ไหม้คาเทรลเลอร์ 'ลัมโบร์กินี่-เฟอร์รารี่' สูญเฉียด 100 ล.(UPDATE!ดีเอสไอย้ายรถหรูไฟไหม้คืนกรมศุลฯ) -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ธันวาคม 17, 2017, 03:07:20 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ไหม้คาเทรลเลอร์ 'ลัมโบร์กินี่-เฟอร์รารี่' สูญเฉียด 100 ล.(UPDATE!ดีเอสไอย้ายรถหรูไฟไหม้คืนกรมศุลฯ)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ไหม้คาเทรลเลอร์ 'ลัมโบร์กินี่-เฟอร์รารี่' สูญเฉียด 100 ล.(UPDATE!ดีเอสไอย้ายรถหรูไฟไหม้คืนกรมศุลฯ)  (อ่าน 360360 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2013, 02:20:31 PM »

ไหม้คาเทรลเลอร์ 'ลัมโบร์กินี่-เฟอร์รารี่' สูญเฉียด 100 ล.








เกิดเหตุไฟไหม้รถหรู ขณะลำเลียงขึ้นรถเทรลเลอร์ นำส่งลูกค้า วอด 4 คัน ทั้งเบนท์ลีย์  บีเอ็ม ลัมโบร์กินี่และเฟอร์รารี่ คาดเสียหาย 60-80 ล้านบาท เร่งสอบสาเหตุที่แท้จริง...

เมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 56 ร.ต.ท.บุญส่ง หวังแนบกลาง ร้อยเวร สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้รถสปอร์ตหรูหลายคัน ที่บรรทุกอยู่บนรถเทรลเลอร์ขณะนำส่งลูกค้า เหตุเกิดช่วงทางขึ้นเขากลางดง กม.36-37 ถนนมิตรภาพ ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และพร้อมด้วย พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง หน่วยกู้ชีพกลางดง พร้อมรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลกลางดง เทศบาลตำบลสีมามงคล อบต.พญาเย็น รวม 3 คัน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเทรลเลอร์ สำหรับบรรทุกรถยนต์ส่งลูกค้า ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 60-2915 กทม. ทะเบียนตัวพ่วง 60-2916 กทม. จอดขวางถนน 2 ช่องจราจร ส่วนหัวของรถตกอยู่ร่องกลางถนน พบไฟกำลังลุกไหม้รถยนต์เก๋งแบบสปอร์ต 4 คัน ประกอบไปด้วยรถยนต์เก๋งที่บรรทุกอยู่ชั้นบน 2 คัน ยี่ห้อเบนท์ลีย์ ป้ายแดง และรถยนต์เก๋งบีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดง ส่วนชั้นล่างเป็นรถยนต์เก๋งสปอร์ต ลัมโบร์กินี่ สีขาวป้ายแดง และรถยนต์เก๋งเฟอร์รารี่ สีแดง ป้ายแดง เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ สอบพบรถเบนท์ลีย์ ป้ายแดง ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายครึ่งคันด้านท้าย รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ลัมโบร์กินี่ และเฟอร์รารี่ ได้รับความเสียหายหมดทั้ง 3 คัน

สอบสวน นายเอกพัฒก์ วิลามาศ อายุ 37 ปี แจ้งว่าเป็นคนขับรถคันเกิดเหตุ โดยบรรทุกรถหรูทั้งหมด จาก กทม.เพื่อไปส่งลูกค้าที่ จ.ศรีสะเกษ ระหว่างทางขึ้นเขากลางดง ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ได้รับแจ้งจากรถที่วิ่งแซงมาตะโกนบอกว่าไฟไหม้รถที่บรรทุกมา ตนจึงรีบจอดรถชิดขอบทางด้านขวา พร้อมดึงเบรกมือไว้ ก่อนวิ่งลงไปดู ขณะเดียวกันรถได้ถอยหลังเนื่องจากดึงเบรกมือไม่อยู่ ทำให้หัวรถตกลงไปในร่องกลางถนน ส่วนไฟที่ลุกไหม้ มาจากรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู ที่บรรทุกอยู่ชั้นบน คันท้ายสุด จากนั้นไฟได้ลามไปติดรถเก๋งเบนท์ลีย์ ที่อยู่ด้านหน้า และลามลงมาชั้นล่าง โชคดีที่รถดับเพลิงมาช่วยได้ทัน ทำให้รถเบนท์ลีย์ สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน บ 8888 กทม. และรถเบนซ์สีขาว ทะเบียนป้ายแดง อ 6969 กทม. ที่อยู่ด้านหน้าสุด ไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งรถที่เสียหายทั้ง 4 คัน เป็นรถที่มีราคากว่า 20 ล้านบาท รวมค่าเสียหายประมาณ 60-80 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป.

 

ไทยรัฐออนไลน์
29 พฤษภาคม 2556, 13:37 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/347824
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 05, 2013, 03:46:09 PM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2013, 02:24:38 PM »


ไฟไหม้เทรลเลอร์ขนรถหรูบีเอ็ม-ลัมโบร์กินี-เฟอร์รารี่-เบนท์ลีย์ วอด4คันรวด สูญไม่ต่ำกว่า 50 ล.




 วันที่ 29 พ.ค. พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงที่กำลังลุกไหม้รถหรูราคาแพง ที่จอดอยู่บนรถเทรลเลอร์ขนส่ง บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 36-37 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

 โดยไฟเกิดขึ้นที่รถบีเอ็มดับเบิลยู ราคากว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอยู่ด้านบนสุด ก่อนจะลุกลามลงมาติดรถที่อยู่ด้านล่าง ทั้งลัมโบร์กินี ราคาเกือบ 40 ล้าน รถเฟอร์รารี่ ราคาประมาณ 30 ล้าน และยี่ห้อเบนท์ลีย์ ราคาประมาณ 20 ล้านบาท  จนเสียหายเหลือแต่ซากทั้งหมด
 
 นายเอกพันธ์ วิลามล คนขับบอกว่า นำรถทั้งหมด 6 คัน มาจากกรุงเทพฯ เพื่อไปส่งที่จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุไฟลุกไหม้รถโดยไม่ทราบสาเหตุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว เนื่องจากตำรวจต้องปิดการจราจร

   

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 09:59 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UYzVORFl6Tnc9PQ==&catid=01        

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 10:17:32 AM »

รถสุดหรูวอด4คัน เซ่นไฟปริศนา





พรึบเบนท์ลีย์-บีเอ็ม เฟอร์รารี-ลัมโบร์กินี

เพลิงปริศนาเผารถสปอร์ตหรูขณะบรรทุกบนรถเทรเลอร์พินาศย่อยยับ 4 คันรวดทั้งลัมโบร์กินี  เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับบลิว ก่อนเกิดเหตุคนขับนำรถออกจากกรุงเทพฯไปส่งให้ลูกค้าใน จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวิ่งมาตามถนนมิตรภาพผ่านทางขึ้นเนินเขากลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จู่ๆ เกิดไฟลุกไหม้ คนขับรถคันอื่นเห็นตะโกนบอกรีบจอดรถข้างทาง แต่เบรกมือเอาไม่อยู่ทำให้รถถอยตกร่องกลางถนน ส่งผลให้เพลิงลามไหม้รถราคาแพงทีละคัน ค่าเสียหาย 60-80 ล้านบาท ตำรวจมึนสาเหตุเตรียมประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการตรวจหาต้นตอ


เหตุไฟไหม้รถสปอร์ตหรูบนรถเทรเลอร์วอดเสียหายถึง 4 คัน มูลค่าหลายสิบล้านบาทครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 29 พ.ค. ร.ต.ท.บุญส่ง หวังแนบกลาง พนักงานสอบสวน สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถสปอร์ตหรูหลายคันบนรถเทรเลอร์บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงทางขึ้นเขากลางดง กม.36-37 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง หน่วยกู้ชีพกลางดง พร้อมรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลกลางดง เทศบาลตำบลสีมามงคล และ อบต.พญาเย็น รวม 3 คัน ไปฉีดน้ำดับไฟ

ที่เกิดเหตุเป็นทางขึ้นเนินพบรถเทรเลอร์บรรทุกรถยนต์ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 60-2915 กรุงเทพมหานคร ทะเบียนพ่วง 60-2916 กรุงเทพมหานคร จอดขวางถนน 2 ช่องจราจร ส่วนหัวตกร่องกลางถนนพบไฟลุกไหม้รถเก๋งหรู รวม 4 คัน ประกอบด้วย ชั้นล่าง 2 คัน คือรถเก๋งสปอร์ตยี่ห้อลัมโบร์กีนี  กัลลาร์โด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ถ-3278 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งสปอร์ตเฟอร์รารี สีแดง ทะเบียนป้ายแดงไม่ทราบหมายเลข เนื่องจากถูกไฟไหม้เสียหาย และช่องบรรทุกชั้น 2 อีก 2 คัน คือรถเก๋งเบนท์ลีย์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ณ-6006 กรุงเทพมหานคร และรถบีเอ็มดับบลิว เอ็กซ์ 6 สีฟ้าเทา ทะเบียนป้ายแดง ค-0174 กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำเพื่อไม่ให้เพลิงลุกลามไปติดรถเก๋งอีก 2 คันที่บรรทุกอยู่ใกล้กับหัวลากรถเทรเลอร์ประกอบด้วยรถเก๋งเบนท์ลีย์ สีดำ ป้ายแดง บ-8888 กรุงเทพมหานคร และรถเบนซ์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง อ-6996 กรุงเทพมหานคร โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตรวจสอบพบรถเก๋งเบนท์ลีย์ ถูกไฟไหม้เสียหายช่วงด้านหลังครึ่งคัน รถเก๋งบีเอ็มดับบลิวเสียหายทั้งคัน รถเก๋งสปอร์ตเฟอร์รารีและลัมโบร์กีนีเสียหายหมดทั้งคัน ขณะเดียวกันในช่วงเกิดเหตุมีรถสัญจรไปมาจำนวนมาก ส่งผลให้การจราจรติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร

สอบสวนนายเอกพัฒก์ วิลามาศ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/1 ถนนอู่ทอง อ.พระนครศรีอยุธยา คนขับรถเทรเลอร์ ทราบว่าขับรถบรรทุกรถหรูทั้งหมดจากกรุงเทพฯไปส่งลูกค้าที่ จ.ศรีสะเกษ ขณะวิ่งมาถึงบริเวณดังกล่าวเป็นทางขึ้นเนิน โดยใช้ความเร็วต่ำ มีคนขับรถประกบแซงตะโกนบอกไฟไหม้รถด้านหลัง เลยจอดรถชิดขอบทางด้านขวาพร้อมดึงเบรกมือไว้แล้วรีบลงไปดูพบไฟลุกไหม้รถเก๋งบีเอ็มดับบลิว จังหวะนั้นรถเทรเลอร์เกิดถอยหลังคาดว่าเบรกมือคงเอาไม่อยู่จนหัวรถถูกแรงเหวี่ยงตกร่องกลางถนน จากนั้นไฟลุกลามไปยังรถคันอื่นๆอีก 3 คัน

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้รถหรูทั้ง 4 คัน ต้องสอบสวนรายละเอียดอีกครั้งพร้อมประสานเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจพิสูจน์ซากรถต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายคาดว่าประมาณ 60-80  ล้านบาท เนื่องจากแต่ละคันมีราคาสูงมากบางยี่ห้อราคากว่า 20 ล้านบาท

ต่อมาเย็นวันที่ 29 พ.ค. พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยถึงเหตุเพลิงไหม้รถสปอร์ตหรูว่า จากการสอบสวนคนขับทราบว่าเจ้าของรถเทรเลอร์คันที่รับจ้างบรรทุกรถหรูดังกล่าวคือ นางองุ่น จึงแสงมณี สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 95 หมู่ 3 ถนนสุวินทวงศ์ 24 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กทม. โดยรับรถทั้ง 6 คันมาจากย่านพระราม 5 จะไปส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ โดยเอกสารที่ติดรถมีเพียงหนังสือรับรถของบริษัทขนส่งระบุว่าเป็นรถยี่ห้อใด เลขแชสซี ตำหนิรอยขีดข่วนของรถแต่ละคัน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นของผู้ใด จนกระทั่งถึงเวลานี้ก็ยังไม่มีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของ ล่าสุด พล.ต.ต.ประหยัด บุญศรี รอง ผบช.ภ.3 มีหนังสือด่วนที่สุดให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดูว่าทั้งหมดเป็นรถที่ถูกต้องหรือไม่ โดยตนมอบหมายให้ พ.ต.ท.ประยงค์ กอศรี พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบและให้รายงานผลโดยเร็ว

ไทยรัฐออนไลน์
30 พฤษภาคม 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/347956
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 09:46:07 AM »

