"บอส" ลูกชายผู้บริหาร "กระทิงแดง" มอบตัว(Update!ขออังกฤษ-ส่งตัว ล่า”บอส” ศาลอนุมัติจับแล้ว!) -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 18, 2017, 06:31:01 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

"บอส" ลูกชายผู้บริหาร "กระทิงแดง" มอบตัว(Update!ขออังกฤษ-ส่งตัว ล่า”บอส” ศาลอนุมัติจับแล้ว!)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: "บอส" ลูกชายผู้บริหาร "กระทิงแดง" มอบตัว(Update!ขออังกฤษ-ส่งตัว ล่า”บอส” ศาลอนุมัติจับแล้ว!)  (อ่าน 356900 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 04:57:17 PM »

"บอส" ลูกชายผู้บริหาร "กระทิงแดง" มอบตัว-คดีซิ่งเฟอร์รารี่ชนตำรวจทองหล่อตายสยอง




 เมื่อเวลา 05.40 น.วันที่ 3 ก.ย. พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พงส. (สบ3) สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกรถชนเสียชีวิตระหว่าง ซอยสุขุมวิท47และ49 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

 ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 800/1 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. สภาพนอนหงายพื้นถนนเลนขวา สวมเครื่องแบบตำรวจ ที่น่องข้างซ้ายมีแผลฉีกขาดจนถึงกระดูก คอหัก และปืนประจำกายลูกโม่ขนาด .357 ของ ด.ต.วิเชียรหายไป ใกล้ศพยังพบป้ายทะเบียนรถจยย.ตราโล่ 51511 ตกอยู่ และที่หน้าปากซอยสุขุมวิท49 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 200 เมตร ยังพบรถจยย.ยี่ห้อไทเกอร์ สีเลือดหมู ของ ด.ต.วิเชียรล้มคว่ำอยู่ด้วย

 สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เห็นรถเก๋งคล้ายรถสปอร์ต สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับชนรถของ ด.ต.วิเชียร ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 47 รถล้มลงไปเกี่ยวอยู่ที่ใต้ท้องรถ แล้วรถเก๋งก็ขับลากทั้งคนทั้งรถไปกับพื้น จากนั้นรถคันดังกล่าวก็พยายามขับสะบัดไปมาจนทั้งรถและ ด.ต.วิเชียร กระเด็นหลุดไปคนละทิศละทาง แล้วรถคันดังกล่าวก็ขับหนีเข้ามาภายใน ซอยสุขุมวิท53 เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบก็พบว่าที่พื้นมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางยาวตั้งแต่ปาก ซอยสุขุมวิท53 จนเข้าไปในหน้าบ้านเลขที่ 9 โดยบ้านดังกล่าวเป็นตึกสูงประมาณ 6 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดประตูเหล็กแน่นหนา รอบบ้านเป็นกำแพงสูงเกือบ 3 เมตร ภายในตัวบ้านด้านซ้ายมีลานจอดรถและมีรถหรูจอดอยู่ประมาณ 5 คัน ส่วนด้านขวามือยังมีทางลงไปลานจอดรถด้านล่างอีก และมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางตามทางลงลานจอดรถชั้นใต้ดินด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังมาปิดล้อมบ้านดังกล่าวเอาไว้ แต่ รปภ.ของบ้านหลังดังกล่าวไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน โดยให้รออยู่แค่รอบนอกเท่านั้น จากนั้นไม่นานก็มีรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบีย ภฐ 1116 กทม. ภายในมีคนขับเป็นชายและคนนั่งหลังเป็นชายอีก 1 คน ขับออกมาจากบ้านดังกล่าว

 ต่อมาเวลา 07.10 น. พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ เดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวประมาณ 10 นาที จากนั้นออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บ้านดังกล่าวเป็นบ้านของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง แต่ยังไม่เจอตัวเจ้าของบ้าน รวมทั้งคนขับและรถคันก่อเหตุด้วย ซึ่งในบ้านมีที่จอดรถชั้นใต้ดินด้วยแต่เจ้าของยังไม่อนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบ จึงให้คนดูแลบ้าประสานกับเจ้าของบ้านให้อยู่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบเหตุรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยตอนเกิดเหตุ ด.ต.วิเชียรกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย หากเจอรถแล้วก็จะนำไปตรวจพิสูจน์ ส่วนคนขับจะตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วย และเบื้องต้นจะแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหลบหนี ส่วนเรื่องสวัสดิการจะดูแลทุกอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน

 จากนั้นเวลา 08.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว  ผบก.น.5 เดินทางมาที่บ้านดังกล่าวและเข้าไปตรวจสอบด้านในประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ท่าทีขึงขังว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่เจอตัวคนขับ ทุกอย่างไม่มีปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่แน่นอน ส่วนคนขับยังไม่เจอเชื่อว่ากำลังติดต่อทนายอยู่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ยังไงต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้เพราะตำรวจตายทั้งคน หลังจากนี้จะไปเตรียมกำลังมา 2 กองร้อย และขอหมายค้นเพื่อเข้าค้นบ้านหลังนี้ หากไม่ได้คนขับตัวจริงมาลงโทษจะขอลาออกทันที ทำให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหน้าพากันปรบมือดังลั่น ก่อนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะขึ้นรถกลับไปเตรียมกำลัง จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานก็เดินทางเข้าไปตรวจสอบด้านในบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถยกมาจอดรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอีกด้วย

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเวลา 09.00 น. ได้มีทนายความเดินทางเข้าไปในบ้านนายเฉลิม และรปภ.ของบ้านดังกล่าวยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้ว โดยรถคันก่อเหตุพบว่าเป็นรถยี่ห้อเฟอร์รารี่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ในช่องจอดรถที่กันชนหน้าด้านซ้ายแตก และกระจกหน้าฝั่งซ้ายแตกเป็นวงกว้างและยังมีเครื่องหมายของนายดาบของ ด.ต.วิเชียร ติดอยู่ที่กระจกอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบสมุดจดบันทึกของ รปภ.บ้านดังกล่าวพบว่า เมื่อเวลา 05.12 น. ได้มีการจดบันทึกไว้ว่า น้องบอส ขับรถออกไปจากบ้านอีกด้วย


 ล่าสุด เวลาประมาณ 10.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บุคคลที่ขับรถเฟอร์รารี่ชนตำรวจสายตรวจได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แล้ว ทราบชื่อ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เป็นบุตรชายของนายเฉลิม อยู่วิทยา ซึ่งเบื้องต้นส่งตัวไปสอบปากคำที่สน.ทองหล่อ

 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ  เปิดเผยว่าเบื้องต้นนายวรยุทธ หรือ บอส ผู้ขับรถ อ้างว่าขับรถออกมาวอร์มบริเวณในซอยหน้าบ้าน และไม่ได้ดื่มสุรา  ช่วงเกิดเหตุไม่ทันเห็นด.ต.วิเชียร ส่วนกรณีขับหลบหนีอยู่ระหว่างสอบสวน ขณะที่ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการไว้ก่อน เนื่องจากนำตัวบุคคลอื่นออกมารับแทน ว่าเป็นผู้ขับขี่ ส่วนบุคคลผู้ที่ออกมารับแทนเป็นคนขับรถในบ้าน ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีด้วย


ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 12:02 น.

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME5qWXpOREkyTlE9PQ==&catid=01
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2017, 10:28:15 AM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 05:00:01 PM »

เก๋งสปอร์ตซิ่งชน ดต.สน.ท่องหล่อ ลากยาว200ม. ดับคาที





รถเก๋งสปอร์ต พุ่งชน จยย.ตร.ปากซอยสุขุมวิท47 ลากยาวร่วม 200 เมตรเสียชีวิตคาที่ แกะรอยคราบน้ำมันไหลเป็นทางเข้าไปในบ้านหรูทายาทกระทิงแดง ตร.เจรจาขอให้มอบตัวด่วน
วันนี้ ( 3 ก.ย.55 ) เวลา05.30 น. เกิดเหตุรถเก๋งสปอร์ต พุ่งชนรถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณปากซอยสุขุมวิท47 ถ.สุขุมวิทขาออก แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา มีรอยถูกลากยาวไปกว่า 200 เมตร จนมาถึงปากซอยทองหล่อ 49  สภาพศพนอนหงาย เลือดอาบ เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ

หลังเจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุ พบรอยน้ำมันหยดเป็นทางยาวเรื่อยไป จนเข้าซอยทองหล่อ 53 และเลี้ยวเข้าไปในบ้านเลขที่ 9 ซึ่งเป็นของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้บริหาร บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำกำลังไปปิดล้อมบริเวณหน้าบ้าน พร้อมเตรียมประสานให้เจ้าของบ้าน นำตัวคนขับรถออกมามอบตัว
เมื่อเวลา 10.30 น. ลูกชายคนเล็ก ของ 'เฉลิม อยู่วิทยา' ผู้บริหารกระทิงแดง มอบตัวสู้คดีขับรถเฟอร์รารี่ สีบรอนซ์เทา ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิต
นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งย้าย พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ช่วยราชการหลังนำแพะมอบตัว

ที่มา :  http://news.springnewstv.tv/18354
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2016, 04:52:16 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 05:04:39 PM »

ทายาทเจ้าสัวกระทิงแดงมอบตัว ซิ่งสปอร์ตหรูชนสายตรวจดับ





ทนายประจำตระกูล"อยู่วิทยา"พาทายาทเจ้าสัวกระทิงแดง "บอส-วรยุทธ"เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว หลังซิ่งสปอร์ตชนตร.ทองหล่อ คุมตัวไปโรงพักปิดห้องสอบเครียด

หลังจากมีรถเก๋งสปอร์ตหรูซิ่งชนจยย.สายตรวจสน.ทองหล่อ จนทำให้ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งาน (ป.) สน.ทองหล่อ เสียชีวิตคาเครื่องแบบ ก่อนที่รถเก๋งคันดังกล่าวจะวิ่งหนีเข้าไปในคฤหาสน์เลขที่ 9 ซอยท่องหล่อ 53 ซึ่งเป็นบ้านของ "เฉลียว อยู่วิทยา" เจ้าพ่อกระทิงแดง ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ได้นำกองกำลังตำรวจ 2 กองร้อยหรือราวประมาณ 300 นายมาปิดล้อมคฤหาสน์หลังดังกล่าว พร้อมกับประกาศลั่นถ้าจับคนขับรถไม่ได้จะขอลาออกทันที พร้อมกับเตรียมให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถเก๋งคันก่อเหตุเป็นรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ รุ่นพินอินฟาริน่า  สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร (ซึ่งถูกถอดออกหลังเกิดเหตุ) โดยมีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ลูกชายคนสุดท้องของนายเฉลิม-ดารณี อยู่วิทยา เป็นหนุ่มนักเรียนนอกจบการศึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ จากเซนต์มาร์ติน ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งหลังเกิดเหตุทางทนายความประจำตระกูลได้รีบเดินทางมาที่คฤหาสน์ของเจ้า พ่อกระทิงแดงทันที จากนั้นเวลา 10.00 น. ทนายความได้แนะนำให้นายวรยุทธออกมามอบตัวกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ก่อนที่จะเดินทางนำตัวไปสอบปากคำที่ สน.ทองหล่อ โดยปิดห้องสอบไม่อนุญาตให้สื่อเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด.



เดลินิวส์ออนไลน์
วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2555 เวลา 10:38 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/153092
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 05:11:37 PM »

ลูกชายบิ๊กกระทิงแดง อ้าง ตร.ขับปาดหน้าจึงหักหลบไม่ทัน





ลูกชายบิ๊กกระทิงแดง ให้การอ้าง ตำรวจ สน.ทองหล่อที่เสียชีวิต ขับปาดหน้า จึงหักหลบไม่ทัน ตร.ตั้งวงเงินประกัน 5 แสนบาท และไม่คัดค้านการประกันตัว เตรียมส่งตัววัดปริมาณแอลกอฮอล์...

 

พล.ต.ต. อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้า การสอบสวน นายวรยุทธ อยู่วิทยา บุตรชายคนเล็กของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง คนขับรถเฟอร์รารี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญญ111 กทม. ที่ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าได้ก่อเหตุชนจริง แต่รถของผู้ตายขับปาดหน้าจึงหักหลบไม่ทัน เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมตั้งวงเงินประกัน 5 แสนบาท แต่ไม่คัดค้านการประกันตัว โดยให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัว หรือไม่

 

อย่าง ไรก็ตาม หลังสอบปากคำแล้ว จะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกาย วัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ รพ.ตำรวจ ก่อนจะพิจารณาว่าจะมีการตั้งข้อหาเมาแล้วขับหรือไม่



ส่วน พ่อบ้านดูแลรถ ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ขับรถคันเกิดเหตุ แต่จากการสอบปากคำ และตรวจร่างกายเบื้องต้น ไม่ปรากฏบาดแผล และร่องรอยจากการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งไม่สามารถให้รายละเอียดเหตุการณ์ได้ จึงเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนจะนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป

 
ไทยรัฐออนไลน์
3 กันยายน 2555, 14:44 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/288301
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 03, 2012, 05:16:04 PM »


'วรยุทธ'ได้ประกันตัววงเงิน5แสน ทนายยันไม่เมา รับผิดชอบทุกอย่าง



ทนายความยื่นเงินสด 5 แสนบาทประกันตัว "วรยุทธ" แล้ว ยืนยันไม่เมา ไม่หนี พร้อมรับผิดชอบไม่ว่าคดีจะผิดหรือถูก เตรียมส่งตัวแทนร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ ดาบตำรวจ ทองหล่อ ขณะกรณี "แพะ" ยืนยันครอบครัวไม่ทราบเรื่อง...

ความคืบหน้าล่าสุดการสอบปากคำนาย วรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ก่อเหตุขับรถชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต หลังผ่านการสอบปากคำนานกว่า 4 ชม. ล่าสุดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา นายวรยุทธได้เดินออกจากห้องพนักงานสอบสวนแล้ว และตรงขึ้นรถออกไปจากสน. โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่าจะนำไปตรวจวัดหาแอลกอฮอล์ และตรวจร่างกายตามขั้นตอนการสอบสวนที่โรงพยาบาล โดยจากการสังเกตพบว่านายวรยุทธ มีสีหน้าที่เคร่งเครียด และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ด้าน นายสมัคร เชาวภานนท์ ทนายความนายวรยุทธ เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ได้ยื่นเรื่องขอประกันตัวนายวรยุทธ และได้รับการประกันแล้ว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 5 แสนบาท ซึ่งจากนี้จะต้องขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะเรียกมาให้ปากคำเพิ่มเติม หรือนัดมารายงานตัวอีกครั้งเมื่อใด โดยนายสมัคร ยืนยันว่าหลังเกิดเหตุนายวรยุทธลูกความ ไม่ได้หลบหนี และไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่สาเหตุที่ขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากตกใจกลัวและต้องไปปรึกษาผู้ปกครอง แต่อย่างไรก็ตาม ยินดีที่จะชดใช้ค่าเสียหายและรับผิดชอบต่อญาติและผู้เสียชีวิตทุกอย่างไม่ ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งในทางคดีต้องว่าไปตามพนักงานสอบสวนจะดำเนินการ นอกจากนี้ก็จะเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพผู้เสียชีวิตให้ทุกคืน โดยจะมีตัวแทนจากครอบครัวเดินทางไปร่วมงานศพด้วย แต่สำหรับนายวรยุทธนั้น คงไม่ได้เดินทางไปร่วมงาน เนื่องจากยังตื่นตระหนกกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน คงใช้เวลาอีกระยะก่อนที่จะทำอะไรต่อไป ขณะที่เรื่องพ่อบ้านที่ออกมารับผิดแทนนั้น ยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องและไม่ได้มีการส่งใครมามอบตัวแทน.

