นอกจากนี้ พยานที่เป็นคนขี่ จยย.รับจ้าง วินปากซอยรามคำแหง 166 ที่เห็นเหตุการณ์ เห็นเพียงว่าคนร้ายมา 2 คน แต่งตัวมิดชิด สวมหมวกกันน็อกสีขาวทั้งคู่ ใช้รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ไอ เป็นพาหนะ ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นกำลังตามหาพยานแวดล้อม และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคนร้าย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากชุดสืบสวนว่า หลังเกิดเหตุเมื่อค่ำวันที่ 19 ต.ค. ชุดสืบสวนได้เรียกพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ มาสอบปากคำ เพื่อหาปมเหตุสังหาร โดยใช้เวลาพูดคุยซักถามกันถึงตี 4 ของวันที่ 20 ต.ค. โดยการสืบสวนได้สอบถามทุกเรื่องที่คาดว่าเป็นชนวนสังหาร ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับ พญ.ณิธิวดี ไปเปิดตู้เซฟเอาทรัพย์สินบางส่วนออกมาจากธนาคารกสิกรไทย ได้รับคำตอบจาก พญ.ณิธิวดีว่า สาเหตุเพราะถูกผู้ตายขู่ว่า จะเอาทรัพย์สินในตู้เซฟไปซื้อรถแจกผู้หญิง พญ.ณิธิวดี จึงไปเปิดตู้เซฟเอาทรัพย์สินที่เป็นส่วนของตัวเองออกมา แต่ทรัพย์สินผู้ตายส่วนใหญ่จะเป็นพระเครื่องยังอยู่หมด อีกทั้งความขัดแย้งกับครอบครัวของฝ่ายภรรยาไม่มี

ส่วนกรณีที่ผู้ตายพา น.ส.น้ำหวาน คนรับใช้ชาวพม่านั่งรถไปด้วยนั้น เพราะ พญ.ณิธิวดีเป็นคนส่งให้ไปอยู่เป็นเพื่อนเอ็กซ์ที่อยู่บ้านเพียงคนเดียว หลังจาก พญ.ณิธิวดีออกมาบ้านเช่าบ้านอยู่ที่หมู่บ้านสัมมากร เพราะบ้านที่อยู่ด้วยกันกับเอ็กซ์ ได้ซื้อที่ที่อยู่ติดบ้านเพิ่มเติม และปลูกบ้านเพิ่มอีกหลัง อยู่ระหว่างตกแต่งรอเข้าไปอยู่ เพราะหลังจากออกจากคุก ผู้ตายได้ปรับเปลี่ยนนิสัยกลับมาดูแลครอบครัว สำหรับรถปอร์เช่เดิมเป็นรถของพี่ชาย พญ.ณิธิวดี ที่ขายต่อให้กับเอ็กซ์ โดยก่อนหน้าที่มีเรื่องกับภรรยาจนเป็นข่าว ผู้ตายได้ยืมรถไปขับ และถูกมือดีทุบกระจกแตก พี่ชาย พญ.ณิธิวดีเลยขายต่อให้เอ็กซ์เพื่อตัดปัญหา

มีรายงานว่า จากการซักถามพยานใกล้ชิด โดยเฉพาะนายมานพ พ่อของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ให้การว่า ล่าสุดเมื่อ 2-3 อาทิตย์ ลูกชายมาคุยว่า มีปัญหากับเซียนพระรายหนึ่งที่เอ็กซ์ขายพระไป แล้วขอคืนรวมทั้งเงินอีก 1.7 ล้านบาท แต่มาเกิดปัญหาภายหลัง เมื่อผู้ซื้ออ้างว่า พระองค์ดังกล่าวมีตำหนิรูปพรรณไม่ตรงตามมาตรฐาน แต่เอ็กซ์ไม่คืนเงินให้ ทำให้มีปัญหาทะเลาะวิวาทกับผู้รับซื้อ ถึงขั้นข่มขู่เอาชีวิต จนในที่สุดนายจักรกฤษณ์ต้องหลบหนีไปกบดานที่บ้านนักการเมืองชื่อดังคนหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม นานหลายสัปดาห์ ประกอบกับก่อนหน้ามีผู้นำผู้ตายเข้าไปรู้จักกับนายพลคนหนึ่งของ บช.น. มีการพูดคุยถึงเรื่องพระเครื่องที่ซื้อขายกันบางเรื่อง ชุดสืบสวนเลยพุ่งเป้าให้น้ำหนักประเด็นสังหารมาที่ประเด็นการซื้อขายพระเครื่องซึ่งเป็นอีกอาชีพหนึ่งของเอ็กซ์มากกว่าประเด็นอื่น

ในส่วนของการรับศพเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติที่ต้องมาจบชีวิตโดยไม่มีใครคาดฝัน เมื่อเวลา 10.35 น.วันเดียวกัน ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 66 ปี และนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม อายุ 65 ปี พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ บิดา มารดา และภรรยานายจักรกฤษณ์ ร่วมกันนำเอกสารมาติดต่อขอรับศพนายจักรกฤษณ์ ไปรดน้ำศพเพื่อไปบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 13 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

ขณะไปรับศพ นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม พ่อเอ็กซ์-จักรกฤษณ์เล่าให้ฟังว่า ช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่เอ็กซ์ จะถูกตำรวจจับ 1 วัน ตนได้ไปดูหมอเขมรที่บางใหญ่ นนทบุรี หมอดูทักว่า คนนี้ (เอ็กซ์) ชะตาขาดแล้ว ไม่ตายก็ติดคุก หากจะแก้เคล็ดต้องทำบุญมากๆ จากนั้นลูกก็มาตายจริง

นางบุญคิดกล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ในฐานะแม่ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา เมื่อค่ำวันเกิดเหตุไปเฝ้าเอ็กซ์ที่โรงพยาบาล เมื่อกลับมาถึงบ้าน ก็ไม่ได้นอน นั่งดูรูปลูกชายทั้งคืน ตอนนี้เขาไปสบายแล้ว ให้เขาได้พักผ่อน เหนื่อยมาเยอะ ทั้งๆที่ไม่ได้มีลางบอกเหตุอะไร แถมยังแซวแม่ด้วยว่า เดี๋ยวนี้แม่เล่นไลน์เป็นแล้วนะ แล้วเขาส่งรูปหลานๆ ลูกสาวและลูกชาย บอกให้แม่ดูรูปหลานสิ และยังบอกว่าตอนนี้ที่ปากซอยบ้านน้ำท่วมไม่อยากไปไหน เป็นห่วงบ้าน ส่วนลูกๆของเอ็กซ์ ลูกสาวคนโตอายุ 4 ขวบ 3 เดือน และลูกชายอายุ 1 ขวบ 3 เดือน ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต รู้แต่เพียงว่า ไม่สบายอยู่โรงพยาบาล และคุณแม่ไปเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลเท่านั้น สำหรับ เอ็กซ์ชอบพูดกับแม่ว่า “ถ้าเอ็กซ์ตายไป ขอให้เปิดเพลง “แสงสุดท้าย” ของ ตูน บอดี้สแลม ให้ด้วย เป็นเพลงที่เอ็กซ์ชอบมาก เปิดฟังทุกวัน”

เมื่อถามต่อว่า ถ้าจับคนร้ายได้จะให้ทำอย่างไร นางบุญคิดกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า ต้องเอาไปประหาร และขอให้คมหอกคมดาบทิ่มแทงคนที่บงการด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เอ็กซ์ถูกยิง เอ็กซ์ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังว่า ไปมีปัญหากับใคร อีกอย่าง แม่และพ่อพักอยู่ฝั่งธนฯคนละบ้านกับเอ็กซ์ เมื่อถามว่า เอ็กซ์เคยเล่าให้ฟังหรือเปล่าว่า เอ็กซ์นำพระไปขายให้กับใคร และเกิดเป็นพระปลอมขึ้นมา นางบุญคิดกล่าวตอบว่า ลูกชายไม่เคยเล่าเรื่องปัญหาเรื่องส่วนตัวให้ทราบ

ต่อมา นางบุญคิดได้เซ็นชื่อรับทราบผลผ่าพิสูจน์สาเหตุการตายที่ นพ.พ.ต.อ.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงศ์ นายแพทย์ (สบ5) กลุ่มงานนิติพยาธิ นิติเวช รพ.ตร.ผู้ผ่าพิสูจน์ศพ ระบุว่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ เสียชีวิตจากกระสุนปืนทำลายหัวใจและปอด เสียเลือดปริมาณมาก จากนั้น นายมานพและนางบุญคิดได้นำเสื้อสูทสีน้ำเงินของนักกีฬาทีมชาติไทยมาสวมใส่ให้เอ็กซ์ พร้อมกับปล่อยโฮออกมาทั้งคู่อย่างไม่อายใคร ก่อนก้มลงซบหน้ากอดหอมลูกชายเป็น ครั้งสุดท้าย ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า โดยนางบุญคิดร่ำไห้บอกร่างไร้วิญญาณของลูกชายว่า พักผ่อนนะ พระพรหมให้มาแค่นี้ ตอนเอ็กซ์เกิด พ่อไปจุดธูปขอจากพระพรหมเอราวัณ แล้วพระพรหมให้มาต้องชื่อจักรกฤษณ์นะ และจะเลี้ยงยาก ก็เลี้ยงยากจริงๆ ตอนเด็กใครป่วยเป็นอะไร ก็เป็นไปกับเขาหมด ก่อนที่ญาติๆจะเคลื่อนศพเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ออกจากสถาบันนิติเวช ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน โดยมีกลุ่มเพื่อนบิ๊กไบค์ของเอ็กซ์ได้ขี่รถบิ๊กไบค์ประมาณ 10 คัน ตั้งขบวนส่งศพไปวัด

ขณะที่นายทรงวุฒิ วุฒิการโกศล อายุ 46 ปี เพื่อนสนิทกลุ่มบิ๊กไบค์เปิดเผยว่า กลุ่มบิ๊กไบค์ตนชื่อกลุ่มไอ้มดแดง มีสมาชิกประมาณ 50 คน โดย เอ็กซ์มาร่วมกลุ่มเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขามีรถบิ๊กไบค์ 2 คัน อุปนิสัยเอ็กซ์เป็นคนรักเพื่อน ช่วงที่เป็นข่าวกับครอบครัว เอ็กซ์มาที่นี่บ่อย และเล่าแบบเดียวกับที่เป็นข่าว แต่ที่น่าจะเป็นสาเหตุคือราว 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เอ็กซ์มาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการซื้อขายพระแล้วคุยแบบมีอารมณ์โกรธ ส่วนเรื่องเบื้องลึกตนไม่ทราบ ต้องให้ตำรวจสอบสวนต่อไป

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ศาลา 13 วัดพระ– ศรีมหาธาตุ บางเขน ได้มีพิธีรดน้ำศพ เอ็กซ์- จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า นอกจาก พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาและญาติพี่น้อง เพื่อนสนิท มาร่วมงานพิธีรดน้ำศพแล้ว ยังมีนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กาวใจให้ทั้งคู่กับมาครองเรือนกัน ยังเดินทางมาเป็นประธานในพิธีรด น้ำศพด้วย สำหรับพิธีสวดอภิธรรมศพจะมีไปจนถึงวันที่ 22 ต.ค. แล้วหยุดในวันปิยมหาราช 23 ต.ค. 1 วัน จากนั้น วันที่ 24 ต.ค. จะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในเวลา 13.00 น.

ไทยรัฐออนไลน์
 21 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/377577
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2013, 09:36:22 AM »

ตร.พบประเด็นใหม่ เก็บ'เอ็กซ์' ขัดแย้ง-แก๊งยาไอซ์


หลังเพื่อนทหารให้ปากคํา เช็กวงจรปิดล่ามือสังหาร! 'ไชยา'ยอมรับ-ผู้ตายไปหา

ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมือปืนยิง “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” แล้ว แต่ภาพเลือนรางมากจนไม่สามารถยืนยันรูปพรรณมือปืนและรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุได้ ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ แฟนพันธุ์แท้มาดู ขณะที่ชุดสืบสวนเรียกเพื่อนที่เป็นนายทหารอากาศมาให้ข้อมูล พบประเด็นแก๊งยาเสพติดตามล่าหัวเพิ่ม ขณะที่ “พล.ต.ท.คำรณวิทย์” ออกมาโต้ ไม่มีนายตำรวจระดับนายพลของ บช.น.เรียกเหยื่อมาคุยก่อนเสียชีวิต ขนาดตัวเองอยู่ในวงการพระยังไม่เคยรู้ว่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์เล่นพระด้วย ด้านภรรยา “หมอนิ่ม” หอบเอกสารสำคัญกระเป๋าใหญ่เข้าให้การพนักงานสอบสวน แต่เจ้าตัวและพนักงานสอบสวนไม่เผยรายละเอียดต่างปิดปากเงียบ ส่วน “ไชยา สะสมทรัพย์” ยอมรับมีคนพา “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ไปพบที่บ้าน 4 ครั้งก่อนถูกยิงเสียชีวิต เคยบ่นให้ฟังแต่เรื่องภรรยาเข้าไปเปิดตู้เซฟธนาคารจนมีพระเครื่องหาย  ยันไม่เคยมาขอพึ่งบารมีหลังมีข่าวหนีคู่กรณีไปกบดานใน จ.นครปฐม

กรณี จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ถูก 2 มือปืนใช้รถ จยย.เป็นพาหนะ ประกบยิงเสียชีวิตคารถสปอร์ตปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ขณะขับรถออกจากซอยรามคำแหง 166 เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนตั้งประเด็นการสังหารไว้ 4 ประเด็น คือ 1.ปัญหาครอบครัวที่ขัดแย้งกับภรรยา พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ “หมอนิ่ม” จนเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ถูกดำเนินคดีจำคุกทหารก่อนได้รับการประกันตัวออกมา  2.ปัญหาร้องเรียนทุจริตภายในสมาคมยิงปืน 3.เรื่องชู้สาว และ 4.ปัญหาความขัดแย้งการเช่าพระเครื่องกับเซียนพระราคานับล้านบาท เบื้องต้นตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาพยานหลักฐาน โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดของมือปืน ที่เชื่อว่าจะต้องติดตามความเคลื่อนไหวของเหยื่อมาระยะหนึ่งแล้ว และต้องเป็นมืออาชีพเพราะลักษณะการลั่นไกที่แม่นยำทั้งที่ยิงขณะซ้อนท้ายรถ จยย.ที่กำลังเคลื่อนที่ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจาก สน.มีนบุรี เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ให้ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธ์จิตต์พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี ติดต่อสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อขอผลการชันสูตรศพเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ และหัวกระสุนขนาด 9 มม. 2 หัวที่ฝั่งอยู่ในร่างมาประกอบสำนวนการสอบสวน และจะส่งหัวกระสุนให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหัวกระสุนคดีอื่นเพื่อติดตามคนร้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานอีกระยะน่าจะมีอะไรคืบหน้ามากกว่านี้ สำหรับสำนวนการสอบสวนสอบผู้ที่เกี่ยวข้องและพยานไปแล้ว 5 ปาก ช่วงเช้าเอาคนขับรถ จยย.รับจ้างหน้าปากซอยรามคำแหง 166 มาสอบอีก 2 ปาก ช่วงบ่ายพนักงานสอบสวนนัด พญ.ณิธิวดี ทำการสอบสวนที่โรงพัก

ด้านการสืบสวน พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.น.3 พ.ต.ท.ทวีป โพธิ์แก้ว รอง ผกก.สส.น.3 นำคนขี่วิน จยย.รับจ้าง 3 คน ปากซอยรามคำแหง 166 ที่เห็นเหตุการณ์วินาทีคนร้ายลั่นไกยิงเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ มาสอบสวนหารูปพรรณสัณฐานของคนร้าย รวมทั้งพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ ทราบว่าคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 2 คน คนขี่ใส่ชุดดำทั้งชุดรวมทั้งใส่หมวกกันน็อกสีดำ ส่วนมือปืนที่นั่งซ้อนท้ายใส่เสื้อสีดำ กางเกงยีนส์สีขาว รองเท้าผ้าใบสีขาวสวมหมวกกันน็อกสีดำคาดขาวสะท้อนแสง ส่วนพาหนะที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถ จยย.ขนาดใหญ่ น่าจะเป็นรถ จยย.ฮอนด้า ซีอาร์บี หรือไม่ก็รถ จยย.คาวาซากิ รุ่นนินจา สีดำ ไม่ใช่รถ จยย.แบบผู้หญิงตามที่ชุดสืบสวนได้ข้อมูลในวันแรก

สำหรับกล้องวงจรปิดที่จุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียง ชุดสืบสวนกำลังออกตรวจหาเส้นทางการลงมือและหลบหนีของคนร้ายอยู่ แต่อาจมีอุปสรรคเนื่องจากก่อนหน้านี้ในพื้นที่กรุงเทพฯมีฝนตกหนัก ทำให้บริเวณจุดเกิดเหตุไฟดับมา 2 วันแล้ว อาจเห็นภาพคนร้ายไม่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ยังพยายามตรวจหาภาพวงจรปิดจากบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ชุดสืบสวนกำลังติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างการประสานงาน

ส่วนเรื่องประเด็นการสอบสวนนั้น ชุดคลี่คลายคดียังมุ่งไปประเด็นเรื่องความขัดแย้งธุรกิจเช่าพระ ที่ผู้ตายให้หมอคนหนึ่งที่ชอบเล่นพระเครื่องเช่นกันเช่าไป แต่ตัวพระมีตำหนิจึงมีการขอคืนเงิน แต่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไม่ยอมคืนให้ นอกจากนี้ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น ทั้งเรื่องความขัดแย้งในครอบครัวและการฟ้องร้อง ธนาคารกสิกรไทย สาขารามคำแหง ความขัดแย้งในสนามยิงปืน ยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า คืนวันเกิดเหตุที่ รพ.เสรีรักษ์ นายหทัย ไชยวรรณ ฉายาหมูสกปรก ที่ต้องโทษถูกจำคุกคดีร่วมกันลักทรัพย์ตามคฤหาสน์หรูได้ทรัพย์ไปครั้งละหลายสิบล้าน มาปรากฏตัวที่ รพ.เพื่อดูอาการเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ด้วย แต่หลังจากแพทย์ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว นายหทัยก็เดินออกจาก รพ.ไปทันที เบื้องต้นทราบว่า ทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 14.30 น. พญ.ณิธิวดีเดินทางมาที่ สน.มีนบุรี พร้อมพี่สาวเข้าพบ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี  ที่ห้องพนักงานสอบสวนชั้น 3 โดยพี่สาวของ  พญ.ณิธิวดีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่แบบมีล้อเลื่อน คาดว่าข้างในน่าจะบรรจุเอกสารสำคัญที่จะนำมาประกอบสำนวน โดย  พญ.ณิธิวดีกล่าวสั้นๆสีหน้าเรียบเฉยว่า พนักงานสอบสวนประสานให้มาพบยังไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่จะสอบประเด็นไหนบ้าง ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้เรื่องความขัดแย้งเรื่องการให้เช่าพระของสามีหรือไม่ พญ.ณิธิวดีตอบว่า ที่ผ่านมาเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง เรื่องการให้เช่าพระก็ไม่รู้เรื่อง ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนสามีเสียชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวเริ่มดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ พญ.ณิธิวดีตอบว่า ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่เริ่มดีขึ้นตามลำดับ มีการนัดรับประทานอาหารกันก่อนสามีตาย หลัง พ.ต.ท.ประดิษฐ์ใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที  พญ.ณิธิวดีออกมาจากห้องสอบสวนพร้อมพี่สาวและกระเป๋าใส่เอกสารใบใหญ่ พญ.ณิธิวดี เผยว่า มาพบพนักงานสอบสวนเพราะหลังเกิดเหตุยังไม่เคยให้ปากคำพนักงานสอบสวนเลย ที่ต้องออกมาจากห้องสอบสวนเร็วเพราะต้องรีบไปงานศพสามีที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน

ด้าน พ.ต.ท.ประดิษฐ์กล่าวว่า เรียก พญ.ณิธิวดี ภรรยาเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ผู้เสียชีวิต มาสอบสวน ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยังไม่เจาะจงที่จะสอบสวนประเด็นใดเป็นหลัก โดย พญ.ณิธิวดีอยู่ให้สอบสวนได้ไม่นานเพราะต้องรีบเดินทางไปงานศพสามี คงจะนัดมาทำการสอบสวนอีกครั้ง น่าจะเป็นหลังงานเผาศพไปแล้ว

ส่วนความคืบหน้าจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้เชิญพยานและบุคคลใกล้ชิดกับผู้ตายมาซักถามข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่หลายฝ่ายยังคงวุ่นวายอยู่กับการจัดพิธีศพ เพื่อนำคำให้การเชื่อมโยงเหตุการณ์ก่อนบีบประเด็นสั่งตายให้แคบลง ซึ่งคดีนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า คนร้ายลงมือคล้ายกับคดียิงนายถนอม บริคุต หรือเปาหนอม อย่างไรก็ตามต้องรอข้อมูลคนใกล้ชิด และพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงหลักฐานที่มีอยู่ตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตอนนี้ยืนยันได้เพียงว่า ไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า คนร้ายน่าจะวางแผนมาเป็นอย่างดี กำชับให้ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตั้งแต่ขณะที่ผู้ตายออกจากบ้านจนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุ และเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้
หลบหนี ส่วนยี่ห้อรถ จยย.ที่คนร้ายใช้จากคำให้การของพยานยังไม่แน่นอน ประกอบกับภาพที่กล้องวงจรปิดยังไม่มีตัวใดชัดเจน หลังจากนี้จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากแฟนพันธุ์แท้รถ จยย.เพื่อมายืนยันตัวรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ

มีรายงานว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนของ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. นำโดย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น.  และ พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในซอยมิสทีน ถนนรามคำแหง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อว่าคนร้ายใช้ก่อนก่อเหตุและใช้หลบหนี ส่วนประเด็นสังหารที่มีน้ำหนักเพิ่มมาควบคู่กับเรื่องความขัดแย้งจากการซื้อขายพระคือ เรื่องยาเสพติด เนื่องจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีนายทหารสัญญาบัตรสังกัดกองทัพอากาศนายหนึ่ง ซึ่งสนิทสนมกับผู้ตายเดินทางมาให้ข้อมูล อ้างว่าก่อนหน้านี้มีขบวนการค้ายาไอซ์รายใหญ่หมายหัวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไว้ เบื้องต้นตำรวจจึงรับข้อมูลไว้ก่อนหาเบาะแสความเชื่อมโยงคดีต่อไป

ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เรียกประชุมชุดสืบสวนสังกัด บช.น.ทั้งหมด ใช้เวลาประมาณเกือบ 2 ชม. หลังจากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เผยว่า วันนี้เรียกประชุมชุดสืบสวนเพื่อร่วมกันคลี่คลายคดีนี้อย่างเร่งด่วน เท่าที่ดูจากพฤติการณ์พบว่า คนร้ายลงมืออย่างอุกอาจมาก น่าจะเป็นมือปืนอาชีพที่รับงานมายิงผู้ตายถึงในกรุงเทพมหานคร เบื้องต้นแบ่งงานและสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ปฏิบัติงานตามชนวนสังหารที่วางเอาไว้ 4 ประเด็นคือ ความขัดแย้งกับคนในครอบครัว เรื่องยาเสพติด เรื่องซื้อขายพระเครื่อง และความขัดแย้งกับบุคคลในสมาคมยิงปืน

ผบช.น.กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งไปได้ เนื่องจากเหตุเพิ่งเกิดยังสรุปไม่ได้ว่าผู้ตายมีปัญหากับใครบ้าง  และที่มีข่าวเรื่องหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.นครปฐม ก็เป็นความจริง แต่ไม่ทราบว่าหนีใคร ที่สำคัญเจ้าตัวโยกย้ายที่กบดานอีก 3-4 แห่ง แห่งละ 1-3 วัน ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ว่าไปพักกับผู้ใดบ้าง แนวทางยังไม่ชัดเจน ประกอบกับตนยังไม่กล้าตั้งโจทย์หรือชี้ชัดไปในแนวทางใดแนวทางหนึ่ง เพราะเกรงว่าพลาดแล้วจะเกิดความเสียหาย ต้องรอให้เรื่องราวที่สงสัยเริ่มพิสูจน์ได้ก่อน ตนสั่งการให้รอง ผบช.น.ที่รับผิดชอบด้านการสืบสวนและการสอบสวนคอยดูแลคดีอย่างใกล้ชิด งานทั้ง 2 ด้านต้องเดินไปพร้อมกัน วันนี้ บก.สส.บช.น. เริ่มเข้าไปพูดคุยกับญาติรวมถึงเพื่อนในแก๊งบิ๊กไบค์ เชื่อว่าช่วงสายของวันที่ 23 ต.ค. จะประชุมอีกครั้งน่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแกะรอยหาตัวมือปืนจากกล้องวงจรปิดมีความคืบหน้าไปในทิศทางใด พล.ต.ท.คำรณวิทย์ตอบว่า มีกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยเอาไว้ได้จริง แต่เลือนรางเนื่องจากช่วงที่ก่อเหตุเป็นเวลามืดแล้ว ดังนั้น ทั้งตัวคนร้ายและยานพาหนะจึงไม่ชัดว่าเป็นรถ จยย.ยี่ห้อใดกันแน่ ขณะนี้กำลังติดต่อแฟนพันธุ์แท้รถ จยย.มาช่วยดูอยู่ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าก่อนเสียชีวิตนายจักรกฤษณ์เดินทางมาหานายตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้มีการเดินทางมาหานายตำรวจท่านใดทั้งนั้น ที่สำคัญขนาดตนอยู่ในวงการพระเครื่อง ก็เพิ่งรู้ว่าเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ก็เป็นเซียนพระหลังจากเสียชีวิตแล้ว

ส่วนที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) วันเดียวกัน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป.เผยว่า ขณะนี้มอบหมายให้ พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป. นำชุดสืบสวนลงพื้นที่ เร่งสืบหาพยานหลักฐานต่างๆในคดี โดยประสานการทำงานร่วมกับฝ่ายสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ส่วนประเด็นการสังหารยังคงมุ่งไปที่ความขัดแย้งในธุรกิจซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นออกไป รวมทั้งกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย หลังเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไปร้องศาลปกครองกรณีมีการทุจริตภายในสมาคม รวมทั้งเรื่องที่นายจักรกฤษณ์ไปหลบอยู่ที่ จ.นครปฐม ว่ามีเรื่องกับใครบ้างหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสืบสวนสอบสวนในทุกประเด็น เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสาเหตุการตายมาจากเรื่องอะไร ยังตั้งสมมติฐานในทุกเรื่อง ได้สั่งการให้เร่งหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุ และให้ตรวจสอบย้อนหลังไปอีก อาจจะได้เบาะแสเพิ่มเติม ในส่วนผลการตรวจพิสูจน์กระสุนปืน เบื้องต้นยืนยันได้ว่าหัวกระสุน ปลอกกระสุนเป็นชนิดเดียวกัน ได้กำชับให้ พฐ. เร่งตรวจสอบที่มาของอาวุธปืนเพื่อทำการเชื่อมโยงถึงกลุ่มมือปืน

ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์  อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เผยกรณี พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ยื่นขอให้คุ้มครองพยานหลังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สินว่า ที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา เนื่องจากหลังการขอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน ยังไม่เคยมีเหตุถูกข่มขู่คุกคาม และนางปวีณา หงสกุล รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ช่วยไกล่เกลี่ยให้นายจักรกฤษณ์และภรรยาคืนดีกันแล้ว กรมคุ้มครองสิทธิฯจึงใช้วิธีส่งหนังสือประสานให้ตำรวจช่วยดูแล พญ.ณิธิวดีเพิ่มขึ้น ยังไม่เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานเต็มรูปแบบ เพียงแต่ตั้งตู้แดงให้ที่บ้าน อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้เอ็กซ์-จักรกฤษณ์จะเสียชีวิตแล้ว แต่ปมการสังหารยังไม่ชัดเจน จึงต้องการให้ตำรวจดูแลความปลอดภัย พญ.ณิธิวดีต่ออีกระยะ

ขณะที่นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางเอฟเอ็ม 97.0 ถึงกรณีเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ถูกยิงเสียชีวิตว่า ยอมรับว่าเอ็กซ์มาพบตนที่บ้านจริง โดยคนพามาชื่อ “เล็ก” เป็นคนในสนามพระนครปฐมที่เป็นลูกของคหบดีใน จ.นครปฐม ซึ่งเล็กเป็นคนเล่นพระ เช่าพระ เดินพระ ทั้งนี้ สนามพระนครปฐมจะมีทุกวันจันทร์ช่วงเช้า ดังนั้น นักเลงพระจะอยู่ที่นั่นทุกเช้าวันจันทร์ แต่ไม่ได้มาขอความช่วยเหลือ แต่เคยระบายความทุกข์สงสัยว่า ทำไมธนาคารถึงปล่อยให้ภรรยาเข้าไปรื้อทรัพย์สินในตู้เซฟที่มีมูลค่ากว่า 30-40 ล้านบาท บอกว่าเตรียมจะฟ้องร้องเอาผิดธนาคาร ซึ่งตนกลัวว่าจะสะเทือนภรรยาจึงถามว่ามีลูกด้วยกันหรือไม่ เอ็กซ์บอกว่ามีลูก 2 คน จึงแนะนำว่าอย่าไปฟ้องเลย อายเขา เพราะใครจะดูแลลูก ให้คุยกันว่าใครจะดูแลลูกยังไง จะแบ่งสมบัติกันยังไง

ผู้ดำเนินรายการถามว่า จำได้หรือไม่ว่า เอ็กซ์-จักรกฤษณ์เข้ามาพบวันไหน นายไชยากล่าวว่า มาพบก่อนเสียชีวิต 4-5 วัน ไม่ได้พูดคุยเรื่องความขัดแย้งในวงการพระเครื่อง แต่บอกว่าพระหายหมดเพราะภรรยาเอาไปแต่ถ่ายรูปไว้   เมื่อถามว่าไม่แปลกใจหรือว่าทำไมเอ็กซ์ถึงมาขอพบที่บ้าน นายไชยา กล่าวว่า บ้านตนเวลา 05.00 น. ก็เปิดประตูบ้านแล้ว มีคนเข้ามาพบที่บ้านทุกเช้า ต้องตั้งวงข้าวถึง 3-4 วง เมื่อถามว่าคนที่เข้าบ้านมักจะมีจุดมุ่งหมายเข้ามาขอความช่วยเหลือและเคลียร์ปัญหา นายไชยาตอบว่า เอ็กซ์เข้ามาทานข้าวด้วยกัน จำได้ว่ามาหาตนทั้งหมด 4 ครั้ง ถ้าจำไม่ผิดเป็นวันจันทร์ทุกครั้งที่มีสนามพระ แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยพูดว่ามีปัญหาในสนามพระ มาพูดเรื่องภรรยาและเรื่องพระแค่ครั้ง เดียวนอกนั้นมากินข้าวเฮฮากันธรรมดา

เมื่อถามว่า  หลังจากเอ็กซ์-จักรกฤษณ์โดนยิงแล้วมีข่าวจากสนามพระบ้างหรือไม่ นายไชยากล่าวว่า คนในสนามพระจะไม่เข้ามาหาตน แต่ตนชอบ พระอะไรจะสั่งไว้ว่า ถ้ามีพระรุ่นนี้ให้เอามาให้ดู และในสนามพระนครปฐมไม่ค่อยมีพระใหญ่ หรือพระสมเด็จเบญจภาคีที่ตนเล่น ตนไม่รู้ว่าเอ็กซ์เล่นระดับไหน แต่ที่เอามาให้ดูเป็นพระเบ็ดเตล็ด ที่เอามาให้ดูเพราะเขาเป็นนักสะสม เขาเก็บหมด มีเต็มคอ ในกระเป๋าถือยังมีเยอะแยะและก็เอาไปโชว์ในสนามพระ เมื่อถามว่ามีข้อมูลจากตำรวจบอกว่า มีข้อมูลความขัดแย้งในการเช่าพระจนต้องหลบไป  จ.นครปฐมแล้วจัดฉากพาเข้าบ้านของนายไชยาเพื่อให้คนรู้ว่าเป็นคนในบ้านเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัว นายไชยากล่าวว่า นายเล็กพาเข้ามาแนะนำว่า นี่เป็นมือปืนทีมชาติมาดูพระนครปฐมแค่นั้น ตนก็ทักว่ายังหนุ่มยังแน่นทำไมมาเล่นพระ เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ก็บอกว่าเพราะชอบ   ไม่เคยมาขอบารมีขออะไรเลย ตนก็ชวนว่าเช้าๆมานั่งทานข้าวกัน

เย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เตรียมเรียกสอบนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรและผู้ดำเนินรายการข่าวทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เร็วๆนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อทางโทรศัพท์เข้าไปทางช่อง 3 แล้ว เพราะต้องการสอบนายสรยุทธเพื่อหาข้อมูลคลี่คลายคดียิง เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ หลังชุดทำงานสืบทราบมาว่า นายสรยุทธและเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ มีความสนิทสนมกันมาก คาดว่าน่าจะเล่าเรื่องความขัดแย้งของตัวเองให้นายสรยุทธฟังบ้าง นอกจากนี้หลังจากที่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ออกจากคุกทหารใหม่ๆ ได้พยายามจะออกรายการจับเข่าคุยของนายสรยุทธ เพื่อพูดถึงเรื่องราวทั้งหมดของฝั่งตัวเองบ้าง และนายสรยุทธรับปากกับเอ็กซ์ไว้ โดยมีการพูดคุยนอกรอบถึงปัญหาของเอ็กซ์ไปบ้างแล้ว แต่นายสรยุทธเห็นว่าถ้าเอาเอ็กซ์ออกรายการตอนนั้นอาจควบคุมตัวเองไม่ได้จึงให้รอไปก่อน จนมาถูกยิงเสียชีวิต

ไทยรัฐออนไลน์
 22 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/377828

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2013, 09:41:39 AM »

คดีเอ็กซ์โยงเซียน"อ" ค้าพระเก๊ "โด่งสิทธิพร"ผวา มีโทรศัพท์ข่มขู่ บี้ถาม-เรื่องเงิน โอนให้ก่อนตาย

"ไชยา"อดีตรมต. เผยเคยมาที่บ้าน

คดีฆ่า"เอ็กซ์"จักร กฤษณ์ ลามอีก ดาราหนุ่ม"โด่งสิทธิพร นิยม"ผวาหนัก มีคนโทร.มาขู่สอบถามเรื่องเงินที่เอ็กซ์นำมาให้ก่อนถูกยิงแค่ 1 ช.ม. ทำนองว่ามีเอี่ยวกับเงินที่เอ็กซ์ได้มาหรือไม่ ยันไม่เกี่ยวข้องเป็นแค่เงินใช้หนี้ ที่เอ็กซ์ยืมไปสมัยติดคุกเท่านั้น และไม่รู้ว่าเพื่อนนำเงินจากไหนมาด้วย "บิ๊กแจ๊ด"เรียกทีมสืบสวนชุดใหญ่แบ่งทีมสืบทุกประเด็นต้องสงสัย ทั้งความขัดแย้งกับครอบครัวภรรยา ธุรกิจลึกลับ และปัญหาวงการพระ เผยช่วงหลังเอ็กซ์เข้าสู่วงการซื้อขายพระโดยสนิทกับกลุ่มเซียน "อ" ซึ่งมีประวัติทำพระปลอมขาย ส่วนภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเห็นไม่ชัด ขณะที่พยานระบุรถคนร้ายไม่ใช่จยย.ทั่วไปแต่เป็นรถขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบก์ "ไชยา สะสมทรัพย์"อดีตรมต.คนดังนครปฐม เผยเอ็กซ์เคยมาพบที่บ้าน 3-4 หน พูดคุยเรื่องพระเครื่องปรับทุกข์เรื่องครอบครัว

ความคืบหน้าคดีมือปืนดักยิง "เอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ เสียชีวิตขณะขับรถปอร์เช่ มาถึงปากซอยรามคำแหง 166 เขตมีนบุรี กทม. ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ต.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรียกประชุมชุดทำงานประกอบด้วยพล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัตน์, พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช, พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น., พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น. 3, พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และพ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า กรณีประเด็นสังหารตั้งไว้หลายประเด็น ประเด็นต่างๆ จะชัดเจนว่าเป็นเรื่องครอบครัว พระเครื่อง หรือยาเสพติด แม้แต่ความขัดแย้งกับสมาคมยิงปืนโดยตำรวจจะไม่ละทิ้งทุกประเด็น

เมื่อถามว่ามีข้อมูลที่ผู้ตายไปพักที่ จ.นคร ปฐม เพื่อหลบภัย ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าวว่า กำลังติดตามหาพยานหลักฐานต่างๆ และไม่ใช่ไปแค่นครปฐมที่เดียว ยังมีหลักฐานว่าไปที่อื่นๆ อีก ส่วนผู้ก่อเหตุจากหลักฐานชัดเจนว่าเป็นมือปืนอาชีพแน่นอน สำหรับภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดเห็นไม่ชัดเจนเพราะเริ่มมืดแล้วเป็นเวลา ประมาณ 18.40 น. แต่ให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบแล้ว กำลังให้แฟนพันธุ์แท้ช่วยดูพาหนะของคนร้ายว่าเป็นรถรุ่นไหนแน่ ไม่อยากให้ตั้งโจทย์ผิดพยายามสกรีนทุกคน คนร้ายมาดักรออยู่ก่อนหรือตามมายิงตอนนี้ขอตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน

ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราชกล่าวว่าเชิญพยานมาซักถามข้อมูลไว้เบื้องต้นแล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนของการซักถามข้อมูลจากบุคคลใกล้ชิดเพิ่มเติม ทั้งภรรยา และเพื่อน แต่ขณะนี้ยัง อยู่ระหว่างการจัดพิธีศพจึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะเพื่อให้เวลากับผู้เกี่ยว ข้องเพิ่มเติม คดี ดังกล่าวมีลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับคดีของนายถนอม บริคุต ผู้ตัดสินฟุตบอลไทยชื่อดังที่ถูกยิง อย่างไรก็ตามต้องรอข้อมูลจากการ ซักถามและถามการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป

พล.ต.ต. ฐิติราชกล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดนั้น ข้อมูลจากภาพยืนยันได้ว่าไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้าแต่วางแผนมาเป็นอย่างดี ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตั้งแต่ขณะที่ผู้ตายออก จากบ้าน จนกระทั่งถึงจุดเกิดเหตุให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ขณะนี้ทราบเพียงแค่รุ่นของรถคันดังกล่าวแล้ว แต่จะให้แฟนพันธุ์แท้รถจักรยานยนต์มาร่วมดูภาพกล้องวงจรปิดว่าเป็นรถสีอะไร มีลักษณะที่ชัดเจนอย่างไร เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้มาไม่ค่อยชัดนัก

พล.ต.ต. ประยนต์กล่าวว่าให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวกับนายจักรกฤษณ์ คนใกล้ตัว รวมถึงกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อนำมาตรวจสอบหาปมขัดแย้งใหม่ทั้งหมด เนื่องจากตั้งแต่หลังวันเกิดเหตุซึ่งเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การตรวจสอบหลักฐานเอกสารต่างๆ ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะการตรวจสอบกระแสการเงินในบัญชีธนาคารของผู้ตาย ที่ตามข่าวพบว่าก่อนถูกยิงตายซื้อขายพระเครื่องราคานับล้านบาท จึงต้องตรวจสอบปมขัดแย้งเรื่องนี้ให้ชัดเจน ว่าเป็นจริงหรือไม่


"ส่วนการติดตามเบาะแสกลุ่มคนร้ายนั้น เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตามหาพยานแวดล้อม และตามเก็บหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางบนถนนรามคำแหงและจุดใกล้ เคียง ตั้งแต่จุดเกิดเหตุไปจนตลอดเส้นทาง เบื้องต้นมีรายงานว่าพบหลักฐานภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด ที่จับภาพคนร้ายขณะหลบหนีเข้าไปทางซอยมิสทินด้วย" ผบก.สส.บช.น.กล่าว

ที่ สน.มีนบุรี พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนเดินทางไปรับหัวกระสุนปืนที่พบในร่างกายของจักรกฤษณ์ และผลการชันสูตรของแพทย์ จากแผนกนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อนำไปส่งให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบกระสุนปืน ส่วนเรื่องการสอบสวนหลังเกิดเหตุเรียกบุคคลใกล้ชิด ทั้งพ่อ แม่ ภรรยา รวมทั้งคนรับใช้ชาวพม่า มาสอบในเบื้องต้นแล้วจำนวน 6 ปาก ส่วนในวันนี้ ได้เรียกพยานซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง 3 คน ที่เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุมาให้ข้อมูลแล้วเช่นกัน

"สำหรับสาเหตุเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรออกไป จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเช่าพระหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนเสียก่อน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี เร่งออกหาภาพจากกล้องวงจรปิด ตามอาคารห้างร้านต่างๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ และริมถนนที่คาดว่าคนร้ายจะขับขี่เข้ามาดูลาดเลาก่อน และใช้หลบหนีไปหลังก่อเหตุแล้ว



ด้านคนขับรถจักรยานยนต์รับ จ้าง พยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนนั่งอยู่ที่วินหน้าโลตัส ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนัดแรก ก็พากันมองออกไปดู เห็นคนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กำลังใช้อาวุธปืนกระหน่ำ ยิงเข้าใส่รถยนต์ปอร์เช่ โดยรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายขับขี่มา ไม่น่าจะใช่รถจักรยานยนต์รุ่นสกู๊ปปี้ไอ เพราะพวกตนเห็นเป็นรถจักรยานยนต์สีดำ คล้ายรถพวกซูเปอร์โฟร์ (รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์) ตอนท้ายรถโด่ง เสียงท่อเงียบมาก โดยคนขับขี่รถจักรยานยนต์สวมหมวกกันน็อกสีดำ เสื้อดำ กางเกงยีนส์ สีดำ และสวมรองเท้าสีดำ ส่วนมือปืนที่ซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อกสีขาวมีเส้นลายสีดำ สวมเสื้อสีดำกางเกงยีนส์ฟอกออกสีขาว และสวมรองเท้าสีขาว

ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป.กล่าวว่าสั่งการให้พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป.นำชุดสืบสวนเข้าร่วมคลี่คลายคดีกับบก.สส.บช.น.แล้ว เบื้องต้นประเด็นการสังหารยังคงมุ่งไปที่ความขัดแย้งเรื่องซื้อขายพระ เครื่อง แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นอื่นๆ รวมถึงประเด็นความขัดแย้งในสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้ตายเคยไปร้องต่อศาลปกครอง เรื่องการทุจริตที่เกิดขึ้นภายในสมาคมดังกล่าว ซึ่งทุกประเด็นความขัดแย้งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นไป ได้มากน้อยแค่ไหน

รายงานข่าวแจ้งว่าชุดสืบสวนบช.น.และกอง ปราบฯ แบ่งทีมงานหลายชุดสืบสวนทุกประเด็นที่เชื่อมโยง เนื่องจากพบว่าหลายๆ ประเด็นมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกรณีความขัดแย้งกับครอบครัวของภรรยา ธุรกิจลึกลับ และวงการพระเครื่อง นอกจากนี้ตำรวจให้ความสนใจกรณีที่มือปืนมาดักรอได้ตรงเวลาและเหมือนทราบเส้น ทางของเอ็กซ์ คล้ายกับรู้ล่วงหน้าถึงเวลาออกจากบ้าน ซึ่งวันเกิดเหตุสอบพบว่าเอ็กซ์นัดไปทานอาหารกับภรรยา

ส่วนปัญหาแวดวงพระเครื่องนั้นจากข้อมูลพบว่า ในช่วงหลังเอ็กซ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการซื้อขายพระเครื่องมูลค่านับล้านบาท โดยสนิทสนมกับกลุ่มของเซียน "อ" ซึ่งในวงการพระเครื่องรับรู้กันว่ามีประวัติการปลอมพระขาย ซึ่งในประเด็นนี้แยกออกเป็น 2 ปมคือเอ็กซ์รับพระปลอมมาแล้วไปปล่อยต่อทำให้ผู้รับซื้อไม่พอใจ หรือปมกรณีที่เอ็กซ์อาจขัดแย้งกับกลุ่มปลอมพระเครื่องโดยตรงเกี่ยวกับเรื่อง เงินๆ ทองๆ ที่นำส่งไม่ครบตามที่ตกลงกัน

