ล่าอิหร่านบึ้มป่วนสุขุมวิทผวาภัยก่อการร้าย(Update!ศาลจำคุกตลอดชีวิตอิหร่านปาบึ้มสุขุมวิทอีกคนโดน15ปี -
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
มกราคม 21, 2017, 05:45:21 PM
หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/Movie2.swf</a>
<a href="http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf" target="_blank">http://www.scdc5.forensic.police.go.th/digital_clock.swf</a>
สถิติ    หน้าเว็บ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

ดู ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

เว็บบอร์ด ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง
หมวดพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
พิสูจน์หลักฐานตำรวจในข่าว

ล่าอิหร่านบึ้มป่วนสุขุมวิทผวาภัยก่อการร้าย(Update!ศาลจำคุกตลอดชีวิตอิหร่านปาบึ้มสุขุมวิทอีกคนโดน15ปี

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1] 2 ลงล่าง พิมพ์
ผู้เขียน
[EN] [PL] [ES] [PT] [IT] [DE] [FR] [NL] [TR] [SR] [AR] [RU]
หัวข้อ: ล่าอิหร่านบึ้มป่วนสุขุมวิทผวาภัยก่อการร้าย(Update!ศาลจำคุกตลอดชีวิตอิหร่านปาบึ้มสุขุมวิทอีกคนโดน15ปี  (อ่าน 72444 ครั้ง)
Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:03:10 AM »

ล่าอิหร่านบึ้มป่วนสุขุมวิทผวาภัยก่อการร้าย



ตามล่าแก๊งอิหร่าน บึ้มป่วนกรุง สุขุมวิท 71 รวม 3 จุด คาดเช่าบ้านเป็นโกดังซุกบึ้ม เชื่อมโยงคลังแสงย่านสมุทรสาคร ผวาภัยก่อการร้ายลุกลามไทย รวบมือระเบิดชาวอิหร่านอีก 1 รายขณะเตรียมเดินทางออกนอกประเทศที่สุวรรณภูมิ

เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 14 ก.พ. เจ้าหน้าที่ห้องวิทยุ สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุชายชาวต่างชาติอายุราว 50 ปี ขว้างระเบิดใส่รถแท็กซี่  ภายในซอยปรีดี 31 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา  จึงรีบแจ้ง ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุขวัต รอง สวป. และ ส.ต.อ.พันธุ์ภูมิ รักกุศล ผบ.หมู่ปราบปราม ที่กำลังขับรถตราโล่ ทะเบียน ชผ 2039 กรุงเทพมหานคร   ออกตรวจพื้น ที่รีบไปตรวจสอบเหตุทันที

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ สวนกับชายชาวต่างชาติต้องสงสัย เดินอยู่บนฟุตบาทหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ขณะเดียวกัน   มี จยย.ชับตามชายต้องสงสัยมา พอเห็นรถตำรวจรีบตะโกนบอกให้เจ้าหน้าที่จับกุมชายคนดังกล่าว  ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ จึงสั่งการให้ลูกน้องจอดรถ แต่ยังไม่ทันเปิดประตูลงไป ปรากฏว่าชายชาวต่างชาติ ลักษณะเป็นคนอาหรับ ได้ใช้มือล้วงเป้สะพายหลัง หยิบระเบิดออกมาพยายามขว้างใส่เจ้าหน้าที่ แต่ด้วยความรีบร้อน เลยทำให้ระเบิดหล่นใส่ขาของตัวเอง เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น แรงระเบิดทำให้กระจกหน้ารถยนต์สายตรวจแตกกระจาย รวมทั้งทำให้กระจกร้านนารายณ์พิซเซอเรีย ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแตกกระจายเช่นเดียวกัน เดชะบุญที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ส่วนคนร้าย พบว่านอนครวญครางจมกองเลือดอยู่ข้างตู้โทรศัพท์ พบว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่หัวเข่าทั้ง 2 ข้าง ตัดเส้นเอ็นถึงกระดูกขาซ้ายขาด แต่หนุ่มอาหรับคลั่งยังไม่สิ้นฤทธิ์ พยายามลุกขึ้นนั่งคว้าเศษกระจกจากตู้โทรศัพท์มาปาดคอฆ่าตัวตาย แต่เจ้าหน้าที่เข้าชาร์จไว้ได้ จึงรีบแจ้งให้มูลนิธิร่วมกตัญญูรับตัวส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ทันที


ขณะเดียวกัน พบกระเป๋าเป้คนร้ายตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดจากสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เข้าตรวจสอบเพราะเกรงว่าอาจมีระเบิด หรือวัตถุอันตรายซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้คนร้าย พร้อมสั่งการให้ปิดถนนสุขุมวิท 71 ทั้งเส้นเพื่อความปลอดภัยทันที ผลการตรวจสอบกระเป๋าต้องสงสัยของคนร้าย พบเพียงเสื้อผ้าและธนบัตรสหรัฐ 2800 ดอลล่าร์ ธนบัตรสกุลดีร์นาอิหร่านจำนวนมาก และเงินไทยอีก 8,500 บาท   ไม่พบบัตรหรือพาร์สปอตว่าเป็นใครมาจากไหน มีเพียงใบเสร็จของโรงแรมท็อปไทย จ.ชลบุรี ระบุชื่อนายซาอิฟ โมราบิ สัญชาติอิหร่าน

พยานที่เห็นเหตุการณ์ ระบุว่าคนร้าย ได้มาเช่าบ้านเดี่ยวเลขที่ 66 ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 อยู่กับเพื่อนรวม 3 คน นานประมาณ 1 เดือน ส่วนใหญ่แล้วจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยออกมาข้างนอก และมีชายหญิงชาวต่างชาติคู่หนึ่ง คอยซื้ออาหารเข้าไปในบ้านอยู่เป็นประจำ

ก่อนเกิดเหตุ มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดังออกมาจากบ้านเช่า ที่ระเบิดจนกระจุยพังราบพณาสูร กระจก ฝ้าเพดานแตกกระจาย ตามมาด้วยเสียงชาวต่างชาติตะโกนโหวกเหวก จากนั้นคนร้ายได้สะพายเป้วิ่งเดินออกมา 3 คน โดย 2 คนแรกโบกแท็กซี่สีเขียวเหลืองขึ้นรถหลบหนีไปก่อน ต่อมาคนร้ายที่คลั่งก่อเหตุเดินในสภาพโชกเลือดออกมาเกือบถึงหน้าปากซอย และเรียกแท็กซี่สีส้ม ทะเบียน ทร 1419 กรุงเทพมหานคร มีนาย สัญชัย บุญสูงเนิน 32 ปีเป็นคนขับ แต่ได้ปฏิเสธไม่รับผู้โดยสารและขับออกไป ทำให้หนุ่มใหญ่ชาวอาหรับเกิดคลุ้มคลั่ง ปาระเบิดใส่แท็กซี่จนเสียหาย ถูกสะเก็ดระเบิดจนพังยับเยิน โชคดีที่นายสัญชัยได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย จากนั้นคนร้ายได้เดินหลบหนีไปทางหน้าโรงเรียน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามขว้างระเบิดเข้าใส่ แต่เกิดพลาดระเบิดตกใส่ตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย คือ นายกังวาน หอปราสาททอง 83 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าตาซ้าย นางจุฑาทิพย์ สัจจดำรงค์ อายุ 62 ปี มีอาการหูอื้อ  และนายอภิชาต คำลือ อายุ 32 ปี ที่ขี่ จยย.วิ่งผ่านมา ถูกสะเก็ดตามตัวและมีอาการหูอื้อ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้เข้าตรวจสอบภายในบ้านเช่าคนร้ายที่พังยับเยิน พบระเบิดซีโฟร์ซุกซ่อนอยู่จำนวนหนึ่ง  หน่วยอีโอดีได้เข้าเก็บกู้ในเบื้องต้น พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ มีส่วนประกอบของสารแอมโมเนียไนเตรต คล้ายคลึงกับสารตั้งต้นที่ตรวจยึดได้ที่ จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลว่าคดีนี้ มีส่วนเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือไม่  ทั้งนี้ ไม่พบตัวชาวต่างชาติอีก 2 ราย ตามคำให้การพยานที่ระบุว่าอยู่ในบ้านหลังนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนจับกุมตัวต่อไป

ด้านนายสัจจะ คนตรง ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กล่าวว่า  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เกิดระเบิดบริเวณหน้าโรงเรียนเกษมพิทยาแล้ว  จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้บาดเจ็บ 5 คนรวมตัวคนร้าย ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับบาดเจ็บ ทางเขตฯได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กันประชาชนออกจากพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุระยะ 200 เมตร เนื่องจากเกรงว่าในกระเป๋าของชายต่างชาติที่อาจซุกซ่อนระเบิดอยู่   และเจ้าหน้าที่ด้ปิดการจราจรบนถนนสุขุมวิท 71ทั้ง 2 ฝั่ง  สำหรับความเสียหาย มีตู้โทรศัพท์ที่ได้รับความเสียหาย 2 ตู้ ส่วนทรัพย์สินทางราชการส่วนอื่นไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติภารกิจทัวร์นกแก้วอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ กล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนได้ข้อมูลที่แน่ชัดเสียก่อน และไม่อยากให้รีบด่วนสรุปว่าคดีนี้เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย เพราะอาจส่งผลกระทบกับประเทศไทยหลายๆ ด้าน เมื่อถามว่าคนร้ายเป็นชาวเลบานอนหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุระเบิดซอยสุขุมวิท 71 และซอยปรีดีพนมยงค์ ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ว่าเกี่ยวข้องกับใครอย่างไร เมื่อถามว่า เรื่องก่อการร้ายยังไว้ใจได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่แสดงให้เห็นว่ายังวางใจไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องมีความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

