ดวลเดือด-ฆ่าลูก สส.ชาดา เหตุซิ่งรถเปิดไฟสูง(update! ศาลโคราชตัดสินจำคุกมือปืนสังหาร"ฟารุต"ลูกชาย ส.ส -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กุมภาพันธ์ 28, 2017, 12:30:17 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ดวลเดือด-ฆ่าลูก สส.ชาดา เหตุซิ่งรถเปิดไฟสูง(update! ศาลโคราชตัดสินจำคุกมือปืนสังหาร"ฟารุต"ลูกชาย ส.ส

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 3 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ดวลเดือด-ฆ่าลูก สส.ชาดา เหตุซิ่งรถเปิดไฟสูง(update! ศาลโคราชตัดสินจำคุกมือปืนสังหาร"ฟารุต"ลูกชาย ส.ส  (อ่าน 384400 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 10:58:02 AM »

ดวลเดือด-ฆ่าลูก สส.ชาดา เหตุซิ่งรถเปิดไฟสูง

รัวยิงสนั่นกลางเขาใหญ่ สาดกระสุนสู้กับปิกอัพ! พ่อขับเก๋งอีกคันนำหน้า มารู้ทีหลังแทบช็อก ตร.ยันแค่วิวาทบนถนน


ดวลเดือด - สภาพรถยนต์ของนายฟารุต เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังเกิดการยิงดวลถล่มกับรถปิกอัพ เพราะเขม่นกันเรื่องเปิดไฟสูง ก่อนที่นายฟารุตถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 ส.ค.

ดวลสนั่นเขาใหญ่ฆ่าโหดลูกชาย ' ชาดา ไทยเศรษฐ์' ส.ส.อุทัยธานี คนดังเหตุจากเปิดไฟสูงใส่กันจน 2 ฝ่ายสาดกระสุนป่วนทั้งถนน ก่อนมือปืนปิกอัพยิงทะลุกระจกถูกลูก ส.ส. ที่เป็นคนขับเสียชีวิตต่อหน้าเพื่อน พบก่อนเกิดเหตุส.ส.ชาดาพาครอบครัวและเพื่อนๆ มาพักโรงแรมแถวเขาใหญ่ ตกดึกพากันออกไปซื้อของ ระหว่างทางชาดาเปลี่ยนไปนั่งรถอีกคันแล้วให้ลูกชายกับเพื่อนขับรถตามมากระ ทั่งเกิดเรื่องร้ายขึ้น ส.ส.คนดังเชื่อยิงผิดตัวคาดคนร้ายมุ่งสังหารตัวเองมากกว่า ขณะที่ ตร.ให้น้ำหนักเรื่องวิวาทระหว่างขับรถ หลังมีพยานระบุลูกชาดาเปิดไฟสูงใส่รถคนร้ายที่แล่นสวนมา คนร้ายเลยกลับรถไล่ตามแล้วเปิดสปอตไลต์ใส่บ้าง ทำให้คนในรถ ลูกชายส.ส.ไม่พอใจยิงปืนใส่กว่า 10 นัดจนปลอกกระสุนเกลื่อนรถ คนร้ายเลยแซงขึ้นด้านซ้ายยิงสวนไป 2 นัด ก่อนเผ่นหนี


ยิงดับลูกชายส.ส.ชาดา ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 21 ส.ค. พ.ต.ต.นพพร ปราชญ์กระโทก สารวัตรเวรสภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณทางเข้าหมู่บ้านคลองเดื่อ ถนนแยกหน้าด่านขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ก.ม.ที่ 6-7 จึงรายงานผู้บังคับบัญชาพร้อมด้วยพล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3, พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส. ภาค 3, พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.นคร ราชสีมา และพ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี เดินทางไปตรวจสอบ


ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นแลนด์ครุยเซอร์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ-5726 กทม. ชนเสียบคาอยู่กับเสาไฟฟ้าริมถนน สภาพพังยับเยิน ประตูด้านซ้ายพบรอยถูกยิง 2 นัด ภายในรถมีปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ตกเกลื่อนรวม 12 นัด เบื้องต้นทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บคือนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้ากกหูซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน ญาติได้นำตัวส่งร.พ.ปากช่องนานา แต่สิ้นใจระหว่างทาง


สอบสวนทราบว่าช่วงบ่ายวันเดียวกันนาย ชาดา พาลูกชายและญาติๆ เดินทางมาเที่ยวพักผ่อนที่โรงแรมชาโต เดอ เขาใหญ่ จนก่อนเกิดเหตุขับรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ พาลูกชายและเพื่อนๆ มาหาซื้อของใช้ที่ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต ริมถนนธนะรัชต์ ก่อนแวะไปที่ร้านแมคโดนัลด์ รับเพื่อนนายชาดา ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาสมทบ โดยนายชาดาเปลี่ยนมานั่งรถของเพื่อนขับนำหน้า และให้ลูกชายกับเพื่อนๆ อีก 6 คนขับรถตามหลังมา

ลูกส.ส.ญาติ เคลื่อนศพนายฟารุต ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ถูกยิงเสียชีวิต ไปฝังที่กุโบร์ ต.ดอนขวาง อ.เมืองอุทัยธานี ท่ามกลางความเสียใจของญาติพี่น้อง


จากคำให้การของพยานพบว่าระหว่างทางมีคนร้ายขับรถปิกอัพยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีน้ำเงิน แบบโหลดเตี้ย ติดไฟสปอตไลต์บริเวณหลังคาเหนือกระบะ ขับตามหลังมา ก่อนที่คนร้ายจะเปิดสปอตไลต์ ไล่รถนายฟารุต ที่แล่นอยู่ข้างหน้า ก่อนที่จะเกิดเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด รถคนร้ายแล่นแซงขึ้นด้านซ้ายและมีเสียงปืน ดังขึ้นอีก จังหวะนั้นเองรถนายฟารุตเสียหลัก พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป


ต่อมานายชาดา ที่เดินทางกลับถึงที่พักแต่ยังไม่พบลูกชายตามมา ระหว่างนั้นได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของลูกว่าเกิดเหตุนายฟารุต ถูกยิง จึงขับรถย้อนกลับมาดูรีบพาส่งร.พ. แต่นายฟารุตทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตก่อนถึงมือแพทย์


เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายชาดา นำศพนายฟารุต มาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ที่บ้านหลังวัดทุ่งแก้ว จ.อุทัยธานี โดยมี ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา หน่วยงานราชการต่างๆ พ่อค้า ประชาชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุทัยธานีคอยอำนวยสะดวกด้านการจราจร และดูแลป้องกันเหตุไม่คาดฝัน หลังเสร็จสิ้นพิธีก็เคลื่อนศพไปยังกุโบร์ ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ทำพิธีฝัง โดยมีป้ายห้ามถ่ายภาพเด็ดขาดติดไว้ที่รั้วหน้าบ้าน และกุโบร์


พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวว่าเบื้องต้นตั้งสาเหตุไว้ 2 ประเด็น คือยิงผิดตัวเพราะรถคันเกิดเหตุตอนแรกนายชาดา นั่งมากับลูกชายก่อนย้ายไปนั่งรถเพื่อน ส่วนอีกเรื่องอาจจะเป็นการขับรถปาดหน้ากัน แต่ตำรวจให้น้ำหนักที่ประเด็นหลังมากกว่า เพราะหากจะสังหารนายชาดา คนร้ายน่าจะเลือกลงมือที่จุดอื่น และใช้อาวุธร้ายแรงกว่านั้น แต่จากหลักฐานพบว่าคนร้ายยิงใส่รถด้านซ้ายเพียง 2 นัดเท่านั้น


'พนักงานสอบสวนนำพยานที่นั่งมาในรถ ผู้ตายมาสอบแล้ว 3 ปาก ยังเหลืออีก 3 ปาก ก็พอจะทราบที่มาของการก่อเหตุ ส่วนนายชาดา ยังไม่มาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน เนื่อง จากจะต้องไปจัดการงานศพลูกชายก่อน' ผบช.ภาค 3 กล่าว


รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุและวิถีกระสุนของเจ้าหน้าที่พฐ.นั้น เบื้องต้นเชื่อว่าไม่ใช่การลอบสังหารที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า แต่เป็นเหตุประทุษร้ายกันซึ่งหน้า โดยตำรวจวิเคราะห์จากวิถีกระสุนที่คนร้ายยิงใส่รถโตโยต้า ทางด้านซ้ายเพียง 2 นัด โดยนัดหนึ่งติดอยู่ที่ขอบประตูรถ ส่วนอีกนัดทะลุกระจกเข้าไปถูกนายฟารุต


ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รอง ผบ.ตร. กล่าวว่าจากรายงานยังฟันธงไม่ได้ว่าเป็นเรื่องของการใช้มือปืนรับจ้างหรือ ไม่ ซึ่งส่วนตัวมองว่ามีการขับรถแซงกันมา ตรงนี้อาจจะเป็นการก่อเหตุของวัยรุ่นก็ได้ ส่วนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น จะต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน อย่างไรก็ตามให้น้ำหนักเรื่องมุ่งสังหารนายชาดา ไม่มากนัก เพราะจากข้อมูลพบว่าหากเป็นมือปืนอาชีพน่าจะเลือกลงมือได้หลายจุด โดยเฉพาะช่วงที่นายชาดาเปลี่ยนมาขึ้นรถเพื่อน มีจังหวะให้ลงมือได้มากกว่า


พล.ต.ต.องอาจ กล่าวว่าในเบื้องต้นมุ่งไปที่เรื่องขับรถปาดหน้ากันหรือเปิดไฟสูงใส่กัน มากกว่าจะเป็นการลอบสังหาร เพราะตำรวจพบพยาน 2 รายให้การตรงกันว่า ช่วงเกิดเหตุนั้นรถคนร้ายขับแล่นสวนมาอีกทางหนึ่ง แต่รถนาย ฟารุตเปิดไฟสูงเข้าใส่ ทำให้คนร้ายไม่พอใจ กลับรถไล่ตามมาและเปิดไฟสปอตไลต์ตามหลังมา ปรากฏว่าคนในรถโตโยต้า ลดกระจกใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับไป คนร้ายจึงเร่งเครื่องแซงขึ้นด้านซ้ายแล้วยิงใส่ 2 นัด จนรถนายฟารุตเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน ส่วนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว


'จากการตรวจสอบในสถานที่เกิดเหตุ พบกระสุนเพียง 2 นัด ไม่น่าจะเป็นมือปืนอาชีพเพราะถ้าหากเป็นจริงคงต้องกระหน่ำยิงมากกว่านี้ ส่วนคนร้ายพุ่งเป้าไปที่คนในพื้นที่ก่อน พร้อมให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามร้านค้าตลอดเส้นทางด้วย' ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าว


รายงานข่าวแจ้งว่านายชาดา ยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะนายฟารุต เป็นลูกชายคนเดียวและประกาศวางตัวเป็นทายาททางการเมืองด้วย ส่วนสาเหตุนั้นนายชาดา มั่นใจว่าไม่ใช่แค่ขับรถปาดหน้ากัน แต่น่าจะเป็นการมาดักซุ่มรออยู่ก่อน โดยมีเป้าหมายที่ตัวเองมากกว่า


ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ายังไม่ชัดเจนว่าคนร้ายต้องการสังหารนายชาดา หรือยิงลูกชายโดยตรง เพราะยังไม่ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง ขณะที่ทางฝ่ายญาติของผู้เสียชีวิตไม่ให้ผ่าตัดตรวจพิสูจน์กระสุน เพราะเป็นมุสลิมต้องทำพิธีศพภายใน 24 ชั่วโมง


นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าเพิ่งทราบข่าวแต่ยังไม่รู้ถึงสาเหตุ มอบหมายให้นาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางไปร่วมพิธีศพของบุตรชายนายชาดา โดยขอให้นายสมศักดิ์ ไปสอบถามรายละเอียดแล้วกลับมารายงาน


'ผมโทรศัพท์คุยแล้วแต่ข้อมูลละเอียด ไม่กล้าถามเจ้าตัวเพราะยังเสียใจอยู่ สาเหตุยังตอบไม่ได้คงเป็นไปได้ทุกทาง ต้องให้ตำรวจไปสอบสวนดูว่าสาเหตุเกิดจากอะไร เห็นใจนาย ชาดาที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค' นายบรรหาร กล่าว


สำหรับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา นอกจากเป็นส.ส.หลายสมัยแล้วยังเป็นผู้กว้างขวางในหลายวงการ และมีข่าวคราวออกมามากมายหลายครั้ง ที่โด่งดัง เมื่อมีกรณีพิพาทกับ 'อัจฉรา ทองเทพ' อดีตนางงามและนักแสดงชื่อดังซึ่งเป็นภรรยา ที่เข้าร้องขอความช่วยเหลืออ้างว่าถูกคุกคาม ท้ายที่สุดทั้งคู่ก็แยกทางกัน


ปี 2546 ขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี ถูกจับกุมข้อหาจ้างวานฆ่านายสมเกียรติ จันทรหิรัญ ประธานอบต.เนินแจง อ.เมืองอุทัยธานี เลขานุการส่วนตัวของนาย ประแสง มงคลศิริ ส.ส.อุทัยธานี เขต 1 พรรคไทยรักไทย ก่อนพ้นคดีในเวลาต่อมา ขณะที่ลูกน้องหลายคนที่อยู่ในวงการผู้กว้างขวางถูกจับคดีฆ่านางนิตยา เพทายบันลือ ผจก.ฝ่ายบัญชีบริษัทหนึ่งพัฒนาก่อสร้าง เหตุเกิดเมื่อปี 2545


ล่าสุดเมื่อปี 2554 นายชาดา ออกมาปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับคดีมือปืนสังหารพ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ซึ่งถูกยิงตายคาบ้านพัก จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2554 และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเดินทางไปร่วมพิธีเผาศพด้วย โดยคดีดังกล่าวตำรวจเชื่อว่าสาเหตุมาจากพ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ ที่มีบริษัทรับเหมาก่อสร้างขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองและผู้มีอิทธิพลใน จ.นครสวรรค์ และอุทัยธานี เรื่องแย่งประมูลงาน


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEl5TURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdPQzB5
TW
c9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 28, 2013, 10:34:04 AM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 11:05:15 AM »

ตั้งปมฆ่าลูกชาดา คู่อริจ้องฆ่าพ่อ-ปาดหน้ารถโจ๋




ความคืบหน้าพิธีฝังนายฟารุต ไชยเศรษฐ์ หลังจากรับศพโรงพยาบาลแล้ว วันนี้ (21 ส.ค.) ก่อนเที่ยง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองอุทัยธานี ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ได้นำศพหลานชายมาทำพิธีทางศาสนาอิสลามที่บ้านพักบริเวณหลังวัดทุ่งแก้ว เขตเทศบาลเมืองอุทัยธานี อ.เมือง จ.อุทัยธานี จากนั้นเวลา 14.00 น. นายชาดาได้ทำพิธีเคลื่อนศพลูกชายไปฝังที่กุโบร์บริเวณหลังเขาสะแกกรัง ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ท่ามกลางญาติมิตรและนักการเมืองชื่อดังมาร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตส.ส.อ่างทอง พรรคชาติไทย นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย รวมทั้งนายวันชัย โอสุคนทิพย์ ผวจ.อุทัยธานี และพล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวช ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี

 

รายละเอียดของเหตุการณ์สั่งตายครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.20 น.ในวันเดียวกัน พ.ต.ต.นพพร ปราชญ์กระโทก พนักงานสอบสวน สภ.หมูสี  อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 141/2 ริมถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว ช่วงกม.ที่ 6-7 ท้องที่หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ  ผกก. พ.ต.ท.นนท์ธวัช พงศ์เลิศโกศล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชูสิทธิ์  หล่อแสง  สว.สส. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน
 

ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ  ทะเบียนป้ายแดง  อ-5726  กรุงเทพมหานคร  ปีนขึ้นขอบทางด้านขวา ด้านหน้ารถชนเสาไฟฟ้าหัก 1 ต้น โค่นลงมาทับรถยนต์ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดับมืดสนิท กระจกประตูรถด้านคนนั่งข้างคนขับถูกกระสุนแตกทั้งบาน ที่ประตูรถมีรูกระสุนปืน 1 รู โดยมีเศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ภายในเบาะนั่งคนขับพบร่างอันโชกเลือดของนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 28 ปี ลูกชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา และประธานกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าบริเวณใต้กกหูซ้าย 1 นัด กระสุนฝังใน อาการสาหัส ญาติและพรรคพวกที่มาด้วยกัน ช่วยนำร่างนายฟารุตส่ง รพ.ปากช่องนานา แต่เสียชีวิตระหว่างทาง จากการตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. และขนาด .380 ตกกระจัดกระจายตามพื้นถนนเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร จำนวน 13  ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายชาดา ได้พาครอบครัว คนสนิท และเพื่อนๆของลูกชาย เดินทางมาพักผ่อนที่โรงแรมชาโตเดอะเขาใหญ่ อ.ปากช่อง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. นายชาดาพร้อมนายฟารุตผู้ตายและเพื่อนๆรวม 7 คน นั่งรถยนต์ป้ายแดงคันดังกล่าวออกจากโรงแรมที่พัก เพื่อไปซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่ร้านสะดวกซื้อ บริเวณ กม. 4 ริมถนนธนะรัชต์ ต่อมามีเพื่อนของนายชาดาเดินทางจากกรุงเทพฯตามมาสมทบ โดยนัดให้นายชาดาไปพบที่ร้านแมคโดแนล ใกล้ห้างฯโลตัส สาขาปากช่อง นายชาดาจึงย้ายจากรถของลูกชายไปนั่งรถเก๋งบีเอ็มดับเบิ้ลยูอีกคันของเพื่อน สนิท แล้วขับนำหน้ารถลูกชายที่มีเพื่อนผู้ชายนั่งมาด้วย 6 คน ไปตามถนนธนะรัชต์  ก่อนถึงประตูด่านขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เลี้ยวซ้ายตามถนนทางหลวงชนบท
 