เจ้าของรถหรู 6 คัน ถูกไฟไหม้วอดกว่า 100 ล้าน ยังไม่มาแสดงตัว




 เวลา 11.00 น. วันที่ 30 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ที่ห้องข้อมูลข่าวสารกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภาค 3 พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค3 ( รอง ผบก.สส.ภ.3 ) เปิดเผยความคืบหน้า เหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ บรรทุกรถยนต์หรูราคาแพง เหตุเกิดขึ้นบริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 36-37 ถ.มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง เมื่อช่วงเช้า วันที่ 29 พ.ค.ว่า ตรวจสอบเบื้องต้นทรัพย์สินที่เสียหาย เป็นรถยนต์หรู รวมจำนวน 6 คัน ตระกูลโรลส์ รอยซ์ ยี่ห้อเบนท์ลี่ย์ จำนวน 2 คัน ถูกเผาเสียหาย 1 คัน ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่นเอส 6 จำนวน 1 คัน ยี่ห้อเฟอร์รารี่ 1 คัน ,ยี่ห้อลัมโบร์กินี 1 คัน และ ยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นอี 300 จำนวน 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยมีนายเอกพันธ์  วิลามล เป็นผู้ขับขี่รถเทรลเลอร์ คันประกอบเหตุ โดย บริษัท องุ่น จึงแสงมณี จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ 95 หมู่ 3 ถ.สุรินทร์วงศ์ 24 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ รับว่าจ้างให้ดำเนินการขนส่ง ขณะนี้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พร้อมกับเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ สภาพความเสียหาย เพื่อหาพยาน ร่องรอยต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อไขปริศนาของเหตุเพลิงไหม้

 พ.ต.อ.ภาณุ กล่าวต่อว่า ตนได้ประสานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นดีลเลอร์นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อหรู มาร่วมตรวจสอบเอกสาร หลักฐาน หมายเลขตัวเครื่อง ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ รถยนต์ทุกคัน โดยละเอียด เพื่อสืบค้นแหล่งที่มาว่า ผ่านกระบวนถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เบื้องต้นทราบแต่เพียงว่า เพื่อไปส่งที่สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ในเขตจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่สืบสวน ได้ลงพื้นที่หาข้อมูลกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง รวมทั้งเส้นทางลำเลียงจากต้นทางถึงปลายทาง ซึ่งต้องรอบทสรุปพอสมควร จึงจะระบุความชัดเจน เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายคดี

 เบื้องต้นการสืบสวนทางลับยังไม่ปรากฏสิ่งบ่งชี้เกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ หรือลักลอบนำเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน พบข้อมูลเจ้าของรถยนต์หรู เป็นของผู้มีอันจะกินในพื้นที่อีสานตอนล่าง ขณะนี้ยังไม่มีพบเอกสารสำแดงการเสียภาษีนำเข้า หรือมีใครมาแสดงตัวรับเป็นเจ้าของแต่อย่างใด



ข่าวสดออนไลน์   
วันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 เวลา 13:33 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk9UZzVORFkxT1E9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 09:54:24 AM »


ศุลกากรอายัด รถหรู-ไฟไหม้

เจ้าของเทรลเลอร์ แบ๊ะๆ-ไม่รู้ใครจ้าง






จนท.พิสูจน์หลักฐาน ตรวจซากรถเฟอร์รารี่ 1 ในรถสปอร์ตหรู 4 คัน มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ที่บรรทุกมาบนรถเทรลเลอร์ แล้วเกิดไฟไหม้ไม่ทราบสาเหตุ ขณะแล่นมาบนถนนมิตรภาพ ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา.

ยิ่งสาวยิ่งลึก เจ๊เจ้าของรถเทรลเลอร์บรรทุกรถหรู 4 คัน ที่เกิดไฟไหม้เข้าพบพนักงานสอบสวน อ้างหน้าตาเฉยไม่รู้ใครเป็นคนว่าจ้าง ระบุมีชายลึกลับติดต่อมาทางโทรศัพท์บอกให้ไปส่งรถที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีสะเกษ แลกค่าจ้าง 4 หมื่นบาท ด้านเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจซากรถพบทุกคันติดตั้งถังแก๊สไว้ด้านเบาะหลัง แต่ยังไม่รู้เป็นระบบเอ็นจีวีหรือแอลพีจี แถมยังพบป้ายทะเบียนรถเก๋งโซลูน่าซุกอยู่อีก 2 แผ่น

กรณีรถเทรลเลอร์รับจ้างบรรทุกรถยนต์สปอร์ตหรู 6 คัน ลำเลียงไปส่งยัง จ.ศรีสะเกษ ขณะวิ่งมาตามถนนมิตรภาพ ช่วงขึ้นเขากลางดง กม.36-37 ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จู่ๆได้เกิดเพลิงปริศนาลุกไหม้ขึ้น เผารถหรูวอดไป 4 คัน มีทั้งลัมโบร์กีนี เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู มูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท เมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่หลังเกิดเหตุยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ ทำให้ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่ารถยนต์ราคาแพงทั้งหมด อาจเป็นรถที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมายนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้  เมื่อเวลา  11.00น.วันที่ 30 พ.ค. นางองุ่น จึงแสงมณี เจ้าของรถเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 60-2915 กรุงเทพมหานคร ผู้รับจ้างบรรทุกรถหรูทั้ง 6 คัน  เข้าพบ  พ.ต.ท.ประยงค์ กอศรี หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อให้ปากคำ นางองุ่นอ้างว่า ได้รับการว่าจ้างทางโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งให้ไปรับรถราคาแพงทั้ง 6 คัน จากบริเวณถนนพระราม 5 เพื่อนำไปส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ ในราคา 40,000 บาท เมื่อถึงที่หมายจะมีผู้มารับรถอีกทอด  จึงไม่ได้สอบถามรายละเอียดว่าผู้จ้างเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะเป็นรถรับจ้างบรรทุกรถยนต์อยู่แล้ว ปกติจะมีบริษัทผู้ผลิตรถว่าจ้างให้นำส่งตัวแทนจำหน่ายตามโชว์รูมต่างจังหวัด มาว่าจ้างเป็นประจำ ส่วนรถหรูทั้ง 6 คันจะเป็นรถที่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้นไม่ทราบ

ต่อมา พ.ต.อ.เสรีย์ จันทรประทิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ 5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อม จนท.วิทยาการ จ.นครราชสีมา เข้าตรวจสอบรถหรูทั้ง 4 คันที่ถูกไฟไหม้ โดยประสานรถยกเอกชนมายกรถลงจากรถเทรลเลอร์และนำไปจอดไว้ในโรงเก็บรถของ  สภ.กลางดง เพื่อจะได้ตรวจ สอบสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ว่ามาจากเหตุใด และเกิดขึ้นจากรถคันไหน  เบื้องต้นจากการตรวจสอบรถทั้ง 4 คัน พบว่ามีการติดตั้งระบบแก๊ส โดยพบถังแก๊สวางอยู่ด้านหลังเบาะ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นระบบเอ็นจีวี หรือแอลพีจี

พ.ต.อ.เสรีย์กล่าวว่า การตรวจรถทั้ง 4 คันครั้งนี้เพื่อหาวัตถุพยานที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ ซึ่งจะต้องนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ คงต้องใช้เวลาหลายวัน และอาจจะต้องมาตรวจซ้ำอีกเมื่อหลักฐานยังไม่ครบ พร้อมกับตรวจหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวรถ แต่จากการตรวจรถลัมโบร์กีนี สีขาว 1 ในรถที่ถูกไฟไหม้พบว่า ด้านหน้าติดทะเบียนป้ายแดง แต่พบป้ายทะเบียนขาวดำ ทะเบียน ฌล 6217 กรุงเทพมหานคร  จำนวน 2 แผ่น  มีตรากรมการขนส่งทางบก อยู่ในซองกระดาษหลังเบาะ เมื่อตรวจสอบกับกองทะเบียนพบว่าทะเบียนหมายเลขดังกล่าว เป็นรถโตโยต้า โซลูน่า ของนางพรรณิภา โชคบำรุง อยู่บ้านเลขที่ 103/15 หมู่ 1 แขวงฉิมพลี  เขตตลิ่งชัน กทม. ซึ่งจะตรวจสอบต่อไปว่าแผ่นทะเบียนดังกล่าวเป็นของจริงหรือของปลอม  เพราะแผ่นสะท้อนแสงไม่มีลายน้ำบนตรากรมการขนส่งทางบก

ต่อมา นายสุจิต ถกลมนตรี เจ้าพนักงานศุลกากรชำนาญการ  สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร  พร้อมเจ้าหน้าที่ศุลกากรอีกหลายนาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง เพื่อขอร่วมตรวจรถยนต์หรูทั้ง 6 คัน พร้อมกับได้อายัดรถทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบ โดยถ้ามีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของรถก็ต้องมีการตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่มีจะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่าเป็นรถของใคร นำเข้ามาได้อย่างไร

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รอง ผบก.สส.ภ.3 กล่าวว่า พล.ต.ต.ประหยัด บุญศรี รองผบช.ภ.3 รับผิดชอบศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถ จยย.ภาค 3 สั่งให้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลที่มาที่ไปของรถหรูดังกล่าวว่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรม หรือนำเข้ามาผิดกฎหมายหรือไม่ โดยประสานไปยังดีลเลอร์นำเข้ารถยนต์หรูร่วมตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หมายเลขตัวเครื่อง ชิ้นส่วน และอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ ของรถยนต์ทุกคันอย่างละเอียดเพื่อสืบหาแหล่งที่มา คงต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะทราบผล และนำไปสู่การคลี่คลายคดี

“จากการสืบสวนในเบื้องต้นยังไม่ปรากฏสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกี่ยวข้องกับขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ หรือลักลอบนำส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่าเจ้าของรถยนต์หรูเหล่านี้น่าจะเป็นของผู้มีฐานะร่ำรวยในพื้นที่อีสานตอนล่าง และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถเพราะอาจเกรงจะถูกตรวจสอบเข้มข้น จึงอยากให้เจ้าของรถทุกคันออกมาแสดงตัวเพื่อคดีจะได้กระจ่าง หากเป็นรถที่ถูกกฎหมายก็ไม่ต้องกังวล” พ.ต.อ.ภาณุกล่าว

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนายหนึ่งเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ฌล 6217 กรุงเทพมหานคร ที่พบในเบาะหลังของรถสปอร์ตลัมโบร์กินี รุ่นกัลลาร์โด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ถ-3278 กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกไฟไหม้นั้น ไม่น่าจะใช่รถโตโยต้า โซลูน่า เนื่องจากข้อมูลของสำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครระบุว่า ทะเบียนหมายเลข ฌล 6217 กรุงเทพมหานคร ได้แจ้งจดทะเบียนว่าเป็นรถยี่ห้อลัมโบร์กินี รุ่นกัลลาร์โด สีขาว ซึ่งโอนมาจากทะเบียนเดิมคือ ฌจ 0001 กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนเมื่อวันที่ 28/06/2549 วันสิ้นอายุภาษี 28/06/2556 เลขตัวถัง ZHWGE12T06LA03284 เลขเครื่อง 07L103554 ขนาดเครื่องยนต์ 4961 ซีซี ปัจจุบันชื่อผู้ครอบครองรถคันดังกล่าวเป็นของลูกชายนักการเมืองชื่อดังใน จ.นครปฐม โดยครอบครองรถเมื่อวันที่13/11/2555 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนต่อไปว่า รถยนต์คันไหนเป็นคันจริงที่จดทะเบียนถูกต้องกันแน่


ไทยรัฐออนไลน์
31 พฤษภาคม 2556, 09:00 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/348182
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:02:46 AM »


ศุลกากรอายัดรถหรูไฟไหม้แล้ว จ่อหาตัวเจ้าของ







เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าอายัดรถหรูหลายคันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ขณะขนย้าย ที่ จ.นครราชสีมา หลังเจ้าของไม่มาแสดงตัว เตรียมสืบหาต้นตอ...


จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถหรู ทั้งลัมโบร์กินี เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ บีเอ็มดับเบิลยู ขณะอยู่บนรถเทรลเลอร์ ที่ลำเลียงไปส่งยัง จ.ศรีษะเกษ มูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท ขณะวิ่งขึ้นเขากลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งยังไม่มีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ

ต่อมาเมื่อ 11.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 56 นางองุ่น จึงแสงมณี เจ้าของรถเทรลเลอร์ ที่เป็นผู้รับจ้างบรรทุกรถหรูทั้ง 6 คัน ได้เข้าพบ พ.ต.ท.ประยงค์ กอศรี พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ (สบ 3) หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อให้รายละเอียดได้แจ้งว่า ได้รับการว่าจ้างทางโทรศัพท์ ให้ไปรับรถ ทั้ง 6 คัน จากบริเวณถนนพระราม 5 ไปส่งที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีษะเกษ ในราคา 4 หมื่นบาท แต่ไม่ได้สอบถามรายละเอียดว่าเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะเป็นรถรับจ้างบรรทุกรถอยู่แล้ว ทั้งบริษัทผู้ผลิตรถที่นำส่งตัวแทนจำหน่ายตามต่างจังหวัดและผู้จำหน่ายรถทั่วไป โดยผู้ว่าจ้างได้ให้นำไปส่งที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ศรีษะเกษ เมื่อถึงที่หมายจะมีผู้มารับรถ ส่วนจะเป็นรถที่มีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่นั้นไม่ทราบ

พ.ต.อ.เสรีย์ จันทรประทิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อม จนท.วิทยาการ จ.นครราชสีมา ได้มาตรวจรถหรูทั้ง 4 คันที่ถูกไฟไหม้ ซึ่งยังอยู่บนรถเทรลเลอร์ซึ่งการตรวจสอบเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงได้ประสานขอความร่วมมือรถยกของเอกชนมายกลงนำไปจอดที่โรงเก็บรถของ สภ.กลางดง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจุดเกิดเหตุเกิดจากอะไร และเกิดขึ้นจากรถคันไหน แต่จากการตรวจสอบรถทั้ง 4 คัน พบว่ามีการติดตั้งระบบแก๊ส พบถังอยู่ด้านหลังเบาะแต่ยังไม่ทราบว่าเป็นระบบ เอ็นจีวี หรือแอลพีจี

พ.ต.อ.เสรีย์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุได้กล่าวว่า จากการตรวจรถทั้ง 4 คันนี้เพื่อหาวัตถุพยานที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดไฟไหม้ ซึ่งจะต้องนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ คงต้องใช้เวลาหลายวัน และอาจจะต้องมาตรวจซ้ำอีกเมื่อหลักฐานยังไม่ครบ พร้อมกับตรวจหมายเลขเครื่องและหมายเลขตัวรถ แต่จากการตรวจรถเก๋งลัมโบร์กินี สีขาว ด้านหน้าติดทะเบียนป้ายแดง แต่ปรากฏว่าพบป้ายทะเบียน ขาวดำ ทะเบียน ฌล 6217 กทม.จำนวน 2 แผ่น มีตรากรมการขนส่ง อยู่ในซองกระดาษหลังเบาะ เมื่อตรวจหลักฐานจากกองทะเบียนพบว่าทะเบียนหมายเลขดังกล่าว เป็นรถโตโยต้า โซลูน่า ของ นางพรรณิภา โชคบำรุง 103/15 หมู่ 1 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม.ซึ่งจะได้ตรวจสอบต่อไปว่าแผ่นทะเบียนดังกล่าวเป็นของจริงหรือของปลอม เพราะแผ่นสะท้อนแสงไม่มีลายน้ำของตรากรมการขนส่ง

ส่วนกรมศุลกากร ก็ได้ร่วมตรวจรถหรูทั้ง 6 คันด้วย โดยมีนายสุจิต ถกลมนตรี เจ้าพนักงานศุลกากรชำนาญการ จากสำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร พร้อม จนท.อีกหลายนาย ได้เข้าพบ พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง เพื่อร่วมการตรวจรถยนต์หรูทั้ง 6 คัน พร้อมกับได้อายัดรถทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบ โดยถ้ามีผู้ใดมาแสดงตนเป็นเจ้าของก็ต้องมีการตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่มีก็จะต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปว่าเป็นรถของใคร เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

 

ไทยรัฐออนไลน์
31 พฤษภาคม 2556, 01:15 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/348128
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2013, 02:37:46 PM »


ผู้การโคราชไขปริศนารถยนต์หรูถูกเพลิงไหม้ กำชับให้ทำสำนวนรัดกุมที่สุด

พล.ต.ต องอาจ  ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคลี่คลายคดีรถยนต์หรู จำนวน 6 คัน ซึ่งถูกเพลิงไหม้บนรถเทรลเลอร์ ในขณะกำลังบรรทุกมาส่งให้ลูกค้าที่จังหวัดศรีสะเกษ ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถแต่อย่างใด ข้อมูลการสอบสวน มีแต่บริษัทขนส่ง รับว่าจ้างให้บรรทุกรถยนต์จาก กทม. มาส่งตามสัญญาจ้าง รวมทั้งสาเหตุเพลิงไหม้ ยังคงเป็นปริศนา เพื่อความชัดเจน ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ ชัยเดช  ปานรักษา รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ร่วมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ รายงานความคืบหน้า ทราบผลการตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว 2 คัน เหลืออีก 4 คัน อยู่ระหว่างกำลังตรวจสอบซากรถที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายมากกว่าร้อยละ 60

พล.ต.ต.องอาจ กล่าวต่ออีกว่า โจทย์สำคัญต้องทราบที่ไปที่มาของบรรดารถยนต์ราคาแพงก่อน จากนั้นจึงจะเชื่อมโยงถึงการจดทะเบียน หรือผ่านการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งผู้ครอบครอง คงไม่ใช่ตาสีตาสาอย่างแน่นอน คนที่จะมีเงินเหลือใช้ซื้อรถยนต์นับสิบล้านบาทมาใช้ จึงต้องไม่ธรรมดา การออกมาให้ข่าวรายวัน หรือเร่งรัดทำสำนวน ทุกอย่างจึงต้องรอบครอบ และรัดกุมที่สุด ถ้าไปกล่าวหาเพียงแค่ผลตรวจสอบซากรถยนต์ อาจไม่ได้รับความกระจ่าง และถูกฟ้องร้องภายหลัง จึงต้องรอผลสรุปจาก เจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังดำเนินการไขปริศนาอยู่ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร   

ด้าน นายชาติชาย  ยุวชิต หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์หรู ที่ใช้หมวดอักษรจังหวัดนครราชสีมา สามารถดำเนินการได้ที่สำนักงานใหญ่เพียงแห่งเดียว ส่วนสำนักงานสาขาต่างๆ จะทำได้เพียงการต่อทะเบียน หรือรับชำระเสียภาษีประจำปีเท่านั้น ย้อนหลัง 5 ปี ไม่พบมีการจดทะเบียนรถยนต์ประเภทดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนที่พบเห็นขับขี่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จะเป็นรถหมวดอักษรจังหวัดกรุงเทพฯ หรือ ผู้มีอันจะกิน ซื้อรถใหม่ป้ายแดง ถอยออกมาเมืองนอก ซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก

รายงานข่าวระบุในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พบผู้ชื่นชอบ นิยมรถยนต์หรูราคาแพง มีค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มบรรดากุมารจีน ลูกหลานผู้มีอันจะกิน ซึ่งมีกิจการโรงแป้งมันสำปะหลัง หรือ เจ้าของสัมปทานรถโดยสารรับส่งพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม นัดหมายขับขี่เล่น ประลองความเร็วในช่วงวันหยุด ที่สนามแข่งรถโบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่ อ.ปากช่อง นครราชสีมา เป็นประจำ หรือรวมกลุ่มสังสรรค์ตามผับ บาร์ชื่อดังในเขตตัวเมือง ส่วนใหญ่นิยมรถยี่ห้อเฟอร์รารี่ และ รถเบนซ์ สปอร์ต ซึ่งเป็นรถมือสองที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 12:16 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01EQTJNemswTnc9PQ==&catid=01 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2013, 02:46:04 PM »


ไหม้รถหรู โยงลูกนักการเมือง

ขาใหญ่จังหวัดภาคกลาง ตร.ค้นเจอป้ายทะเบียน ซุกอยู่ในซาก"ลัมโบร์กินี" พิสูจน์หลักฐาน-พิรุธอื้อ "ขนสง-กรมศุล"สอบวุ่น


ตรวจซาก - เจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจซากรถหรู 6 คัน มูลค่ากว่า 100 ล้าน ที่ถูกเพลิงไหม้ปริศนาบนรถเทรลเลอร์ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ล่าสุดพบเป็นรถเถื่อนสวมทะเบียน กรมศุลกากรสั่งอายัดไว้แล้ว

ไฟไหม้รถหรูพัวพันถึงลูกนักการเมืองดัง ตร. เจอป้ายทะเบียนรถลูกนักการเมืองใหญ่ภาคกลางอยู่ในซากลัมโบร์กินี ป้ายแดง 1 ใน 4 รถหรูที่ถูกไฟไหม้ เร่งพิสูจน์หลักฐานทะเบียนจริง เลขตัวถัง และอุปกรณ์ทั้งหมด กรมศุลกากรอายัดทุกคันไว้รอตรวจต่อจากตร. เผยรถทุกคันติดแก๊สแบบหลอกๆ เพื่อเลี่ยงภาษี พบหลักฐานเจ้าของทั้ง 6 คันที่บรรทุกบนรถเทรลเลอร์คันไฟไหม้เจ้าของอยู่ในกทม.และปริมณฑล



เมื่อวันที่ 31 พ.ค. พ.ต.อ.ภาณุ บูรณศิริ รองผบก.สส.บช.ภาค 3 เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบรถสปอร์ตหรู 4 คัน ประกอบด้วย ลัมโบร์กินี เฟอร์รารี่ เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู ที่เกิดไฟไหม้บนรถเทรลเลอร์ขณะนำไปส่งลูกค้าที่จ.ศรีสะเกษ บริเวณทางขึ้นเขาหลักก.ม.ที่ 36-37 ถ.มิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่าช่วงบ่ายเมื่อวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่สามารถนำรถทั้ง 6 คันออกจากรถเทรลเลอร์ได้เป็นที่เรียบร้อย จากนั้นให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ และข้อมูลของรถไม่ว่าเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และหมายเลขของอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการตรวจเพื่อความถูกต้อง



รองผบก.สส.บช.ภาค 3 กล่าวอีกว่า กรมศุลกากรมีหนังสือมายังบช.ภาค 3 ให้อายัดรถยนต์ทั้ง 6 คันไว้ตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อพฐ.ตรวจพิสูจน์หลักฐานแล้วเสร็จ ก็จะเป็นหน้าที่ของศุลกากรตรวจสอบว่ารถยนต์ทั้งหมดนำเข้าถูกต้องหรือไม่ หรือจะเป็นการสั่งเป็นชิ้นส่วนเข้ามาเพื่อเลี่ยงภาษี แล้วให้ช่างฝีมือดีประกอบเป็นคัน ก่อนนำมาขอจดทะเบียน



รองผบก.สส.บช.ภาค 3 กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดส่งรถหรูทั้ง 6 คันนั้น ทราบว่านำรถเทรลเลอร์ไปบรรทุกมาจากย่านถ.พระราม 5 จ.นนทบุรี มีจุดหมายปลายทางจ.ศรีสะเกษ ส่วนตัวมั่นใจว่ารถทุกคันจะนำไปจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายที่ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ ก่อนส่งให้กับนายทุนที่วางเงินมัดจำไว้ เช่น รถหรู 1 คัน ราคา 40 ล้าน นายทุนคนหนึ่งได้จ่ายเงินมัดจำแล้ว 5 ล้านบาท เมื่อได้รับรถก็จะจ่ายส่วนที่เหลือ



รองผบก.สส.บช.ภาค 3 กล่าวว่า พล.ต.ต. ประหยัด บุญศรี รองผบช.ภาค3 รับผิดชอบศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ มีหนังสือสั่งการบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ให้ตรวจสอบการจดทะเบียรถย้อนหลังตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ว่ามีรถยนต์ยี่ห้อหรูราคาแพงจดทะเบียนที่ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษกี่คัน และตรวจสอบย้อนหลังไปถึงเอกสารการนำจดว่านำเข้ามาถูกต้องหรือไม่



รองผบก.สส.บช.ภาค 3 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายเอกพัฒน์ วิลามาศ อายุ 37 ปี คนขับรถเทรลเลอร์คันที่เกิดเพลิงไหม้ ยังคงให้การไม่เป็นประโยชน์เท่าที่ควร โดยให้การเพียงว่ามีหน้าที่ขับรถเทรลเลอร์เพื่อนำรถหรูไปส่งจ.ศรีสะเกษ เมื่อไปถึงให้โทร.หาเจ้าของบริษัทขนส่งชื่อองุ่น แล้วจะมีผู้มารอรับ เชื่อว่าน่าจะเป็นผู้ที่มารับไปจดทะเบียน ซึ่งการติดตามเจ้าของรถไม่ใช่เรื่องยากขึ้นกับแนวทางการสืบสวน หากพบว่ามีตำรวจหรือข้าราชการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะถูกสอบสวนและส่งเรื่องไปยังป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป



พ.ต.อ.ภาณุกล่าวว่า จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ ทราบว่ารถหรูเหล่านี้เมื่อนำมาติดแก๊สจะไม่สามารถนำไปวิ่งได้จริง เพราะเครื่องยนต์ขนาด 10-12 สูบ จะต้องใช้น้ำมันที่มีค่าออกเทนสูง หากใช้แก๊สจะวิ่งไม่ออก เพราะหัวเชื้อต้องใช้ระดับเกรดเอ แต่แก๊สเป็นเกรดแซด ดังนั้นกรณีนี้เข้าข่ายสงสัยว่าเป็นการติดหลอกเพื่อเลี่ยงภาษี เป็นข้อสงสัยทำให้ต้องตรวจสอบจากบริษัท เฟอร์รารี่ที่จำหน่ายในประเทศไทยว่ารถหรูเหล่านี้ติดแก๊สได้หรือไม่ และอย่างไร



เมื่อเวลา 10.40 น. พ.ต.อ.เสรีย์ จันทรประทิน ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์หลักฐาน(สบ5) ศพฐ.ภาค 3 นำรถเครนมายกรถหรูทั้ง 6 คันลงจากรถเทรลเลอร์ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ คันแรกคือรถเฟอร์รารี่ เลขแชสชีเดิม ZEFE 2580000148999 และนำเลขตีใส่แผ่นเหล็กมาทับซ้อนคือเลข ZEFE 2580000152524 นำสีมาโปะทับบริเวณแท่นด้านฝากระโปงหน้ารถ คันที่ 2 รถลัมโบกินี ทะเบียนถ-3278 กทม.ป้ายแดง สีขาว เลขแชสชีเดิม ZHWBE 37507LA 02560 เลขที่นำมาทับซ้อนคือเลข ZHWBE 12T98LA060 คันที่ 3 รถเบนท์ลีย์ ทะเบียนป้ายแดง ณ-6006 กทม. เลขแชสชี SCBB 53 W96 C038915 คาดว่าน่าจะเป็นตัวเลขแชสชีเดิม ตรวจพบร่มในรถ 2 คัน เอกสารสัญญาการขายที่ดินย่านพัทยา จ.ชลบุรี คันที่ 4 รถบีเอ็ม ดับเบิลยู เอ็กซ์ 6 คาดว่าเป็นรถคันต้นเพลิง พบแผ่นป้ายทะเบียนภายในรถ ทะเบียน ค-0171 กทม ป้ายดำ



พ.ต.อ.เสรีย์กล่าวว่า จะต้องใช้เวลาตรวจพิสูจน์ประมาณ 3-4 วัน และต้องนำรถที่ไม่ถูกเพลิงไหม้อีก 2 คัน คือ รถเบนซ์ อี 300 สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ-6969 กทม และรถเบนท์ลีย์ ทะเบียนป้ายแดง บ-8888 กทม. สีดำ ลงจากรถเทรลเลอร์มาตรวจสอบด้วย



พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รองผบก.ภ.จ. นครราชสีมา เปิดเผยว่า จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมา สอบสวนทุกคนรวมทั้งเจ้าของรถบรรทุกเทรลเลอร์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับรถหรูเหล่านี้หรือไม่ เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ใด ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ออกมาก่อน ทั้งนี้ได้รับรายงานจากตำรวจสภ.เมืองศรีสะเกษว่าได้ยึดรถหรูโรล สรอยซ์ สีดำ ทะเบียน ยย-1000 กทม. เนื่องจากพบข้อมูลว่าน่าจะเกี่ยวโยงกับรถหรู 6 คันที่ถูกเพลิงไหม้นี้ โดยตรวจสอบเอกสารใบนำส่งสินค้า พบว่า มี 7 รายการ ซึ่งมีรายการที่ 2 ถูกขีดฆ่าจนอ่านไม่ออก อาจจะเป็นรายการของรถโรลสรอยซ์คันที่อายัดไว้



วันเดียวกัน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ดูแลงานพฐ. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่ารถยี่ห้อลัมโบร์กินี สีขาว ป้ายแดง และรถเฟอร์รารี่ สีแดง ป้ายแดง ทำป้ายทะเบียนตัวถังใหม่ปิดเลขเดิม โดยเป็นแผ่นโลหะเขียนเลขใหม่ปิดทับตัวเลขเก่า ส่วนรถบีเอ็มดับเบิลยู ตัวถังถูกเผาทำให้เหล็กถูกหลอมละลายรวมกันทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ขณะที่รถเบนซ์ 1 คัน กับรถเบนท์ลีย์ 2 คัน ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้คาดว่าน่าจะเกิดจากการสะสมความร้อนบริเวณกล่องควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่บริเวณห้องเครื่องด้านซ้ายรถบีเอ็มดับเบิลยูเป็นจุดต้นเพลิง



รายงานข่าวเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการนำเลขทะเบียนปลอมนำเข้ามาจดทะเบียนส่วนต่างๆ มาประกอบ เป็นไปได้ว่าอาจมีการทุจริตร่วมกันเป็นขบวนการ ซึ่งรถที่ถูกเพลิงไหม้เป็นรถติดทะเบียนป้ายแดงทั้งหมด โดยรถลัมโบร์กินี ป้ายแดง ทะเบียน 6217 มีทะเบียนป้ายดำอยู่ภายในรถ ทะเบียน ฌล 6217 ซึ่งเป็นทะเบียนของลูกชายนักการเมืองใหญ่ ในจังหวัดภาคกลาง



รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า ส่วนแก๊สที่ติดตั้งภายในรถเป็นเพียงการติดตั้งหลอกๆ เพราะห้อยสายออกมาข้างนอก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ซึ่งรถยนต์นำเข้าส่วนใหญ่จะไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจการประกอบจดทะเบียนว่ามีลักษณะเข้าข่ายหลักเลี่ยงภาษีหรือไม่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะนัดให้นำรถไปส่งยังขนส่งจังหวัดบางแห่งที่สามารถจดทะเบียนได้ ซึ่งน่าจะเป็นจ.ศรีสะเกษ จุดหมายปลายทางของการบรรทุกรถหรูทั้งหมดไปส่ง



นายดนัย ใช่อาษา ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถิติการจดทะเบียนรถหรูของสำนักงานขนส่งศรีสะเกษ พบว่า นับตั้งแต่ตนย้ายมาดำรง ตำแหน่งเมื่อก.ค.2555 มีการจดทะเบียนรถยนต์หรูไปแล้ว 7 คัน เฉลี่ยเดือนละ 1 คัน ปกติแล้วขนส่งศรีสะเกษจะจดทะเบียนรถเก๋งและรถปิกอัพเดือนละ 300-400 คัน สำหรับรถหรูที่นำมาจดทะเบียนทั้ง 7 คัน เป็นรถที่ประกอบอยู่ที่กทม. สำหรับสาเหตุที่มีการนำรถหรูมาจดทะเบียนที่จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากให้บริการสะดวก รวดเร็ว อีกทั้งคนที่นำรถมาจดทะเบียนมีแฟนอยู่ที่จ.ศรีสะเกษ จึงมีความคุ้นเคยกับช่างและเจ้าหน้าที่ของขนส่ง ซึ่งการจดทะเบียนดำเนินการตามระเบียบกฎหมายทุกอย่าง



ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษกล่าวอีกว่า สำหรับรถหรูทั้ง 7 คันที่นำมาจดทะเบียนนั้น จากหลักฐานพบว่าเป็นของบุคคล 2 กลุ่มที่เล่นรถประเภทนี้ ทั้ง 2 กลุ่มอยู่กทม.และเขตปริมณฑล ทั้ง 7 คันดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของทางราชการทุกอย่าง ซึ่งเมื่อมีหลักฐานถูกต้อง เจ้าหน้าที่ขนส่งก็ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติว่ารถเป็นของใคร อย่างไร



ขณะที่นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผย ว่า จากการตรวจสอบไปยังขนส่งจังหวัดศรีสะเกษพบว่า เมื่อปี 2555 มีการยื่นขอจดทะเบียนรถหรูแบบติดแก๊ส รวม 13 คัน แบ่งเป็นปี 2555 จำนวน 6 คัน และปี 2556 จำนวน 7 คัน ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อมูลรถทั้งหมดอย่างละเอียดว่าดำเนินการตามขั้นตอนอย่างไร โดยเฉพาะที่มีข้อสังเกตว่ารถหรูเหล่านี้ขอจดทะเบียนแบบติดแก๊สได้อย่างไร ดำเนินการตามขั้นตอนหรือไม่ อย่างไร ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกออกประกาศ 4-5 ครั้ง และกำหนดขั้นตอนการดำเนินการเพื่อให้มีความเข้มงวดในเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นห่วงว่าจะมีการใช้เป็นช่องว่างในการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีได้ ดังนั้นหากเกิดปัญหาขึ้นก็เป็นผลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ



นายอัฌษไธค์กล่าวอีกว่า การนำรถหรูมายื่นขอจดทะเบียนแบบติดแก๊ส ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการเลี่ยงภาษีในอัตราที่สูง ส่วนรถที่จดทะเบียนแบบใช้ทั้งแก๊สและน้ำมันต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบมาตรฐานจากสมอ. จึงมีความเป็นไปได้ว่าหากเลี่ยงเป็นขอยื่นแบบติดแก๊สจะลดขั้นตอน สามารถยื่นเพื่อขอจดทะเบียนจากขนส่งได้ ส่วนทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีหลายส่วนที่จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะอนุมัติให้นำรถมาจดทะเบียนได้



นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากร ให้สัมภาษณ์ว่า กรมศุลกากรสั่งอายัดรถหรูทั้ง 6 คันตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.แล้ว เพื่อตรวจสอบว่านำเข้ามาอย่างถูกต้องหรือไม่ ต้องรอเลขตัวถังรถของทั้ง 6 คันจากตำรวจที่กำลังตรวจสอบว่าเป็นเลขตัวถังจริงหรือปลอม เบื้องต้นตั้งข้อสันนิษฐานว่ารถทั้ง 6 คัน ได้เลขตัวถังปลอม และไม่ใช่รถมือ 1 โดยเป็นรถที่ถูกนำมายำใหม่ จึงทำให้ไม่ได้มาตรฐาน เกิดไฟลุกไหม้ หากเป็นรถเก่ากรมศุลกากรห้ามนำเข้ามาระยะเวลาหนึ่งแล้ว



"รถหรูพยายามหลีกเลี่ยงกรมศุลกากรด้วยการนำเข้ามาเป็นอะไหล่ เพื่อทำเป็นรถจดประกอบและนำไปดัดแปลงติดตั้งก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) หรือก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) นำไปผ่านกระบวนการของสมอ. และกรมสรรพสามิต เพื่อนำใบเสียภาษีของกรมสรรพสามิตไปจดทะเบียน ซึ่งช่วงหลังๆ พบว่ามีรถหรูจำนวนไม่น้อยไปติดก๊าซ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากกรมศุลกากรเป็นจำนวนมาก" นางเบญจา กล่าว



นางเบญจากล่าวถึงกรณีที่เจ้าของรถ อาจเป็นนักการเมืองหรือคนใหญ่โตว่า กรมศุลกากรจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขณะนี้ไม่อยากให้เดากันไป เจ้าของอาจไม่ว่าง ไปต่างประเทศเลยยังไม่ได้แสดงตัว ส่วนกรณีปลายทางที่จ.ศรีสะเกษนั้น ยังไม่ได้รับรายงานว่าตรงนั้นเป็นฐานในการซื้อใหญ่ แต่กรมกำลังกวาดล้างรถหรูที่นำเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่าคนที่มี รถหรูในมือพยายามโยกย้ายสถานที่เก็บ ขณะนี้ยังไม่มีใครแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถ ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ



นางเบญจากล่าวด้วยว่า ยังกำหนดเวลาไม่ได้ว่าจะใช้เวลาตรวจสอบนานแค่ไหน เพราะต้องรอตำรวจพิสูจน์หลักฐานให้ชัดเจนก่อน ระหว่างรอกรมศุลกากรต้องรื้อใบนำเข้าเก่าๆ ของยี่ห้อรถทั้ง 6 คันมาเทียบเคียง ซึ่งแต่ละปีนำเข้ารถหรูประมาณ 1,000 คัน และนำเข้าอย่างผิดกฎหมายปีละประมาณ 50 คัน ถ้ารวมรถประเภทอื่นๆ ที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมายประมาณปีละ 200-300 คัน สำหรับโทษของผู้ลักลอบนำเข้า หรือหลีกเลี่ยงภาษี โทษสูงสุดคือริบของที่ลักลอบ และปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคารวมค่าภาษีอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งปรับและจำ



ข่าวสดรายวัน
วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2556 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREF4TURZMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE15MHdOaTB3TVE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 12:31:39 PM »


ดีเอสไอเร่งสอบรถหรูไฟไหม้คาเทรลเลอร์ เชื่อพัวพันแก๊งสวมทะเบียน ชงคดีพิเศษ


 วันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วย พนง.สอบสวนคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำจนท. ลงตรวจสอบรถหรูราคาแพง ที่ได้เกิดเพลิงไหม้บนรถเทรลเลอร์ ขณะบรรทุกนำไปส่งลูกค้าที่ จ.ศรีสะเกษ บริเวณทางขึ้นเขาหลัก กม.ที่ 36-37 ถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่สภ.กลางดง

 เพื่อตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์ ตัวถังอย่างละเอียดเนื่องจากทางดีเอสไอ เชื่อว่ารถหรูเหล่านี้น่าจะพัวพันกับขบวนการแก๊งสวมทะเบียนหรือปรับแต่งเครื่องของรถหรูส่งขาย ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ทางดีเอสไอได้ติดตามแกะรอยมานานกว่า 2 ปีแล้ว ดังนั้น การที่มีเหตุไฟไหม้เกิดขึ้น อาจจะนำมาสู่การได้เบาะแสเพิ่มเติมของแก๊งนี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้ว จะรอายัดรถทั้งหมดเพื่อตรวจสอบต่อไป

 นอกจากนี้ จะได้นำเสนอคดีนี้ต่อ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อเสนอในบอร์ดคดีพิเศษ เพื่อรับเป็นคดีพิเศษต่อไป 

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เวลา 10:42 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNM01ERTBNekkyTkE9PQ==&subcatid=
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 12:36:45 PM »

ล่านักแข่งด้วน ซุก20รถหรู!