ด้าน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะให้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวทันที  และตนจะยังไม่ขอให้สัมภาษณ์จนกว่าจะมีข้อมูลด้านการข่าวเพียงพอ เบื้องต้นตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสังเกตการณ์และสืบสวนหาสาเหตุที่ เกิดขึ้นแล้ว

พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ระบุว่า   กลุ่มคนร้ายมีทั้งหมด 3 คน เป็นชายชาวอิหร่าน ขณะนี้ทราบชื่อเพียง 1 ราย คือ นายซาอิฟ โมราบิ อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ก่อเหตุและได้รับบาดเจ็บสาหัสจากแรงระเบิด โดยทั้ง 3 คนได้มาเช่าตึกแถวเลขที่ 66 ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา  สำหรับสาเหตุขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายได้ หรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุกำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.จุฬา อยู่ระหว่างการผ่าตัด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบสถานที่และเร่งเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม นอกจากนี้ได้ทำการประชาสัมพันธ์ไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบ ชายชาวอิหร่านอีก 2 ราย ที่นั่งแท็กซี่ สืเขียวเหลือง ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ  

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทางจิตวิทยาการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่าง ชาติแน่นอน ยิ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่หลายประเทศยกเลิกคำเตือนการเดินทาง เพราะอาจมีเหตุก่อการร้ายในกรุงเทพฯ ไปแล้ว ก็อาจส่งผลให้มีบางประเทศกลับมาประกาศเตือนการเดินทางอีกครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วว่าเป็นเหตุระเบิด ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้อง ก็ต้องเร่งชี้แจงกับต่างชาติให้ชัดเจนว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นผู้ทำ และรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ความปลอดภัยในประเทศได้อยู่หรือไม่ แต่หากเป็นเหตุที่เกี่ยวกับการก่อการร้าย รัฐบาลก็ต้องแจ้งกับสถานประกอบการถึงข้อเท็จจริง เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือด้านความปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบไปยังสถานทูตสหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดา พบว่ายังไม่ปรับเปลี่ยนการแจ้งเตือนภัยก่อการร้ายในประเทศไทย แต่อย่างใด

ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเหตุระเบิดที่ซอยสุขุมวิท 71 ว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ เดี๋ยวจะเสียรูปคดี แต่ยืนยันว่าไม่ได้ทิ้ง ติดตามข้อมูลตลอด ซึ่งในวันที่ 15 ก.พ.นี้ จะมีข้อสรุปออกมา แล้วจะแจ้งให้ทราบ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทางการอิสราเอลเคยแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ ให้ระวังการก่อการร้ายในไทยจนถึงวันที่ 12 ก.พ.นั้น นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธว่า ยังไม่ทราบเรื่อง

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว ที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทย

รายงานข่าวแจ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า  ชายชาวอิหร่านที่ระเบิดใส่ตัวเองจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง คือนายโมราติ ซาอิด หรือ นายซาอิฟ โมราบิ มือระเบิดที่ได้รับบาดเจ็บที่ขา อายุ 28 ปี หนังสือเดินทางอิหร่านเลขที่ F22592597  และเดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นครั้งแรก  เมื่อวันที่ 8 ก.พ. จากกรุงโซล  ประเทศเกาหลีใต้ มายังภูเก็ต  ด้วยสารการบินไทย เที่ยวบินทีจี 655  จากนั้น ได้มาเช่าบ้านหลังเกิดเหตุกับ น.ส.โรฮานี ไลลา อายุ 32 ปี  และเพื่อนรวม 6 คน  โดยพบข้อมูลว่าฝ่ายหญิง  เดินทางเข้าออกประเทศไทย 3 ครั้ง  ครั้งแรกมาวันที่ 17 เม.ย.2554  และครั้งสุดท้ายมาวันที่ 18 ต.ค.2554 ล่าสุดเดินทางกลับไปในวันที่ 5 ก.พ. 2555
 

ต่อมาชุดสืบสวน  บช.น.ได้ส่งรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายกับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสถานที่ต่าง ๆ  ไว้แล้ว  เพื่อสกัดจับและไม่ให้คนร้ายเดินทางออกนอกประเทศ ล่าสุดมีรายงานข่าว เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สามารถจับกุมตัวนายโมฮัมหมัด ฮาไซ  อายุ 42 ปี ชาวอิหร่าน หนึ่งในกลุ่มผลิตระเบิดที่บ้านเช่าย่านปรีดีพนมยงค์   โดยควบคุมตัวได้ขณะผู้ต้องหากำลังเดินไปยังประตู 8 เพื่อขึ้นเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย  สนามบินสุวรรณภูมิ   ไปยังกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย














เดลินิวส์ออนไลน์
วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 19:40 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/12638
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2013, 11:00:35 AM โดย Admin »


บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:05:50 AM »

ลือตะครุบอีก 1 บึ้มกลางกรุงพบหนีกบดานมาเลเซีย

"วินัย" ยันบึ้มย่านสุขุมวิท ยังไม่โยง "ฮิซบอลเลาะห์" พร้อมสั่งตรวจเข้มเกสเฮ้าท์ที่ชาวตะวันออกกลางเข้าพัก ลือมาเลเซีย รวบได้อีก 1 แนวร่วม หลังเผ่นหนีลอบไปกบดาน

วันนี้( 15 ก.พ.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าเหตุระเบิดเหตุ 3 จุด บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71) ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เดินทางไปร่วมประชุมกับสำนักงานสภาความมั่นคงแห่ง ชาติ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงข้อมูลการตรวจสอบในที่ เกิดเหตุทั้งหมด ขณะนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างการเตรียมพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบปากคำนายโม ฮัมหมัด ฮาซาอิ คนร้ายอีกคนที่ทางสตม.ทำการจับกุมตัวไว้ได้ ส่วนคนร้ายอีกคนที่ยังหลบหนี ยังไม่ทราบชื่อ แต่จะนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีไปเปรียบเทียบกับสตม.เพื่อตรวจสอบว่าบุคคล ที่สงสัยว่าเดินทางออกไปนอกประเทศแล้ว จะใช่คนเดียวกันกับที่เดินออกมาจากบ้านที่เกิดเหตุหรือไม่
 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงวัตถุระเบิดของกลางที่พบในบ้านพักของคนร้าย พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ EOD เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวนจะเข้าไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปได้ว่าของกลางที่พบมีจำนวนทั้งหมดเท่าใด และมีรายละเอียดอะไรบ้าง เมื่อถามถึงแม่เหล็กที่พบในวัตถุระเบิดของคนร้ายว่าเป็นชนิดเดียวกันกับเหตุ โจมตีรถยนต์ของคณะทูตอิสราเอล ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย หรือไม่ พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ขณะนี้พยายามจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาความชัดเจนว่าคล้ายกัน หรือไม่ ส่วนกรณีจะมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย อาทริส ฮุสเซ็น ชาวเลบานอนหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า ทั้งตัวบุคคลและของกลางไม่ได้เกี่ยวข้องกัน ซึ่งตัวนายอาทริสเองก็ยังไม่ได้มีการตั้งข้อหาก่อการร้าย เราจะตั้งข้อหาไปตามพยานหลักฐานที่พบ เช่นเดียวกับคดีที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้ตั้งในข้อหาเกี่ยวกับครอบครองวัตถุระเบิด พยายามฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานที่อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนจะมีออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีกหรือไม่นั้น จะต้องให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เชื่อว่ามีการออกหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน นอกจากนี้ทางการสืบสวนยังไม่พบว่าคนไทยมีส่วนเกี่ยวข้อง มีเพียงหญิงสาวชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นคนมาเช่าบ้านเมื่อปลายปีที่แล้ว และเข้ามาอยู่ได้ประมาณ 1 เดือนกว่า โดยมาตรการด้านการป้องกัน ต่อไปจะเข้มงวดในการการสำรวจตรวจสอบบ้านพักหรือเกสเฮ้าท์ที่มีชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลางที่เข้ามาพักอาศัย จะมีการตรวจล้อมค้นบริเวณที่มีชาวตะวันออกกลางมาพักอาศัยมากๆ และค้นทั้งตัวบุคคลและยานพาหนะ นอกจากนั้นก็ได้สั่งการให้มีการตั้งด่านตรวจค้นวัตถุต้องสงสัยและอาวุธต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธมีด ปืน หรือวัตถุที่เกี่ยวกับระเบิด นอกจากนี้จะทำการออกหนังสือขอความร่วมมือกับเจ้าของกิจการ บ้านเช่า เกสเฮ้าท์ที่มีชาวตะวันออกกลางไปพักอาศัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เข้าไปตรวจสอบดูแลพฤติกรรม
 

พล.ต.ท.วินัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางการข่าวก็ยังไม่มีอะไรที่จะก่อให้เกิดวิกฤติที่รุนแรง โดยจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญเกี่ยวกับวัตถุระเบิดได้ให้ความเห็นตรง กันว่า การก่อเหตุระเบิดนั้นมุ่งหวังที่จะสังหารตัวบุคคลมากกว่าก่อเหตุ เพื่อทำให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ส่วนจะก่อเหตุในไทยหรือที่ใดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนประเด็นว่าวัตถุระเบิดที่ตรวจสอบนั้น อยู่ในไทยหรือว่าเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ พล.ต.ท.วินัย กล่าวว่า ปกติแล้วระเบิดแบบซีโฟร์จะใช้ในทางทหาร หรือไม่ก็ใช้เกี่ยวกับการระเบิดหิน ในประเทศไทยก็หาได้ การต่อวงจรของระเบิดดังกล่าวไม่ได้มีอะไรเลย ก็จะเป็นการเอาแก๊ประเบิดมาเสียบเข้าไปเท่านั้นเอง ไม่ได้มีการต่อวงจรสลับซับซ้อนอะไร ซึ่งการจุดระเบิดก็คือการดึงสลักออกอย่างเดียว เนื่องจากซีโฟร์เป็นสารระเบิด ไม่เกี่ยวกับการจุดระเบิด ในตัวของชนวนนั้นคือแก๊ปต่างหาก จะมีการตั้งเวลาพอแก๊ประเบิดก็จะไปขยายทำให้เกิดการระเบิดขึ้น
 