เมื่อรถวิ่งมาถึงทางโค้งสามแยก กม. 6-7 พบว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน นั่งมาในรถปิกอัพมิตซูบิชิ สตาร์ด้า ติดเทอร์โบ โหลดเตี้ย สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน พยายามขับแซงซ้ายขึ้นไป จังหวะนั้นผู้ตายเห็นผิดสังเกต จึงพยายามขับกันไม่ให้แซง พร้อมทั้งส่งอาวุธปืนให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหลัง แต่ไม่ทันการณ์ เพราะคนร้ายได้เร่งเครื่องยนต์ขึ้นแซง พร้อมเปิดไฟสปอตไลท์ที่ติดขอบกระบะหลังสาดใส่หน้าคนขับรถผู้ตาย แล้วมือปืน 2 คน ในรถปิกอัพได้ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้ามาทางกระจกรถด้านคนนั่งข้างคนขับ ส่วนคนอื่นได้มอบลง จึงไม่ตกเป็นเหยื่อคมกระสุน ยกเว้นนายฟารุตถูกยิงจนฟุบคาพวงมาลัย ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง หักโค่นลงมาทับรถ
 

ส่วนนายชาดาซึ่งขับรถยนต์อยู่ข้างหน้าและเป็นช่วงทางโค้งมองไม่เห็นไฟรถ ยนต์ของลูกชาย จึงขับสวนทางมาดู แล้วพบรถของคนร้ายมีคนนั่งในกระบะหลัง 2 คน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงมาที่รถของนายชาดาด้วยแต่กระสุนพลาดเป้า กลุ่มมือปืนจึงรีบขับรถหลบหนีไป นายชาดากับลูกน้องจึงช่วยกันนำร่างนายฟารุตส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
 

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ. 3 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภ.3  พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และพ.ต.ท.สถาพร ทองจำรุญ สว.กองพิสูจน์หลักฐานภาค 3 เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม จากนั้น พล.ต.ท.ภาณุได้ให้สัมภาษณ์ ว่าเบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นการสังหารไว้ 2 เรื่อง คือ ปัญหาการล้างแค้นจากคู่อริเดิมที่มี และเหตุการณ์เฉพาะหน้าของกลุ่มวัยรุ่นอาจจะไม่พอใจเรื่องการขับรถปาดหน้ากัน
 

ส่วนคนร้ายต้องการสังหารนายชาดาหรือไม่นั้น ไม่น่าจะเป็นเป้าหมายหลัก เพราะถ้าต้องการสังหาร ส.ส.อุทัยธานี คนร้ายน่าจะยิงถล่มในช่วงนายชาดาลงจากรถ และต้องใช้อาวุธร้ายแรงกว่านี้  ในส่วนของพนักงานสอบสวนได้นำพยานที่นั่งมาในรถผู้ตายมาสอบแล้ว 3 ปาก ยังเหลืออีก 3 ปาก และพอจะทราบที่มาของการก่อเหตุ ส่วนนายชาดาเป็น ส.ส.ชื่อดัง และเป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ยังไม่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากต้องไปจัดการงานศพลูกชายก่อน เพราะหลักศาสนาอิสลามต้องฝังศพภายใน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง คาดว่าน่าจะได้เบาะแสคนร้ายในเร็ว ๆ นี้
 

สำหรับข้อมูลของผู้ตายนั้นเพิ่งเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และช่วยงานการเมืองท้องถิ่นให้กับนายชาดาผู้เป็นพ่อมานานพอสมควร เพื่อเป็นการเปิดตัวให้ชาวอุทัยธานีรู้จักมากขึ้น เนื่องจากนายชาดาต้องการผลักดันลูกชายคนนี้ลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส.อุทัยธานี ในสมัยหน้า แต่ต้องมีถูกยิงเสียชีวิตไปก่อน สำหรับเหตุการณ์ยิงถล่มครั้งนี้ ชาวบ้านในอุทัยธานีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันว่า น่าจะมาจากประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก โดยคนร้ายอาจต้องการถล่มนายชาดา แต่นายชาดาเปลี่ยนไปนั่งรถอีกคัน เป็นเหตุทำให้ลูกชายเสียชีวิต
 

ทางด้านนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีลอบยิงรถลูกชายของนายชาดาว่าตนเพิ่งทราบข่าว ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่ได้คุยกันทางโทรศัพท์ ไม่กล้าถามเจ้าตัว เพราะยังเสียใจอยู่ สาเหตุยังตอบไม่ได้คงเป็นไปได้ทุกทาง คงต้องไปสอบสวนดูว่าเป็นเพราะอะไร ก็เห็นใจนายชาดาที่เป็นกำลังสำคัญของพรรค
 

ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงคดีดังกล่าวว่าได้คุยโทรศัพท์กับผบก.ภ.จว.นครราชสีมา แล้ว เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายตามไป ไม่ได้เป็นเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันในขณะไปเที่ยวเตร่ แต่เป็นการเตรียมการ พอยิงเสร็จ คนร้ายก็หนีออกไปทางอ.วังน้ำเขียว ซึ่งยังจับตัวไม่ได้
 

เมื่อถามว่าสรุปคนร้ายพุ่งเป้าไปที่ตัวของนายชาดา หรือลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่ายังไม่ชัดเจน เพราะยังไม่มีการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ฝ่ายญาติของผู้เสียชีวิตไม่อยากให้ผ่าตัดตรวจพิสูจน์กระสุน  เพราะเป็นมุสลิม ต้องทำพิธีศพภายใน 24 ชั่วโมง.



เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 เวลา 08:35 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/150569
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 11:10:49 AM »

"อดุลย์”ยังไม่ฟังธงปมยิงลูกชาย "ส.ส.ชาดา"

"อดุลย์”ยังไม่ฟังธงปมยิงลูกชาย "ส.ส.ชาดา" ไม่ทิ้งประเด็นทั้้งเรื่องเกี่ยวกับการเมือง หรือเป็นการก่อเหตุของวัยรุ่นที่กระทบกระทั่งกัน ผบก.ภ.โคราช คาดคนร้ายมีมากกว่า 1 คน ไม่น่าจะเป็นมืออาชีพ

วันนี้ (21 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รอง ผบ.ตร. ) กล่าวถึงกรณีคนร้ายใช้อาวุธยิงเข้าใส่รถรถโตโยต้า รุ่นพราโด้ ส่งผลให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เสียชีวิตคาที่ โดยรถคันดังกล่าวเป็นของนายชาดาว่า เบื้องต้นได้รับรายงานเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น โดยตนยังไม่ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ แต่จากรายงานยังฟันธงไม่ได้ว่า เป็นเรื่องของการใช้มือปืนรับจ้างหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าในเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการขับรถแซงกันมา ตรงนี้อาจจะเป็นการก่อเหตุของวัยรุ่นก็ได้ ส่วนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่นั้น จะต้องมีการตรวจสอบเช่นกัน อย่างไรก็ตามพบว่า จากรายงานมีจุดที่น่าจะยิงหลายจุด อย่างจุดที่ผู้ตายเข้าไปปรับเปลี่ยนรถ แต่ทำไมกลับเลือกยิงในจุดดังกล่าว โดยเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบดู

ด้าน พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงความคืบหน้าของคดีว่า เบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ น่าจะเป็นเพียงการกระทบกระทั่งกันของวัยรุ่นที่ขับรถแซงกัน ซึ่งจากการสอบปากคำจากพยานทั้ง 2 ปากนั้น ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะที่ผู้ตายขับรถสวนกับกลุ่มคนร้ายนั้น ได้เปิดไฟสูงส่องเข้าใส่ จึงทำให้คนร้ายเกิดความไม่พอใจ และขับรถไล่ติดตาม ก่อนลงมือใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ผู้ตายจนเสียชีวิต

“จากการตรวจสอบในสถานที่เกิดเหตุ พบกระสุนเพียง 2 นัด ทั้งบริเวณข้างประตูด้านหน้าซ้าย และประตูรถด้านหลังซ้าย ส่วนกระสุนอีก 1 นัดที่ผู้ตายถูกยิงเข้าไปโดนบริเวณกกหูซ้าย ส่วนการตั้งประเด็นของกลุ่มคนร้ายนั้น ขณะนี้คิดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 คนขึ้นไป โดยจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนในพื้นที่ก่อน เพราะดูจากวิธีการยิงแล้ว ไม่น่าจะเป็นมือปืนอาชีพ เพราะถ้าหากเป็นจริง คงต้องกระหน่ำยิงไม่ต่ำกว่า 20 – 30 นัด อย่างไรก็ตาม จะพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งตามทาง แต่ถนนที่คนร้ายใช้หลบหนีตัดไปยัง อ.วังน้ำเขียว ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงได้สั่งการตรวจสอบเพิ่มเติมดูว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้มีการจอดรถซื้อของตามจุดร้านค้าต่างๆ หรือไม่ต่อไป” ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทาง พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ชุดวิทยาการ บช.ภ.3 ลงไปพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่แล้ว



เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2555 เวลา 17:14 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/150745
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 11:45:50 AM »

ฉุนสาดไฟไล่หลัง ถล่มคารถ ปมฆ่าลูกส.ส.ชาดา



พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 มุ่งปม สังหารลูก ส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์ เหตุการณ์ซึ่งหน้าเหตุขับรถปาดหน้า เปิดไฟสูงไล่ พบทั้ง 2 ฝ่าย ยิงตอบโต้กันสนั่น สั่งเร่งตามล่า กระบะโหลดเตี้ย...

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จักรทิพย์ โหละสุตสกุล รอง ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.บุญเลิศ ว่องวัจนะ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี พร้อมตำรวจจากสืบสวนภาค 3 สืบสวน สภ.ปากช่อง สภ.หมูสี เข้าประชุมที่ห้องประชุม สภ.หมูสี เพื่อสรุปแนวทางสืบสวนสอบสวนพร้อมจำลองเหตุการณ์ จากนั้นไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.ท.สถาพร ทองจำรุญ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 3) และเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 3 ตรวจรถคันเกิดเหตุพบรอยกระสุนยิงเข้าที่รถ 2 รู คือ ประตูหน้าซ้าย 1 รู หัวกระสุนฝังเข้าข้างประตู และกระจกด้านหลังมีรอยกระสุนทะลุอีก 1 รู ในจุดนี้มีการจำลองวิถีกระสุนโดยใช้เหล็กแหลมแทงเข้าในรูกระสุน คาดว่าจะเป็นรูที่หัวกระสุนทะลุจากกระจกด้านหลังมาเข้าที่กกหูซ้ายของนายฟา รุตจนเสียชีวิต ส่วนกระจกประตูหน้าซ้ายที่แตกละเอียด คาดว่าเกิดจากถูกกระสุนหลายนัด

พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ให้สัมภาษณ์หลังตรวจที่เกิดเหตุว่า ในเบื้องต้นได้ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ การขัดแย้งของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ว่าขัดแย้งกับใครมาบ้าง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเมือง โดยประสานไปยัง บช.ภ.6 แล้ว ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าถ้าคนร้ายจะลงมือก่อเหตุกับนายชาดาก็มีหลายจุดที่ลงมือ ได้ แต่ทำไมไม่ลงมือ ขณะนี้ให้น้ำหนักไปที่ประเด็นเหตุการณ์ซึ่งหน้ามากกว่า อาจจะเป็นเพราะแสงไฟหน้าจากรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ ที่เป็นรถที่สูงกว่า พุ่งใส่รถกระบะคันก่อเหตุที่เป็นรถโหลดเตี้ยจนคนขับรถเกิดความโมโห จึงเลี้ยวรถกลับมาจอดรอ เปิดไฟสปอตไลต์ใส่ ก่อนเร่งแซงแล้วยิงถล่มดังกล่าว ซึ่งจะได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดริมถนนทั้ง 2 ข้างที่อาจมีติดตั้งไว้ เพื่อสืบหาเบาะแสรถคนร้ายว่ามีกี่คัน มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรอีกหรือไม่



ไทยรัฐออนไลน์
22 สิงหาคม 2555, 09:20 น.


ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/285373
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 23, 2012, 09:55:52 AM »

คนนั่งหน้า-ดวลสู้ ตร.จี้สอบ เพื่อนลูกสส.ชาดา

ยังกบดานไม่ให้ปากคำ รูปคดีชี้ชัดแค่เหตุวิวาท สส.ดังปักใจ-มีแผนฆ่า ฮึ่มถ้าเงียบขอลุยล่าเอง


หาหลักฐาน - ตำรวจตรวจรถแลนด์ครุยเซอร์ของนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ พบหลักฐานคนนั่งหน้าด้านซ้ายเป็นคนลดกระจกยิงปืนดวลกับรถคู่กรณี ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ (ภาพเล็ก) ยังปักใจว่าเป็นแผนสังหาร เมื่อวันที่ 22 ส.ค.

ตร.จี้ขอสอบเพื่อนลูกส.ส. ชาดา ที่นั่งคู่ตอนหน้า และคาดเป็นคน ใช้ปืนยิงดวลกับคนร้ายในรถ สตราด้า ก่อนถูกฝ่ายตรงข้ามยิงสวน 2 นัด กระสุนถูกลูกส.ส.ดังเสียชีวิต สงสัยคนร้ายอาจจะมีเพียงคนเดียว เพราะแซงขึ้นด้านซ้ายแล้วยิงเข้ารถลูกส.ส. 2 นัด เป็นลักษณะยิงสาดไม่เจาะจงใคร โดยกระสุนสังหารทะลุประตูหลังเข้าไปถูกลูกส.ส.ที่เป็นคนขับเสียชีวิต หลังก่อเหตุคนร้ายปิดไฟหน้าขับหนีคาดเป็นคนในพื้นที่เพราะชำนาญเส้นทาง ผบช.ภาค 3 ตั้งทีมสืบสวนชุดใหญ่คลี่คดีทั้งตร.โคราช-ภาค 6 และกองปราบฯ พบหลักฐานชัดรถ 2 คัน ยิงต่อสู้หลังเกิดเหตุวิวาทจากเปิดไฟสูงใส่กัน ด้านส.ส.ชาดา ยังปักใจเป็นเหตุวางแผนฆ่า หากเป็นเหตุเฉพาะหน้าไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเจตนาสังหารเรื่องยาวแน่ อ้างระหว่างคนร้ายหลบหนียังยิงใส่รถของตนด้วย ลั่นหากตร.จับไม่ได้จะลงมือล่าเอง

จากเหตุการณ์นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงเสียชีวิตคารถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ บนถนนแยกหน้าด่าน ขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นคร ราชสีมา เมื่อกลางดึกวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างขับรถพาเพื่อนๆ รวม 6 คน เดินทางกลับโรงแรมที่พักผ่อนกับครอบครัว โดยนายชาดานั่งรถอีกคันแล่นนำหน้าไป ส่วนคนร้ายมีพยานระบุว่าเป็นรถปิกอัพยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า โหลดเตี้ยและติดไฟสปอตไลต์บนหลังคาหลังกระบะ สาเหตุพบว่ามาจากลูกนายชาดา ขับรถเปิดไฟสูงใส่รถคนร้ายที่แล่นสวนทางมา ทำให้คนร้ายไม่พอใจกลับรถไล่ตามเปิดสปอตไลต์ใส่ ทำให้รถทั้ง 2 คันเปิดฉากดวลปืนกัน ก่อนที่คนร้ายแซงรถขึ้นด้านซ้ายแล้วยิงใส่ 2 นัด มีนัดหนึ่งเจาะเข้ากกหูนายฟารุตเสียชีวิต ตำรวจเชื่อว่าเป็นเหตุเฉพาะหน้า ขณะที่นายชาดายังไม่ปักใจเพราะสงสัยว่าตัวเองจะเป็นเป้าหมายมากกว่า ตามข่าวที่เสนอ ไปแล้วนั้น


ผบช.ภาค 3 เผยคนร้ายใช้ 9 ม.ม.