 
ไทยรัฐออนไลน์
3 กันยายน 2555, 16:42 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/288348
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 09:20:33 AM »

เจ้าสัวไหว้ศพ-ขอโทษ ตร.เหยื่อ ลูกกระทิงแดงซิ่ง

ทายาท"เฉลิม อยู่วทยา" เฟอร์รารี่ขยี้-ลาก200ม. อ้างตกใจ-หนีเข้าบ้าน ยื่น5แสนได้ประกันตัว ญาติโวยไม่จอดรถช่วย



รถมรณะ - ตำรวจย้ายรถเฟอร์รารี่ออกจากบ้านนายเฉลิม อยู่วิทยา มหาเศรษฐีกระทิงแดง ในซอยสุขุมวิท 53 ไปตรวจสอบ หลังพบว่านายวรยุทธ (รูปเล็ก) ลูกชายเอาไปขับจนชนตำรวจทองหล่อเสียชีวิต เมื่อ 3 ก.ย.

ลูก ชาย"เฉลิม อยู่วิทยา"ทายาทเจ้าสัวกระทิงแดง ซิ่งเฟอร์ รารี่ขยี้ตร.สยองสุขุมวิท ลากศพไปไกลกว่า 200 เมตรขับหนีเข้าบ้าน ผบช.น."คำรณวิทย์"ต้องนำหมายศาลเข้าค้นเองจนยอมมอบตัว อ้างไม่ได้ตั้งใจ เหตุหลบเข้าบ้านเพราะตกใจเลยรีบมาปรึกษาผู้ใหญ่ ตร.ตั้งข้อหาขับรถประมาทแล้วหลบหนี ยึดรถเก๋งสปอร์ตตรวจ พร้อมส่งตัวตรวจแอลกอฮอล์ ก่อนให้ประกันวงเงิน 5 แสน พ่อรุดงานศพยกมือไหว้ครอบครัวเหยื่อ ขอโทษแทนลูก ขอรับผิดชอบทุกอย่าง ขณะที่ญาติๆ รุมโวยชนแล้วหนีทำไม



เมื่อเวลา 05.40 น.วันที่ 3 ก.ย. พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พงส.(สบ 3) สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกรถชนเสียชีวิตช่วงระหว่างซอยสุขุมวิท 47 กับสุขุมวิท 49 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง



ที่ เกิดเหตุพบศพด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 48 ปี ผบ.หมู่ป. สน.ทองหล่อ อยู่บ้านเลขที่ 800/1 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. สภาพสวมเครื่องแบบตำรวจ นอนหงายบนถนนเลนขวา น่องซ้ายมีแผลฉีกขาดจนถึงกระดูก คอหัก ส่วนปืนประจำกายลูกโม่ .357 หายไป ใกล้ศพพบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ ตราโล่ 51511 ตกอยู่ ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร บริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 49 พบรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ สีเลือดหมู ของด.ต.วิเชียรล้มคว่ำในสภาพพังยับเยิน



สอบสวนผู้เห็น เหตุการณ์เบื้องต้นทราบว่า เห็นรถเก๋งคล้ายรถสปอร์ต สีเข้ม จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับชนรถจักรยานยนต์ของด.ต.วิเชียร ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 47 รถจักรยานยนต์ล้มเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถเก๋งสปอร์ต แล้วรถเก๋งก็ขับลากทั้งคนทั้งรถไปกับพื้นถนนจากนั้นรถเก๋งสะบัดไปมาจนรถและ ร่าง ด.ต.วิเชียรกระเด็นหลุดไปคนละทิศละทาง ก่อนที่รถเก๋งจะขับหนีเข้าไปในซอยสุขุมวิท 53



จากนั้นเจ้า หน้าที่กระจายกำลังตรวจสอบพบว่าบนพื้นถนนมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางยาว ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 53 เข้าไปในบริเวณบ้านเลขที่ 9 โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นตึกสูง 6 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดประตูเหล็กแน่นหนา รอบบ้านเป็นกำแพงสูงเกือบ 3 เมตร ตัวบ้านด้านซ้ายบริเวณลานจอดรถมีรถยี่ห้อหรูราคาแพงจอดอยู่ 5 คัน ส่วนด้านขวาของตัวบ้านมีทางลงไปลานจอดรถด้านล่างลักษณะเหมือนชั้นใต้ดิน มีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางตามลงไปลานจอดรถชั้นใต้ดินด้วย



เจ้า หน้าที่จึงปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวเอาไว้ ขณะที่รปภ.ของบ้านไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน แจ้งให้รออยู่แค่รอบนอกเท่านั้น จากนั้นไม่นานมีรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภฐ 1116 กทม. คนขับเป็นผู้ชาย มีผู้ชายนั่งเบาะหลัง 1 คนออกมาจากบ้านดังกล่าว



ต่อมาเวลา 07.10 น. พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบก.น.5 พร้อมด้วยพ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ เดินทางเข้าไปภายในบ้านหลังดังกล่าวประมาณ 10 นาที ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของนายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง แต่ยังไม่เจอตัวเจ้าของบ้าน รวมทั้งคนขับและรถคันก่อเหตุด้วย ซึ่งในบ้านมีที่จอดรถชั้นใต้ดินด้วย แต่เจ้าของยังไม่อนุญาตให้ตรวจสอบ จึงให้คนดูแลบ้านประสานเจ้าของบ้านขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ เหตุรถชนตำรวจเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ หากเจอรถแล้วจะนำไปตรวจพิสูจน์ ส่วนคนขับจะตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วย เบื้องต้นจะแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหลบหนี ส่วนเรื่องสวัสดิการของตำรวจผู้เสียชีวิตจะดูแลอย่างเต็มที่



เวลา 08.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 เดินทางมาที่บ้านและเข้าไปตรวจสอบด้านในประมาณ 1 ช.ม. จากนั้นพล.ต.ท.คำรณวิทย์ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่เจอตัวคนขับ ทุกอย่างไม่มีปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่แน่นอน ส่วนคนขับเชื่อว่ากำลังติดต่อทนายอยู่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ยังไงต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้เพราะตำรวจตายทั้งคน หลังจากนี้จะไปเตรียมกำลังมา 2 กองร้อย และขอหมายค้นเพื่อเข้าค้นบ้านหลังนี้ หากไม่ได้คนขับตัวจริงมาลงโทษจะขอลาออกทันที เมื่อพูดถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหน้าพากันปรบมือดังลั่น ก่อนที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะขึ้นรถกลับไปเตรียมกำลัง จากนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)เข้าไปตรวจสอบด้านในบ้าน โดยเจ้าหน้าที่นำรถยกมาจอดรอที่หน้าประตูทางเข้าด้วย



เวลา 09.00 น. ทนายความเดินทางเข้าไปในบ้านนายเฉลิม ขณะที่รปภ.ของบ้านอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบลานจอดรถชั้นใต้ดิน พบรถคันก่อเหตุยี่ห้อเฟอร์รารี่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ในช่องจอดรถ สภาพกันชนหน้าด้านซ้ายแตก กระจกหน้าฝั่งซ้ายแตกเป็นวงกว้างมีเครื่องหมายนายดาบของด.ต.วิเชียรติดอยู่ ที่กระจกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ตรวจสอบสมุดจดบันทึกของรปภ.ประจำบ้าน พบว่า เมื่อเวลา 05.12 น.มีการจดบันทึกไว้ว่า น้องบอส ขับรถออกไปจากบ้าน



ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์พร้อมด้วยพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น. พล.ต.ต.กฤษฏิ์ ผบก.น.5 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พฐ. นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว และสั่งการเจ้าหน้าที่ปจ.บก.น.5 จำนวน 2 กองร้อย ตรึงกำลังบริเวณประตูทางเข้าบ้านเพื่อกดดันให้คนขับรถมอบตัว



ผบช.น.กล่าว อย่างมีอารมณ์ว่า หลังเกิดเหตุมีสวป.สน.ทองหล่อคนหนึ่งที่รู้จักสนิทสนมกับคนในบ้านหลังนี้ เข้าไปนำคนในบ้านขึ้นรถพาไปมอบตัวที่สน.ทองหล่อ แต่ไม่ใช่คนขับรถตัวจริง เพราะอ้างแต่ว่าเป็นคนขับรถคันก่อเหตุ นอกนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย จึงต้องดำเนินคคีข้อหาให้การเท็จ และตนเซ็นคำสั่งให้สวป.ไปช่วยราชการอย่างไม่มีกำหนด ไม่ต้องมาสัมผัสใกล้ชิดกับประชาชนแล้ว คดีนี้ตำรวจเสียชีวิต แต่ยังไปเข้าข้างผู้ต้องหา


ภาย หลังเข้าตรวจค้นบ้านประมาณ 20 นาที นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส อายุ 27 ปี จึงยอมมอบตัวกับตำรวจ โดยเจ้าตัวเดินออกมาจากบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน เสื้อโปโลสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์สีดำ เจ้าหน้าที่รับนำตัวขึ้นรถไปสอบสวนที่สน.ทองหล่อทันที เมื่อมาถึงสน. นายวรยุทธมีอาการเดินเซเล็กน้อย เจ้าหน้าที่รีบนำเข้าไปสอบปากคำภายในห้องทำงานของผกก.ทันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ



ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ นำรถยกเข้าไปยกรถเก๋งสปอร์ต 2 ประตู ยี่ห้อเฟอร์รารี่ รุ่น พินินฟาริน่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ-1111 กทม. สภาพกระจกหน้าแตก กันชนหน้าแตกยุบ ถุงลมนิรภัยแตก ออกจากบ้านมาเก็บไว้ที่สน.ทองหล่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่พฐ.ตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และเก็บดีเอ็นเอโดยรอบคัน พร้อมนำรถจักรยานยนต์ของด.ต.ผู้เสียชีวิตมาตรวจสอบด้วย



สำหรับสวป.สน.ทองหล่อ ที่ผบช.น.สั่งย้ายไปช่วยราชการคือ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง ส่วนชายที่รับผิดแทนนายวรยุทธคือ นายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี ทำหน้าที่พ่อบ้านดูแลรถทุกคันและ สตาร์ตรถเพื่ออุ่นเครื่องก่อนให้เจ้านายนำออกไปขับ ซึ่งตอนแรกอ้างว่าเป็นคนขับรถสปอร์ตคันก่อเหตุ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยคาดเข็มขัดนิรภัยและร่องรอยที่ถูกแรงอัด กระแทกของถุงลมนิรภัยกลับไม่พบแต่อย่างใด สุดท้ายเจ้าตัวจำนนด้วยหลักฐานจึงยอมสารภาพว่าไม่ใช่คนขับรถที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีข้อหาให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงาน



พ.ต.อ.ชุม พล ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาว่า เบื้องต้นนายวรยุทธ หรือบอส ผู้ขับรถ อ้างว่าขับรถเฟอร์รารี่ออกมาวอร์มในซอยหน้าบ้าน แต่ไม่ได้ดื่มสุรา ช่วงเกิดเหตุไม่ทันเห็นด.ต.วิเชียร ส่วนกรณีขับหลบหนีอยู่ระหว่างสอบสวน ขณะที่ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการบช.น. เนื่องจากนำตัวบุคคลอื่นออกมารับแทนว่าเป็นผู้ขับขี่ สำหรับผู้ที่ออกมารับแทนเป็นคนขับรถในบ้าน ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีด้วย



ทาง ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่บช.น.ว่า เบื้องต้นมีคำสั่งให้พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ มาช่วยราชการที่บช.น.เป็นเวลา 30 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สาเหตุที่ต้องให้เข้ามาช่วยราชการเพราะเอาคนขับรถในบ้านของลูกชายเจ้าสัว กระทิงแดงมาสวมรอยมอบตัว ขณะที่คนขับรถชนตำรวจตัวจริงยังลอยนวลอยู่ เหตุที่ตนไม่พอใจเพราะไปเอาตัวปลอมมามอบตัว ตนทราบดีว่าสวป.คนนี้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้กับบ้านเจ้าสัวกระทิงแดง แต่ทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้ คดีนี้มอบหมายพล.ต.ต. อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนแล้ว



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างให้สัมภาษณ์พล.ต.ท.คำรณวิทย์แสดงอาการไม่พอใจสวป.สน.ทองหล่ออย่างมาก ถึงกับขนาดเอ่ยปากว่าอาจจะให้ช่วยราชการอย่างไม่มีกำหนด



ขณะ ที่พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ดูแลงานกฎหมายและสอบสวน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผบช.น.สั่งการให้มาดูสำนวนคดี และไปรับมอบตัวนายวรยุทธ อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เฟอร์รารี่ ทะเบียน ยย 1111 กรุงเทพฯ ชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สายตรวจสน.ทองหล่อ ขณะปฏิบัติหน้าที่จนเสียชีวิต และหลบหนีโดยไม่แจ้งเหตุ



พล.ต.ต. อนุชัยกล่าวอีกว่า หลังจากผบช.น.นำกำลังไปเจรจาที่บ้าน ผู้ต้องหาก็ขอมอบตัว จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ดำเนินคดี โดยแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีโดยไม่แจ้งเหตุ หลังจากสอบปากคำแล้วจะนำตัวไปตรวจร่างกายที่ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ สำหรับนายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้านดูแลรถ ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้ขับรถคันเกิดเหตุ ผบช.น.สั่งการให้ดำเนินคดีข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป



"สำหรับพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ สวป.สน.ทองหล่อ ผบช.น.สั่งการให้มาช่วยราชการเป็นเวลา 30 วัน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่านายสุเวศอ้างตัวเป็นคนขับรถชนด.ต.วิเชียร ทางพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณจึงนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อว่าพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ รู้เห็นด้วยหรือไม่ แต่ทั้งนี้มีหลักฐานบ่งชี้ภายหลังว่านายสุเวศไม่ใช่คนขับรถตัวจริง ทั้งร่องรอยบาดแผลตามร่างกายที่ได้รับการกระแทกจากการขับรถชน หรือการเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสมุดบันทึกการเข้าออกบ้านที่รปภ.บันทึกเอาไว้ ระบุว่านายวรยุทธ เป็นคนขับรถออกไป อย่างไรก็ตามสอบสวนเบื้องต้นนายวรยุทธให้การภาคเสธ คือยอมรับว่าชนแต่ไม่บอกว่าขับมาเร็วแค่ไหน และเห็นด.ต.วิเชียรขับรถมาหรือไม่ เหตุใดจึงหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวน? รองผบช.น. กล่าว



พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวต่อว่า ปกติแล้วด.ต.วิเชียรจะออกตรวจพื้นที่ร่วมกับสวป. แต่ขณะนั้นกำลังไม่พอ จึงกระจายกำลังกันออกประจำตามจุดต่างๆ ซึ่งบริเวณที่ด.ต.วิเชียรประจำอยู่นั้น มักเกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์บ่อย ขณะเกิดเหตุได้ขับรถวนตรวจตราและกำลังจะถอนออกจากจุดที่ประจำอยู่ แต่ก็ถูกชนเสียก่อน สำหรับทางคดีไม่น่ามีปัญหา เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนรถยนต์ก็ได้ยึดไว้ตรวจสอบแล้ว เนื่องจากพบเครื่องหมายนายดาบของด.ต.วิเชียรติดอยู่กับตัวถังรถ กระจกร้าวเป็นวงกว้าง และพบด้วยว่าถุงลมนิรภัยของรถก็ทำงาน ทั้งนี้สั่งการให้พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุระหว่างซอยสุขุมวิท 47-49 ร่วมกับเจ้าหน้าที่(พฐ.)อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหาเป็นดุลพินิจของพ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ คาดว่าน่าจะใช้เงินสดประมาณ 5 แสนบาท



