เตือนภัย "แก๊ง คอลเซ็นเตอร์"(Updated!ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-แก๊งสกิมเมอร์ ) -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มกราคม 21, 2017, 07:14:42 AM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดหมู่ทั่วไป
เรื่องทั่วไป

เตือนภัย "แก๊ง คอลเซ็นเตอร์"(Updated!ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-แก๊งสกิมเมอร์ )

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: 1 [2] ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: เตือนภัย "แก๊ง คอลเซ็นเตอร์"(Updated!ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-แก๊งสกิมเมอร์ )  (อ่าน 58296 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2013, 09:31:35 AM »

ขอความร่วมมือธนาคาร แปะสติ๊กเกอร์ตู้เอทีเอ็มแจ้งเตือน


ปปง. แจ้งเตือนภัยประชาชนถูกหลอกลวงหลายรูปแบบมากขึ้น ขอความร่วมมือแบงค์ แปะสติ๊กเกอร์แจ้งเตือน “ระวังจะเสียเงินฟรี” ที่ตู้เอทีเอ็มด้วย


เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า จากสถิติการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และแจ้งเบาะแส ของรับเรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส สายด่วนหมายเลข 1710 ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2556 จนถึงปัจจุบัน เรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเป็นอันดับ 1 ได้แก่ การฉ้อโกงประชาชน โดยรูปแบบและพฤติการณ์ที่ได้รับร้องเรียนมากที่สุด มี 2 รูปแบบ คือ 1.การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงาน ปปง. หรือ เลขาธิการ ปปง. แจ้งว่าผู้เสียหายมีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและจะต้องถูกดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินสำนักงาน ปปง. จึงต้องตรวจสอบเงินในบัญชี

หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องโอนเงินผ่านเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) หรือโอนผ่านเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) เพื่อตรวจพิสูจน์สารเสพติด และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยจะโอนเงินคืนกลับไปยังบัญชีผู้เสียหายในภายหลัง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายพยายามติดต่อกลับไปยังมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ จะไม่มีสัญญาณและติดต่อไม่ได้ ผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง 2.การติดต่อกับผู้เสียหายผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ เฟสบุ๊ค โดยมิจฉาชีพจะมีการสร้างประวัติส่วนตัว (Profile) ปลอมและอ้างว่าทำงานอยู่ต่างประเทศมาขอเป็นเพื่อน เมื่อผู้เสียหายไว้วางใจแล้ว มิจฉาชีพจะแจ้งความประสงค์ที่จะโอนเงินจำนวนมากเข้ามายังประเทศไทย จากนั้นจะหลอกให้ผู้เสียหายเปิดบัญชีเพื่อรับเงินผ่าน เช็คของธนาคาร ซึ่งจะอ้างต่อไปว่ามีเงินไม่เพียงพอในการเปิดบัญชี จึงขอยืมเงินจากผู้เสียหายในการเปิดบัญชี

หลังจากนั้นจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกคนหนึ่งติดต่อมายังผู้เสียหายและอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร และแจ้งหมายเลขบัญชีให้ผู้เสียหายโอนเงิน เมื่อโอนเงินเรียบร้อยแล้ว มิจฉาชีพจะขาดการติดต่อกับผู้เสียหายและลบข้อมูลประวัติส่วนตัว (Profile) บนสื่อออนไลน์ เพื่อมิให้ผู้เสียหายติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีกต่อไป ผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ดังนั้น สำนักงาน ปปง. จัดจึงทำสติ๊กเกอร์สีฟ้า ขนาด 7x7 เซนติเมตร ข้อความว่า “ระวังจะเสียเงินฟรี! อย่าหลงเชื่อคนร้ายโทรศัพท์หลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม หรือตู้รับฝากเงินสด ร้องเรียน สายด่วน ปปง. 1710” โดยขอความร่วมมือไปยังธนาคารต่างๆ ดำเนินการติดแผ่นสติ๊กเกอร์บริเวณเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) และเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) ทุกธนาคาร ทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อเป็นการป้องปรามและแจ้งเตือนประชาชนมิให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพและมิให้สูญเสียทรัพย์สินจากการหลอกลวง

เลขาธิการ ปปง. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพโดยเด็ดขาด ควรวางโทรศัพท์ทันทีไม่ควรพูดหรือเจรจาเพราะมิจฉาชีพจะมีวิธีพูดให้เหยื่อกลัวและไม่กล้าวางสาย และขอให้สื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้รับทราบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพจะพัฒนารูปแบบการหลอกลวงไปเรื่อย ๆ หากมีข้อสงสัยให้เปิดเว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. ที่www.amlo.go.th หรือโทรสายด่วน ปปง. 1710 เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรง ซึ่งบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง.จะมีการแจ้งเตือนประชาชนกรณีดังกล่าวด้วย ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากมีข้อสงสัยให้เปิดเว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. ที่ www.amlo.go.thหรือโทรสายด่วน ปปง. 1710 เพื่อสอบถามข้อมูลโดยตรง ซึ่งบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. จะมีการแจ้งเตือนประชาชนกรณีดังกล่าวด้วย


เดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ 22 พฤศจิกายน 2556 เวลา 20:51 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content.do?contentId=196859
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2014, 02:56:45 PM โดย admin_demo » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 09, 2014, 10:28:23 AM »

รายงานพิเศษ "คอลเซ็นเตอร์"ภัยร้ายใกล้ตัว

แม้จะมีการปราบปราม และเตือนภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านตามสื่อบ่อยครั้ง แต่ขบวนการอาชญากรรมกลุ่มนี้ ยังปรับเปลี่ยนเล่ห์กลในการต้มตุ๋นเหยื่อรายวัน เป็นอย่างไรเชิญติดตามจากรายงานพิเศษ ของ 'นิวทีวี'


<a href="http://www.youtube.com/watch?v=CT4Fe27tPO0" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=CT4Fe27tPO0</a>

เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคาร 8 เมษายน 2557 เวลา 19:15 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2014, 02:57:38 PM โดย admin_demo » บันทึกการเข้า

admin_demo
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583

"มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน"


เว็บไซต์
| « ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2014, 02:51:55 PM »

เลขาธิการ ปปง.แฉเหลี่ยมแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์




ปปง.เตือนระวังภัย แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนถูกูกหลอกเงินสูญกว่า60 ล้านบาท


วันที่ 16 พ.ค. พ.ต.อ.ดร. สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (เลขาธิการ ปปง.) กล่าวว่า ในปัจจุบันมีประชาชนได้ร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส สายด่วน ปปง. 1710 ตั้งแต่ปี 2555 เป็นจำนวนมากว่า ถูกแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงินในรูปแบบต่างๆ สูญเงินไปกว่า 60 ล้านบาท เนื่องจากขบวนการแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างมีระบบเหมือนกับหน่วยงานของทางราชการจริงๆ น่าเชื่อถือ แม้สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนทางสื่อประเภทต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ก็ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการหลอกลวงตลอดเวลาเช่นกัน

โดยสำนักงาน ปปง .สามารถตรวจสอบรูปแบบ การหลอกลวงให้โอนเงินของแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ อาทิ การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สานักงาน ปปง. หรือ เลขาธิการ ปปง.โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์หาผู้เสียหายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สานักงาน ปปง. หรือ เลขาธิการ ปปง. และแจ้งผู้เสียหายว่า มีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและจะต้องถูกดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินสำนักงาน ปปง . จึงต้องตรวจสอบเงินในบัญชี หากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ต้องโอนเงินผ่านเครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (ATM) หรือโอนผ่านเครื่องรับฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) เพื่อตรวจพิสูจน์สารเสพติด และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยจะโอนเงินคืนกลับไปยังบัญชีผู้เสียหายในภายหลัง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปเรียบร้อยแล้วผู้เสียหายพยายามติดต่อกลับไปยังมิจฉาชีพทางโทรศัพท์ก็จะไม่มีสัญญาณ และไม่สามารถติดต่อได้ หรือการหลอกลวงโดยอ้างว่าเป็นชาวต่างชาติที่ร่ำรวย ทำทีติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหายจนสนิทสนม และสร้างความไว้วางใจแล้วขอหมายเลขบัญชีจากนั้นจะหลอกให้โอนเงิน, บางรายปลอม SMS เพื่อหลอกให้โอนเงิน หรือปลอมเป็น SMS จากธนาคาร, การหลอกเป็นเพื่อนทางเฟสบุ๊คและจะส่งเงินมาให้, การแอบอ้างเป็นเลขาธิการ ปปง. หากต้องการ “พิสูจน์ตนเอง”และต้องการ “ช่วยราชการ” โอนเงินมาให้ตรวจพิสูจน์  โดยมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นเลขาธิการ ปปง. แจ้งผู้เสียหายว่ามีผู้แอบอ้างนำบัญชีเงินฝากของผู้เสียหายไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งผู้เสียหายจะต้องถูกดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สิน โดยสานักงาน ปปง., การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งประเทศไทยหลอก

พ.ต.อ.ดร. สีหนาท กล่าวต่อไปว่า จากรูปแบบและวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพดังกล่าวจะมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ประชาชนให้ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อ เนื่องจากไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะหลักการปฏิบัติตามข้อเท็จจริงหน่วยราชการ จะดำเนินการใดๆ ก็ตาม จะต้องมีหนังสือแจ้งให้ไปพบ ณ สถานที่ราชการ ในวัน เวลา ราชการเท่านั้น และหากผู้เสียหายได้มีการโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพแล้ว ห้ามทำลายสลิปการโอนเงินหรือห้ามฉีกโดยเด็ดขาดให้เก็บไว้ เป็นหลักฐานและส่งสำนักงาน ปปง.โดยด่วน เพื่อจะได้ติดตามร่องรอยบัญชีการโอนเงิน ซึ่งสานักงาน ปปง. สามารถทำการระงับการโอนเงินในบัญชีดังกล่าวคืนให้กับผู้เสียหายได้

