ไฟไหม้ พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบ บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จว.แม่ฮ่องสอน -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 24, 2017, 07:49:27 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ไฟไหม้ พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบ บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จว.แม่ฮ่องสอน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ไฟไหม้ พื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยจากการสู้รบ บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จว.แม่ฮ่องสอน  (อ่าน 107398 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:23:04 AM »

ไฟไหม้ ศูนย์ผู้อพยพชาวกะเหรี่ยงคะยา ที่บ้านแม่สุริน เสียชีวิตกว่า30ศพ-เร่งช่วยเหลือระทึก

เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า ดอยเวียงหล้า ได้รายงานทางวิทยุมายัง ทสจ.แม่ฮ่องสอน ว่าเกิดเหตุไฟป่าไหม้บ้านเรือนผู้อพยพยชาวกะเหรี่ยงคะยา ที่บ้านแม่สุริน ต.แม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เบื้องต้นทราบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน ประมาณ 30 กว่าราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ องค์กรเอกชนที่เข้าไปช่วยเหลือได้นำคนเจ็บนำส่งโรงพยาบาล อ.ขุนยวม และ บางส่วนกำลังถูกลำเลียงเพื่อส่งมารักษาต่อที่ รพ.ศรีสังวาลย์แม่ฮ่องสอน ด้านนายชาญชัย ศรีเสถียร นอภ.ขุนยวม ได้เร่งจัดส่งกำลัง อส.เข้าไปให้การช่วยเหลือแล้ว

สำหรับบ้านเรือนของผู้อพยพส่วนใหญ่ทำด้วยไม้ไผ่และมุงด้วยใบตองตึง และปลูกอยู่ติดๆ กันเป็นแนวยาวในศูนย์อพยพ เนื่องจากเส้นทางคมนาคมลำบากไม่มีรถดับเพลิงทำให้ไฟไหม้เป็นวงกว้างและเสียหายแทบทั้งหมด

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย อาสารักษาดินแดน กำลังเตรียมตัวที่จะเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมที่เกิดเหตุแล้ว ด้านสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รายงานยอดผู้บาดเจ็บว่า มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัสต้องส่งต่อไปยัง รพ.ในเชียงใหม่ จำนวน 2 คน และ บาดเจ็บสาหัสสามารถรักษาใน อ.ขุนยวมได้ จำนวน 30 คน และที่เหลือบาดเจ็บเล็กน้อยจากไฟคลอก จำนวนกว่า 100 ราย ที่กำลังทยอยลำเลียงมายัง รพ.ขุนยวม อย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ทาง อ.ขุนยวม ได้ส่ง อส. และมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานเข้าให้การช่วยเหลือผู้อพยพในพื้นที่แล้ว


   
ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 20:49 น.


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk16azJNRE0zT1E9PQ==&catid=01


............................................


คืบหน้าไฟไหม้ศูนย์อพยพผู้หลบหนีภัยสงคราม แม่ฮ่องสอน - ตาย 32 บาด เจ็บนับร้อย

 เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่  22 มี.ค. ศูนย์วิทยุอาสารักษาเดินแดน ที่ว่าการอำเภอขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานว่าได้เกิดเพลิงลุกไหม้ศูนย์อพยพผู้หลบหนีภัยสงคราม บ้านแม่สุรินอำเภอขุนยวม ขอความช่วยเหลือด่วน  จึงได้รายงานให้ทาง นายสังคม  คัดเชียงแสน ปลัดอำเภออาวุโสทราบ พร้อมประสานไปยังหน่วยงานต่าง เพื่อเดินทางเข้าที่เกิดเหตุ

 รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้พบผู้เสียชีวิตอยู่ในกองเพลิงจำนวน 32 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อย และยังมีผู้ที่สูญหายอีกจำนวนมากเจ้าหน้าที่กำลัง อส.และเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ดอยวียงหล้า ซึ่งอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุช่วยกันค้นหา บ้านเรือนที่พักอาศัยเสียถูกเพลิงไหม้กว่า 200 หลังคา ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก

 เบื้องต้นได้นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจำนวน 6 รายที่เหลืออีกจำนวนมาก ยานพาหนะที่จะลำเลียงผู้บาดเจ็บไม่เพียงทำให้การลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก ประกอบกับพื้นที่ตั้งศูนย์อพยพอยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอหลายสิบ กม.รถที่จะเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือต้องเป็นรถโฟวิลเท่านั้น ขณะนี้ได้ยุติการค้นหาแล้วเนื่องจากสภาพอากาศมืดไม่มีแสงไฟ ผู้บาดเจ็บยังไม่สามารนำออกมาได้  

 สำหรับศูนย์อพยพแห่งนี้มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 3,826 คน ได้จดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้ว 1,705 คน พื้นที่แบ่งเป็น คุ้ม ๆจำนวน  4  คุ้ม แต่ละคุ้มมีประมาณ 100 หลังคาเรือน  สาเหตุเบื้องต้นที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเกิดการหุงต้มของชาวบ้านเอง  

 รายงานข่าวคืบหน้าจะติดตามนำเสนอต่อไป

 ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 21:15 น.

ที่มา :  http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk16azJNVGcxTnc9PQ==&catid=01

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 22, 2013, 10:09:55 AM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:28:00 AM »

เหตุเพลิงไหม้ศูนย์ช่วยเหลือผู้อพยพฯ อ.ขุนยวม ยอดตายพุ่ง










 เมื่อ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานสถานการณ์ล่าสุด เหตุการณ์เพลิงไหม้ ศูนย์อพยพผู้หลบหนีภัยสงคราม บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้แก่เพิงพักอาศัยนับร้อยหลัง โดยมียอดผู้เสียชีวิตเบื้องต้นราว 30 ราย โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 36 ศพแล้ว

 โดยรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ ยังมีผู้ที่สูญหายอีกจำนวนมาก และมีบ้านเรือนที่พักอาศัยถูกเพลิงไหม้กว่า 200 หลังคาเรือน ผู้อพยพไร้ที่อยู่อาศัยจำนวนมาก

  ด้าน นายซาโก่ทู อายุ 20 ปี ชาวกะเหรี่ยง ซึ่งอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิง เล่าว่าขณะเกิดเหตุนอนเล่นอยู่ในบ้าน ได้ยินทางแคมป์ประกาศว่าเกิดไฟไหม้จะเข้าไปช่วยดับ แต่เกิดลมแรงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้องหนีเอาตัวรอด แต่ก็มาพบว่ามารดาคือนางพอหลี่เซได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลขุนยวม

 สำหรับ ผู้บาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ทยอยนำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวานที่เหลืออีกจำนวนมาก ยานพาหนะที่จะลำเลียงผู้บาดเจ็บไม่เพียงพอ ทำให้การลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก ประกอบกับพื้นที่ตั้งศูนย์อพยพอยู่ห่างไกลจากตัวอำเภอ รถที่จะเดินทางเข้าไปให้ความช่วยเหลือต้องเป็นรถโฟร์วีลเท่านั้น   

 ทั้งนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ศูนย์ ปภ.เขต 10 ลำปาง เข้าไปตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุโดยด่วน และให้ทาง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ ปภ.แม่ฮ่องสอน จัดเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าพื้นที่, ให้สำนักแพทย์ฉุกเฉิน เชียงใหม่ส่งทีมแพทย์และเข้าไปตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่เกิดเหตุ สำหรับผู้ที่ประสบเหตุเบื้องต้นส่วนหนึ่งได้มีองค์กรเอกชนเข้าไปดูแล คือ องค์กรโคเอ่อร์ , IRC , UNHCR , JRS , WEAVE และ องค์กร IOM และว่า ปัญหาของผู้อพยพคือ ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มกันหนาว เนื่องจากอากาศในพื้นที่ดังกล่าวหนาวมาก การขาดแคลนน้ำดื่ม อาหาร

 ต่อมาเมื่อเวลา 7.00 น. นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ได้รายงานมาว่ามีการพบศพรวมทั้งหมด 36 ศพ

 สำหรับศูนย์อพยพแห่งนี้มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น3,826คนได้จดทะเบียนกับเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้ว 1,705 คน พื้นที่แบ่งเป็น คุ้มๆ จำนวน 4 คุ้ม แต่ละคุ้มมีประมาณ 100 หลังคาเรือน  สาเหตุเบื้องต้นที่เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเกิดการหุงต้มของชาวบ้านเอง 


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:09 น.


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5EQXhNalV3TWc9PQ==&catid=01 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:29:19 AM »


ผบ.ตร.สั่งผ่านวีดีโอคอนเฟอเรนต์สอบเหตุไฟไหม้ศูนย์อพยพฯ แม่ฮ่องสอน

วันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนต์ ให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมกับเร่งพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตทั้งหมด โดยมอบหมายให้พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวม และให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธราค 5 กำกับดูแลในระดับพื้นที่ โดยมีผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้บริหารเหตุการณ์ จัดระเบียบพื้นที่ จัดระบบการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล และประสานงานการปฏิบัติงานกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างใกล้ชิด ส่วนกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3 นั้น ให้ดำเนินการด้านมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งจัดแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ



ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 14:43 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5EQXlPREl5TVE9PQ==&catid=01 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:35:08 AM »


เจออีกศพ!! ยอดตาย 36 เหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพฯขุนยวม ผวจ.ชี้ลมเปลี่ยนทิศทำไฟโหมคลอกผู้ลี้ภัย




 จากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพผู้หนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่เป็นแหล่งพักพิงชาวกะเหรี่ยงกว่า 3,000 คน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มี.ค.นั้น

 
 เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เช้านี้พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เป็นชาย ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 36 ศพ ส่วนผู้บาดเจ็บมีกว่า 100 คน แต่ยังระดมค้นหาร่างผู้เสียชีวิตที่คาดว่าจะหลงเหลืออยู่ แต่การสื่อสารและการเดินทางเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะอยู่ห่างไกลติดแนวชายแดนไทย-พม่า จึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ต้องขึ้นเขาคดเคี้ยวและต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือโฟร์วีลส์เท่านั้น เบื้องต้นจึงใช้วิธีสื่อสารผ่านวิทยุของทหารเป็นหลัก

 

 พร้อมกันนี้ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน 3 แห่ง คือ ที่ตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่อำเภอขุนยวม และในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระดมกำลังและสิ่งของเข้าไปช่วย พร้อมตั้งจุดพักพิงชั่วคราวห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร และประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพื้นที่รอบข้างให้เร่งประกอบอาหารสดแจกจ่ายทั้งมื้อเช้าและกลางวัน ขณะเดียวกันมูลนิธิสว่าง ยูเอ็นเอชซีอาร์ ได้นำน้ำดื่ม เต็นท์ เข้าไปช่วยเหลือเพิ่มเติม

 