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวัตถุระเบิดซีโฟร์ที่ตรวจสอบพบมีทั้งหมด 5 ลูก ระเบิดไปแล้ว 3 ลูกและสามารถเก็บกู้ได้ 2 ลูก โดยระเบิดแต่ละลูกมีน้ำหนักประมาณ 4 ปอนด์ ตั้งเวลาเอาไว้ 5 วินาที รัศมีทำลายล้าง 40 เมตร ระยะสังหาร 3-5 เมตร นอกจากนี้ยังพบว่าระเบิดแต่ละลูกมีการติดแม่เหล็กขนาดประมาณ 1 นิ้วเอาไว้จำนวน 6 อัน โดยติดไว้ที่ตัววิทยุทรานซิสเตอร์ วัตถุประสงค์ของการติดแม่เหล็กก็เพื่อนำไปใช้ติดกับยานพาหนะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นการมุ่งสังหารตัวบุคคล แต่ทั้งนี้ระเบิดดังกล่าวสามารถใช้ก่อเหตุได้ 2 วิธี คือดึงสลักแล้วโยน กับนำไปติดเอาไว้ แล้วใช้ลวดเส้นเล็กหรือเชือกผูกติดกับเพลาล้ออีกที เมื่อรถเคลื่อนตัวก็จะระเบิดทันที
 

นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้ายมีการซื้อตั๋วเครื่องบินเตรียมเอา ไว้ล่วงหน้า คาดว่าเมื่อก่อเหตุแล้วก็จะหลบหนีออกนอกประเทศทันที ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดระเบิดในบ้านที่กลุ่มคนร้ายเช่าเอาไว้น่าจะมาจากการ สอนวิธีใช้ระเบิดภายในกลุ่มของคนร้ายเพื่อเตรียมไปก่อเหตุ แต่พลาดไปดึงสลักเลยทำให้เกิดระเบิดขึ้น เพราะระเบิดดังกล่าวตั้งเวลาเอาไว้แค่ 5 วินาทีเท่านั้น อย่างไรก็ตามสำหรับแม่เหล็กที่ตรวจพบนั้นทางตำรวจอาจจะมีการประสานกับทาง สถานทูตอิสราเอล เพื่อขอข้อมูลเหตุระเบิดโจมตีรถยนต์ของคณะทูตอิสราเอล ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียและในกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย เนื่องจากพบว่ามีการใช้แม่เหล็กดังกล่าวเหมือนกัน
 

มีรายงานข่าวเพื่มเติมว่า ทางการประเทศมาเลเซีย สามารถจับกุมตัว นายมาซูด เซดากัตซาดห์ คนร้ายที่หลบหนีไปได้แล้ว อยู่ระหว่างการประสานกับทางประเทศไทยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนหญิงสาวชาวอิหร่านอีกรายที่หลบหนีออกไปก่อนหน้านี้คือ นางไลล่า โรซานี นั้น ซึ่งเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเดินทางไปที่ประเทศมาเลเซียเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง



เดลินิวส์ออนไลน์
วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 12:14 น.

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/crime/12770
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:12:21 AM »

บึ้มเขย่ากรุง 3ตูมแก๊งอิหร่านขาขาด

เช่าบ้านทำซีโฟร์ พลาดพังวินาศ เตรียมไว้5ลูก แต่เกิดผิดแผน เจ็บเอง1ถูกจับ1 อีกคนหนีไปได้



รังระเบิด- สภาพบ้านพักเลขที่ 66 ซอยเอกมัย 12 เขตวัฒนา กทม. ที่กลุ่มชาวอิหร่านมาเช่าไว้แล้วเกิดเหตุระเบิดพังเสียหาย ตรวจสอบภายในพบระเบิดซีโฟร์จำนวนมาก


อิหร่าน บึ้มป่วน 3 ลูกซ้อน มือระเบิดขาขาดสยองกลางกรุง สอบพบต้นตอจู่ๆ มีระเบิดขึ้นในบ้านเช่าย่านเอกมัย ที่กลุ่มชาวอิหร่านเช่าอยู่เข้าๆ ออกๆ ก่อนแตกกระเจิงเผ่นหนี 2 คนขึ้นแท็กซี่ อีกคนเลือดโชกสะพานเป้เรียกแท็กซี่อีกคัน แต่ไม่จอด เลยปาบึ้มใส่ แล้วหนีมาเจอตร.หน้าโรงเรียน ควักระเบิดขว้างใส่แต่พลาดตูมใส่ตัวเอง ขาขาด 2 ข้าง คนไทยโดนลูกหลงเจ็บอีก 4 แฉมือบึ้มเพิ่งมาจากเกาหลี ลงภูเก็ต ตามมาสมทบกับพวกที่บ้านเช่า พยานระบุมีชาย 3 หญิง 1 อยู่นานนับเดือน ค้นบ้านพบ 'ซีโฟร์' ต่อชนวนพร้อมใช้งาน ขณะที่ รองผบ.ตร.ปานศิริ สั่งบช.น. สันติบาล เร่งหาสาเหตุ เชื่อมโยงก่อการร้ายข้ามชาติหรือไม่ สงสัยมีหญิงไทยร่วมแก๊งด้วย ล่าสุดตามรวบได้ 1 คน เป็นชาวอิหร่าน ขณะรอขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ

ตูมสนั่นกลางกรุงเจ็บอื้อ


1.เห็นจะจะ- กล้องวงจรปิดจับภาพโฉมหน้า 3 ชาวอิหร่าน ซ้ายสุดคือนายซาอิด ถัดมาคือนายฮัสซาอี โมฮัมบี ซึ่งถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนคนสุดท้ายอยู่ระหว่างหลบหนี



2.พังยับ - รถแท็กซี่ทะเบียน ทร 1419 กทม. ในสภาพพังยับเยินหลังถูกคนร้ายชาวอิหร่านปาระเบิดเข้าใส่ เพราะไม่ยอมจอดรับในซอยปรีดีพนมยงค์ ย่านคลองตัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ก่อนที่คนร้ายจะถูกระเบิดตัวเองขาขาด 2 ข้าง



3.หนีไม่รอด- พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร.แถลงข่าวจับกุมนายซาอิด โมราติ หนึ่งในแก๊งอิหร่านระเบิดกรุง ขณะรอขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลบหนีออกจากเมืองไทยไปมาเลเซีย ตามข่าว



เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ก.พ. พ.ต.ท. สง่า ปัญญา พงส. (สบ3) สน.คลองตัน รับแจ้งเหตุระเบิดหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ตั้งอยู่ระหว่างซอยปรีดีพนมยงค์ 33-35 ถนนปรีดีพนมยงค์ แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

ที่เกิดเหตุอยู่หน้าโรงเรียน พบกระจกตู้โทรศัพท์สาธารณะแตกเสียหาย เศษกระจกเกลื่อนถนน พบกระเดื่องระเบิด 1 อันตกอยู่หน้าโรงเรียน เป็นระเบิดชนิดขว้างลูกเกลี้ยง ไม่พบมีใช้ในประเทศไทย อีกทั้งที่ร้านพิซซ่าตรงข้ามโรงเรียน มีกระจกแตก 1 บาน ใกล้กันพบรถสายตรวจของ สน.คลองตัน ทะเบียน ชพ 2039 กทม. กระจกหน้าแตก นอกจากนี้ ยังมี รถกระบะยี่ห้อโยโยต้า รุ่นไฮลักซ์วีโก้ สีเทา ทะเบียน ถม 9376 กทม และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน ปย 7231 กทม กระจกแตก

สยองมือบึ้มอิหร่านขาขาด

เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บสาหัส เป็นชายชาวต่างชาติผิวขาว คาดว่าเป็นชาวอิหร่าน สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำ ขาขาดทั้ง 2 ข้าง นอนร้องโอด โอยอยู่บนฟุตปาธข้างตู้โทรศัพท์หน้าโรงเรียน เจ้าหน้าที่จึงเข้าช่วยเหลือและนำส่ง ร.พ. จุฬาลง กรณ์ และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุระเบิดบริเวณภายในซอยเอกมัย 12 จึงไปตรวจสอบพบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เลขที่ 66 แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. สภาพบ้านชั้นบนได้รับความเสียหายยับเยิน ส่วนชั้นล่างกระจกแตกเสียหาย

นอกจากนี้ ยังทราบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย ทราบชื่อคือ นายสัญชัย บุญสูงเนิน อายุ 32 ปี คนขับแท็กซี่ สีแดง ทะเบียน ทร 1419 กทม นายกังวาล หอปราสาททอง อายุ 38 ปี นางจุฑาทิพย์ สัจจะดำรงค์ อายุ 62 ปี และนายอภิชาติ คำลือ อายุ 32 ปี รปภ.โรงเรียนเกษมพิทยา ทั้งหมดถูกนำส่งร.พ.กล้วยน้ำไท 1

จะปาใส่ตร.แต่พลาดท่า

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ สุขวัฒน์ รองสวป.สน. คลองตัน และ ส.ต.อ.พันธ์ภูมิ รักกุศล ผบ.หมู่ป้องกันและปราบปราม สน.คลองตัน รับแจ้งว่า มีคนร้ายก่อเหตุระเบิดที่ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 จึงรุดมาตรวจสอบ เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา พบชายต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติผิวขาว ยืนอยู่ท่าทางมีพิรุธ จึงจอดรถพยายามเข้าตรวจสอบ จังหวะนั้นชายคนดังกล่าวควักวัตถุคล้ายระเบิดออกมาจากกระเป๋าสะพาย แต่ร่วงหล่นบนพื้นทำให้เกิดระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุบาดเจ็บ ทราบชื่อต่อมานายซาอิด โมราติ ขาขาด 2 ข้าง