เร่งพิสูจน์ คันที่ไหม้ สาวถึงลูก "สส.ใหญ่"


ตร.โคราชตั้งชุดฉก.คลี่ คลายคดีรถหรูถูกไฟไหม้ เร่งทำสำนวนสืบหาที่มาที่ไป และตามหาเจ้าของขยายผลแหล่งจดทะเบียนที่ศรีสะเกษ พบโยงใยอดีตนักแข่งรถแขนด้วนเป็นหัวโจกเอารถหรูมาสวมทะเบียนหลายคัน ขนมาพักไว้ในอู่แล้วนำไปสวมทะเบียนภายหลัง ทำง่ายเพราะรู้จักผู้กว้างขวาง คาดในศรีสะเกษมีรถหรูซุกอยู่กว่า 20 คัน



เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้าคลี่คลายคดีรถยนต์หรู 6 คัน ซึ่งถูกเพลิงไหม้บนรถเทรลเลอร์ ขณะนำส่งให้ลูกค้าที่ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดในท้องที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ ข้อมูลการสอบสวนมีแต่บริษัทขนส่งรับว่าจ้างให้บรรทุกรถยนต์จาก กทม. มาส่งตามสัญญาจ้าง รวมทั้งสาเหตุเพลิงไหม้ยังคงเป็นปริศนาเพื่อความชัดเจนตนจึง สั่งการให้พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ร่วมกับพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ รายงานความคืบหน้าเข้ามาทุกระยะ ทราบว่าผลการตรวจพิสูจน์เสร็จสิ้นแล้ว 2 คัน ยังเหลืออีก 4 คัน



พล.ต.ต.องอาจกล่าวต่ออีกว่า อันดับแรกต้องทราบที่ไปที่มาของบรรดารถยนต์ราคาแพงก่อน จากนั้นจึงจะเชื่อมโยงถึงการจดทะเบียน หรือผ่านการเสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ซึ่งผู้ครอบครองคงไม่ใช่ตาสีตาสาอย่างแน่ นอน คนที่จะมีเงินเหลือใช้ซื้อรถยนต์นับสิบล้านบาทมาใช้ ต้องไม่ธรรมดา ทุกอย่างจึงต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุด ถ้าไปกล่าวหาเพียงแค่ผลตรวจสอบซากรถยนต์ อาจไม่ได้รับความกระจ่าง และถูกฟ้องร้องภายหลัง จึงต้องรอผลสรุปจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังดำเนินการไขปริศนาอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร



ที่ จ.ศรีสะเกษ แหล่งข่าวในภ.จว.ศรีสะเกษ เปิดเผยถึงกรณีการส่งรถหรูมายังจุดหมายปลายทางจ.ศรีสะเกษเพื่อนำมาจดทะเบียน ว่า การนำรถหรูเข้ามาจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ มีมานานแล้ว โดยจะมีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ สูงประมาณ 180 ซ.ม. มีลักษณะเด่นตรงที่แขนขาดบริเวณข้อมือด้วน ชายคนนี้มีชื่อย่อ นาย ท. เป็นชาว จ.นนทบุรี เป็นอดีตนักแข่งรถแล้วประสบอุบัติเหตุจนพิการแขนขาด เป็นหัวหน้าแก๊งนำรถหรูไปส่งที่จ.ศรีสะเกษ



โดยล่าสุดเมื่อประมาณวันที่ 9-10 พ.ค. ที่ผ่านมา นาย ท. ได้นั่งมากับรถเทรลเลอร์นำเอารถหรูยี่ห้อลัมโบร์กินีสีเหลือง 1 คัน มาส่งที่บริเวณริมถนนหน้าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ใกล้กับสามแยกนิกรมอเตอร์ ถนนอุบล เพื่อนำไปส่งต่อให้กับอู่รถแห่งหนึ่งมีชายชื่อเล่นว่า นาย ต. เป็นเจ้าของอู่ที่อยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันที่นำเอารถหรูลงไว้ ซึ่งหากมีการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ในเขตบริเวณสามแยกนิกรมอเตอร์ ก็จะทราบได้ทันที ว่ามีการนำเอารถหรูเข้ามาอย่างไร โดยคนกลุ่มนี้มีความสนิทสนมกับตำรวจหลายคนใน จ.ศรีสะเกษ



แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เมื่อนำรถมาส่งเรียบร้อยแล้ว นาย ท. ก็จะขึ้นรถเทรลเลอร์ หรือรถสไลด์ เดินทางกลับไปที่ จ.นนทบุรีทันที สำหรับรถหรูยี่ห้อลัมโบร์กินี เจ้าของอู่ก็จะตรวจสอบสภาพรถ จากนั้นจะออกใบรับรองเพื่อเตรียมนำไปจดทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง จ.ศรีสะเกษต่อไป



"ขณะนี้คาดว่ามีรถหรูซุกซ่อนอยู่ในเขต จ.ศรีสะเกษ ประมาณ 20 คัน ที่รอนำเอาไปจดทะเบียนรถ โดยได้มีการนำเอารถไปจดทะเบียนแล้วประมาณ 7-8 คัน ส่วนการที่มีการนำเอารถมาจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ นั้น เนื่องจากว่า จ.ศรีสะเกษ สามารถจดทะเบียนรถได้สะดวกกว่าจังหวัดอื่น"แหล่งข่าวกล่าว



แหล่งข่าวยืนยันด้วยว่า สำหรับรถหรู 6 คัน ที่เกิดเพลิงไหม้นั้น สาเหตุเบื้องลึกอาจเกิดจากการหักหลังกันเองของคนกลุ่มนี้ก็ได้ เพราะที่ผ่านมา มีการแบ่งโควตาให้กับจังหวัดต่างๆ ซึ่งคาดว่าแก๊งของจ.ศรีสะเกษ จะมีโควตาประมาณ 20 คัน แต่ปรากฏว่ากลุ่มศรีสะเกษอาจจะมีการนำเอารถไปเกินโควตา เลยทำให้กลุ่มที่เสียผลประโยชน์อาจไม่พอใจ จึงวางเพลิงเผารถที่กำลังขนส่งมา เพื่อเป็นการแก้แค้นก็เป็นได้



ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองศรีสะเกษ พบรถเก๋งโรลสรอยซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียบ ญญ 1000 กรุงเทพมหานคร ในโรงแรมม่านรูดใน จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา แล้วเจ้าของอ้างกำลังนำไปต่อทะเบียนนั้น ก็เป็นเรื่องน่าสงสัย เนื่องจากการแจ้งเสียภาษีรถยนต์สามารถยื่นชำระภาษีที่ใดก็ได้ อีกทั้ง หากว่าเป็นเจ้าของรถหรูราคา แพง ทำไมต้องมาจอดรถนอนในม่านรูดที่ จ.ศรีสะเกษ



วันเดียวกัน พ.ต.อ.ชัยเดช ปานรักษา รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เดินทางไปยังสภ. กลางดง เพื่อเรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีและตรวจสอบความคืบหน้ากรณีไฟไหม้รถหรู



โดยพ.ต.อ.ชัยเดชกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่ ผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ เพราะเป็นคดีที่กระทบกระเทือนกับเศรษฐกิจ ประเทศชาติเสียหาย ตอนนี้กำลังสืบสวนอยู่ว่าใครเป็นเจ้าของรถทั้ง 6 คัน ส่วนการนำรถทั้งหมดไปจดทะเบียนที่จ.ศรีสะเกษนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีนายหน้าชื่อ นายตี๋ เป็นคนวิ่งเต้นติดต่อกับเจ้าหน้าที่ขนส่งจ.ศรีสะเกษ เพื่อดำเนินการ เพราะที่ผ่านมา มีการจดทะเบียนรถหรูไปแล้วหลายคัน แต่วิธีการจะทำถูกต้องหรือไม่ และใครจะได้ประโยชน์ คงต้องตรวจสอบอีกครั้ง และเรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบหลายฝ่าย รวมถึงรถโรลสรอยซ์ ทะเบียน ญญ1000 กทม. ซึ่งเป็นคันที่ 7 ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่าอยู่ในขบวนการเดียวกันหรือไม่



"ส่วนกรณีที่กรมศุลกากรตรวจเช็กหมาย เลขตัวถังของจริงของรถ 1 ใน 6 คัน จนทำให้ทราบว่าเป็นของลูกนักการเมืองคนหนึ่งในภาคกลางนั้น พนักงานสอบสวนจะต้องรอผลพิสูจน์ออกมาก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มีความถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจะเรียกเจ้าของและผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำอีกครั้ง" พ.ต.อ.ชัยเดช กล่าว



ด้านพ.ต.อ.เสรีย์ จันทรประทิน ผู้ชำนาญการพิสูจน์หลักฐาน (สบ5) กล่าวว่า วันนี้ได้นำวัตถุพยานที่ตรวจรถหรูไปเข้าห้องแล็บเพื่อหาหลักฐาน และจะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง



พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง กล่าวว่า ไม่หนักใจในการทำสำนวนของพนักงานสอบสวน ถึงแม้จะมีข่าวออกมาว่ามีลูกนักการเมืองระดับประเทศมีส่วนพัวพัน ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาสอบสวน โดยไม่มีการยกเว้นและจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 02 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREF5TURZMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE15MHdOaTB3TWc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2013, 01:32:29 PM »

พฐ.ตรวจเพิ่มรถหรูไฟไหม้ ด้านตร.เร่งขยายผลเลขตัวถังหาเจ้าของตัวจริง










พิสูจน์หลักฐานตรวจเพิ่มรถหรูไฟไหม้ พบติดถังแก๊สครบ 4 คัน แต่ไม่เดินท่อเข้าระบบเครื่อง ตำรวจเร่งสืบต่อขยายผลเลขตัวถังหาเจ้าของตัวจริง...


จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถหรู ทั้งลัมโบร์กินี่ เฟอร์รารี่ เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู ขณะอยู่บนรถเทรลเลอร์ ที่ลำเลียงไปส่งยัง จ.ศรีสะเกษ มูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท ขณะวิ่งขึ้นเขากลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กระทั่งผ่านมาหลายวันยังไม่มีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ จน จนท.ศุลกากรมาตรวจสอบพบมีการตอกเลขตัวถังทับของเดิมในรถยนต์บางคัน โดยได้อายัดรถทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบแล้วนั้น


ต่อมาตอนสายวันที่ 1 มิถุนายน 56 พ.ต.อ.เสรีย์ อินทรประทิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ.5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อม จนท.วิทยาการ จ.นครราชสีมา ได้มาตรวจรถยนต์หรูที่ถูกไฟไหม้เพิ่มเติมอีก โดยตรวจระบบติดตั้งถังแก๊สทั้ง 4 คัน คือรถลัมโบร์กินี่ รุ่นกัลลาร์โด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ถ-3278 กทม.ติดตั้งถังแก๊สแบบแคปซูล ยี่ห้อ MACNATE อยู่หลังเบาะที่นั่งคนขับ ขนาดบรรจุ 36.5 ลิตร รถเฟอรร์รารี่ สีแดง รุ่น 430 SCUDERIA ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ติดตั้งถังแก๊สแบบแคปซูลอยู่หลังเบาะที่นั่งคนขับเช่นเดียวกัน ยี่ห้อ MACNATE เหมือนกัน แต่ขนาดบรรจุ 48 ลิตร ส่วนรถ บีเอ็มดับเบิลยู สีฟ้า รุ่น X 6 ทะเบียนป้ายแดง ค-0171 กทม.ติดตั้งถังแก๊สแบบโดนัท แทนที่ล้อยางอะไหล่ ขนาดบรรจุ 33 ลิตร และรถเบนท์ลีย์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ณ-6006 กทม.ติดตั้งถังแบบโดนัทอยู่แทนที่ยางอะไหล่ในกระโปรงหลังเช่นเดียวกัน ขนาดบรรจุ 42 ลิตร แต่ทั้ง 4 คัน การติดตั้งถังแก๊สไม่มีการต่อสายหรือต่อระบบเข้าไปในเครื่องยนต์แต่อย่างใด


พ.ต.อ.เสรีย์ อินทรประทิน นักวิทยาศาสตร์ (สบ.5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ กล่าวว่า จากที่ผ่านมาเมื่อวานนี้ที่ได้ตรวจสอบหมายเลขตัวรถ 3 คัน พบว่ามีการตอกเลขตัวรถบนแผ่นอะลูมิเนียมมาปิดทับของเดิม 2 คัน คือลัมโบร์กินี่ และเฟอร์รารี่ ส่วนเบนท์ลีย์  เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่ามีการลบเลขเดิมแล้วตอกทับใหม่ แต่เรายังหาตัวเลขเดิมไม่ได้จะต้องมีการตรวจซ้ำอีก ซึ่งสาเหตุทั้งหลายทั้งการเกิดไฟไหม้ว่าเกิดจากอะไร เกิดจากรถคันไหน ต้องตรวจให้ได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นการคาดเดาไม่ได้ จึงต้องใช้เวลา ส่วนเกี่ยวกับเลขตัวรถที่มีการตอกทับ หรือนำมาปิดทับ หลังสรุปการตรวจสอบแล้วก็จะส่งรายละเอียดให้กับ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมทั้งถังแก๊สก็จะตรวจสอบว่าบริษัทผู้ผลิต ขายต่อไปที่ใด ใครเป็นผู้ติดตั้ง ติดตั้งให้ใคร ก็จะต้องขยายผลต่อไป หน้าที่ของพวกตนก็จะต้องหาหลักฐานให้ได้มากที่สุด


ส่วนรถบีเอ็มดับเบิลยู ถูกไฟไหม้เสียหายมากที่สุดก็จะต้องหาหมายเลขตัวรถให้ได้ ด้าน พ.ต.ท.ประยงค์ กอศรี หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.กลางดง กล่าวว่าขณะนี้ก็ได้สอบปากคำไปแล้ว ทั้งเจ้าของรถเทรลเลอร์ คนขับรถ ส่วนจะดำเนินการส่วนใดต่อไปก็จะต้องรอผลการพิสูจน์จาก จนท.พิสูจน์หลักฐานส่งมาให้ก่อน อย่างเช่นหมายเลขตัวรถ ซึ่งจะต้องมีการประสานไปยัง สนง.ขนส่ง เพื่อตรวจสอบว่าหมายเลขตัวรถที่ตอกทับเป็นของใคร และเลขเดิมเป็นของใคร ซึ่งก็จะต้องประสานกับศุลกากรเช่นเดียวกันเพื่อตรวจสอบเป็นรถที่นำเข้ามาในประเทศแบบไหน ซึ่งต้องประสานกันหลายฝ่าย จึงต้องใช้เวลา.

 

ไทยรัฐออนไลน์
1 มิถุนายน 2556, 15:56 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/348453
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 09:45:03 AM »

พบไฟชอร์ตที่บีเอ็ม


ปมเผา6รถหรู ดีเอสไอชี้พิรุธ ภาษีลัมโบร์กินี



รถหรู - พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษภาค ดีเอสไอ นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถสปอร์ตหรูซึ่งถูกไฟไหม้ พบรถลัมโบร์กินี มีเลขตัวถังตรงกับรถที่ดีเอสไอขึ้นบัญชีสอบสวนอยู่ ที่สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา เมื่อ 2 มิ.ย.

"ดีเอสไอ" ลุยคลี่คดีไหม้ รถหรู ตรวจสอบ "ลัมโบร์กินี" พบตรงกับบัญชีดำรถนำเข้าผิดกฎหมาย หลบเลี่ยงภาษี แฉใช้วิธีแจ้งนำเข้าเป็นชิ้นส่วน แล้วแปลงเป็น "รถจดประกอบ" ทำให้เสียภาษีต่ำกว่านำเข้าทั้งคันถึง 200 เปอร์เซ็นต์ เสนอ "ธาริต" ตั้งเป็นคดีพิเศษ ขณะที่จนท.พิสูจน์หลักฐานเจอสาเหตุไหม้แล้ว มาจากกล่องอิเล็กทรอนิกส์ของรถบีเอ็ม ดับเบิลยูอยู่ใกล้กับท่อเชื้อเพลิง ด้านขนส่งศรีสะเกษลั่นพร้อมให้ตรวจสอบการจดทะเบียน ยันทำถูกต้องทุกประการ ไม่มีเรียกรับผลประโยชน์ ตั้งแต่ปี "53 จนถึงปัจจุบัน จดแล้วทั้งหมด 23 คัน



จากกรณีเพลิงไหม้บนรถเทรลเลอร์ ขณะบรรทุกรถสปอร์ตหรู 6 คัน ไปส่ง ที่ จ.ศรีสะเกษ เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้รถ 4 คัน ยี่ห้อเฟอร์รารี่ ลัมโบร์กินี เบนท์ลีย์ และบีเอ็ม ดับเบิลยู รวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ถูกไหม้เสียหาย แต่จากการตรวจสอบพบเงื่อนงำเกี่ยวกับการจดทะเบียนและเสียภาษี และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของ อีกทั้งผลตรวจสอบป้ายทะเบียน พบหนึ่งในนั้นเป็นของลูกชายนักการเมืองใหญ่ในภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงอายัดรถทั้งหมด และขยายผลพบเบาะแสโยงใยอดีตนักแข่งรถ ซึ่งพิการแขนด้วน คาดว่าเป็นคนนำรถมาสวมทะเบียนใน จ.ศรีสะเกษ ล่าสุด นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมคลี่คลายคดีด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่สภ.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา พ.ต.ท. กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษภาค ดีเอสไอ นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถหรู 6 คัน ที่ถูกเพลิงไหม้ปริศนา โดยพ.ต.ท.กรวัชร์เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบวัตถุพยานและเอกสารต่างๆ พบว่าหมายเลขตัวถังรถยี่ห้อลัมโบร์กินี สีขาว ตรงกับประวัติที่ดีเอสไอมีอยู่ว่าเป็นหนึ่งในรถหลายคันที่นำเข้ามาโดยไม่ถูกต้อง และหลบเลี่ยงภาษีศุลกากร



ผู้สื่อข่าวถามว่าว่ามีประวัติการนำเข้ารถหรูในแต่ละปีกี่คัน พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวว่า มีมาก แต่ไม่ขอแจ้งจำนวน และการที่นำรถไปจดทะเบียนที่ จ.ศรีสะเกษ มีมากกว่านี้ หากดีเอสไอรับคดีนี้มาสอบสวน ก็จะเดินหน้าตรวจสอบแหล่งนำเข้าที่ไม่ถูกต้อง และแหล่งซุกซ่อนตามอู่และโกดังต่างๆ ต่อไป



พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะเสนอข้อเท็จจริงให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ในความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ศุลกากร เนื่องจากเป็นรถหรูที่นำเข้ามาทั้งคัน แต่เลี่ยงภาษีด้วยการแจ้งว่าเป็นนำเข้าชิ้นส่วน เพื่อนำมาประกอบเป็นรถจดประกอบ จะทำให้เสียภาษีต่ำกว่าการนำเข้าทั้งคันประมาณ 200 เปอร์เซ็นต์ แต่ข้อเท็จจริงพบว่าเป็นรถราคาแพง มีเทคนิคในการประกอบชั้นสูง ไม่สามารถแกะชิ้นส่วนนำมาประกอบได้แน่นอน



ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษภาค ดีเอสไอ กล่าวต่อว่าดีเอสไอมีบัญชีรถจดประกอบ และรถเลี่ยงภาษีนำเข้าเป็นจำนวนมาก โดยในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ จะนำเสนอข้อมูลให้อธิบดีดีเอสไอ พิจารณานำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ที่ผ่านมาดีเอสไอประสานข้อมูลการตรวจสอบรถจดประกอบ และรถหรูเลี่ยงภาษีอย่างต่อเนื่อง โดยประสานข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับกรมการขนส่งทางบก ก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบข้อมูลการจดทะเบียนรถหลายคัน ที่อยู่ในบัญชีที่ดีเอสไอรวบรวมไว้ พบว่าเป็นรถหรูที่นำเข้ามาโดยหลบเลี่ยงภาษี สำแดงหลักฐานเป็นรถจดประกอบ เพื่อให้เสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง



ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สมภพ เองสมบุญ นวท.(สบ5) กองพิสูจน์หลักฐานกลาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณฐพล สามเสน นวท.(สบ4 )กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ และ พ.ต.ท.หญิง ศิริประภา รัตตัญญ นวท.(สบ3) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ร่วมกับ พ.ต.อ.เสรีย์ จันทรประทิน นวท.(สบ5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสอบซากรถยี่ห้อบีเอ็ม ดับเบิลยู ที่คาดว่าเป็นคันต้นเพลิง



จาการตรวจสอบพบว่ามีการดัดแปลงอุปกรณ์ต่างๆ ตกแต่งเดินสายไฟต่อสายดิน และสายไฟเข้ากับแผงข้างเครื่องยนต์ด้านบังโคลนหน้าซ้ายในห้องเครื่อง และเก็บวัตถุพยานต่างๆ เพื่อไปตรวจหาสาเหตุว่าเป็นจุดที่ทำให้ไฟรั่ว ทำให้เป็นสาเหตุเกิดประกายไฟลุกไหม้หรือไม่ คาดว่าประมาณ 1 สัปดาห์ จะทราบผลในเบื้องต้น



ด้านพ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง กล่าวว่าพนักงานสอบสวนต้องรอผลจากฝ่ายพิสูจน์หลักฐานก่อน หากผลออกมาอย่างไรก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และหากพัวพันถึงใคร เจ้าหน้าที่ต้องเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ไม่มีละเว้นอย่างแน่นอน



ส่วนพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่าสาเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณโช้กอัพหน้าซ้ายของรถยี่ห้อบีเอ็ม ดับเบิลยู เนื่องจากมีกล่องอีซียู เป็นกล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานระบบต่างๆ ในรถ โดยประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์ของอุปกรณ์ต่างๆ ในรถยนต์ ประกอบกับมีท่อเชื้อเพลิงอยู่ใกล้กัน จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ลามไปถึงท้ายรถยี่ห้อเฟอร์รารี่ รวมถึงถังก๊าซที่ติดมา ไม่มีต่อสายเชื่อมเข้ากับระบบรถยนต์ที่บรรทุกมาแต่อย่างใด



ผู้ช่วยผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เจอเอกสารปลอมแผ่นโลหะมีตัวเลขทะเบียนติดทับตัวเลขเดิมไว้ในตัวถังรถยี่ห้อลัมโบร์กินี และรถเฟอร์รารี่ อาจเป็นไปได้ว่าตั้งใจปลอมแปลงตัวเลขเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบด้วยความยุติธรรม พร้อมประสานให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกรมศุลกากรร่วมตรวจสอบเกี่ยวกับการอำพรางด้วยวิธีการเปลี่ยนตัวถังรถ และจะประสานพล.ต.ท.เชิด ชูเวช ผบช.ภาค 3 ให้ตรวจสอบรถหรูที่จดทะเบียนใน จ.ศรีสะเกษ ก่อนเสนอ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร.ให้สั่งการทุกกองบัญชาการตรวจสอบกรณีนี้ด้วย