วันเดียวกันพญ.นิธิ วดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พร้อมคนติดตามนำกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ เข้าพบพ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการสน.มีนบุรี โดยพญ.นิธิวดีเปิดเผยว่า มาให้ปากคำเนื่องจากหลังเกิดเหตยังไม่ได้ให้ปากคำเลย ก่อนหน้านี้ที่เดินทางมาสน.ก็เพียงมาเป็นเพื่อน บิดา และมารดาของพี่เอ็กซ์ วันนี้จึงเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสอบปากคำแล้วเสร็จ โดยพญ.นิธิวดีเดินทางไปวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ที่ตั้งศพของเอ็กซ์ โดยไม่ได้ตอบ คำถามใดๆ และไม่ยอมบอกว่าในกระเป๋าเดินทางที่นำมาพบตำรวจนั้นเป็นอะไรด้วย

พ.ต.ท. ประดิษฐ์กล่าวว่า เชิญพญ.นิธิวดี มาพูดคุยเรื่องทั่วไป ส่วนในกระเป๋าเดินทางพญ.นิธิวดีบอกว่า เป็นรูปถ่ายของครอบครัว ซึ่งกำลังจะนำไปอัดขยายเท่านั้น ส่วนจะเรียกพญ.นิธิวดี มาสอบอีกหรือไม่นั้น ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการมาอีกครั้ง

วันเดียวกันนาย ไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรมว.พาณิชย์ กล่าวว่าเคยพบกับเอ็กซ์ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยพบครั้งสุดท้ายประมณ 1 สัปดาห์ก่อนเกิดเหตุ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เอ็กซ์มากับคนชื่อเล็ก เป็นคนเดินพระในนครปฐม ลูกของพ่อค้าคหบดีที่รู้จักกัน มาหารือเรื่องจะฟ้องธนาคารและภรรยา ที่นำพระในตู้เซฟออกไป โดยนำรูปถ่ายพระต่างๆ เป็นคลิปในโทรศัพท์มือถือมาเปิดให้ดูว่ามีพระอะไรบ้าง ซึ่งเป็นพระเบ็ดเตล็ดอยู่ในกระบะ ตนไม่รู้จักเพราะเล่นพระคนละแนวกัน เอ็กซ์เขาเล่นทั่วไป ตนเล่นแต่พระเบญจภาคี

นายไชยากล่าวว่า เตือนไปว่าให้ใจเย็นๆ เพราะอย่างน้อยก็ได้ชื่อเป็นภรรยาและเป็นคนเลี้ยงดูลูกเรา ให้ถนอมกันไว้อย่าไปใส่อารมณ์ ภายหลังเห็นว่าไปปรึกษานางปวีณา หงสกุล ก็เห็นว่าเป็นเรื่องดี ที่ปรึกษาผู้ใหญ่ ส่วนเรื่อง อื่นๆ ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน ช่วงที่พบกันครั้งหลังสุดท่าทีของเอ็กซ์ก็ยังเป็นปกติ ไม่ได้ระแวดระวังตัวอะไรเป็นพิเศษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เอ็กซ์มีความใกล้ชิดอย่างไรจึงมาพบ นายไชยากล่าวว่าที่บ้านตี 5 ก็เปิดประตูแล้ว ทุกวันตอนเช้าจะมีทั้งชาวบ้านคนรู้จักรักใคร่มาพบ พูดง่ายๆ คือจะมาพูดคุย ขอความช่วยเหลือ มาเคลียร์ปัญหา มากินข้าวเช้ากินกาแฟกันวันละหลายๆ วงทุกเช้า กรณีเอ็กซ์ก็เช่นกันไม่เคยมาขอบารมีหรือขออะไร ก่อนหน้านี้ไม่เคยมา วันที่มาพบก็นั่งกินข้าวด้วยกัน และจำได้ว่ามาหาราว 3-4 หน ยังถามเอ็กซ์ว่า ไม่คิดจะกลับไปยิงปืนอีกหรือ เสียดายฝีมือนะยังหนุ่มยังแน่นอยู่ แล้วก็พูดคุยสัพเพเหระ แต่ไม่เห็นเอ็กซ์พูดเรื่องปัญหาในสนามพระ เท่าที่ได้พบกัน 3-4 หนก็เห็นว่าเอ็กซ์ชอบพระเครื่อง เป็นนักสะสมพระในระดับหนึ่งที่เอามาอวดก็เป็นพระเบ็ดเตล็ดทั้งในคอในกระเป๋า ถือ

ที่ศาลา 13 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน กทม. จัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพนายจักร กฤษณ์ เป็นคืนที่สอง มีนายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ รักษาการนายกสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ เป็นเจ้าภาพ พร้อมทั้งมีแขกที่มีชื่อเสียงในวงการกีฬามาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก อาทิ นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรและนักข่าวชื่อดัง พ.ต.ท.วิรัตน์ การดี อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ และนายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ

นายมนตรีกล่าวว่า เสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการจากไปของเจ้าเอ็กซ์ ที่ถือว่าเป็นนักแม่นปืนมือหนึ่งของประเทศไทย การจากไปครั้งนี้ถือว่าเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อวงการกีฬายิงปืนของ ประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมา เอ็กซ์เป็นนักกีฬาคนสำคัญ ที่มีฝีมือและพรสวรรค์ในการพัฒนาวงการกีฬายิงปืนไทย เป็นนักกีฬายิงปืนคนแรกที่ได้เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬายิงปืนรุ่นน้องที่กำลังเฝ้ามองดู และฝึกฝนฝีมือเจริญรอยตาม

พ.ต.ท.วิรัตน์กล่าวว่า เสียดายต่อการจากไปของเอ็กซ์เป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้หลังจากที่เอ็กซ์พ้นโทษ เราวางแผนรับใช้ชาติในปีต่อไปในการฟอร์มทีมนักกีฬายิงปืนขึ้นมาใหม่เพื่อลุย ศึกเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งจะมีตน เจ้าเอ็กซ์ และโอภาส เป็นแกนหลัก แต่เอ็กซ์ก็มาด่วนจากไปเสียก่อน ที่ผ่านมาสนิทกับเอ็กซ์มาก เวลาเดินทางไปแข่งขันยังต่างประเทศเอ็กซ์ก็จะจับคู่มานอนด้วยกันตลอด ซึ่งเราจะพูดคุยกันทุกเรื่อง เอ็กซ์มีปัญหาอะไรก็จะมาปรึกษา แต่สำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เอ็กซ์ไม่เคยเล่าให้แต่อย่างใด

นางกัญญา พณิชย์ผาติกรรม น้องสาวเอ็กซ์ กล่าวทั้งน้ำตาว่าตกใจมากหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของพี่ชาย จึงรีบเดินทางจากประเทศออสเตรเลียมายังไทย ที่ผ่านมาพี่ชายเป็นคนดีมาก รักครอบครัว และจริงใจกับคนอื่นอยู่เสมอ แต่พี่ชายเป็นคนพูดจาไม่เพราะ อาจทำให้คนที่ฟังเข้าใจผิดก็ได้

ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวถึงกรณีภรรยาของนายจักรกฤษณ์ ที่ อยู่กระบวนการขอคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครอง สิทธิฯ เมื่อครั้งมีความขัดแย้ง กับนายจักร กฤษณ์ว่า หลังการขอเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน ยังไม่เคยมีเหตุถูกข่มขู่คุกคาม และนางปวีณาช่วยไกล่เกลี่ยให้นายจักรกฤษณ์และภรรยาคืนดีกันแล้ว กรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ จึงใช้วิธีส่งหนังสือประสานให้ตำรวจช่วยดูแลภรรยาเพิ่มขึ้น โดยยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนคุ้มครองพยานอย่างเต็มรูปแบบ เพียงแต่ตั้งตู้แดงรักษาความปลอดภัยให้ที่บ้าน อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้นายจักรกฤษณ์ เสียชีวิตแล้ว แต่ปมการสังหารยังไม่ชัดเจน จึงอยากให้ตำรวจดูแลความปลอดภัยภรรยานายจักร กฤษณ์ ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

เวลา 20.00 น. วันเดียวกัน นายสิทธิพร นิยม หรือโด่ง อายุ 39 ปี นักแสดงและนายแบบชื่อดังติดต่อมายัง "ข่าวสด" โดยระบุว่าถูกบุคคลลึกลับโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องเงินจำนวน 20,000 บาท ที่เอ็กซ์โอนให้ก่อนถูกยิงตายแค่ 1 ชั่วโมงในทำนองว่ามีส่วนรู้เห็นกับเงินที่เอ็กซ์เพิ่งได้มาหรือไม่ว่า กรณีเรื่องเงินนี้จริงๆ แล้วเป็นเงินที่เอ็กซ์ติดหนี้จำนวน 50,000 บาท ตั้งแต่สมัยถูกตำรวจควบคุมตัว จึงให้ยืมเงินจำนวนดังกล่าวไป เนื่องจากสนิทกันมา 3-4 ปีแล้ว เพราะชอบเล่นกีฬายิงปืนด้วยกัน แต่ไม่ได้ลงลึกมาก เพราะทราบว่าเขามีเรื่องเยอะ ไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยว

นายสิทธิพรกล่าวต่อว่า เงินจำนวนที่เอ็กซ์ยืมไปตอนแรกตั้งใจยกให้ไปเลย แต่หลังจากที่ออกจากคุกก็ได้เจอกันแต่ไม่ได้ถามถึงเรื่องเงินด้วยซ้ำ แต่เอ็กซ์ก็พูดว่าเดี๋ยวกูจะคืนให้ ต่อมาเอ็กซ์ได้โทร.หาพร้อมขอเลขที่บัญชีธนาคาร จากนั้นจึงได้โอนเงินมาให้ 20,000 บาท ตอนเวลา 17.00 น. วันที่ 19 ต.ค. แล้วบอกว่าจะโอนเงินอีก 30,000 บาทคืนให้ทีหลัง จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. เอ็กซ์ก็ถูกยิง โดยหมายเลขโทรศัพท์ของตนเป็นหมายเลขสุดท้ายที่โทร.หาเอ็กซ์


นายสิทธิพรกล่าวต่อว่ากระทั่งเมื่อวานไปร่วมงานศพ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทร.มาหา ตามที่ได้มีเบอร์โทรศัพท์ของตนปรากฏเป็นหมายเลขโทรศัพท์สุดท้ายที่โทร.หา เอ็กซ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามแค่ว่าเป็นใคร จึงตอบไปว่าคือโด่ง สิทธิพร ตำรวจวางสายไป กระทั่งอีก 1 ชั่วโมงต่อมา มีเสียงผู้ชายโทรศัพท์เข้ามาและพูดแปลกๆ ว่าเงินที่เอ็กซ์โอนมาให้นั้นมาจากไหน ได้ส่วนแบ่งมาหรือไม่ จึงถามกลับว่า เป็นใครชายคนนั้นก็วางสายไป ถัดมาอีก 2-3 ชั่วโมง มีผู้ชายโทรศัพท์เข้ามาอีก แต่ไม่โชว์เบอร์พร้อมกับบอกว่าเงิน 50,000 บาทที่เอ็กซ์ยืมไปนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งสงสัยว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร เพราะเรื่องนี้ทราบเฉพาะตนกับเอ็กซ์เท่านั้น จึงเชื่อว่าเอ็กซ์น่าจะเป็นคนบอกเรื่องดังกล่าว จึงบอกว่าเอ็กซ์ยืมเงินไปจริงตอนที่อยู่ในคุก แต่น้ำเสียงของผู้ชายที่โทร.เข้ามา มีลักษณะข่มขู่เล็กน้อย สุดท้ายชายคนดังกล่าวบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะสืบเอง ก่อนจะวางสายไป


นายสิทธิพรกล่าวอีกว่า วันนี้พล.ต.ต. ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. เรียกเข้าไปสอบปากคำ จากเรื่องที่หมายเลขโทรศัพท์ปรากฏในโทรศัพท์ของเอ็กซ์เป็นหมายเลขสุดท้าย พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่นำโทรศัพท์มือถือของตนไปตรวจสอบ ซึ่งก็จะมีหลักฐานชัดเจนว่าติดต่อระหว่างเอ็กซ์และตน เรื่องการยืมเงินตั้งแต่อยู่ในคุกซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวที่เขานำมาใช้หนี้ นั้น ไม่ทราบว่าเอ็กซ์นำเงินมาจากไหน จึงอยากออกมาชี้แจงว่าไม่อยากให้คนที่โทร.หา เข้าใจผิดว่ามีส่วนรู้เห็นกับที่มาที่ไปของเงินดังกล่าว

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 08:32 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1qUXdOVFUyT1E9PQ==&sectionid= 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:25:49 PM »

เซียนพระ "อ๊อดขาว" พบผบช.น. ให้การคดีเอ็กซ์ - ตร.ได้ข้อมูลปืน ยี่ห้อ"โตกาเลฟ" นักสะสม-นิยม

จากกรณีมือปืนประกบยิง"เอ็กซ์"จักร กฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย เสียชีวิตคารถปอร์เช่ บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 เขตมีนบุรี กทม. ตำรวจเรียกสอบญาติใกล้ชิดและตั้งไว้หลายประเด็นเช่นปัญหาครอบครัว วงการพระเครื่อง สมาคมยิงปืน และปัญหาธุรกิจบางอย่าง ขณะเดียวกันนายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรมต.และคนดังนครปฐม ออกมาระบุว่าเอ็กซ์ เคยมาที่บ้าน 3-4 ครั้ง แต่พูดคุยเรื่องทั่วไปและปัญหาครอบครัวเท่านั้น ส่วน"โด่ง" สิทธิพร นิยม ดารา-นายแบบหนุ่มเพื่อนเอ็กซ์ออกมาระบุว่าถูกโทรศัพท์ลึกลับข่มขู่ถามเรื่องเงินที่เอ็กซ์โอนให้วันที่ถูกยิงตาย และเป็นเจ้าของเบอร์โทรศัพท์ที่เอ็กซ์โทร.หาเป็นคนสุดท้ายก่อนเกิดเหตุเพียง 1 ชั่วโมง โดยชี้แจงว่าเป็นเงินที่เอ็กซ์ขอยืมไปสมัยถูกคุมขังในเรือนจำ โดยไม่ทราบว่าเอ็กซ์นำเงินมาจากไหน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผบช.น. กล่าวว่าชุดสืบสวนคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานในคดีเพิ่มเติม และเชิญเซียนพระเครื่องในวงการและบุคคลรอบข้างพญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของเอ็กซ์ มาให้ข้อมูลด้วย ยังต้องขอเวลาในการทำงาน สักระยะ โดยในช่วงสายวันพรุ่งนี้จะเรียกประชุมชุดสืบสวนอีกครั้งเพื่อตีกรอบประเด็นการก่อเหตุทั้งในเรื่องของประเด็นปัญหาครอบครัว ปัญหาในวงการพระเครื่อง ยาเสพติดและความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน ทั้งนี้อยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูลพิสูจน์ทราบ ก่อนตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องจะมุ่งประเด็นการสอบสวนที่ชัดเจน

ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ระบุว่า เบื้องต้นบช.น.พิจารณาตั้งรางวัลนำจับจำนวน 2 แสนบาทให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้ายในคดีดังกล่าว

ขณะที่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.กล่าวว่า ประเด็นสังหารมีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะรายงานมาเพิ่มเติมเมื่อถามว่าได้ส่งกองปราบปรามเข้าไปช่วยคลี่คลายคดีหรือไม่ ผบ.ตร. ตอบว่าคดีนี้นครบาลทำได้อยู่แล้ว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ อายุ 43 ปี หรือ "อ๊อดขาว" หรือ"อ๊อด นครปฐม" เซียนพระชื่อดังที่สนิทสนมกับเอ็กซ์เดินทางเข้าพบพล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อให้ข้อมูล โดยระบุว่าหลังจากที่เอ็กซ์ได้ประกันตัวจากเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 อ.นครชัยศรี จ.นคร ปฐม จากคดีข่มขู่-ทำร้ายภรรยา ก็เดินทางมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งตนยังพาไปพบนายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรมต. โดยเอ็กซ์ระแวงว่ากำลังถูกปองร้าย แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดหรือบอกว่ามีปัญหากับใคร หลังจากพักอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง เอ็กซ์ก็ย้ายออกไป ซึ่งพยายามคัดค้านเพราะเกรงจะได้รับอันตราย แต่เอ็กซ์ก็ไม่ยอม จนสุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้

หลังจากให้ข้อมูลกับผบช.น.แล้ว นายสุนทรเข้าพบพล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. เพื่อให้ข้อมูลอีกทางหนึ่งด้วย โดยพล.ต.ต.ประยนต์ถามถึงประเด็นเรื่อง ซื้อขายพระรุ่นเหรียญเจ้าสัว ของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยนายสุนทรระบุว่ามีการซื้อขายจริงแต่ไม่มีปัญหาอะไรเนื่องจากเป็นพระแท้ พร้อมกันนี้นายสุนทรยังให้ข้อมูลและเบาะแสเกี่ยวกับบุคคลอื่นๆ เพื่อให้ตำรวจไปสืบสวนเพิ่มเติมด้วย

พล.ต.ต.ประยนต์กล่าวว่า เชิญนายสุนทรมาสอบปากคำในฐานะคนรู้จักคุ้นเคยกับเอ็กซ์ เนื่องจากเชื่อว่าไม่น่าจะมีความเกี่ยว ข้องกับคดี แต่ที่เชิญมาสอบปากคำเพื่อจะสอบถามว่าเอ็กซ์ มีปัญหากับใคร และเอ็กซ์เคยเล่าเรื่องปัญหาให้ฟังบ้างหรือเปล่า โดยเซียนอ๊อดเชื่อว่าเรื่องปล่อยพระเครื่องไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากการซื้อขายพระแต่ละครั้งต้องนำพระเครื่องไปให้บรรดาเซียนพระทั้งหลายตรวจสอบว่าจริงหรือปลอม ไม่ใช่ว่าจะซื้อขายกับปุบปับ นอกจากนี้เรื่องพระเครื่องปลอมก็ไม่เคยได้ยินเอ็กซ์พูดถึง ส่วนที่เอ็กซ์ไปพักอยู่ด้วยที่ จ.นครปฐม เพราะไปพักผ่อน และที่กลับมากรุงเทพฯ ก็ไม่ได้มีปัญหากับใครเพียงแต่คิดถึงลูกเท่านั้น

พล.ต.ต.ประยนต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังทราบว่าระหว่างที่เอ็กซ์ถูกจับอยู่เซียนอ๊อด เป็นคนไปประกันตัวเอ็กซ์ออกมา หลังจากนี้ก็จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกวงการที่รู้จักคุ้นเคยกับเอ็กซ์มาสอบปากคำ รวมทั้งคนที่เอ็กซ์สนิทสนมในวงการพระเครื่อง ส่วนเรื่องครอบครัวก็จะตามต่อและยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมทั้งเรื่องวงการพระด้วย ยังต้องสืบสวนครอบคลุมทุกอย่าง สำหรับรถที่คนร้ายใช้ก็ยังไม่ชัดเจนต้องรอสืบสวนกันต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับปมปัญหาความขัดแย้งระหว่างครอบครัวของภรรยานั้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นตำรวจได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากเอ็กซ์มีปัญหากับพญ.นิธิวดี ภรรยา ทำให้ครอบครัวฝ่ายหญิงเป็นห่วง จนพี่ชายต่างมารดาติดต่อผ่านบุคคลที่รู้จักช่วยจัดหาคนคุ้มกัน ซึ่งมีรายงานว่าติดต่อจ้างคนมีสี 4 คนมาดูแล เป็นประเด็นที่ตำรวจกำลังจะเรียกสอบ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับเอ็กซ์ หลังถูกจับคดีทำร้ายและข่มขู่ภรรยา ตอนแรกไม่ได้รับการประกันตัวถูกส่งเข้าเรือนจำ ก่อนย้ายมาคุมขังที่เรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 เนื่องจากมียศทหารเป็นจ.ส.อ. ต่อมาได้รับประกันตัว ทำให้เอ็กซ์ที่ปกติจะพกปืนตลอดเวลา ไม่กล้ามีอาวุธติดตัว เพราะเกรงว่าหากถูกตำรวจจับกุมจะโดนถอนประกัน ชุดสืบสวนให้ความสนใจประเด็นนี้เช่นกันเนื่องจากเอ็กซ์ถือว่าเป็นนักแม่นปืนมือ 1 ทีมชาติไทย หากคนร้ายไม่รู้ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าจะกล้าขี่รถจักรยานยนต์เข้าประกบยิงในระยะกระชั้นชิดอย่างที่เกิดเหตุขึ้น

วันเดียวกัน รายงานข่าวจากกองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจหัวกระสุนสังหารเอ็กซ์พบว่าเป็นกระสุนขนาด 9 ม.ม. ดัดแปลง ยิงออกจากอาวุธปืนสั้นยี่ห้อโตกาเลฟ ของรัสเซีย เป็นอาวุธปืนสมัยเก่าซึ่งปกติใช้กระสุนขนาด 7.62 แต่ปัจจุบันหายากและมีราคาแพง ความรุนแรงไม่มากนัก จึงไม่เป็นที่นิยม อีกทั้งอาวุธปืนชนิดนี้ไม่แพร่หลายมากนักเป็น ที่นิยมเฉพาะกลุ่มนักเล่นปืน หรือคนมีสี อาจหาซื้อได้ตามชายแดน ทำให้ตำรวจสันนิษ ฐาน เพิ่มเติมว่าคนร้ายอาจไม่ใช่มือปืนอาชีพ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ล่าสุดตำรวจได้เบาะแสจากพยานระบุว่าช่วงเย็นวันที่ 18 ต.ค. หรือก่อนเกิดเหตุ 1 วัน ได้ยินเสียงเอ็กซ์ทะเลาะเรื่องเกี่ยวกับพระเครื่อง แต่ไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน ทำให้ตำรวจให้ความสนใจกับประเด็นเรื่องนี้มากขึ้น

ส่วนเรื่องการลงมือของคนร้ายนั้นตำรวจเช็กวงจรปิดอย่างละเอียดอีกหลายครั้ง จนพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าจังหวะที่รถของเอ็กซ์ขับออกจากบ้าน คนร้ายที่ดักรออยู่อีกจุดหนึ่ง ขี่รถจักรยานยนต์สวนเลนย้อนกลับมาดักรอลงมือในจังหวะพอดิบพอดี ทำให้ตำรวจวิเคราะห์ว่ามือปืนน่าจะรู้เวลาที่เอ็กซ์ขับรถออกจากบ้าน จึงสามารถขี่รถย้อนศรมาลงมือได้ถูกจังหวะ