นอกจากนี้ แรงระเบิดยังทำให้กระจกตู้โทร ศัพท์ และรถที่ผ่านไปมา รวมทั้งกระจกร้านพิซซ่าแตก และพบชิ้นส่วนขาของผู้ก่อเหตุกระเด็นเข้าไปในโรงเรียน 1 ข้าง สภาพแหลกละเอียด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงปิดกั้นถนนปรีดีพนมยงค์ทั้งเส้น เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุระเบิดซ้ำซ้อน ก่อนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

แฉเช่าบ้านประกอบระเบิด

จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 พบแท็กซี่สีแดง ทะเบียน ทร 1419 กทม ด้านหน้ารถพังยับเยิน มีหลุมขนาดกว้าง 60 ซ.ม. ลึก 20-30 ซ.ม. ก่อนเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดระเบิดพบว่าสภาพบ้านชั้น 2 พังเสียหาย และชั้นล่างกระจกแตกละเอียด เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในตัวบ้าน พบกระเป๋าสีดำใบใหญ่ 1 ใบ ใช้เชือกลากออกมานอกตัวบ้าน เมื่อเปิดดูพบเป็นระเบิดซีโฟร์ น้ำหนัก 2 ปอนด์ 2 ลูก สภาพต่อชนวนครบพร้อมทำงาน

จากการสอบสวน น.ส.ดา คลองด่าน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ตรงข้ามกับหลังดังกล่าว กล่าวว่า มีชาวต่างชาติเข้าออกเป็นประจำ เป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน และมาเช่าบ้านได้ประ มาณ 1 เดือนแล้ว คนที่อยู่ในบ้านจะออกจาก บ้านในเวลา 10.00 น. หรือไม่ก็ 13.00 น. ของทุกวัน และจะออกไปประมาณ 30 นาที จึงเข้ามา

คาดบึ้มในบ้านก่อนบานปลาย

น.ส.ดาให้การต่อว่า ขณะอยู่ในบ้านได้ยินเสียงระเบิด 1 ครั้ง จึงออกไปดู เห็นชายชาวต่างชาติผิวขาว 2 คน คนแรกสวมเสื้อสีขาว กางเกงขา 3 ส่วน และอีกคนสวมเสื้อสีฟ้า กาง เกงยีนส์ขายาว สะพายกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ออกมาอย่างเร่งรีบ และขึ้นแท็กซี่สีเขียวเหลือง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไป จากนั้นประมาณ 5 นาที มีชายชาวต่างชาติผิวขาว เดินออกมาสะพายกระเป๋า ในมือถือกล่อง 2 ใบ ใบหน้ามีบาดแผล เลือดไหลนอง พยายามเรียกรถแท็กซี่สีแดง ทะเบียน ทร 1419 กทม แต่แท็กซี่ไม่กล้าจอด เพราะเห็นชายคนดังกล่าวมีบาดแผล จากนั้นชายคนดังกล่าวควักระเบิดปาใส่รถแท็กซี่ ก่อนระเบิดขึ้น จนคนขับบาดเจ็บ และแรงระเบิดยังส่งผลให้ มีผู้บาดเจ็บอีก 2 คน คือ นายกังวาล และ นางจุฑาทิพย์ ได้รับบาดเจ็บหูอื้อ หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็รีบเดินออกมาจากซอย

ด้านนายนริศ ลัดดาเถาว์ รปภ.โรงเรียน ใกล้กับที่เกิดเหตุ กล่าวว่า หลังเกิดเสียงระเบิดขึ้น เห็นชายต่างชาติผิวขาวเดินมายังซอยปรีดีพนมยงค์ 35 สภาพใบหน้ามีบาดแผลเลือดไหล จากนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนว่าคนร้าย ช่วยจับที ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่สายตรวจขับมา ชายชาวต่างชาติจึงเดินไปที่หน้าโรงเรียนเกษมพิทยา แล้วพยายามควักระเบิดปาใส่รถตำรวจ แต่ร่วงลงพื้นระเบิดขึ้นทันที จนส่งผลให้ชายคนดังกล่าวขาขาด และนายอภิชาติ คำลือ รปภ. โรงเรียนเกษมพิทยา ได้รับบาดเจ็บ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่มาให้ความช่วยเหลือ

บึ้มสาหัส - นายซาอิด โมราติ คนร้ายชาวอิหร่านอยู่ในสภาพขาขาด 2 ข้าง หลังปาระเบิดใส่ตำรวจแล้วพลาดหล่นใกล้ตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ เขตวัฒนา เมื่อวันที่ 14 ก.พ.



'ปานศิริ'สงสัยมีสาวไทยด้วย

ต่อมา พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พร้อมด้วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด รุดมาที่เกิดเหตุและตรวจสอบอย่างละเอียด รวมทั้งบ้านที่ผู้ต้องหาเช่าต้องสงสัย โดย พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า คาดว่าน่าจะมีระเบิดอีก ไม่สามารถบอกได้ว่ามีกี่ลูก ส่วนระเบิดที่ผู้ก่อเหตุใช้กำลังตรวจสอบอยู่ เบื้องต้นพบกระเดื่องระเบิด จากการตรวจสอบภายในบ้านพบหนังสือเดินทางของผู้ต้องหาขาขาด เป็นชาวอิหร่าน พบว่าเดินทางจาก จ.ภูเก็ต มาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 8 ก.พ.

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนที่คาดการณ์กันว่าจะเชื่อมโยงนายอาทริส ฮุสเซน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมข้อหามีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมยุทธ ภัณฑ์ เบื้องต้นกลุ่มของนายอาทริสไม่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกลุ่มชาวอิหร่าน อาจจะต้องตรวจสอบต่อไปอีกครั้งว่าเชื่อมโยงต่อไปหรือไม่ ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คนอยู่ระหว่างการดำเนินการจับกุม จะเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่นั้น ตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ นอกจากนี้ อาจจะมีหญิงชาวไทยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พยานแวด ล้อมระบุว่าเข้าออกบ้านเช่า ส่วนกรณีเชื่อมโยงกับสถานที่เชิงสัญลักษณ์นั้น ได้สั่งการให้สันติบาลดูแล อีกทั้ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโดยเฉพาะ

เผยเส้นทางเข้า-ออกไทย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบชายชาวอิหร่านระเบิดใส่ตัวเองจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง ชื่อนายโมราติ อายุ 28 ปี เป็นชาวอิหร่าน ถือหนังสือเดินทางอิหร่านเลขที่ F22592597 เดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 ก.พ. จากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มายัง จ.ภูเก็ต ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 655 โดยนายโมราติ มาพักที่บ้านเช่าในซอยปรีดีพนมยงค์ กับนางโรฮานี ไลลา อายุ 32 ปี และเพื่อนรวม 6 คน สำหรับนางโรฮานี เดินทางมายังประเทศไทย 3 ครั้ง ครั้งแรกวันที่ 17 เม.ย.2554 และครั้งสุดท้ายวันที่ 18 ต.ค.2554 และเดินทางกลับวันที่ 5 ก.พ.2555

รายงานข่าวแจ้งว่า ทางชุดสืบสวน บช.น.ได้ส่งรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายกับเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และสถานที่ต่างๆ ไว้แล้ว เพื่อสกัดจับคนร้าย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน เป็นชาวอิหร่าน ชื่อ นายฮัสซาอี โมฮัมบี อายุ 42 ปี ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ขณะจะขึ้นเครื่องออกนอกประเทศไทย

ตร.ลำดับเหตุบึ้มลูกที่ 1-3

พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รรท.รองผบช.น. กล่าวว่าจากการสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น ทราบว่าคนร้ายเป็นชาวอิหร่าน ชื่อนายซาอิบ โมราบี อายุประมาณ 50 ปี พร้อมเพื่อนอีก 2 คนมาเช่าบ้านเลขที่ 66 ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. โดยพยานให้การว่าได้ยินเสียงระเบิดดัง 1 หน หลังจากนั้นเห็นชาย 2 คนเดินออกมาจากบ้าน ตามด้วยชาวต่างชาติอีกคนที่มีอาการบาดเจ็บ สะพายเป้ออกมาด้วย ก่อนที่ชายชาวอิหร่านที่บาดเจ็บเรียกรถแท็กซี่ ทะเบียน ทร 1914 กทม. แต่แท็กซี่ไม่จอดรับ จึงขว้างระเบิดใส่แท็กซี่จนคนขับได้รับบาดเจ็บ

รรท.รองผบช.น.กล่าวว่า หลังจากนั้นคนร้ายเดินต่อไปบริเวณปากซอยสุขุมวิท 71 ระหว่างซอยปรีดีพนมยงค์ 31-34 เยื้องกับโรงเรียนเกษมพิทยา จนกระทั่งพบตำรวจสายตรวจ สน.คลอง ตัน จึงพยายามขว้างระเบิดใส่ แต่พลาดระเบิดตกใกล้กับตัวเองก่อนระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาซ้ายขาด ขาขวาหัก เจ้าหน้าที่นำส่งร.พ. จุฬาลง กรณ์ และอายัดตัวไว้ดำเนินคดีแล้ว สำหรับสาเหตุยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ หรือไม่ ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด หรืออีโอดี กำลังตรวจสอบว่าเป็นระเบิดชนิดใด

ตามล่าอีก2ชายชาวอิหร่าน

ส่วนพ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษกบช.น. กล่าวว่าผู้ก่อเหตุรักษาตัวอยู่ที่ร.พ.จุฬาฯ ส่วนเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และเคลียร์พื้นที่ทั้งหมด เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปยังพื้นที่อื่นๆ ให้ช่วยตรวจสอบชายชาวอิหร่านอีก 2 คน นั่งรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองไม่ทราบทะเบียน หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ และในชั้นนี้ยังไม่พบว่าเชื่อมโยงกับการก่อการร้ายหรือไม่ และยังไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุได้ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