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ส.ค. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 กล่าวว่าถึงตอนนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักไปทางเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพราะขณะเกิดเหตุมีเรื่องการขับรถเปิดไฟสูงใส่กัน และขับแซงกันไปมา จากนั้นใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กันระหว่างรถคนร้ายกับรถลูกชายนาย ชาดา จากหลักฐานพบว่าฝั่งลูกชายนายชาดา ใช้ปืนพกขนาด .380 เพราะเจอปลอกกระสุนตกในรถและบนถนนจำนวนมาก ส่วนคนร้ายใช้ปืนพกขนาด 9 ม.ม. โดยกระสุน 1 นัด ไปถูกจุดสำคัญของนายฟารุต เสียชีวิต คนร้ายน่าจะมีไม่เกิน 2 คน เพราะรถยนต์กระบะคู่กรณีเป็นกระบะแบบตอนเดียว ส่วนประเด็นความขัดแย้งในเรื่องเก่า และประเด็นการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ทั้งสองประเด็นก็ยังมีน้ำหนักน้อยคนร้ายน่าจะมีไม่เกิน 2 คน เพราะรถยนต์กระบะคู่กรณีเป็นกระบะแบบนั่งตอนเดียว


ยิงเสร็จปิดไฟหน้าขับหนี

"ช่วงเกิดเหตุในรถยนต์ของฝั่งผู้ตายมีคน มาด้วยกันในรถทั้งหมด 6 คน รวมทั้งผู้ตาย แต่หลังเกิดเหตุมีพยานที่นั่งอยู่ในรถด้านหลัง 2 คน เท่านั้นที่มาให้ปากคำ แต่พยานที่เหลืออีก 3 คน โดยเฉพาะคนที่นั่งด้านหน้าข้างกับผู้ตายยังไม่มาให้ปากคำ เพราะตำรวจเชื่อว่าพยานที่นั่งข้างผู้ตายน่าจะรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด นอกจากนี้จากการตรวจสอบภายในรถผู้ตายยังพบซองอาวุธปืนตกอยู่ในรถ และพบว่ามีการลดกระจกรถด้านหน้าทั้ง 2 บานลงด้วย จึงทำให้ตำรวจเชื่อว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กัน และหลังเกิดเหตุรถคู่กรณีได้ขับรถปิดไฟหลบหนีไป เชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี แต่ดูจากการใช้อาวุธปืนรวมทั้งวิถีกระสุนก็ไม่น่าจะเป็นพวกมือปืนอาชีพ" ผบช.ภาค 3 กล่าว


ระดมตร.หลายหน่วยคลี่คดี

พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.ภาณุมีคำสั่งตั้งชุดปฏิบัติงานคลี่คลายคดีนี้มี พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.ภาค 3 เป็นหัวหน้าชุดสืบสวน ขณะที่พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ. นครราชสีมา ตั้งพ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รงผบก.ภ.นครราชสีมา เป็นหัวหน้าทีมประสานงานกับตำรวจระดับภาค และหน่วยอื่นๆ อาทิ กองปราบปราม ที่ส่งชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนและเร่งติดตามตัวคนร้าย


ยิงมั่วไม่ตั้งใจฆ่าลูกส.ส.ชาดา

พล.ต.ต. องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ. นครราชสีมา กล่าวว่า คาดว่าคนร้ายน่าจะมีเพียงแค่คนเดียว เพราะดูจากรถกระบะต้องสงสัยของคนร้ายที่ขับข้างมาทางด้านซ้าย และรถเป้าหมายอยู่ทางด้านขวา น่าจะเกิดจากผู้ตายระวังตัวยิงต่อสู้ก่อน จึงทำให้คนร้ายที่ขับรถอยู่ยิงใส่ โดยคาดว่าคนร้ายไม่ได้มีจุดประสงค์จะยิงใส่ตัวของผู้ตาย แต่อย่างไรก็ตาม การสืบหารถกระบะต้องสงสัยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามแกะรอยกันอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่ามีเพียงจุดเดียวที่เห็นว่ามีจุดพบรถต้องสงสัย ทั้งขอเวลาอีก 7 วัน จะสามารถสรุปความคืบของคดีนี้ได้อย่างแน่นอน


ทะเบียนรถคนร้ายจำได้แค่"12"

พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กล่าวว่ากระจายกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ออกตรวจสอบตามอู่ซ่อมรถในทุกพื้นที่และจังหวัดข้างเคียง เพื่อตามหารถยนต์กระบะคนร้าย ที่อาจจะไปซ่อมรอยถูกยิง จากคำให้การของพยานพบว่าเป็นสีขาว หรือสีบรอนซ์เงิน โดยพยานที่อยู่ในรถนายฟารุต ขณะเกิดเหตุ 2 คนที่มาให้ปากคำ ระบุว่าจำหมายเลขทะเบียนรถคนร้ายได้เพียงตัวเลข "12" จำหมวดอักษร และจังหวัดไม่ได้ ตำรวจกำลังประสานกับนายชาดา ให้พาพยานอีก 3 คนที่อยู่ในรถมาให้ปากคำ โดยเฉพาะคนที่นั่งเบาะหน้าด้านซ้ายคู่กับลูกนายชาดา น่าจะให้ข้อมูลได้มากที่สุด


วงจรปิดไม่พบรถต้องสงสัย

วัน เดียวกัน พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ เรียกประชุม ชุดคลี่คลายคดีโดยร่วมกันดูภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางถนนธนะรัชต์ 3 จุด จุดแรกบริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ ก.ม.4 พบนายชาดากับลูกและคนอื่นๆ เข้าไปซื้อของ ก่อนที่นายชาดาจะแยกไปขึ้นรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูของเพื่อน จุดที่ 2 บริเวณถนนธนะรัชต์ทางแยกตู้ตำรวจหมูสี ก.ม. 14 และจุดที่ 3 ประตูด่านทางขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จากการตรวจสอบมีเพียงรถ 2 คัน ที่ตามกันมาคือรถเก๋งที่นายชาดานั่งมากับเพื่อน และรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ ที่นาย ฟารุตลูกชายขับพาเพื่อนๆ รวม 6 คน แล่นตามหลัง และทั้ง 3 กล้องไม่พบรถต้องสงสัยแต่อย่างใด


เพื่อนลูกชาดาให้การระทึก

ตำรวจ สอบปากคำนายชาคริต ฉิมพลี เพื่อนนายฟารุตที่มาในรถ โดยนั่งอยู่เบาะหลังแถว 2 ให้การว่า เมื่อรถวิ่งเข้าทางโค้งกลางสะพาน เห็นรถคนร้ายแซงและเปิดไฟสปอตไลต์ที่กระบะหลังใส่จนทั้งหมดแสบตา จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น คนในรถพากับหมอบหลบ ส่วนนายฟารุตเร่งเครื่องเพื่อหลบหนี ก่อนรถจะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าริมถนน


กระสุนสังหารทะลุประตูหลัง

ที่ สภ.ต.หมูสี พ.ต.ท.ภาณุวัฒน์ ภูจอมเพชร รอง ผกก.สส.ภาค 6 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สถาพร ทองจำรูญ นักวิทยาศาสตร์ (สบ.3) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ภาค 3 มาตรวจหาหลักฐานที่รถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ คันเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนจำนวนหนึ่ง สรุปได้ว่าคนในรถนายฟารุตใช้ปืนยิงตอบโต้กับรถคนร้ายแต่ยังไม่พบปืนที่ใช้ ยิง ส่วนกระสุนสังหารนายฟารุต จากร่องรอย พบว่าถูกยิงทะลุใต้กระจกประตูหลังด้านซ้าย วิถีกระสุนพุ่งทะลุเข้ากกหูซ้ายนายฟารุต จนเสียชีวิต



สงสัยมือปืนมาแค่คนเดียว

รายงานข่าวแจ้งอีกว่าจากวิถีกระสุน และลักษณะการยิงโดยแซงรถขึ้นด้านซ้าย ทำให้ตำรวจสงสัยว่าคนร้ายอาจจะมีเพียงคนเดียว โดยหลังจากเกิดเหตุเปิดไฟสูงใส่กัน และคนร้ายขับตามมาเปิดสปอตไลต์เอาคืน คนในรถนายชาดาจึงยิงปืนใส่ด้วยความไม่พอใจ จากหลักฐานที่พบคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่นั่งเบาะหน้าด้านซ้ายคู่กับคนขับ ทำให้คนร้ายจึงแซงขึ้นด้านซ้าย แล้วลดกระจกยิงปืนสวนออกมา 2 นัดเข้าบริเวณประตูด้านหลัง โดยคนร้ายใช้รถปิกอัพโหลดเตี้ย ขณะที่รถของลูกนายชาดา เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อมีความสูงมากกว่า ทำให้กระสุนนัดหนึ่งทะลุตัวถังทะแยงขึ้นเข้าไปถูกนายฟารุตเสียชีวิต ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าริมถนน



คนคุ้มกัน"ชาดา"มาสภา

ที่รัฐสภา นายชาดา เดินทางเข้ามาร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสีหน้าเคร่ง เครียด มีผู้ติดตามมา 7-8 คน เมื่อมาถึงมีเพื่อนส.ส.เข้ามาจับมือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายชาดาได้แต่กล่าวขอบคุณ

นายชาดากล่าวว่าคงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจดำเนินคดีไป แต่ขอบอกว่าในวันที่เกิดเหตุไม่ได้ขับรถขัดแย้งกับใคร เมื่อออกจากรีสอร์ต เป็นคนขับรถออกไปคันเดียวและไปรับเพื่อน ซึ่งเหตุการณ์ช่วงนั้นรวดเร็วมาก พอรับเพื่อนก็ลงจากที่นั่งคนขับเดินมาด้านซ้ายเพื่อขับรถบีเอ็มฯ ที่จอดคู่กัน ดังนั้นถ้ามองจากข้างนอกจะดูเหมือนว่าตนกับลูกชายผลัดกันขับรถ



ยังไม่แน่ใจเหตุเฉพาะหน้า

เมื่อถามว่าแสดงว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่า ไม่ใช่เหตุเกิดเฉพาะหน้าจากการขับรถปาดหน้ากัน นายชาดากล่าวว่า ไม่ใช่มั่นใจเช่นนั้นแต่เป็นไปได้ เพราะเมื่อขับรถออกมาก็เหมือนปกติ ขามาก็แซงรถคันอื่นบ้าง แต่ตอนขากลับมีรถเราคันเดียวไม่มีรถแซงไม่มีรถสวนแล้วเกิดเหตุ แต่ในความรู้สึกเราอาจจะไปกระทำโดยที่ไม่รู้ตัว อาจไปทำให้ใครหมั่นไส้ แต่รับรองว่าไม่มีการขับรถเบียดหรือปาดหน้าใคร โดยเฉพาะรถลูกชายขับตามหลังมาแล้วไฟจะไปส่องหน้าใครคงไม่ได้เพราะขับตามา ติดๆ



อ้างโดนคนร้ายยิงใส่ด้วย

นายชาดากล่าว ต่อมาช่วงนั้นไม่มีรถสักคัน แต่อยู่ดีๆ ก็มีรถมาตาม เป็นมิตซูบิชิ สตราด้า โหลดเตี้ย เสียงดัง และอยู่ๆ ก็แซงเราไป อีกสักพักรถคันนี้มาใหม่ก็แซงอีกที ตนเริ่มรู้สึกระแวงเมื่อใกล้ถึงที่พัก รถคันนี้จอดชิดซ้ายอีก ขับผ่านไปและรู้สึกว่า หากตามอีกทีจะมีอันตรายแล้ว ระหว่างนั้นเขาก็จี้ตูดและแซงรถลูกชาย และจะแซงรถตนแต่ถูกกันเอาไว้และเร่งออกไป ปรากฏว่าเขาไม่แซงและไปเบรกใส่รถลูกชาย ซึ่งต่อมาไม่เห็นรถลูกตามมา เลยย้อนรถกลับไปดูก็เจอรถคนร้ายดับไฟสวนมา และยิงใส่รถของตนด้วย คล้ายกับไม่ให้ตาม และตนก็มุ่งหน้าไปหารถลูกชายและก็พบว่าเกิดเหตุ จึงพาส่งโรงพยาบาล



มั่นใจตามสืบรู้เองได้แน่

"แต่ถ้าถามว่าตอนนี้คิดอะไรหรือไม่ ไม่คิดอะไรเลย บอกได้อย่างเดียวว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็แล้วแต่ไม่เกินความสามารถของผม แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น เพราะผมถือว่าถ้าเป็นเรื่องของคนมีอำนาจและถ้าหมดอำนาจก็ต้องรู้อยู่ดี จะช้าหรือเร็วก็ต้องรู้ เพราะไม่ใช่ว่าใครจะอยู่ในอำนาจได้ตลอดเวลา หรือถ้าจะเป็นเรื่องของชาวบ้านทั่วไป ก็อดรู้ไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องก็ต้องออกมา ไม่มีความลับในโลก" นายชาดากล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่าพอจะรู้สาเหตุ นายชาดากล่าวว่า ไม่ใช่ ที่ยกตัวอย่างเพราะนายตำรวจบางคนเก่งมาก ก่อนจะถูกยิงก็พูดด้วยว่าเดี๋ยวตนจะโดนยิงตาย คิดว่าเขาน่าจะรู้อะไรเยอะเพราะมีนายตำรวจผู้ใหญ่บางคนไปพูดกับพรรคพวกด้วย ว่าเดี๋ยวมันก็ตาย เพราะมันโจทก์เยอะ เขายังรู้ด้วยว่าตนจะถูกยิง แล้วทำไมไม่รู้ว่าใครยิง



ไม่ได้ป้องกันตัวแค่ระวัง

ต่อข้อถามว่ามีข่าวว่าช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้รู้ตัวว่ามีคนปองร้ายและเริ่มระวังตัว นายชาดากล่าวว่า ไม่เคยระวังตัว แต่โดยสัญชาตญาณของชาวมุสลิมทุกคน มันเป็นธรรมชาติที่ต้องระวังตัว และจนถึงทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยใดๆ เพราะถือว่าเหตุการณ์มันจะเกิดจะไปห้ามได้อย่างไร จะให้คุ้มกันมากแค่ไหนถ้าจะเกิดก็ห้ามไม่ได้ อยู่ดีๆ อย่างเรื่องนี้ถามว่าทำใจได้หรือไม่ แต่ชีวิตมันต้องเดิน ยอมรับว่าเสียใจเพราะนั่นคือลูกชายแต่ต้องก้าวเดินต่อไป เพียงแต่ตอนนี้อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น เพราะโดยส่วนตัวไม่มีอะไรกับใคร มีแต่เรื่องที่มาป้ายใส่



ถ้าตร.จับไม่ได้-ขอลุยเอง

เมื่อ ถามว่าระหว่างที่ปล่อยให้ตำรวจทำคดีไป ส่วนตัวจะหาสาเหตุควบคู่ไปด้วยใช่หรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ตนคงไม่ไปยุ่ง ไม่ก้าวก่ายงานของเจ้าหน้าที่ จะให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน แค่ขอภาวนาว่าอย่าให้เรื่องเงียบไปก็แล้วกัน เพราะถ้าเงียบไป ตนคงต้องถามว่าจบแล้วใช่หรือไม่ ถ้าหมดแล้วก็ต้องเป็นเรื่องของตนบ้าง และขอให้เป็นตัวจริงที่จะจับได้ อย่าไปใส่แพะ ขอให้เป็นตัวจริง ตนรับได้อยู่แล้วกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้นและในความเป็นพ่อ คงไม่ยอมปล่อยให้เรื่องเงียบไป แต่ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการก่อน เชื่อว่าตำรวจมีความสามารถ และหากมีอะไรที่ตนสามารถให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกกับตำรวจได้ก็ยินดี ตนบอกได้ทุกเรื่อง



เชื่อไม่เกี่ยวการเมืองอุทัยฯ

เมื่อถามว่าคิดว่าเกี่ยวโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ในพื้นที่คู่ต่อสู้ทางการเมืองไม่มีนิสัยอย่างนี้ เราต้องให้ความเป็นธรรมกับคู่แข่งทางการเมืองในจ.อุทัยธานีด้วย ไม่ว่าเขต 1 หรือ 2 เขาไม่มีนิสัยอย่างนี้ รับรองไม่มีเชื่ออย่างนั้นแต่ไม่ได้วางใจ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปัญหาธุรกิจไม่มีปัญหากับใคร



เป็นเหตุเฉพาะหน้า-ต้องจับได้

นายชาดากล่าวอีกว่า หากเป็นเรื่องนักเลงท้องถิ่นหรือเป็นเหตุเฉพาะหน้า ขอเรียกร้องให้รีบดำเนินการเรื่องนี้เพราะพื้นที่บริเวณนั้นมีนักลงทุนไปลง ทุนจำนวนมาก มีรีสอร์ตหลายแห่ง ถ้าปล่อยให้คนพวกนี้วิ่งอยู่บนท้องถนน เชื่อว่าจะมีเหตุอีก และที่ผ่านมาไม่เคยมีคดีอย่างนี้เกิดขึ้นในท้องถิ่นนั้น ให้ไปถามผกก.สภ.หมูสี ดูได้ ถ้ายังปล่อยให้คนประเภทนี้เพ่นพ่านก็จะเป็นอันตรายต่อพื้นที่ นักท่องเที่ยวคงไม่อยากไป และหากเป็นนักเลงท้องถิ่นจริง เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจ จำรูปพรรณสัณฐานรถคันดังกล่าวได้เพราะเป็นรถแต่งที่มีลักษณะพิเศษ โหลดเตี้ยและแต่งท่อเสียงดังเหมือนคนติดเทอร์โบ ถ้าเป็นคนในพื้นที่นั้นจริง คนในหมู่บ้านย่อมรู้ว่าเป็นรถใคร