วันเดียวกัน นายดนัย ใช่อาษา ขนส่ง จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่าพร้อมให้เข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยถูกต้องของการจดทะเบียนรถหรูที่ จ.ศรีสะเกษ ยืนยันว่าการจดทะเบียนที่ผ่านมาถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบกทุกประการ และไม่มีเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น นับตั้งแต่เดือนต.ค.2553 ถึงเดือนก.ย.2554 จดทะเบียนรถหรูไปจำนวน 9 คัน เดือนต.ค.2554 ถึงเดือนก.ย.2555 จดทะเบียนรถหรู 7 คัน และนับตั้งแต่มาดำรงตำแหน่งที่ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่เดือนต.ค.2555 ถึงปัจจุบัน จดทะเบียนรถหรูไป 7 คัน รวมทั้งสิ้นขนส่ง จ.ศรีสะเกษ จดทะเบียนรถหรูจำนวน 23 คัน "ส่วนที่กล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินในการจดทะเบียนรถหรูนั้น เป็นการกล่าวหาไม่มีมูลความจริง ทำให้ผมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้รับความเสียหายเป็นอย่างยิ่ง ผมขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ด้วย และจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่กล่าวหาขนส่ง จ.ศรีสะเกษต่อไป" นายดนัยกล่าว



ข่าวสดรายวัน
วันที่ 03 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNREF6TURZMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE15MHdOaTB3TXc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 10:04:21 AM »


‘ดีเอสไอ’จ่อทำคดี ไฟไหม้รถสปอร์ต

พบมีการตอกเลขทับ เชื่อฝีมือแก๊งโกงภาษี


ดีเอสไอลงพื้นที่ตรวจสอบรถหรูที่ถูกไฟไหม้ หาเส้นทางการนำเข้าก่อนเสนอให้อธิบดีรับเป็นคดีพิเศษ เผยที่ผ่านมามีการลักลอบนำเข้ารถหรูจำนวนมาก แต่สวมรอยใช้รถจดประกอบไปจดทะเบียนแทนเพราะเสียภาษีราคาถูกกว่า โดยเฉพาะรถลัมโบร์กินีพบหลักฐานชัดเจนตอกหมายเลขทับตัวเลขเดิม ขณะที่ “จรัมพร” สั่งตรวจสอบการจดทะเบียนรถหรูทั่วประเทศย้อนหลังทั้งหมด เชื่อว่ามีขบวนการนำเข้าหลบเลี่ยงภาษี พร้อมประสาน ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วย

หลายฝ่ายยังเดินหน้าตรวจสอบหาที่มาและเจ้าของรถหรูทั้งลัมโบร์กินี เฟอร์รารี เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู ที่ถูกไฟไหม้บนรถเทรลเลอร์ระหว่างลำเลียงจากกรุงเทพฯไปส่ง จ.ศรีสะเกษ แต่เกิดไฟลุกท่วมขณะวิ่งขึ้นเขา ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท หลังเกิดเหตุผ่านมาหลายวันยังไม่มีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของรถ ขณะเดียวกัน กรมศุลกากรได้อายัดรถทั้งหมดไว้เพื่อตรวจสอบหาที่มา และจากการตรวจสอบตัวรถพบมีการตอกเลขทับตัวถังใหม่เลขตัวถังรถเดิม เบื้องต้นคาดเป็นรถของนักการเมืองดังระดับประเทศคนหนึ่ง

ต่อมาตอนสายวันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษและคณะเข้าพบ พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง ท้องที่เกิดเหตุเพื่อขอรายละเอียดเกี่ยวกับรถหรูทั้ง 6 คัน พร้อมกับตรวจสอบรถทั้งหมดที่จอดไว้ในโรงจอดรถของโรงพัก โดย พ.ต.ท.กรวัชร์เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ประสานกับ สภ.กลางดง เพื่อขอรายละเอียดของรถทั้ง 6 คันว่าเป็นรถที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบที่ผ่านมาพบว่ารถหรูจำนวนมากไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทำให้รัฐเสียหายคือไม่มีการเก็บภาษีที่ควรจะเป็น ทั้งภาษีศุลกากร ภาษีสรรพสามิต ภาษีของกรมการขนส่งทางบก และยังทราบอีกว่ารถที่นำมาจดทะเบียนเป็นประเภทรถจดประกอบแล้วนำรถที่นำเข้าทั้งคันมาสวมเลขตัวรถก่อนไปจดทะเบียนตามต่างจังหวัด และจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำเข้ารถทั้งคันเป็นจำนวนมากแต่กลับพบว่าไม่นำไปดำเนินการตามขั้นตอนจำนวนมากแล้วรถดังกล่าวหายไปไหน

ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจสอบรถทั้ง 6 คัน เบื้องต้นพบว่ารถลัมโบร์กินี รุ่นกัลลาร์โด สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ถ-3278 กรุงเทพมหานคร ที่มีการนำแผ่นอะลูมิเนียมตอกหมายเลขตัวรถใหม่ปิดทับของเดิม โดยหมายเลขตัวรถใหม่คือ ZHWGE 12 T 98 LA 06056 ส่วนหมายเลขตัวรถเดิมคือ ZHWBE 37 S 07 LA 02560 ซึ่งหมายเลขของตัวรถเดิมเลขนี้ตรงกับเอกสารที่ดีเอสไอกำลังติดตามอยู่ว่าเป็นรถที่มีการนำเข้ามาช่วงเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่นำไปดำเนินการตามขั้นตอนแต่กลับมาพบว่านำเลขตัวรถเลขอื่นมาปิดทับแทน หลังจากได้ข้อมูลหลักฐานแล้วจะรายงานให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ช่วงสายวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมภพ เองสมบุญ นวท. (สบ 5) รอง ผบก.พิสูจน์หลักฐานกลางและคณะร่วมตรวจสอบรถหรูร่วมกับคณะของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมาโดยตรวจสอบรถบีเอ็มดับเบิลยู สีฟ้า รุ่น X 6 ทะเบียนป้ายแดง ค-0171 กรุงเทพมหานคร คันที่เกิดไฟไหม้และเสียหายมากที่สุดพบว่ากล่องควบคุมระบบไฟของรถที่ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องไหม้ละลาย มีสายไฟขาด ส่วนรถอีก 2 คันคือรถเบนท์ลีย์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง บ-8888 กรุงเทพมหานครและรถเบนซ์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง อ-6969 กรุงเทพมหานคร ที่ไม่ถูกไฟไหม้พบว่าทั้ง 2 คันมีการตอกเลขตัวถังรถทับของเดิมแต่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าของเดิมเป็นเลขใด ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่ร่วมตรวจรถหรูได้พูดเล่นกับสื่อมวลชนว่า “งานนี้ต้องยกให้รถบีเอ็มดับเบิลยู คันที่ไฟไหม้เป็นคันแรกเป็นพระเอก เพราะถ้าไม่เกิดเหตุไฟไหม้รถบีเอ็มฯก่อน รถทั้งหมดจะต้องไปจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบทำให้รัฐเสียประโยชน์จำนวนมาก เพราะไม่ได้เสียภาษีตามหลักเกณฑ์”

พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรายละเอียดของรถทั้งหมดทุกด้านและตรวจสอบการจดทะเบียนรถหรูราคาแพงทั่วประเทศย้อนหลังทั้งหมดเพราะเชื่อว่าน่ามีการกระทำเป็นขบวนการเพื่อหลบเลี่ยงภาษี และจากการตรวจสอบย้อนหลัง 2 ปีพบว่าในภาค 3 มีรถหรูราคาแพงจดทะเบียน 17 คัน พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบการนำเข้ารถ อะไหล่หลีกเลี่ยงภาษีเข้าประเทศ การดัดแปลงสภาพรถนำเข้า การจด ทะเบียนรถที่เข้าข่ายหลบเลี่ยงภาษีโดยจะต้องให้ ปปง.เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการไหลเวียนกระแสการเงินของผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีเข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากธุรกิจนำเข้ารถหรูด้วย ส่วนเหตุเพลิงไหม้รถหรูตรวจสอบแล้วต้นเพลิงน่าจะเกิดจากระบบจ่ายไฟของรถบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ จ.ชลบุรี และ กทม.มาแล้ว

ด้านนายดนัย ใช่อาษา ขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า การจดทะเบียนรถประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถที่นำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศ  เมื่อมีประชาชนผู้ใช้บริการมายื่นขอจดทะเบียน  เจ้าหน้าที่ก็จะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ใบชำระภาษีสรรพสามิต ถ้ามีการติดตั้งแก๊สต้องมีใบรับรองของวิศวกร หรือใบ Invoice หรือใบอนุญาตนำเข้าชิ้นส่วนของรถ ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2555 ได้กำหนดให้ตัวถังรถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร หมายความว่าโครงตัวถังรถหรือแชสซีจะต้องนำเข้าก่อนวันที่ 17 เม.ย. 2555 ถึงจะนำมาประกอบเป็นคันและยื่นขอจดทะเบียนได้ เมื่อตรวจสอบแล้วมีเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วน เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้ตามปกติ ถ้าไม่ดำเนินการจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ก็จะมีความผิดอีก


ไทยรัฐออนไลน์
3 มิถุนายน 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/348747
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2013, 03:06:44 PM »

ดีเอสไอฟันธง รถไฟไหม้ นำเข้า-ทั้งคัน

ดีเอสไอเดินหน้าสอบคดีไฟไหม้รถสปอร์ตหรู ประสาน “หมอพรทิพย์” ตรวจซากหาที่มาและผู้เกี่ยวข้อง จัดทีมสอบสวน 6 ชุดล่าขบวนการลักลอบนำรถหนีภาษีมาจดประกอบ แฉ 15 บริษัทโยงใย สมคบเจ้าหน้าที่รัฐกังฉิน 140 คน จาก 3 หน่วยงาน เตรียมชงให้ ป.ป.ช.เชือด ระบุอังกฤษกับญี่ปุ่นแหล่งใหญ่นำเข้ารถเถื่อนเพราะพวงมาลัยขวาเหมือนไทย ก่อนนำไปย้อมเป็นรถจดประกอบเสียภาษีถูก ด้านเจ้าหน้าที่กรมศุลฯนำรถยกไปขนย้ายรถของกลางที่โรงพัก แต่ถูกตำรวจขวางอ้างยังตรวจพิสูจน์ไม่เสร็จ

กลายเป็นคดีสนใจของสังคมกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้รถสปอร์ตหรู 4 คันจากทั้งหมด 6 คันทั้งลัมโบร์กินี เฟอร์รารี่ เบนท์ลีย์ และบีเอ็มดับเบิลยู ขณะลำเลียงในรถเทรเลอร์ไปส่งที่ จ.ศรีสะเกษ บนถนนมิตรภาพ ช่วงขึ้นเขากลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 100 ล้านบาท ล่าสุดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ หลังพบที่มาของรถลัมโบร์กินีที่ถูกเพลิงไหม้อยู่ในบัญชีรถจดประกอบเพื่อเลี่ยงภาษี ขณะที่กระทรวงคมนาคมสั่งย้ายขนส่งจังหวัดศรีสะเกษและหัวหน้าตรวจสภาพรถมาช่วยราชการที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อตรวจสอบการจดทะเบียนรถนั้น

ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย.นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวถึงแนวทางสอบสวนคดีรถหรูจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีที่ถูกเพลิงไหม้ว่า มอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาคดีเอสไอ ส่งหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอโอนคดีรถสปอร์ตหรู 6 คัน มาจากตำรวจท้องที่ สภ.กลางดง อ.ปากช่อง มาเป็นคดีพิเศษ พร้อมขอสำนวนพยานหลักฐานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะเดียวกันได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเร่งตรวจสอบรายละเอียดของรถลัมโบร์กินีคันที่เกิดเหตุไฟไหม้ โดยจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนในการนำเข้าและจดประกอบรถลัมโบร์กินีคันเกิดเหตุมาสอบสวน

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ารถลัมโบร์กินีคันเกิดเหตุน่าจะเป็นรถนำเข้ามาทั้งคัน ไม่น่าจะใช่รถจดประกอบ มีผู้เกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 18 รายชื่อ ส่วนรถยนต์อีก 5 คันได้อายัดไว้ตรวจสอบรายละเอียดผู้ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะทราบผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์หรูทั้ง 5 คัน เหมือนกับผลการ ตรวจสอบรถลัมโบร์กินีที่ตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องได้เป็นคันแรก นอกจากนี้ ดีเอสไอได้วางแผนการทำงานเพื่อตรวจสอบรถยนต์หรูที่อ้างว่าเป็นรถจดประกอบที่นำเข้ามาจดทะเบียนแล้ว 5,832 คัน ว่าเป็นรถจดประกอบจริงหรือไม่ พร้อมทั้งจะตรวจสอบรถยนต์หรูอีก 3,000 กว่าคัน ที่รอจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบด้วยเช่นกันโดยแบ่งชุดสอบสวนเป็น 6 ชุด