 ล่าสุดหน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำรถผลิตน้ำดื่มเคลื่อนที่ และรถครัวสนามผลิตอาหารกล่องของหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการทหารสูงสุด เข้าประจำการที่ศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ลี้ภัยเทศบาลตำบลขุนยวม พร้อมผลิตน้ำและอาหารกล่องส่งเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว โดยสามารถผลิตอาหารกล่องในรอบ 12 ชั่วโมงได้ 2,000 กล่อง

 

 ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน กล่าวอีกว่า ปกติศูนย์อพยพแห่งนี้ไม่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ เพราะตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำลำธาร นอกจากเคยเกิดปัญหาน้ำป่าและดินโคลนถล่ม จึงย้ายบ้านเรือนมาตั้งบริเวณที่ราบเชิงเขา เหตุการณ์ที่ทำให้เพลิงลุกลามรวดเร็วเพราะกระแสลมแรง เพลิงไหม้บ้านบางบล็อกเท่านั้น จึงมีผู้ลี้ภัยบางส่วนกลับเข้าไปเอาสิ่งของ แต่เมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศ ทำให้เพลิงลุกลามมาติดบ้านเรือนในบล็อกอื่น จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

 

 จ.แม่ฮ่องสอน สรุปยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงผู้หนีภัยบ้านแม่สุรินทร์ 36 ราย ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตที่สืบค้นข้อมูลบุคคลได้ชัดเจน ผู้บาดเจ็บ 115 คน สาหัส 19 คน เจ็บเล็กน้อย 96 คน บ้านเรือนเสียหาย 400 หลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 2,300 คน
 

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 12:03 น.

mมา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5EQTVPREkyT1E9PQ==&catid=01 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:38:57 AM »

มท.1 สั่งศูนย์อพยพฯ อีก 8 แห่ง เฝ้าระวังไฟไหม้ ยอดตายพุ่ง 37 ศพ




 เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย , นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน และคณะเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังศูนย์อพยพผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 36 รายและมีผู้ไร้ที่อยู่จำนวน 2,300 คน พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ผู้ประสบอัคคีภัยภัย

 

 รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ในเบื้องต้นต้องช่วยเหลือเรื่องอาหารการกิน และที่พักก่อน ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจพิสูจน์ โดยที่แห่งนี้มีความเหมาะสม เพราะอยู่บนเนินเขา จะไม่มีปัญหาน้ำท่วมแต่อย่างใด ในการก่อสร้างที่พักขึ้นมาใหม่นั้น ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ต้องควบคุมดูแลการก่อสร้างและเน้นให้สร้างที่พักให้แบ่งออกเป็นสัดส่วน เป็นกลุ่ม ๆ เล็ก ๆ อย่าสร้างในรูปแบบเดิมที่สร้างบ้านติดกันยาว เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ทำให้ไฟลามติดกันได้ง่าย และยากต่อการเข้าควบคุมเพลิง นอกจากนั้นสถานที่อาศัยแห่งเดิม ซึ่งเป็นที่ลาดเชิงเขาสูงชัน ให้สามารถทำการปรับใหม่ได้เพื่อไม่ให้ชันมากเกินไป และต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ในการดับเพลิงรวมไปถึงการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุให้ผู้อพยพมีความเข้าใจและสะดวกต่อการรับมือเหตุเพลิงไหม้ต่อไป

 

 เรื่องเหตุเพลิงไหม้ ซึ่งเกิดที่แม่ฮ่องสอน ถือเป็นตัวอย่างของศูนย์อพยพแห่งอื่น ๆ อีก 8 ศูนย์ ดังนั้นเพื่อการป้องกันและพร้อมรับมือ จึงได้สั่งการไปยังศูนย์อพยพที่เหลือ ให้พร้อมรับมือเหตุเพลิงไหม้ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้ง อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอีกก็ได้

 

 สำหรับสภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัย พบว่ายังไม่มีที่พักต้องอาศัยนอนกับพื้นดิน โดยมีการเอาใบตองกล้วยและใบไม้อื่นๆ มามุงเป็นหลังคาเพื่อกันน้ำค้าง เนื่องจากในช่วงกลางคืนอากาศจะหนาวมาก นอกจากนั้นบริเวณจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ยังไม่ได้มีการเข้าไปทำความสะอาดและเก็บซากศพของสัตว์เลี้ยงที่ตายไป ส่งผลให้มีศพสัตว์เลี้ยงกองระเกะระกะ ซึ่งหากไม่มีการนำไปกำจัดอาจจะส่งผลให้เกิดโรคระบาดขึ้นมาก็ได้

 

 ในส่วนของศพผู้เสียชีวิต ทั้งหมดยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว ว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งหมด จำนวน 36 ศพ สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ 23 ศพ และอีกที่เหลืออีก 13 ศพยังไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นญาติของผู้ใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเก็บชิ้นดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับญาติว่าเป็นศพของใคร และให้มีการเผาศพในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากศพเริ่มเน่าและส่งกลิ่นออกมาบ้างแล้ว

 

 สาเหตุของการเกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพดังกล่าว พบว่าผู้อพยพต่างยืนยันว่า ได้เกิดเหตุไฟป่าขึ้น จากนั้นไฟได้ลามลงมาไหม้บ้านเรือนผู้อพยพ ในขณะเดียวกันได้เกิดลมหมุนเกิดขึ้นในระหว่างร่องเขาที่ผู้อพยพอาศัยอยู่ และลมดังกล่าว ได้พัดเอาลูกไฟกระจายไปตกใส่บ้านเรือนผู้อพยพที่อยู่ใกล้เคียงประกอบกับมีลมแรงหลังเกิดไฟ ทำให้ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ที่เสียชีวิต ทราบว่า ได้พยายามที่จะหนีขึ้นไปบนเขา แต่ก็ถูกไฟคลอกในที่เดียวกันถึง 35 ศพ และอีกแห่งหนึ่ง พบอีก 1 ศพ

 

 นายนาอีน ดูรานี หัวหน้าพนักงานภาคสนาม องค์การข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR เปิดเผยว่า จะดูแลผู้อพยพอย่างดีที่สุด โดยในขั้นต้นได้มีการสั่งเต็นท์นอนมาให้ผู้อพยพอาศัยจำนวน 800 หลังเพื่อให้พักอาศัยชั่วคราวไปก่อน

 

 นพ.ไพศาล ธัญญาวินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ จำนวนผู้เสียชีวิตรวม 37 ราย เสียชีวิตในพื้นที่ 36 ราย และเสียชีวิตที่ นพ.มหาราช นครเชียงใหม่ 1 ราย ผู้บาดเจ็บต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลรวมทั้งหมด 10 ราย เป็นชาย 4 คน หญิง 5 คน โดยนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย ถูกไฟลวกร้อยละ 53 และร้อยละ 70 ของร่างกาย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย นอนรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน 8 ราย อาการปลอดภัย โดยรักษาที่โรงพยาบาลขุนยวม 6 ราย ส่วนใหญ่ถูกไฟลวกตามร่างกาย และรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 2 ราย

 

 โดยในระยะเร่งด่วนนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปประจำการในศูนย์อพยพตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน พร้อมวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ฉีดให้ผู้ที่มีบาดแผลด้วย โดยมีผู้ป่วยรับบริการวันนี้ 93 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ จากการสำลักควันไฟ โดยได้สำรองเตียงรองรับผู้ป่วยไว้ที่โรงพยาบาลขุนยวมแล้ว และมีระบบวิทยุสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง



ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556 เวลา 20:27 น. 

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMk5ERXlPVEF3TXc9PQ==&catid=01
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:43:38 AM »

พบแล้ว36ศพ-ไหม้เกรียมคาค่ายอพยพ

"ปู"สั่งช่วย 2พันเคว้ง ไร้ที่พักพิง


ซากเผา- ภาพถ่ายมุมสูงจุดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพชาวกะเหรี่ยงที่บ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ศพ อีกกว่า 2 พันรอการช่วยเหลือด่วน เมื่อวันที่ 23 มี.ค.

"ปู"สั่งจากนิวซีแลนด์ให้เร่งช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยง เหยื่อไฟไหม้ศูนย์อพยพขุนยวม ล่าสุดพบแล้ว 36 ศพ บาดเจ็บกว่า 100 ราย มีสูญหายอีก บ้านถูกเผาวอด 400 หลัง ไร้ที่อยู่อาศัยอีกกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนแก่และเด็ก "ยูเอ็น" ยื่นมือช่วยเร่งสร้างที่พักชั่วคราว ผู้ว่าฯ ยันสาเหตุเกิดจาก จุดไฟหุงหาอาหาร ไม่ใช่ไฟป่า ชี้ไม่พบร่องรอยเผาไหม้บริเวณใกล้เคียง ทางจังหวัดเปิดบัญชีรับบริจาคอีกทาง เกิดเหตุสลดซ้ำ จนท.ดับไฟป่าจากแปดริ้วนำกำลังไปสนับสนุน แต่ไม่ชำนาญทางแหกโค้งตกเหวที่ปาย ตาย 2 ศพ



ไหม้ศูนย์อพยพ-ย่าง 30 ศพ


จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ของชาวกะเหรี่ยงผู้อพยพหนีภัยสู้รบจากประเทศพม่า มีจำนวนเกือบ 4,000 คน แต่เนื่องจากบ้านปลูกติดกันแออัด สร้างด้วยไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยใบตองแห้ง จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไม่ต่างกับทะเลเพลิง อีกทั้งไม่มีหน่วยดับเพลิงในพื้นที่ และอยู่ในป่าลึกทุรกันดาร โดยในเบื้องต้นมีบ้านถูกเผากว่า 400 หลัง ถูกไฟคลอกเสียชีวิตกว่า 30 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ ส่วนสาเหตุคาดว่าอาจเกิดจากจุดไฟหุงหาอาหาร หรือไม่ก็อาจเกิดจากไฟป่าลุกลาม เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ว่าตลอดทั้งคืนวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงช่วงเช้า เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน และทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 กองทัพภาคที่ 3 ต่างระดมกำลังเข้าช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงที่ประสบเพลิงไหม้ โดยค้นหาผู้เสียชีวิตที่ยังหลงเหลืออยู่ตามซากเพลิงไหม้ในจุดต่างๆ ภายในศูนย์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานในท้องถิ่นนำผ้าพลาสติกขนาดใหญ่สร้างที่พักชั่วคราว ส่วนผู้สูงอายุและเด็กจัดให้พักที่โบสถ์และโรงเรียน คาดว่ามีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมากกว่า 2,000 คน