ที่สน.มีนบุรี พญ.นิธิวดี พร้อมด้วยลูกสาว เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ ก่อนเปิดเผยว่ายังไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่จะสอบเรื่องอะไร เพราะให้ข้อมูลที่รู้ไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องรถที่เอ็กซ์ได้ซื้อต่อพี่ชายตนมา เอ็กซ์ก็จ่ายเงินทั้งหมด ส่วนเรื่องพระนั้น ไม่ทราบ ทราบแต่เพียงว่าที่บ้านเอ็กซ์นั้นมี ตู้เซฟอยู่หนึ่งใบ แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่ากุญแจอยู่ที่ใด ทั้งนี้ถ้าเจ้าหน้าที่ต้องการสอบอะไรเพิ่มเติมก็พร้อมที่จะให้ข้อมูล

ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.ธวัชชัย กำแหงพล ช่วยราชการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.จอม สิงห์น้อย พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป. ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีสังหารเอ็กซ์

พ.ต.อ.อัคราเดชเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิสูจน์ทราบปมสังหารทั้งหมดว่าเรื่องใดมีความเป็นไปได้มากน้อย ซึ่งจนถึงขณะนี้แนวทางก็ยังคงมุ่งไปที่เรื่องการซื้อขายพระเครื่อง ยาเสพติด ความขัดแย้งในสมาคมกีฬายิงปืนฯ และปัญหาภายในครอบครัว ส่วนเรื่องชู้สาวนั้นให้น้ำหนักน้อยที่สุด ทั้งนี้ในแต่ละประเด็นจะเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด

ส่วนกรณี"โด่ง"สิทธิพร นิยม ดารา-นายแบบหนุ่ม ที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวกับคดีนี้เนื่องจากมีโทรศัพท์ข่มขู่ถามเรื่องเงินที่ได้จากเอ็กซ์จำนวน 20,000 บาท ก่อนที่เอ็กซ์จะถูกยิงตายแค่ 1 ชั่วโมง โดยโด่งระบุว่าเป็นเงินใช้หนี้ที่เอ็กซ์ยืมไปจำนวน 50,000 บาทช่วงที่ถูกคุมตัวอยู่เรือนจำ แต่เกรงว่าจะเกิดเข้าใจผิดจึงรีบชี้แจงกับสื่อมวลชน

โด่ง-สิทธิพรกล่าวว่าหลังจากที่ตนโดนโทรศัพท์ตามข่มขู่ และออกมาชี้แจงผ่านทาง"ข่าวสด" เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา มาถึงวันนี้ก็ไม่มีสายแปลกๆ โทร.เข้ามามีแต่นักข่าวโทร.มาขอสัมภาษณ์เท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แจ้งความ แต่เมื่อวานไปบช.น. ทางเจ้าหน้าที่เห็นหลักฐานหมดแล้ว ที่ไม่ได้แจ้งความเป็นเพราะว่าเบอร์โทรศัพท์ที่โทร.เข้ามาหาเราเป็นเบอร์ไพรเวตเราไม่สามารถเช็กได้

"ถึงตอนนี้ถามว่ากลัวหรือเปล่า เราไม่กลัวเพราะไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไร แต่กลัวเขาจะเข้าใจเราผิด เพราะเราอยู่ของเราเฉยๆ แต่จะกลายเป็นว่าคนมองว่าเราไปทะเลาะกับคนอื่น และที่ผ่านมาไม่เคยมีข่าวด้านทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเลย ผมว่ามันคงเป็นความเข้าใจผิดเพราะเอ็กซ์โอนเงินที่เขายืมผมไปมาให้เราในวันที่เขาโดนยิงพอดี ตรงนี้ผมเข้าใจเขาว่าคนเรามีสิทธิ์เข้าใจผิดได้ ซึ่งผมก็ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อไปแล้ว ทาง บช.น. ก็แนะนำว่าให้สัมภาษณ์ทางสื่อเพราะอย่างน้อยก็เหมือนเราแจ้งความให้เขาทราบทางอ้อมครับ" โด่ง-สิทธิพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าทาง "ยุ้ย"ปัทมวัลย์ นิยม (เค้ามูลคดี) ภรรรยาห่วงหรือเปล่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักแสดงหนุ่มเผยว่า ภรรยาก็ห่วงความปลอดภัยเหมือนกันแต่ทาง บช.น. ส่งตำรวจมาดูแลความปลอดภัย

นักแสดงหนุ่มกล่าวอีกว่า สนิทกับทางเอ็กซ์เพราะเป็นเพื่อนและชอบกีฬายิงปืน เอ็กซ์ก็จะคอยสอนและแนะนำเราตลอด สนิทกันมาประมาณ 3 ปี ส่วนใหญ่เขาจะมาหาที่บ้าน มาหาพ่อรอง (รอง เค้ามูลคดี นักแสดงอาวุโส) มานั่งเล่นสักพักแล้วก็ไปเที่ยว แต่ตัวเราไม่เคยไปเที่ยวกับเขา เอ็กซ์ไม่เคยเล่าถึงปัญหาต่างๆ ให้ฟัง มีแต่เล่าเรื่องปัญหาครอบครัวและปรึกษาจะทำอย่างไร จะให้ตนหรือพ่อรองและยุ้ยไปช่วยพูดให้ แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 11:00 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1qVXdNelEwTUE9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:26:50 PM »

ผบ.ตร. ยัน ขอให้มั่นใจคดี เอ็กซ์-จักกฤษณ์ จนท. ทำงานอย่างรอบคอบ เพราะเชื่อมโยงกันหลายคดี

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ ถึงความคืบหน้าคดี การเสียชีวิตของนายเอ็กซ์ จักกฤษณ์  พนิชผาติกรรม  นักยิงปืนทีมชาติ   ว่า ทางตำรวจนครบาลกำลังสืบสวนอยู่ โดยต้องใช้เวลาในการสรุปประเด็นข้อมูลที่สามารถรวบรวมได้ เพราะผู้ตายมีความเชื่อมโยงกับหลายสาเหตุ และขอให้มั่นใจว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างเต็มที่ตรงไปตรงมา ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของรายละเอียดที่กำลังดำเนินการอยู่  จะต้องมีความรอบคอบในการทำคดีนี้ เพราะมีรายละเอียดที่จะต้องเข้าไปดำเนินการหลายเรื่อง  ขอให้มั่นใจในการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ 

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 10:05 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNNE1qUTVOemMzTkE9PQ==&catid=01


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:32:35 PM »


ซุ้มมือปืนภาคกลาง รับปลิดชีพ ยิงเอ็กซ์-จักรกฤษณ์

แฉพบ 2 ชนวนเหตุใหม่ จับตา 2-3 ซุ้ม ที่นิยมใช้ปืนแบบพิเศษ คว้านลำกล้อง “อ๊อด นครปฐม” เซียนพระ โผล่ให้ปากคำ
วันพุธ 23 ตุลาคม 2556 เวลา 10:22 น.

แฉพบ 2 ชนวนเหตุใหม่ ปมสั่งตาย “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ทั้งขัดแย้ง “กลุ่มคนใกล้ตัว-ผู้มีอิทธิพล” ประเด็นแรกพบพิรุธ คล้ายถูกลวงมายิง ไม่ทันระวังตัว ส่วนประเด็นที่สอง ผิดสัญญาใจ รับงานแล้วไม่ยอมทำ จึงถูกใบสั่ง จ้างนักฆ่า “ซุ้มมือปืนภาคกลาง” ตามเก็บ ศปอร.ตร. จับตา 2-3 ซุ้ม ที่นิยมใช้ปืนแบบพิเศษ คว้านลำกล้อง ใส่ลูกปืน 9 มม. แล้ว ด้าน “บิ๊กแจ๊ด” ตั้งรางวัลนำจับ 2 แสนบาท ขณะที่ “อ๊อด นครปฐม” เซียนพระชื่อดัง โผล่ให้ปากคำตำรวจ แสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนพ่ออดีตนักแม่นปืนทีมชาติ ปูด ตร. รู้ปม ลูกชายโดนสังหาร ระบุส่วนตัวไม่เชื่อ ถูกฆ่าจากเรื่องปล่อยพระเครื่อง

จากกรณี นายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ถูกคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกกัน น็อก ขี่รถจยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ไม่ทราบทะเบียน ก่อนใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงใส่ขณะกำลังขับรถเก๋งสปอร์ต ปอร์เช่ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร พร้อมกับสาวใช้ชาวพม่า บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ถนนรามคำแหง (ฝั่งขาเข้า) แขวงและเขตมีนบุรี ทำให้ นายจักรกฤษณ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.เสรีรักษ์ เหตุเกิดช่วงค่ำวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นตำรวจตั้งปมสังหารไว้หลายประเด็น แต่ให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งผลประโยชน์เรื่องพระเครื่อง โดยในเวลาต่อมาตำรวจได้ภาพวงจรปิดกลุ่มคนร้ายที่ขี่รถ จยย. ตามประกบ และลงมือยิง รวมทั้งรถเก๋งที่รับมือปืนหลบหนีไปแล้ว อยู่ระหว่างเร่งขยายผลจับกุม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานในคดีเพิ่มเติม รวมทั้งเชิญเซียนพระเครื่องในวงการ และบุคคลรอบข้างภรรยาของนายจักรกฤษณ์มาให้ข้อมูล โดยวันที่ 23 ต.ค. จะมีการเรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อตีกรอบประเด็นการก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูลพิสูจน์ทราบ ก่อนตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องทิ้ง โดยคดีนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) มีการตั้งรางวัลนำจับมือปืนที่ก่อเหตุแล้ว เป็นเงิน 2 แสนบาท ให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส จนสามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ด้วย

ต่อมาในช่วงบ่าย “อ๊อด นครปฐม” หรือนายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ อายุ 43 ปี เซียนพระชื่อดัง จ.นครปฐม ที่มีข่าวระบุว่า นายจักร กฤษณ์ เข้าไปสนิทสนมด้วยนั้น เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ผู้ตายเดินทางไปพักอยู่ที่ จ.นครปฐม โดย “อ๊อด นครปฐม” ให้การว่า หลังจากที่ผู้ตายได้รับการประกันตัวออกมาจากเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 11 อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้เดินทางไปพักที่บ้านของตนเอง และมีการไปพบปะกับ นายไชยา สะสมทรัพย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เนื่องจากเป็นเครือญาติกัน โดยผู้ตายรู้ตัวว่าถูกตามล่า จึงหลบไปพักด้วย แต่ไม่ได้เล่ารายละเอียดว่ามีปัญหากับใคร ถึงขนาดข่มขู่เอาชีวิตกัน ต่อมาผู้ตายเดินทางออกจากบ้านพักของตนเอง บอกว่าจะไปทำธุระ ซึ่งก็ได้คัดค้าน เพราะเป็นห่วง แต่ผู้ตายไม่ฟัง กระทั่งมาเกิดเหตุสลด ภายหลังจาก “อ๊อด นครปฐม” พูดคุยกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ แล้ว ได้เดินทางไปที่ บก.สส.บช.น. ให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น.

ที่ สน.มีนบุรี นายมานพ และนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม บิดาและมารดา ของนายจักรกฤษณ์ เข้าพบ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มีนบุรี ให้ปากคำเพิ่มเติม โดย นายมานพ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้ลูกชายโดนยิงเสียชีวิต คิดว่าไม่ใช่ประเด็นเรื่องพระเครื่อง ส่วนที่ลูกชายเดินทางไปหา “อ๊อด นครปฐม” เซียนพระชื่อดังใน จ.นครปฐม นั้น เป็นเรื่องจริง ซึ่ง 2 คนนี้รักกันมาก อ๊อด สอนทุกอย่าง แม้กระทั่งการดำเนินชีวิต การวางตัว ให้กับลูกชาย ส่วนสาเหตุที่หลบไปอยู่ จ.นครปฐม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุอะไร และตอนนี้ข้อมูลลึก ๆ นั้น ทาง ตำรวจรู้แล้วว่าสาเหตุที่ลูกชายโดนลอบยิงนั้นมาจากอะไร ซึ่งต้องไปถามตำรวจเอง

นายมานพ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการสะสมพระเครื่องนั้น ลูกชายจะสะสมพระทุกแบบ โดยเฉพาะพระที่มีราคาแพงหลักแสนจนถึงหลักล้าน ล่าสุดได้เอาพระเขื่อนใหญ่ วัดหนัง เขตบางขุนเทียน สมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุเป็นร้อยปี มูลค่า 5 แสนบาทไปด้วย แต่ไม่ทราบว่าเอาไปไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการคลี่คลายคดีนี้ มีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมไขปริศนาทางคดี ทั้งฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี กก.สส.บก.น.3 บก.สส.บช.น. บก.ป. และศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอร.ตร.) โดยมีรายงานจากชุดคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า ภายหลังได้ภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่เกิดเหตุมาแล้ว และได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ทำให้ทราบว่า พาหนะที่มือปืนใช้ เป็นรถจยย. ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีแดงท้ายดำ อย่างไรก็ตามจากภาพวงจรปิดที่ได้มา ทำให้ทราบว่าคนร้ายที่ทำหน้าที่ขี่รถจยย. สวมเสื้อแจ๊กเกตสีขาว ขณะที่มือปืนที่เป็นคนซ้อนท้าย สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำ โดยทั้งคู่สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าทั้งคู่

นอกจากนี้ ในเรื่องประเด็นการสังหาร ที่ตำรวจพุ่งประเด็นไปที่เรื่องความขัดแย้งในการปล่อยพระเครื่องเป็นหลักนั้น ล่าสุดยังให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งกับกลุ่มคนใกล้ตัวด้วย เพราะจากแนวทางการสืบสวน มีบางข้อมูลที่ชุดคลี่คลายคดีพบพิรุธ เนื่องจากนายจักรกฤษณ์รู้ตัวเสมอว่าถูกปองร้าย แต่วันเกิดเหตุไม่ทันระวังตัว และคล้ายถูกเรียกออกมาปลิดชีพโดยเฉพาะ โดยมีมือปืนและคนชี้เป้า เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา กระทั่งสบโอกาสลงมืออย่างประจวบเหมาะ ที่สำคัญมือปืนรู้เป็นอย่างดีว่า ขณะลงมือนั้น จักรกฤษณ์ไม่มีปืนที่จะตอบโต้ได้ เพราะเจ้าตัวไม่สามารถพกพาอาวุธปืน เนื่องจากมีคำสั่งศาลไม่ให้พกพาอาวุธปืน ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนนี้อยู่ ก่อนจะเชิญกลุ่มคนใกล้ตัวมาทำการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่

ขณะเดียวกัน ชุดคลี่คลายคดียังจะได้ทำการตรวจสอบข้อมูลการติดต่อบุคคลต่าง ๆของนายจักรกฤษณ์ ภายหลังจากที่ออกจากเรือนจำทหาร ในห้วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา จนถึงวันเกิดเหตุด้วย เนื่องจากมีความสงสัยว่าประเด็นการสังหารน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา โดยทางชุดสืบสวนพบว่า ก่อนที่นายจักรกฤษณ์ จะคืนดีกับภรรยานั้น ได้เข้าไปหาผู้ใหญ่ที่ผู้ตายนับถือคนหนึ่ง อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะคิดว่าตัวเองถูกนายตำรวจที่รู้จักนายหนึ่งยุยงให้ทะเลาะกับภรรยา ถึงขั้นมีการนำทรัพย์สินกว่า 60 ล้านบาท ออกจากตู้เซฟในธนาคารแห่งหนึ่งด้วย จนอาจมีข้อตกลงบางอย่างที่เสนอแลกเปลี่ยนกับการประสานให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน

แต่ภายหลัง นายจักรกฤษณ์ กลับมาคืนดีกับภรรยา ทำให้ข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับผู้ใหญ่คนนี้ถูกล้มเลิกไป จึงอาจเป็นชนวนเหตุให้มีความขัดแย้งขึ้น ทำให้ผู้ใหญ่รายนี้ไม่พอใจ ที่ผู้ตายผิดคำพูด จนมีการจัดกลุ่มมือปืนรับจ้าง จากซุ้มในภาคกลางแห่งหนึ่งมารับงานให้สังหารเหยื่อ โดยขณะนี้ทาง ศปอร.ตร. กำลังติดตามพฤติกรรมซุ้มมือปืนต้องสงสัยอยู่ราว 2-3 ซุ้ม ที่ถนัดในการใช้ปืนแบบพิเศษ ที่มีการคว้านลำกล้องให้มีขนาดใหญ่ สำหรับใช้ยิงกระสุนขนาด 9 มม. โดยปืนชนิดนี้มีการซื้อขายตามตะเข็บชายแดนในราคากระบอกละไม่กี่พันบาท สาเหตุที่ใช้ปืนชนิดนี้นั้นเพื่อเป็นการเบี่ยงประเด็นเรื่องอาวุธปืนให้ตำรวจเกิดความสับสน ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม

สำหรับปมความขัดแย้งเรื่องการซื้อขายพระในวงการพระเครื่องนั้น ชุดคลี่คลายคดีก็ยังไม่ตัดทิ้ง เพียงแต่อาจเป็นไปได้ว่าผู้ตายนำพระไปขายให้กับคนนอกวงการพระเครื่อง หรือมีนายหน้าติดต่อพาไป ไม่ได้ขายให้กับคนในวงการ เมื่อคนซื้อเห็นว่าพระไม่ได้มาตรฐานตามที่ตกลงราคาไว้ ก็ทำให้มีปัญหากัน ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเซียนพระในวงการพระเครื่องทั้งหมดว่าผู้ตายนำพระไปขายให้กับใคร

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชน ใครพบเห็นรถ จยย.ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ สีแดง ท้ายดำ คันดังกล่าว ในช่วงเวลา 18.00-19.00 น. วันที่ 19 ต.ค. ระหว่างซอยรามคำแหง 174 ถึงซอยรามคำแหง 160 (มิสทีน) ถนนรามคำแหง หากสามารถจดจำทะเบียนรถคันดังกล่าวได้ สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ กก.สส.บก.น.3 โทร. 0-2518-1619, 0-2518-2353 ตลอด 24 ชั่วโมง มีรางวัลนำจับให้

ต่อมา “อ๊อด นครปฐม” เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ว่า ตลอดระยะเวลาเดือนกว่า หลังจากที่ นายจักรกฤษณ์ มาพักอาศัยอยู่ด้วยนั้น เพราะเจ้าตัวบอกว่าอยู่กรุงเทพมหานครเหงา ต้องอยู่คนเดียว นอกจากนั้นยังห่วงเรื่องความปลอดภัยของตนเอง เพราะการที่อยู่กรุงเทพมหานคร ต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่จะกลับเข้ากรุงเทพมหานคร จึงมักพาเพื่อนจากนครปฐมมาด้วยเสมอ ๆ แต่ครั้งล่าสุดที่กลับมานั้น ประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนเกิดเหตุ ไม่ได้พาเพื่อนจากนครปฐมกลับมา สำหรับประเด็นเรื่องพระเครื่องที่มีข่าวออกมาว่า ผู้ตายนำพระปลอมไปปล่อยแล้วเกิดปัญหาขึ้นนั้น คิดว่าไม่น่าจะเป็นประเด็นในการสังหาร เพราะผู้ตายเพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการค้าขายพระเครื่องได้เพียงเดือนเศษ นอกจากนั้นจากการที่ได้คลุกคลีกับผู้ตาย พบว่าเรื่องเดียวที่เขารู้สึกกังวลและติดค้างในใจ คือเรื่องปัญหากับภรรยาและครอบครัว ซึ่งจากที่สัมผัสได้เค้าเป็นคนรักภรรยามาก และอยากกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดลินิวส์
วันพฤหัสบดี 24 ตุลาคม 2556

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=189747
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:37:58 PM »

ล่าตัวร้อยตรีไขปริศนา ฆ่า'เอ็กซ์' โยงแก๊งยาไอซ์ใต้


ก่อนดับ-โอน1.3แสน รวมทั้งปมฟ้องแบงก์ ผู้ใหญ่เคลียร์ไม่ยอม ไม่ตัดเรื่องครอบครัว

“คำรณวิทย์” ประกาศให้รางวัลผู้แจ้งเบาะแสนำจับมือปืนยิง “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม” 2 แสนบาท ขณะที่พ่อแม่ และเมีย พบพนักงานสอบสวนให้ปากคำเพิ่มเติมยังไม่รู้ชนวนเลือด เรียกสอบ “เซียนอ๊อด นครปฐม” มองปัญหาวงการพระเครื่องไม่น่าเป็นประเด็นดับ ทีมสืบสวนตีวงกว้าง หาปม “สั่งตาย” หลายเรื่องล้วนเกี่ยวพฤติกรรมโผงผาง มุ่งเคลียร์ความขัดแย้งฟ้องธนาคารเรียกค่าเสียหายหลักร้อยล้าน ถึงขนาดอดีตนักการเมือง “จ.” มาไกล่เกลี่ย ยังไม่ยอม ส่วนปมขบวนการค้ายาไอซ์พื้นที่ภาคใต้ตามล่าจนผู้ตายต้องหนีหัวซุกหัวซุน เปลี่ยนที่นอนเป็นว่าเล่น อยู่ระหว่างตามนายทหารยศร้อยตรีมา ไขปริศนา ขณะที่อีกข้อสงสัยสำคัญอาจพันคนใกล้ชิด ตำรวจกำลังเล็งหา “คนชี้เป้า” ส่งซิกเหยื่อออกจากบ้านมาพบจุดจบ

จากเหตุมือปืนประกบยิง จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ เสียชีวิตคารถสปอร์ตปอร์เช่ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ขณะขับออกจากซอยหมู่บ้านบัวขาว ถนนรามคำแหง เขตมีนบุรี กทม. ไปหาภรรยาสาวที่หมู่บ้านสัมมากรในละแวกเดียวกัน ปิดฉากตำนานนักแม่นปืนเจ้าอารมณ์ผู้เคยรับบทเด่นในภาพยนตร์เรื่องหมากเตะรีเทิร์นส ตำรวจมุ่งชนวนสั่งตายไว้หลายปม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาครอบครัว ความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน และวงการพระเครื่อง รวมไปถึงการพัวพันแก๊งยาเสพติด