"สำ หรับด.ต.วิเชียรทราบว่ามีภรรยาแต่เลิกกัน มีพี่ชายคนเดียว บิดามารดาเสียชีวิตแล้ว เป็นคนตั้งใจขยันทำงาน เบื้องต้นจะได้รับเงินสวัสดิการช่วยเหลือทั้งของบช.น. และตร. เป็นจำนวน 516,920 บาท และจะได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน 5 ขั้น 4 ชั้นยศ เป็นพ.ต.ต. ศพจะมีพิธีรดน้ำที่วัดธาตุทอง วันนี้เวลาประมาณ 17.00 น.? รองผบช.น.กล่าว



พล.ต.ต. อนุชัย กล่าวว่า ประเด็นที่ว่าผู้ต้องหามึนเมาสุราหรือไม่นั้น จากการพูดคุยเบื้องต้นก็ยังพูดจารู้เรื่อง แต่จะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ร.พ.ตำรวจว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย หรือไม่



ต่อมาน.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของด.ต.วิเชียร เดินทางมาที่สน.ทองหล่อ ด้วยสภาพโศกเศร้า ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับด.ต.วิเชียร เมื่อปี 2547 และเลิกรากันไปเมื่อปี 2548 แต่ยังโทรศัพท์พูดคุย และพบเจอหน้ากันทุกวันแม้จะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ล่าสุดเจอหน้าด.ต.วิเชียรเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 2 ก.ย. โดยด.ต.วิเชียรเพิ่งกลับจากไปร่วมงานศพ จากนั้นก็เข้านอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเวรช่วงเที่ยงคืน จนกระทั่งทราบว่าด.ต.วิเชียรถูกรถชนเสียชีวิตเมื่อเช้ามืด อดีตสามีเป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย ไม่ค่อยพูด เป็นคนที่ตนรักที่สุด จึงอยากฝากบอกคนก่อเหตุด้วยว่าให้รับผิดชอบในสิ่งที่ก่อขึ้นด้วย



ส่วน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.วิเชียรซึ่งเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ เวลา 00.00-08.00 น.กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเข้าจุดล่อแหลมเฝ้าระวังเหตุ ภายในซอยสุขุมวิท 53 เพื่อป้องกันเหตุวิ่งราวทรัพย์ เนื่องจากซอยดังกล่าวมีเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ถูกรถชนเสียชีวิตเสียก่อน สำหรับศพด.ต.วิเชียรหลังจากชันสูตรพลิกศพที่สถาบันนิติเวชเรียบร้อยแล้วจะนำ ไปทำพิธีรดน้ำศพ เวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทอง ศาลา 10



ผู้ สื่อข่าวรายงานจากสน.ทองหล่อว่า เมื่อเวลา 15.00 น.เจ้าหน้าที่นำตัวนายวรยุทธออกจากห้องสอบสวน หลังจากสอบปากคำนานกว่า 6 ช.ม.เพื่อไปตรวจร่างกายที่ร.พ.สมิติเวช ก่อนนำกลับมาสอบสวนต่อที่สน.ทองหล่อ



นาย สมัคร เชาวภานันท์ ทนายความนายวรยุทธ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุนายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานายวรยุทธติดต่อให้มาพบที่บ้านพักเพื่อขอปรึกษาด่วน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร เมื่อมาถึงบ้านจึงทราบเรื่องนายวรยุทธเลยแนะนำให้มอบตัวไม่ว่าจะถูกหรือผิด ส่วนสาเหตุที่นายวรยุทธขับรถกลับเข้าบ้านพักทันทีนั้นก็เพราะเป็นความตกใจ ของเด็ก จึงรีบกลับเข้ามาปรึกษากับผู้ปกครอง ไม่ได้หลบหนีและไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องจะผิดจะถูกนั้นขึ้นกับพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าผลจะออกมาว่านายวรยุทธจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก ฝ่ายตนยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด และจะเป็นเจ้าภาพงานศพด.ต.วิเชียรทุกคืน โดยคืนแรก นายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานายวรยุทธก็จะไปร่วมงานศพด้วย แต่ตัวนายวรยุทธคงยังไม่ไปวันนี้ เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ เจ้าตัวยังเสียใจว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์ขึ้น



ทนาย ความกล่าวต่อว่า เรื่องการประกันตัวนั้น ได้นำหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาท ยื่นขอประกันตัวแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนยังไม่ได้นัดว่าจะต้องมาพบอีกเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องที่เมื่อช่วงเช้ามีสวป.สน.ทองหล่อนำตัวคนในบ้านไปมอบตัวแทนนาย วรยุทธนั้น ตนไม่ทราบ และนายเฉลิมยืนยันว่าไม่ได้สั่งให้ใครมอบตัวแทน และไม่ได้รู้จักกับสวป.คนดังกล่าวเป็นการส่วนตัว



ด้านผก ก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนส่งตัวนายวรยุทธไปตรวจร่างกาย ตรวจดีเอ็นเอ และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ร.พ.สมิติเวช เนื่องจากอยู่ใกล้สน.ทองหล่อ หลังจากนั้นก็นำตัวกลับมาสอบสวนต่อ ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกครั้ง สำหรับพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากมีหลักฐานลงบันทึกจับกุมนาย สุเวศ พ่อบ้านของนายวรยุทธ



ต่อ มาเวลา 16.30 น. นายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานายวรยุทธเดินทางมาสน.ทองหล่อ เพื่อร่วมฟังการสอบสวนบุตรชาย นายเฉลิมกล่าวสั้นๆ ว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายนำรถออกจากบ้านไปวอร์มเครื่อง และทดลองขับบนถนนช่วงเช้ามืดเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ตนรู้สึกเสียใจ ตัวลูกชายเองก็เสียใจ และจะดูแลรับผิดชอบให้ดีที่สุด



ภาย หลังการสอบสวน ทนายความยื่นหลักทรัพย์เงินสด 500,000 บาทยื่นขอประกันตัวนายวรยุทธ ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาต โดยครอบครัวรีบนำตัวนายวรยุทธเดินทางกลับทันที



ส่วนกรณีสื่อ มวลชนบางสำนักเสนอข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายวรยุทธได้ไปรับประทานอาหารกับเพื่อนที่โรงแรมเร็กซ์ สุขุมวิท ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงเวลาตีหนึ่งแล้วออกจากโรงแรมเวลาประมาณตีห้ากระทั่งเกิดเหตุขับ รถชนด.ต.วิเชียร จนเสียชีวิตนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผบช.น. ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ยังไม่มีการพูดถึงกรณีนี้ อย่างไรก็ตามจะสั่งการเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมว่าข้อมูลดังกล่าว มีที่มาอย่างไร



ด้านพ.ต.อ.ชุมพล ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่านายวรยุทธขับรถออกจากบ้านก่อนมาถึงที่เกิดเหตุ ประมาณ 10 นาที เหมือนกับเป็นการลองรถก่อนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ไม่ได้ขับรถออกมาจากโรงเเรมแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจแอลกอฮอล์นั้นใช้วิธีตรวจเลือดเนื่องจากได้ผลแน่นอนกว่า ขณะนี้ส่งไปตรวจที่ห้องแล็บร.พ.บำรุงราษฎร์แล้ว ต้องรอผลตรวจว่าจะออกมาอย่างไร ทั้งนี้ได้เร่งรัดผลการตรวจเลือดเเล้ว



ก่อน หน้านั้นเวลา 14.00 น.ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ นายพรอานันท์ กลั่นประเสริฐ อายุ 58 ปี พี่ชาย น.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยา พร้อมด้วยญาติและเพื่อนร่วมงาน มารับศพด.ต.วิเชียร บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทันทีที่น.ส.นงนุชเห็นศพด.ต.วิเชียรได้ตรงเข้ากอดร่ำไห้อย่างเศร้าสลด ทั้งนี้ผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์นิติเวช ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักเคลื่อน เนื่องจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก ทั้งนี้ญาตินำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง เป็นเวลา 5 วัน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. จะเป็นประธานพิธีรดน้ำศพ เวลา 16.30 น.



นายพรอานันท์ กล่าวว่า ผู้ตายเป็นน้องชายคนสุดท้อง ตอนเด็กใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ จึงมา สอบร.ร.พลตำรวจนครบาล บรรจุครั้งแรกที่สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ปี 2534 และประจำที่นี่มาตลอด น้องชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดี ตั้งใจทำงาน เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เมื่อเช้าตนทราบจากข่าวโทรทัศน์ รู้สึกตกใจมากจึงรีบเดินทางมาทันที ส่วนเรื่องคดีไม่ขอให้ความเห็น ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ทางฝ่ายที่ขับรถชนยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด



"ผม รู้สึกรับไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ที่คนก่อเหตุขับรถชนแล้วขับรถหนี มีการลากศพไปไกล เพราะหากชนแล้วหยุด น้องชายคงมีโอกาสรอด อาจจะไม่ตาย แต่อยากฝากถึงคนที่ก่อเหตุว่าเมื่อขับรถชนแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบ อย่างน้อยก็น่าจะลงมาดูศพ ไม่ใช่ขับรถหลบหนีไปแบบนี้ พอรู้ว่าเป็นลูกคนมีชื่อเสียง อยากฝากถึงคนที่เลี้ยงดูเขา อยากให้อบรมลูกให้มีความรับผิดชอบ ทำผิดควรลงมาช่วยไม่ใช่หนีไปแบบนี้? พี่ชายด.ต.วิเชียร กล่าว และว่ากรณีแบบนี้เห็นมาหลายครั้งแล้วที่ลูกคนมีเงินขับรถชนคนตาย จึงไม่อยากคาดหวังอะไร แต่หากเป็นไปได้อยากให้คนก่อเหตุมาขอขมาศพ



นาง ประนอม แสงประพาฬ อายุ 53 ปี กล่าวว่า แม้ผู้ตายจะเป็นอดีตลูกเขย แต่ตนก็รักผูกพันเสมือนลูกตัวเอง ที่ผ่านมาก็ดูแลกันมาตลอด ผู้ตายมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จึงเป็นที่รักของทุกคน ก่อนเกิดเหตุเวลา 22.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนขึ้นไปห้องพักผู้ตายเพื่อสอบถามว่ากินข้าวหรือยัง แต่เห็นแต่งตัวกำลังไปเข้าเวร จึงไม่ได้พูดอะไรกัน ทั้งนี้อยากให้คนที่ขับรถชนมาแสดงความรับผิดชอบ



ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ระหว่างที่ญาติติดต่อรับศพด.ต.วิเชียร มีชายซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายผู้ก่อเหตุเดินทางมาสังเกตการณ์ แต่ไม่ได้พูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด



ต่อมาเวลา 16.30 น.ที่ศาลาศวงษ์ วิเศษศุภวตร์ วัดธาตุทอง ตำรวจจากสน.ทองหล่อและเพื่อนร่วมรุ่นร่วมพิธีรดน้ำศพด.ต.วิเชียรอย่างล้น หลาม ขณะที่ผู้บังคับบัญชาส่งพวงหรีดเเสดงความไว้อาลัย อาทิ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น และครอบครัวอยู่วิทยา เป็นต้น



เวลา 17.00 น.เจ้าหน้าที่นำร่างด.ต.วิเชียรบรรจุลงสู่หีบศพ เวลา 17.30 น.นายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานายวรยุทธมาเคารพศพ จากนั้นเดินไปหานายพรอานันท์และนางณัฐนันท์ พี่ชายและพี่สะใภ้ด.ต.วิเชียร รวมถึงญาติคนอื่นๆ โดยยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวว่า "ขอโทษจากใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหตุที่เกิดเป็นเหตุกระชั้นชิด พร้อมจะช่วยเหลือและรับผิดชอบทุกอย่าง และพร้อมจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย?



ด้านนางณัฐนันท์ กล่าวตอบอย่างมีอารมณ์ว่า "ดูว่านายวรยุทธคงไม่ได้ตั้งใจให้เกิดเหตุขึ้น แต่ก็ควรมีสามัญสำนึกจอดรถ ไม่ใช่ขับลากไป เหตุ การณ์ที่เกิดไม่ได้เกิดในครอบครัวของคุณ จึงไม่เข้าใจความรู้สึก?



นาย เฉลิมยืนรับฟังด้วยอาการสงบและกล่าวขอโทษซ้ำอีกครั้ง ขณะที่นายพรอานันท์กล่าวว่า ขอบคุณที่มาร่วมงานและแสดงความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย



นายเฉลิม ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า กล่าวขอโทษครอบครัวผู้ตายจากใจจริง พร้อมช่วยเหลือทุกอย่าง และยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจในการเข้าให้ปากคำ



สำหรับ งานสวดอภิธรรมศพด.ต.วิเชียร จะมีไปจนถึงคืนวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. โดยครอบครัวอยู่วิทยายืนยันเป็นเจ้าภาพร่วมทุกคืน วันที่ 7 ก.ย.พระราชทานเพลิงศพที่เมรุนอก วัดธาตุทอง



สำหรับประวัติ ของนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา เป็นบุตรนายเฉลิม และนางดารณี อยู่วิทยา จบการศึกษาด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ จากสถาบันเซนต์มาร์ติน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีพี่น้อง 3 คนคือ น.ส.วรางคณา อยู่วิทยา หรือแชมเปญ สมรสกับม.ล.กอกฤษต กฤดากร 2. นายวาริท อยู่วิทยา หรือปอร์เช่ และ3.นายวรยุทธ หรือบอส คนสุดท้อง



ทั้งนี้นายเฉลิม อยู่วิทยา เป็นบุตรชายนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง นักธุรกิจมหาเศรษฐี ที่นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับให้เป็นเศรษฐีรวยติดอันดับ 260 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย มีสินทรัพย์ประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งนายเฉลียวเพิ่งเสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา สิริอายุ 88 ปี



สำหรับนายเฉลิม ทายาทเจ้าสัวกระทิงแดง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท เรด บูล คอมปานี ลิมิเต็ด กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้ดูแลเครื่องดื่มเรดบูล(Red Bull) ในประเทศอังกฤษ ตลาดสำคัญของกระทิงแดงในยุโรป โดยนายเฉลิมมีบทบาทสำคัญช่วยบิดาบุกเบิกตลาดต่างประเทศในนามเรดบูล จนประสบความสำเร็จทางการตลาดทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ด้วยกลยุทธ์ที่ทำให้ทั่วโลกรู้จักผ่านการสนับสนุนกีฬาหลายรายการ ที่โดดเด่นที่สุดคือการแข่งขันรถสูตร 1 ฟอร์มูล่าวัน พร้อมกับส่งทีมเรดบูล เรซซิ่ง ฟอร์มูล่าวัน(Red Bull Racing Formula1) เข้าร่วมแข่งขันด้วย


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakEwTURrMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdPUzB3TkE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 09:29:24 AM »


วงจรปิดชัด ทายาทกระทิงแดงซิ่งเร็วสูง ก่อนชนตำรวจดับ



พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เผยวงจรปิดชัด ทายาทกระทิงแดงซิ่งมาด้วยความเร็วสูงก่อนชนร่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ยืนยันไม่มีมวยล้มแน่นอน...

วันนี้ (4 ก.ย.) พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ถึงความคืบหน้าเหตุ นายวรายุทธ อยู่วิทยา บุตรชายคนเล็กของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้บริหารบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถยนต์เฟอร์รารี่ ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ว่า เช้าวันนี้ได้มาตรวจที่เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง ภายหลังจากผู้ต้องหาให้การว่า รถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร ขับรถปาดหน้า จึงหักหลบไม่ทัน

แต่เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เห็นได้ชัดว่า รถของผู้ต้องหาวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนร่าง ด.ต.วิเชียร ส่วนรถดังกล่าวใช้ความเร็วเท่าใดนั้น เบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากในกรณีนี้ไม่เหมือนกับรถปกติทั่วไป ที่เมื่อชนแล้วรถมักจะหยุดนิ่ง ไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ แต่รถคันดังกล่าวสามารถขับต่อไปได้ จึงยังไม่สามารถดูไมล์รถได้ว่าใช้ความเร็วเท่าใด

ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาไว้ 3 ข้อหา คือ 1. ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.หลบหนีไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงาน และ 3.ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ซึ่งตนเองขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีไปตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่มีมวยล้มแน่นอน

ส่วนจะมีการตั้งข้อหาเพิ่มเติมในกรณีที่มี รายงานผู้ต้องหา ได้ขับรถลากร่าง ด.ต.วิเชียร ไปไกลกว่า 200 เมตร จนเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า คงต้องพิจารณาจากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดให้ชัดเจนอีกครั้ง

ขณะ ที่ผลการตรวจแอลกอฮอล์ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผล เนื่องจากในกรณีนี้ไม่ได้ตรวจวัดผลแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่ได้มีการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายด้วย.