นาทีทะเลเพลิง-วอด 400 หลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดในเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า ดอยเวียงหล้า จ.แม่ฮ่องสอน รายงานแจ้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน ว่า เกิดเหตุไฟป่าไหม้บ้านเรือนผู้อพยพชาวกะเหรี่ยง ภายในศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน มีผู้อพยพหนีภัยสู้รบจากประเทศพม่า อาศัยอยู่เกือบ 4,000 คน รวม 400 หลังคาเรือน



โดยไฟเผาบ้านเรือนในบล็อกที่ 1 จนหมดสิ้น เนื่องจากบ้านทุกหลังก่อสร้างด้วยไม้ไผ่หลังคามุงด้วยใบตองตึง ปลูกอยู่ติดกันเป็นแถวยาวจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนลุกลามไปยังบล็อกอื่นๆ ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 บล็อก บล็อกละ 100 หลังคาเรือน นอกจากนี้ ยังไหม้บ้านพัก อส. โรงเรียน โรงพยาบาล โกดังเก็บอาหาร อีก 2 หลัง มีผู้เสียชีวิตทันที 30 ราย มีผู้บาดเจ็บอีกนับ 100 ราย และคาดว่าผู้เสียชีวิตยังจะมีมากกว่านี้



คาดจุดไฟหุงข้าว-ต้นตอเพลิง

ต่อมานางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังศูนย์พักพิงบ้านแม่สุริน เพื่ออำนวยการช่วยเหลือและดูแลผู้อพยพที่รอดชีวิต บาดเจ็บ และไร้ที่อยู่อาศัย โดยลำเลียง อาหาร น้ำดื่ม และเครื่องนุ่งห่มกันหนาว จากจังหวัดเข้าไปให้การช่วยเหลือผู้อพยพ ในส่วนของการรักษาพยาบาลคนเจ็บ ทางร.พ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน จัดส่งทีมแพทย์ฉุกเฉิน และทีมแพทย์จาก ร.พ.ขุนยวม เข้าไปตั้งหน่วยแพทย์ในพื้นที่ โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มี.ค. เจ้าหน้าที่สรุปยอดผู้เสียชีวิตที่ 42 ศพ แต่คาดว่าน่าจะมีมากกว่านี้ ส่วนจำนวนผู้อพยพที่เหลือและสูญหาย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากผู้อพยพส่วนใหญ่อยู่ในอาการหวาดกลัว และพลัดหลงกับญาติพี่น้อง



สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ในเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากผู้อพยพรายหนึ่งจุดไฟหุงต้มอาหาร และมีสะเก็ดไฟปลิวไปติดใบตองตึงที่ใช้มุงหลังคา ประกอบกับสภาพอากาศร้อน ทำให้ไฟลุกไหม้จากชุมชนที่ 1 ไปยังชุมชนที่ 4 จนวอดหมดทั้งชุมชน ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่บนที่สูงพื้นที่ลาดชัน ทำให้ควันไฟปลิวขึ้นที่สูงจนไม่สามารถลงมาได้และเกิดอาการสำลักควันไฟ



ป่าไม้จะไปช่วย-รถตกเหว


นอกจากนี้ เวลา 12.50 น. ร.ต.ท.สี่ทิศ อ่ำถนอม ร้อยเวร สภ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกตกเหว บริเวณหลัก ก.ม.ที่ 84 ก่อนถึงตัวอำเภอปาย 15 ก.ม. เป็นทางโค้งหักศอกลงเขา หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ ของกรมป่าไม้ ทะเบียน 97-0082 กทม. พลิกคว่ำตกเหวข้างทาง ลึกจากขอบถนน15 เมตร พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ทราบชื่อ นายอำนาจ ดวงสวัสดิ์ และ นายสุทิน ยงลำ และมีผู้บาดเจ็บอีก 9 คน จึงลำเลียงส่งร.พ.ปาย

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าจาก จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้รับคำสั่งให้เข้ามาสนับสนุนดับไฟป่าใน อ.ขุนยวม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา คาดว่าคนขับไม่ชำนาญเส้นทาง ก่อนแหกโค้งตกเหว



จังหวัดเปิดบัญชีรับบริจาค

นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่าจากการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ทางจังหวัดสั่งให้ตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ โดยกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจจะเป็นผู้เข้าดำเนินการ ในส่วนของศพผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจากการพิสูจน์แล้ว พบว่ามีทั้งหมด 36 ราย แต่ที่ก่อนหน้านั้นมียอดตัวเลขสูงผิดปกติ เนื่องจากเป็นการตรวจสอบในช่วงเวลากลางคืน โดยนับซากสัตว์เลี้ยงที่ตาย ทั้งหมู และสุนัข รวมเข้าไปด้วย สำหรับศพผู้เสียชีวิต หากพิสูจน์ทราบเป็นที่ชัดเจนแล้ว จะทำพิธีทางศาสนาคริสต์ต่อไป


สุดสลด - สภาพศพผู้เสียชีวิตภายในศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน ถูกไฟเผาดำเป็นตอตะโก นอนตายหมู่ในกองเพลิงอย่างน่าสลดใจ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วระบุสาเหตุเกิดจากการหุงหาอาหารในที่พัก แล้วไหม้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ตามข่าว



ผวจ.แม่ฮ่องสอนกล่าวต่อว่า ในส่วนของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เบื้องต้นทางจังหวัดให้ผู้ไร้ที่อยู่กว่า 2,000 ราย ไปอาศัยอยู่กับญาติพี่น้อง สำหรับที่พักอยู่ระหว่างการก่อสร้างที่พักถาวร ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติจะจัดงบประมาณให้ ส่วนทางจังหวัดและกองทัพภาคที่ 3 จะสนับสนุนด้านกำลังพล และตั้งโรงอาหาร ขณะที่ทางจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการอำนวยการความช่วยเหลือในพ้นที่ รวมทั้งที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเทศบาลตำบลขุนยวม ผู้มี จิตกุศลร่วมบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ฮ่องสอน ชื่อบัญชี เงินช่วยเหลือ ผู้ประสบอัคคีภัยศูนย์พักพิงแม่สุริน เลขที่ บัญชี 508-0-256109



"ยูเอ็น"เร่งสร้างที่พักใหม่

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่ สองพร้อมลงรูปภาพผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยระบุว่าทางการไทยระดมหน่วยกู้ภัยจำนวนมากจากพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อขุดหาศพผู้เสียชีวิตภายใต้กองเถ้าถ่าน อีกทั้งผู้อพยพจำนวนมากยังคงไร้ที่อยู่อาศัย และต้องการความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน



ด้านช่างภาพของเอเอฟพีที่อยู่ในพื้นที่ รายงานว่าผู้อพยพบางส่วนเริ่มออกตัดไม้ไผ่ในบริเวณที่รอดจากเปลวเพลิง เพื่อนำมาสร้างบ้านพักชั่วคราวแล้ว โดยความเสียหายในครั้งนี้ เกิดเป็นวงกว้าง ทำลายบ้านเรือนไปราว 400 หลัง และยังระบุว่า สภาพศพผู้เคราะห์ร้ายส่วนใหญ่ไหม้เกรียมจนไม่สามารถระบุรูปพรรณสัณฐานได้ อีกทั้งสภาพอากาศที่ร้อนจัด เมื่อรวมกับกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ความเสียหายรุนแรงดังที่ปรากฏ



ส่วนเจ้าหน้าที่จากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติที่ปฏิบัติการช่วยเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ กล่าวว่าตอนนี้ทางหน่วยกำลังเร่งช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ อันดับแรกสุดคือการเร่งมือสร้างที่พักชั่วคราวเพื่อรองรับผู้อพยพทุกคน



"ปู"เป็นห่วง-สั่งมท.ลงพื้นที่

สำหรับการช่วยเหลือจากส่วนกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสั่งการทางไกลมาจากประเทศนิวซีแลนด์ ให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง และองค์การระหว่างประเทศ จัดตั้งศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อให้การช่วยเหลือและดูแลผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด และล่าสุดคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ และอำนวยการแก้ไขปัญหาโดยด่วนแล้ว



โดย พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปยังศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน พร้อมทั้งอำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหา และให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยตนเอง โดยสั่งการให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมวัสดุอุปกรณ์เข้าพื้นที่โดยด่วน เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงเน้นย้ำดูแลผู้บาดเจ็บและผู้ได้รับความเดือดร้อนให้ดีที่สุดตามหลักมนุษยธรรม พร้อมจัดหาเต็นท์ และตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ผู้ประสบภัยที่ไร้ที่อยู่อาศัยโดยด่วน



พบแล้ว 36 ศพ-สูญหายอีก 1

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจาก จ.แม่ฮ่องสอน ว่า ล่าสุดทางจังหวัดยืนยันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 36 ราย สูญหาย 1 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่นิติเวช จากส่วนกลาง และ จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ ชันสูตรพลิกศพไปแล้ว 5 ราย ส่วนรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บทั้งสิ้นประมาณ 100 คน มี 5 รายที่บาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งร.พ.ขุนยวม ร.พ.ศรีสังวาลย์ และร.พ.มหาราชเชียงใหม่ ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือได้รับการปฐมพยาบาลในศูนย์อพยพฯ ตั้งเต็นท์ผู้ประสบภัยห่างจากพื้นที่เกิดเหตุประมาณ 700 เมตร



สำหรับศูนย์อพยพดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยง นับถือศาสนาคริสต์ มีประชากรทั้งสิ้น 3,826 คน จดทะเบียนกับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แล้ว 1,705 คน พื้นที่ทั้งหมดมีจำนวน 4 โซน โซนละ 100 หลังคาเรือน ไฟไหม้โซนที่ 1 และ 4 จนวอดไปแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 4 ช.ม. จึงสกัดเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ไปโซนอื่นได้ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยจากกรมทหารพรานที่ 36 แม่สะเรียง และทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 7 พร้อมเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลกว่าร้อยคน



ผู้ว่าฯชี้สาเหตุหุงหาอาหาร

นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวอีกครั้งว่า สั่งการให้ผู้ประสบภัยจากโซนที่ 1 และ 4 ย้ายไปอยู่ที่โซนที่ 2 และ 3 แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเด็กและคนชรา ส่วนทางองค์กรยูเอ็นเอชซีอาร์เตรียมมอบเต็นท์ 800 หลัง พร้อมผ้าห่ม 1,000 ผืน สำหรับเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนยวม เข้าไปสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่แท้จริง แต่ยังไม่สามารถระบุถึงสาเหตุไฟไหม้ว่าจะเป็นไฟป่าหรือไม่ เพราะไม่มีร่องรอยการเผาไหม้จากป่าใกล้เคียง คาดว่าน่าจะเกิดจากการใช้ไฟเพื่อหุงต้มในครัวเรือนมากกว่า ส่วนกระแสข่าวที่ว่ามีชาวบ้านเห็นเครื่องบินวนที่ศูนย์อพยพก่อนเกิดเหตุไฟไหม้นั้น ไม่น่าจะเป็นความจริง และไม่อยากให้โยงไปทางประเด็นความมั่นคง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน



ช่วงเย็นวันเดียวกัน รายงานข่าวจาก ร.พ.มหาราชเชียงใหม่ แจ้งว่านายปาทู ชาวกะเหรี่ยงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตแล้ว



ข่าวสดรายวัน
วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2556

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNekkwTURNMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE15MHdNeTB5TkE9PQ==


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:50:38 AM »

เพลิงไหม้ศูนย์อพยพแม่ฮ่องสอน


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=p-YRAEQvbek" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=p-YRAEQvbek</a>

ที่มา : springnewschannel
http://youtu.be/p-YRAEQvbek

 เผยแพร่เมื่อ 22 มี.ค. 2013

จากเหตุเพลิงไหม้ ศูนย์อพยพบ้านแม่สุรินทร์ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ว่าราชการจังหวัด ระบุ เกิดจากการประกอบอาหารในศูนย์อพยพ ยอดเสียชีวิต 45 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเห­ตุ เพื่อหาหลักฐานที่แน่ชัด


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 09:54:29 AM »

ฟื้นฟูค่ายไฟนรก ยูเอ็นช่วย

รบ.ระดมทุกหน่วยดูแล สรุปยอดย่างสด37ศพ


เหยื่อไฟนรก-เจ้าหน้าที่รวบรวมศพเหยื่อเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์อพยพแม่สุรินอ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน36ศพ เพื่อรอตรวจพิสูจน์ก่อนส่งให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนา ล่าสุดมีตายเพิ่มอีก1ศพ

"ชาวกะเหรี่ยง"ศูนย์แม่ ฮ่องสอนตายเพิ่มเป็นศพที่ 37 ที่ร.พ.เชียงใหม่ รมว.มหาดไทยบินด่วนลงตรวจพื้นที่เยียวยากะเหรี่ยงอพยพทั้งอาหารและที่พักเพิงชั่วคราว ใช้รถโมบายทำครัวทหาร ทำข้าวกล่อง ผลิตน้ำดื่ม ดูแลผู้ประสบภัย สธ.หวั่นโรคระบาดซ้ำส่งทีมสุขาภิบาลพร้อมมุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ 500 หลังให้ผู้ประสบภัยกางนอนป้องกันยุงป่า ผวจ.แม่ฮ่องสอน เผยสร้างศูนย์อพยพขึ้นใหม่ในที่เดิม



จากเหตุการณ์สลดเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ของชาวกะเหรี่ยงผู้อพยพหนีภัยสู้รบจากประเทศพม่า จำนวนเกือบ 4,000 คน ที่ปลูกเพิงสร้างด้วยไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยใบตองตึงอยู่อย่างแออัด จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี กลายเป็นทะเลเพลิงเผาผลาญ อีกทั้งศูนย์อพยพไม่มีอุปกรณ์ดับเพลิง และอยู่ในป่าลึกทุรกันดาร ทำให้เพลิงไหม้วอดวายไป 400 หลัง พบศพถูกไฟคลอกเสียชีวิตทันทีกว่า 30 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 100 คน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ สาเหตุสันนิษฐานอาจเกิดจากจุดไฟหุงหาอาหารหรือเกิดจากไฟป่าลุกลาม เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ โทร.จากนิวซีแลนด์ให้มหาดไทยบูรณาการทุกภาคดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้โทรศัพท์จากนิวซีแลนด์ กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้นตนจึงลงพื้นที่ไปดูปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการดูแลระยะสั้นและระยะยาวต่อไป เบื้องต้นให้หน่วยงานของรัฐร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน (เอ็นจีโอ) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ประชุมแบ่งหน้าที่และระดมความช่วยเหลือลงไปในพื้นที่แล้ว ส่วนทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นำรถผลิตน้ำดื่มและรถไฟส่องสว่าง พร้อมเสื้อผ้าและของใช้อุปโภคบริโภคลงไปในพื้นที่แล้ว



ไร้ที่พัก - สภาพชาวกะเหรี่ยงที่ประสบเพลิงไหม้ภายในศูนย์อพยพ ที่อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ต้องอาศัยอยู่ที่เพิงพักชั่วคราว โดยรัฐบาลและยูเอ็นเร่งระดมความช่วยเหลือให้ผู้อพยพ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.





ต่อมาเวลา 11.00 น. นายจารุพงศ์พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมการช่วยเหลือผู้อพยพ พร้อมกำชับให้ดูแลช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงภายในศูนย์ทั้งหมด ที่จ.แม่ฮ่องสอน



นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จะเร่งลำเลียงสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือ หลังตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน หน้าเทศบาลตำบลขุนยวม และหน้าที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ โดยวางแนวทางการช่วยเหลือไว้ 4 แนวทางคือ ด้านอาหาร มอบหมายให้หน่วยประกอบเลี้ยงเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ด้านที่อยู่อาศัย จัดให้โซนที่เหลือ คือ โซน 2 และ 3 รับผู้ประสบภัยไปดูแล นอกนั้นให้ไปพักอาศัยในเต็นท์ที่พักชั่วคราวกว่า 800 เต็นท์ ที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) จัดไว้รองรับ ส่วนด้านรักษาพยาบาล มีหน่วยงาน IRC (คณะกรรมการความช่วยเหลือระหว่างประเทศ) รับผิดชอบ และทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน สำหรับด้านการสืบสวนสอบสวนและตรวจพิสูจน์เอก ลักษณ์บุคคลเป็นหน้าที่ของตำรวจ



สำหรับการค้นหาผู้ประสบเหตุยุติลงแล้ว เบื้องต้น จังหวัดสรุปยอดผู้เสียชีวิต 36 ราย แบ่งเป็นชาย 20 คน และหญิง 16 คน โดยมีพิธีฝังศพตามศาสนาคริสต์ ซึ่งต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว ตามความเชื่อของศาสนา สำหรับผู้บาดเจ็บมี 115 คน ในจำนวนนี้อาการสาหัส 19 คน เจ็บเล็กน้อย 96 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า 400 หลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 2,300 คน



ต่อมาเวลา 18.00 น. นพ.ไพศาล ธัญญา วินิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวสรุปจำนวนผู้เสียชีวิตว่าเพิ่มเป็น 37 ราย เสียชีวิตในพื้นที่ 36 ราย และเสียชีวิตที่ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ อีก 1 ราย ผู้บาดเจ็บต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาลรวมทั้งหมด 10 ราย เป็นชาย 4 คน หญิง 5 คน นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดเชียงใหม่ 2 ราย ถูกไฟลวกร้อยละ 53 และร้อยละ 70 ของร่างกาย เสียชีวิตแล้ว 1 ราย นอนรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดแม่ฮ่อง สอน 8 ราย อาการปลอดภัย โดยรักษาที่โรงพยาบาลขุนยวม 6 ราย ส่วนใหญ่ถูกไฟลวกตามร่างกาย และรักษาตัวที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ 2 ราย



ในระยะเร่งด่วนนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปประจำการในศูนย์อพยพตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 7 วัน พร้อมวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ฉีดให้ผู้ที่มีบาดแผลด้วย โดยมีผู้ป่วยรับบริการวันนี้ 93 ราย ส่วนใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ จากการสำลักควันไฟ โดยได้สำรองเตียงรองรับผู้ป่วยไว้ที่โรงพยาบาลขุนยวมแล้ว และมีระบบวิทยุสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง



ด้านความคืบหน้าเหตุเจ้าหน้าที่ชุดเสือ ไฟประสบอุบัติเหตุรถตกเหวที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะเดินทางไปสนับสนุนภารกิจดับไฟที่ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ 4 คน ที่โรงพยาบาลนครพิงค์จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนมีอาการเลือดออกภายในช่องท้องถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยนายมโนพัศระบุว่า จะช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอีก 2 คนอย่างเต็มที่



นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้อพยพ ว่า การควบคุมป้องกันโรคในจุดอพยพ เนื่องจากการอยู่ในพื้นที่รวมกันอาจทำให้เกิดโรคแพร่ระบาดได้ง่าย และสภาพพื้นที่เป็นป่าเขาอยู่แล้ว จึงจัดส่งหน่วยควบคุมโรคมาลาเรีย 1 ทีม พร้อมเครื่องมือตรวจเชื้อและยารักษาเข้าไปในพื้นที่ เพื่อให้บริการตรวจเจาะเลือดเพื่อให้การรักษาทันที และได้ส่งมุ้งชุบสารไพรีทรอยด์ จำนวน 500 หลัง ซึ่งสารเคมีดังกล่าวที่ชุบมุ้งไม่เป็นอันตรายต่อคน มีฤทธิ์ทำให้ยุงที่สัมผัสเป็นอัมพาตและตายในที่สุด



นอกจากนี้ ยังส่งเจ้าหน้าที่ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำอีก 1 ทีมใหญ่ เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม ความสะอาดและความเพียงพอของห้องน้ำ-ห้องส้วม การกำจัดขยะมูลฝอยให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์นำโรคต่างๆ ป้องกันโรคในระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะโรคอุจจาระร่วง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วย ขณะเดียวกันยังส่งทีมดูแลสุขภาพจิตแก่ผู้อพยพที่สูญเสียที่พักและสูญเสียญาติ และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พร้อมยาและเวชภัณฑ์ ชุดทำแผลต่างๆ หมุนเวียนสับเปลี่ยนไปให้บริการรักษาพยาบาล



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศตลอดทั้งวัน ที่ศูนย์อำนวยการรับบริจาคเพื่อผู้ประสบภัยบริเวณเทศบาลตำบลขุนยวม มีหน่วยบรรเทาสาธารณภัยกำแพงเพชร พิษณุโลก เชียงใหม่ และลำปาง แพร่ น่าน เริ่มทยอยกันมาเรื่อย ทางด้านหน่วยทหารพัฒนาที่ 26 ก็ได้มาตั้งเป็นหน่วยรับบริการทำอาหารประเภทข้าวกล่องส่งเข้าพื้นที่ศูนย์อพยพ โดยมีการลำเลียงทางเฮลิคอปเตอร์ ของกรมทหารพรานที่ 36 และหน่วย ฉก.ร.7 ม่อนตะแรง ตลอดทั้งวัน โดยพล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ส่งรถโมบายครัวเคลื่อนที่และรถผลิตน้ำดื่มเพื่อประกอบอาหารเลี้ยงผู้อพยพเข้าพื้นที่เกิดเหตุ


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2556

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREkxTURNMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE15MHdNeTB5TlE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 10:14:59 AM »