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค. นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ พ่อของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เดินทางไปที่ สน.มีนบุรี พร้อมนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม แม่ของเอ็กซ์ พบ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มีนบุรี เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับการตายของบุตรชายใช้เวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง นายมานพออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีข้อมูล หรือเอกสารอะไรเป็นพิเศษมาให้ตำรวจ ไม่รู้ประเด็นการตายของลูกด้วยซ้ำ ตำรวจชุดทำงานไม่ได้บอกความคืบหน้าอะไรมาก และยังไม่ปักใจเชื่อใครเป็นคนทำ ประเด็นเรื่องความขัดแย้งเรื่องพระเครื่อง ตนก็ไม่รู้เรื่องมากนัก แต่ลูกชายเล่นพระมาตั้งแต่เด็ก มีอ๊อด นครปฐม เซียนพระช่วยสอนมาตลอด ทั้งเรื่องการวางตัว การใช้ชีวิต การดูพระ เปรียบเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง

ตำนานนักกีฬาแม่นปืนทีมชาติผู้พ่อกล่าวด้วยว่า ก่อนที่ลูกชายจะตายได้ไปให้หมอดูดวงมาหลายที่ ทุกที่บอกเหมือนกันว่า ลูกชายดวงถึงฆาต ไม่ติดคุกก็ขึ้นเมรุ ให้ลูกชายทำบุญเยอะๆ ตนก็เป็นห่วงลูก ระยะหลังก็อยู่กับลูกบ่อย แต่ลูกไม่ได้เล่าปัญหาอะไรให้ฟัง เท่าที่สังเกตลูกชาย ระยะหลังหน้าตาหมองคล้ำไม่ค่อยดี กระทั่งมาจบชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

ต่อมา พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยาของเอ็กซ์ พร้อมลูกสาวคนโต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเช่นกัน ก่อนเผยเพียงสั้นๆว่า มาให้การเพิ่มเติมจากเมื่อวาน คงอยู่ไม่นาน เพราะต้องรีบไปงานศพสามี ทั้งนี้ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีระบุว่า เรียกพ่อแม่และภรรยาของผู้ตายมาสอบเพิ่มเติมบางประเด็นที่ยังไม่ละเอียด เพราะก่อนหน้าทั้งหมดไม่มีเวลาเนื่องจากติดงานศพ โดยเฉพาะประเด็นข้อสงสัยว่า ก่อนเกิดเหตุ มีใครรู้บ้างว่าผู้ตายจะออกจากบ้านไปหาภรรยา ส่วนในวันที่ 23 ต.ค. จะติดต่อคนในสมาคมยิงปืนที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ตาย และเพื่อนของผู้ตายมาสอบปากคำด้วย

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หนุ่มอดีตนักแม่นปืนทีมชาติคนดังว่า ตำรวจอยู่ระหว่างกระจายกำลังกันหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเป็นแนวทางการสืบสวนตามหาตัวคนร้าย อีกทั้งประกาศตั้งรางวัลการแจ้งเบาะแส หรือรางวัลนำจับ 2 คนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจในครั้งนี้ 200,000 บาทให้แก่พลเมืองดีผู้แจ้งข้อมูลนำไปสู่การจับกุมคนร้าย โดยตำรวจจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับมากที่สุด

ด้าน พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์รอง ผบช.น. กล่าวว่า ประเด็นทั้งหมดที่ตั้งไว้ยังไม่ตัดทิ้ง และจะมีการนัดประชุมตีกรอบความคืบหน้าการสืบสวนในเช้าวันที่ 23 ต.ค. เพื่อหารือ 4 ประเด็นหลัก คือ ปัญหาภายในครอบครัว ปัญหาในวงการพระเครื่อง ปัญหาเรื่องของยาเสพติด และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสมาคมยิงปืน หลังจากนี้จะรวบรวมหลักฐานต่างๆ ก่อนตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป “ยกตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งภายในครอบครัวพณิชย์ผาติกรรม อาจจะไม่ใช่ตัวของ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา แต่เป็นคนรอบข้าง ต่อจากนี้ตำรวจจะเดินหน้าสอบปากคำคนในครอบครัวเพื่อนำมาลำดับความให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น”

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. เชิญตัวนายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ อายุ 43 ปี หรือเซียนอ๊อด นครปฐม มาสอบปากคำในฐานะคนรู้จักคุ้นเคยกับผู้ตาย นายสุนทรให้ความเห็นว่า เรื่องปล่อยพระเครื่องไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากการจะซื้อขายพระราคาสูงๆแต่ละครั้งต้องแห่พระเครื่องไปให้บรรดาเซียนพระทั้งหลายตรวจสอบว่าของจริงหรือปลอม ส่วนที่เอ็กซ์ไปอยู่ด้วยที่ จ.นครปฐม เพราะต้องการไปพักผ่อน ก่อนกลับมา กทม. บ่นให้ฟังเพียงแต่คิดถึงลูกเท่านั้น สำหรับพระเครื่องที่ผู้ตายนำไปปล่อยให้เซียนเป็นเหรียญเจ้าสัว หลวงปู่ บุญวัดกลางบางแก้ว ในราคา 1.6 ล้านบาท

มีรายงานว่า แนวทางการสืบสวนของตำรวจ นครบาลได้แบ่งหน้าที่กันออกแกะข้อมูลความขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนสั่งตายเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เกือบทุกกรณีล้วนเกิดจากความขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลผู้ใหญ่ระดับสูงและบุคคลใกล้ชิดสนิทสนมจนอาจทำให้นักแม่นปืนหนุ่มคนดังพบจุดจบได้ทั้งนั้น เนื่องจากเจ้าตัวเป็นคนประเภทโผงผาง บุ่มบ่าม พูดจาไม่เกรงใจผู้ใด มักแสดงพฤติกรรมรุนแรงออกมาแบบไม่แคร์หน้าอินทร์หน้าพรหม โดยมีปมใหม่ที่ชุดสืบสวนได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาฟ้องร้องธนาคารแห่งหนึ่ง ผู้ตายเรียกค่าเสียหายสูงถึงหลักร้อยล้านบาท ทำให้ผู้บริหารของธนาคารมีการไหว้วานให้อดีตนักการเมืองชื่อย่อ “จ.” ซึ่งเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวของผู้ตายช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย แต่ผู้ตายปฏิเสธเสียงแข็งยืนยันจะดำเนินคดีคู่กรณีให้ได้

อีกปมสำคัญชุดสืบสวนพบว่า ผู้ตายเข้าไปรู้จักนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีประวัติเครือข่ายพัวพันแก๊งค้ายาไอซ์รายใหญ่ในภาคใต้ ก่อนที่ผู้ตายจะมีปัญหาความขัดแย้งถึงขั้นต้องฉีกตัวออกนอกพื้นที่อิทธิพลดังกล่าวไปหลบพักตามสถานที่ต่างๆหลายแห่งสลับนอนคราวละ 2-3 วัน ก่อนพบจุดจบเคยไปเปิดห้องพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งใน ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มีการติดต่อโอนเงิน 1.3 แสนบาทให้นายทหารยศ ร.ต.ที่เคยมีประวัติคดีฆ่านักธุรกิจเจ้าของกิจการซอสปรุงรสหลายปีก่อน ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวนายทหารรายนี้มาสอบปากคำคลายข้อกังขาแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีชนวนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคนใกล้ชิดอาจทำให้ถึงกับฆ่าแกงกันอีกหลายเรื่อง อาทิ ก่อนหน้าเคยไล่ลูกน้องคนสนิทออกจากบ้านไป เพราะไม่พอใจแถมจับมัดมือ มัดเท้า ซ้อมและใช้สเปรย์พริกไทยฉีดใส่อย่างทารุณ รวมถึงประเด็นพัวพันหญิงสาวชื่อ “อ้อม” ที่ผู้ตายพยายามจะพาเข้าไปอยู่ที่บ้านรวมกับครอบครัวกลายเป็นชนวนระหองระแหงกับภรรยาและมารดาในเวลาต่อมา การขมวดปมเหล่านี้ของชุดสืบสวนนครบาลถึงเป็นคำถามที่ทีมนักสืบพยายามตีโจทย์ให้แตกว่า มีใครส่งซิกชี้เป้าความเคลื่อนไหวของเอ็กซ์ระหว่างขับรถออกจากบ้านอีกหลังไปหาภรรยาในค่ำวันเกิดเหตุให้มือปืนตามประกบเด็ดชีพหรือไม่

ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธวัชชัย กำแหงพล ผกก.ฝนบ.สง.ก.ต.ช. ช่วยราชการศูนย์ปราบปรามผู้มีอิทธิพลและมือปืนรับจ้าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.ท.กิตติ–ศักดิ์ เที่ยงกมล รอง ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.จอม สิงห์น้อย พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป. จากนั้น พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าวว่า ส่วนของกองปราบปรามมุ่งไปในประเด็นความขัดแย้งในธุรกิจพระเครื่อง ยาเสพติด เรื่องความขัดแย้งในสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย และปัญหาภายในครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนในกรณีของเรื่องชู้สาวให้น้ำหนักน้อยที่สุด แต่ละประเด็นจะเร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆให้เกิดความชัดเจนมากที่สุดว่า ใครมีส่วนได้ ส่วนเสียกับการเสียชีวิตของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ก่อนนำไปประมวลร่วมกับคณะทำงานของ บช.น.ในวันรุ่งขึ้น

ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงกระแสข่าวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เข้าพัวพันขบวนการค้ายาเสพติดว่า จากการตรวจสอบประวัติผู้ตายพบว่า มีประวัติในเรื่องการเสพยาเสพติด แต่เป็นผู้เสพที่ถือว่าเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในข่ายจะต้องเข้ารับการบำบัด ยังไม่มีข้อมูลประวัติในเรื่องการจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส.ได้มีการตรวจสอบก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาสำนักงาน ป.ป.ส. ได้จัดทำเป็นโครงข่ายผู้ที่พัวพันการค้ายาเสพติดทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาบ้า และเฮโรอีน ในพื้นที่ที่มีทั้งผู้เสพและผู้จำหน่ายเป็นเด็กวัยรุ่น ดารา นักร้อง เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่นิยมเสพยาเสพติด ไม่ถึงขนาดเป็นผู้ค้า หรือจำหน่ายยาเสพติด

ไทยรัฐออนไลน์
  23 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/newspaper/378062

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2013, 01:39:51 PM »

'หมอนิ่ม' ปฏิเสธฆ่า 'เอ็กซ์' ไม่เกี่ยวครอบครัว


ทีมสืบได้พยานกระชับปมมุ่งสอบเค้นเครือญาติเมียโยงคดีเก่ากับชิงทรัพย์สิน

น.1 ตัดประเด็นยาเสพติดฆ่าเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ นัดประชุมอีกที 25 ต.ค.นี้ รอสอบปากคำคนในครอบครัวหลังเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพพร้อมสั่งเช็กวงเงินประกันที่คนตายทำไว้ ขณะที่ชุดสืบสวนเริ่มบี้หนัก ประเด็นขัดแย้งอดีตมือปืนทีมชาติกับกลุ่มเครือญาติเมีย เผยมีชนวนร้าวลึกหลายเรื่อง ขณะที่ตำรวจเชิญตัวหมอนิ่มภรรยาเข้าพบคำรณวิทย์ ยันสาเหตุการตายไม่ได้มาจากความขัดแย้งในครอบครัว ด้านการสอบสวนอดีตนักยิงปืนทีมชาติ รุ่นพี่เอ็กซ์ หอบเอกสารเข้าพบตำรวจให้ปากคำชนวนร่วมกันฟ้องร้องสมาคมยิงปืนฯ และ กกท.

จากคดีอุกอาจ 2 มือปืนขี่ จยย.ประกบยิง เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักแม่นปืนทีมชาติจอมห้าว เสียชีวิตคารถสปอร์ตปอร์เช่ 2 ประตู บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 เมื่อค่ำวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยชุดสืบสวนนครบาลตั้งประเด็นฆ่าไว้ 4 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในครอบครัว ความขัดแย้งในสมาคมยิงปืน ยาเสพติด และธุรกิจพระเครื่อง โดยชุดสืบสวนได้นำ “อ๊อด นครปฐม” เซียนพระชื่อดังที่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ให้ความเคารพ มาสอบปากคำเรื่องการซื้อขายพระเครื่องที่มีการซื้อขายในวงเงิน 1.6 ล้านบาท จนคลายปมสงสัย แต่ก็ยังไม่ถึงกับตัดประเด็นนี้ทิ้ง ทั้งนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้ตั้งเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแสนำจับมือปืนเป็นเงิน 2 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าในการคลี่คลายคดี ล่าสุด ตำรวจตัดประเด็นยาเสพติดทิ้งแล้ว โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีมือปืนประกบยิงนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือ “เอ็กซ์” อายุ 40 ปี อดีตนักแม่นปืนทีมชาติไทย เสียชีวิตในท้องที่ สน.มีนบุรี โดยมี พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และชุดสืบสวนกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.ป. เข้าร่วมประชุม ใช้เวลาหารือร่วมกัน 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.ต.ท.คำรณวิทย์เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกองปราบปรามที่ร่วมกันทำคดีนี้มาตั้งแต่ต้น ขอยืนยันว่า คดีนี้คืบหน้าไปมาก ขณะนี้ตำรวจตัดประเด็นเรื่องยาเสพติดออกไปแล้ว เพราะเท่าที่ตรวจสอบ และสอบปากคำ คนสนิทก๊วนเสพยาด้วยกัน 2-3 คน ยืนยันว่า ผู้ตาย เป็นเพียงผู้เสพ ไม่เคยข้องแวะเรื่องการซื้อขาย และทุกครั้งที่เสพจะมีเพื่อนๆ เป็นคนหามา ผู้ตายไม่เคยซื้อหามาเสพเอง ส่วนประเด็นอื่นๆ ทั้งปัญหาภายในครอบครัว เรื่องซื้อขายพระเครื่อง และความขัดแย้งในสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย ยังต้องขยายผลต่อ และยังให้น้ำหนักทั้ง 3 ประเด็นนี้ไว้สูงเท่ากันหมด

ผบช.น.กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องพระเครื่องนั้น ในฐานะผู้คร่ำหวอดคนหนึ่ง ขอให้ความเห็นว่า เมื่อมีการซื้อขายพระและเกิดปัญหาขึ้น ส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการเจรจามากกว่า ถ้าถึงกับต้องสั่งฆ่าแกงกันทุกอย่างมันก็เหลือแค่ศูนย์ ประกอบกับพระ องค์ที่ผู้ตายเล่น ซื้อขาย และมีปัญหาตามมา ขณะนี้อยู่ในมือตนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้เป็นชนวนถึงกับต้องตามเอาชีวิต แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง เพราะผู้ตายไม่ได้เช่าหาพระจากกลุ่มใดเพียงกลุ่มเดียว ได้มอบหมายงานให้ชุดคลี่คลายคดีทุกภาคส่วนสังกัด บช.น.รวมถึงกองปราบปราม ไปช่วยกันทำใหม่ เรื่องการสอบสวนก็ทำกันไป แต่ต้องเดินหน้าไปพร้อมกับฝ่ายสืบสวนที่จะต้องแกะรอยหาเบาะแสเพิ่มเติมต่ออีกหลายประเด็น แม้แต่กล้องวงจรปิดต้องไล่ให้ได้ทั้งหมด

“ในส่วนของความขัดแย้งภายในครอบครัว มอบหมายให้ รอง ผบช.น.ผู้รับผิดชอบไปตั้งโจทย์ให้ดี เพราะยังมีประเด็นที่ตำรวจอยากรู้จากบุคคลใกล้ชิดอีกหลายอย่าง ติดที่ว่าช่วงนี้ญาติพี่น้องยังยุ่งอยู่กับพิธีศพ เสร็จงานเมื่อไหร่จะต้องมาพูดคุยกัน รวมถึงประเด็นตู้เซฟของผู้ตายที่อยู่ในบ้านแต่ยังเปิดออกมาตรวจสอบไม่ได้ เนื่องจากไม่มีกุญแจด้วย” พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ รอง ผบช.น.ดูแล ด้านการสอบสวน กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น.3 เป็นแม่งานสอบปากคำพยานทั้งในที่เกิดเหตุ และคนในครอบครัวอย่างละเอียดที่สุด โดยสั่งการให้ไปหาคำตอบที่ยังค้างคาใน 3 ประเด็น คือปัญหาภายในครอบครัว เรื่อง ซื้อขายพระเครื่อง และความขัดแย้งในสมาคมยิงปืนแห่งประเทศไทย เชื่อว่ารายละเอียดจะมีมากกว่านี้แน่ โดยวันที่ 25 ต.ค. พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีอีกครั้ง

ขณะที่ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.ดูแลเรื่องการสืบสวน กล่าวว่า ความจริงวันนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว หลังจากนี้ต้องพิสูจน์ทราบกันตั้งแต่จุดเกิดเหตุ รวมถึงเรื่องแวดล้อมอื่นๆ จากบุคคลใกล้ชิด นำข้อเท็จจริงมาร้อยเรียงกันหาความเชื่อมโยง และข้อพิรุธของกลุ่มผู้ต้องสงสัย เชื่อว่า น่าจะมีความคืบหน้าในทางที่ดีเพิ่มขึ้นอีกในเร็ววันนี้

มีรายงานว่า เมื่อดึกวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. ได้นำตัวพยานเป็นหญิงสาวที่สนิทสนมกับนายจักรฤกษณ์ มาสอบปากคำ 3 คน โดยสาวทั้ง 3 ราย ยืนยันว่า นายจักรกฤษณ์ใช้ชีวิตลึกลับ ระมัดระวังตัวเองอยู่ตลอด เชื่อว่าผู้ที่จะคิดปองร้ายต้องรู้ความเคลื่อนไหวของนายจักรกฤษณ์เป็นอย่างดี และทราบดีว่านายจักรกฤษณ์ ไม่สามารถพกพาปืนติดตัวไปไหนได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขที่กำลังถูกดำเนินคดีเรื่องปืนอยู่

มีรายงานด้วยว่า หลังจากชุดสืบสวนนครบาลตัดประเด็นยาเสพติดออกไป ได้พุ่งเป้าไปในประเด็นความขัดแย้งในครอบครัวและคนใกล้ชิดสนิทสนมเป็นหลัก เพราะจากแผนประทุษกรรม คนร้ายมีลักษณะรู้ความเคลื่อนไหวของนายจักรกฤษณ์เป็นอย่างดี โดยชุดสืบสวนได้พยานปากสำคัญรายหนึ่ง ให้ข้อมูลความขัดแย้งระหว่างนายจักรกฤษณ์กับครอบครัวของ พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เงินของครอบครัวฝ่ายหญิง การพูดจาก้าวร้าวกับกลุ่มเครือญาติผู้ใหญ่ฝ่ายภรรยา ประกอบกับช่วงที่นายจักรกฤษณ์มีปัญหาถูกภรรยาแจ้งความดำเนินคดี มีญาติคนหนึ่งเป็นธุระพาไปแจ้งความและ ติดต่อประสานงานกับนางปวีณา หงสกุล ก่อนมีการเข้าค้นบ้านนายจักรกฤษณ์ และพบปืนเอ็ม 16 อยู่ภายในบ้าน โดยปืนกระบอกดังกล่าวเป็นปืนที่คนใกล้ชิดคนเดียวกันนำมาฝากให้นายจักรกฤษณ์เอาไปซ่อม ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือวางแผนให้ตำรวจเข้าค้นบ้านเพื่อให้มีผลทางกฎหมายกับนายจักรกฤษณ์ คล้ายกับเป็นการสั่งสอนในที

หลังจากที่นายจักรกฤษณ์ได้รับประกันตัวออกมา กลับบันดาลโทสะด่าว่าญาติพี่น้องฝ่ายของ ภรรยา และเริ่มรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลว่า น่าจะมีใครกลั่นแกล้ง และยุให้เลิกรากับภรรยา จึงหนีไปพักกับนายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ หรือ “เซียนอ๊อด นครปฐม” อาจารย์สอนดูพระที่ จ.นครปฐม นาน 2 สัปดาห์ อีกทั้งตลอดระยะเวลาที่นายจักรกฤษณ์หลบไปนั้น ยังเพิ่มความระมัดระวังตัว เช่น ไม่ให้ใครแตะต้องรถ หรือหากจะไปไหนก็จะเปลี่ยนที่นั่ง โดยไหว้วานให้ผู้อื่นที่ไว้ใจขับรถให้ตลอด กระทั่งนายจักรกฤษณ์ บ่นคิดถึงลูกๆ ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ก่อนพบจุดจบ

มีรายงานว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้ตายทำไว้อย่างละเอียด เบื้องต้นพบมีมูลค่าถึงหลักสิบล้านบาท จะต้องพิจารณาต่อไปว่า เมื่อเสียชีวิตแล้วมีใครได้ประโยชน์บ้าง ส่วนประเด็นความขัดแย้งกับคนสนิทในครอบครัว เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่นายจักรกฤษณ์ให้ความเคารพเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงที่นายจักรกฤษณ์ยังไม่ได้รับการประกันตัวออกมาจากที่คุมขัง มีการให้ผู้ใหญ่คนดังกล่าวเป็นกาวใจประสานเชื่อมความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวทั้งภรรยา และญาติฝ่ายภรรยา ซึ่งนายจักรกฤษณ์รับปากว่า หากได้ประกันตัวออกมาแล้วจะไปกราบขอขมาญาติผู้ใหญ่ฝ่ายภรรยาทั้งหมด กระทั่งเมื่อได้รับอิสรภาพชั่วคราวกลับไม่ทำอย่างที่พูด หนำซ้ำยังด่ากราดพร้อมกำชับไม่ให้ยุ่งเรื่องผัวเมีย

ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น.นำตัว พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยานายจักรกฤษณ์ เข้าพบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.และ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.น.เพื่อสอบถามประเด็นบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว โดยใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนที่ พญ.ณิธิวดี จะเดินทางกลับ โดย พญ.ณิธิวดีกล่าวว่า มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตประจำวันของสามี แต่ที่หลายฝ่ายสงสัยว่า ชนวนสังหารมาจากเรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัว ยืนยันว่าไม่น่าใช่ เพราะความสัมพันธ์ตนกับสามีเริ่มดีขึ้น ส่วนเรื่องตู้เซฟสามีที่อยู่ในบ้าน ขณะนี้ ยังไม่ได้เปิด เพราะไม่มีใครมีกุญแจ จากนี้ต้องปล่อยให้ตำรวจสืบสวนจับกุมคนร้ายให้ได้ ส่วนตนจะไปพบพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี รวมทั้งรีบจัดการเรื่องศพสามีก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 24 ต.ค.นี้