ไทยรัฐออนไลน์
4 กันยายน 2555, 08:59 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/288486
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 09:39:26 AM »

   
ซิ่งรถหรูชนดต.ดับ จับไฮโซทายาทกระทิงแดง



เฟอร์รารี่ลาก200ม.-หนีเข้าบ้าน สวป.ทำงามหน้าหาแพะรับแทน บิ๊กแจ๊ดฉุนกดดัน-ยอมมอบตัว

ลูกชายคนเล็ก “เฉลิม อยู่วิทยา” เจ้าพ่อกระทิงแดง ซิ่งเฟอร์รารี่พุ่งชนดาบตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ ดับสยองคาเครื่องแบบ ก่อนเผ่นหนีกบดานเงียบในบ้านซอยสุขุมวิท 53 “คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” ฉุนขาดประกาศลั่น ถ้าจับไม่ได้ขอลาออก ยกกำลังกองร้อยปราบจลาจลปิดล้อมระหว่างรอหมายค้น ระหว่างนั้น สวป.สน.ทองหล่อกลับทำงามหน้าพาพ่อบ้านสวมรอยเป็นโชเฟอร์หวังรับผิดแทน เจอเด้งช่วยราชการ บช.น.30 วัน สุดท้ายหนุ่มนักเรียนนอกยอมโผล่มอบตัวอ้างถูกผู้ตายขี่รถปาดหน้ากะทันหัน ตำรวจแจ้ง 2 กระทง ขับรถชนคนตาย บวกข้อหาหลบหนี ยื่นเงินสด 500,000 บาท ประกันตัวผู้พ่อตามดูแลไม่ห่าง รับเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบอกลูกชายแค่วอร์มเครื่องทดลองรถ ยินดีรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพงานศพเหยื่อทุกคืน

หนุ่มทายาทเจ้าพ่อ กระทิงแดงซิ่งรถหรูชนดาบตำรวจดับ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.40 น. วันที่ 3 ก.ย. พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ทองหล่อ รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนตำรวจสายตรวจเสียชีวิตบริเวณถนนสุขุมวิทขาออก ระหว่างซอยสุขุมวิท 47 กับสุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป. สน.ทองหล่อ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 800/1 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. สวมเครื่องแบบตำรวจนอนหงายจมกองเลือดอยู่ช่องทางขวาสุด ในสภาพน่องข้างซ้ายฉีกขาดถึงกระดูก ใกล้กันยังพบป้ายทะเบียนรถ จยย.ตราโล่ 51511 ตกอยู่ ขณะที่รถ จยย.ไทเกอร์ของดาบตำรวจชะตาขาดล้มอยู่หน้าปากซอยสุขุมวิท 49 ห่างจากจุดพบศพไปประมาณ 200 เมตร

สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ได้ความว่า ด.ต.วิเชียร กำลังขี่รถ จยย.ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ ปรากฏว่า มีรถเก๋งสปอร์ต ยี่ห้อเฟอร์รารี่ สีบรอนซ์เทา ไม่ทราบทะเบียนวิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชน ด.ต.วิเชียรอย่างแรง ก่อนลากร่างดาบตำรวจสายตรวจและรถ จยย.ไถลเป็นระยะทางกว่า 200 เมตร โดยที่คนขับพยายามหักพวงมาลัยส่ายไปมากระทั่งผู้ตายกระเด็นหลุดมานอนแน่นิ่ง บนถนน ส่วนรถ จยย.คู่กายกระเด็นไปอีกทาง จากนั้นโชเฟอร์รถสปอร์ตตีนผีได้ซิ่งหนีหายเข้าซอยสุขุมวิท 53

พ.ต.อ. จิรพัฒน์กับพวกตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุอย่างละเอียดจนพบคราบน้ำมันเครื่องรถ เก๋งของ ผู้ต้องสงสัยไหลเป็นทางยาวจากปากซอยสุขุมวิท 53 ไปจนถึงหน้าบ้านเลขที่ 9 ที่สร้างเป็นอาคารสูง 6 ชั้น เนื้อที่ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดสูง 3 เมตร ติดตั้งประตูเหล็กแน่นหนา ทราบภายหลังเป็นบ้านของนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ผู้สานต่อมรดกธุรกิจระดับมหาเศรษฐีติดอันดับโลกจากนายเฉลียว อยู่วิทยา บิดาที่ล่วงลับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามขอเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านกลับถูกพนักงานรักษา ความปลอดภัยเบรกไว้ให้รออยู่รอบนอกเท่านั้น ก่อนมีชายขับรถยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภฐ 1116 กรุงเทพมหานคร พาผู้ชายอีกคน นั่งเบาะหลังออกจากรั้วบ้านอย่างรวดเร็ว ทำเอาสถานการณ์เริ่มตึงเครียด

ต่อมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 เดินทางตามไปสมทบหน้าบ้านเจ้าสัวกระทิงแดง ก่อนพากันเข้าไปในบ้านใช้เวลานานราว 1 ชั่วโมง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ออกมาเปิดเผยด้วยท่าทีขึงขังว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่เจอตัวคนขับ ทุกอย่างไม่มีปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่แน่นอน ส่วนคนขับยังไม่เจอเชื่อว่ากำลังติดต่อทนายอยู่ เรื่องนี้ตนยอมไม่ได้ ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ยังไงต้องเอาคนผิดมาลงโทษ เพราะตำรวจตายทั้งคน หลังจากนี้จะไปเตรียมกำลังมา 2 กองร้อย และขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจสอบในบ้านอย่างละเอียดอีกครั้ง หากไม่ได้คนขับตัวจริงมาลงโทษจะขอลาออกทันที

หลังให้สัมภาษณ์เสร็จ สิ้น บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาที่อยู่หน้าบ้านเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดงต่างปรบ มือดังลั่นที่เห็น ผบช.น.เอาจริงเอาจังในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ขณะที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้สั่งการให้นำกำลังกองร้อยปราบจลาจล บก.น.5 ไปปิดล้อมบ้านตามที่ลั่นวาจาไว้ รอจนได้รับหมายค้นศาลอาญาจึงเข้าบ้านพร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพิสูจน์หลัก ฐานตำรวจตรวจรถคันก่อเหตุที่จอดทิ้งชั้นใต้ดินของบ้าน พบสภาพรถเฟอร์รารี รุ่นพินินฟาริน่า สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ 1111 กรุงเทพมหานคร แต่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน กันชนหน้าซ้ายแตก กระจกหน้าฝั่งซ้ายแตกเป็นวงกว้าง มีเครื่องหมายยศนายดาบตำรวจของผู้ตายติดคากระจกด้วย และจากการตรวจสอบสมุดจดบันทึกของ รปภ.ระบุเมื่อเวลา 05.12 น. ได้มีการจดบันทึกไว้ว่า น้องบอสขับรถออกจากบ้านอีกด้วย ทำให้ตำรวจมั่นใจว่า โชเฟอร์หนุ่มรายนี้น่าจะเป็นนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี หนุ่มนักเรียนนอกจากอังกฤษ ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิมแน่นอน

ปรากฏว่า พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ กลับสร้างเรื่องฮือฮาพานายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้านที่มีหน้าที่ดูแลรถบ้านเจ้าสัวตระกูลดัง เข้าไปมอบตัวพนักงานสอบสวนที่โรงพักสมอ้างเป็นผู้ขับรถเก๋งเฟอร์รารีพุ่งชน ตำรวจเสียชีวิตเอง แต่พอนำตัวไปตรวจร่องรอยคาดเข็มขัดนิรภัย และรอยอัดกระแทกของรถตามร่างกายแล้วไม่พบ นายสุเวศถึงยอมจำนนว่า ไม่ได้เป็นคนขับจริง เพียงแค่มารับหน้าแทนลูกเจ้านาย สร้างความไม่พอใจแก่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เป็นอย่างมากถึงขนาดมีคำสั่งให้ดำเนินคดีข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จ รวมถึงเซ็นคำสั่งเด้ง พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณไปช่วยราชการ บช.น.เป็นเวลา 30 วัน “ที่ผมไม่พอใจก็เพราะไปเอาตัวปลอมมามอบตัว ส่วนคนที่ขับรถชนตำรวจตัวจริงยังลอยนวลอยู่ ผมทราบดีว่า สวป.คนดังกล่าว ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้กับบ้านของลูกชายอดีตเจ้าสัวกระทิงแดง แต่ทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

กระทั่ง เวลา 10.00 น. หลังนายตำรวจใหญ่นครบาลกดดันอยู่ในบ้านอยู่วิทยานานนับชั่วโมง สุดท้ายนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา สวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์สีดำ ใส่หมวกสีน้ำเงิน ยอมโผล่ออกมามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ตำรวจจึงคุมตัวไปยังโรงพัก รวมทั้งยกรถเฟอร์รารีคันงามไปประกอบหลักฐานด้วย ท่ามกลางทัพสื่อมวลชนที่เฝ้ารอสังเกตการณ์ทำข่าวมาตั้งแต่เช้ามืดจำนวนมาก เมื่อไปถึงทายาทเจ้าพ่อเรดบูลมีอาการเซเล็กน้อยลงจากรถตรงขึ้นห้อง ผกก.เพื่อให้ปากคำเครียด โดยมีนายเฉลิม อยู่วิทยา บิดานั่งรถเก๋ง ยี่ห้อเบนท์ลีย์ สีดำ ทะเบียน กบ 1 กรุงเทพมหานคร ตามไปดูแลลูกชายด้วย แต่ไม่ยอมแสดงความคิดเห็นอะไรในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้น ไฮโซหนุ่มนักเรียนนอกให้การภาคเสธรับว่า ขับรถสปอร์ตประสบอุบัติเหตุจริง แต่รถ จยย.ของผู้ตายขี่ปาดหน้าทำให้หักหลบไม่ทัน

พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.เผยว่า ได้รับคำสั่งจาก ผบช.น.ให้เข้ามาดูแลคดี หลังสอบปากคำนายวรยุทธแล้ว พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนีไม่อยู่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ไม่แจ้งตำรวจที่อยู่จุดเกิดเหตุ ส่วนผู้ต้องหาจะมึนเมาสุราขณะขับขี่หรือไม่นั้น จากการสอบปากคำยังพูดจารู้เรื่องอยู่ แต่ไม่บอกว่า ขับมาเร็วแค่ไหน เห็น ด.ต.วิเชียรขี่รถมาหรือไม่ เหตุใดจึงหลบหนี หลังสอบปากคำแล้วก็จะนำตัวไปตรวจร่างกาย และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ที่ รพ.ตำรวจ คดีนี้มีพยานหลักฐานชัดเจน รถเก๋งพนักงานสอบสวนก็ยึดไว้ตรวจสอบ ที่รถยังพบเครื่องหมายนายดาบของผู้ตายติดอยู่ สภาพรถกระจกร้าวเป็นวงกว้าง ถุงลมนิรภัยของรถก็ทำงาน

การสอบปากคำไฮโซหนุ่มนักซิ่งผ่านพ้นไปราว 6 ชั่วโมง ตำรวจได้นำตัวไปตรวจร่างกาย ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ รพ.สมิติเวช แทน รพ.ตำรวจ เพราะเห็นว่าอยู่ไม่ไกลจากโรงพัก ก่อนเดินทางกลับมาทำเรื่องขอประกันตัว ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท ซึ่งพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวได้ มีนายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้เป็นพ่อ ที่เฝ้าดูแลลูกชายมาตลอดเผยเพียงสั้นๆว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายนำรถออกจากบ้านไปวอร์มเครื่อง และทดลองขับบนถนนในช่วงเช้ามืดเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น ตนก็รู้สึกเสียใจ ตัวลูกชายเองก็รู้สึกเสียใจ และจะดูแลรับผิดชอบให้ดีที่สุด

ด้านนายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุนายเฉลิมติดต่อให้ไปพบที่บ้านเพื่อปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น จึงแนะนำให้นายวรยุทธมอบตัวไม่ว่าจะถูกหรือผิด ส่วนสาเหตุที่นายวรยุทธขับรถกลับเข้าบ้านทันที เพราะเป็นความตกใจ รีบกลับเข้าไปปรึกษาผู้ปกครอง ไม่ได้หลบหนี และไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องนี้จะผิดจะถูกขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ฝ่ายตนยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด และจะเป็นเจ้าภาพงานศพของ ด.ต.วิเชียร ทุกคืน นายเฉลิม อยู่วิทยา จะเดินทางไปร่วมงานศพด้วย แต่ตัวนายวรยุทธคงยังไม่ไป เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ และเสียใจว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบเรื่องแต่แรกแล้ว และสั่งว่า ต้องเอาตัวจริง อย่าเอาตัวปลอมมารับสมอ้างว่าขับไม่ได้ ตนย้ำ ผบช.น.ไปแล้วว่า ชีวิตคนมีความหมาย ไม่ใช่เฉพาะตำรวจ เมื่อถามว่า คดีจะหลุดเพราะนามสกุลอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ยุคนี้ไม่มีสะดุดที่นามสกุล ใครผิดก็ต้องผิด คนรวยเป็นเทวดาหรือ คนรวยทำผิดไม่ได้หรือ แม้ประมาทเป็นเหตุให้คนอื่นถึงแก่ความตายมันเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าทำในลักษณะชนแล้วหนีมันผิดจรรยาบรรณ และถ้าเกิดมีการเปลี่ยนตัว ก็บอก ผบช.น.ไปแล้วว่า ไม่ได้ ต้องหาตัวจริง ทำไมเราต้องไปสะดุดที่นามสกุล

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. บ่ายวันเดียวกัน นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ อายุ 58 ปี พี่ชาย ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เดินทางไปรับศพน้องชายท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศก ก่อนเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดธาตุทอง ศาลา 10 โดยนายพรอนันต์เผยว่า ผู้ตายเป็นน้องชายคนเล็ก ตอนเด็กใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจจึงสอบ ร.ร.พลตำรวจนครบาล บรรจุครั้งแรกที่ สน.ทองหล่อ เมื่อปี 2534 ถึงปัจจุบัน น้องชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดี และตั้งใจทำงาน เป็นที่รักใคร่ชอบพอของเพื่อนร่วมงานและบุคคลใกล้ชิด เรื่องที่เกิดขึ้นรู้สึกรับไม่ได้ ถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายมากที่คนก่อเหตุขับรถชนน้องชายแล้วหนี มีการลากศพไปไกล เพราะหากชนแล้วหยุด คงมีโอกาสรอด อาจจะไม่ตาย ยิ่งพอรู้ว่าเป็นลูกคนมีชื่อเสียง อยากฝากถึงพ่อแม่ที่เลี้ยงดูไว้ว่า ควรอบรมลูกให้มีความรับผิดชอบ ทำผิดควรลงมาช่วยไม่ใช่หนีไปแบบนี้ ตนเห็นมาหลายกรณีแล้วที่ลูกคนมีเงินขับรถชนคนตาย จึงไม่คาดหวังอะไร แต่หากเป็นไปได้อยากให้คนก่อเหตุมาขอขมาหน้าศพก็พอ

ส่วน น.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของ ด.ต.วิเชียร ร่ำไห้กล่าวว่า แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายเมื่อปี 2547 และเลิกรากันในปีถัดมา แต่ก็ยังโทรศัพท์พูดคุย หรือพบเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน แม้จะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ครั้งสุดท้ายเพิ่งเจอกันเมื่อประมาณ 19.00 น. วันที่ 2 ก.ย.55 ด.ต.วิเชียรเพิ่งกลับมาจากไปร่วมงานศพ ทว่าไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะ ด.ต.วิเชียรขอนอนพักเพื่อเตรียมตัวเข้าเวรในเวลาเที่ยงคืน ที่ผ่านมา อดีตสามีก็เป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดเท่าไร แต่ก็เป็นคนที่ตนรักที่สุด อยากฝากบอกคนที่ก่อเหตุว่า ให้รับผิดชอบในสิ่งที่ก่อขึ้นด้วย

ที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เดินทางไปเป็นประธานพิธีรดน้ำศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เหยื่อเฟอร์รารีทายาทกระทิงแดง  มีนายเฉลิม  อยู่วิทยา  ตามไปขอขมาศพแทนลูกชาย  ก่อนเดินพูดคุยญาติผู้ตายเอ่ยปากขอโทษต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น  พร้อมชดใช้ค่าเสียหายทุกอย่าง สำหรับการเสียชีวิตของ ด.ต.วิเชียรนั้นถือเป็นการเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสวัสดิการช่วยเหลือเบื้องต้น 500,000 บาทเศษ และพิจารณา 3 ชั้นยศ เลื่อนเป็น ร.ต.อ.