พ้อโดนป้ายสีหลายคดี

เมื่อถามว่าคิดว่าเป้าหมายจริงคือตนเองมากกว่าลูกชายใช่หรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ถ้าไม่ใช่เหตุบังเอิญมันน่าจะเป็นตน เพราะลูกไม่มีอะไร เขาเด็กมาก เรียบร้อยและเป็นคนเคร่งศาสนา มันน่าจะผิดตัว แต่ถ้าเป็นเหตุบังเอิญเขาคงไม่ได้มีเป้าหมายที่ใคร

"ถ้าถามว่าผมมี ความขัดแย้งกับใครที่จะมาเป็นสาเหตุ ก็น่าจะมีกับนายตำรวจบางคนเท่านั้นที่ไม่ชอบหน้าผมแล้วชอบด่าฝาก เป็นนายตำรวจผู้ใหญ่ระดับนายพลและยังอยู่ในราชการ ผมไม่เคยมีอะไรกับใครแต่กลับมาหมั่นไส้ ชอบพูดอยู่เรื่อยๆ เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็พูดว่าถูกยิงตายแน่ ก่อนหน้านั้นมีคดีปล้นปืนข่าวก็เอาไปลง เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาเท่านั้น หรืออย่างคดีผกก.ไทรงาม(พ.ต.อ.เกริกฤทธิ์ นิยมเสริม ผกก.สภ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร ถูกยิงตายคาบ้านพัก จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2554) ก็พูดเหมือนชาดาทำ ทั้งที่ ผกก.ไทรงามเป็นเหมือนพี่ชายผม และทุกวันนี้ก็จับมือปืนได้ รู้แล้วว่าไม่ใช่ผม แต่ไม่เห็นมีใครมาขอโทษเลย" นายชาดากล่าว



ถ้าเจตนาลงมือ-ยอมไม่ได้

ต่อข้อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่ตำรวจเทน้ำหนัก ไปที่เหตุการณ์เฉพาะหน้า นายชาดากล่าวว่า ไม่ทราบแต่บางเรื่องอย่าเพิ่งด่วนสรุป อย่างไรก็ตาม อยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุบังเอิญ ไม่อยากให้เป็นเรื่องที่ตั้งใจมา ไม่อย่างนั้นคงยอมกันไม่ได้ เพราะการคิดยิงส.ส.มันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา คนธรรมดาจะคิดฆ่าส.ส.ได้ง่ายๆ หรือ ตอนนี้ไม่มีธงว่าเป็นเรื่องใด แต่พร้อมที่จะตรวจสอบเองแต่ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ก่อน ไม่เข้าไปวุ่นวาย แต่ถ้าอนาคตแล้วมันไม่คืบก็อีกเรื่องหนึ่ง ในความเห็นของตนถ้าบอกว่าเป็นเรื่องปองร้าย คงหาตัวไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเหตุบังเอิญคงไม่เกินความสามารถตำรวจ



ขู่คนลงมือให้ระวังตัวเอง

เมื่อถามว่าแสดงว่าส่วนตัวมองว่าถ้าเป็นเรื่องนักเลงท้องถิ่นก็ง่าย แต่ถ้าเป็นเรื่องปองร้ายคงเป็นหนังม้วนยาวใช่หรือไม่ นายชาดากล่าวว่า แน่นอน มันคงเป็นหนังม้วนยาวแน่นอน และไม่อยากดูหนังยาว อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ได้ระวังตัวเป็นพิเศษเพราะเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ที่ต้องระวังตัวคือคนที่ทำมากกว่า ซึ่งตนยังไปไหนมาไหนตามปกติธรรมดา ไม่ได้รักษาความปลอดภัย อะไรเพิ่มเติม



ชาดายันไม่ใช่"เจ้าพ่อ"

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่หลายคนบอกว่าเป็นเจ้าพ่อ นายชาดากล่าวว่า พอเกิดเป็นข่าวก็มาลงที่ตน อย่างกรณีผู้กำกับไทรงาม เรื่องปล้นธนาคาร พอเกิดเหตุก็มารู้ทีหลัง ไม่ใช่ว่าคนอุทัยธานีไปทำอะไรต้องรู้หมด นึกอะไรไม่ออกบอกว่าเป็นชาดาไว้ก่อน แต่เวลาตนโดนกลับบอกเป็นนักเลงท้องถิ่น แต่หากคนอื่นโดนส่งมาทางนี้อย่างเดียว

"ที่ผ่านมาในทุกเรื่องเวลา บอกว่าผมไม่เกี่ยว แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรไม่มีใครมาขอโทษ ผมยังเคยพูดว่าหากลูกผมเป็นอะไรไปไม่โทษผมอีกหรือ" นายชาดากล่าว



เหลิมระบุคดีไม่ซับซ้อน

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้รับรายงานจากพล.ต.ท.ภาณุ และพล.ต.ต.องอาจ แล้วพบข้อเท็จจริงว่ามีรถญี่ปุ่นวิ่งข้างหน้ารถลูกคุณชาดา ซึ่งรถแลนด์ครุยเซอร์ไฟสูง รถคันหน้าจึงเปิดสปอตไลต์ที่ติดอยู่ด้านหลังคงเปิดๆ ปิดๆ รถคันหลังจึงวิ่งไปประกบรถคันหน้า ยิงกันทั้งสองฝ่ายเป็นเหตุให้ลูกคุณชาดาตาย ซึ่งที่รู้ว่ายิงต่อสู้กันเพราะมีพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเป็นปลอกกระสุน ทีนี้ตำรวจพยายามจะสอบพยานเพิ่มเติมเพราะสอบไปได้เพียง 2 ปาก ยังไม่ชัดเจน ก็บอกว่าอย่าเพิ่งตัดประเด็นอื่น ให้พยายามสอบให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าเป็นคดีธรรมดา ไม่มีอิทธิพลอะไร



จี้ชาดาพาพยานมาให้การ

ผู้สื่อข่าวถามว่านายชาดากับพยานอีก 2 คน ควรมาให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ควรมาให้ปากคำโดยเร็ว เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อตำรวจ เมื่อถามว่าประเด็นการเมืองกับเหตุเฉพาะหน้า 2 ประเด็นนี้ตำรวจให้น้ำหนักไปที่เรื่องใด ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตำรวจยังมองว่าเหตุเฉพาะหน้า แต่กำชับไปแล้วว่าอย่าเพิ่งตัดประเด็นอื่น ดังนั้นดีที่สุดคือนายชาดากับพยานที่เหลือควรเข้าให้ปากคำโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากพยานไม่มาให้ปากคำ แต่มีแค่หลักฐานในที่เกิดเหตุ ตำรวจสามารถสรุปคดีได้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยังไม่ได้ เพราะพบปลอกกระสุนคนละชนิด วิถีกระสุนมาจากฝ่ายตรงข้ามแน่นอน ไม่ใช่ของคนในรถอย่างที่มีเสียงวิจารณ์ เมื่อถามว่าถึงขณะนี้ได้พูดคุยกับนายชาดาหรือยังในฐานะเพื่อนส.ส.ด้วยกัน ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่เขากับผมก็ชอบกัน


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl6TURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdPQzB5TXc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2012, 09:35:04 AM »


ได้เค้ายิง"ลูกชาดา"

วงจรปิดพบภาพ "ปิกอัพ"น่าสงสัย


รถมือปืน? - กล้องวงจร ปิดบริเวณถนนธนะรัชต์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จับภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ ตำรวจเร่งตรวจสอบว่าเป็นคันก่อเหตุยิงนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ เสียชีวิตหรือไม่

วงจรปิดหน้าด่านเขาใหญ่จับภาพ ปิกอัพต้องสงสัยยิงลูกส.ส.ชาดา ตร.ประสานแฟน พันธุ์แท้รถยนต์มาช่วยดูว่าเป็นยี่ห้อและรุ่นอะไร ตรงกับที่พยานให้การหรือไม่ พร้อมตั้งรางวัล 50,000 บาท ให้กับผู้ชี้เบาะแสคนร้าย ผบช.ภาค 3 ยังเชื่อเป็นเหตุเฉพาะหน้ามากกว่าวางแผนฆ่า ส่วนกรณีส.ส.ชาดา ขู่ส่งลูกน้องมาล่ามือปืนเองคงไม่ต้องถึงขนาดนั้น แต่ขอเวลาตร.ทำงานบ้าง ผู้การพฐ.รุดตรวจรถคันเกิดเหตุอีกรอบพบรอยเฉี่ยวชนด้านหลัง คาดอาจเฉี่ยวกับรถคนร้ายด้วย และยังพบรอยเลือดที่ล้อรถตรวจแล้วไม่ใช่ของลูก ส.ส.ชาดา อาจจะเป็นของคนอื่นที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุครั้งนี้ ด้านเพื่อนลูกชาดาอีก 3 คนที่นั่งในรถและนัดมาให้ปากคำ ขอเลื่อนอ้างกลัวไม่ปลอดภัย ทนายประสานขอตำรวจเดินทางไปสอบปากคำที่อุทัยธานีแทน



จากคดี มือปืนขับรถปิกอัพยี่ห้อมิตซูบิชิ สตรา ด้า แต่งซิ่ง รัวยิงใส่รถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ เป็นเหตุให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ขับรถมาพร้อมกับเพื่อนรวม 6 คนเสียชีวิต บนถนนแยกหน้าด่าน ขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราช สีมา เมื่อกลางดึกวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างไปพักผ่อนกับครอบครัวรวมทั้งนายชาดาด้วย ตำรวจพบพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า เนื่องจากลูกนายชาดา เปิดไฟสูงจนแยงตารถคนร้ายที่แล่นสวนมา จึงกลับรถมาเอาเรื่องก่อนเกิดเหตุดวลปืนกัน โดยตำรวจเชื่อว่าเพื่อนที่นั่งเบาะซ้ายคู่กับนายฟารุต ที่เป็นคนขับ ลดกระจกยิงสู้กับคู่กรณี แต่นายชาดายังปักใจว่าเป็นแผนตามฆ่าแต่ยิงผิดตัว พร้อมประกาศตามล่าคนร้ายเองหากตำรวจจับกุมไม่ได้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 23 ส.ค. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. เดินทางมายังสภ.หมูสี อ.ปากช่อง เพื่อติดตามผลความคืบหน้า มีพล.ต.ท. ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3, พล.ต.ต.องอาจ ผิงเรืองนนท์ ผบก.ภ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี ร่วมประชุมและพาคณะผู้ช่วยผบ.ตร.ไปตรวจยังที่เกิดเหตุ



โดยดูจากจุดเริ่มต้นที่คนร้ายกับฝ่ายนายฟารุตเปิดฉากยิงกันพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 ม.ม. ตกบนพื้นถนน ซึ่งมี 2 กลุ่ม รวม 11 ปลอก คาดว่าทั้ง 2 ฝ่ายคงเปิดฉากยิงกันแต่ไม่ทราบว่าฝ่ายไหนยิงก่อน แต่จากการตรวจพบซองปืนและมีคราบเลือดติดตกอยู่ในรถผู้ตายและนำไปตรวจดีเอ็น เอ พบว่ากรุ๊ปเลือดเป็นกรุ๊ปเดียวกัน ส่วนปืนขนาด .380 ที่พบปลอกกระสุนตกอยู่ในรถผู้ตายปืนขนาด .380 ก็คงเป็นของผู้ตาย และสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขอตรวจกล้องวงจรปิดหลายจุดมาตรวจสอบ พบรถปิกอัพสีขาว โหลดเตี้ย ลักษณะคล้ายกับรถคนร้ายตามที่พยานให้การวิ่งผ่านกล้องวงจรปิด บริเวณถนนธนะรัชต์ ก.ม.20 ซึ่งตำรวจประสานขอผู้เชี่ยวชาญมาดูว่าเป็นยี่ห้อ และรุ่นใด



พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี กล่าวว่า คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นชายวัยกลางคนที่สามารถมีใบอนุญาตให้พกปืนได้ และที่มีกระแสข่าวว่าเป็นลูกตำรวจหรือทหารในพื้นที่เป็นเพียงการตั้งข้อ สันนิษฐานเท่านั้น ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณแยกถนนกุดคล้า ที่พบรถต้องสงสัย จะประสานไปยังบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ขอแฟนพันธุ์แท้รถยนต์ มาช่วยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดว่าเป็นรถต้องสงสัยที่ตรงกับพยานได้ระบุเอา ไว้หรือไม่



รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ ตำรวจพอจะได้เค้าผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง จึงส่งชุดสืบสวนตามประกบที่บ้านพัก แต่พบว่าตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้กลับเข้าบ้านอีกเลย



วันเดียวกันพล.ต.ต.สุเมธ พงษ์ริมานนท์ ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 นำทีมมาตรวจรถลูกชายนายชาดา อีกครั้ง พบว่ามุมกันชนหลังด้านขวามีรอยถูกชนจนยุบ และมีรอยหยดเลือดติดบริเวณล้อหลัง คาดว่าอาจจะถูกรถคนร้ายพุ่งชนจนเป็นชนวนทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายไม่พอใจกัน ส่วนเลือดที่พบบริเวณล้อรถ ตรวจแล้วไม่ใช่เลือดของนายฟารุต คาดว่าน่าจะมีคนอื่นได้รับบาดเจ็บเดินมาก้มดูที่ท้ายรถ ต้องรอพยานมาสอบปากคำก่อน



พล.ต.ท.ภาณุกล่าวว่า ตำรวจสอบปากคำพยานแล้วประมาณ 10 ปาก แต่ยังไม่ได้ความชัดเจนมากนัก ซึ่งวันนี้นัดพยานสำคัญที่เป็นเพื่อนของนายฟารุตนั่งอยู่ด้านหน้าติดกัน น่าจะเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนที่สุด ว่าคนร้ายขับรถปิกอัพมิตซูบิชิ สตราด้า จริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการหาตัวคนร้าย ที่ตีวงแคบมาที่พวกนักล่าสัตว์ เนื่องจากรถยนต์คันก่อเหตุติดตั้งไฟ สปอตไลต์ด้านหลัง ซึ่งมีอยู่ไม่มากแถวนี้



"ส่วนที่นายชาดา ตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นกลุ่มที่มีความขัดแย้งกับตัวเอง หรือคู่กรณีเก่าตามมาสังหารนั้น ตำรวจยังไม่ทิ้งประเด็นนั้น ซึ่งส.ส.ชาดาก็มีสิทธิ์คิดได้เช่นกัน แต่หลักฐานและพยานขณะนี้ตำรวจยังให้น้ำหนักกับเหตุเฉพาะหน้ามากกว่า ส่วนการที่ส.ส.ชาดาบอกว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ จะส่งทีมของตัวเองลงพื้นที่ตามหาตัวคนร้ายเองนั้น คิดว่าคงไม่ต้องถึงขนาดนั้น เพราะเชื่อในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 3 และไม่รู้สึกกดดันที่ส.ส. ชาดา ออกมาพูดเช่นนี้ แต่ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันบ้าง" พล.ต.ท.ภาณุ กล่าว



ผบช.ภาค 3 กล่าวอีกว่า พล.ต.ต.องอาจตั้งรางวัลให้ผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายและรถที่ใช้ประกอบในการก่อ เหตุจำนวน 50,000 บาท เป็นสินน้ำใจเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งวันนี้พยานอีก 3 ปากที่นั่งมาในรถลูกชายนายชาดา ติดต่อตำรวจว่าจะเดินทางมาให้สอบปากคำพร้อมนายชาดา แต่ต่อมาขอเลื่อนอ้างว่าไม่พร้อมที่เดินทางมา โดยพยานกลุ่มนี้ถือว่าสำคัญมากเพราะนั่งมาในรถขณะเกิดเหตุ จะรู้และเห็นรถฝ่ายคนร้ายได้ดีกว่าพยานอื่นๆ



นายศุภฤกษ์ เอี่ยมลออ ทนายความส่วนตัวของนายชาดา กล่าวว่า ตอนแรกนัดพาพยานอีก 3 คนมาให้ปากคำ แต่ญาติพี่น้องและพ่อแม่ของพยานเองยังกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงแจ้งตำรวจให้มาสอบปากคำที่สภ.เมืองอุทัยธานี จะสะดวกมากกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องให้นายชาดาประสานไปยังพ่อแม่พี่น้องของพยานให้ความร่วมมืออีกครั้ง ซึ่งถ้าจะเดินทางไกลเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายได้ เพราะยังไม่รู้ตัวคนร้ายว่าเป็นใคร


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ที่มา:  http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOakkwTURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdPQzB5TkE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2012, 12:05:20 PM »


พยานเลื่อนให้ปากคำยิงลูก'ชาดา' ควานหาเจ้าของคราบเลือด









พยานเลื่อนให้ปากคำยิงลูก "ส.ส.ชาดา" เพราะยังไม่พร้อม ขณะที่ ตร.ลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์ พร้อมทั้งหาปลอกกระสุนเพิ่มเติม ให้น้ำหนักเหตุซึ่งหน้า แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ...