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ สน.มีนบุรี นายมานพ และนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ พ่อแม่ และภรรยา เอ็กซ์- จักรกฤษณ์ พร้อมญาติพี่น้องในครอบครัวประมาณ 15 คน นำพระสงฆ์ 1 รูป จากวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน มาทำพิธีเชิญวิญญาณ เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ บริเวณที่จอดรถสปอร์ต ปอร์เช่ 2 ประตู สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ที่อดีตนักยิงปืนทีมชาติ ถูกยิงเสียชีิวิตขณะขับรถคันนี้ และถูกยกมาเก็บไว้หน้าโรงพัก ก่อนจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันรุ่งขึ้น โดยทุกคนจุดธูปเทียนบอกกล่าวให้ตำรวจติดตามจับคนร้ายมาให้ได้เร็วๆ พร้อมสาปแช่งผู้จ้างใช้และมือปืนให้มีอันเป็นไปท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ก่อนไปทำพิธีแบบเดียวกันที่บริเวณจุดเกิดเหตุ ปากซอยรามคำแหง 166 ฝั่งขาเข้า แขวงและเขตมีนบุรี กทม.เพื่อให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติต่อไป

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายโอภาส เรืองปัญญาวุฒิ อายุ 58 ปี อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.มีนบุรี เจ้าของคดี โดยนายโอภาสกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อมาให้ปากคำ กรณีที่ตนกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ร่วมกันยื่นฟ้องสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการกีฬาแห่งประเทศไทย กรณีที่ให้ทั้งคู่หลุดจากการเป็นสมาชิกของสมาคมฯ โดยเรื่องนี้ได้ฟ้องศาลปกครองสูงสุดชนะไปแล้ว ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายอะไร แต่ต้องการให้ทุกคนรู้ นอกจากนี้ ยังยื่นเรื่องไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง และเรื่องเบิกลูกกระสุนปืนที่ได้ไม่ครบในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 29 (กวางโจเกมส์) โดยตนนำเอาเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ตำรวจด้วย ส่วนปัญหาของนายจักรกฤษณ์ ช่วงหลังไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ก็คุยโทรศัพท์กัน ตนบอกให้เอ็กซ์เบาๆเกี่ยวกับเรื่องครอบครัว เพราะยังไงก็มีลูกด้วยกัน

ด้าน พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ เจ้าของคดีกล่าวว่า ที่ผ่านมาได้สอบสวนคนในครอบครัวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ หมดแล้ว 4 คน มีนายมานพ และนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม พ่อแม่ พญ.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา ทั้งหมดถูกถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว ทรัพย์สิน ปัญหา ข้อสงสัยต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ และ น.ส.เลเลวา หรือน้ำหวาน อายุ 19 ปี สาวใช้ชาวพม่าที่นั่งอยู่ในรถ รวมทั้งคนขี่รถ จยย.รับจ้างหน้าปากซอยรามคำแหง 166 อีก 2 คน ที่เห็นเหตุการณ์วินาทีคนร้ายลั่นไกปืนด้วย โดยพยานรายล่าสุด คือนายโอภาส อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติ ส่วนการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆนั้น เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่ในสมาคมยิงปืน และกลุ่มเพื่อนรถบิ๊กไบต์ แต่ส่วนใหญ่ไม่สะดวกที่จะพบตำรวจที่โรงพัก คงต้องนัดกันไปสอบที่สมาคมยิงปืน หรือที่บ้านพักของคนเหล่านี้

มีรายงานจากชุดสืบสวนเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการคลี่ชนวนสังหาร โดยพุ่งไปที่ปัญหาครอบครัว และการฟ้องร้องธนาคารกสิกรไทย สาขารามคำแหง 151 เนื่องจากก่อนที่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ จะถูกยิงตาย เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พยายามจะแถลงข่าวเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลัง และเป็นคนให้ พญ.ณิธิวดี ภรรยา มาเปิดเอาทรัพย์สินมีค่าในตู้เซฟไป โดยติดต่อ นักข่าวหญิงโทรทัศน์ช่องหนึ่งเพื่อจะแถลงข่าวเรื่องนี้ในวันที่ 18 ต.ค. และเอ็กซ์ยังบอกอีกว่า มีเสธ.คนหนึ่งโทรศัพท์มาหาให้ยุติการแถลงข่าว และยกเลิกการฟ้องร้องธนาคารกสิกรไทย เรื่องการเปิดตู้เซฟ เรียกค่าเสียหายหลักร้อยล้านบาทด้วย แต่เมื่อนักข่าวคนดังกล่าวโทร.กลับไปหาวันที่ 17 ต.ค. เพื่อนัดหมายการสัมภาษณ์อีกครั้ง แต่ติดต่อเอ็กซ์- จักรกฤษณ์ไม่ได้ จนในที่สุดมาถูกยิงตาย ก่อนวันส่งมอบบัญชีทรัพย์สินที่หายไปจากตู้เซฟให้กับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพียง 2 วัน

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากการตั้งประเด็นการสังหารอดีตมือปืนทีมชาติที่เหลืออยู่ 3 ประเด็นหลักแล้ว ในส่วนการไล่ล่าจับกุมมือปืน ชุดสืบสวนนครบาลและกองปราบฯกำลังเจาะเข้าไปที่กลุ่มคนในเครื่องแบบที่สนิทสนมกับบุคคลเป้าหมายที่มีความขัดแย้งกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ โดยเฉพาะกรณีมีผู้ไม่ หวังดีนำปืนเอ็ม 16 เข้าไปไว้ที่บ้านนายจักรกฤษณ์ ก่อนถูกตำรวจเข้าค้นบ้าน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ความสัมพันธ์และความเคลื่อนไหวทางโทรศัพท์ของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ในช่วงก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ รวมทั้งการเช็กกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อหาภาพคนร้ายที่ชัดเจนมากที่สุด

ค่ำวันเดียวกัน พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น.3 เปิดเผยหลังประชุมแบ่งงานที่ สน.มีนบุรี โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมงว่า ตนแบ่งงานให้ชุดสืบสวน สน.มีนบุรี เร่งหาพยานให้ได้มากที่สุด ทั้งเพื่อนบ้านของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ หรือคนที่อยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ส่วนทางพนักงานสอบสวนเร่งสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆ รวมทั้งประเด็นความขัดแย้งทางครอบครัวของฝ่ายภรรยาของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ หลังมีกระแสข่าวว่าครอบครัวของภรรยาไม่พอใจไม่อยากให้กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ในส่วนนี้ สั่งการให้ทาง สน.มีนบุรี เรียกญาติๆภรรยามาสอบเช่นกัน รวมถึงตัวภรรยาหากมีประเด็นใหม่ๆเข้ามา รวมถึงย้อนดูคดีเก่าๆ เช่น คดีทำร้ายร่างกายภรรยาและคดีแย่งชิงทรัพย์สิน ที่ผ่านมาทางภรรยาให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อคดีเป็นอย่างดี ตอนนี้จะตรวจสอบทีละประเด็น โดยดูหลักฐานทั้งจากพยาน และนิติวิทยาศาสตร์ประกอบเพื่อดูว่าประเด็นใดเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์

ไทยรัฐออนไลน์
 24 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/378237

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2013, 12:22:17 PM »

ตร.ประกบตัวทีมฆ่า'เอ็กซ์'


อดีตทหารหัวโจก ซุกบ้านคนบงการ

“เอก อังสนานนท์” ยืนยัน ชุด สืบสวนคลี่คลายคดีรู้ตัวทีมสังหาร “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” หมดแล้ว ส่วน ประเด็นสังหารยังไม่ฟันธง ต้องรอหลังสอบปากคำมือปืน ขณะที่ทีมสืบสวนนครบาลเกาะติดความเคลื่อนไหวผู้ต้องสงสัยติดต่อมือปืนชนิดหายใจรดต้นคอ พบเข้าไปกบดาน อยู่ในบ้านผู้จ้างวานในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่ทีมพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เตรียมบุกกองทัพอากาศสอบ ปากคำ 4 สห.ทอ.การ์ด “หมอนิ่ม” วันที่ 28 ต.ค.นี้


กรณี จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ถูกมือปืนตามสังหารโหดดับคารถสปอร์ตปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ขณะขับรถออกจากซอยรามคำแหง 166 เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนตั้งประเด็นการสังหารไว้ 4 ประเด็น แต่หลังจากสืบสวนคลี่คลายคดี ปรากฏว่า ประเด็นการสังหารครั้งนี้น่าจะเกิดจากเรื่องความขัดแย้งภายในครอบครัว ระหว่างตัวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ กับครอบครัวของภรรยา “หมอนิ่ม” พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ โดยการสืบสวนคืบหน้าไปมากถึงขนาดชุดสืบสวนมีเป้าทีมสังหารแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ต.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.1) กล่าวว่า การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งประเด็นสาเหตุการเสียชีวิต การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล วัตถุพยาน และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ได้ภาพคนร้ายที่ลงมือยิงนายจักรกฤษณ์และรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุแล้ว ซึ่งไม่ใช่รถบิ๊กไบค์ขนาดใหญ่แต่เป็นรถ จยย.แบบผู้หญิงธรรมดา และยังได้ภาพวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายด้วย นอกจากนี้ยังมีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ช่วงเกิดเหตุ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการสืบสวน ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังติดตามผู้ก่อเหตุ น่าเชื่อว่าเป็นกลุ่มซุ้มมือปืนรับจ้างที่มีผู้ติดต่อรับงาน แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ คงต้องให้เวลาชุดสืบสวนทำงานก่อน  เชื่อว่าคดีนี้น่าจะได้ตัวผู้ก่อเหตุ แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทั้งสิ้น ต้องรอจับกุมมือปืนที่ลงมือยิงให้ได้ก่อน

ส่วนความเคลื่อนไหวจาก สน.มีนบุรี พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น.3 กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนสอบสวนยังกำชับให้ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี และ กก.สส.บก.น.3 ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมีสังหาร 10 กิโลเมตร เพื่อหาภาพที่ชัดเจนกว่าที่มีอยู่ อาจพบเบาะแสยานพาหนะเชื่อมโยงกับคดีเพิ่มเติม ส่วนทีมพนักงานสอบสวนแต่งตั้งมาช่วยกันแล้วกว่า 10 คน สามารถสอบปากคำทั้งพยาน ญาติ และผู้ต้องสงสัยพร้อมกันหลายปาก ส่วนประเด็นที่มีข่าวลือว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวทีมชี้เป้ามาแล้ว ขอยืนยันว่ายังไม่ได้จับกุมหรือเชิญใครที่น่าจะเกี่ยวข้องมาให้การ ขณะนี้ทุกส่วนกำลังช่วยกันตีโจทย์ที่ผู้บังคับบัญชามอบให้อย่างขะมักเขม้น ส่วนโรงพักและฝ่ายสืบสวน บก.น.3 นัดประชุมหารือแนวทางการคลี่คลายคดีร่วมกันทุกวัน เชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นมาภายในสัปดาห์นี้

ด้าน พ.ต.อ. สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี ได้เรียกประชุมชุดพนักงานสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย พ.ต.ท.พงษ์กิตติ์ พินิจลิขิตศักดิ์ รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี และ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พงส.ผนพ. สน.มีนบุรี พร้อมนำสำนวนการสอบปากคำครอบครัวเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ภรรยา และคนใกล้ชิดที่เคยมีปากเสียงกับผู้ตายทั้ง 17 ปาก รวมทั้งพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุมาสรุปความคืบหน้า เพื่อเตรียมข้อมูลเข้าประชุมร่วมกับชุดสืบสวนที่ บช.น.อีกครั้ง

ส่วน พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี กล่าวว่า หลังจากพนักงานสอบสวนทำหนังสือขอสอบปากคำทหาร สห.ทอ.ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้หมอนิ่มทั้ง 4 นาย ทางกองทัพอากาศได้ตอบอนุญาตให้ตำรวจเข้าสอบปากคำทหารอากาศทั้ง 4 นาย ภายในฐานทัพอากาศดอนเมืองในวันที่ 28 ต.ค. นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบอาวุธปืนของทหารทั้ง 4 นายด้วย ส่วนผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปเกือบครบทั้ง 17 ปาก คาดว่าอาทิตย์หน้าคงเสร็จทุกปาก และจะนำคำให้การมาตรวจสอบก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชา

ขณะที่ พ.ต.ท.ถาวร สายมะณี พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ไปสอบความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สินที่เปิดจากตู้เซฟธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 เบื้องต้นพบว่า มีพนักงานธนาคาร 2 คนที่ถูกเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ฟ้องดำเนินคดีคือ ผู้จัดการธนาคารฯและพนักงานหญิงอีกคนที่เป็นคนพาหมอนิ่มเข้าไปเปิดตู้เซฟ ขณะนี้สอบปากคำผู้จัดการธนาคารฯแล้วยอมรับว่า การให้หมอนิ่มเข้าไปเปิดตู้เซฟเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค ไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่า หมอนิ่มกับเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ไม่ได้จดทะเบียนกัน จึงอนุญาตให้เข้าไปเปิดเซฟได้ เบื้องต้นไม่พบว่าผู้จัดการธนาคารฯมีพิรุธ แต่เคยถูกเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ข่มขู่บ้างซึ่งเป็นนิสัยปกติของผู้ตาย ส่วนพนักงานสาวของธนาคารที่พาหมอนิ่มเข้าไปเปิดเซฟ นัดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

ขณะที่แนวทางการคลี่คลายคดีของทีมสืบสวนนครบาล นำโดย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น.และ พ.ต.อ.นพรัตน์ สินมา ผกก.4 บก.สส.บช.น. ได้แบ่งกำลังลงพื้นที่ไปช่วย บก.น.3 แกะรอยหาเบาะแสคนร้าย และยานพาหนะที่ทีมสังหารใช้ก่อเหตุจากกล้องวงจรปิด ส่วนหนึ่งพยายามหาร่องรอยหลักฐานสำคัญจากอุปกรณ์การสื่อสาร ทั้งที่เอ็กซ์-จักรกฤษณ์และคนใกล้ชิดใช้งาน อีกทั้งมีข้อมูลเชื่อได้ว่า อดีตนายทหารนอกราชการสังกัดหน่วยรบในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ยังไม่ได้หลบหนีไปไหน ยังคงกบดานอยู่ในบ้านพักของผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้จ้างวานในพื้นที่กรุงเทพมหานครด้วย

ส่วนประเด็นปืนและเครื่องกระสุนอาวุธสังหาร ซึ่ง พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. ระบุว่า เป็นหัวกระสุนขนาด 9 มม.ที่ยิงจากปืนขนาด 7.62 นั้น ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้วพบว่า ตำหนิรอยเกลียวลำกล้องที่หัวกระสุนวิ่งผ่านก่อนออกจากปากกระบอก น่าจะเป็นปืนตระกูลโตกาเรฟ รุ่นทีที 33 ในอดีตปืนรุ่นนี้นิยมใช้ในกองทัพสหภาพโซเวียตและประเทศพันธมิตร ต่อมาได้ให้ลิขสิทธิ์การผลิตปืนแก่ชาติพันธมิตรใหม่หลายประเทศ เนื่องจากเป็นปืนที่ทหารเชื่อมั่นในอานุภาพ ต่อมาประเทศจีนได้ผลิตขายไปหลายประเทศ แต่ในประเทศไทยพบว่า นำเข้ามาขายอย่างถูกต้องเมื่อปี 2535 เป็นปืนนอรินโก้ 213 ที่ใช้เครื่องกระสุนขนาด 9 มม. ต่อมาจึงมีขนาด 11 มม.เข้ามาจำหน่าย

ส่วนประชาชนที่ยังมีปืนโตกาเรฟ หรือนอรินโก้ขนาด 7.62 ไว้ในครอบครอง ทั้งที่เป็นปืนเถื่อนและปืนนำเข้าจดทะเบียนอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่จะขายต่อหรือขายทิ้งให้คนอื่นมากกว่า เนื่องจากหากระสุนใช้ไม่ได้ หรือถ้ามีราคาแพงมาก อย่างไรก็ตาม ในหมู่นักเล่นปืนรวมถึงบุคลากรตามหน่วยรบหลายหน่วยของกองทัพจะรู้กันดีว่า ปืนขนาด 7.62 สามารถดัดแปลงใช้กับเครื่องกระสุนขนาด 9 มม.ยิงหวังผลในระยะใกล้ได้ ที่สำคัญหากจะให้แน่นอนและมีประสิทธิภาพกว่านั้น สามารถนำเครื่องกระสุนขนาด .223 ซึ่งใช้ในปืนไรเฟิลและเอ็ม 16 มาตัดปลอกบรรจุดินปืนประกอบหัวกระสุนใหม่ใส่แมกกาซีนยิงได้เช่นกัน เนื่องจากจานท้ายกระสุนมีขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งชุดคลี่คลายคดีกำลังหาเบาะแสมือปืนยิงจักรกฤษณ์จากกลุ่มผู้ครอบครองปืนลักษณะนี้

ต่อมา เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ สน.มีนบุรี พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รรท.ผบก.น. 3 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี และชุดพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เข้าประชุมอย่างเคร่งเครียดใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง หลังจากนั้น พ.ต.อ.สุคุณ เผยว่า บก.น. 3 จะประสานกับ บก.สส.บช.น. เพื่อเร่งคลี่คลายคดี พร้อมทั้งการหาเบาะแสคนร้ายและการตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดอีกครั้ง การประชุมวันนี้เพื่อติดตามผลการสอบสวนรวบรวมหลักฐานพร้อมทั้งสำนวนคดีทั้งหมด เพื่อเร่งรัดคดีและตรวจสอบดูว่าที่ผ่านมายังขาดประเด็นใดบ้าง พร้อมทั้งตั้งประเด็นเพิ่มเติมในการสอบสวนต่อไป สำหรับเรื่องรถยนต์สีเทาที่มีลักษณะตามคุ้มกันมือปืนที่เห็นในภาพกล้องวงจรปิด ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เบื้องต้นจะประสานไปยัง บก.สส.บช.น. เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.สราวุธกล่าวว่า การสอบปากคำญาติของ พญ.นิธิวดี พนักงานสอบสวนดำเนินการเกือบครบทุกปากแล้ว บางรายเชิญมาสอบปากคำ 2-3 ครั้ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงเชิญ พญ.นิธิวดีมาสอบ ปากคำถึง 4 ครั้ง พ.ต.อ.สราวุธ ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะต้องการสอบสวนให้ครบถ้วนและรัดกุมทุกประเด็นอย่าง ละเอียดที่สุด ต้องยอมรับว่า การสอบปากคำครั้งแรกๆ มีอุปสรรคเรื่องงานศพเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ ทำให้ พญ.นิธิวดีไม่สามารถให้เวลาการสอบปากคำได้อย่างเต็มที่ จึงต้องนัดมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง

ไทยรัฐออนไลน์
 28 ตุลาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/379001


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 08:57:45 AM »

แฉคนใกล้ชิดบงการ-วางแผนสังหาร"เอ็กซ์-จักรกฤษณ์"







แฉผังสังหาร"เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" คนใกล้ชิดบงการฆ่าโดยตรง โดยอาศัยเพื่อนสาวในหมู่บ้านเดียวกันรับงาน

เมื่อวันที่9พ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังการสืบสวนจับกุมทีมสังหาร "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย สืบเนื่องจากชุดคลี่คลายคดีสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนพบความเชื่อมโยงกันระหว่างนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย มือปืนกับนายสันติ ทองเสม หรือทนายอื๊ด ซึ่งถือเป็นทนายที่มีความสนิทสนมกับครอบครัว "ภู่เจริญยศ" โดยเคยว่าความให้ในหลายคดี รวมถึงเป็นผู้แนะนำให้มีการว่าจ้าง สห.ทอ.ทั้ง 4 คนมาดูแลความปลอดภัยให้กับ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ โดยทนายความคนดังกล่าวยังพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกันกับพี่ชายของ พญ.นิธิวดี ด้วย

ส่วนที่มาของการจับกุมตัวนายจิรศักดิ์ นั้นทางชุดสืบสวนได้ทำการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการให้ปากคำนายสุนทร บุญญะทวีวัฒน์ หรืออ๊อด นครปฐม ซึ่งเคยพูดถึงมือปืนรับจ้างที่จะมายิงนายจักรกฤษณ์ หลังออกจากเรือนจำ โดยให้ข้อมูลว่ามือปืนที่จะมายิงนายเอ็กซ์ นั้นน่าจะมาจากทางภาคตะวันออก ซึ่งจากข้อมูลของชุดสืบสวนพบว่า มือปืนที่สังหารนายจักรกฤษณ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับซุ้มมือปืนที่เป็นอดีตข้าราชการทหารแต่อย่างใด และยังพบว่าทั้งหมดเป็นชาว จ.สุราษฎร์ธานี ด้วย

สำหรับแผนสังหารครั้งนี้เริ่มความเจ็บแค้นของผู้บงการที่ต้องการจบปัญหาทุกอย่างจึงติดต่อเพื่อนสาวที่รู้จักไว้ใจและมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจกัน โดยรับงานมาในราคา 6 แสนบาท จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวนำเรื่องไปปรึกษากับทนายอื๊ด ที่รับรู้ปัญหาที่เกิดระหว่างผู้ตายกับผู้บงการ จึงไปว่าจ้างนายจิรศักดิ์ และนายธัวชชัย ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นคนบ้านเดียวกันที่รู้จักกันในวงเหล้า ในราคาคนละ 1 แสนบาท โดยชุดคลี่คลายคดีสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างกันจากข้อมูลการติดต่อกันทางโทรศัพท์และภาพจากกล้องวงจรปิด.