'ปู'ต่อสาย'เหลิม'สอบให้ชัด

ที่ จ.นครสวรรค์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมบึงบอระเพ็ดเสร็จ ถึงเหตุระเบิดว่า ไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน จะติดตามข้อมูลตลอดเวลา แต่ขณะนี้ยังไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะเสียรูปคดี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบและประชุมกันอยู่ โดยในวันที่ 15 ก.พ. จะมีข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น และจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง เมื่อถามถึงกรณีทางการอิสราเอลเคยแจ้งเตือนมาก่อนหน้านี้ว่า จะเกิดเหตุการก่อการร้ายจนถึงวันที่ 12 ก.พ.นั้น นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ อย่าให้พูดอะไรไปมากกว่านี้

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่งการให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ระเบิดที่ร.พ. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกฯ ให้ความสนใจ และโทรศัพท์ติดต่อกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ รวมทั้ง หน่วยข่าวกรอง และพล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อให้ติดตามและตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยด่วน โดยนายกฯ ระบุว่าหากมีอะไรให้แจ้งโดยตรงได้

'วิเชียร'ถกสภาความมั่นคงฯ

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวหาว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่พยายามโจมตีชาวอิสราเอลใน ประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งอิสราเอลค้นพบแผนดังกล่าวของกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ที่โยงใยกับอิหร่านล่วง หน้า จึงแจ้งให้ทางการไทยสกัดกั้นได้ทันเวลา และล่าสุดมีเหตุคาร์บอมบ์โจมตีทูตอิสราเอล มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ใจกลางกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 13 ก.พ. รวมถึงเหตุพยายามลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่อิสราเอลในประเทศจอร์เจีย ในวันเดียว กัน คาดว่าเป็นแผนที่จะตอบโต้อิสราเอล ในกรณีที่อิหร่านกล่าวหาอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารผู้เชี่ยวชาญ ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านในกรุงเตหะราน

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า หลังเกิดเหตุระเบิด นายกฯ ทราบเรื่อง และสั่งให้ พล.ต.อ.วิเชียร เลขาธิการสมช.เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงและการข่าวเป็นการด่วนที่สม ช. ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 08.00 น. วันที่ 15 ก.พ. และจะแถลงผลหลังการประชุม

สั่งคุมเข้มแหล่งท่องเที่ยว

นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และรมว.การท่องเที่ยวฯ ทราบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นแล้ว จึงสั่งการและประสานให้พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก. ทท. ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อรับทราบสถานการณ์ที่ชัดเจน และกลับมารายงานให้ทราบ พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประเมินผลกระทบจากสถาน การณ์ต่อการท่องเที่ยว

ส่วนพล.ต.ต.อดิศร์กล่าวว่า ตำรวจท่องเที่ยวมีกำลังในกรุงเทพฯ กว่า 100 นาย พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ อยู่แล้ว และจากเหตุการณ์ระเบิดล่าสุดก็อาจจะเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลตามแหล่งท่อง เที่ยวมากขึ้น โดยดึงกำลังจากพื้นที่อื่นมาใช้ ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างรอคำสั่งจากการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าจะกลับไปใช้แผนงานเดิมที่เคยใช้ช่วงที่มีข่าวสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนว่า จะมีก่อการร้ายในไทย คือนำกำลังเข้าไปร่วมกับกองปราบปรามและออกตรวจตราร่วมกัน

จี้รัฐบาลหาสาเหตุให้ชัด

ด้านนายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สั่งการให้คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการใน ภาวะวิกฤต (ศวก.) ติดตามข้อมูลเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันจะให้สำนักงานต่างประเทศของททท. ติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีการนำเสนอข่าวนี้ในต่างประเทศอย่างไร และนักท่องเที่ยวต่างชาติมีปฏิกิริยาอะไรบ้าง หากได้รับความชัดเจนแล้วจึงจะจัดทำแผนงานได้

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานฝ่ายนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ว่าเป็นเหตุระเบิดที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายหรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องก็ต้องเร่งชี้แจงกับต่างชาติให้ชัดเจน ว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอะไร ใครเป็นผู้ทำ และรัฐบาลควบคุมสถานการณ์ในประเทศได้อยู่หรือไม่ แต่หากเป็นเหตุที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายรัฐบาลก็ต้องแจ้งกับสถานประกอบการ ถึงข้อเท็จจริง เพื่อให้เตรียมพร้อมด้านความปลอดภัย

บัวแก้วเตรียมชี้แจงนานาชาติ

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุระเบิดว่า ขณะนี้รอตรวจสอบข้อมูลที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะการชี้แจงต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ตรวจสอบแล้ว ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามว่าต้องทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ไปยังสถานทูตต่างๆ ประจำประเทศไทยหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า พร้อมชี้แจง แต่ต้องประสานข้อมูลก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับการประสานให้ตรวจสอบข้อมูลชาวอิหร่านที่ก่อเหตุหรือ ไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสาน คาดว่าในวันที่ 15 ก.พ. จะได้รับการประสานมา แต่ต้องประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย และเมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่สหรัฐอาจกลับมาออกประกาศแจ้งเตือนการก่อ การร้ายในไทยอีก นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เชื่อว่าทางสหรัฐจะติดตามการชี้แจงของฝ่ายเราอยู่ หากประสานงานมาก็พร้อมให้ข้อมูล

ปชป.เย้ยซ้ำ-จวกแหลก

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า แม้การก่อวินาศกรรมที่เกิดขึ้น ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นก่อการร้าย หรือมีแรงจูงใจจากใครหรือไม่ แต่สิ่งน่าสนใจคือบุคคลก่อเหตุไม่ใช่คนไทย มีลักษณะท่าทางคล้ายกับบุคคลที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ สิ่งที่น่าห่วงคือท่าทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ประมาทว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้ายที่จับและควบคุมได้แล้ว หรือเอาอยู่ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่าควบคุมอยู่ ดูแลได้

นายชวนนท์กล่าวว่า วาทกรรมคำว่าเอาอยู่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ติดตลาดในเวลานี้ เพราะพูดอะไรผลตรงข้ามหมด ไม่อยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม มีแนวคิดเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรื่องโจรใต้ โจรกระจอก ไม่อยากให้มองเป็นผู้ก่อการร้ายกระจอกอีก เพราะคำว่าโจรกระจอก ได้ก่อมหาวินาศกรรมในภาคใต้มาแล้ว จึงไม่อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดโดยไม่รู้อีก และทำให้ประเทศเข้าไปอยู่ในความขัดแย้ง

"เหตุที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ทั้งคนไทย นักลงทุน นักท่องเที่ยว สถานทูต ไม่เชื่อมั่นการรักษาความปลอดภัยในการบริหารราชการการแผ่นดินของรัฐบาลนี้ ได้แล้ว และให้จับตา 2-3 วันนี้ สถานทูตต่างชาติจะแจ้งเตือนหนักกว่าเดิมหลายเท่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศเตรียมชี้แจงสถานทูตโดยเร็วที่สุด เช้าวันที่ 15 ก.พ. นี้เลยยิ่งดี" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคนร้ายชาวอิหร่านเตรียมระเบิดไว้มากถึง 5 ลูก โดยระเบิดไปแล้ว 3 ลูก เหลืออีก 2 ลูกที่เก็บกู้ไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าระเบิดแต่ละลูกมีอานุภาพทำลายล้างในรัศมี 50 เมตร ถือว่ามีความรุนแรงพอสมควร ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป้าหมายของคนร้ายแก๊งนี้คือสถานที่ใด หรือมีจุดหมายอะไรกันแน่

'กิตติรัตน์'รุดเยี่ยมเหยื่อบึ้ม

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่ร.พ.กล้วยน้ำไท นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดจ็บจากเหตุการณ์ระเบิด โดย น.พ.สุวิชัย บุษราคัมวงศ์ ผอ.ด้านการแพทย์และการพยาบาล ร.พ.กล้าวยน้ำไท รายงานว่า มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ประกอบด้วย นายขรรค์ชัย บุญสูงเนิน อายุ 36 ปี, นางจุฑาทิพย์ สัจดำรงค์ อายุ 62 ปี นายอภิชาติ คำลือ อายุ 32 ปี และนายกังวาล หอปราสาททอง อายุ 80 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ใบหน้า ตามร่างกาย ตาซ้าย แผลที่ศีรษะ และตามลำตัว ส่วนนายขรรค์ชัย และนางจุฑาทิพย์ หูอื้อ แพทย์ปฐมพยาบาลและให้กลับบ้านได้ ขณะที่ นายอภิชาติ ใช้สิทธิ์ผู้ป่วยประกันสังคมที่ ร.พ.นวมินทร์ 9 ถูกสะเก็ดระเบิดที่หัวเข่า

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากนายกฯ ให้มาเยี่ยมผู้ป่วยทั้งหมด โดยนายกฯ เป็นห่วงผู้ได้รับบาดเจ็บ และพื้นที่ใกล้เคียงที่ถูกผลกระทบจากระเบิด และจะดูแลเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งมอบกระเช้าและเงินสดให้นายกังวาล ก่อนที่นายกิตติรัตน์จะเดินทางไปดูอาการนายอภิชาติ ที่ร.พ.นวมินทร์ 9