ขณะที่สำนักข่าวเอพีและเอเอ ฟพีรายงานข่าวอุบัติเหตุดังกล่าวด้วยเช่นกัน ระบุว่า ตำรวจไทยจับทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลอยู่วิทยา เจ้าของเครือธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง และร่วมก่อตั้งเครื่องดื่มแบรนด์เรดบูล จนติดตลาดต่างประเทศ ฐานต้องสงสัยขับรถชนตำรวจเสียชีวิตแล้วหลบหนี โดยผู้ก่อเหตุขับรถหรูยี่ห้อเฟอร์รารี่ ชนและลากร่างตำรวจผู้เสียชีวิตไปประมาณ 200 เมตร สำหรับผู้ก่อเหตุ ข่าวระบุว่า เป็นหลานชายของนายเฉลียว อยู่วิทยา ผู้ก่อตั้งเครือธุรกิจกระทิงแดงผู้ล่วงลับ ที่ถูกนิตยสารฟอร์บส์ของสหรัฐฯเคยจัดให้เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่ สุดในไทย ด้วยทรัพย์สินสุทธิรวม 5,400 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 167,400 ล้านบาท



ไทยรัฐออนไลน์
4 กันยายน 2555, 09:00 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/288473
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 11:27:24 AM »

เด้ง สวป.ทองหล่อ คนรับใช้ตระกูลดัง

ทายาทกระทิงแดงมอบตัวชนด.ต.ดับ



ทายาทเจ้าสัวกระทิงแดง ซิ่งเฟอรารี่หรูมูลค่ากว่า 30 ล้าน เสยรถมอเตอร์ไซด์ “ด.ต.” สายตรวจดับสยองย่านทองหล่อ ก่อนเร่งเครื่องหนีลากศพติดใต้ท้องไปไกลกว่า 200 เมตร นำรถจอดซุกชั้นใต้ดินในบ้านซอยสุขุมวิท “คำรณวิทย์” ฉุนนำกำลังปิดล้อม ประกาศลั่นจับไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ก่อนเซ็นย้ายด่วน สวป.ช่วยราชการไร้กำหนด หลังพบนำพ่อบ้านออกรับเป็นคนขับ สุดท้ายทนายความพาคนขับตัวจริงมอบตัว อ้างถูกขับปาดหน้าหักหลบไม่ทัน วางเงิน 5 แสนบาทประกันตัวไป ขณะที่ “พี่ชาย”ดาบเคราะห์ร้ายรับไม่ได้พฤติกรรมลูกคนรวยโหดร้าย

เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 3 ก.ย. 55 พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พงส. (สบ3) สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกรถชนเสียชีวิตระหว่าง ซอยสุขุมวิท47และ49 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพร พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ป.รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ด.ต.เสียชีวิตคาที่

ที่เกิดเหตุบริเวณปากซอย 49 เจ้าหน้าที่พบศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 800/1 ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. สภาพศพสวมเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ นอนหงายพื้นถนนเลนขวา ใบหน้ามีบาดแผลเป็นรอยขีดข่วน ลักษณะร่างถูกลากกับพื้นถนน ที่น่องข้างซ้ายขวามีแผลฉีกขาดจนถึงกระดูก คอหัก ส่วนอาวุธปืนประจำกายลูกโม่ขนาด .357 ของ ด.ต.วิเชียร ได้หายไป นอกจากนี้ใกล้ศพยังพบป้ายทะเบียนรถจยย.ตราโล่ 51511 ตกอยู่ที่หน้าปากซอยสุขุมวิท49 ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 200 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อไทเกอร์ สีเลือดหมู ของ ด.ต.วิเชียรล้มคว่ำอยู่ด้านหลังรถ จยย.คันดังกล่าว บริเวณด้านหลังยุบเข้าไปถึงท่อไอเสียจนงอขึ้นมา บังโคลนหลังแตก เจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

แฉชนแล้วลากศพหนี

จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่าเห็นรถเก๋งคล้ายรถสปอร์ต สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับชนรถของ ด.ต.วิเชียร ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 47 รถล้มลงไปเกี่ยวอยู่ที่ใต้ท้องรถ แล้วรถเก๋งก็ขับลากทั้งคนทั้งรถไปกับพื้น จากนั้นรถคันดังกล่าวก็พยายามขับสะบัดไปมาจนทั้งรถและ ด.ต.วิเชียร กระเด็นหลุดไปคนละทิศละทาง แล้วรถคันดังกล่าวก็ขับหนีเข้ามาภายใน ซอยสุขุมวิท53

เจอรถในบ้านเจ้าสัว

หลังจากได้รับข้อมูล พ.ต.ท.โชติวัฒน์ จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ขับ จยย.สำรวจตามพื้นถนน กระทั้งพบว่าที่พื้นมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางยาวตั้งแต่ปาก ซอยสุขุมวิท53 จนเข้าไปในหน้าบ้านเลขที่ 9 โดยบ้านดังกล่าวเป็นตึกสูงประมาณ 6 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดประตูเหล็กแน่นหนา ดดยรอบบ้านเป็นกำแพงสูงเกือบ 3 เมตร ภายในตัวบ้านด้านซ้ายมีลานจอดรถและมีรถหรูจอดอยู่ประมาณ 6 คัน

นำรถก่อเหตุซุกชั้นใต้ดิน

นอกจากที่บริเวณที่จอดรถซีกด้านขวายังมีทางลงไปลานจอดรถด้านล่างอีก และมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางตามทางลงลานจอดรถชั้นใต้ดินด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังมาปิดล้อมบ้านดังกล่าวเอาไว้ แต่ รปภ.ของบ้านหลังดังกล่าวไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน โดยให้รออยู่แค่รอบนอกเท่านั้น จากนั้นไม่นานก็มีรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภฐ 1116 กทม. ภายในมีคนขับเป็นชายและคนนั่งหลังเป็นชายอีก 1 คน ขับออกมาจากบ้านดังกล่าว

นำกำลังปิดล้อมบ้านไว้

ต่อมาช่วงเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวพร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า บ้านดังกล่าวเป็นบ้านของ นายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง แต่ยังไม่เจอตัวเจ้าของบ้าน รวมทั้งคนขับและรถคันก่อเหตุด้วย ซึ่งในบ้านมีที่จอดรถชั้นใต้ดินด้วยแต่เจ้าของยังไม่อนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบ ต้องนำกำลังปิดไว้ก่อน

ผบช.น.ตรวจที่เกิดเหตุ

จากนั้นเวลา 07.50 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 เดินทางมาที่บ้านดังกล่าวและเข้าไปตรวจสอบด้านในประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ท่าทีขึงขังว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่เจอตัวคนขับ ทุกอย่างไม่มีปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่แน่นอน ส่วนคนขับยังไม่เจอเชื่อว่ากำลังติดต่อทนายอยู่

“ผบช.น.”เอาตำแหน่งเดิมพัน

“เรื่องนี้ยอมไม่ได้ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ยังไงต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้เพราะตำรวจตายทั้งคน หลังจากนี้จะไปเตรียมกำลังมา 2 กองร้อย และขอหมายค้นเพื่อเข้าค้นบ้านหลังนี้ หากไม่ได้คนขับตัวจริงมาลงโทษจะขอลาออกทันที” ก่อนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จะขึ้นรถกลับไปเตรียมกำลัง จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานก็เดินทางเข้าไปตรวจสอบด้านใน บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถยกมาจอดรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอีกด้วย

เจอเครื่องหมาย ด.ต.ติดคารถ

จากนั้นเวลา 09.00 น. ได้มีทนายความเดินทางเข้าไปในบ้านนายเฉลิม และรปภ.ของบ้านดังกล่าวยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่ลานจอดรถชั้นใต้ ดิน โดยรถคันก่อเหตุพบว่าเป็นรถยี่ห้อเฟอร์รารี่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ในช่องจอดรถที่กันชนหน้าด้านซ้ายแตก และกระจกหน้าฝั่งซ้ายแตกเป็นวงกว้างและยังมีเครื่องหมายของนายดาบของ ด.ต.วิเชียร ติดอยู่ที่กระจกอีกด้วย

“บอส”ทายาทเจ้าสัวมอบตัว

ต่อจากนั้นเวลา10.00 น. นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อายุ 27 ปี เป็นบุตรชายของนายเฉลิม อยู่วิทยา ลูกชายนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของกระทิงแดง โดยมี พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ดูแลงานด้านกฎหมายและสอบสวน ได้เดินทางมาสอบปากคำ ร่วมกับ พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ และพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนอย่างเคร่งเครียด

ย้ายสวป.นำแพะรับบาป

ช่วงเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้เซ็นคำสั่งให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ มาช่วยราชการที่ บช.น.แบบไร้กำหนดเลย โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนสาเหตุที่ต้องให้เข้ามาช่วยราชการก็เพราะเอาคนขับรถในบ้านของลูกชายอดีต เจ้าสัวกระทิงแดงมาสวมรอยมอบตัว “ขณะที่คนที่ขับรถชนตำรวจตัวจริงยังอยู่ ที่ไม่พอใจก็เพราะไปเอาตัวปลอมมามอบตัว ผมทราบดีว่า สวป.คนดังกล่าว ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยให้กับบ้านของลูกชายอดีตเจ้าสัวกระทิงแดง แต่ทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้

รอง ผบช.น. คุมเข้มคดี

จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก ผบช.น. ให้เข้ามาดูแลคดีนี้ ซึ่งหลังจากนายวรยุทธ อยู่วิทยา ได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวมาให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำโดย เบื้องต้นเจ้าตัวให้การภาคเสธว่า เป็นคนขับรถชนจริง ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น อยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำให้แล้วเสร็จก่อน เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนีไม่อยู่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ จุดเกิดเหตุไว้ก่อน

คดีเมาขับยังไม่ไม่รู้ผล

ส่วนเรื่องที่ว่าผู้ต้องหาจะมึนเมาสุราหรือไม่นั้น จากการพูดคุยเบื้องต้นก็ยังพูดจารู้เรื่องอยู่ แต่หลังสอบปากคำจะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจว่ามีปริมาณ แอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายหรือไม่ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้นต้องรอให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำเสร็จสิ้นเสียก่อน จึงพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

พฐ.ตรวจรถละเอียดยิบ

เวลา 12.20 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประมาณ 10 นาย พร้อมอุปกรณ์เครื่องตรวจ ได้เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เพื่อตรวจรถเก๋งหรูมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทที่นายวรยุทธ ขับชนเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจอย่างละเอียดตั้งแต่หน้ารถยันท้ายรถ นอกจากนี้ยังนำ รถ จยย.ยี่ห้อไทเกอร์ สีเลือดหมู ของ ด.ต.วิเชียร มาจอดเทียบลักษณะการชนเพื่อนำมาประกอบหลักฐานในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ


แจ้งข้อหาพ่อบ้านให้การเท็จ

พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวอีกว่า ได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีโดยไม่แจ้งเหตุ ซึ่งหลังจากที่สอบปากคำแล้วจะนำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ สำหรับตัวนายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี เป็นพ่อบ้านดูแลรถ ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ขับรถคันเกิดเหตุ ผบช.น.ได้สั่งการให้ดำเนินคดีในข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงานซึ่งมีอัตรา โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนจะนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป

อดีตภรรยาวอนรับผิด

ต่อมา 12.30 น. น.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของ ด.ต.วิเชียร เดินทางมาที่สน.ทองหล่อ ด้วยสภาพโศกเศร้าและร่ำไห้ตลอดเวลา โดยเจ้าตัวเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับ ด.ต.วิเชียร เมื่อปี 47 และเลิกรากันไปเมื่อปี 48 แต่ก็ยังโทรศัพท์พูดคุย หรือพบเจอหน้ากันอยู่ทุกวันแม้จะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว โดยเจอหน้า ด.ต.วิเชียร ครั้งสุดท้ายคือเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดย ด.ต.วิเชียรเพิ่งกลับมาจากไปร่วมงานศพ จากนั้นก็เข้านอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเวรในเวลาเที่ยงคืน จนกระทั่งตนมาทราบว่า ด.ต.วิเชียรถูกชนตายเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ที่ผ่านมา อดีตสามีก็เป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดเท่าไร แต่ก็เป็นคนที่ตนรักที่สุด จึงอยากฝากบอกคนที่ก่อเหตุด้วยว่าให้รับผิดชอบในสิ่งที่ก่อขึ้นด้วย

รับศพบรรยากาศโศกเศร้า

จากนั้น 13.30 น. นายพรอานันท์ กลั่นประเสริฐ พี่ชาย ด.ต.วิเชียร ได้เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ เพื่อมาพบ พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ป.ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาน้องชาย โดยมีการพูดคุยกันประมาณ 10 นาที ก่อนนั่งรถกระบะวีโก้ 4 ประตูของ สน.ทองหล่อ ออกจากโรงพักเดินทางไปรับศพที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ โดยมี น.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยา พ.ต.ท.เกียรติชัย เกิดโชค สวป.รวมทั้งเพื่อนร่วมงานประมาณเกือบ 10 นาย เดินทางมารับศพ ด.ต.วิเชียร โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก โดยทันทีที่ น.ส.นงนุช เห็นศพ ด.ต.วิเชียร ได้ตรงเข้ากอดพร้อมร่ำไห้อย่างเศร้าสลด

พี่ชายยังไม่เจอหน้าคนขับ

นายพรอนันต์ กล่าวว่า ผู้ตายน้องชายคนสุดท้อง ตอนเด็กใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ จึงได้มาสอบ ร.ร.พลตำรวจนครบาล หลังเรียนจบเริ่มรับราชการเป็นตำรวจ โดยบรรจุครั้งแรกที่ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ปี 2534 และประจำอยู่ที่นี่มาโดยตลอดไม่ได้ย้ายไปที่อื่น โดยปกติน้องชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดี และตั้งใจทำงาน จึงเป็นที่รักใคร่ชอบคอของเพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลใกล้ชิด

เมื่อช่วงเช้าตนทราบจากข่าวทางโทรทัศน์ และต่อมามีคนโทรมาบอก รู้สึกตกใจมากจึงรีบเดินทางมาทันที ส่วนเรื่องคดีตนไม่ขอให้ความเห็น ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ทางฝ่ายที่ขับรถชนน้องชายของตนยังไม่มีการติดต่อมา เพื่อแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด

พี่ชาย ด.ต.รับไม่ได้โหดร้ายเกิน

“เรื่องนี้ผมรู้สึกรับไม่ได้ และถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ที่คนก่อเหตุขับรถชนน้องชายแล้วขับรถหนี มีการลากศพไปไกล เพราะหากชนแล้วหยุด น้องชายผมคงมีโอกาสรอด อาจจะไม่ตายแต่อยากฝากถึงคนที่ก่อเหตุว่าเมื่อขับรถชนแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบ อย่างน้อยก็น่าจะลงมาดูศพ ไม่ใช่ขับรถหลบหนีไปแบบนี้พอรู้ว่าเป็นลูกคนมีชื่อเสียง อยากให้ฝากถึงคนที่เลี้ยงดูเขา

วอนผู้ก่อเหตุกราบขอขมาศพ

อยากให้อบรมลูกให้มีความรับผิดชอบ ทำผิดควรลงมาช่วยไม่ใช่หนีไปแบบนี้”นายพรอนันต์ กล่าวว่า กรณีแบบนี้ตนเห็นมาหลายกรณีแล้วที่ลูกคนมีเงินขับรถชนคนตาย จึงไม่อยากคาดหวังอะไร แต่หากเป็นไปได้อยากให้คนก่อเหตุมาขอขมาหน้าศพ”

กระดูกสันหลังส่วนคอหัก

ต่อมา 15.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแพทย์จากสถาบันนิเวช รพ.ตำรวจ เปิดเผยผลการชันสูตร ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักเคลื่อน เนื่องจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก โดยหลังจากรับศพทางญาติจะได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง เป็นเวลา 5 วัน โดยในเวลา 16.30 น.