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผช.ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.กรกต สาริยา รองผบช.ภ.3 พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุเมธ พงษ์ลิมานนท์ ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา และ พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี พร้อมกำลังตำรวจ ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว กม.6-7 หมู่ 6 บ้านคลองเดื่อ ต.หมูสี อ.ปากช่อง ประมาณ 300 เมตร ก่อนถึงจุดที่รถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ ป้ายแดง 5726 กทม. ที่นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 27 ปี บุตรชายของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงแล้วรถเสียหลักพุ่งชนกำแพงและเสาไฟฟ้า ซึ่งเป็นช่วงทางโค้งขวา และสามแยกที่ถนนเส้นจาก สภ.หมูสี มาบรรจบช่วงสะพาน ซึ่งเป็นทางแคบ ก่อนถึงจุดชนเสาไฟฟ้า โดยพนักงานสอบสวนได้ใช้สีสเปรย์พ่นวงกลมบริเวณจุดที่พบปลอกกระสุน โดยใช้เวลาตรวจที่เกิดเหตุประมาณ 30 นาที ต่อมาได้เข้าร่วมประชุมที่ห้องประชุม สภ.หมูสี โดยมีการจำลองเหตุการณ์ ใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชม. 30 นาที


จากนั้น พล.ต.ท.จรัมพร ให้สัมภาษณ์ว่า พบหลักฐานเพิ่มเติมคือ จากการตรวจดีเอ็นเอจากคราบเลือดที่ซองปืน ซึ่งตกอยู่บนพื้นรถ เป็นชนิดเดียวกับของ นายฟารุต ผู้ตาย และยังพบว่าที่ล้อแม็กซ์ด้านหลังขวาและกระโปรงรถมีคราบเลือด ซึ่งตรวจดีเอ็นเอแล้วเป็นคนละชนิดกับของผู้ตาย ส่วนจะเป็นคราบเลือดของใครนั้น จะต้องสอบสวนต่อไป ส่วนจุดที่พบปลอกกระสุนก่อนถึงจุดที่ชนประมาณ 70 เมตร ในการสันนิษฐานเบื้องต้น จากการพบปลอกกระสุน มีการยิงจากปืน 3 กระบอก ในรถพบปลอกกระสุน .380 จำนวน 2 ปลอก ส่วนที่พื้นถนนเป็นปลอกขนาด 9 มม.อีก 11 ปลอก แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มๆ แรกยิงจากปืนกระบอกหนึ่ง กลุ่มที่ 2 ยิงจากอีกกระบอก ทราบจากการตรวจสอบเข็มแทงชนวนของปลอกกระสุนที่ไม่เหมือนกัน และยังพบว่าที่กันชนรถด้านหน้าขวามีรอยเศษไฟเลี้ยวที่แตกติดอยู่ และที่กันชนหลังขวามีรอยคล้ายถูกเฉี่ยวชน อาจจะเกิดจากการเบรกให้ชนท้าย หรือปาดกันไปมาจนเฉี่ยวชนกัน แล้วก็ลั่นกระสุนยิงกัน ส่วนใครจะยิงใครก่อน จะต้องสอบสวนผู้ที่นั่งมาในรถคันเกิดเหตุ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเท่าที่มีอยู่ ก็ไม่พบว่ามีรถขับติดตามรถยนต์ทั้ง 2 คันแต่อย่างใด เบื้องต้นระบุว่าเป็นเหตุซึ่งหน้า แต่ก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นอื่นทิ้ง


นอกจากนี้ มีรายงานว่า พยานที่นั่งมาในรถคันเกิดเหตุ และนายชาดา ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนานั้น ติดต่อมาขอเลื่อนการมาให้ปากคำ เพราะยังไม่พร้อม อีกทั้งชุดคลี่คลายคดียังได้ติดตามรถกระบะมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้า สีบรอนซ์ โหลดเตี้ย ซึ่งเป็นสีที่ใกล้เคียงจำนวน 4 คัน มาจอดที่หน้า สภ. เพื่อรอให้พยานที่นั่งในรถมายืนยัน


จากนั้น พล.ต.ท.จรัมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางไปที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง และจะนำเครื่องสแกนความร้อนมาตรวจตั้งแต่ช่วงทางโค้ง ช่วงสะพาน จุดเกิดเหตุ รวมระยะทางประมาณ 300 เมตร เพื่อหาดูปลอกกระสุน และหัวกระสุนเพิ่มเติม เพื่อจะได้นำมาประกอบในการสอบสวนคดี.

 

ไทยรัฐออนไลน์
23 สิงหาคม 2555, 19:37 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/285775
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 24, 2012, 12:10:36 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 12:48:01 PM »

สาวโผล่โทร.191 อ้างรู้เห็น ผัวรับจ๊อบฆ่าลูกชาดา


ตรวจเขม่า - ตำรวจพฐ.ตรวจเขม่าดินปืนและรอยนิ้วมือแฝงในรถปิกอัพมิตซูบิชิ โหลดเตี้ย ซึ่งลักษณะคล้ายรถมือปืนที่ยิงถล่มรถลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งคาดว่าจะทราบผลตรวจสอบเร็วๆ นี้


เล่าเป็นฉากๆ-จ้างสังหาร1.5ล. บิ๊กตร.ไม่เชื่อ-ยืนยันปมวิวาทชัด ยึดแล้ว1คัน-"ปิกอัพ"ต้องสงสัย


สาวลึกลับโทร.แจ้ง ′191′ อ้างรู้ตัวทีมฆ่า ′ฟารุต ไทยเศรษฐ์′ ลูกส.ส.ชาดา โดยระบุว่ามือปืนคือสามีของตัวเองเป็นอดีตทหารพรานปักธงชัย ลงมือร่วมกับพรรคพวกอีก 2 คนรับฆ่าจ้างรายละ 5 แสนให้มาเด็ดหัวชาดา แต่บิ๊กตร.ยังไม่ให้น้ำหนัก เพราะแนวสืบสวนชี้ปมสังหารไปทางเหตุวิวาทมากกว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่นำกระบะมิตซูฯ ต้องสงสัยมาตรวจหาหลักฐานแล้ว พร้อมเอ่ยปากขอ ′ดีเอ็นเอ′ จากฝ่ายพยานที่อยู่ในรถคันเดียวกับลูกชาดามาพิสูจน์ด้วย หลังจากพบร่องรอยเลือดบนเบาะนั่งด้านซ้ายมือคนขับ แสดงว่าน่าจะถูกยิงบาดเจ็บ ด้านส.ส.ชาดายันไม่มี ′ตำรวจติดตาม′ นั่งอยู่ในรถลูกชายแน่นอน และจันทร์นี้พยานจะให้ปากคำทั้งหมด



จากคดีมือปืนขับกระบะปิกอัพโหลดเตี้ยยิงรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ พราโด้ ที่มีนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.คนดังอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นคนขับมาพร้อมเพื่อนรวม 6 คน กระสุนถูกนายฟารุตเสียชีวิต เหตุเกิดบ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ผลสืบสวนเบื้องต้นพบว่าสาเหตุอาจเกิดจากรถทั้งสองฝ่ายเปิดไฟสูงใส่กัน กระทั่งยิงตอบโต้กันขึ้น ซึ่งในฝั่งรถนายฟารุตนั้นชุดสืบได้ข้อมูลว่าคนที่ยิงน่าจะนั่งเบาะหน้าซ้ายข้างคนขับ โดยเป็นตำรวจติดตาม ขณะที่ฝ่ายนายชาดาเชื่อว่าอาจเป็นการยิงผิดตัว ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น


ตร.เชื่อรถมือปืนยังอยู่ในพื้นที่

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. พล.ต.ต. องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ลงพื้นที่สภ.หมูสี เพื่อประชุมตำรวจชุดสืบสวน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ภ.3 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิ์ศักย์ รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี พ.ต.ต.ชูสิทธิ์ หล่อแสง สว.สส.สภ.หมูสี รวมถึงตำรวจชุดสืบสวนจากทุกสภ.ในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้ง 4 สถานี เช่น ชุดสืบสวนสภ.ปากช่อง หนองสาหร่าย และสภ.กลางดง ที่มีพื้นที่เส้นทางเชื่อมต่อกันกับพื้นที่สภ.หมูสี จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเชื่อว่าหลังคนร้ายก่อเหตุแล้วคงจะไม่นำรถขับหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปไกล


หลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ต.องอาจ เผยว่า วันนี้มาให้แนวทางการทำงานร่วมกันของชุดสืบสวนเพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน เพราะตำรวจต้องสืบสวนแกะรอยคนร้ายด้วยตัวเอง เนื่องจากพยานที่นั่งมาในรถของนายฟารุตยังไม่ยอมมาให้การ และตนยังแจ้งให้ชุดสืบสวนไม่ต้องเน้นรถที่ก่อเหตุว่าเป็นรถยี่ห้อมิตซูบิชิสตราด้าเท่านั้น แต่ให้ยึดเอาหมวดทะเบียนรถคนร้ายคือหมวด ཈′ คู่หน้าเป็นหลัก พร้อมมอบหมายให้พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน


ตรวจ′มิตซูบิชิ′ต้องสงสัย

เวลา 08.30 น. ชุดสืบสวนสภ.หมูสี นำกระบะมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง ตัวถังโหลดเตี้ยทะเบียน ผผ-1248 นครราชสีมา จากเขต ต.จันทึก อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยมาตรวจสอบ เพราะมีลักษณะเดียวกันกับรถคนร้าย และมีหมวดทะเบียนคู่หน้าคล้ายกัน โดยพ.ต.ท.โกศิ พรมสิทธิ์ นักวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐาน ภูธรภาค 3 เดินทางมาตรวจและเก็บหลักฐานเขม่าและรอยนิ้วมือแฝงเพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางเคมีฟิสิกส์


คาดว่าวันจันทร์ 27 ส.ค.นี้น่าจะทราบว่าผลตรวจว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่


สอบพยานในรถลูกชาดาที่อุทัยฯ

พล.ต.ต.องอาจ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ระบุว่า ภายใน 1-2 วันนี้ ตำรวจชุดสอบสวนจากสภ.ในพื้นที่ประมาณ 4 นาย จะเดินทางไปสอบพยานที่นั่งมาในรถลูกชายส.ส.ชาดา ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.อุทัยธานี และมอบหมายให้พ.ต.อ.บุญส่ง อัตวรนนท์ รองผบก.ภ.นครราชสีมา เป็นหัวหน้าชุดสอบสวน


ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่นายชาดาออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่สามารถนำพยานมาให้สอบปากคำที่สภ.หมูสี ได้นั้น เนื่องจากพยานทั้งหมดยังเป็นเด็ก พ่อแม่เด็กยังตกใจในเหตุการณ์ คงไม่อนุญาตให้นำลูกมาที่ปากช่อง พล.ต.ต.องอาจตอบว่า ตนคงไม่ไปตอบโต้อะไร คนที่นั่งมาในรถ ตำรวจมีหลักฐานคือกล้องวงจรปิด บริเวณหน้าร้านเซเว่นฯ ที่รถลูกชายส.ส.ชาดา พร้อมส.ส. นั่งมาไปจอดซื้อของในคืนเกิดเหตุ ตนกำชับตำรวจชุดสอบสวนให้ทำตามหน้าที่ คงไม่หนักใจอะไรมาก


′ภาณุ′ฝากถึงคนร้ายรีบมอบตัว

เวลา 15.30 น. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายฟารุตเสียชีวิต ว่า ตำรวจสอบปากคำพยานแวดล้อมที่อยู่ตามข้างทางไปแล้วกว่า 30 ปาก และส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามอู่ซ่อมรถต่างๆ ในพื้นที่ อ.ปากช่อง, อ.วังน้ำเขียว จ.นครราช สีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เพื่อแกะรอยหาตำหนิรูปพรรณรถกระบะตามที่พยานบอกไว้ โดยตำรวจภูธรจังหวัดนครราช สีมาตั้งเงินรางวัล 100,000 บาทสำหรับผู้แจ้ง แสคนร้าย


ส่วนที่มีข่าวว่าน่าจะมีตำรวจชุดคุ้มครอง 2 นายนั่งอยู่ในรถของนายฟารุตนั้น พล.ต.ท. ภาณุกล่าวว่า เท่าที่สืบสวนสอบสวนมาถึงตอนนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าเป็นใครบ้าง ตนคิดว่าคงต้องขอสอบปากคำพยานที่เหลือ 5 คนก่อนถึงจะทราบแน่ชัดว่าใครเป็นใครบ้าง ซึ่งอาจไม่ใช่ตำรวจก็ได้ ส่วนพยานที่เหลือ 5 คนประกอบด้วยนายชาดา บิดานายฟารุตกับเพื่อนผู้หญิง และคนในรถ 3 คน นัดสอบสวนให้ปากคำกันที่สภ.เมืองอุทัยธานี จ.อุทัยธานี วันจันทร์ 27 ส.ค.นี้


′ขอยืนยันว่าสัปดาห์หน้า คดีทุกอย่างจะกระจ่างชัดเจนมากขึ้นแน่นอน′ พล.ต.ท.ภาณุ ระบุ


ผบช.ภ.3 กล่าวด้วยว่า อยากฝากไปยังกลุ่มคนร้าย หรือถ้าไม่ได้เป็นฝ่ายลงมือก่อเหตุก่อน ตำรวจพร้อมและยินดีหากจะติดต่อขอ มอบตัวเพื่อต่อสู้คดี เราพร้อมเสมอทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ตำรวจจะให้ความเป็นธรรมสูงสุด เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหากคิดว่าเป็นการป้องกันตัว หรือคิดว่าตัวเองไม่มีเจตนาก็อย่าพยายามหลบหนี


ลั่น-ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ด้านพ.ต.อ.วชิรวิชญ์ หัวหน้าชุดสืบสวน ระบุว่า ตอนนี้ชุดสืบสวน ตร.นครราชสีมา ชุดสืบสวน ตร.ภ.3 และตำรวจกองปราบปราม ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนตลอดทั้งวันทั้งคืน 24 ชั่วโมงสืบสวนอย่างหนัก เรียกว่าเอกซเรย์ทุกซอกทุกมุมในพื้นที่ จ.นครราช สีมา และจ.ปราจีนบุรีเกือบทุกตารางแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่ามีตำรวจ 2 นายคุ้มครองแล้วนั่งอยู่ในรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ของผู้ตายนั้นตนไม่ทราบจริงๆ เรื่องนี้ผู้ที่จะทราบดีคือตัวส.ส.ชาดา คงต้องสอบถามทางส.ส.เองดีกว่า และชุดสืบสวนยังสืบไปไม่ถึงจุดนี้


′ความคืบหน้าของคดีจนถึงตอนนี้ยังไม่ชัดทั้งหมด ส่วนรถกระบะโหลด 2 คันที่หายไปจากพื้นที่อยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปยังคนที่เป็นคู่กรณีคดีนี้ ทางที่ดีคือมาให้รายละเอียดกับตำรวจ เพราะเราจะให้ความเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง แต่ถ้าเป็นมือปืนรับจ้างก็ตัวใครตัวมัน และถ้าจะหลบหนีก็หนีไปให้ครบอายุความแล้วกัน′ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ เตือนคนร้าย


แจ้ง191-อ้างสามีคือมือปืน

รายงานข่าวจากชุดสอบสวนคดี เปิดเผยว่า ตำรวจรับแจ้งเบาะแสจากหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งโทรศัพท์เข้าหมายเลข 191 เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยหญิงสาวรายนี้อ้างว่ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีสังหารนายฟารุตเป็นอย่างดี เนื่องจากคนร้ายคือนายวิเชียร (ขอสงวนนามสกุล) สามีของตน และเป็นอดีตทหารพรานที่ปักธงชัย รูปพรรณสูงประมาณ 165 ซ.ม. ผิวดำ ผมหยิกสั้น ร่วมมือกับลูกน้องอีก 2 คน ชื่อนายโต้งเป็นคนอุบลราชธานี สูงราว 170 ซ.ม. สีผิวดำแดง มีแผลเป็นที่หน้าผากเย็บประมาณ 5 เข็ม และนายดำ คนขอนแก่น สูงราว 168 ซ.ม. สีผิวดำแดง สังเกตมีนิ้วนางด้านซ้ายด้วน ทั้งคู่เป็นทหารพรานประจำการอยู่ทางภาคใต้


ได้ค่าจ้างฆ่าชาดา-1.5ล้าน

หญิงสาวรายดังกล่าวอ้างว่า ตอนนี้ถูกสามีกักขังอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่ง คาดว่าอยู่ในพื้นที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพราะเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นกับการวางแผนฆ่าครั้งนี้ โดย ′นายใหญ่′ เป็นคนที่อุทัยธานีมาวางแผนกับนายวิเชียรและพรรคพวกเมื่อ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา บอกว่าให้ค่าจ้างสังหารส.ส.ชาดาคนละ 5 แสนบาท รวม 3 คน 1.5 ล้านบาท นอกจากนี้หญิงสาวรายนี้ยังระบุว่าการพบอาวุธสงครามที่หมอชิต 2 เมื่อไม่นานนี้ก็เป็นอาวุธที่นายวิเชียรเตรียมลำเลียงไปอุทัยธานี แต่มาโดนตรวจค้นเจอเสียก่อน


รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ได้นำเบอร์ มือถือว้ตรวจสอบด้วย และกำลังเร่งตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตามแนวทางการสืบ สวนสอบสวนของตร. ยังคงมุ่งไปที่ประเด็นทะเลาะวิวาทซึ่งหน้ามากกว่าการวางแผนสังหารนายชาดา โดยพยานหลักฐานต่างๆ ให้น้ำหนักไปที่เรื่องวิวาท