อิหร่านมือบึ้มยังโคม่า

ส่วนที่ ร.พ.จุฬาลงกรณ์ รศ.น.พ.ประเสริฐ ตั้งวิจิตรศิลป์ รองผอ.ฝ่ายบริหาร พร้อมด้วย รศ.น.พ.รัฐพลี ภาคอรรถ รองผอ.ฝ่ายเทคโนโล ยีสารสนเทศ ผศ.น.พ.โสภาคย์ มนัสนยกรณ์ ผู้ช่วยผอ.ด้านกายภาพและอาคาร และ รศ.น.พ. ศิรชัย จินดารักษ์ หัวหน้าฝ่ายศัลยศาสตร์ ร่วมแถลงถึงอาการบาดเจ็บของผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่าน ว่าจากการตรวจสอบและวินิจฉัยของแพทย์ พบว่าผิวหนังบริเวณใบหน้าของผู้ป่วย มีคราบสีดำติดผม ขนตา ขนจมูกไหม้ ขาข้างขวาขาดระดับเข่า ส่วนขาข้างซ้ายมีลักษณะผิดรูป

รศ.น.พ.ประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นแพทย์ที่ทำการรักษาได้ให้น้ำเกลืออย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งใส่เฝือกที่ขาข้างซ้าย และกระดูกต้นคอ รวมไปถึงใส่ท่อหลอดลม และเครื่องช่วยหายใจ โดยให้อาหารผ่านทางสายอาหาร และจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่าผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บรุนแรงที่ขาทั้ง 2 ข้าง และที่ตาข้างขวา รวมทั้งผิวหนังบริเวณใบหน้า ลำคอ ทางทีมแพทย์นำตัวเข้าห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วนแล้ว

ผบ.ตร.ชี้ไม่เกี่ยว'เลบานอน'

ค่ำวันเดียวกัน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามา พงศ์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า บ้านที่เกิดเหตุมีคนไทยเป็นเจ้าของ โดยให้ชาวต่างชาติเช่าอาศัย เบื้องต้นยังไม่ได้เรียกตัวมาสอบปากคำ ขณะเกิดเหตุมีชาวต่างชาติอยู่ 3 คน จากการตรวจสอบคาดว่าไม่น่าจะมีระเบิดซุกซ่อนอยู่ในจุดอื่นอีก ระเบิดที่พบเป็นระเบิดซีโฟร์ ชนิดแสวงเครื่อง เป้าหมายน่าจะเป็นบุคคล เนื่องจากเป็นชนิดขว้าง จากการตรวจสอบไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคดีของนายอาทริส ชาวเลบานอน ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ส่วนวัตถุประสงค์ยังไม่ทราบแน่ชัด อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ขณะนี้ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ ยังไม่ให้การใดๆ ส่วนผู้ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บไม่พบว่าติดบัญชีดำของประเทศใด

แฉ'อิสราเอล'เป้าหมายบึ้ม

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายชาวอิหร่านเตรียมระเบิดไว้มากถึง 5 ลูก โดยระเบิดไปแล้ว 3 ลูก คือที่บ้าน รถแท็กซี่ และริมถนนหน้าโรงเรียน เหลืออีก 2 ลูกที่เก็บกู้ไว้ได้ เบื้องต้นพบว่าระเบิดแต่ละลูกมีอานุภาพทำลายล้างในรัศมี 50 เมตร ถือว่ามีความรุนแรงพอสมควร ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป้าหมายของคนร้ายแก๊งนี้คือสถานที่ใด หรือมีจุดหมายอะไรกันแน่

ข่าวแจ้งอีกว่า ล่าสุดทางการประเทศอิสราเอลส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมดูจุดเกิดเหตุ และยืนยันว่าลักษณะระเบิดเป็นแบบเดียวกับที่กลุ่มคนร้ายใช้วางระเบิดรถยนต์ ใกล้กับสถานทูตอิสราเอล ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน และเหตุวางระเบิดที่สถานทูตอิสราเอล ในกรุงทบิลีซี ประเทศจอร์เจีย แต่สามารถกู้ไว้ได้ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นระเบิดเน้นสังหารบุคคล และติดกับรถเป้าหมาย จึงเป็นที่แน่ชัดว่ามือระเบิดที่ซอยปรีดีพนมยงค์ มีแผนจ้องเล่นงานเจ้าหน้าที่อิสราเอลในประเทศไทยอย่างแน่นอน ส่วนบ้านเช่าเลขที่ 66 นั้น มีนางโรฮานี ชาวอิหร่านเป็นคนเช่าบ้าน คาดว่าเป็นสถานที่เก็บระเบิด ไม่น่าใช่สถานที่ประ กอบระเบิด ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบต่อไป ว่าสถานที่ประกอบระเบิดอยู่ที่ไหน

เชื่อมโยงเหตุที่อินเดีย-จอร์เจีย

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเหตุคาร์บอมบ์โจมตีสถานทูตอิสราเอล ในประเทศอินเดีย และประเทศจอร์เจีย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน ล่าสุดทางกระทรวงต่างประเทศอิสราเอล แถลงว่ามือระเบิดตั้งเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล ทั้งในอินเดีย และจอร์เจีย โดยวางระเบิดรถยนต์ใกล้สถานทูตที่กรุงนิวเดลี ของอินเดีย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ส่วนระเบิดที่สถานทูตในกรุงทบิลิซี ของจอร์เจีย สามารถกู้ไว้ได้

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เหตุการณ์ทั้ง 2 ที่ และอาจรวมถึงเหตุระเบิดในไทยด้วยนั้น อาจเกี่ยวพันกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดสังหาร นายมอสตาฟา อาห์มาดี โรซาน อาจารย์มหา วิทยาลัย และนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ วัย 32 ปี ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน โดยอิหร่านออกมาแถลงทันทีว่า อิสราเอลและสหรัฐอยู่เบื้องหลัง นอกจากนี้ ยังพาดพิงไปถึงเหตุการตายของนักวิทยาศาสตร์ในโครงการนิวเคลียร์อีก 3 ราย ที่ถูกลอบสังหารไปก่อนหน้านี้ด้วย

'ผู้ดี-สหรัฐ-ออสซี่'เตือนมาไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ ประจำประเทศไทย ได้ปรับปรุงประกาศ "คำแนะนำได้ในการเดินทาง" เตือนนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่จะเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย โดยระบุว่าสืบเนื่องจากเหตุระเบิด 3 จุด ที่ซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ เมื่อ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา แนะนำให้ชาวอังกฤษที่จะเดินทางมายังไทย ควรใช้ความระมัดระวัง ติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการไทย ส่วนสถานทูตสหรัฐ และออสเตรเลีย ก็ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวของตนเองเช่นกัน


นสพ. ข่าวสด
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEUxTURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdNaTB4TlE9PQ==
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:15:50 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:25:04 AM »












ที่มาภาพ  :    http://www.thairath.co.th/gallery/view/region/4616
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:31:57 AM »

หมายจับอิหร่านมือบึม ตะครุบตัวได้อีก1คนที่มาเลย์



โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์โทรทัศน์ทางการ ยืนยันไม่เกี่ยวเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ พร้อมร่วมมือรัฐบาลไทยเปิดเผยความจริง ขณะที่ ตร.ออกหมายจับแล้ว 4 คน ล่าสุดเอพี-เอเอฟพีรายงานทางการมาเลย์จับตัวผู้ต้องหาได้อีก 1 คน เหลือผู้หญิง 1 คนที่ยังหลบหนี...


ความคืบหน้าเหตุระเบิด 3 จุดกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา รอง ผบก.น.5 กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน ได้ขออนุมัติศาลอาญา กรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีระเบิดรวม 4 ราย ประกอบด้วย นายฟาอิต โมราติ อายุ 28 ปี นายโมฮัมเหม็ด คาซาฮี อายุ 42 ปี ที่ถูกจับกุมได้ นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ อายุ 31 ปี ที่หลบหนี และ น.ส.ไลล่า โรฮานี่ อายุ 30 ปี ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยพร้อมกัน และเป็นผู้ติดต่อเช่าบ้านพักภายในซอยปรีดีย์พนมยงค์ 31 ส่วนข้อหาของแต่ละรายจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ต้องหาต่างวาระกัน หากศาลออกหมายจับแล้วก็จะดำเนินการส่งหมายไปยังตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล เพื่อร่วมติดตามจับกุมผู้ต้องหา

ด้าน พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บชน. กล่าวว่า ศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไว้แล้ว เบื้องต้นได้แบ่งงานให้กับเจ้าหน้าที่ทำงานเป็น 3 ส่วน สตม.ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลผู้ต้องหาที่จับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งการสอบปากคำ ส่วนที่ต้องหาที่ได้รับบาดเจ็บทาง สน.คลองตัน เป็นผู้รับผิดชอบ รวมทั้งการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และพยานแวดล้อมทั้งหมดส่วน พฐ.และหน่วยเก็บกู้ระเบิด ทำหน้าที่ตรวจสอบพยานวัตถุต่างๆ ที่เก็บได้ในเกิดเหตุทั้งหมด เพื่อส่งข้อมูลให้กับทางศูนย์สืบสวนสอบสวน บชน.โดยจะทำหน้าที่ติดตามจับกุมคนร้ายที่อยู่หลบหนีอยู่อีก 1 ราย มาดำเนินคดี

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายรามิน เมห์มานปาราสต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงผ่านเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน ปฏิเสธว่าอิหร่านไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ข้อกล่าวหาของระบอบไซออนนิสต์ (อิสราเอล) ไร้มูลความจริง เป็นความพยายามทำลายความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ และมิตรภาพระหว่างไทย กับ อิหร่าน สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเชื่อว่า หน่วยงานของอิสราเอลเป็นผู้รับผิดชอบในอาชญากรรมนี้ และอิหร่านพร้อมจะช่วยเหลือ และร่วมมือกับรัฐบาลไทยเพื่อเปิดเผยความจริงในเหตุการณ์เหล่านี้