สลดคลอก45ศพ หนีไม่พ้น ไฟนรกที่ขุนยวม




อนาถกอดกันตายทั้งบ้าน พบชนวนเหตุหุงหาอาหาร เร่งจัดสร้างที่พักใน1เดือน

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่เพลิงนรกเผาผลาญศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน สรุปยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 45 ศพ บาดเจ็บกว่า 100 ราย บ้านเรือนถูกเผาราบเป็นหน้ากลอง 547 หลัง กินพื้นที่กว้างกว่า 40 ไร่ ผู้ลี้ภัยไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 2,300 คน สุดอนาถสภาพศพเหยื่อแต่ละรายถูกย่างสดไหม้ดำเป็นตอตะโกกระจัดกระจายเกลื่อนตามไหล่เขา คาดถูกไฟลามไล่หลังจนวิ่งหนีไม่ทัน บางครอบครัวหนีเข้าไปตายหมู่อยู่ในห้องน้ำ รอง ผวจ.ยัน สาเหตุเกิดจากมีคนก่อไฟหุงต้มอาหารทิ้งไว้จนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามรวดเร็ว เร่งจัดหาที่พักพิงชั่วคราวให้ผู้ประสบภัย พร้อมประสานยูเอ็นเอชซีอาร์สร้างที่พักใหม่ให้เสร็จภายใน 1 เดือน

จากเหตุโศกนาฏกรรมสลด เพลิงไหม้ศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน  ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) จัดเป็นที่อพยพผู้ลี้ภัยจากการสู้รบกว่า 3,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา เปลวไฟลุกโหมกระหน่ำกลายเป็นทะเลเพลิงเผาผลาญบ้านเรือนวอดวายหลายร้อยหลัง กระทั่งเพลิงสงบลงในช่วงค่ำวันเดียวกัน เบื้องต้นมีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ศพ โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีผู้สูญหายจำนวนมาก

ความคืบหน้าการกู้ศพผู้เสียชีวิต การค้นหาผู้สูญหาย การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและผู้อพยพที่บ้านเรือนถูกไฟไหม้ เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 23 มี.ค. นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน พ.อ.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผบ.ฉก.ร.17 พ.อ.คชาชาต บุญดี ผบ.กรม ทพ.ที่ 36 พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ของยูเอ็นเอชซีอาร์ที่ประจำศูนย์พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุริน เดินทางด้วยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าตรวจสภาพความเสียหายของบ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำมืดและยังมีควันไฟคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเคลียร์พื้นที่ได้จึงยกเลิกการเก็บกู้ศพผู้เสียชีวิตไปเป็นช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น

จากนั้น ผวจ.แม่ฮ่องสอน และคณะไปร่วมประชุมกันที่โบสถ์คริสต์ของศูนย์ พร้อมนำอาหารแห้งและผ้าห่มกันหนาวไปมอบให้ผู้ประสบภัยประมาณ 150 คน ที่บ้านเรือนถูกไฟไหม้วอดพากันออกมาปักหลักอยู่ที่โบสถ์ โดยนางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เผยว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. สาเหตุเกิดจากการหุงต้มอาหารของผู้ลี้ภัยคนหนึ่งที่อาศัยอยู่แคมป์ที่ 1 ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังแคมป์ที่ 4 เผาผลาญบ้านเรือนผู้ลี้ภัยที่สร้างด้วยไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยใบตองตึงวอดเป็นเถ้าถ่านเสียหายหลายร้อยหลัง จากการที่พักอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่นและเป็นพื้นที่ลาดชันขึ้นไปบนเขา  ทำให้มีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิตจำนวนมาก สำหรับผู้ลี้ภัยที่บ้านเรือนถูกไฟไหม้ได้รับความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัยกว่า 2,300 คน ได้เตรียมจัดที่พักในโบสถ์หรืออาคารเรียนในหมู่บ้านแม่สุรินให้พักเป็นการชั่วคราว ส่วนที่พักใหม่ยูเอ็นเอชซีอาร์ที่ดูแลศูนย์จะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หรือ 1 เดือน

พ.อ.บรรณวัฒน์ พรหมจรรย์ ผบ.ฉก.ร.17 เผยว่า  จากการนำกำลังค้นหาศพผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในสภาพน่าเวทนา มีทั้งแม่ลูกนอนกอดกันตาย บางครอบครัวหนีเข้าไปรวมกันอยู่ในห้องน้ำตายยกครัว 4 ศพ และมีศพนอนตายเกลื่อนบนทางลาดชันขึ้นเขาจำนวนมาก คาดว่าผู้เสียชีวิตวิ่งหนีไฟไหม้ขึ้นไปบนภูเขาแต่ไม่รอดเพราะเปลวเพลิงโหมกระหน่ำรุนแรงลุกลามไล่หลังอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากอากาศแห้งและบ้านเรือนปลูกด้วยไม้ไผ่มุงใบตองตึงจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าชันสูตรศพ ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข รพ.ขุนยวม และ รพ.ศรีสังวาลย์ นำแพทย์เข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ถูกไฟคลอก

ต่อมาในช่วงเช้า นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน นายบุญเสริม จิตเจนสุวรรณ ปลัด จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย ร.ต.ท.ปรานต์ ขาสัก ร้อยเวร  สภ.ขุนยวม  นำกำลังตำรวจ  เจ้าหน้าที่วิทยาการ ทหาร ฉก.ร.17 เจ้าหน้าที่ อส. เจ้าหน้าที่พยาบาลหน่วยฉุกเฉิน  และเจ้าหน้าที่มูลนิธิบรรเทาสาธารณภัย จ.แม่ฮ่องสอน เดินทางโดยรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อใช้เวลานานเกือบ 3 ชม. เข้าไปยังศูนย์พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินที่ถูกเพลิงไหม้เพื่อเก็บกู้ศพและชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต
เมื่อเข้าไปถึงที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากแนวชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 8 กม. พบว่าเพลิงเผาผลาญบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้ลี้ภัยชาวพม่าและอาคารสำนักงานที่ทำการขององค์กรต่างประเทศที่ดูแล

ผู้ลี้ภัยบริเวณแคมป์ที่ 1 และแคมป์ที่ 4 ถูกไฟไหม้ราบเป็นหน้ากลอง เนื้อที่กว้างกว่า 40 ไร่ ขณะเข้าตรวจสอบยังมีควันไฟคุกรุ่นเป็นจุดๆ โดยบริเวณแคมป์ที่ 1 มีศพผู้ใหญ่และเด็กชายหญิงถูกเผาดำเป็นตอตะโกนอนกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณอย่างน่าอเนจอนาถ ส่วนที่บริเวณแคมป์ 4 มีศพไหม้เกรียมนอนเรียงรายกันลงมาตามไหล่เขาหลายสิบศพ  บางจุดมีศพกอดรัดกันตายเป็นกลุ่ม 3 คนบ้าง 4 คนบ้าง จากการตรวจนับผู้เสียชีวิตบริเวณแคมป์ที่ 1 มี 18 ศพ และแคมป์ที่ 4 มี 27 ศพ รวมทั้งหมด 45 ศพ นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบซากสุกร สุนัข แพะ และสัตว์เลี้ยงอื่นๆถูกไฟคลอกตายหลายสิบตัว เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยช่วยกันเก็บศพเพื่อเตรียมนำไปฝังตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยง

นายสุทธา สายวาณิชย์ รอง ผวจ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตที่พบศพแล้วอยู่ที่ 45 ศพ ผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย แคมป์ที่ 1 บ้านเรือนถูกเผาผลาญไป 167 หลัง ส่วนแคมป์ที่ 4 ถูกเผาผลาญ 380 หลัง รวมทั้งหมด 547 หลัง นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนและอาคารสถานพยาบาลรวมอยู่ด้วย ส่วนผู้ลี้ภัยที่บ้านเรือนถูกไฟไหม้เดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย 2,300 กว่าคน เบื้องต้นเตรียมจัดสถานที่โบสถ์และอาคารเรียนภายในหมู่บ้านแม่สุรินให้พักเป็นการชั่วคราว  สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สรุปได้ว่าเกิดจากผู้ลี้ภัยครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในแคมป์ที่ 1 ได้ก่อไฟหุงต้มอาหารแล้วปล่อยทิ้งไว้จนเกิดไฟไหม้ลุกลามบ้านเรือนที่อยู่ติดกันอย่างแออัด  จากนั้นเปลวไฟได้กระจายลุกลามติดไปยังแคมป์ 4 เผาผลาญอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณไหล่เขาพยา– ยามวิ่งขึ้นเขาหลบหนี  แต่ก็ไม่ทันจึงถูกไฟคลอกตายตามไหล่เขาเป็นจำนวนมาก  ส่วนที่มีผู้สงสัยว่าเกิดจาก ไฟป่าหรือสาเหตุอย่างอื่นนั้นขอยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอน

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ประชุมผ่านระบบประชุมทางไกลกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน จ.แม่ฮ่องสอน โดยสั่งการ บช.ภ. 5 บก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน บก.ตชด.ภาค 3 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 และ รพ.ตร. เข้าไปดูแลการปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านการสืบสวนสอบสวนในคดีการรักษาความปลอดภัย และการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี  ผู้ช่วย  ผบ.ตร.กำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวม ให้มีรอง ผบช.ภ.5 กำกับดูแลในระดับพื้นที่ โดยมี  พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง  ผบก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน บริหารเหตุการณ์ จัดระเบียบพื้นที่ จัดระบบการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล และประสานการปฏิบัติงานกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างใกล้ชิด โดยให้ บก.ตชด.ภาค 3  ดำเนินการด้านมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ รวมทั้งให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่จาก รพ.ตร. เข้าช่วยเหลือดูแลประชาชนในพื้นที่ โดยตั้งเป็นกองอำนวยการร่วมเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเร่งด่วน ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีผู้เสียชีวิต 36 คน ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 คน และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 96 คน

พล.ต.ท.จรัมพร  สุระมณี  ผู้ช่วย  ผบ.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มอบหมายให้เข้ามาดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับฝ่ายปกครองและทหารในพื้นที่ รวมทั้งตรวจหาข้อเท็จจริงของสาเหตุเพลิงไหม้ที่มีผู้เสียชีวิตจะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ได้นำแพทย์จากนิติเวช รพ.ตร. และ รพ.ดารารัศมี แพทย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมตรวจพิสูจน์ศพ โดยจะมีการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลบางศพที่ถูกไฟไหม้เกรียมจนสภาพร่างกายเปลี่ยนไปมากเพื่อให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล
ด้าน นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉิน  อาหาร  เครื่องมือแพทย์ ยาเวชภัณฑ์ จาก รพ.ปาย รพ.ศรีสังวาลย์ รพ.ขุนยวม รพ.แม่สะเรียง รพ.แม่ลาน้อย มูลนิธิสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน และรถจากหน่วยบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยทหารรวมกว่า 14 ทีมเข้าไปในที่เกิดเหตุเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยร่วมกับท้องถิ่นอย่างเต็มที่