มีรายงานเพิ่มเติมจากดีเอสไอว่า สำหรับ 18 รายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถลัมโบร์กินีคันที่ถูกไฟไหม้ซึ่งดีเอสไอจะเรียกมาสอบสวนข้อเท็จจริงในฐานะพยานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และให้ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินการการจดทะเบียนรถจดประกอบ ประกอบด้วย บริษัทธรรมมะมอเตอร์ริช จำกัด ในฐานะผู้ประกอบอุตสาหกรรมและฐานะโรงงานอุตสาหกรรม นางพรพิมล เคหะฐาน ผู้ประกอบอุตสาหกรรม นางสุกัญญา สมบัติดี ผู้ซื้อเครื่องยนต์รถลัมโบร์กินี บจก. พี.เอ.เอ็น เอ็กเพรส ผู้นำเข้า นายธนพัฒน์ ศรีขจรจิต ผู้รับมอบอำนาจจาก บจก.พี.เอ.เอ็น เอ็กเพรส นายธีรสุวัฒน์ จันทร์แก้ว ลูกค้า (เครื่องยนต์/แชสซี) นายมานะ สมบูรณ์ทรัพย์ บจก.เจเอ็มดับบลิว มอเตอร์ ผู้นำเข้าของนายอัครวินท์ แปลงทับ ผู้นำเข้า บจก.ไอแพ็คโปรเฟสชันแนลไอที ผู้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บริษัทเอส เคที มอเตอร์ จำกัด ([email protected] Packing List) บริษัทพอใจ อ็อตพาร์ท จำกัด ผู้รับเงินค่าอะไหล่จากบริษัทธรรมมะมอเตอร์ริช เจ้าหน้าที่ศุลกากร 4 ราย และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต 1 ราย

รายงานระบุว่า ดีเอสไอได้ประสานสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รักษาการผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบซากรถหรูอีก 5 คัน ที่ยังไม่ทราบหมายเลขตัวถังรถหรือหมายเลขแชสซี เพื่อนำไปตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำเข้า และขอจดประกอบรถยนต์ทั้งหมด รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รายใดให้การรับรองในแต่ละขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการสวมรอยนำเข้ารถทั้งคันมาจดทะเบียนเป็นรถจดประกอบเพื่อหลบเลี่ยงภาษี 200-300 % หรือไม่ หากพบเป็นการสวมรอยรถจดประกอบจะดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทันที นอกจากนี้ จะนำหมายเลขตัวถังรถทั้ง 5 คัน ที่ตรวจได้ไปตรวจสอบกับบัญชีรถสวมรอยจดประกอบที่ดีเอสไอรวบรวมไว้ พร้อมตรวจสอบกับประเทศต้นทางว่าเป็นการสำแดงส่งออกรถยนต์หรูมาประเทศไทยแบบทั้งคันหรือเป็นอะไหล่

สำหรับคดีการสวมรอยนำเข้ารถยนต์จดประกอบ ดีเอสไอได้สืบสวนสอบสวนมานานกว่า 2 ปี ขณะนี้อยู่ในขั้นสอบสวนเตรียมจับกุมดำเนินคดี โดยดีเอสไอพบว่า มีบริษัทรถจดประกอบที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพสามิตร 89 ราย แต่จากการสืบสวนพบว่า น่าจะมีบริษัทรถจดประกอบที่เกี่ยวข้องขบวนการลักลอบนำเข้ารถยนต์หนีภาษี 15 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงกลุ่มค้าอะไหล่เก่า และกลุ่มเครือข่ายนักการเมือง โดยแนวทางการสืบสวนของดีเอสไอ พบเจ้าหน้าที่ศุลกากรประมาณ 100 คน เจ้าหน้าที่ขนส่งประมาณ 30 คน และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตประมาณ 10 คน ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยสนับสนุนขบวนการสวมรอยนำเข้ารถจดประกอบโดยการทำเอกสารเท็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินคดี

ส่วนเส้นทางการนำเข้ารถยนต์หนีภาษีพบว่า มีการบรรทุกรถยนต์หรูจากประเทศอังกฤษและญี่ปุ่น ซึ่งมีพวงมาลัยขวาเหมือนประเทศไทยใส่ตู้คอนเทนเนอร์มาขึ้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี จากนั้นจะบรรทุกมายังเขตปลอดภาษีย่านลาดกระบัง โดยมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรปล่อยรถยนต์ให้เข้าประเทศทำเอกสารเท็จว่าเป็นรถจดประกอบเป็นการนำเข้าโครงตัวถัง เครื่องยนต์เก่าหรือชิ้นส่วนอุปกรณ์ จากนั้นจะทำเอกสารเท็จอีกว่าได้นำชิ้นส่วนรถยนต์หรูไปประกอบโดยมีวิศวกรให้การรับรองความปลอดภัยแล้วไปชำระภาษีสรรพสามิตในอัตราของรถจดประกอบ ก่อนที่จะนำรถหรูไปติดตั้งถังแก๊สหลอกไว้เพื่อไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) แล้วนำรถยนต์หรูไปขอจดทะเบียน ที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ โดยขบวนการนำเข้ารถหรูหนีภาษีจะใช้รถพ่วงขนรถหรูไปจดทะเบียนในจังหวัดที่เจ้าหน้าที่ขนส่งที่อยู่ในกลุ่มย้ายไปทำงาน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจสอบรถสปอร์ตหรูที่ถูกไฟไหม้ว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายของ สมอ.หรือไม่ ถ้าเกี่ยวข้องก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งรถยนต์นำเข้าของผู้นำเข้าอิสระรายย่อย (เกรย์มาร์เก็ต) และรถจดประกอบจะต้องตรวจสอบมาตรฐานกับ สมอ. โดย รถยนต์จดประกอบจะต้องตรวจสอบมาตรฐานทุกคัน ในขณะที่รถยนต์นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระรายย่อย สมอ.ผ่อนผันให้ส่งมาสุ่มตรวจได้

นายวิรัตน์ อาชาอภิสิทธิ์ รองเลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า รถยนต์จดประกอบเป็นรถที่นำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์ กฎหมาย สมอ.ไม่ควบคุมการนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ควบคุมการประกอบชิ้นส่วนเป็นรถยนต์ และผู้นำชิ้นส่วนมาประกอบเป็นรถยนต์จะต้องนำรถยนต์ทุกคันมาตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หากไม่นำมาตรวจสอบมาตรฐานจะมีความผิดฐานประกอบรถยนต์โดยไม่ได้ รับอนุญาต มีความผิดปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำและปรับ ซึ่ง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมขณะนี้ ควบคุมเฉพาะรถยนต์ที่จุดระเบิดประกายไฟและจุดระเบิดด้วยการอัดอากาศครอบคลุม รถยนต์ที่ใช้เบนซินและดีเซลเป็นเชื้อเพลิง รวมถึงรถยนต์ที่ใช้น้ำมันร่วมกับแก๊สหุงต้มหรือแอลพีจี และรถจักรยานยนต์ แต่ไม่รวมรถยนต์ที่ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ขณะนี้ สมอ.อยู่ระหว่างออกพระราชกฤษฎีกา เพื่อให้รถยนต์ที่ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียวต้องมีมาตรฐาน

“สมอ.จะเข้าไปขอร่วมตรวจสอบกรณีรถยนต์หรูที่ถูกไฟไหม้ว่าเป็นรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทใด ถ้าใช้น้ำมันร่วมกับแอลพีจีก็เข้าข่ายต้องตรวจสอบมาตรฐานก่อนไปขอจดทะเบียนรถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้เมื่อกลางปี 2555 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กรมการขนส่งทางบกไม่รับจดทะเบียนกับรถจดประกอบ ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างออกกฎหมายไม่รับจดทะเบียน ขณะนี้ยังสามารถจดทะเบียนรถจดประกอบได้จนกว่าจะมีกฎกระทรวงคมนาคมออกมา และยังคงมีรถจดประกอบยื่นมาที่ สมอ.เพื่อให้ตรวจสอบมาตรฐานแต่ไม่มากนัก” รองเลขาธิการ สมอ.กล่าว

ด้าน นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวว่า กรณีที่ดีเอสไอ ระบุว่า ช่วงปี 2554-2555 มีรถต้องสงสัยว่าหลบเลี่ยงภาษีเป็นรถจดประกอบรวม 5,832 คัน ส่วนอีก 3,000 คัน อยู่ระหว่างรอขั้นตอนการจดทะเบียนนั้น ได้สั่งให้จังหวัดต้องสงสัยตามที่ดีเอสไอระบุทั้ง 21 จังหวัด รวบรวมข้อมูลรายละเอียดรถหรูที่มีการจดทะเบียนในช่วงที่ผ่านมา จากนั้นจะมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการประจำกรมและประจำแต่ละเขตพื้นที่รับผิดชอบเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียด เรื่องนี้ต้องดูจากข้อมูลหลักฐานเป็นหลัก หากพบว่ามีข้อบกพร่องจริงก็จะดำเนินการเช่นเดียวกับขนส่งจังหวัดศรีสะเกษ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถที่จดทะเบียนไปแล้วสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ว่าเป็นรถที่ถูกกฎหมายหรือไม่ ส่วนรถอีก 3,000 คัน ที่ยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

ช่วงสายวันเดียวกัน นายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.นครราชสีมา เดินทางไปที่ สภ.กลางดง อ.ปากช่อง สถานที่เก็บรักษารถสปอร์ตหรูทั้ง 6 คันเพื่อสอบถามความคืบหน้าด้านคดี โดย พ.ต.อ.มาโนช เกิดขวัญ ผกก.สภ.กลางดง และ พ.ต.อ.เสรีย์ อินทรประทิน นวท. (สบ 5) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 กลุ่มตรวจสถานที่เกิดเหตุ ได้อธิบายรายละเอียดการตรวจสอบรถหรูที่ถูกไฟไหม้ จากนั้นนายวินัยเปิดเผยว่า มาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และฝากไปถึงผู้มีรสนิยมใช้รถหรูว่าควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย อย่าไปหลบซ่อน ขับไปก็ไม่มีความสุขอาจถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตรวจสอบดำเนินคดี

ต่อมาช่วงบ่าย นายยอดพล วิชญพล หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ สำนักสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร ได้นำรถยกแบบสไลด์ 4 คัน ไปบรรทุกรถหรูที่ถูกไฟไหม้จาก สภ.กลางดง เพื่อย้ายไปเก็บไว้ที่กรมศุลกากร ย่านคลองเตย กทม. ปรากฏว่าหลังนำรถเฟอร์รารี สีแดง รถบีเอ็มดับเบิลยู สีฟ้า และรถลัมโบร์กินี สีขาว ที่ถูกเพลิงไหม้ขึ้นรถเรียบร้อยแล้วกำลังนำรถเบนท์ลีย์ สีดำ ขึ้นเป็นคันต่อไป พ.ต.อ.บุญส่ง อัตวรอนันต์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ทราบเรื่องได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรนำรถหรูทั้ง 3 คันลงมาโดยบอกว่านำไปไม่ได้เพราะกองพิสูจน์หลักฐานยังตรวจไม่เสร็จ อีกทั้งจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบเพิ่มเติม ในที่สุดนายยอดพลต้องสั่งให้นำรถทั้ง 3 คันลงมาเหมือนเดิม

ด้านนายยอดพลเปิดเผยว่า เมื่อตำรวจไม่ให้นำรถไปก็ไม่เป็นไรจะเก็บไว้ที่ สภ.กลางดง ก่อน เพราะศุลกากรได้ตรวจยึดอายัดไว้ตั้งแต่วันเกิดเหตุ โดยมีการตีซีลทั้งพวงมาลัยประตูห้ามใครเคลื่อนย้าย ส่วนจะตรวจสอบอะไรก็ว่าไปตามขั้นตอน ตำรวจพร้อมให้มารับเมื่อไหร่ก็จะมา ช่วงนี้ตำรวจรับผิดชอบรถทั้งหมดไปก่อน รถหรูอีก 2 คันคือเบนซ์ สีขาว รุ่น E 300 และรถเบนท์ลีย์ สีดำ ที่ไม่ถูกไฟไหม้และอยู่บนรถเทรเลอร์เจ้าของรถเทรเลอร์ได้นำช่างมาซ่อมระบบไฮดรอลิกของเทรเลอร์จนใช้การได้ จึงได้นำรถทั้ง 2 คันลงมาจอดที่หน้าโรงพักให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบรายละเอียดที่หมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังรถต่อไป


ไทยรัฐออนไลน์
5 มิถุนายน 2556, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/349209
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2013, 03:09:41 PM »



เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร นำรถยกไปย้ายรถสปอร์ตลัมโบร์กินี สีขาว ที่ถูกเพลิงไหม้ปริศนาพร้อมรถหรูอีก 3 คัน จาก สภ.กลางดง จ.นครราชสีมา แต่ตำรวจขวางไม่ ให้ย้าย อ้างยังตรวจ พิสูจน์ ไม่เสร็จ สุดท้ายต้องยกลงไว้ที่เดิม.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/349202
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.108 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check