ด้านนายอาห์หมัด วาฮิด รมว.กลาโหมอิหร่าน กล่าวระหว่างไปร่วมพิธีรำลึกถึงนักวิทยาศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ที่ถูกลอบสังหาร 2 คนในกรุงเตหะราน ว่า มีคนและกลุ่มคนหลากหลายกลุ่มท่ีเกลียดชังอิสราเอล เหตุการณ์โจมตีเจ้าหน้าที่ทูตอิสราเอลที่อินเดียและจอร์เจียแสดงให้เห็นว่า คนทั่วโลกขยะแขยงอิสราเอล ซึ่งเป็นผู้กดขี่และทรราชย์ขนาดไหน ขณะที่ผู้สังเกตการณ์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า วิธีการที่นักลอบสังหารขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปแปะระเบิดติดกับรถยนต์ของเป้าหมายเช่นเดียวกับการโจมตีรถนักการทูตหญิงของอิสราเอลในอินเดีย คล้ายคลึงกับวิธีการลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของอิหร่านหลายคนในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอิหร่านกล่าวหาว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลัง จึงเป็นไปได้ว่า อิหร่านจะแก้แค้นในลักษณะเดียวกัน กลายเป็นวงจรสงครามลับๆ ระหว่างทั้งสองชาติคู่อริ

ล่าสุด เมื่อช่วงค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยอ้างถ้อยแถลงของนายรามลี ยูซุฟ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ว่า นายมาซูด เซดากัต ซาเดห์ ผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านคนที่ 3 ในคดีระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศ ได้ถูกจับกุมตัวแล้วในมาเลเซีย และกำลังถูกสอบสวนอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในประเทศไทยจริงหรือไม่ แต่ตำรวจมาเลเซียไม่เผยรายละเอียดว่าจับกุมเขาได้ที่ไหนและอย่างไร และยังไม่ระบุว่าจะส่งตัวเขาให้ทางการไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่

ไทยรัฐออนไลน์
15 กุมภาพันธ์ 2555, 20:49 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/238717
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 10:22:42 AM »


สันติบาลไทยล็อกได้ ในมาเลย์ จับครบ3อิหร่าน

ประสานให้ส่งตัวกลับ สั่งตั้ง"ปานศิริ"คุมคดี ชี้ทำบึ้มสังหารบุคคล มุ่งเป้าจนท.อิสราเอล ไม่ใช่หวังวินาศกรรม


แก๊งบึ้ม - โฉมหน้าแก๊งระเบิดชาวอิหร่าน นำโดยนายเซอีด โมราดี มือบึ้มขาขาด นายคาซาอี โมฮัมหมัด ถูกจับกุมตัวได้ นายมาซูด เซดากัตซาเดห์ (ล่างซ้าย) หนีไปมาเลเซีย แตˆจับได‰ทันควัน และนางเลล่า โรฮานี

 
ทีมสืบสวนอเมริกันขอร่วมดูที่เกิดเหตุบ้านแก๊งอิหร่านพบข้อมูลมีถึง 6 คน แต่รู้ชื่อแค่ 4 รายเท่านั้น คนหนึ่งถูกระเบิดสาหัส ถูกจับได้ 1 และอีก 1 คนหนีไปมาเลย์แล้ว ส่วนผู้หญิงที่มาเช่าบ้านเผ่นออกจากไทยไปตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ตร.คุมเข้มมือระเบิดที่รักษาอยู่ร.พ.จุฬาฯ ส่วนที่ถูกจับยังให้การภาคเสธ ผบ.ตร.เผยมุ่งเป้าจนท.ทูตอิสรา เอล พบระเบิดเป็นแบบเดียวกับที่ก่อเหตุในอินเดีย และจอร์เจีย นำซีโฟร์มาเสียบตัวจุดชนวนใช้เป็นระเบิดมือ หรือแปะติดรถแล้วดึงสลักระเบิดก็ได้ แฉ 3 อิหร่านแวะพักพัทยา 1 คืนก่อนเข้ากทม. แล้วเกิดเหตุระเบิดขึ้น ทูตอิสราเอลย้ำจับชาวอิหร่านได้ก็ชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลัง ขณะที่อิหร่านโวยกลับพยายามยุให้มีเรื่องกับประเทศไทย บัวแก้วเชิญทูต 45 ประเทศชี้แจง ยืนยันไม่ถึงขั้นก่อการร้าย แต่มี 10 ประเทศเตือนนักท่องเที่ยวตัวเองแล้ว ตร.-กทม.เพิ่มมาตรการเข้มสถานที่เสี่ยง และตรวจจุดที่ชาวตะวันออกกลางพักอาศัย

จากเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงบริเวณบ้านเลขที่ 66 ซอยเจริญใจ สุขุมวิท 71 เขตวัฒนา กทม. ก่อนที่คนร้ายชายชาวอิหร่าน 3 คนจะเดินแบกกระเป๋าเป้ออกจากบ้านโดยมีระเบิดอยู่ในมือ จนมาถึงบริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 31-33 ใกล้บ้านเกิดเหตุ คนร้ายปาระเบิดใส่รถแท็กซี่ และตำรวจที่พยายามจับกุม แต่เกิดผิดพลาดระเบิดถูกตัวเองขาขาด ทราบชื่อคือนายเซอีด โมราดี อายุ 24 ปี ชาวอิหร่าน นอกจากนี้ตำรวจจับกุมเพื่อนร่วมขบวนการเพิ่มเติมคือนายคาซาอี โมฮัมหมัด อายุ 42 ปี ระหว่างเตรียมหลบหนีออกจากเมืองไทยที่สนามบินสุวรรณภูมิ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา สอบสวนทราบว่าทั้งหมดมาเช่าบ้านเกิดเหตุมีนางเลล่า โรฮานี อายุ 31 ปี เป็นคนเช่า และมีอีกคนหลบหนีไปได้ คือนายมาซูด เซดากัตซาเดห์ อายุ 31 ปี คาดว่าหลบหนีไปประเทศมาเลเซีย ตำรวจยังไม่สรุปการเข้ามาเมืองไทยของชาวอิหร่านแก๊งนี้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

มะกันร่วมตรวจบ้านเกิดเหตุ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สพฐ. พร้อมด้วยพล.ต.ต. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผบก.สำนักคดีความมั่นคง กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานรอยนิ้วมือ และเศษวัตถุระเบิดเพิ่มเติม ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่จากสถานทูตสหรัฐอเมริกา 3 นาย เดินทางมาที่เกิดเหตุ สอบถามข้อมูลจากตำรวจ ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงเดินทางกลับ

พบข้อมูลมีสมาชิก 6 คน

สำหรับบ้านหลังเกิดเหตุ นางเลล่า ซึ่งเดินทางเข้าเมืองไทยเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2554 มาขอเช่าเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2554 โดยมากับชายชาวอิหร่านคนหนึ่ง จากการตรวจสอบข้อมูลทราบว่านางเลล่าได้เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่นายมาซูด ผู้ต้องหาอีกรายออกจากเมืองไทยไปเมื่อราว 6 โมงเย็นวันเกิดเหตุ โดยขึ้นเครื่องบินไปลงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่ง ตม.ไทยประสานกับทางการมาเลย์ให้ช่วยติดตามจับกุมแล้ว

โดยคนร้ายแก๊งอิหร่านกลุ่มนี้เบื้องต้นพบว่ามี 6 คน โดยนอกจาก 4 คนที่ทราบชื่อแล้วยังมีชายอีกคนที่มาเช่าบ้านพร้อมนางเลล่า และอีกคนเป็นชายอายุประมาณ 50 ปี

มือปาบึ้มยังสาหัส

ที่ห้องฉุกเฉิน ร.พ.จุฬาฯ ซึ่งนายเซอีด มือระเบิดถูกส่งมารักษาตัว มีตำรวจ สน.ปทุมวัน และตำรวจ สปพ.ชุดต่อต้านก่อการร้ายทั้งในและนอกเครื่องแบบ เดินทางมาดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งบริเวณหน้าห้องพัก ด้านนอก และบริเวณประตูทางเข้า-ออก

ส่วนอาการของคนร้ายนั้น รศ.น.พ.โศภณ นภาธร ผอ.ร.พ.จุฬาฯ และคณบดีคณะแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยน.พ. ศุภฤกษ์ ปรีชายุทธ ร่วมแถลงว่าอาการยังสาหัสและไม่รู้สึกตัว ต้องตัดขาทั้ง 2 ข้างในระดับใต้หัวเข่าเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ในช่องท้องพบ สะเก็ดระเบิดอยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย จึงได้ผ่าออก นอกจากนี้กระจกตาขวาแตกยังไม่ยืนยันว่าจะสามารถกลับมามองเห็นได้หรือไม่ อาการของผู้ป่วยต้องประเมินวันต่อวัน

ในส่วนของตำรวจแจ้งข้อหานายเซอีดร่วมกันมีไว้ซึ่งวัตถุระเบิด จนเป็นเหตุเกิดระเบิด และทำ ให้ทรัพย์สินเสียหาย พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ และฆ่าผู้อื่น อายัดตัวไว้ดำเนินคดี

ผบ.ตร.เค้นสอบอีกราย

ที่สำนักงานผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ ผบช.สตม. เดิน ทางมาร่วมสอบปากคำนายคาซาอี ที่ถูกจับภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และถูกกักขังอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านพร้อมล่ามเข้าร่วมรับฟังด้วย โดยนายคาซาอีให้ การภาคเสธว่า รู้จักกับมือระเบิดแต่ไม่เกี่ยวข้องและไม่เคยไปที่บ้านเกิดเหตุ อย่างไรก็ตามตำรวจมีหลักฐานชัดเจนโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจร ปิด ช่วงที่นายคาซาอีเดินออกมาจากบ้านหลังเกิดระเบิด