ขณะที่ นพ.ไพศาล ธัญญาวนิชกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) แม่ฮ่องสอน เผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 45 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 100 กว่าราย และมีอาการบาดเจ็บต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล 6 ราย ใน รพ. 3 แห่ง ได้แก่ รพ.มหาราช จ.เชียงใหม่ 2 ราย อาการสาหัสคือนายปาทู อายุ 55 ปี ถูกไฟลวกประมาณร้อยละ 80 ของร่างกาย และ ด.ช.ชาเหน่ทู อายุ 13 ปี ถูกไฟลวกร้อยละ 90 ของร่างกาย แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ส่วนผู้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน 1 ราย ชื่อนายทูเง อายุ 22 ปี ถูกไฟลวกร้อยละ 18 ของร่างกาย และอยู่ที่ รพ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 3 ราย ถูกไฟลวกร่างกายประมาณร้อยละ 10

นพ.วิศิษฐ์ ตั้งนภากร ผู้ตรวจราชการ สธ. ประจำเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 1 กล่าวว่า ได้ให้ สสจ.จัดตั้งศูนย์บัญชาการจัดการภัยพิบัติด้านสุขภาพของจังหวัดที่ สสจ. เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและประเมินสภาพปัญหาที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะจากควันไฟที่เกิดจากเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงเพิ่มเติมจากปัญหาหมอกควันที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ รวมทั้งสั่งการให้พื้นที่ข้างเคียงเพิ่มการเฝ้าระวังผลกระทบจากควันไฟด้วย ซึ่งฝุ่นละอองจากควันไฟส่วนใหญ่จะทำให้เยื่อบุตาอักเสบและส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ได้รับรายงานว่าพื้นที่ที่ประสบควันไฟมีผู้ป่วยเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลต่างๆเพิ่มขึ้นจากปกติร้อยละ 5-10 แต่ยังไม่พบรายใดมีอาการรุนแรง

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย เผยว่า ได้สั่งการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระดมกำลังให้การช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย โดยจัดตั้งศูนย์อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จุดเกิดเหตุ พร้อมประสานองค์การระหว่างประเทศสำรวจความเสียหาย ให้การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยโดยด่วน นอกจากนี้ สั่งการให้ ผวจ.ภาคเหนือคุมเข้มการเผาหญ้าในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตร ริมทางและพื้นที่ป่า พร้อมใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาดกับผู้กระทำผิดที่ทำให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่นหรือเข้าไปในเขตป่าไม้ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองหมอกควัน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ปภ.ได้ตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว รวมทั้งร่วมสำรวจความเสียหายจากฝ่ายตำรวจ ฝ่ายท้องถิ่น และยูเอ็นเอชซีอาร์ ทั้งการเตรียมแผนนำผู้อพยพจากศูนย์ฯไปไว้ที่ใดก่อนในเบื้องต้น รวมถึงการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ขณะนี้ชุดล่วงหน้าของ ปภ.นำรถไฟส่องสว่าง รถผลิตน้ำดื่ม เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มจำเป็น และยาสามัญประจำบ้านไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และพร้อมประสานให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมหากมีความจำเป็นทันที ในส่วนของจังหวัดได้นำเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สิ่งของจำเป็น น้ำดื่ม ถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น และสนับสนุนเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็ก

นายชวน ศิรินันท์พร อธิบดีกรมการปกครองกล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการหุงหาอาหารแล้วบังเอิญเกิดลมพัดแรงทำให้ไฟติดกับเพิงพักที่ทำด้วยใบตองตึงซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงทำให้เกิดไฟไหม้ล้อมที่พักของผู้อพยพทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ปกติที่พักผู้ลี้ภัยจะมีความปลอดภัย และไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้มาก่อนตลอด 30 ปี ที่เปิดศูนย์พักพิง เหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นอุบัติเหตุ ขอยืนยันว่าศูนย์พักพิงที่กรมการปกครองดูแลอยู่ทั้ง 9 ศูนย์มีความปลอดภัย โดย 9 ศูนย์ประกอบด้วย จ.ราชบุรี 1 ศูนย์ จ.กาญจนบุรี 1 ศูนย์ จ.ตาก 3 ศูนย์ และ จ.แม่ฮ่องสอน 4 ศูนย์ รวมผู้พักพิงประมาณ 1 แสนคน เฉพาะศูนย์แม่สุรินมีผู้พักพิงประมาณ 3,000 คน กรมการปกครองพยายามดูแลเป็นอย่างดี เชื่อว่าในอนาคตหากการเมืองและเศรษฐกิจของสหภาพเมียนมาร์ดีขึ้นอาจรับคนของเขากลับไป และการดูแลผู้พักพิงตามศูนย์ต่างๆ น่าจะดีขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์
24 มีนาคม 2556, 09:00 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/334402
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 25, 2013, 10:19:45 AM »


ภาค5สรุปยอดผู้เสียชีวิตศูนย์อพยพฯ 35 ศพหญิง 15 ชาย 20


ผบช.ภาค 5 ยืนยัน เหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 35 คน ขณะที่สอบปากคำเจ้าของบ้านต้นเพลิง ระบุ ช่วงเกิดเหตุไม่ได้อยู่บ้านออกไปทำงาน มีเพียงลูกๆอยู่บ้าน จึงไม่ทราบว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นได้อย่างไร โดยทาง ตร.จะสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป...

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2556 พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้เดินทางเข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุศูนย์อพยพบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งมีการรวมประชุมกับ นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังนเรศวร, ผู้แทนสาธารณสุขแม่ฮ่องสอน , ผู้แทนองค์กร ยูเอ็นเอชซีอาร์(UNHCR) , ผู้แทนองค์กร TBC องค์การเอกชนผู้ก่อตั้งและ อุปการะศูนย์อพยพ ที่มี 8 ประเทศให้ความร่วมมือ , และผู้แทนกลุ่มผู้อพยพ โดยมีการสรุปสาระสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่

1 .ในศูนย์อพยพที่เกิดเหตุ มีผู้อพยพที่ลงทะเบียน จำนวน 1,700 คน แต่มีผู้อพยพอาศัย จำนวน 3,800 คน ที่อยู่อาศัยในศูนย์อพยศแบ่งออกเป็น 4 โซน ที่พักโซนที่ 1 เพลิงไหม้เสียหายเล็กน้อยมีผู้เสียชีวิต 1 คน โซนที่ 2,3 ไม่ได้รับความเสียหาย โซนที่ 4 ได้รับความเสียหายถูกเพลิงไหม้ทั้งหมด มีผู้เสียชีวิตจำนวน 35 คนบาดเจ็บสาหัส 4 คน ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 80 คน ขณะนี้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยจำนวน 2,300 คน โดยทาง จังหวัดแม่ฮ่องสอนรวมกับองค์กร TBCได้จัดเต้นที่พักชั่วคราวให้แล้ว

2.สำหรับผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นผู้ประสบภัย ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าดูแลด้านสุขภาพอนามัย รวมทั้งจัดนักจิตวิทยาเข้าไปบำรุงขวัญแก่ผู้ประสบภัยแล้ว

3.ด้านการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนได้คัดแยกศพและ ติดป้ายชื่อศพที่ญาติยืนยันแน่นอนไว้ส่วนหนึ่ง และ ส่วนศพที่ญาติยังไม่ยืนยันได้ก็ได้แยกไว้ส่วนหนึ่ง ซึ่งในขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์พสูจน์หลักฐาน 5 พร้อมทั้งแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เข้าไปร่วมชันสูตรศพแล้ว พร้อมคณะแพทย์โรงพยาบาลดารารัศมี จ.เชียงใหม่เข้าไปปฎิบัติหน้าที่ร่วม

4.สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเกิดจากไฟป่าลุกลามไปยังที่พักอาศัย หรือเกิดจากความประมาทของผู้อยู่อาศัย หรือเกิดจากการวางเพลิง ซึ่งจะต้องรอผลการพิสูจน์จาก พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร.และคณะที่เดินทางมาร่วมควบคุมสถานการณ์ในครั้งนี้

หลังจาก ประชุมกันแล้วทาง พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 ซึ่งเดินทางมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการควบคุมสั่งการการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ได้เปิดเผยว่าสำหรับยอดผู้เสียชีวิตในขณะนี้มีทั้งสิ้น จำนวน 35 คน เป็นชาย 20 คนหญิง 15 คน สำหรับบ้านต้นเพลิงในเบื้องต้นทางตำรวจได้นำตัวนานปาดู่ อายุประมาณ 40 ปี ที่เป็นบ้านต้นเพลิง มาทำการสอบสวน ทราบเพียงว่าในช่วงเกิดเหตุไม่ได้อยู่บ้านออกไปทำงาน มีเพียงลูกๆอยู่บ้าน จึงไม่ทราบว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นได้อย่างไร อย่างไรก็ตามสาเหตุที่แท้จริงก็จะทำการสอบสวนกันต่อไป แต่ในขณะนี้ยืนยันและสรุปแน่นอนแล้วว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมด 35 คน.

ไทยรัฐออนไลน์
24 มีนาคม 2556, 06:01 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/334396

บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 26, 2013, 11:43:08 AM »

ทรงช่วยกะเหรี่ยง

มอบ"ถุงยังชีพ" เด้งผกก.ขุนยวม


ฝังหมู่ - ชาวกะเหรี่ยงร่วมพิธีฝังศพ ผู้เสียชีวิต 37 ราย จากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงบ้านแม่สุริน อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือและบริจาคสิ่งของ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.