ตร.ให้ประกันตัว 5 แสนบาท

15.30 น. พล.ต.ต. อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า การสอบสวนนายวรยุทธ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่า ก่อเหตุชนด.ต. วิเชียรจริง แต่รถของผู้ตายขับปาดหน้าจึงหักหลบไม่ทัน ตำรวจจึงตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายพร้อมกับ ตั้งวงเงินประกัน 5 แสนบาทแต่ไม่คัดค้านการประกันตัว โดยให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาอย่างไร

ทนายยันไม่ได้ดื่มแล้วขับ

จากนั้นเวลา 16.00 น.นายสมัคร เชวภานันท์ ทนายประจำตระผมลของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่าพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ประกันตัวนายวรยุทธแล้ว 5วงเงิน 500,000 บาท และยินดีชดใช้ค่าเสียหายทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก แต่ยืนยันว่าไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคงต้องรอผลตรวจจากนิติเวชอีกครั้ง โดยในเรื่องการจัดตั้งสวดศพอภิธรรม ทางนายเฉลิมยินดีเป็นเจ้าภาพตลอดงาน โดยยอมรับว่านายวรยุทธ ยังอยู่ในการตกใจและเครียด คงไม่สามารถให้สัมภาษณ์ใดๆได้



นสพ.บ้านเมืองออนไลน์
วันอังคารที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.banmuang.co.th/2012/09/เด้ง-สวป-ทองหล่อ/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2012, 01:26:22 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 11:32:37 AM »

ภาพจากทวิตเตอร์ nikhon_
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 11:41:02 AM »


"บอส" ลูกชาย"เฉลิม อยู่วิทยา" มอบตัวคดีชนดาบตำรวจดับ เด้งสวป.สน.ทองหล่อช่วยราชการหลังคุมแพะมอบตัว







เจ้าหน้าที่ควบคุมตังนายวรยุทธไปสอบปากคำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้คุมตัวบุตรชายของนายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้บริหารเครื่องดื่มกระทิงแดง ออกจากบ้านพักเลขที่ 9 ซอยทองหล่อ23 แล้วหลังให้การรับสภาพกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเดินทางเข้าไปเจรจาว่า เป็นผู้ขับรถเก๋งเฟอร์รารี่ชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อเวลา 05.30น.ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท49

พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ กล่าวว่าคนขับเป็นลูกชายของนายเฉลิมชื่อ นายวรยุทธ มีชื่อเล่นว่า"บอส" นอกจากนี้ได้มีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป. สน.ทองหล่อ ไปช่วยราชการเป็นเวลา 30วันหลังนำบุคคลอื่นมามอบตัวแทนผู้ต้องหาตัวจริง

สำหรับนายวรยุทธ"บอส" เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง3คนของ "เฉลิม" กระทิงแดง จบการศึกษาด้านออกแบบผลิตภัณฑ์ จากเซนต์มาร์ติน ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

รถสปอร์ตเฟอร์รารี่ที่ขับชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.30น.วันที่ 3 ก.ย. ที่บริเวณถนนสุขุมวิทขาออก แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ได้เกิดเหตุมีรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งเข้าชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ อายุ 48 ปี กำลังปฏิบัติหน้าที่ในซอยสุขุมวิท 49 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พร้อมลากร่าง ด.ต.วิเชียร และ จักรยานยนต์สายตรวจตราโล่ ทะเบียน 51511 ไปไกลถึง 200 เมตร ถึงซ.สุขุมวิท 49 ก่อนที่ร่างด.ต.วิเชียรจะหลุดออกไป โดยผู้ขับรถยนต์สปอร์ตคันดังกล่าวได้มุ่งหน้าเข้าไปที่บ้านพักเลขที่ 9 ซ.สุขุมวิท 53

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบ พบว่าที่พื้นมีคราบน้ำมันเครื่องของรถยนต์คันก่อเหตุ ไหลเป็นทางยาวตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 53 จนเข้าไปในหน้าบ้านเลขที่ 9 ภายในซอย โดยตัวบ้านเป็นตึกสูง 6 ชั้น มีรั้วกำแพงสูงราว 3 เมตรล้อมรอบ พร้อมด้วยประตูทางเข้าบ้านเป็นประตูเหล็กแน่นหนา ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านพักของนาย เฉลิม

จากนั้นเวลา 08.00 น.พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้เดินทางมาตรวจสอบเหตุ และเข้าไปภายในบ้านเพื่อขอตรวจค้น โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนเดินทางออกมา พร้อมเปิดเผยว่า เบื้องต้นรปภ.ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านให้เข้าไปตรวจภายในโรงจอดรถ ใต้ดิน ทั้งนี้กำลังขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าไปตรวจสอบ

ต่อมาเวลา 09.00 น. ทนายความและรปภ.ของบ้านหลังดังกล่าว ก็อนุญาตให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำวจพบรถคันที่ก่อเหตุแล้ว เป็นรถสปอร์ตเฟอรารี่ สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ร่องรอยการชนที่บริเวณด้านซ้ายของตัวรถ กระจกแตกเป็นวงกว้าง และภายในรถยังมีถุงลมนิรภัยกางออก พร้อมกับมีตรายศด.ต.ซึ่งเชื่อว่าเป็นของด.ต.วิเชียรติดอยู่ที่รถคันดังกล่าว ด้วย นอกจากนี้ ยังพบบันทึกของรปภ.ที่ระบุไว้ว่าเมื่อเวลา 05.12 น. นายวรยุทธได้ขับรถคันดังกล่าวออกไปจากบ้าน

กระทั่งเวลา 10.30 น. นายวรยุทธ ได้ขอมอบตัวกับตำรวจ และยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุขับรถชนด.ต.วิเชียร เสียชีวิตจริง เบื้องต้นตำรวจได้นำตัวไปที่สน.ทองหล่อทันทีเพื่อสอบปากคำ

นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าว ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ มาช่วยราชการที่บช.น.เป็นเวลา 30 วัน มีผลทันที สาเหตุเพราะนายตำรวจคนดังกล่าวนำตัวคนขับรถภายในบ้านของนายเฉลิม อยู่วิทยา เข้ามาสวมรอยมอบตัวแทนผู้ก่อเหตุตัวจริง

"ผมทราบดีว่าสวป.คนดังกล่าว ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของบ้านหลังนี้ และมีความใกล้ชิดกับเจ้าของบ้าน แต่ทำงานแบบนี้ใช้ไม่ได้"พล.ต.ท.คำรณวิทย์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่พอใจการทำหน้าที่ของพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ เป็นอย่างมาก ถึงกับเอ่ยปากว่าจะให้ย้ายมาช่วยราชการที่บช.น.อย่างไม่มีกำหนดอีกด้วย

 

 โพสต์ทูเดย์ออนไลน์
03 กันยายน 2555 เวลา 11:02 น.

ที่มา :  http://www.posttoday.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2016, 04:51:33 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 04, 2012, 11:44:37 AM »

พิสูจน์ - เจ้าหน้าที่นำรถจักรยานยนต์สายตรวจกับรถยนต์เฟอร์รารี มาพิสูจน์ร่องรอยการเฉี่ยวชน หลังนายวรยุทธ อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ขับรถยนต์เฟอร์รารี เฉี่ยวชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน

ที่มาภาพข่าว :   http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346725843
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 05, 2012, 09:18:17 AM »


เปิดภาพวงจรปิดนาทีก่อนลูกเจ้าสัวกระทิงแดง ซิ่งเฟอร์รารี่ขยี้ "ตำรวจทองหล่อ" ตายสยอง





หมายเหตุ : ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณถนนสุขุมวิท เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย. 2555 จับภาพเหตุการณ์ขณะด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ  ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ อายุ 54 ปี กำลังขี่จักรยานยนต์สายตรวจอยู่บนถนนสุขุมวิท กับภาพรถซูเปอร์คาร์เฟอร์รารี่ ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา บุตรชายนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง วิ่งอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ก่อนที่ในภายหลังนายวรยุทธ หรือ บอส จะซิ่งเฟอร์รารี่พุ่งชนจยย.ของด.ต.วิเชียร บริเวณซอยสุขุมวิท 47 จนทั้งร่างของด.ต.วิเชียร และจยย. ถูกลากติดท้องรถเฟอร์รารี่ กระทั่งเป็นเหตุให้ดาบตำรวจรายนี้เสียชีวิตอย่างสยดสยอง

 ขณเดียวกัน พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. รับผิดชอบงานสอบสวนคดีดังกล่าว ได้เรียกชุดพนักงานสอบสวนคดีลูกทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เข้าร่วมประชุมที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) เมื่อวันที่ 4 ก.ย. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีภาพตอนที่รถพุ่งชน แต่มีภาพวงจรปิดเห็นก่อนถูกชนขณะที่ผู้ตายขี่รถจยย. และภาพวงจรปิดที่ผู้ต้องหาขับรถมาด้วยความเร็วสูง แต่ก็มีพยานบุคคล พยานแวดล้อม และวัตถุพยานซึ่งสามารถที่จะพิสูจน์ความผิดได้ เบื้องต้นผู้ต้องหาขับรถมาทางตรงมุ่งหน้าไปเอกมัยก่อนที่จะชนท้ายรถจยย.

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คำนวณความเร็วรถได้หรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย ตอบว่า ความเร็วสูงแต่ต้องให้ผู้ชำนาญตรวจสอบอีกครั้ง เราได้ภาพขณะที่ผู้ตายขี่รถจยย.ผ่าน และภาพผู้ต้องหาขับรถผ่านกล้องด้วยความเร็วสูงซึ่งต้องใช้หลักการทางด้าน วิทยาศาสตร์พิสูจน์
 
 เมื่อถามว่าการที่ขับรถชนตำรวจ แล้วลากไปตั้ง 200 เมตรเข้าข่ายเจตนาฆ่าหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัย กล่าวว่า เราคงต้องพิสูจน์กันอีกทีว่า มีพยานบุคคล หรือพยานหลักฐานยืนยันได้หรือไม่ว่าพฤติการณ์เป็นอย่างนั้น เพราะว่าเมื่อพนักงานสอบสวนไปถึงคงไม่มีใครเห็นว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร เราต้องพิสูจน์จากคำให้การพยาน และหลักฐาน รวมทั้งผลแพทย์ ก่อนที่จะพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ตนในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทองหล่อ ที่ทำงานร่วมกับ ด.ต.วิเชียร ซึ่งเป็นคนดีเราคงจะไม่ปล่อยให้ ด.ต.วิเชียร เสียชีวิตไปโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน ส่วนสำนวนคดีนั้นคงต้องรีบทำให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของตำรวจ รวมทั้งประชาชน และสื่อมวลชนให้สนใจ
 
"นายวรยุทธ ให้การว่าชนจริง แต่รายละเอียดไม่ขอเปิดเผย ผู้ต้องหามีข้อแก้ตัวบางประการซึ่งเราก็มีหน้าที่จะต้องพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ อย่างนั้น" พล.ต.ต.อนุชัย ระบุ
 

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 05 กันยายน พ.ศ. 2555 เวลา 00:51 น.


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNME5qYzRNVGMyTVE9PQ==&sectionid= 
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 06, 2012, 09:39:36 AM »


ผลเลือดมัด"บอส" เมา-ขับ! แม่พาไหว้ศพตร.

ระดับแอลกอฮอล์65 เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม ชัดแล้วชนติดหน้ารถ ไม่เข้าข่ายพยายามฆ่า


ผลเลือดมัด"บอส" ลูกกระทิงแดง พบแอลกอฮอล์ 65 ม.ก. เปอร์เซ็นต์เกินกฎหมาย กำหนด เตรียมเพิ่มข้อหาเมาแล้วขับ หนุ่มบอสโผล่วัดธาตุทอง รุดไหว้ศพ ด.ต.เหยื่อชนดับครั้งแรก ไฮโซดัง"ดารณี อยู่วิทยา" ผู้เป็นแม่ตามประกบดูแลใกล้ชิด ตร.รอผลพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ชัดเจนแล้วเฟอร์รารี่ชนจยย.แล้วร่างด.ต.ลอยมาติดกระจกหน้าเป็นระยะทาง 60 กว่าเมตร ไม่ได้ลากศพใต้ท้องรถ มีแต่รถจยย.เกี่ยวติดลากไปกับถนนไกลเกือบ 200 เมตร เร่งหาวงจรปิดนาทีพุ่งชนให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ความเร็วของรถขณะเกิดเหตุ พ่อบ้านกลับคำให้การชั้นอัยการ ปฏิเสธไม่ได้แอบอ้างรับเป็นคนขับรถ ตร.เปลี่ยนจากส่งฟ้องขอฝากขังนำกลับมาสอบใหม่ ชงผลสรุปให้สวป.ออกจากราชการฐานนำแพะมาสวมรอย

จากกรณีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัทเรดบูล คอมปานี ลิมิเต็ด นักธุรกิจแสนล้านเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถสปอร์ตเฟอร์รารี่ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ญญ 1111 กทม. พุ่งชนรถจักรยานยนต์สายตรวจของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 47 ไปจนถึงซอยสุขุมวิท 49 รวมระยะทางถึง 200 เมตร จนด.ต.วิเชียรเสียชีวิตคาเครื่องแบบ หลังเกิดเหตุนายวรยุทธขับรถหลบเข้าไปในบ้านซอยสุขุมวิท 53 สุดท้ายยอมมอบตัวหลังตำรวจตามกดดันอย่างหนัก เมื่อเช้าตรู่วันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และข้อหาชนแล้วหลบหนี ส่งตัวผู้ต้องหาตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ก่อนทนายความจะยื่น 5 แสนบาท ประกันตัวออกไป

ขณะเดียวกันพล.ต.ท.คำรณ วิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. สั่งย้ายด่วนพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ มาช่วยราชการบช.น. เนื่องจากนำนายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้านของนายเฉลิมมามอบตัวอ้างเป็นคนขับก่อเหตุ ขณะที่นายเฉลิม บิดาของนายวรยุทธ ผู้ต้องหาออกโรงแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมดูแลรับผิดชอบอย่างเต็มที่ โดยเดินทางไปไหว้ศพ ด.ต.วิเชียร และขอโทษครอบครัวญาติพี่น้องผู้ตายด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังรับจัดการงานศพ โดยไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมที่วัดธาตุทอง ทุกคืน ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น