คนในรถ′ฟารุต′อาจบาดเจ็บ

บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีสตรีโทร.ไปแจ้ง 191 อ้างว่า สามีที่เป็นอดีตทหารพรานได้รับการว่าจ้างให้ลอบสังหารนายชาดา ว่า ยังไม่น่ามีการข่าวระบุมีผู้ก่อเหตุเป็นทหารพรานในพื้นที่ เพราะดูจากวิถีกระสุนที่ยิงออกมาพบว่าไม่ได้เจาะจงไปที่ตัวบุคคล และคงไม่เอาปืนพกสั้นมาไล่ยิงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะภายหลังจากการตรวจสอบรถต้องสงสัยที่ได้จากภาพกล้องวงจรปิดที่ขับรถหลงทางถึง 2 รอบ ยังไม่มีจุดสงสัยที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการวางแผนมาเป็นอย่างดี


′ส่วนการตรวจสอบเลือด ซองปืน กับตำแหน่งของคนขับระบุว่าตรงกัน แต่ยังไม่ได้ตรวจลายนิ้วมือของผู้ตาย ซึ่งอาจจะต้องตรวจสอบอีกครั้งตามความสมัครใจของผู้เสียหายที่สามารถให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบหากจำเป็น รวมถึงตรวจพบดีเอ็นเอจากบริเวณเบาะนั่งข้างคนขับ จึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าคนที่นั่งด้านข้างผู้ตายอาจจะได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นจากการส่งเจ้าหน้าที่ไปลงพื้นที่ตรวจสอบหาปลอกกระสุนปืนที่ใช้ร่วมกับปืนขนาด 9 ม.ม.′ พล.ต.ท.จรัมพร เผย


ขอตรวจ′ดีเอ็นเอ′พยาน

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า วันจันทร์ที่ 27 ส.ค. พนักงานสอบสวน สภ.หมูสี จะไปสอบปากคำนายชาดา พร้อมกับเพื่อน และพยานที่เห็นเหตุการณ์อีก 3 ปากเวลา 13.00 น. ที่บก.ภ.จว.อุทัยธานี โดยอาจจะขอดีเอ็นเอของพยานเพื่อมาตรวจสอบหาข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม เพราะยังไม่รู้ว่าพยานทั้ง 3 ปากจะมาให้การกับตำรวจหรือไม่ เกรงว่าอาจสลับตัวพยานเอาไว้ เนื่องจากยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของตนเอง


นอกจากนี้ ตามที่ตำรวจสันนิษฐานกันว่า คนที่นั่งข้างนายฟารุต ผู้ตายนั้นอาจจะเป็นตำรวจใน จ.อุทัยธานี เป็นรปภ.คุ้มกัน หรืออาจจะช่วยยิงต่อสู้ระหว่างเกิดเหตุยังไม่แน่ชัด เนื่องจากมีข้อมูลที่สามารถระบุได้ว่า พยานที่นั่งข้างผู้ตายเป็นชายชาวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุ้มกัน และนั่งอยู่ด้านหลังถัดไปจากผู้ตาย


บิ๊กตร.ปัดข่าวอดีตทหารลั่นไก

พล.ต.ท.ภาณุ ผบช.ภ.3 ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประเด็นกลุ่มมือปืนอาจเป็นอดีตทหารพรานว่า ไม่มี เป็นเพียงข่าวลือที่ว่ากันไปเอง อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการสอบปากคำจากพยานทั้งหมดก่อนอีกครั้ง


ด้านพ.ต.อ.วชิรวิชญ์ รองผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า กระแสข่าวที่มีกลุ่มมือปืนเข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่นั้นยังไม่มี น่าจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ซึ่งการตรวจสอบสวนจะเน้นไปยังทุกกลุ่ม อาจเป็นไปได้ที่ฝ่ายสืบสวนเข้าดูในรายละเอียดดังกล่าว แต่เป็นการตรวจสอบเพื่อหาเบาะแสไปยังกลุ่มต่างๆ มากกว่า ยังไม่ใช่กลุ่มทหารพรานที่มีข่าวลือกันมา แต่ยังคงต้องรอดูความชัดเจนภายหลังจากสอบปากคำนายชาดา รวมทั้งพยานผู้เสียหายอีก 3 ปากที่เหลือว่าจะนำข้อมูลมาเชื่อมโยงได้มากแค่ไหน เพื่อที่จะค้นหารถกระบะต้องสงสัยและคนขับรถคันดังกล่าวที่คาดการณ์กันว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้


′เติ้ง′เยี่ยมให้กำลังใจส.ส.อุทัยฯ

นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำชทพ. เดินทางมาที่บ้านพักของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี


นายบรรหาร กล่าวว่า วันนี้มาเยี่ยมนายชาดา เพราะบังเอิญวันเกิดเหตุติดภารกิจมาไม่ได้ มาคุยให้กำลังใจ ส่วนแนวทางการสืบสวนคงต้องปล่อยให้เป็นของตำรวจ ตอนนี้ยังไม่ชี้ชัดว่าเกิดจากอะไร ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ขอแสดงความเสียใจด้วย ซึ่งตอนนี้จะทำอะไรก็ให้ส.ส.ชาดาระวังตัวพอสมควร


ด้านนายชาดา ระบุว่า ′ท่านบรรหารมาแสดงความเสียใจ พร้อมสอบถามเรื่องราวต่างๆ ท่านบอกว่าอะไรก็ตามให้รอฟังตำรวจ ท่านเป็นห่วงเป็นใยในตัวผมที่จะออกไปไหนให้ระวังตัว เมื่อท่านทราบว่าผมไปไหนจะขี่มอเตอร์ไซค์ ไปไหนคนเดียวในตลาดอย่างนี้ก็บอกว่าให้ระวังตัว′


จันทร์นี้พยานให้ปากคำทั้งหมด

ส.ส.อุทัยธานี กล่าวต่อไปว่า สำหรับกรณีรถคันที่บุตรชายขับมีรอยชนท้ายนั้นเป็นรอยชนเก่าที่ชนกันในบ้านกับรถโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กข 5555 อุทัยธานี และว่า วันจันทร์นี้เราจะให้การตำรวจทั้งหมด และพยานที่บาดเจ็บอยู่จะมาให้ปากคำด้วยที่จ.อุทัยธานี เราร่วมมือกับตำรวจอยู่แล้ว ถ้าไม่ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่จะทำงานลำบาก ซึ่งตนกับพยานหรือเด็กๆ หลังจากเกิดเหตุยังไม่เคยเจอกันเลย แต่พอทราบว่าเด็กๆ อยู่ในอาการขวัญหนีดีฟ่อ อีกคนปากแตกพูดไม่ได้ และอีกส่วนหนึ่งให้การกับตำรวจไปแล้ว


′ชาดา′ยัน-ไม่มีตร.ติดตามไปด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันเกิดเหตุมีตำรวจติดตามไปด้วยหรือไม่ นายชาดา ตอบว่า ในวันนั้นไม่มีตำรวจไปด้วย มีแต่เด็กๆ ทั้งนั้น นามสกุลไทยเศรษฐ์ครึ่งคัน และมีเด็กตากล้องหรือคนถ่ายรูป ซึ่งเป็นญาติกันทั้งหมด เป็นลูกของเพื่อนผมและเป็นเพื่อนกับลูกชายผมด้วย


′ขอยืนยันว่าไม่มีตำรวจไปด้วย ส่วนผมเองนั้นยังไม่เคยคุยกับตำรวจเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งฟังแต่ข่าว และตำรวจผู้ใหญ่ก็ยังไม่ได้ พูดคุยกับท่านเลย ซึ่งเรื่องราวนั้นมันใช้จินตนาการไม่ได้′ ส.ส.อุทัยธานี ระบุ


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEkyTURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdPQzB5Tmc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2012, 01:38:03 PM »

ชุดคลี่คดียิงลูกชาดาลุยอุทัยสอบ 3 พยานปากเอก






ตำรวจนำเครื่องสแกนโลหะไปตรวจหาปลอกกระสุนและหัวกระสุนปืนในป่าหญ้าริมถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว กม.6-7 บ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมคดียิงรถยนต์ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ทำให้ลูกชายเสียชีวิต

อ้างยังผวาไม่กล้าเข้าพื้นที่โคราชล่ากระบะ ‘มิตซูฯ’ 2 คันต้องสงสัยตร.รื้อ ‘พราโด้’ -เพิ่มค่าหัวมือปืน

ตำรวจจ่อรื้อรถยนต์หรูโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ คันเกิดเหตุ หาหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบคดียิงลูกชาย ส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้กว้างขวาง แห่งอุทัยธานี พร้อมสั่งกระจายกำลังสายสืบลงเอกซเรย์ตามอู่ซ่อมรถยนต์ในพื้นที่ ควานหารถกระบะโหลดเตี้ยคู่กรณี  ชุดสืบสวนสอบสวนเตรียมเดินทางไปสอบ 3 พยานปากเอกถึงเมืองอุทัยฯ ระบุหากพบมีคนในเปิดฉากดวลปืนสู้กับอีกฝ่ายจะต้องถูกแจ้งข้อหาด้วย “ผู้การโคราช” สั่งเพิ่มค่าหัวคนร้ายจาก 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท เตือนมือปืนให้รีบเข้ามอบตัวสู้คดีเพื่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง ผบช.ภ.3 เผยมีรถต้องสงสัย 2 คันหายไปจากพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ แปลกใจทำไมผู้เสียหายไม่ยอมเข้าให้ปากคำ ขอเวลา 1 สัปดาห์ มั่นใจสรุปคดีได้แน่

ตำรวจยังคงเดินหน้าคลี่คลายคดีคนร้ายขับรถกระบะโหลดเตี้ยยิงถล่มรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ รุ่นพราโด้ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ-5726 กรุงเทพมหานคร ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ขณะพาลูกหลานไปพักผ่อนในรีสอร์ตพื้นที่เขาใหญ่ เหตุเกิดบนถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว กม.6-7 บ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 27 ปี บุตรชายนายชาดา ซึ่งเป็นคนขับรถเสียชีวิต โดยตำรวจยังให้น้ำหนักในประเด็นเหตุการณ์ซึ่งหน้า อาทิ การใช้ไฟสูงส่องแยงตาคู่กรณี และการขับรถปาดหน้ากันไปมา พุ่งเป้าผู้ก่อเหตุไปที่กลุ่มนักเลงเจ้าถิ่น แต่ก็ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นความแค้นส่วนตัวและความขัดแย้งทางการเมืองทิ้งไป

ที่ห้องประชุม สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ส.ค. พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.ศสส.ภ.3 พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี พร้อมตำรวจชุดคลี่คลายคดียิงรถยนต์นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ทำให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 27 ปี บุตรชายเสียชีวิต เข้าร่วมประชุมถึงความคืบหน้าของคดี เนื่องจากผ่านไป 4 วันแล้วยังจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีไม่ได้ และยังสอบปากคำพยานที่อยู่ในรถยนต์ขณะเกิดเหตุอีก 3 ปากไม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะพยานที่นั่งคู่มากับนายฟารุต คนขับ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ยังไม่ยอมมาให้ปากคำ ทำให้ไม่รู้ว่ารถคันที่ยิงยี่ห้อใด สีใด และเลขทะเบียนอะไร

วันเดียวกัน ตำรวจนำตัวนายเอนก พงษ์จินดา อายุ 21 ปี พร้อมรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บษ 6150 นครราชสีมา โหลดเตี้ย มาตรวจสอบเพราะมีผู้ชี้เบาะแสว่ามีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและมีรถโหลดเตี้ย แต่เมื่อนำตัวมาสอบปากคำ

นายเอนกยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุ นายเอนกเดินทางไปบ้านภรรยาที่ จ.ปราจีนบุรี ขณะที่รถกระบะตรวจสอบแล้วไม่มีรอยเฉี่ยวชนหรือรอยถูกยิง รวมทั้งไม่มีการพ่นสีใหม่แต่อย่างใด

ต่อมาตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ภาค 3 เข้าตรวจรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ คันเกิดเหตุที่นำมาจอดไว้หน้า สภ.หมูสี อีกครั้ง โดยเก็บตัวอย่าง สีที่เป็นรอยถลอกบริเวณมุมกันชนด้านหน้าและหลังขวาไปตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาข้อมูลประกอบคดี ทั้งนี้ พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รอง ผบก. ภ.จ.นครราชสีมา ยังสั่งการให้จัดหาช่างมาตรวจสอบรถยนต์คันเกิดเหตุอีกครั้ง โดยการรื้อฝาข้างกระโปรง หรือสิ่งใดที่สามารถถอดออกดูได้เพื่อนำไปเป็นหลัก-ฐานในคดีได้อีก จากนั้นเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพร้อมนำเครื่องสแกน 2 เครื่อง ไปตรวจหาปลอกกระสุนปืนและหัวกระสุนเพิ่มเติมที่ป่าหญ้าริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ เป็นระยะทางราว 100 เมตร แต่ไม่พบสิ่งใดๆ เพิ่มเติม

พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 โทรศัพท์มาสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยกำชับให้รายงานความคืบหน้าทุกวันจนกว่าจะทราบเบาะแสรถและตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมสั่งการว่าหากพนักงานสอบสวนไปสอบพยานที่นั่งมาในรถคันเกิดเหตุ ถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดก็ให้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งการสอบปากคำพยานที่นั่งมาในรถนั้น หลังจากพยานขอเลื่อนการมาให้รายละเอียดที่ สภ.หมูสี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะเดินทางไปสอบปากคำพยานที่ จ.อุทัยธานี ในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค.นี้

พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา หัวหน้าชุดสืบสวนคลี่คลายคดีเปิดเผยว่า จากการตรวจปลอกกระสุนปืนที่พบทั้งในรถยนต์ของนายฟารุต และบนถนนในจุดเกิดเหตุ พบมีการใช้อาวุธปืนทั้งหมด 3 กระบอก เป็นปืน 9 มม.ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ 1 กระบอก และปืน .380 ของฝั่งผู้ตายอีก 1 กระบอก ส่วนปืน 9 มม. อีก 1 กระบอกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นของฝั่งใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่สายสืบทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่ตามอู่ซ่อมรถต่างๆทั้งในพื้นที่ อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว รวมทั้งอำเภอและจังหวัดข้างเคียงเพื่อหารถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเข้าไปซ่อมแซมร่องรอยของกระสุนปืนที่ยิงไปจากฝั่งของผู้ตาย อีกทั้งยังได้นำรถยนต์ที่มีลักษณะคล้ายกับรถกระบะต้องสงสัย มีลักษณะโหลดเตี้ยสีขาวหรือสีบรอนซ์มาตรวจสอบทุกคัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบรถยนต์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ

พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการสอบปากคำพยานผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ล่าสุด ตำรวจสอบปากคำพยานแวดล้อมไปแล้วกว่า 30 ปาก ส่วนกรณีที่นายชาดาแจ้งกับตำรวจว่า ต้องการให้ชุดสืบสวน ภ.จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ จ.อุทัยธานี เพื่อไปสอบ ปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์อีก 3 ราย และเป็นพยานปากสำคัญ เนื่องจากหากเดินทางมาที่ จ.นครราชสีมา อาจจะไม่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่พร้อมจะจัดชุดสอบสวนไปสอบพยานทั้ง 3 ราย ที่ จ.อุทัยธานี แต่ในขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานพยานทั้ง 3 รายว่าจะพร้อมให้ปากคำเมื่อใด

“ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นการกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างไร เพราะทุกอย่างได้อยู่ในกระบวนการของกฎหมาย ทั้งนี้ พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ได้ประสานแจ้งเพิ่มเงินรางวัลผู้แจ้งเบาะแสจนสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายกลุ่มนี้ จากเดิม 50,000 บาท เป็น 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากไปยังกลุ่ม คนร้ายว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาก หากคิดว่าเป็นการป้องกันตัว หรือคิดว่าตัวเองไม่มีเจตนาก็อย่าพยายามหลบหนีต่อไปเลย และให้รีบติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อต่อสู้คดีให้เร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตัวเองมาก ตำรวจพร้อมจะให้ ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่” พ.ต.อ.วชิรวิชญ์กล่าว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดียิงนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ว่า ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ตัวคนยิง ตำรวจตั้งไว้ 2 ประเด็นคือ ประเด็นปัญหาของนายชาดาและประเด็นการขับรถปาดหน้ากันไปมา แต่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ขณะนี้รอผู้ที่อยู่บนรถบางคน โดยเฉพาะคนที่นั่งข้างคนขับมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงตรงนี้เราต้องขบคิดกันว่ามีเหตุผลอะไรที่พยานเหล่านั้นยังไม่เข้ามาให้ปากคำ ส่วนที่นายชาดาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าตำรวจจับกุมคนร้ายไม่ได้จะดำเนินการเอง ตรงนี้เป็นความรู้สึกของพ่อที่ต้องสูญเสียลูกชายก็ต้องมีอารมณ์เป็นธรรมดา ตำรวจพยายามทำให้เต็มที่ ขณะนี้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง

ต่อมาในช่วงบ่าย พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ เสียชีวิตว่า ชุดสืบสวนยังคงเดินหน้าเอกซเรย์พื้นที่อย่างละเอียด โดยเฉพาะการตรวจสอบรถยนต์คนร้ายตามที่พยานให้การไว้ ขณะนี้มีรถกระบะมิตซูบิชิ โหลดเตี้ย 2 คันที่เข้าข่ายต้องสงสัย ทั้งรถยนต์และคนขับหายไปจากพื้นที่ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ยังไม่กลับเข้ามา ซึ่งจะเป็นรถคันก่อเหตุหรือไม่ยังบอกไม่ได้ แต่เข้าข่ายต้องสงสัย คงต้องรอให้เจอรถก่อน ตอนนี้สิ่งสำคัญคือ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่นั่งรถมากับรถผู้ตาย และเป็นพยานปากสำคัญที่จะไขกุญแจนำไปสู่ตัวคนร้ายได้นั้น ไม่ยอมเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามที่นัดหมายไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ตั้งแต่ตนรับราชการตำรวจมาเพิ่งเคยเจอกรณีนี้ที่เป็นผู้เสีย หายแต่กลับไม่ยอมเข้าให้ปากคำกับตำรวจ หรือหากจะให้เจ้าหน้าที่ไปพบที่ จ.อุทัยธานี หรือที่ใด ตำรวจก็ยินดีที่จะเดินทางไปพบเพื่อสอบปากคำ

เมื่อถามว่าการที่กลุ่มลูกน้องนายชาดาไม่เข้ามาให้ปากคำตำรวจ เพราะกลัวจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ พล.ต.ท.ภาณุกล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่การมาให้ปากคำก็ต้องนำอาวุธปืนของกลางมาด้วย เพราะมีการยิงต่อสู้กันก่อนเสียชีวิต แน่นอนจะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครอง และคดีพยายามฆ่าเพราะมีการยิงต่อสู้กัน แต่เป็นคดีเล็กน้อย ซึ่งไม่น่าจะใช่สาเหตุที่ไม่ยอมมาให้ปากคำ แต่ก็น่าสงสัยเช่นกันว่าในกลุ่มนี้อาจจะมีประวัติที่ไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหรือไม่ ตนก็ยังไม่ทราบ อย่างไร ก็ตาม หากกลุ่มลูกน้องของนายชาดาไม่มาให้ปากคำอีก หรือไม่ติดต่อกลับมาคงต้องออกหมายเรียก แต่ตอนนี้อาจจะต้องให้เวลาเขาทำใจ เนื่องจากครั้งแรกให้เหตุผลว่าขอจัดการงานศพก่อน และครั้งนี้ให้เหตุผลเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ฉะนั้นคงต้องให้เวลากับผู้สูญเสีย แต่หากนานเกินไปคงต้องออกหมายเรียกให้มาพบพนักงานสอบสวน

“การทำงานของตำรวจตอนนี้คือพยายามควานหารถยนต์ตามที่พยานบอกในครั้งแรกทั้งในพื้นที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ให้ครอบคลุมทั้งหมด คิดว่าน่าจะไม่ยากนัก ขอเวลาให้ชุดสืบสวนได้รวบรวมหลักฐานต่างๆอีกประมาณ 1 สัปดาห์จะสรุปคดีนี้ได้แน่นอน” พล.ต.ท.ภาณุกล่าว



ไทยรัฐออนไลน์
25 สิงหาคม 2555, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/286157
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2012, 01:43:52 PM »

ตร.สอบปากคำ พยานคดียิงบุตรชาย ส.ส.อุทัยธานี



ตำรวจนครราชสีมา เตรียมสอบปากคำพยานในคดียิงบุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดุอทัยธานี ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี วันนี้ (27ส.ค.) โดยคาดว่าจะมีพยานสำคัญเข้าให้ปากคำ 6 ปาก

เจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี เตรียมสถานที่สอบปากคำพยานในคดีที่นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนายฟารุตเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่เขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งคาดว่าตำรวจนครราชสีมาจะเดินทางมาสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ 6 ปาก ในช่วงเวลาประมาณ 13.30 น. หลังได้รับการร้องขอจากนายชาดา เนื่องจากเกรงว่าหากพยานเดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมาอาจจะไม่ปลอดภัย ซึ่งการสอบปากคำพยานสำคัญครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจะทำให้การคลี่คลายคดีทำได้เร็วขึ้น ส่วนการรวบรวมหลักฐานอื่น โดยเฉพาะการติดตามรถที่ผู้ก่อเหตุใช้ ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ส่วนนายชาดา คาดว่าจะเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่พร้อมกับพยานที่จะให้ปากคำในช่วงบ่าย



ที่มา :  http://news.thaipbs.or.th/content/ตรสอบปากคำ-พยานคดียิงบุตรชาย-สสอุทัยธานี
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2012, 09:28:38 AM »

เพื่อนลูกชาดา รับดวลปืนจริง

ให้ปากคำ ยิงตอบโต้ สตราด้า!

 
ให้ปากคำ - นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พาพยาน ที่อยู่ในรถนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่เขาใหญ่ เข้าให้การกับตำรวจถึงนาทีเกิดเหตุ ที่บก.ภ.อุทัยธานี พร้อม การอารักขาแน่นหนา เมื่อ 27 ส.ค.

ตร.สอบปากคำพยานในรถลูกส.ส.ชาดา 5 ปาก หนึ่งในนั้นยอมรับว่าใช้ปืน 9 ม.ม.ยิงสวนรถคนร้ายไปหลายนัด ยืนยันรถคนร้ายเป็นมิตซูบิชิ รุ่นสตราด้าแน่นอน นำปืนมอบให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจพิสูจน์ ด้าน "ชาดา" เปิดแถลงข่าวยันพยานที่นำมาเป็นตัวจริง ชุดคลี่คลายคดีเรียกประชุมผกก.สภ.พื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ รวมทั้งกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านช่วยหาเบาะแสรถมือสังหาร "เหลิม" ยันเป็นความขัดแย้งซึ่งหน้า



จากกรณีคนร้ายซิ่งปิกอัพยิง สังหารนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.คนดังอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เสียชีวิตคารถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ พราโด้ บริเวณถ.ธนะรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะเดินทางไปกับเพื่อนรวม 6 คน โดยมีพยานระบุว่าตอนเกิดเหตุมีการยิงตอบโต้กันระหว่างรถทั้ง 2 คัน จากพยานหลักฐานเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากการเปิดไฟสูงใส่กันและขับรถปาดหน้า ขณะที่ฝ่ายนายชาดาเชื่อว่าเป็นการยิงผิดตัว คนร้ายตั้งใจสังหารตนเองมากกว่า



ซึ่งต่อมามีหญิงสาวลึกลับโทรศัพท์มายัง 191 อ้างว่ารู้ข้อมูลคนร้ายระบุว่าเป็นสามีและพวกรวม 3 คน เป็นอดีตทหารพรานชื่อนายวิเชียร นายโต้ง และนายดำ รับค่าจ้างจำนวน 1.5 ล้านบาท ให้สังหารนายชาดา แต่ยิงผิดตัว และอ้างอีกว่ามีนายใหญ่อยู่ที่จ.อุทัยธานีเป็นผู้บงการ แต่พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 ยืนยันว่าสาเหตุมาจากเรื่องเฉพาะหน้า ไม่ใช่การวางแผนแต่อย่างใด ล่าสุดรองผู้การฯ โคราช เตรียมนำทีมเดินทางไปจ.อุทัยธานี เพื่อสอบปากคำ "ชาดา ไทยเศรษฐ์" พร้อมพยานรวม 6 ปากด้วยตนเอง เน้นคนที่อยู่ในรถลูกชายวันเกิดหตุ ก่อนนำมาประมวลกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่ห้องประชุมภ.จว.อุทัยธานี พ.ต.อ.บุญส่ง อัตวรอนันท์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา นำคณะพนักงานสอบสวนจ.นครราชสีมา เดินทางมาสอบปากคำนายชาดาและพยานที่อยู่ในรถวันเกิดเหตุ โดยนายชาดานำพยานที่อยู่ในรถ ประกอบด้วย นายกฤษดา ซัคเซส อายุ 20 ปี นายสุริยา ไทยเศรษฐ์ อายุ 44 ปี นายปริวัฒน์เศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อายุ 35 ปี นายชาคริส ฉิมพลี อายุ 22 ปี และนายธวัชชัย มาแก้ว อายุ 27 ปี เข้าให้การกับพนักงานสอบสวน ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด



พ.ต.อ. บุญส่ง กล่าวภายหลังสอบปากคำ ว่า วันนี้นายชาดา นำตัวพยานมาให้สอบปากคำตามที่นัดหมายไว้ โดยเบื้องต้นเชื่อว่าพยานทั้งหมดเป็นตัวจริงที่อยู่ในเหตุการณ์ จากการสอบปากคำพยานทั้งหมดให้การสอดคล้องกัน ว่าก่อนเกิดเหตุรถคู่กรณีพยายามขับแซงขึ้นมาหลายครั้ง และเมื่อแซงได้แล้วจึงประกบยิงใส่ทันที โดยพยานที่นั่งอยู่เบาะหน้าด้านข้างคนขับที่อยู่คู่กับนายฟารุต เป็นคนใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.ยิงสวนไป



พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวต่อว่า การเข้าให้ปากคำของพยานในวันนี้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก รวมถึงนำอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ที่ใช้ขณะเกิดเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นออก คงต้องสืบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงในการก่อเหตุครั้งนี้ต่อไป ซึ่งเท่าที่ได้พูดคุยกับนายชาดา ยืนยันว่าหากเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเหตุซึ่งหน้าจากการขับรถปาดหน้ากัน จนเกิดบันดาลโทสะ ก็พร้อมจะให้อภัยผู้ก่อเหตุ เพียงขอให้ยอมออกมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่



ด้านนายชาดา กล่าวว่า พยานทุกคนที่เข้าให้ปากคำในวันนี้เป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริงทุกคน ไม่มีการเปลี่ยนตัวพยานตามที่เป็นข่าว นอกจากนั้นยังนำอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย ส่วนปลอกกระสุนปืนที่พบในรถนั้นตนไม่ทราบเรื่อง



"อยากขอความ เป็นธรรมเพราะขณะนี้ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม เนื่องจากสื่อมวลชนเสนอข่าวไปทำนองว่าผมเป็นมาเฟีย หากตำรวจไม่ทำคดีนี้ จะออกมาจัดการเอง ทำให้เกิดเป็นภาพลบต่อสายตาประชาชน ทั้งที่เป็นผู้ถูกกระทำจนต้องสูญเสียลูกชายคนเดียวไป" นายชาดา กล่าวในตอนท้าย



พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีว่า ขณะนี้พยานทั้งหมดได้เข้ามาให้ปากคำแล้ว รวมถึงมีการนำอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.เข้ามาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมถึงจากการให้ปากคำทั้งหมดของพยาน ทำให้มั่นใจว่าเป็นรถกระยี่ห้อมิตซูบิชิ สตราด้าอย่างแน่นอน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตระเวนหาภายในพื้นที่ตามร้านอู่ซ่อมรถหรือร้านขาย รถในพื้นที่ จ.นครราชสีมาทั้งหมด พร้อมทั้งให้มีการตรวจสอบรถกระบะต้องสงสัยทุกคันที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่ของ ป่าไม้ทุกรุ่นทุกแบบ



รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายสุริยา ไทยเศรษฐ์ ให้การกับตำรวจว่าเป็นคนนำปืนของผู้ตายออกมายิงตอบโต้ โดยยื่นปากกระบอกปืนออกไปนอกหน้าต่าง เพราะถูกคนร้ายยิงใส่ก่อน กระทั่งถูกคนร้ายขับรถไล่ตามมายิงซ้ำอีกครั้ง แต่นายสุริยาจำไม่ได้ว่ายิงไปทั้งหมดกี่นัด จำได้เพียงว่ามีคนร้ายมากกว่า 1 คน เพราะมีอีกคนหนึ่งยืนอยู่บนหลังกระบะรถคนร้าย และถือปืนเอาไว้โดยไม่ทราบว่ายิงออกมาด้วยหรือไม่ ส่วนพยานคนอื่นระบุว่าได้ยินแต่เสียงปืนที่ยิงมาถูกตัวรถ



ข่าวแจ้งอีกว่า หลังให้การเจ้าหน้าที่นำนายชาดาพร้อมพยานไปกองพิสูจน์หลักฐานจ.อุทัยธานี เพื่อตรวจประวัติผู้ต้องสงสัยในแฟ้มประวัติอาชญากรซึ่งอาจเป็นคนร้ายที่ก่อ เหตุ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ต่อไป



ด้าน พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เหคะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้การสืบสวนได้แคบลงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานรายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่เข้าเวรอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีลักษณะโหลดเตี้ย สีขาวหรือสีบรอนซ์ ตรงตามที่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งจากการสอบปากคำเพิ่มเติม ยังพบด้วยว่ารถคนร้ายเป็นรถที่ดัดแปลงท่อไอเสียแบบรถซิ่ง เวลาวิ่งมีเสียงดังมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาเบาะแสต่อไป



นายสมหวัง กาญจนพงษ์พร ผู้บริหารงานหน่วยกู้ภัยสว่างปากช่อง กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตรถคนร้ายอาจเป็นรถหน่วยกู้ภัย ว่า รถของอาสาสมัครกู้ภัยทุกคันต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสภาพ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือรถปิกอัพจะต้องติดตั้งหลังคาไฟเบอร์เพื่อรับผู้บาดเจ็บ ณ จุดเกิดเหตุได้ด้วย หากไม่มีหลังคา ทางหน่วยก็ไม่ออกใบอนุญาตให้ อย่างไรก็ตาม หน่วยกู้ภัยสว่างปากช่อง พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากสงสัยรถยนต์คันใด สามารถประสานขอข้อมูลได้ทันที



รายงานข่าวแจ้งว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่นำรถกระบะต้องสงสัย ที่มีส่วนคล้ายกับรถคนร้าย มาตรวจสอบหาคราบเขม่าปืนนั้น ล่าสุดยังไม่พบสิ่งผิดปกติหรือคราบเขม่าปืนแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่พยานให้การว่ารถคนร้ายมีลักษณะโหลดเตี้ย ติดไฟสปอตไลต์ เหมือนรถนักนิยมท่องไพรนั้นก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะรถประเภทนั้นไม่นิยมโหลดเตี้ยเพราะต้องใช้บรรทุกคนขึ้นเขา ส่วนใหญ่จะนิยมใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อมากกว่า



ข่าวแจ้งอีกว่า ล่าสุดชุดคลี่คลายคดีได้เรียกประชุมนายตำรวจระดับผกก.ในสภ.พื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจงและขอความร่วมมือในการติดตามรถคนร้าย อีกทั้งยังประสานไปยังนายทะเบียนจังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. ในพื้นที่อ.ปากช่องและอ.ใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสคนร้ายต่อไป



วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าคดียิงลูกนายชาดา ว่า นายตำรวจที่ทำงานไม่ว่าจะเป็นพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ล้วนเป็นนักสืบทั้งนั้น ฟันธงว่ากรณีนี้เหตุมาจากเรื่องขับรถเปิดไฟสูงใส่กันแล้วเขม่นกัน



ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับนายชาดาหรือยัง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ยัง แต่ส่วนตัวชอบพอกัน ตนเห็นว่าเขากำลังอยู่ในภาวะเศร้าโศกเสียใจ เขาคิดอะไรก็ต้องปล่อยให้คิดไปก่อน สุดท้ายต้องจบด้วยพยานหลักฐาน เมื่อถามว่า แต่นายชาดามั่นใจว่าสาเหตุมาจากเรื่องทางการเมือง ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวว่า เป็นสิทธิแต่สุดท้ายต้องจบที่หลักฐาน คนเสียลูกมันถือเป็นความยิ่งใหญ่ ต้องให้เขาทำใจสักพักหนึ่ง เมื่อถามอีกว่า นายชาดาระบุด้วยว่าหากตำรวจจับแพะหรือจับตัวไม่ได้จะล่าคนร้ายเอง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนเวลาโมโหก็ต้องพูดแบบนี้ ต่อข้อถามที่ว่า ก่อนหน้านี้นาย ชาดาออกมาระบุว่าเคยถูกตำรวจระดับนายพลพูดจาเชิงข่มขู่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่มี ใครจะไปกล้าขู่ส.ส. เพราะถ้าส.ส.หารือประธานสภาข่าวคงออกไปทั่วประเทศ ไม่มีแน่ๆ



ข่าวสดรายวัน
วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhOREk0TURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdPQzB5T0E9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2012, 10:09:57 AM »

ตร.ตรวจปืนไม่พบตรงกับของคนร้ายยิงลูก "ชาดา"



ตร.นำปืน 12 กระบอกตรวจพบไม่ตรงของคนร้ายยิงลูก "ชาดา" เผยคนนั่งซ้ายข้าง"ฟารุต" ยิงโต้คนร้าย 7 นัด

วันนี้ ( 28 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ว่า  ทางศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3  ได้เก็บดีเอ็นเอ จากบุคคลที่อยู่ภายในรถ  6 คน เพื่อยืนยันว่าบุคคลใดนั่งอยู่จุดใดภายในรถ  ทั้งยังเป็นการยืนยันเหตุการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงเขม่าดินปืนทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของรถด้วย  ทั้งนี้ ทีมพิสูจน์หลักฐานที่ไปตรวจที่เกิดเหตุได้พบรอยเลือด 2 จุด คือ ล้อหลังด้านขวา และ บังโคลนด้านขวา  จึงตั้งสมมุติฐานได้ว่า อาจเป็นเลือดของคนใดคนหนึ่งที่โดยสารอยู่ภายในรถซึ่งมีบุคคลในรถคนหนึ่งได้ รับบาดเจ็บปากแตก  นอกจากนี้ยังพบเศษพลาสติกสีแดง หรือไฟท้ายรถ ซึ่งเตรียมตรวจสอบว่าเป็นรถของนายฟารุตหรือไม่ ถ้าไม่ใช่แสดงว่าเป็นเศษพลาสติกไฟท้ายที่มาจากรถของคนร้าย

พล.ต.ท.จรัมพร กล่าวด้วยว่า ในที่เกิดเหตุมีการยิงปืนตอบโต้กัน โดยขณะนี้คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าซ้ายได้ยอมรับว่ายิงปืนออกไป จึงนำปืนของพยานมาตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 7 ปลอก ขนาด 9 มม.  พบว่าเป็นปืนที่ยิงจากกระบอกเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปลอกกระสุนปืน 9 มม.  3 ปลอก ซึ่งคาดว่าเป็นของรถคู่กรณี  และปลอกกระสุนขนาด .380 จำนวน 3  ปลอก ตกอยู่ภายในรถของนายฟารุต  พร้อมซองปืน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นของนายฟารุตหรือไม่


รายงานข่าวระบุว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน  สภ.หมูสี ได้ประสานไปยังนายอำเภอปากช่องนำอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ของคนในพื้นที่มาตรวจเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ   12 กระบอก แต่ผลตรวจไม่ตรงกันแต่อย่างใด.