ปีติ "ในหลวง" โปรดเกล้าฯ พระราชทานถุงยังชีพช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงอพยพศูนย์พักพิงแม่สุริน จ.แม่ฮ่องสอน เหยื่อไฟไหม้ ด้านผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนเผยยูเอ็นเอชซีอาร์เตรียมปลูกสร้างใหม่ในสถานที่เดิม หลัง เจ้าหน้าที่ปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว คาดดำเนินการเสร็จภายใน 1 เดือน ส่วนศพเหยื่อเพลิงทำพิธีฝังแล้วท่ามกลางความโศกสลด ผบก.แม่ฮ่องสอนสั่งเด้งผกก.สภ.ขุนยวมไปช่วยราชการที่เชียงใหม่ 30 วัน หลังบกพร่องต่อหน้าที่



เมื่อวันที่ 25 มี.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นผู้แทนพระองค์เดินทางไปมอบถุงยังชีพพระราชทานช่วยเหลือผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบศูนย์พักพิงบ้านแม่สุริน ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุเพลิงไหม้ จำนวน 500 ชุด



นางนฤมลเปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานได้เร่งให้การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์พักพิงผู้อพยพจากภัยสู้รบบ้านแม่สุรินอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องอาหาร ถุงยังชีพ น้ำดื่ม ทั้งนี้ ผู้อพยพได้ร้องขอผู้ช่วยพยาบาลที่พูดภาษากะเหรี่ยงหรือภาษาถิ่นได้ ซึ่งได้ส่งผู้ช่วยพยาบาลจากศูนย์พักพิงผู้อพยพบ้านนายย่อย อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เข้าไปช่วย รวมถึงร้องขอจิตแพทย์ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้จัดส่งจิตแพทย์ที่พูดภาษาถิ่นได้ลงไปในพื้นที่จำนวน 3 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ได้ส่งทีมนักจิตวิทยาลงพื้นที่ไปช่วยฟื้นฟูจิตใจแล้วเช่นกัน



"การสื่อสารถือเป็นอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากผู้อพยพที่อาศัยอยู่พูดแต่ภาษากะเหรี่ยง แต่ทางยูเอ็นเอชซีอาร์มีผู้ประสานงานและล่ามแปลภาษาจำนวนหนึ่ง ทุกฝ่ายยังสามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ในส่วนของสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีของเด็กหญิงคนหนึ่ง ซึ่งพ่อแม่เสียชีวิตในกองเพลิง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ดูแลอยู่" นางนฤมลกล่าว และว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้นส่วนหนึ่งที่ได้มีการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้วก็มอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่จากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 37 ศพ พบว่าไม่มีญาติมาติดต่อและไม่สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้จำนวน 8-10 ศพ ซึ่งอาจจะเป็นการเสียชีวิตทั้งครอบครัว แต่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้ ส่วนศพก็ได้ฝังตามพิธีทางศาสนาคริสต์แล้ว



ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอนกล่าวว่า การก่อสร้างบ้านพักให้ผู้อพยพนั้นตอนนี้รอเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบพื้นที่ให้หลังจากพิสูจน์หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ และจากการหารือเบื้องต้นจะมีการก่อสร้างในพื้นที่เดิม แต่เฉพาะในส่วนพื้นที่ราบเท่านั้น ขณะนี้ก็ได้ร้องขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาปรับพื้นที่เตรียมความพร้อมแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะเสร็จ ในส่วนของยูเอ็นเอชซีอาร์และ ทีบีซีคณะกรรมการชายแดน ก็ได้จัดเตรียมไม้และใบตองตึงไว้แล้ว ผู้อพยพส่วนหนึ่งก็ให้อาศัยอยู่ในสนามฟุตบอลและในอาคารเรียนไปก่อน แต่ก็พบว่ามีบางครอบครัวได้มาสร้างที่พักอาศัยริมแม่น้ำ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องให้ย้ายออก เพราะเกรงว่าจะเป็นปัญหาเรื่องสุขอนามัย สำหรับอุปสรรคใหญ่ต่อการช่วยเหลือผู้ประสบภัยคือเส้นทางคมนาคมเข้าพื้นที่ศูนย์พักพิงตอนนี้ก็ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากสำนักงานที่ดินจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้ามาปรับพื้นที่เพื่อให้รถหกล้อเข้าพื้นที่ได้อย่างสะดวกแล้ว



นายชาญชัย ศรีเสถียร นอภ.ขุนยวม กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ ที่รอความช่วยเหลืออยู่จำนวนกว่า 2,300 คน ซึ่งได้อพยพออกมาปักหลักอยู่ห่างบริเวณแคมป์ที่เกิดเหตุไฟไหม้ประมาณ 500 เมตรเป็นการชั่วคราวแล้ว โดยยูเอ็นเอชซีอาร์สนับสนุนเต็นท์ 800 หลัง ผ้าห่ม 1,200 ผืน เสื้อผ้า 1,200 ตัว ซึ่งจะใช้งานได้ทันทีภายในวันเดียวกันนี้ ส่วนที่พักใหม่ที่จะก่อสร้างแทนที่ถูกไฟไหม้ โดยศูนย์พักพิงชั่วคราวจะดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนในพื้นที่เดิม



เมื่อเวลา 09.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 17 แม่ฮ่องสอน หรือ ฉก.ร.17 แม่ฮ่องสอน ช่วยนำศพผู้เสียชีวิต 36 ศพฝังบริเวณใกล้พื้นที่พักพิงตามประเพณีของชาวกะเหรี่ยง ท่ามกลางความเศร้าโศกและเสียงร่ำไห้ของญาติและผู้ประสบเหตุการณ์ โดยได้ขุดหลุมเป็นแนวยาวและได้นำศพทั้งหมด 36 ศพลงฝัง และยังคงค้างอีก 1 ศพที่ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ เป็นศพที่ 37 โดยจะจัดส่งมาทำพิธีฝังในวันต่อไป



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.แม่ฮ่องสอนได้มีคำสั่งย้ายพ.ต.อ. นิตินาถ วิทยาวุฑฒิกุล ผกก.สภ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ให้ไปช่วยราชการที่บก.ภ. เชียงใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค เป็นระยะเวลา 30 วัน เนื่องจากบกพร่องในหน้าที่ ซึ่งพ.ต.อ.นิตินาถได้เดินทางไปรายงานตัวแล้ว



สำหรับสาเหตุนั้นเนื่องจากคณะนายตำรวจติดตามพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร.ซึ่งเดินทางมายังจุดเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ในช่วงเย็น แต่พ.ต.อ.นิตินาถมาที่เกิดเหตุล่าช้ากว่าหน่วยงานอื่น แล้วยังมีอาการเมาสุรา เอะอะโวยวาย และยังพูดเล่นกับเพื่อนตำรวจด้วยกันอีก สร้างความไม่พอใจให้แก่พล.ต.ท. จรัมพรเป็นอย่างมาก ซึ่งพล.ต.ท.จรัมพรเห็นว่าเป็นช่วงนอกเวลาทำงาน จึงอนุโลม กระทั่งต่อมาช่วงเช้าวันที่ 24 มี.ค. พล.ต.ท.จรัมพรได้ไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งพร้อมคณะ แต่ปรากฏว่าพ.ต.อ.นิตินาถไม่ได้เดินทางมาด้วย พล.ต.ต.สมพงษ์จึงได้มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการดังกล่าว



นายโรเบิร์ต ทวย ประธานคณะกรรมการผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง ที่ดูแลผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนไทย-พม่า ได้แจ้งไปยังกรรมการพื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบที่มีผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู่ เช่น พื้นที่พักพิงการสู้รบบ้านแม่หละ ต.แม่หละ อ.ท่าสองยาง, บ้าน นุโพ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง, พื้นที่พักพิงผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบ้านอุ้มเปี้ยม ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ และพื้นที่พักพิงในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ให้แจ้งเตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่พักพิง เช่น ไฟป่าในฤดูแล้ง ที่อาจจะลุกลามไปยังพื้นที่พักพิง และให้ระมัดระวังการหุงต้มอาหารควรดับไฟให้สนิท หรือเฝ้าระวังตลอดในระหว่างการหุงต้ม และให้แต่ละพื้นที่มีเวรยามในการเฝ้าระวังอัคคีภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยผลัดเปลี่ยนเวรยามกัน พร้อมประสานกับทางการไทย และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ ในการป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดคิดด้วย



ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้สั่งการไปยังกองทัพภาคที่ 3 ให้จัดกำลังลงไปช่วยเหลือโดยด่วนและได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ ซึ่งได้ตั้งหน่วยบรรเทาภัยพิบัติแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม พร้อมทั้งจัดกำลังพลไปช่วยทำความสะอาด การจัดระเบียบ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพราะมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และถือเป็นบทเรียนในอนาคตว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก



พ.ต.ท.นพ.ติยะพงศ์ สาครเย็น รอง ผกก.ฝ่ายนิติเวช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติเวช ซึ่งเดินทางเข้าไปตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์ศพที่เสียชีวิต ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน บก.ภ.แม่ฮ่องสอน ได้ตรวจพบสารฟอสฟอรัสในตัวผู้เสียชีวิต ซากสัตว์เลี้ยง รวมถึงบริเวณพื้นดิน เศษซากอาคารที่ถูกเผาเป็นจำนวนมาก โดยเช้าวันเดียวกันนี้ พ.ต.ท.นพ.ติยะพงศ์ได้เดินทางเข้าไปเก็บตัวอย่างสารฟอสฟอรัสในศูนย์อพยพเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เก็บตัวอย่างในชิ้นเนื้อของศพผู้อพยพไปแล้วจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปตรวจสอบ



วันเดียวกัน นายอดิศร กำเนิดศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุรินส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนของผู้หลบภัยถูกเพลิงไหม้เสียหายเป็นจำนวนมากนั้น เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน จังหวัดเชียงใหม่จึงได้มอบหมายให้เหล่ากาชาดจังหวัด ร่วมกับสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของ เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัยดังกล่าว โดยเริ่มในเช้าวันเดียวกันนี้เป็นวันแรก ตั้งจุดรับบริจาคไว้ที่บริเวณด้านหน้าทางขึ้นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนที่มาทำธุระยังหน่วยราชการต่างๆ ภายในศาลากลางเริ่มนำเสื้อผ้า เครื่องนอน และของใช้มาร่วมบริจาคกันแล้ว จึงประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ที่หากมีจิตศรัทธาก็สามารถนำเงินและสิ่งของจำเป็นมาร่วมบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุไฟไหม้ศูนย์พักพิงผู้อพยพหนีภัยจากการสู้รบบ้านแม่สุริน ว่าได้รับรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยว่าการช่วยเหลือเป็นไปอย่างเรียบร้อย ได้มีการส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ อาทิ รถไฟส่องสว่าง รถเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ ส่วนเรื่องความเป็นอยู่ก็ได้ส่งเต็นท์นอน อุปกรณ์ยังชีพ และยารักษาโรคไปด้วย เบื้องต้นสถานการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือและช่วยเหลือแล้ว และในวันที่ 27 มี.ค. ตนอาจจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ หากพบว่ายังขาดเหลืออะไรจะได้ช่วยอีกทางหนึ่ง



นายประชากล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องสาเหตุยืนยันว่าเป็นอุบัติเหตุจากการหุงหาอาหาร ไม่ได้เกิดจากไฟป่าหรือการเผาไล่ที่ ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 26 มี.ค.จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ทั้งเรื่องการดูแลและการสร้างความปลอดภัยให้กับพื้นที่พักพิงชั่วคราวอื่นๆ ที่เหลืออยู่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNREkyTURNMU5nPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE15MHdNeTB5Tmc9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 22, 2013, 09:37:29 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 26, 2013, 12:03:13 PM »

สุดสลดไฟไหม้! "ศูนย์อพยพฯบ้านแม่สุรินทร์" เร่งสร้างจิตสำนึกประชาชนรักษ์ธรรมชาติ "หยุดเผาป่า"







สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนถึงขีดอันตราย ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน หรือค่า PM 10 เกินค่ามาตรฐานจาก 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ล่าสุดสูงถึง 428 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ถือว่าอันตรายสูงสุด แม้จะมีมาตรการเฉียบจับปรับผู้เผาป่า แต่ก็ไร้ผล พบไฟป่าจากการจุดเผาของประชาชนในพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ริมถนน บนยอดเขา เพิ่มสูงขึ้น ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะช่วงกลางคืนไม่มีเจ้าหน้าที่ขึ้นไปดับไฟ เนื่องจากเป็นภูเขาสูง ส่วนพื้นราบเจ้าหน้าที่ก็ไม่เพียงพอ ชาวบ้านบางพื้นที่นิ่งเฉยต่อมาตรการ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ขุนยวม,อ.แม่สะเรียง, อ.แม่ลาน้อย และ อ.สบเมย จุดไฟเผาป่ามากที่สุด

นายอมร ต่อเจริญ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า ได้รับนโยบายจาก นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายนิพนธ์ โชติบาล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้ดูแลปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ยังมีความน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ที่ขณะนี้สภาพหมอกควันปกคลุมหนาแน่น อีกทั้งยังถูกสภาพอากาศหนาวเย็นกดทับ จนหมอกควันไม่สามารถลอยสู่ชั้นบรรยากาศได้ ทำให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะวิกฤติสูงสุดของจังหวัด ซึ่งขณะนี้ได้ให้ นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า พร้อมด้วยหน่วยเสือไฟ จากพื้นที่ภาคกลางจำนวนกว่า 120 คน ลงพื้นที่ออกลาดตระเวนปูพรมปฏิบัติการดับไฟ และระดมรถน้ำดับเพลิง กว่า 10 คัน ออกปฏิบัติการดับไฟป่า และฉีดพ่นละอองน้ำ หากไม่เพียงพอ หรือยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะระดมหน่วยเสือไฟจากภาคใต้เข้ามาช่วยเหลือเป็นการด่วน

นายอมร กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สืบเนื่องจากในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ท้องฟ้าในตัวเมือง ซึ่งถูกอากาศหนาวเย็นกดทับ จนหมอกควันไม่สามารถลอยสู่ชั้นบรรยากาศได้ ตามถนนเส้นทางต่าง ๆ ถูกปกคลุมไปด้วยสายหมอกอย่างหนาแน่น ส่งผลให้ทัศนวิสัยการมองเห็นไม่ดีเท่าที่ควร เจ้าหน้าที่หน่วยเสือไฟต้องระดมฉีดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง และสาเหตุสำคัญที่ทำให้หมอกควันทวีความรุนแรงขึ้นก็มาจากกลุ่มควันไฟฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่ลอยข้ามมายังฝั่งไทยเนื่องจากมีการจุดไฟเผาในที่โล่ง ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองยวมใต้ เทศบาลแม่สะเรียง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่จึงได้ระดมนำรถดับเพลิงออกฉีดพ่นละอองน้ำ ชำระล้างหมอกควันทั่วทุกพื้นที่

นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผอ.ส่วนควบคุมไฟป่า กล่าวเสริมอีกว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟป่ามีอยู่สองส่วนด้วยกันคือ มาจากเกษตรกรที่มีการเผาตอซังเพื่อทำการเกษตร และอีกสาเหตุคือจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้วันนี้พื้นที่ที่อยู่ริมชายแดนอาจต้องได้รับผลกระทบ ส่วนพื้นที่ที่เกิดไฟป่ามีทั้งป่าอนุรักษ์, ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่การเกษตร รวมแล้ว กว่า 400 จุด ทำให้พื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วหลายพันไร่ พื้นที่ที่มีการจุดไฟเผาป่ามากที่สุดได้แก่ พื้นที่ อ.แม่สะเรียง, อ.แม่ลาน้อย, อ.ขุนยวม สาเหตุจากจุดไฟแล้วไม่มีการควบคุมทำให้ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนควบคุมไม่ได้ ก็มีหลายสาเหตุทั้งหาของป่า ทำการเกษตร รุกพื้นที่ มาตรการต่าง ๆ ที่จังหวัดสั่งการมาจะมาบูรณาการร่วมกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นแอ่งกระทะ ควันไฟจากการเผาป่าก็จะลอยวนอยู่ในตัวเมืองและรอบนอก เมื่อไม่มีลมพัด ควันไฟก็ไม่สามารถกระจายออกไปได้ สิ่งที่จะหยุดหมอกควันได้ คือ การหยุดเผาป่า ส่วนประชาชนหากพบสิ่งผิดปกติ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วน 1362 ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จากกรณีเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ศูนย์พักพิงผู้หนีจากการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่ทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ที่จัดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับชาวพม่าที่หนีภัยสงคราม เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย บาดเจ็บสาหัส 19 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 96 ราย บ้านเรือนเสียหายกว่า 400 หลัง มีผู้ได้รับความเดือดร้อนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 2,300 คน สำหรับสาเหตุของเพลิง สันนิษฐานว่าเกิดจากการหุงต้มทำและอาหารของชาวบ้าน ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ที่ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน หน้าเทศบาลตำบลขุนยวม และหน้าที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ โดย นางนฤมล ปาลวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ได้วางแนวทางในการช่วยเหลือไว้ 4 แนวทาง ด้านอาหารการกินได้มอบหมายให้หน่วยประกอบเลี้ยงเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลรับผิดชอบ ด้านที่อยู่อาศัยได้จัดให้ป๊อกที่เหลือ คือ ป๊อก 2 และ 3 รับผู้ประสบภัยไปดูแล ส่วนที่เหลือให้ไปพักอาศัยในเต็นท์ที่พักชั่วคราวกว่า 800 เต็นท์ที่ทางยูเอ็นเอสซีอาร์จัดไว้  ด้านการรักษาพยาบาล มีหน่วยงานไออาร์ซีรับผิดชอบ และทีมแพทย์จากสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ด้านการสืบสวนสอบสวน และตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เป็นหน้าที่ของตำรวจ

ล่าสุดทาง พลเอก สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้ส่งรถโมบายครัวเคลื่อนที่ และรถผลิตน้ำดื่มเพื่อประกอบอาหารเลี้ยงผู้ประสบภัย นอกจากนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังได้ตั้งศูนย์รับบริจาคผู้ประสบอัคคีภัย พื้นที่พักพิงอพยพชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบบ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน โดย บริจาคเงินผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาแม่ฮ่องสอน เลขที่บัญชี 508-0-256-109 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-5361-4313, 08-3082-3726

ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ทุกคนต้องมา “คิดใหม่ทำใหม่” ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่าเผา หรือทำลายธรรมชาติ อย่าคิดเพียงแค่เอาประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดถึงคนส่วนรวมเป็นหลัก ยิ่งเผากันมากเท่าไร ประเทศชาติก็ยิ่งบอบช้ำมากเท่านั้น.



เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2556 เวลา 00:00 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/thailand/192898
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3842


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 26, 2013, 12:16:46 PM »


มท.สรุปยอดผู้เสียชีวิตเหตุเพลิงไหม้ศูนย์พักพิงฯ 37 ราย


มท.รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ศูนย์อพยพฯบ้านแม่สุรินทร์ รวม 37 รายเป็นชาย 21 ราย หญิง 16 ราย เสียหาย 400 หลังคาเรือน คนไร้ที่อยู่อาศัย 2,300 คน มท.1 สั่งการตั้งศูนย์ช่วยเหลือในพื้นที่แล้ว...

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2556 ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้รายงานเหตุเพลิงไหม้พื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่สุรินทร์ จ.แม่ฮ่องสอน ระบุว่า มีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 37 ราย เป็นชาย 21 ราย หญิง 16 ราย สูญหาย 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 4 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 100 ราย ได้สำตัวส่งโรงพยาบาลขุนยวมและโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เพลิงไหม้เสียหาย 400 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบจากที่อยู่อาศัย 2,300 คน โรงเรียน 2 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง โรงทำขาเทียม 1 แห่ง คลังเก็บเสบียง 1 แห่ง โบสถ์ 2 แห่ง ร้านค้า 22 แห่ง หอพักนักเรียน 2 หลัง โรงเก็บถ่าน 1 แห่ง และหอกระจายข่าว 1 แห่ง

ส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้น ทางนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่จุดเกิดเหตุ โดยส่งชุดล่วงหน้าในจุดเกิดเหตุ พร้อมชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) เข้าพื้นที่พร้อมไฟส่องสว่าง รถผลิตน้ำดื่ม เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก ขณะเดียวกันยังประสานหน่วยงานอื่นทั้งทางจังหวัด ทหาร ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ และองค์กรเอชนอื่นๆ เข้าช่วยเหลือแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์
25 มีนาคม 2556, 04:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/pol/334555
บันทึกการเข้า

admin_demo
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583

"มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"


เว็บไซต์
| « ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 26, 2013, 03:12:55 PM »

ผู้การแม่ฮ่องสอนเผยรอผล พฐ.หาเหตุไฟไหม้



ผบก.แม่ฮ่องสอน เผยคืบเหตุเพลิงไหม้ค่ายอพยพขุนยวม ส่งศพให้ญาติแล้ว ส่วนสาเหตุ รอ พฐ.ชุด "จรัมพร" สรุปอีกครั้ง
 

 
พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้ ค่ายอพยพผู้ลี้ภัยสงครามที่บ้านแม่สุรินทร์ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บ้านเรือนถูกไฟไหม้วอดไปนับร้อยหลังคาเรือนนั้น ล่าสุด ผลสอบสวนของ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. ที่นำทีม พฐ. มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง ได้รวบรวมทพยานหลักฐานไปแล้ว และกลับไปตรวจพิสูจน์ที่ สตช. ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ซึ่งคงต้องรอผล พฐ. อย่างเดียว และไม่ทราบว่าสจะต้องใช้เวลาแค่ไหน
 
 
ส่วน ทาง ตร.ท้องที่ ได้ตั้งเต็นท์ในการรับแจ้งความเหตุเพลิงไหม้ให้กับผู้ลี้ภัย พร้อมกับให้กำลัง ตร. ดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่เกิดเหตุ ส่วนศพของผู้เสียชีวิต ได้ทยอยส่งให้ญาติไปเกือบหมดแล้ว และถือว่าในพื้นที่สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติแล้ว
 


ที่มา : http://news.voicetv.co.th/thailand/66205.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2013, 03:15:43 PM โดย admin_demo » บันทึกการเข้า

admin_demo
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583

"มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"


เว็บไซต์
| « ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 26, 2013, 03:17:41 PM »







ที่มาภาพ :   SKY Report CH3

https://www.facebook.com/pages/SKY-Report-CH3/118856201469804
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.124 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check