เดลินิวส์ออนไลน์
วันเสาร์ 9 พฤศจิกายน 2556 เวลา 17:26 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=193674
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 09:01:48 AM »

รวบ“แหม่ม” ติดต่อฆ่า“เอ็กซ์” ซักทอดแม่หมอนิ่ม





ร่วมกันวางแผน ใช้ทนายคนสนิทติดต่อมือปืนไปยิง"เอ็กซ์" ด้วยค่าหัว 1.2 ล้านบาท


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 10 พ.ย. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น.3 พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รอง ผบก.สส.บช.น. และพ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมน.ส.วรพรรณภูรี หรือแหม่ม มนตรีอารีกุล อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 1001/2556 ลงวันที่ 9 พ.ย.56 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ (จัดหากลุ่มมือปืน) โดยจับกุมตัวได้ย่านซอยรามคำแหง 50 หลังพบมีส่วนพัวพันกับคดีคนร้ายลอบสังหารนายจักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทยผู้ล่วงลับ

ผบช.น. กล่าวว่าจากการสอบสวนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลใกล้ชิดนายจักรกฤษณ์ เป็นผู้ลงมือจ้างวานฆ่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ น.ส.วรพรรณภูรีมีส่วนเชื่อมโยงกับทีมสังหารในฐานะผู้จัดหากลุ่มมือปืน เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับนายสันติ หรือทนายอีส ทองเสม อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในฐานะนายจ้าง ซึ่งตนอยากบอกให้นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม พ่อของเอ็กซ์ ที่มาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ด้วยได้สบายใจว่า หากผู้ต้องหารายนี้ให้การซัดทอดไปถึงใครตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน

ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน สามารถเอาผิดได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะพญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม และนางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 72 ปี มารดาแท้ของหมอนิ่ม ที่ตำรวจกำลังจับตาดูอยู่ คาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมได้ในวันนี้แน่นอน

ด้าน น.ส.วรพรรณภูรีให้การรับสารภาพว่า ตนรู้จักหมอนิ่มและเอ็กซ์มาเป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปี โดยเป็นลูกค้าในคลินิคเสริมความงามของหมอนิ่ม เข้ารับการรักษาเป็นประจำและสนิทสนมกับบุคคลภายในครอบครัวของหมอนิ่มด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผู้ชักชวนให้หมอนิ่มลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อประมาณ 3–4 เดือนก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงที่หมอนิ่มแท้งลูกคนที่ 3 และรักษาตัวอยู่ที่รพ.เสรีรักษ์ นางสุรางค์โทรศัพท์มาหาตนบอกว่าหมอนิ่มถูกเอ็กซ์ทำร้ายร่างกายจนแท้งลูก ตนในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน รู้สึกเห็นอกเห็นใจด้วยความห่วงใยเกิดความสงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก

น.ส.วรพรรณภูรี กล่าวอีกว่าพอเดินทางไปถึงโรงพยาบาล นางสุรางค์ได้เข้าพูดคุยปรึกษาหาทางออกด้วยการกำจัดเอ็กซ์ไปจากชีวิตครอบครัว เนื่องจากระยะนั้นเอ็กซ์มีอาการหลอนเพราะยาเสพติดมีปัญหารุนแรงทำร้ายหมอนิ่มเป็นประจำ ถึงขนาดเคยใช้สายไฟฟ้าช๊อตใส่ตัวและใช้อาวุธปืนยิงใส่หมอนิ่มเฉียดลูกชายที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนมาแล้ว จนจึงตัดสินใจติดต่อกับนายสันติทนายส่วนตัว ซึ่งมีความสามารถในการจัดหามือปืน ก่อนจะนัดและพาไปทำความรู้จักกับนางสุรางค์ในวันที่ 29 ก.ค.56 ซึ่งนางสุรางค์ ได้จ่ายเงินสดส่วนแรก 600,000 บาท จากนั้นราวปลายเดือนก.ย. นายสันติ อ้างว่าเงินไม่พอ จึงขอใหม่อีก600,000 บาท รวมเป็น 1.2 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ได้รับเงินค่าจ้างหรือส่วนแบ่งแต่อย่างใด ที่ทำลงไปเพราะความสนิทสนมและเห็นอกเห็นใจนางสุรางค์และหมอนิ่มที่ถูกทำร้าย จนกระทั่งมีการสังหารเอ็กซ์เป็นที่สำเร็จ

“ในวันเกิดเหตุตนพักอยู่บ้านไม่ทราบว่าทีมสังหารเขาติดต่ออะไรกับใครบ้าง เนื่องจากหลังรับเงินงวดสุดท้ายก็ไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสันติ อีกเลย ซึ่งคดีนี้ตนวางแผนร่วมกับนางสุรางค์ มาตั้งแต่ต้น ส่วนหมอนิ่มก็เพิ่งทราบความจริงทั้งหมดเมื่อช่วงงานศพเจ้าเอ็กซ์นี่เอง” น.ส.วรพรรณภูรี กล่าว

ด้าน นายมานพ บิดาของเอ็กซ์ กล่าวว่าต้องการจะมาดูหน้าว่าใครที่เกี่ยวข้องบ้าง ลูกตนไปสบายแล้วแต่ที่กำลังจะตกนรกคือไอ้พวกจ้างวานกับมือปืน ซึ่งหลังจากนี้ไปใครเป็นใครตนไม่ขอพูด แต่มีคำตอบอยู่ในใจแล้วทุกคน จึงอยากจะฝากไปบอกกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ให้รับสารภาพเลยดีกว่า ตำรวจเขาไม่ปล่อยอยู่แล้ว นรกมีจริงซึ่งอย่างน้อยก็ต้องสู้คดีกันอีกนานถึง 10 ปี ตนเคาะบอกกับรูปลูกชายทุกวันหวังให้เขาดลใจและช่วยเหลือให้ตำรวจลากคอพวกมันมาดำเนินคดีให้ได้ อยากให้พวกมันรู้จักรสชาติของคุกว่าเสมือนอยู่ในนรก อย่าเพิ่งให้ใครชิงยิงตัวตายหนีความผิดไปเสียก่อน ในส่วนของหลานตนคงจะเอามาเลี้ยงไม่ไหว เพราะแก่แล้ว และไม่มีเงินส่งเสียเลี้ยงดู เพราะหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ ค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงมาก สำหรับมารดาของหมอนิ่มนั้น ตนไม่ได้รู้จักสนิทสนม แต่เมื่องานศพเอ็กซ์ที่ผ่านมา มารดาหมอนิ่มไม่ได้แสดงอะไรออกมาเป็นพิเศษ ให้ระแคะระคายได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง คือทำเป็นเนียนมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดลนิวส์ออนไลน์
วันอาทิตย์ 10 พฤศจิกายน 2556 เวลา 15:00 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=193816
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 09:05:19 AM »

"แม่หมอนิ่ม"เปิดใจช้ำ ๆ รับบงการฆ่า "เอ็กซ์ จักรกฤษณ์"

(Exclusive)





"แม่หมอนิ่ม" เปิดใจ "เดลินิวส์" รับเป็นคนวางแผน บงการฆ่า "เอ็กซ์-จักรกฤษณ์" คนเดียว ทำไปเพราะรักลูกสาว สุดแค้นซ้อมจนแท้งลูกคนที่ 3 เคยห้ามปราม ยังถูกนำปืนมาขู่เอาชีวิต ด้าน "หมอนิ่ม" รับหากติดคุกแทนแม่ได้ก็ยอม ลั่น 11 พ.ย. 11.00 น. เข้ากราบขอขมา "ปวีณา" ที่ช่วยเหลือมาตลอด พร้อมเข้ามอบตัวตำรวจ ขณะที่ ศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติหมายจับทันควัน 2 แม่ลูก ฐานร่วมกันจ้างวานฆ่า หลัง "เจ๊แหม่ม" คนรับงาน ซัดทอด อ้างแม่หมอโกรธ ใช้สายไฟฟ้าช๊อตใส่ลูกสาว ส่วน ทนายอี๊ด ประสาน "บิ๊กแจ๊ด" ขอมอบตัวเช่นกัน


จากกรณี เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ถูกคนร้ายชาย 2 คนสวมหมวกกันน็อก ขี่รถ จยย. ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ไม่ทราบทะเบียน ประกบรถเก๋งสปอร์ต ปอร์เช่ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร ของเจ้าตัว แล้วใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ถนนรามคำแหงขาเข้า แขวงและเขตมีนบุรี ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.เสรีรักษ์ ช่วงค่ำวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา เบื้องต้นตำรวจตั้งประเด็นการสังหารไว้ที่ความขัดแย้งภายในครอบครัว ล่าสุดชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. สามารถจับกุมนาย จิรศักดิ์ หรือ จี กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปี มือปืนที่ก่อเหตุ และ น.ส.วรพรรณภูรีหรือ แหม่ม มนตรีอารีกุล อายุ 46 ปี ผู้รับงานจัดหามือปืน ไว้ได้ ก่อนให้การซัดทอดว่า รับงานมาจากคนใกล้ชิดผู้ตาย ในราคา 1.2 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.ชยุต ธนทวีรัชต์ พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง รองผบช.น. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผบก.น.3 พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รองผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 ร่วมแถลงจับกุม น.ส.วรพรรณภูรี หรือ แหม่ม มนตรีอารีกุล อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ 1001/2556 ลงวันที่ 9 พ.ย. ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ (จัดหากลุ่มมือปืน) โดยจับกุมตัวได้ย่านซอยรามคำแหง 50 หลังพบเป็นผู้รับงานมาในการจัดหามือปืนมายิง นายจักรกฤษณ์ จนเสียชีวิต

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลใกล้ชิดนายจักรกฤษณ์ เป็นผู้ลงมือจ้างวานฆ่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ น.ส.วรพรรณภูรี มีส่วนเชื่อมโยงกับทีมสังหารในฐานะผู้จัดหากลุ่มมือปืน เนื่องจากมีความสัมพันธ์กับ นายสันติ หรือทนายอี๊ด ทองเสม อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี ในฐานะนายจ้าง ซึ่งอยากบอกให้ นายมานพ พณิชย์ผาติกรรม พ่อของผู้ตายที่มาร่วมแถลงข่าวสบายใจว่า หากผู้ต้องหารายนี้ให้การซัดทอดไปถึงใคร ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างแน่นอน โดยขณะนี้ตำรวจมีหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน สามารถเอาผิดได้ โดยเฉพาะ พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยาผู้ตาย และนางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 72 ปี มารดาของ พญ.นิธิวดี คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้ แน่นอน

ด้าน น.ส.วรพรรณภูรี ให้การรับสารภาพว่า รู้จักกับ พญ.นิธิวดี และนายจักรกฤษณ์ เป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปี โดยเป็นลูกค้าในคลินิคเสริมความงามของ พญ.นิธิวดี เข้ารับการรักษาเป็นประจำและสนิทสนมกับบุคคลภายในครอบครัวของ พญ.นิธิวดี ด้วย นอกจากนั้นยังเป็นผู้ชักชวนให้ พญ.นิธิวดี ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเมื่อประมาณ 3–4 เดือนก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงที่ พญ.นิธิวดี แท้งลูกคนที่ 3 และรักษาตัวอยู่ที่ รพ.เสรีรักษ์ นางสุรางค์ แม่หมอ โทรศัพท์มาหาบอกว่าลูกสาว ถูกนายจักรกฤษณ์ ทำร้ายร่างกายจนแท้งลูก ในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน รู้สึกเห็นอกเห็นใจ เกิดความสงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก พอเดินทางไปถึง รพ. นางสุรางค์ ได้เข้ามาปรึกษาหาทางกำจัดนายจักรกฤษณ์ไปจากชีวิตครอบครัว เนื่องจากระยะนั้นผู้ตาย มีอาการหลอนเพราะยาเสพติด มีปัญหาทำร้ายภรรยาเป็นประจำ ถึงขนาดเคยใช้สายไฟฟ้าช๊อตใส่ตัว และใช้อาวุธปืนยิงใส่ภรรยาด้วย เฉียดลูกชายที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนมาแล้ว แต่ครั้งนั้นโชคดีไม่มีใครบาดเจ็บ

น.ส.วรพรรณภูรี กล่าวต่อว่า เมื่อรับฟังปัญหา จึงตัดสินใจติดต่อกับ นายสันติ หรือทนายอี๊ด ทนายส่วนตัว ซึ่งมีความสามารถในการจัดหามือปืน ก่อนจะนัดและพาไปทำความรู้จักกับนางสุรางค์ ในวันที่ 29 ก.ค. มีการตกลงรับงาน พร้อมกับนางสุรางค์ จ่ายเงินสดส่วนแรก 600,000 บาท จากนั้นราวปลายเดือน ก.ย. นายสันติ อ้างว่าเงินไม่พอ จึงขอใหม่อีก 600,000 บาท รวมเป็นเงิน 1.2 ล้านบาท เพื่อการลงมือครั้งนี้ ซึ่งตนเองนั้นไม่ได้รับเงินค่าจ้างหรือส่วนแบ่งแต่อย่างใด ที่ทำลงไปเพราะความสนิทสนมและเห็นอกเห็นใจ นางสุรางค์และหมอที่ถูกทำร้าย โดยในวันเกิดเหตุ พักอยู่บ้านไม่ทราบว่าทีมสังหารเขาติดต่ออะไรกับใครบ้าง เนื่องจากหลังรับเงินงวดสุดท้าย ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสันติอีกเลย ซึ่งคดีนี้ตนเองวางแผนร่วมกับนางสุรางค์ มาตั้งแต่ต้น ส่วน พญ.นิธิวดี เพิ่งทราบความจริงทั้งหมดช่วงงานศพสามี

ขณะที่ นายมานพ บิดานายจักรกฤษณ์ กล่าวว่า ต้องการจะมาดูหน้าว่าใครที่เกี่ยวข้องบ้าง ลูกไปสบายแล้วแต่ที่กำลังจะตกนรกคือพวกจ้างวานกับมือปืน ซึ่งหลังจากนี้ไปใครเป็นใครไม่ขอพูด อยากจะฝากไปบอกกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ให้รับสารภาพ ตำรวจเขาไม่ปล่อยอยู่แล้ว นรกมีจริงซึ่งอย่างน้อยก็ต้องสู้คดีกันอีกนานถึง 10 ปี ตนเองเคาะบอกกับรูปลูกชายทุกวันหวังให้เขาดลใจและช่วยเหลือให้ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้ อยากให้พวกนี้รู้จักรสชาติของคุกว่าเสมือนอยู่ในนรก พวกที่ลงมืออย่าให้ใครชิงยิงตัวตายหนีความผิดไปก่อน ในส่วนของหลานคงจะเอามาเลี้ยงไม่ไหว เพราะแก่แล้ว และไม่มีเงินส่งเสียเลี้ยงดู เพราะหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ ค่าใช้จ่ายสูงมาก สำหรับมารดาของ พญ.นิธิวดี ไม่ได้รู้จักสนิทสนม แต่เมื่องานศพลูกชายที่ผ่านมา เขาไม่ได้แสดงอะไรให้ระแคะระคายเลยว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

อีกด้าน ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)นางสุรางค์ และ พญ.นิธิวดี แม่ยายและภรรยา นายจักรกฤษณ์ ได้เปิดใจกับ "ทีมข่าวเดลินิวส์" ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย นางสุรางค์ ยอมรับว่า ตนเป็นคนจ้างวานหามือปืนมายิงนายจักรกฤษณ์จริง และกระทำเพียงคนเดียว เนื่องจากที่ผ่านมา มีลูกสาวเพียงคนเดียว สามีก็เสียชีวิตไปนานแล้ว ตั้งแต่ลูกสาวคิดจะมีครอบครัวเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ก็เคยมาปรึกษา ซึ่งเตือนไปว่าให้เลือกคนดีๆ แต่ลูกสาวรักนายจักรกฤษณ์มาก อดทนมาตลอด ตนต้องทนเห็นลูกสาวถูกทุบตีและทำร้ายร่างกายมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เคยพยายามห้ามปราม แม้แต่ขอร้อง ยังถูกลูกเขยเอาปืนมาข่มขู่ รวมทั้งยังดูถูกเหยียดหยามลูกสาวต่อหน้า แต่ลูกสาวก็ขอให้แม่อดทน และให้อภัยสามี เพราะคิดว่าสักวันจะกลับตัวได้ ก็ได้แต่ให้กำลังใจลูกสาวมาโดยตลอด

นางสุรางค์ กล่าวต่อว่า กระทั่งล่าสุดลูกสาวท้องคนที่ 3 ทั้ง ๆ ที่สามีก็รู้ แต่ก็ยังทำให้ลูกสาวแท้งลูก ตลอดเวลาที่คบกันมีแต่เรื่องหึงหวง ทำร้ายร่างกายและจิตใจ กระทั่งแท้งลูก เรื่องนี้ใครไม่มีลูกไม่มีทางรู้ หัวอกคนเป็นแม่ ตนคิดแต่เพียงว่า จะทำอย่างไรเพื่อช่วยให้ลูกสาวพ้นจากทุกข์ทรมานได้ เคยพูดไปหลายครั้ง แต่ลูกสาวก็ยังรักสามีมาก และคิดว่าจะกลับไปใช้ชีวิตด้วยกันใหม่ได้ ระหว่างที่สามีออกจากคุกและกลับมาง้อขอคืนดี ก็ยังมีเรื่องเกิดขึ้นมาอีกซ้ำซาก จนทำให้คิดได้ว่า สามีเขาคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ จึงเป็นที่มาของการลงมือครั้งนี้

ส่วน พญ.นิธิวดี กล่าวว่า เมื่อทราบเรื่องก็ได้คุยกับคุณแม่ และให้กำลังใจแม่ ซึ่งคนที่เสียไปแล้วก็เป็นสามีที่รัก ตอนนี้มาทราบว่าแม่ของตนเป็นผู้กระทำอีก ก็ยิ่งเสียใจ แต่ก็รู้ว่าแม่รักตนมาก หากเป็นไปได้ถ้าจะให้ติดคุกแทนแม่ก็ยอม วันที่ 11 พ.ย. เวลา 11.00 น. ตนและคุณแม่ จะเข้าพบนางปวีณา หงสกุล รมว.พม. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อกราบขอโทษ และขอบคุณ ที่ให้ความช่วยเหลือมาตลอด และในการนี้จะประสานเข้ามอบตัวกับตำรวจในโอกาสเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนของผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 2 คน ทั้ง นายสันติ หรือ อี๊ด ทองเสม อายุ 28 ปี ทนายความ ผู้รับงาน และนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 32 ปี คนขี่รถจยย. ขณะนี้มีรายงานว่า นายสันติ ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผบช.น. แล้ว อยู่ระหว่างยืนยันวันเวลาและสถานที่ ขณะที่ในส่วนของการออกหมายจับนางสุรางค์ และ พญ.นิธิวดี นั้น ล่าสุด ศาลจังหวัดมีนบุรี ได้อนุมัติหมายจับ นางสุรางค์ และพญ.นิธิวดี แล้ว ในข้อหา ร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.


เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา 09:22 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=193950
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 09:08:32 AM »

ตำรวจหิ้ว "หมอนิ่ม-แม่" ดำเนินคดีจ้างฆ่าเอ็กซ์ ไม่ค้านประกัน











หมอนิ่มพร้อมแม่เข้ากราบขอโทษปวีณา แม่ยอมรับจ้างฆ่าลูกเขยเพราะทนไม่ไหวทำร้ายลูกสาวมานานกว่า 6 ปี ยันหมอนิ่มไม่รู้เห็นด้วย ขณะที่หมอนิ่มน้ำตาปริ่มพร้อมรับโทษแทนแม่ ตำรวจหิ้วตัวดำเนินคดี ไม่ค้านประกันตัว


เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 พ.ย. พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศหรือหมอนิ่ม ภรรยานายจักรกฤษณ์หรือเอ็กซ์ พนิชย์ผาติกรรม เดินทางพร้อมนางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี เข้ามอบตัว หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รองผบก.น.3 และพ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี เดินทางเข้ารับมอบตัวด้วยตนเอง

ด้าน มารดาของหมอนิ่ม กล่าวว่า วันนี้ตนเองเดินทางมาเพื่อยอมรับผิด ตลอดระยะ 6 ปีที่ผ่านมาตนเองได้ทราบว่าเอ็กซ์ มีพฤติกรรมการทำร้ายลูกสาวตนเองมาตลอด ตนเองเป็นแม่ เสียใจและทำใจไม่ได้ที่เห็นลูกสาวเจ็บ คนเป็นแม่เจ็บกว่าหลายเท่า จนกระทั่งทราบถึงพฤติกรรมล่าสุดที่เอ็กซ์ทำกับลูกสาวของตนคือ การข่มขู่ด้วยอาวุธปืน นอกจากนั้นยังมีการทำร้ายหลานสาว โดยการเอาไม้ตีอย่างรุนแรงถึงขนาดที่ไม้หักคามือเอ็กซ์เลยทีเดียว เมื่อลูกสาวตนจะเข้าช่วยเหลือก็ถูกทำร้ายร่างกาย ตนทนกับพฤติกรรมดังกล่าวมาตลอด 6 ปี ที่ผ่านมาตนเคยบอกให้ลูกสาวให้เลิกกับเอ็กซ์ แต่ลูกสาวตนไม่เลิก เพราะยังรักและไม่อยากให้ครอบครัวแตกแยก จนกระทั่งหมอนิ่มมาแท้งลูกคนที่ 3 แม่ทนไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งหลังจากเอ็กซ์ออกจากเรือนจำมา คิดว่าจะดีขึ้นแต่ก็ไม่เลย

“แม่ทราบมาตลอด เราทนไม่ไหวที่เห็นลูกสาวโดนทำร้าย แม่เจ็บมากกว่าลูกหลายเท่า แม้ว่าจะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับน้องนิ่ม แต่บ่อยครั้งที่ไปหานิ่มที่บ้าน ก็จะได้ยินตลอดว่า แม่น้องนิ่มโดนทำร้ายอีกแล้ว ที่ผ่านมาเคยให้เวลาเอ็กซ์มามากแล้ว แต่ก็ไม่ดีขึ้นเลย” นางสุรางค์กล่าว

ด้าน รมว.พม. กล่าวว่า วันนี้ได้รับการประสานงานทางทางหมอนิ่มและแม่ ว่าจะเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตามที่มีหมายจับ สำหรับขั้นตอนต่อไป ก็จะเป็นการต่อสู้กันในกระบวนการยุติธรรม อะไรผิดว่าไปตามผิด ที่ผ่านมายตนเองได้เข้ามาดูแลครอบครัวของหมอนิ่มมาตลอด สุดท้ายเรื่องเป็นแบบนี้ ตนเองรู้สึกเสียใจมาก ถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องว่าไปตามความผิด ที่ผ่านมาหลังจากเข้าเคลียร์ปัญหาให้กับหมอนิ่มแล้วตนเองก็ไม่ได้ตามต่อ รู้สึกเสียใจมาก ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับครอบครัวใดอีก โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนยุติความรุนแรง ตนเองก็อยากจะฝากถึงทุกครอบครัว