นอกจากนี้ เลขาธิการ ปปง. ได้ย้ำเตือนประชาชนทุกคนว่า หากมีผู้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ เช่น ปปง. ตำรวจ เป็นต้น โดยอ้างว่ามีการใช้บัญชีธนาคารของประชาชนในการฟอกเงิน ซึ่งจะต้องถูกออกหมายจับกุมหรือถูกอายัดเงินในบัญชีนั้น ก็ขอให้ประชาชนทุกคนตั้งสติให้ดี อย่าได้หวาดกลัวและหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของคนร้ายอย่างเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง หรือหากพบว่ามีความผิดปกติ ก็ควรรีบวางสายโทรศัพท์ทันที ทั้งนี้ในส่วนของสานักงาน ปปง. ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-2193600 หรือ สายด่วน ปปง. โทร. 1710 ในวันและเวลาราชการ..
เดลินิวส์ออนไลน์
วันศุกร์ 16 พฤษภาคม 2557 เวลา 18:46 น.

ที่ใมา : http://www.dailynews.co.th/Content/crime/238011
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2014, 02:58:09 PM โดย admin_demo » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #18 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2015, 01:43:34 PM »

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเอาเงินชาวเกาหลี





 ตำรวจกองปราบ สนธิกำลัง สน.คลองตัน ตามรวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลี โทรศัพท์ข้ามประเทศไปหลอกเอาเงินเพื่อนร่วมชาติ พบหลักฐานสมุดบัญชีมีเงินหมุนเวียนหลายล้านวอน เร่งสอบความเสียหายทางการเงิน ดำเนินการตามกฎหมาย วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 เวลา 21:12 น. เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รรท.ผกก.ปพ. พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รองผกก.ปพ. ร.ต.อ.ปริญญา เอิบอาบ สว.กก.ปพ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สน.คลองตัน และ พ.ต.ท.ฤทธี ปานดำ รอง ผกก.ป. นำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 35/68 ชั้น 6 อาคารเอ คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ภายในซอยสุขุมวิท 42 แขวงพระโขนง เขตคอลงเตยเหนือ กทม. หลังได้รับแจ้งมีแกงค์คอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีเปิดห้องในคอนโดฯ ดังกล่าว ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 6 ชั้น ในห้องพักดังกล่าวพบ ชาวเกาหลี 7 คน ชาย 6 หญิง 1 ทราบชื่อ นายปาร์ค จี ฮุน อายุ 28 ปี นายคิม ยุน โด อายุ 30 ปี นายลี กวาง ซุน อายุ 31 ปี นายชอง โด วอน อายุ 33 ปี นายโน เชิง มุน อายุ 31 ปี นางสาวฮา ฮโอ นา อายุ 31 ปี นายจาง ชาง ยุก อายุ 24 ปี ทั้งหมดอยู่ในอาการตกใจเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ จากการตรวจค้น พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุค 8 โทรศัพท์ 7 เครื่อง สายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต เร้าเตอร์ 7 เครื่อง สมุดบัญชีมีเงินหมุนเวียนหลายล้านวอน จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ สน.คลองตัน จาการสอบสวนทราบว่า กลุ่มชาวเกาหลีดังกล่าว เดินทางเข้าออกภายในคอนโดฯแห่งนี้มาตั้งแต่ช่วงประมาณวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเช่าห้องพักเดือนละ 40,000 บาท ทางเจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจสอบความเคลื่อนไหว พบว่ามีความผิดปกติ ก่อนจะตรวจสอบพบว่า ชาวเกาหลีกลุ่มดังกล่าวมีพฤติการณ์เป็นแกงค์คอลเซ็นเตอร์ ใช้พื้นที่ประเทศไทยเป็นฐานในการก่อเหตุ ทำทีเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายที่ประเทศเกาหลี เพื่อหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร โดยมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เดลินิวส์ออนไลน์
รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเอาเงินชาวเกาหลี | เดลินิวส์
„วันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2558 เวลา 21:12 น.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/crime/330311
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/330311
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #19 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2016, 12:38:32 PM »


ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-แก๊งสกิมเมอร์

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=PcEEwHaXR8g" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=PcEEwHaXR8g</a>


จับผู้ต้องหาต่างชาติ ใช้จังหวัดเชียงใหม่เป็นฐานตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และแก๊งสกิมเมอร์...

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/videos/regional/000370
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 [2] ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.097 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check