 
เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 28 สิงหาคม 2555 เวลา 19:11 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/152153
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2012, 11:13:49 AM »

เช็กปืนคดีลูกสส. อีก100กระบอก


ตรวจรถ - เจ้าหน้าที่พฐ.ภาค 3 จ.นครราชสีมา ตรวจสอบรถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า หมวดอักษรขึ้นต้นด้วย 12 เพื่อหาร่องรอยและเขม่าดินปืนว่าเกี่ยวข้องกับคดียิงลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ปากช่องหรือไม่ เมื่อวันที่ 29 ส.ค.

ตร.โคราช ตรวจรถกระบะมิตซูฯ ต้องสงสัยยิงลูกส.ส. ชาดา พบรูตรงไฟท้ายรถ แต่ไม่ใช่รูกระสุนต้องรอผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอีกครั้ง ผกก.หมูสียังเดินหน้าตรวจปืน 9 ม.ม.ชาวบ้านต่อ พร้อมกระจายกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ส่วนปลอกกระสุน .380 ที่พบก็ยังไม่รู้ว่าเป็นของใคร "เหลิม" ยันคดียังคงเป็นไปแนวทางเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ปัดไม่ได้นัดพบส.ส.ชาดา แต่ถ้าเจอก็จะคุยในฐานะคนชอบพอกัน


จากกรณีนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.คนดังอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตคารถ บริเวณ ถ.ธนะรัชต์ ทางขึ้นเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ขณะเดินทางไปกับเพื่อนรวม 6 คน โดยเพื่อนยอมรับว่าได้เปิดฉากดวลปืนกับคนร้ายด้วย ซึ่งคดีนี้ตำรวจโคราชระบุว่า พยานยอมรับว่าในวันเกิดเหตุมีการเปิดไฟสูงใส่กัน และแซงกันไปมาจริงก่อนที่รถคู่กรณีจะเปิดฉากยิงก่อน โดยรถคู่กรณีเป็นรถกระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีเทา โหลดเตี้ย เลขทะเบียนขึ้นต้นด้วย 12 ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายได้นำปืนขนาด 9 ม.ม. ที่ใช้ยิงสู้คนร้ายมาให้ตำรวจตรวจสอบ ขณะที่ตำรวจก็เรียกตรวจปืน 9 ม.ม. ของชาวบ้านย่านใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสเช่นกัน ตามที่เสนอไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าวันที่ 29 ส.ค. ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธร ภาค 3 จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่พฐ. นำรถกระบะมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผม-1234 นครราชสีมา ต้องสงสัย ที่ยึดได้จากในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มาตรวจสอบหาเขม่าปืน เบื้องต้นพบว่าที่บริเวณไฟท้ายด้านซ้ายของตัวรถมีรูโหว่ 1 รู ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. แต่ไม่ใช่รอยกระสุน โดยเจ้าหน้าที่ใช้น้ำยาตรวจหาคราบเศษตะกั่วและเขม่าดินปืนซึ่งจะทราบผลในวัน ศุกร์ที่ 31 ส.ค. ส่วนความคืบหน้าทางคดี ทีมสืบผบช.ภ. 3 สืบ ภ.จว.นครราชสีมา และตำรวจกองปราบปราม กระจายกำลังลงพื้นที่ทั้งใน จ.นครราชสีมา ปราจีนบุรี และกทม. เพื่อหาเบาะแสคนร้าย รูปคดีมีความคืบหน้าไปมาก


พ.ต.อ.ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก.สภ.หมูสี กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีว่า มีการขอความร่วมมือคนในพื้นที่ให้นำปืนขนาด 9 ม.ม. มามอบตรวจสอบ ตอนนี้มีประชาชนนำมาให้จำนวน 12 กระบอก ซึ่งยังเหลืออีกกว่า 100 กระบอก ยังไม่เอามาซึ่งก็ต้องรอต่อไป ส่วนปลอกอาวุธปืนขนาด .380 ที่พบในรถของนายฟารุต นั้น ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นของใคร แต่โดยปกติหากพบปลอกกระสุนในรถยนต์คันใด ก็น่าจะยิงออกมาจากคันนั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ยังคาใจว่าเหตุใดฝ่ายลูกนายชาดา จึงนำปืนมาให้ตำรวจตรวจเพียงขนาด 9 ม.ม. กระบอกเดียวเท่านั้น ซึ่งปัญหาขณะนี้ คือ กระสุนที่เจาะทะลุเข้ากกหูซ้ายนายฟารุต เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่แน่ใจ 100% ว่าเป็นขนาด 9 ม.ม. จริงหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้มีการผ่าศพ เพื่อเอากระสุนที่ฝังในมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้แต่สันนิษฐานจากกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 1 นัด ซึ่งทะลุจากภายนอกตกอยู่ในบานประตูของรถยนต์ที่นายฟารุตนั่งเท่านั้น


ด้านพ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา กล่าวว่า คดีดูเหมือนไม่ซับซ้อน แต่การให้ปากคำของพยานทั้งหมดก็ยังซ่อนเงื่อนงำบางประการอยู่ โดยเฉพาะพยานทั้งหมดที่นั่งมาให้การว่าจำสีรถไม่ได้ ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ออกหาเบาะแสคนร้ายต่อไป


วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตำรวจยังยืนยันแนวทางเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หากพยานให้การเป็นประโยชน์คดีก็จะเดินหน้าเร็วขึ้น เมื่อถามว่า ได้นัดพบกับนายชาดาที่สภาหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่ได้นัดพบกัน แต่ถ้าเจอกันที่สภาจะพูดคุยกัน เพราะสนิท และรู้จักชอบพอกันมานาน


ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวถึงการให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ ควบคุมการครอบครองอาวุธปืนว่า ตนได้ขอให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปคิด 2 เรื่อง คือ อาวุธปืนที่ผิดกฎหมายแล้วนำมาคืนทางราชการจะดำเนินการอย่างไร และอาวุธปืนที่ถูกกฎหมายจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าให้รัฐซื้อคืน เหมือนประเทศอื่นที่เขาไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNak13TURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdPQzB6TUE
9PQ
==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 16, 2012, 12:18:31 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 10:10:51 AM »

มอบตัว-ฆ่าลูกชาดา ทีแท้เสย ยันเหตุโดนสาดไฟ

แถมถูกคู่กรณียิงก่อน เลยต้องตอบโต้กลับไป เผยทำรับเหมาก่อสร้าง ชี้ชัดไม่เกี่ยว"การเมือง"


จนมุมแล้วมือปืน ฆ่าลูกชาย"ชาดา ไทยเศรษฐ์" เป็นเสี่ยรับเหมาจากเมืองโอ่งราช บุรีกดดันหนัก ผบช.ภาค 3 รุดสอบเองในเซฟเฮาส์ สารภาพเป็นคนลงมือยิงจริงแต่อ้างป้องกันตัว เพราะถูกคนในรถลูกส.ส.ดังยิงใส่ก่อน เผยไปทำงานคุมสร้างรีสอร์ตในปากช่อง วันเกิดเหตุขับรถปิกอัพโหลดเตี้ยมาเพียงลำพัง ถูกรถลูกส.ส.ที่แล่นตามหลังเปิดไฟสูงใส่หลายครั้ง เลยเปิด สปอตไลต์ที่ติดหลังรถคืนไปบ้าง จังหวะที่รถลูกส.ส.แซงขึ้นด้านขวา คนที่นั่งคู่กับคนขับที่เบาะหน้าลดกระจกสาดกระสุนใส่ เลยหยิบปืนที่พกติดตัวสวนกลับไป 3-4 นัด หลังเกิดเหตุเอาปืนไปโยนทิ้งก่อนหนีไปกบดานอยู่วังน้ำเขียว ก่อนเข้ากรุงเทพฯเปลี่ยนอะไหล่รถ แล้วย้อนกลับมาทำงานที่ปากช่องตามเดิม โดยติดตามข่าวมาตลอด จนรู้ตำรวจตามใกล้มาเรื่อยๆ และเกรงไม่ปลอดภัยจึงตัดสินใจมอบตัว ยันเป็นเหตุซึ่งหน้าไม่ใช่การเมืองและไม่ได้วางแผนมาก่อน ด้านทนายชาดา เผยขอรอฟังคำสารภาพก่อนว่าเป็นอย่างไร



ความคืบหน้าติดตามมือ ปืนปิกอัพยิงสังหารนายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 30 ส.ค. พ.ต.อ.ภาณุ บุรณศิริ รองผบก.สส.ภาค3 กล่าวว่าผู้ต้องหาคดียิงนายฟารุต เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ชุดสืบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาไปที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในเขตอ.เมืองนครราชสีมา ทันที โดยพล.ต.ท. ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 เดินทางมาสอบปากคำด้วยตัวเอง



รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับผู้ต้องหารายนี้ชื่อนายมั่น พูลทรัพย์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 6 ต.ปากท่อ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง หลังจากตำรวจรู้เบาะแสว่าเป็นใคร จึงส่งสายที่รู้จักไปประสานเพื่อให้เข้ามอบตัว จนผู้ต้องหาตัดสินติดต่อกับพล.ต.ท.ภาณุ เพื่อขอมอบตัว โดยผู้ต้องหาระบุว่ามารับงานคุมสร้างรีสอร์ตแห่งหนึ่งในเขตต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง วันเกิดเหตุได้ขับรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์ ฟ้า โหลดเตี้ย หมายเลขทะเบียน ตฮ 1528 ราชบุรี ไปทำธุระในตัวอำเภอปากช่อง ขากลับขับรถมาตามถนนธนะรัชต์ มุ่งหน้ากลับที่พัก เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุพบรถของนายฟารุต ที่แล่นตามหลังพยามยามขับแซงเเละเปิดไฟสูงใส่หลายครั้ง ด้วยความไม่พอใจจึงเปิดไฟสปอตไลต์ที่ติดอยู่ด้านหลังใส่คืนบ้าง



เสี่ยรับเหมาให้การว่า เมื่อรถคู่กรณีเร่งแซงขวาขึ้นมา คนที่นั่งคู่ด้านหน้าคนขับลดกระจกและใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัด ด้วยความโมโหจึงหยิบปืนพกที่มีไว้ป้องกันตัว ยิงตอบโต้ป้องกันตัวกลับไป 3-4 นัด ภายหลังเกิดเหตุนำปืนไปโยนทิ้ง ก่อนหลบหนีไปกบดานอยู่ในอ.วังน้ำเขียว จากนั้นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ นำรถไปเปลี่ยนกระจกหลังที่ถูกยิงแตก และถอดสปอตไลต์นำไปขายร้านอะไหล่ ก่อนกลับมาทำงานที่อ.ปากช่อง ตามเดิม


นายมั่น กล่าวอีกว่าหลังก่อเหตุติดตามข่าวเรื่องนี้มาตลอด และทราบว่าตำรวจกำลังตามล่าตัวและโดนกดดันอย่างหนัก รวมทั้งเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงตัดสินใจมามอบตัวและเชื่อว่าตำรวจจะให้ความปลอดภัย และความยุติธรรม ยืนยันว่าก่อเหตุเพียงลำพัง ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัวเองไม่ได้วางแผนมาก่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด


รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากพล.ต.ท.ภาณุ สอบปากคำผู้ต้องหาจนได้รายละเอียดที่ชัดเจน เตรียมนำตัวมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน วันที่ 31 ส.ค.


ด้านนายศุภฤกษ์ เอี่ยมลออ ทนายความส่วนตัวนายชาดา กล่าวว่าทราบข่าวเรื่องผู้ต้องหามอบ ตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราต้องดูการแถลงข่าวว่ารับสารภาพอย่างไร เท่าที่ฟังเขารับสารภาพไม่จำเป็นต้องชี้ตัวแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งนายชาดา อย่างไรก็ตามยังต้องดูว่าเขารับสารภาพอย่างไร ทำคนเดียวหรือไม่ เท่าที่ฟังว่าทราบว่าผู้ต้องหาให้การว่าถูกยิงก่อนจึงยิงตอบโต้ป้องกันตัว เราคิดอยู่แล้วว่าหากจับได้ผู้ต้องหาต้องให้การแบบนี้


"หากเป็นลักษณะนี้ต้องดูว่าทางเจ้าหน้าที่จะทำคดีไปในลักษณะไหน เชื่อได้แค่ไหนว่าคนนี้เป็นผู้ต้องหาตัวจริง แต่เรายืนยันว่าในรถนาย ฟารุต มีปืนเพียงกระบอกเดียว ส่วนจะมีมากกว่านั้นหรือไม่ ไม่สามารถยืนยันได้ ทั้งนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ทางนายชาดาพร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ หากเป็นตัวจริง การทำงานของเจ้าหน้าที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมาก" ทนายความส่วนตัวนายชาดา กล่าว


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNak14TURnMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdPQzB6TVE9PQ
==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 16, 2012, 12:20:30 PM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3825


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2012, 10:21:17 AM »

มือปืนยิงลูกส.ส.ชาดามอบตัวสารภาพสิ้น


คนคุมงานก่อสร้างสนามกอล์ฟ ชิงเข้ามอบตัวคดียิง ฟารุต ลูกชาย ส.ส.ชาดา ไทยเศรษฐ์ พรรคชาติไทยพัฒนา เสียชีวิต รับสารภาพยิงไฟสูง ปาดไปมา ถูกยิงใส่ โมโห ยิงสวน ก่อนหนีมาซ่อมรถในกรุงเทพ สุดท้ายเกรงไม่ปลอดภัย ตัดสินใจมอบตัว

จากกรณีนายฟารุต ไทยเศรษฐ อายุ 28 ปี ลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกยิงเสียชีวิต ขณะขับรถโตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ 5726 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดที่ถนนสายเขาใหญ่-วังน้ำเขียว ท้องที่ สภ.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันนี้(30ส.ค.) พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ได้รับการประสานจากชายที่อ้างตัวว่าเป็นมือปืนยิงนายฟารุต ว่าจะขอเข้ามอบตัว โดยนัดหมายให้มารับตัวในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ดินทางไปรับตัวทราบชื่อ นายมั่น พูลทรัพย์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 6 ต.ปากท่อ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ก่อนจะพาตัวมาสอบสวนที่เซฟเฮ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว ท่ามกลางกำลังเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา

ทั้งนี้ นายมั่นรับสารภาพว่า ปัจจุบันทำงานเป็นคนคุมงานก่อสร้างอยู่ภายในสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใกล้ที่เกิด เหตุ ในวันเกิดเหตุได้ขับรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้  มาเพียงลำพัง และชอบเปิดเพลงเสียงดัง ก่อนเกิดเหตุรถยนต์ของนายฟารุต ขับมาและสาดไฟสูงใส่จึงขับหลบให้แซงขึ้นไป จากนั้นก็ขับแซงกันไปมาและเปิดไฟสูงใส่เช่นกัน  จากนั้นคนที่นั่งด้านซ้ายได้ลดกระจกลงแล้วยิงปืนใส่ตนก่อนหลายนัด ด้วยความตกใจจึงใช้อาวุธปืนพกยิงตอบโต้ไป 3 -4 นัด

นายมั่น กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุได้นำรถไปเติมน้ำมันที่ปั้มแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง ก่อนจะนำรถไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยพบว่าตัวรถถูกยิงทั้งหมด 6 นัด เมื่อซ่อมเสร็จก็ย้อนกลับมาทำงานตามปกติ ส่วนอะไหล่ที่เปลี่ยนก็ยังเก็บไว้ สาเหตุที่ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับตำรวจเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ยืนยันว่าเป็นการป้องกันตัวเองไม่ได้มีการวางแผนมาก่อนแต่อย่างใดและขณะเกิด เหตุมีตนเพียงคนเดียวเท่านั้น



เดลินิวส์ออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2555 เวลา 22:24 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/152566
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.115 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check