พญ.นิธิวดี กล่าวว่า จนถึงวันนี้ตนเองอยากจะขอบคุณทางรมว.พม. ที่ดูแลครอบครัวตนเองมาตลอด ในส่วนคำถามต่างๆที่มีอยู่ในสื่อออนไลน์ ว่าตนเองเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตนอยากจะชี้แจ้งว่า ในเรื่องของทรัพย์สินในตู้เซฟ ตนเองไม่ได้หยิบหรือเอาอะไรที่เป็นของพี่เอ็กซ์ออกมาเลย ตนเองเอาเฉพาะในส่วนของตนเองเพียงเท่านั้น ในส่วนที่ว่าตนเองถูกทำร้ายจริงหรือไม่นั้น หลักฐานทุกอย่างมีอยู่ และในส่วนของการที่ตนเองมีสงสัยว่าจะครรภ์ครั้งที่3 ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยว่ามีชู้หรือไม่ ตนขอยืนยันว่า “ไม่เคยคบชู้” ซึ่งที่ผ่านมาทั้งหมด จนถึงวันนี้และทำให้ครอบครัวของตนเองต้องพังลง ตนอยากจะให้เป็นอุทาหรณ์ อยากให้หยุดใช้ความรุนแรงในครอบครัว

“ผู้ชายมีกำลัง แต่อย่าทำกับผู้หญิงอย่างนี้อีกเลย ยาเสพติดด้วย ถ้าพี่เอ็กซ์ไม่ติดยา พี่เอ็กซ์จะไม่ทำแบบนี้ครอบครัวดิฉันพังแล้ว ครอบครัวดิฉันเป็นอุทาหรณ์ให้อีกหลายๆ ครอบครัวได้ไหม อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีกเลย ส่วนตัวของลูกดิฉัน ดิฉันสอนตลอดว่าให้รักพ่อ ไม่ว่าพ่อจะเป็นอย่างไรก็ตาม และสิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้ ดิฉันเข้าใจแล้วว่า ความรักของแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาแม่ดิฉันต้องร้องไห้เพราะดิฉันมาตลอด ถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากจะรับผิดแทนแม่” หมอนิ่มกล่าวทั้งน้ำตา

หมอนิ่ม กล่าวต่ออีกว่า ในเรื่องที่แม่ตนเองเป็นคนบงการในการฆ่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ตนเองอยู่ที่โรงพยาบาล ตนเองแท้งลูก ทางแพทย์ให้ตนเองพักผ่อน ตนเองต้องทานยานอนหลับ ทราบเพียงว่าแม่อยู่ที่โรงพยาบาลด้วย มีคนมาหา มาเยี่ยมแต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร เป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไป ทำให้จำไม่ได้ ที่ผ่านมาหลังจากออกจากโรงพยาบาลแม่ ไม่เคยพูดหรือเล่าอะไรให้ฟังเลย แม่ตนเองเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ไม่มีพรรคพวกที่ไหน ตนเองไม่ทราบเรื่อง เพิ่งจะทราบเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมานี่เอง

ขณะที่ รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า เบื้องต้นก็จะรับตัวทั้ง 2 คนไปดำเนินคดีที่สน.มีนบุรี ทำการสอบสวนเพิ่มเติม สำหรับในเรื่องการประกันตัวนั้น ทั้ง 2 คนไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี ซึ่งในขั้นตอนของการประกันตัวมีอยู่แล้ว ว่าจะเป็นเช่นไร สำหรับหลักทรัพย์ที่ใช้ในการประกันตัวนั้น คาดว่าใช้วงเงินคนละ 500,000 บาท ซึ่งภายหลังจากที่ทำการตอบคำถามผู้สื่อข่าวเสร็จ ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวหมอนิ่มและมารดา ขึ้นรถตู้ของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัวไปสอบสวนต่อที่สน.มีนบุรีต่อไป


เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา 13:11 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=194013
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3831


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2013, 09:18:05 AM »


แม่ยายเอ็กซ์สารภาพ เจ็บใจลูกสาวถูกซ้อม

“หมอนิ่ม” ก้มลงกราบที่เท้านางสุรางค์ ดวงจินดา ผู้เป็นแม่ระหว่างแถลงข่าวรับสารภาพว่า เป็นคนจ้างทีมฆ่าลูกเขย  เอ็กซ์-จักรกฤษณ์ เพราะทนเห็นลูกสาวถูกทำร้ายไม่ไหว แต่ตำรวจออกหมายจับทั้ง 2 คนข้อหาจ้างวานฆ่าฯ.

“หมอนิ่ม” พร้อมแม่เข้ามอบตัวกับ “ปวีณา” แล้ว แม่ยอมรับสารภาพใช้จ้างวานทีมสังหารเพียงคนเดียว ลูกสาวไม่เกี่ยว สาเหตุทนไม่ได้ที่เห็นลูกถูก “เอ็กซ์-จักรกฤษณ์” ซ้อมเป็นประจำ จุดแตกหักอยู่ที่ตอนลูกสาวถูกชกท้องจนแท้งลูกคนที่ 3 ขณะที่หมอนิ่มยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพิ่งมารู้ทีหลังว่าแม่เป็นคนบงการ  แต่ก็เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ ด้านตำรวจตั้งข้อหาใช้จ้างวานทั้งแม่และลูก  ยืนยันมีพยานหลักฐานแน่นหนาอยู่ในมือ หลังสอบเครียดให้ประกันผู้ต้องหาทั้ง 3 คน วงเงินคนละ 5 แสนบาท ยกเว้นมือปืน

กรณีชุดสืบสวนนครบาลจับกุมทีมสังหาร จ.ส.อ.จักรกฤษณ์ หรือเอ็กซ์ พณิชย์ผาติกรรม อายุ 40 ปี อดีตนักยิงปืนทีมชาติไทย ดับคารถสปอร์ตปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ สีดำ ทะเบียน ชส 2223 กรุงเทพมหานคร บริเวณปากซอยรามคำแหง 166 ประกอบด้วยนายจิรศักดิ์ กลิ่นคล้าย อายุ 33 ปีมือปืน น.ส.วรพรรณภูรี หรือแหม่ม มนตรีอารีกุล อายุ 46 ปี คนติดต่อทีมสังหาร ส่วนอีก 2 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมคือ นายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ อายุ 33 ปี คนขี่รถ จยย.พามือปืนไปก่อเหตุ และนายสันติ หรือทนายอี๊ด ทองเสม อายุ 28 ปี คนสนิท ยังหลบหนี เบื้องต้น น.ส.วรพรรณภูรีให้การรับสารภาพว่า พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ “หมอนิ่ม” และนางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 72 ปี มารดาหมอนิ่ม เป็นผู้จ้างวานราคา 1.2 ล้านบาท จนถูกออกหมายจับ จึงติดต่อขอเข้ามอบตัวกับนางปวีณา หงสกุล  รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ความคืบหน้าจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 พ.ย. พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม พร้อมด้วยนางสุรางค์ ดวงจินดา อายุ 72 ปี มารดา เข้าพบนางปวีณา  หงสกุล  รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ห้องประชุมชั้น 9 โดยมี พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 และ พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมพนักงานสอบสวนคดีสังหารเอ็กซ์-จักรกฤษณ์ นำหมายจับมารอรับมอบตัว 2 แม่ลูก

นางสุรางค์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตนขอยอมรับในสิ่งที่ทำไปทั้งหมด สาเหตุเกิดจากความเป็นแม่ ตนทนไม่ได้ที่ลูกถูกสามีทำร้ายร่างกายและจิตใจตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ที่ทำไปด้วยหัวอกคนเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกสาวที่ถูกสามีทุบตีอย่างทารุณจนแท้งลูกคนที่ 3 ตนพยายามให้โอกาสเอ็กซ์ปรับปรุงตัวหลังพ้นโทษ แต่เค้ายังคงทำร้ายลูกสาวและหลานอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจครั้งนี้ขอยืนยันว่า หมอนิ่มไม่มีส่วนรู้เห็นกับการจัดหามือปืนมายิงเอ็กซ์ ทั้งหมดที่ทำไปเกิดจากความรักที่มีต่อลูก ระหว่างที่ฟังมารดาแถลงข่าวหมอนิ่มได้แต่นั่งจ้องหน้าแม่น้ำตาคลอ

ส่วนหมอนิ่มเผยว่า ขอยืนยันว่าตนไม่เคยคบชู้หรือหวังสมบัติของสามีตามที่เป็นข่าว ส่วนการที่มารดาทำเรื่องนี้ไม่เคยมาเล่าให้ฟังมาก่อน เพิ่งมารู้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา หากสามารถรับผิดแทนมารดาได้ ตนก็พร้อมที่จะรับโทษแทน เพราะเรื่องนี้ทำให้รู้แล้วว่าความรักของแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน อยากฝากถึงผู้ชายทุกคนที่มีครอบครัวว่าไม่ควรใช้ความรุนแรง เพราะที่ครอบครัวต้องจบลงวันนี้เพราะสามีตนติดยาเสพติดและใช้ความรุนแรง จนครอบครัวต้องพังลง อยากให้ทุกคนดูเป็นอุทาหรณ์

ด้านนางปวีณากล่าวว่า อยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์แก่คนที่มีครอบครัว เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวต้องตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีความเป็นเช่นนี้ก็คงต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม

พ.ต.อ.ศราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดี ดังนั้น ตำรวจจึงไม่ได้คัดค้านการประกันตัว ขอให้เป็นดุลพินิจศาลพิจารณา ขณะนี้ยืนยันว่าพยานหลักฐานที่ตำรวจมีค่อนข้างแน่นหนา สามารถรวบรวมพยานหลักฐานให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป หลังจากนั้น ควบคุมตัว พญ.นิธิวดีและนางสุรางค์ขึ้นรถตู้ของ สน.มีนบุรีเดินทางไปที่โรงพัก ระหว่างเดินไปที่รถ 2 แม่ลูกมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ต่อมานางบุญคิดและนายมานพ พณิชย์–ผาติกรรม มารดาและบิดาของเอ็กซ์-จักรกฤษณ์เดินทางเข้าพบนางปวีณาที่ห้องประชุมชั้น 9 เช่นกัน นางบุญคิดเผยว่า คดีนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ที่ผ่านมาไม่คิด
ว่าคนใกล้ตัวจะทำ และไม่ได้คิดโกรธแค้นใดๆ คิดไปก็เท่านั้น เพราะเอ็กซ์ไปสบายแล้ว ตั้งแต่เอ็กซ์ตายตนเข้มแข็งขึ้นเยอะ ก่อนหน้านี้พยายามหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในใจลึกๆรู้สึกเศร้าเสียใจไม่แพ้กัน และตนขอขอบคุณนางปวีณาที่เข้ามาดูแลครอบครัว

ส่วนนายมานพกล่าวว่า ไม่ขอให้อภัยในสิ่ง ที่เกิดขึ้น ขอให้ผู้ทำผิดชดใช้เวรกรรมก่อน อย่าเพิ่งตาย ให้ชดใช้กรรมที่ก่อเอาไว้ในคุกนานๆ ที่บ้านตนได้กลิ่นน้ำหอมซึ่งกลิ่นนี้คนในบ้านไม่มีใครใช้ หอมมาก หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน ตนไม่คิดแค้นและขอให้ลูกชายหลับให้สบายไปเกิดซะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ และจะทำบุญ 100 วันไปให้ ส่วนตำรวจจับคนบงการได้แล้ว ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

ต่อมาเวลา 11.50 น. ตำรวจควบคุมตัวหมอนิ่มและมารดามาถึง สน.มีนบุรี นำตัวไปพักที่ห้องประชุมของโรงพัก เมื่อทีมทนายความของหมอนิ่มและมารดามาถึง พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี หัวหน้าทีมสอบสวน พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์–จิตต์ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี พร้อมพนักงานสอบสวนหญิง พาหมอนิ่มและมารดาไปแจ้งข้อหาร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิมพ์ลายนิ้วมือ และแยกสอบปากคำที่ห้องสอบสวนชั้น 3

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นนางสุรางค์ มารดาหมอนิ่ม ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จ้างวานให้ น.ส.วรพรรณภูรี หรือแหม่ม จัดหามือปืนมาสังหารลูกเขย เพราะทนเห็นลูกสาวเจ็บช้ำน้ำใจมานาน  ส่วนหมอนิ่มยังให้การปฏิเสธ  ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวของนางสุรางค์ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจและหมอนิ่ม  เจ้าหน้าที่ตั้งวงเงินประกันไว้เป็นเงินสดคนละ 5 แสนบาท โดยพิจารณาร่วมกันตามข้อกำหนดที่ว่าจะมีพฤติกรรมหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ ซึ่งจะต้องให้เสร็จสิ้นการสอบปากคำก่อน หากได้รับการประกันตัวตำรวจจะทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้ด่านชายแดนทั่วประเทศทราบป้องกันการหลบหนี

ส่วนนายสันติ หรือทนายอี๊ด ผู้จัดหามือปืนและนายธวัชชัย หรืออ้น เพชรโชติ คนขี่จักรยานยนต์ให้มือปืน ยังไม่ได้ติดต่อเข้ามอบตัว แต่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กดดันตามแหล่งกบดานแล้ว หากทนแรงกดดันไม่ไหวคงขอเข้ามอบตัว ส่วนสำนวนการสอบสวนคืบหน้าไปมาก ขณะนี้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้จ้างวานและผู้ต้องหา หากหลักฐานพาดพิงถึงใครต้องแจ้งข้อหาทั้งหมด

ขณะที่ น.ส.วรพรรณภูรี หรือแหม่ม มนตรี–อารีกุล คนรับงาน ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง  สน.มีนบุรี หลังหมอนิ่มและมารดาเข้ามอบตัว ถูกควบคุมตัวมาแจ้งข้อหาและสอบสวนที่  สน.มีนบุรี  พนักงานสอบสวนได้เบิกตัว น.ส.วรพรรณภูรีออกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนที่จะนำกลับเข้าห้องควบคุม เพื่อเตรียมนำตัวไปขออำนาจศาล จ.มีนบุรี ฝากขังในวันที่ 12 พ.ย.

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พญ.นิธิวดีเปิดใจกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า เรื่องคดีตอนนี้ยังไม่ขอพูดถึงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ยังบอกไม่ได้ว่าจะรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการประกันตัว ตำรวจเป็นผู้พิจารณายังไม่ได้แจ้งให้ทราบ ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อรู้ว่าแม่บงการรู้สึกอย่างไร พญ.นิธิวดีกล่าวว่า เข้าใจแม่ ตัวเองก็เป็นแม่คนเหมือนกัน คนที่รักเราที่สุดในชีวิตคือแม่ ตนทำผิดกับแม่มาตลอด จนวันนี้ แม่ต้องมาทำผิดเพราะตน เป็นเรื่องที่สะเทือนใจและจะไม่ทำให้แม่ร้องไห้อีกแล้วในชีวิต ถามว่าจะตอบลูกอย่างไรที่ต้องสูญเสียพ่อด้วยฝีมือยาย หมอนิ่มกล่าวว่า ทุกคนมีเหตุผล ลูกตนเลี้ยงมาให้โตด้วยความรัก ปัจจุบันยังสอนว่าพ่อเป็นคนดี แต่ตัวลูกเองรู้ว่าพ่อมีข้อเสียอะไร ลูกคนโตรู้ไม่ใช่ไม่รู้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ที่เราสอนเขาว่าให้มองสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล ต่อข้อถามที่ว่า ถ้าบั้นปลายชีวิตแม่ต้องอยู่ในคุกรู้สึกอย่างไร หมอนิ่มกล่าวว่า คงรู้สึกไม่สบายใจ แต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ดุลพินิจของความยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่แม่ต้องตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะความรุนแรงที่เอ็กซ์ทำหรือไม่ หมอนิ่มกล่าวว่า พี่เอ็กซ์ใช้ความรุนแรงมาตลอดและมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ทนไม่ได้ แม่เจ็บกว่าเรามาก แม่เห็นอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อท้องลูกคนที่ 3 พี่เอ็กซ์ทราบว่าท้องแต่ยังทำร้าย คนเป็นแม่จะรู้สึกอย่างไร ตนแท้งลูกแม่เจ็บกว่าตนมาก พี่เอ็กซ์ชกที่ท้องตนหลายครั้งจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แท้ง ตอนนี้เมื่อลูกถามหาพ่อตนให้เหตุผลลูกไปว่า เขาจำได้ว่าเขามีน้องอีกคนอยู่ในท้องและน้องเสียชีวิต เขารู้ว่าน้องอยู่บนสวรรค์ ตนบอกลูกว่าพ่อไปอยู่เป็นเพื่อนน้องบนสวรรค์น้องอยู่คนเดียวน้องเหงา ให้พ่อไปอยู่เป็นเพื่อนน้อง

หมอนิ่มกล่าวอีกว่า ตนเพิ่งรู้ว่าแม่เป็นคนบงการฆ่าพี่เอ็กซ์ ตอนงานศพตนยังไม่ทราบ ขอไม่พูดเรื่องคดีพูดได้แค่นี้ และไม่เป็นความจริงที่หลังงานศพตนไม่ได้พบครอบครัวพี่เอ็กซ์ พ่อพี่เอ็กซ์มาหาที่บ้าน 3-4 ครั้ง มาเล่นกับหลาน ตนไม่เคยกีดกัน ไม่ได้ห้ามใครมาหา ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่พ่อของเอ็กซ์บอกว่า ตั้งแต่เสร็จงานศพ หมอนิ่มไม่เคยโทร.ไปคุยเลย หมอนิ่มตอบว่า ไม่จริง ตนโทร. ขณะที่พ่อพี่เอ็กซ์ต่างหากที่ไม่เคยโทร.มาถามตนเลยว่ารู้สึกอย่างไร และไม่เคยถามถึงหลานสักครั้ง บอกว่ารักหลานแต่ไม่เคยซื้อขนมให้ ของเล่นก็ไม่เคยซื้อให้สักชิ้น ถ้าเป็นคนปกติเขารักและห่วงหลานต้องมีบ้าง แต่นี่ไม่เคย

เมื่อถามว่า หมอนิ่มต้องการสมบัติของสามี หรือไม่ หมอนิ่มตอบว่า ขอบอกว่าสมบัติที่หาด้วย กันมา ตนทำกิจการทำคลินิก เงินทุกบาททุกสตางค์ได้มาจากตน พี่เอ็กซ์เป็นนักกีฬายิงปืนเป็นข้าราชการลองคิดเอาว่า ทรัพย์สินที่ได้มาใครเป็นคนหา ส่วน ของในตู้เซฟบอกแล้วว่าเอาแต่ทรัพย์สินส่วนตัวมา เป็นสร้อย แหวน พระ เล็กๆน้อยๆ ไม่ถึง 60 ล้านหรอก พี่เอ็กซ์เป็นคนพูดเองทั้งนั้นว่าของราคาเท่าไหร่ ใคร ก็พูดได้ เงินสดก็ไม่มีในเซฟ ส่วนกระแสข่าวว่าหมอนิ่มปันใจให้คนอื่นจนทำให้เอ็กซ์หึง หมอนิ่มกล่าวว่า พี่เอ็กซ์มีภาวะอย่างหนึ่งคือ หวาดระแวงตลอด ตน ไม่เคยมีคนอื่นสักครั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าหมอนิ่มและแม่ต้องไปอยู่ในเรือนจำแล้วลูกๆจะอยู่อย่างไร หมอนิ่มตอบว่า ประเด็นนี้ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะ เป็นเรื่องของคดีความ ตอนนี้ยังไม่ทำอะไรทั้งนั้น ให้ถึงเวลาก่อนแล้วจะตอบอีกที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้เคยคุยเรื่องเลิกกัน หรือไม่ หมอนิ่มกล่าวว่า ไม่เคยคุยกัน ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีการไกล่เกลี่ย เพราะพี่เอ็กซ์เป็นคนไม่เกรงใจ ใคร ไม่มีใครกล้าพูด ถ้าพูดไปตนอาจโดนหนักกว่าที่โดนอยู่ ไม่มีใครกล้าพูดสักคน แม่เห็นพี่เอ็กซ์ทำ ตนทุกครั้ง เรื่องที่สะเทือนใจแม่มากที่สุดคือ เรื่องที่แท้งลูก ที่สำคัญคือ ที่สื่อทุกแห่งบอกว่าพี่เอ็กซ์รักลูก แต่ความเป็นจริงลูกแค่ทำตัวไม่ถูกใจพี่เอ็กซ์ก็ใช้ไม้ ขนาดนิ้วก้อยตีซะไม้หักมาแล้ว ทั้งที่ลูกเพิ่ง 3 ขวบ ถ้าคนรักลูกจริงจะทำแบบนี้มั้ย แต่เรื่องร้ายๆของพี่เขาที่ผ่านมาอย่าพูดถึงเลย พี่เอ็กซ์ก็ตายไปแล้ว

ต่อมาเวลา 18.00 น. พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 เผยว่า พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก. สน.มีนบุรี ได้เซ็นอนุมัติให้ประกันตัวชั่วคราว พญ.นิธิวดี นางสุรางค์ มารดา และ น.ส.วรพรรณภูรี เนื่อง จากพิจารณาแล้วทั้ง 3 คน ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และไม่เคยก่อคดีอาญามาก่อน อีกทั้งหมอนิ่มและแม่ยังเข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ จึงให้ประกันด้วยวงเงินคนละ 5 แสนบาท ข้อหาร่วมกันใช้ผู้อื่น ทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นแล้ว ทนายของนางสุรางค์และ น.ส.วรพรรณภูรีใช้เงินสดประกันตัวออกไปคนละ 5 แสนบาท ส่วนหมอนิ่มใช้โฉนดที่ดินย่านมีนบุรีมูลค่า 1 ล้านบาท ประกันตัวออกไป

ไทยรัฐออนไลน์
12 พฤศจิกายน 2556, 09:00 น.

ที่มา :  http://www.thairath.co.th/content/newspaper/382223
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.126 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check