ตร.ประชุมความคืบหน้าคดี

ความ คืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ก.ย. ที่สน.ทองหล่อ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เรียกพล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.สุคุณ พรหมาย รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.อัครวินต์ สุคนธวิท รองผกก.สส.สน.ทองหล่อ พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี เข้าประชุมความคืบหน้าคดี ใช้เวลาประมาณช.ม.ครึ่ง

จากนั้นพล.ต.ต.อนุชัยเปิดเผยว่า วันนี้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าคดีทั้งใน ส่วนการสอบพยานบุคคล พยานแวดล้อม เพื่อให้สำนวนมีความรอบคอบมากที่สุด คดีคืบหน้าไปมาก ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดในจังหวะที่ผู้ต้องหาขับรถพุ่งชนด.ต.วิเชียรนั้น ขณะนี้ยังตรวจสอบไม่พบ กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่ แต่ถึงตรวจสอบไม่พบในจังหวะชนก็ไม่ถือเป็นจุดอ่อนของคดี แม้ผู้ต้องหาอาจจะโต้แย้งว่าไม่มีหลักฐานในจังหวะชน ทางเจ้าหน้าที่มีหลักฐานอย่างอื่นมาทดแทนเพื่อเป็นการยืนยันได้ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีหลักฐานอะไรบ้าง



"จรัมพร"คุมเองพิสูจน์หลักฐาน

พล.ต.ต. อนุชัยกล่าวต่อว่า สำหรับผลตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น ขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. กับ ผู้ชำนาญการกำลังตรวจพิสูจน์อยู่ สำหรับนาย สุเวศ หอมอุบล พ่อบ้าน ที่ให้การเท็จกับเจ้าหน้าที่ว่าเป็นคนขับรถในตอนแรกนั้น พนักงานสอบสวนส่งฟ้องศาลแล้ว ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ที่นำบุคคลอื่นมารับผิดแทนผู้ต้องหาตัวจริงนั้น ผู้บังคับบัญชาสั่งให้บก.น.5 ดำเนินการ ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีมวยล้มแน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.ชุมพล ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า ในส่วนของสน.ทองหล่อได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์บริเวณบ้านนายวรยุทธ พนักงานสอบสวนที่รับมอบตัวนายสุเวศตอนแรก ผลสรุปน่าจะออกมาภายในเร็วๆ นี้ ส่วนที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ระบุว่า ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงอาจมีผลต่อตำแหน่งของตนด้วยนั้น เรื่องนี้คณะกรรมการจะทำไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่มีใครบิดเบือนข้อเท็จจริงได้

พ.ต.อ.ชุมพลกล่าวต่อว่า ส่วนข้อโต้แย้งของผู้ถูกสอบก็เป็นสิทธิ์ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปผลออกมาแล้วก็เสนอขึ้นไปผู้บังคับ บัญชาตามระเบียบของทางราชการ ผู้บังคับบัญชาจะใช้ดุลพินิจพิจารณาต่อไป ซึ่งมีหลายระดับด้วยกันตั้งแต่ระดับ บก.น. และระดับบช.น. ส่วนที่ ผบช.น. ระบุว่า มีผู้ใหญ่ติดต่อขอให้ช่วยเหลือพ.ต.ท. ปัณณ์ณภณนั้น ในส่วนสน.ทองหล่อ ยังไม่มีใครติดต่อขอให้ช่วยเหลือ ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง



ยังไม่มีภาพจังหวะชน-รอผลเลือด

พ.ต.อ. ชุมพลกล่าวว่า เรื่องกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วยังไม่พบภาพจังหวะที่ผู้ต้องหาขับรถพุ่งชน ด.ต.วิเชียร เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพิ่มเติมอยู่ แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องของทางราชการ ทำให้ต้องประสานกับเจ้าของกล้องที่เป็นเอกชนอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะพบหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดในจังหวะชนหรือไม่ เชื่อว่าผู้ชำนาญการมีอยู่หลายท่านสามารถคลี่คลายจากพยานหลักฐานอื่นๆ ได้ แม้จะไม่มีกล้องวงจรปิด สำหรับผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของนายวรยุทธผู้ต้องหา ทางพนักงานสอบสวนกำลังเร่งติดตามผล ต้องรอแพทย์ลงความเห็นก่อนส่งผลมาให้พนักงานสอบสวนในรูปแบบของเอกสารราชการ



สน.ทองหล่อปลุกกำลังใจ

พ.ต.ท. อัครวินต์ รองผกก.สน.สน.ทองหล่อ กล่าวว่า คดีนายสุเวศให้การเท็จนั้น หลังสอบปากคำในวันเกิดเหตุได้แจ้งข้อหาแจ้งถ้อยคำอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงาน จากนั้นเจ้าตัวยื่นขอประกันออกไปโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดหลักหมื่นบาท ช่วงเช้าวันนี้ประสานนายสุเวศมาพบกับพนักงานสอบสวนที่ศาลแขวงพระนครใต้ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสน.ทองหล่อนำรูป ภาพและคำพูดของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่พูดบริเวณหน้าบ้านนายเฉลิมในวันเกิดเหตุที่ 3 ก.ย. ว่า "ผมยอมให้ตำรวจตายฟรีไม่ได้ ไม่กลัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน" มาติดไว้ที่บอร์ดชั้นล่างของโรงพักด้วย นอกจากนี้ยังมีเพื่อนตำรวจบางนายของด.ต.วิเชียร พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีอารมณ์ว่า "ย้ายไปให้หมด พวกบิดเบือนความจริง" หรือ "ย้ายไปหรือยัง มีอย่างที่ไหนไล่ลูกน้องกลับจากบ้านที่เกิดเหตุ อ้างว่าเจ้าของบ้านไม่ชอบให้คนมาอยู่หน้าบ้านเยอะๆ"



พ่อบ้านกลับคำให้การชั้นอัยการ

ต่อ มาที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครใต้ ถ.เจริญกรุง พนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ นำนายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี พ่อบ้านของตระกูลอยู่วิทยา ผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ ที่สมอ้างเป็นคนขับรถเฟอร์รารี่ชนด.ต.วิเชียรจนถึงแก่ความตาย เมื่อเช้าตรู่วันที่ 3 ก.ย. พร้อมสำนวนการสอบสวนมาส่งพนักงานอัยการพิจารณา ทั้งนายสุเวศซึ่งรับสารภาพในชั้นสอบสวน กลับให้การปฏิเสธสู้คดีข้อหาแจ้งความเท็จต่ออัยการ ทำให้อัยการไม่สามารถนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้ได้ พนักงานสอบสวนจึงต้องนำตัวไปยื่นคำร้องผัดฟ้องฝากขังต่อศาลแทนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-10 ก.ย.นี้ โดยศาลอนุญาตให้ผัดฟ้องผู้ต้องหาได้ตามคำร้อง และนัดผู้ต้องหามารายงานตัววันที่ 10 ก.ย. เนื่องจากนายสุเวศได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนแล้ว จึงไม่ต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล



ชนด.ต.ลอยติดกระจกหน้า

รายงาน ข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบของสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน(สพฐ.) พบว่า จุดรถชนกันบริเวณปากซอยสุขุมวิท 47 มีร่องรอยเลือดกระเซ็นที่สามารถระบุได้ว่า การชนกันเป็นลักษณะแนวตรงตั้งฉาก เครื่องบริเวณด้านหน้ารถยนต์เฟอร์รารี่ของนายวรยุทธ มีรอยบุบเท่ากันกับรอยยุบบริเวณท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์ด.ต.วิเชียร ไม่ใช่ลักษณะของการปาดหน้า จากนั้นยังพบร่องรอยที่เข้าไปเบียดเข้ากับบริเวณเกาะกลางถนนสุขุมวิท เพราะพบร่องรอยของรถยนต์และรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว และมีสีจากเส้นกันช่องทางจราจรติดมากับกันชนด้านหน้าของรถเฟอร์รารี่ รวมถึงบางส่วนติดที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตาย มีลักษณะตรงกัน โดยสพฐ.ใช้วิธีตรวจสอบแบบเอฟทีไออาร์



ลากจยย.ใต้ท้องรถยาว 163 ม.

สำหรับ ระยะที่ศพผู้เสียชีวิตนอนอยู่นั้น เมื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับจุดที่เริ่มชนพบว่ามีระยะ 64.8 เมตร เพราะพบกองเลือดขนาดใหญ่อยู่บริเวณดังกล่าว หากนำไปตรวจสอบกับระยะความยาวของรถจักรยานยนต์ตั้งแต่จุดที่ชนจนถึงจุดที่ กลิ้งหลังจากถูกแรงกระแทกออกไปจากใต้ท้องรถเฟอร์รารี่มีระยะทางประมาณ 163 เมตร โดยหลังจากที่ถูกชนแล้วมีร่องรอยกระแทกเป็นวงกว้าง สันนิษฐานได้ว่าศีรษะอาจจะกระแทกเข้ากับบริเวณหน้ารถยนต์ เพราะพบเครื่องหมายดาบไขว้และเส้นผมติดอยู่บริเวณดังกล่าว

จากหลัก ฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ดังกล่าว แสดงว่ารถเฟอร์รารี่ขับชนรถจักรยานยนต์ แล้วร่างของด.ต.วิเชียรกระเด็นขึ้นมาติดอยู่บริเวณกระจกหน้ารถเป็นระยะทาง 64.8 เมตร ก่อนจะร่วงตกลงมาอยู่บนพื้นที่ถนน ขณะที่รถจักรยานยนต์เข้าไปอยู่ใต้ท้องรถเฟอร์รารี่ติดลากยาวเป็นระยะทาง 163 เมตรก่อนจะหลุดออกมา



วิเคราะห์ความเร็วจากวงจรปิด

อย่าง ไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความเร็วจากจุดแรกที่พบศพด้วยภาพวงจรปิดต่อไป เบื้องต้นหากพบว่าในวงจรปิดใช้ความเร็วประมาณ 4 วินาที ก็สามารถระบุได้ว่าใช้ความเร็วในการขับประมาณ 60 ก.ม./ช.ม. แต่ถ้าใช้ความเร็วในวงจรปิดไม่ถึง 2 วินาทีก็แสดงว่าความเร็วของรถยนต์คันดังกล่าวจะเท่ากับ 120 ก.ม./ช.ม. ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เพิ่งได้รับ มา

รายงานข่าวระบุอีกว่า ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอที่พบบริเวณสายรัดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยที่แตก ออกนั้น มีดีเอ็นเอตรงกันกับดีเอ็นเอของนายวรยุทธ สามารถชี้ชัดได้ว่านายวรยุทธเป็นผู้ขับรถเฟอร์รารี่คันดังกล่าว และผลการตรวจดีเอ็นเอกับคราบเลือดที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถเฟอร์รารี่ตรงกัน กับผู้ตาย



ผู้ต้องหาขอตรวจเลือดกับสธ.

นอก จากนี้การตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ ในเลือดของนายวรยุทธ ทางฝ่ายผู้ก่อเหตุขออนุญาตพนักงานสอบสวนส่งไปตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การ แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งส่วนใหญ่จะให้ร.พ.รามาธิบดี ตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ภายในเลือดของผู้ตายนั้น ทางสถาบันนิติเวชวิทยา ร.พ.ตำรวจ จะเป็นผู้ตรวจสอบ ซึ่งพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว จะเป็นผู้รับมอบผลตรวจสอบด้วยตัวเอง ทั้งนี้ผลการตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ตายต้องใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ จึงจะทราบผลชัดเจน



โฆษกตร.ย้ำคดีตรงไปตรงมา

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตร. แถลงที่ตร.ว่า ขณะนี้กำลังรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งความเร็วรถ ลักษณะการชน ตรวจเทียบดีเอ็นเอคนขับกับรถ รวมทั้งแอลกอฮอล์ในเลือด เพื่อตรวจว่าเมาสุราขณะขับรถหรือไม่ คดีนี้บช.น. และตร. ยืนยันดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โฆษก ตร. กล่าวว่า สำหรับการสืบสวนสอบสวนทางวินัย พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อนั้น ได้รับรายงานจากพ.ต.อ. ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ ว่าจะสรุปผลภายในวันนี้เสนอพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. พิจารณาเสนอต่อพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.อีกครั้ง



"บิ๊กแจ๊ด"ลั่นปิดคดีไม่เกินก.ย.

ขณะ ที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้สัมภาษณ์ที่บช.น.ว่า กรณีของพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ สวป.สน.ทองหล่อ กำลังรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งผกก.สน.ทองหล่อ จะสรุปส่งมาให้วันที่ 6 ก.ย. สำหรับความคืบหน้าทางคดีไม่มีปัญหาอะไร พล.ต.ต.อนุชัย รองผบช.น. กำลังดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีการ บิดเบือนข้อหาให้อ่อนลงในลักษณะไม่เจตนากระทำผิด ผบช.น.กล่าวว่า เรื่องนี้มันเป็นอุบัติเหตุอยู่แล้วในชั้นต้น โดยแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนี ส่วนข้อหาอื่นๆยังไม่ได้รับรายงานขึ้นมา แต่ยืนยันว่าคดีนี้จะเร่งสรุปให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เพราะคดีไม่ได้สลับซับซ้อน รอผลการตรวจพิสูจน์บางอย่างมาประกอบเท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีใครมาบิดเบือน คดีทำอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้ไม่มีปัญหาทางญาติผู้ต้องหา บิดาผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เรื่องความช่วยเหลือก็จะช่วยเต็มที่ ยืนยันได้ว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เรื่องนี้เดี๋ยวก็จบอาจจะเสร็จไม่เกินวันที่ 20 ก.ย.นี้ด้วยซ้ำไป



ทนายยันลูกความไม่ได้ดื่มเหล้า

ด้าน นายสมัคร เชาวภานันท์ ส.ว.สรรหา ในฐานะทนายความประจำตระกูลอยู่วิทยา เปิดเผยว่า พูดคุยกับนายวรยุทธ ทราบว่าไม่ได้ดื่มเหล้า หรือมีแอลกอฮอล์ในร่างกายระหว่างขับขี่ เนื่อง จากขณะขับขี่ยังนุ่งกางเกงขาสั้นอยู่ ซึ่งนาย วรยุทธก็เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกคนคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด และไม่ได้หลบหนี

"เมื่อเกิด อุบัติเหตุชน เด็กคงเกิดอาการตก ใจและไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อชนเสร็จก็ขับ รถกลับบ้าน เพราะบ้านอยู่ละแวกนั้น จนถึง วันนี้เด็กยังอยู่ในอาการตกใจ เครียด และเสีย ใจกับเหตุการณ์ แต่ยืนยันได้ว่าเด็กไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แน่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืน ยัน เพราะเวลาระหว่างเกิดเหตุจนถึงขับรถ เข้าบ้านใช้เวลาแค่ 30 นาที คงต้องติดตาม ผลการพิสูจน์จากทางแพทย์เพื่อยืนยันได้" นายสมัครกล่าว

ผู้สื่อข่าว ถามว่าในฐานะทนายวางแนวทางการต่อสู้คดีอย่างไร นายสมัครกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ยุติ ยังไม่รู้แนวทาง อีกทั้งพนักงานสอบสวนยังสอบผู้กล่าวหาไม่เสร็จ นายวรยุทธก็ยังไม่พร้อมให้การเพราะยังอยู่ในอาการตกใจและเครียด แต่ส่วนหนึ่งก็ให้การไปแล้ว ส่วนที่ตำรวจจะขอสอบปากคำเพิ่มเติมนั้น อยู่ที่ฝ่ายเรา เพราะขณะนี้นายวรยุทธยังมีจิตใจไม่ปกติ



ชนกลับเข้าบ้านแล้วถึงดื่ม

"คง ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุ หรือเกิดปัญหาเช่นนี้ อีกทั้งเด็กมีอายุเพียง 27 ปี เมื่อเจออุบัติเหตุก็ย่อมตกใจ และเหตุก็เกิดใกล้บ้าน เมื่อมาถึงบ้านก็ยังไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ ก็อาจไปดื่มภายหลัง อย่าไปคาดการณ์กันเอาเอง ซึ่งเราต้องเข้าใจในความเป็นเด็กด้วย" ทนายความตระกูลอยู่วิทยากล่าวและว่า ยืนยันนายวรยุทธไม่ได้คิดหลบหนี หรือให้ใครรับเป็นผู้ต้องหาให้ ทั้งตัวนายเฉลิม บิดาก็ยังได้ออกมาขอโทษ

นาย สมัครกล่าวด้วยว่า นายวิทยา ผู้เป็นพ่อยินดีดูแล ชดใช้ทุกอย่าง ไม่ว่าผลทางคดีจะแพ้หรือชนะ และได้เสนอตัวไปแล้ว พร้อมดูแลและรับผิดชอบค่างานศพทั้งหมด นายวิทยาก็เดินทางไปเป็นประธานและร่วมงานศพทุกวัน ยินดีชดใช้ค่าจักรยานยนต์ โดยเสนอตัวยอมชดใช้หมดทุกอย่าง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เจรจากัน เพราะทุกฝ่ายยังอยู่ในอาการเศร้าโศก



"บอส"ไปงานศพวันแรก

วัน เดียวกันน.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยาด.ต.วิเชียร ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เรื่องค่าชดเชยที่นายเฉลิม บิดาผู้ต้องหาประกาศจะรับผิดชอบนั้น ได้พูดคุยกันว่าให้เสร็จงานศพก่อนจึงค่อยพูดคุยหารือกัน เรื่องนี้จะเป็นธุระหน้าที่ของพี่ชายด.ต.วิเชียรรับผิดชอบ ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับด.ต.วิเชียร

เวลา 15.00 น. ที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง นางดารณี อยู่วิทยา ไฮโซชื่อดัง ภรรยานายเฉลิม พานายวรยุทธ บุตรชาย ที่อยู่ในชุดสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ มาร่วมงานศพด.ต.วิเชียร เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น โดยนายวรยุทธมีสีหน้าเศร้าโศก เดินไปจุดธูปไหว้ศพ ก่อนลุกขึ้นนำพวงมาลัยไปคล้องไว้อาลัยที่รูปถ่ายด.ต.วิเชียร แล้วมานั่งรอฟังสวดพระอภิธรรม โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ มีนางดารณี มารดา ตามประกบดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา



พบแอลกอฮอล์เกินกำหนด

ต่อ มาเวลา 19.00 น. พ.ต.อ.ชุมพล ผกก.สน.ทองหล่อ พร้อมด้วยตำรวจสน.ทองหล่อ ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 100 คน นายพรอานันท์ กลั่นประเสริฐ พี่ชายด.ต.วิเชียร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายครอบครัวอยู่วิทยา พานายวรยุทธมาขอขมาและเคารพศพ แต่ยังไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องค่าสินไหมทดแทนแต่อย่างใด คาดว่าจะหลังจากเสร็จพิธีศพ เรื่องที่เกิดขึ้นครอบครัวไม่ติดใจอะไร เนื่องจากหลังเกิดเหตุครอบครัวคู่กรณีคอยดูช่วยงานศพตลอดเวลา และถือว่าเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ ทุกคนพร้อมอโหสิกรรมให้นายวรยุทธ

รายงาน ข่าวจากสน.ทองหล่อแจ้งว่า ผลการตรวจประมาณแอลกอฮอล์ของนายวรยุทธ ผล ออกมาว่ามีประมาณ 64 เกือบ 65 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเพิ่มข้อหาเมาแล้วขับต่อนายวรยุทธ ส่วนพ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ สวป.สน.ทองหล่อ ที่ถูกสั่งให้ไปช่วยราชการที่บช.น. อาจถูกลงโทษให้ออกจากราชการไว้ก่อน

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า อย่างไรก็ตามจากการประมวลพยานหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะบันทึกการเข้าออกบ้านพักที่ระบุว่าขับรถเฟอร์รารี่ออกจากบ้านตอน เวลา 05.00 น.ก่อนเกิดเหตุนั้น ทำให้เชื่อว่านายวรยุทธจะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตอนกลับเข้ามาบ้านหลังจาก ก่อเหตุขับรถชนด.ต.วิเชียรเสียชีวิตแล้ว



"จรัมพร"เผยรายละเอียดชน

ทาง ด้านพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ระยะทางตั้งแต่จุดชนแรก จนถึงจุดที่ร่างของด.ต.วิเชียรอยู่บนพื้นถนน ปรากฏกองคราบโลหิต เป็นระยะทางประมาณ 64 เมตร ทิศทางจากปากซอยสุขุมวิท 47 ไปทางซอยสุขุมวิท 49 โดยจุดแรกที่ชนพบรอยการกระเซ็นของเลือดบนพื้นถนน รอยครูดบนพื้นถนน ห่างจากจุดแรก 12.5 เมตร จำนวน 2 รอย ซึ่งรอยครูดบนเส้นขอบทางสีเหลืองห่างจุดสอง 7 เมตร รอยครูดที่ขอบคอนกรีตเกาะกลางถนนห่างจุดสาม 12 เมตร โดยมีรอยครูดบนพื้นถนนห่างจุดสี่ 1 เมตร รอยครูดบนพื้นถนนห่างจุดห้า 6.4 เมตร และกองคราบโลหิตจำนวนมากบนพื้นถนนห่างจุดหก 24.7 เมตร รวมระยะจุดชนแรก ถึงจุดที่ด.ต.วิเชียรนอนบนพื้นถนน 64.6 เมตร ไม่มีร่องรอยการถูกลากต่อไปแต่อย่างใด ทั้งนี้จุดที่พบรถจักรยานยนต์ล้ม อยู่บริเวณใกล้ปากซอยสุขุมวิท 49 ห่างจากจุดชนแรกเป็นระยะทางประมาณ 163.6 เมตร ไม่ปรากฏรอยเลือดของผู้เสียชีวิตบนผิวถนนในบริเวณที่รถล้มอยู่แต่อย่างใด

พล.ต.ท. จรัมพร กล่าวอีกว่า การพิสูจน์ตัวผู้ขับขี่นั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสถานที่เกิดเหตุที่พบรถจอดอยู่ในบ้าน ตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงและสารพันธุกรรม(ดีเอ็นเอ)ที่ตัวรถทั้งภายนอกและในตัว รถ จุดที่เน้น คือ ถุงลมนิรภัย ทั้ง 2 ด้าน ได้ตัดออกไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เข็มขัดนิรภัย พบมีรอยช้ำของสายเข็มขัดตรงกับรอยบาดเจ็บที่บริเวณไหล่ช่วงไหปลาร้าของผู้ ขับขี่ เมื่อตรวจดีเอ็นเอแล้ว พบว่าที่ถุงลมนิรภัยและเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับตรงกับดีเอ็นเอของนายวรยุทธ แต่ไม่ตรงกับดีเอ็นเอของนายสุเวศที่มอบตัวในตอนแรก ซึ่งเจ้าตัวออกมารับสารภาพแล้ว โดยที่กล่าวมาถือเป็นพยานแวดล้อมเท่านั้น

พล.ต.ท. จรัมพร กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต มีรอยถลอกเด่นชัดบริเวณใบหน้าและมือ ไม่พบรอยเลือด หรือเนื้อเยื่อใต้ท้องรถยนต์ที่ผู้ต้องหาขับขี่ ไม่ปรากฏรอยเลือดที่เกิดจากการไถลบนพื้นถนน จากจุดที่คราบโลหิตกองใหญ่ ซึ่งด.ต.วิเชียรตกจากรถไปจนถึงจุดที่รถจักรยานยนต์ล้มอยู่ ได้ตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยนำวัตถุพยานจากที่เกิดเหตุเข้าไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการหลายอย่าง ผลการตรวจสอบที่สำคัญพบว่า ลักษณะของสีเหลืองจากเส้นขอบทางผิวถนนที่ถูกครูด ตรงกับสีเหลืองที่ติดอยู่บนท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ และกันชนรถยนต์



มีวิธีคำนวณความเร็วรถ

"ลักษณะ สีที่หลุดลอกจากแผ่นป้ายทะเบียนโล่ของรถจักรยานยนต์ตรงกับสีที่ติดอยู่บน ฝากระโปรงรถยนต์ รอยกันชนรถยนต์เฟอร์รารี่เป็นรูปวงกลม เศษดินบริเวณพรมวางเท้า ตรงกับเศษดินจากรองเท้ายี่ห้อพราด้าของนายวรยุทธ คาดว่าอาจจะใส่ในวันเกิดเหตุ ทำให้ทราบได้ว่าได้เคยนำรถยนต์คันดังกล่าวมาขับเป็นประจำ อย่างไรก็ตามความเร็วของรถข้อมูลจากกล้องวงจรปิดจะสามารถนำมาคำนวณความเร็ว ได้จากระยะทาง และเวลา ที่รถแล่นผ่านจุดอ้างอิง หากไม่มีกล้องวงจรปิดที่มีข้อมูลเพียงพอจะใช้วิธีการคำนวณโดยวิธีอื่น เช่น คำนวณจากจุดที่ชนจนถึงจุดที่ร่างของด.ต.วิเชียรตกลงบนพื้นปรากฏรอยเลือด ซึ่งมีความสัมพันธ์ระหว่าง ความเร็ว-ระยะทาง-ระยะเวลา ที่ร่างของ ด.ต.วิเชียรค้างอยู่บนฝากระโปรงรถยนต์" ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าว

จากการประมวลวิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วค่อนข้างแน่ชัดว่าไม่เข้าข่ายความผิดฐานพยายามฆ่า

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวถึงการพิจารณาโทษสวป.สน.ทองหล่อว่า ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยสรุปผลในเบื้องต้นแล้ว จะรายงานตนในวันพรุ่งนี้ แล้วจะแถลงข่าวต่อไป



ได้ภาพวงจรปิดแล้ว 5 จุด

รายงาน ข่าวจากบช.น.แจ้งว่า พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. หัวหน้าพนักงานสอบสวน สั่งการเร่งรัดร.พ.สมิติเวชที่นำผลเลือดนาย วรยุทธไปตรวจสอบกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่า 2-3 วันนี้น่าจะทราบผลได้อย่างแน่นอน และประสานบริษัทเฟอร์รารี่ประเทศ ไทย ขอชิ้นส่วนของกล่องดำบันทึกการเคลื่อนที่ภายในรถมาให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจสอบต่อไป

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า การตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ขณะนี้พบมีวงจรปิดทั้งหมด 5 จุด ได้แก่ 1.บริเวณโชว์รูมเบนซ์ ช่วงเวลาประมาณ 05:13:13 2.บริเวณธนาคารธนชาต สาขาทองหล่อ ช่วงเวลาประมาณ 05:13:30 3.บริเวณร้านกิฟฟารีน ช่วงเวลาประมาณ 05:13:40 4.ร้าน บุกส์ 53 ช่วงเวลาประมาณ 05:15:00 และ 5.บ้านเรือนประชาชนแห่งหนึ่ง ช่วงเวลาประมาณ 05:15:34 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพียงกล้องตัวแรกก่อนที่จะชนพบว่า รถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียรอยู่ถนนเลนซ้ายสุด มีรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถยนต์ 1 คัน ขับตามมา จนกระทั่งมีรถปิกอัพขับตามมา ก่อนจะเห็นรถเฟอร์รารี่ขับผ่านมาอยู่ในเลนขวาสุด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจุดอื่นๆ



ข่าวสดรายวัน
วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakEyTURrMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdPUzB3Tmc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3846


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์ อีเมล์
| « ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 06, 2012, 09:54:03 AM »

แฉรถลูกเจ้าสัวชนจยย.จากด้านหลัง ไม่ใช่ลักษณะชนแบบขับปาดหน้า


เผยรถเฟอร์รารี่ชนจยย.จากด้านหลัง ไม่ใช่ลักษณะการชนแบบขับปาดหน้า เตรียมคำนวณความเร็วรถ ดีเอนเอชี้ชัด ลูก “เฉลิม อยู่วิทยา” เป็นคนขับ แถมแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เตรียมแจ้งข้อหาเมาแล้วขับเพิ่ม

ความคืบหน้าคดีรถเฟอร์รารีซิ่งชนรถจยย.จนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ล่าสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันนี้ (5 ก.ย.) รายงานข่าวระบุผลการตรวจสอบสภาพรถเฟอร์รารี่ที่พบว่าเป็นการชนกันเป็นลักษณะ แนวตรงตั้งฉาก เครื่องบริเวณด้านหน้ารถยนต์เฟอรารี่ มีรอยบุบเท่ากันกับรอยยุบบริเวณท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์สายตรวจ ถ้าหากเป็นการขับปาดหน้า จะมีต้องมีร่องรอยการชนจากด้านข้างด้วย

จากนั้นรถทั้งสองได้เบียดเข้ากับบริเวณเกาะกลางถนน สำหรับจุดที่ชนไปถึงจุดที่พบรถจยย.นั้นมีระยะกว่า  163 เมตร เมื่อตรวจสอบพบจุดที่ผู้เสียชีวิตนั้น อยู่ที่ระยะที่  64.8 เมตร เมื่อคำนวณแล้วพบว่าผู้เสียชีวิตกระเด็นออกจากรถจยย. ก่อนที่รถยนต์จะลากรถจยย.ไปไกลประมาณ 100 เมตร หลังจากที่ถูกชนแล้วมีร่องรอยกระแทกเป็นวงกว้าง สันนิษฐานได้ว่าศีรษะของผู้เสียชีวิตกระแทกเข้ากับบริเวณหน้ารถยนต์ เนื่องจากพบเครื่องหมายดาบไขว้และเส้นผมติดอยู่บริเวณที่ปัดน้ำฝน
 

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการคำนวณความเร็วของรถจากจุดแรกที่พบศพด้วยภาพวงจรปิด เบื้องต้นหากพบว่า ถ้าใช้ความเร็วของภาพรถประมาณ 4 วินาทีจากกล้องวงจรปิด สามารถระบุได้ว่ารถเฟอร์รารี่ใช้ความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. แต่ถ้าใช้ความเร็วของภาพรถไม่ถึง 2 วินาที รถจะใช้ความเร็วเท่ากับ 120 กม./ชม. ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่พึ่งได้รับภาพจากกลองวงจรปิดเพื่อนำมาตรวจสอบต่อไป

รายงานข่าวยังระบุอีกด้วยว่า ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอที่พบที่บริเวณสายรัดเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยที่ แตกออกนั้น มีดีเอ็นเอตรงกันกับดีเอ็นของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ลูกชายเจ้าสัวเครื่องดื่มชูกำลังคนดัง สามารถชี้ชัดได้ว่า นายวรยุทธเป็นผู้ขับรถยนต์เฟอรารี่คันดังกล่าว และผลการตรวจสอบดีเอ็นเอกับคราบเลือดที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถยนต์เฟอรารี่ตรง กันกับผู้ตาย

นอกจากนี้ การตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของนายวรยุทธ์ทางฝ่ายของผู้ก่อเหตุขออนุญาต จากพนักงานสอบสวนส่งไปตรวจสอบที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนใหญ่จะให้รพ.รามาธิบดี เป็นผู้ทำการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ภายในเลือดของผู้ตายนั้น ทางสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตร. จะเป็นผู้ทำการตรวจสอบ ซึ่งพล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. ฐานะหัวพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวจะเป็นผู้รับมอบด้วยตัวเอง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ผลการตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกาย นายวรยุทธ อยู่วิทยา ระบุว่า มีแอลกอฮอล์ปริมาณ 64 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดคือ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหานายวรยุทธเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ ขับรถขณะเมาสุรา


เดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธที่ 5 กันยายน 2555 เวลา 19:45 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/153589
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.386 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check