บึ้มเหมือนอินเดีย-จอร์เจีย

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า สำหรับระเบิดที่คนร้ายชาวอิหร่านใช้ในเมืองไทยนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดซีโฟร์ รวม 5 ลูก ระเบิดไปแล้ว 3 ลูก และสามารถเก็บกู้ได้ 2 ลูก ระเบิดแต่ละลูกมีน้ำหนักประมาณ 4 ปอนด์ ตั้งเวลาเอาไว้ 5 วินาที มีรัศมีทำลายล้าง 40 เมตร ระยะสังหาร 3-5 เมตร นอกจากนี้ ยังพบว่าระเบิดแต่ละลูกมีการติดแม่เหล็กแปะ กับยานพาหนะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็น การมุ่งสังหารตัวบุคคล แต่ทั้งนี้ระเบิดดังกล่าวสามารถใช้ก่อเหตุได้ 2 วิธี คือ ดึงสลักแล้วโยน กับนำไปแปะเอาไว้ แล้วใช้ลวดเส้นเล็กหรือเชือกผูกติดกับเพลาล้ออีกที เมื่อรถเคลื่อนตัวก็จะระเบิด ทันที ระเบิดลักษณะนี้เหมือนกับเหตุการณ์ระเบิดที่ประเทศอินเดีย และจอร์เจีย ก่อนหน้านี้

พุ่งเป้าจนท.ทูตอิสราเอล

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ชาวอิหร่านกลุ่มนี้เดินทางเข้าเมืองไทย และประกอบระเบิดคาดว่าน่าจะใช้ก่อเหตุร้ายกับเจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอล เหมือนกับที่เคยเกิดเหตุมาแล้วหลายประเทศทั่วโลก

ด้านพล.ต.ท.วิบูลย์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหานายคาซาอี แต่เพิกถอนหนังสือเดิน ทางการอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาจะเกิดขึ้นเมื่อพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานว่านายคาซาอีเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดดังกล่าว และทางเราสามารถควบคุมตัวได้ตามกรอบของความจำเป็น ซึ่งไม่กำหนดระยะเวลา

ผบช.น.เผยไม่เกี่ยวอาทริส


หาหลักฐาน - ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดและพฐ. เข้าตรวจสอบและหาหลักฐานในบ้านเช่าของแก๊งบึ้มชาวอิหร่าน ในซอยสุขุมวิท 71 อย่างละเอียดอีกรอบ โดย มีเจ้าหน้าที่สหรัฐมาติดตามข้อมูลด้วย เมื่อวันที่ 15 ก.พ.

 


พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ไปประชุมกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดี สำหรับของกลางในบ้านนั้นวันนี้ทางเจ้าหน้าที่อีโอดี ของสหรัฐ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ฝ่ายสืบสวน และพนักงานสอบสวน เข้าไปรวบรวมพยานหลักฐานต่อ

ถามว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเชื่อมโยงกับนายอาทริส ฮุสเซ็น ผู้ต้องหาชาวเลบานอน ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้พร้อมระเบิดจำนวนมากหรือไม่ ผบช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งตัวบุคคล หรือของกลางก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน

เข้มชาวตะวันออกกลาง

"ในชั้นนี้พบว่าผู้หญิงชาวอิหร่านเป็นคนเช่าบ้านเมื่อปลายปีที่แล้ว กลุ่มผู้ต้องหามาอยู่ได้ประ มาณ 1 เดือนกว่า โดยทางบช.น.จะออกมาตรการป้องกัน คือ สำรวจ ตรวจสอบบ้านเช่า เกสต์ เฮาส์ ที่มีชาวต่างชาติหรือชาวตะวันออกกลางมาพักอาศัย จะตรวจค้นบริเวณที่มีการเข้ามาพักอาศัยมากๆ จะค้นทั้งตัวบุคคล ค้นทั้งยานพาหนะ รวมถึงตั้งด่านตรวจค้นวัตถุที่เป็นอาวุธหรือระเบิดด้วย จากนั้นจะออกหนังสือแสวงหาความร่วมมือจากชาวบ้าน ทั้งเจ้าของกิจการ เจ้าของบ้านเช่า เกสต์เฮาส์ที่มีชาวต่างชาติชาวตะวันออกกลางมาพักอาศัยให้แจ้งตำรวจให้ไปตรวจสอบพฤติกรรม" ผบช.น.กล่าว

เชื่อระเบิดมุ่งเป้าบุคคล

พล.ต.ท.วินัยกล่าวอีกว่า ตอนนี้การข่าวก็ไม่มีเหตุที่วิกฤตหรือรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดให้ความเห็นตรงกันว่าระเบิดในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะสังหารตัวบุคคลมากกว่า ส่วนระเบิดซีโฟร์ปกติใช้ในทางทหาร หรือใช้ระเบิดหินก็หาได้ วิธีการแค่นำซีโฟร์มาและเอาแก๊ประเบิดขว้างเสียบลงไป ไม่ได้ซับซ้อนเลย การจุดก็ใช้วิธีดึงสลักแล้วปา กับอีกวิธีตั้งเวลาให้แก๊ประเบิด โดยใช้วิธีการดึงทำให้ตัวสลักไปตีแก๊ปให้ระเบิด ใช้เวลาประมาณ 5 วินาที

เผยข้อมูลแก๊งอิหร่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดของกลุ่มก่อการร้ายชาวอิหร่านแต่ละคนนั้น ตรวจสอบพบว่านายเซอีดที่ได้รับบาดเจ็บถือพาสปอร์ตอิหร่าน เลขที่ PP.NO F22592957 เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา อาศัยวีซ่าท่องเที่ยวเป็นเวลา 60 วัน เดินทางโดยเครื่องบินสายการบินไทยที่ TG655 จากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เข้าประเทศไทยทาง จ.ภูเก็ต ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

นางเลล่าถือพาสปอร์ตหมายเลข PP NO. 20305600 เข้าประเทศโดยอาศัยวีซ่าท่องเที่ยว 60 วัน มีประวัติเดินทางเข้าออกไทย 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2554 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2554 ครั้งที่ 3 เข้าเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2554 และเดินทางออกเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา

ส่วนนายคาซาอี ผู้ต้องหาที่จับได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ หมายเลขพาสปอร์ต PP.NO.M 22168781 เข้าประเทศไทยโดยวีซ่านักท่องเที่ยว 60 วัน เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2554

ทำระเบิดซ่อนในวิทยุด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับระเบิดที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายทำขึ้นมานั้นประกอบด้วย วิทยุพกพาสีดำมีหูหิ้ว ความกว้างประมาณ 10 ซ.ม. ยาวประมาณ 30-40 ซ.ม.สูงประมาณ 10 ซ.ม. แกะเอาวงจรด้านหลังวิทยุออก แล้วนำระเบิดซีโฟร์น้ำหนัก 4 ปอนด์ ยัดใส่แทน จากนั้นนำส่วนหัวระเบิดมือที่ยังมีกระเดื่อง สลักแหวนระเบิด และแกนตัวจุดระเบิดเสียบใส่เข้าไปในวิทยุจนถึงเนื้อระเบิดซีโฟร์ หลังจากนั้นใส่ลูกปลายไว้ในกล่องวิทยุ เพื่อเพิ่มความรุนแรงในการสังหาร แล้วจึงนำแม่เหล็กลักษณะกลม-แบน กว้างประมาณ 2 ซ.ม.จำนวน 6 ตัว ติดไว้ใต้ฐานวิทยุ เพื่อใช้สำหรับติดใต้ท้องรถหรือติดกับอุปกรณ์ที่เป็นเหล็ก ซึ่งระเบิดวิทยุแต่ละตัวเป็นชนิดแสวงเครื่อง มีน้ำหนักประมาณ 2 ก.ก.

ปูห่วง-เร่งคลี่คลายให้เร็ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รับรายงานจากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เรียบ ร้อยแล้ว และเมื่อเช้านี้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประชุมแล้วเช่นกัน สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัย ทั้งในส่วนของคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตามสถานที่ต่างๆ และได้สั่งการเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเกิดผลกระทบกับการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวเลี่ยงว่า ได้ฟังเพียงข่าวและรายงาน โดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหา แต่ตอนนี้ต้องคอยดูข้อมูลก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีพูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทบกับความเชื่อมั่นนักลงทุนสูง โดยต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว

10 ประเทศเตือนแล้ว

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประ เทศ กล่าวว่า เหตุระเบิดที่พบนั้นมุ่งสังหารบุคคลมากกว่าการก่อวินาศกรรม ส่วนจะเป็นการก่อการ ร้ายหรือไม่ยังสรุปไม่ได้ ล่าสุดมีประเทศต่างๆ ปรับประกาศ "คำแนะนำในการเดินทาง" แล้ว 10 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา สหรัฐ อังกฤษ ไอร์ แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บราซิล และนิวซีแลนด์ โดยได้ขอให้ประชาชนของตนใช้ความระมัดระวังขณะอยู่ในที่สาธารณะ

บัวแก้วเข้มงวดขอวีซ่า

เมื่อถามว่าจากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าไทยเป็นแค่ทางผ่านของการก่อการร้าย ตอนนี้จะมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่น่าจะเป็นเป้าหมายการก่อวินาศกรรม เพราะไทยไม่มีศัตรู มีแต่มิตร หวังว่าคนที่คิดร้ายต่อไทยจะต้องแพ้ภัยตนเอง อย่างเช่นในเหตุเมื่อวานนี้ ถือว่าไทยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง

เมื่อถามถึงการเพิ่มระดับความเข้มงวดในการขอวีซ่า นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตม.ต้องรัดกุมมากขึ้น การเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถตรวจสอบได้ง่ายเพราะต้องขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตในประเทศนั้นๆ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาตามชายแดนอาจควบคุมลำบาก

ชี้แจงทูต 45 ประเทศ

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. บรรยายสรุปข้อมูลเหตุระเบิดให้กับคณะทูตานุทูต 45 ประเทศ และ 2 องค์กรระหว่างประเทศ รวม 53 คน ย้ำถึงการดำเนินการเพื่อปกป้องสถานที่ราชการและชาวต่างชาติในไทย โดยนายสีหศักดิ์ขอความร่วมมือจากแต่ละประเทศในการสนับ สนุนข้อมูลในการสืบสวน และตระหนักดีถึงการประกาศต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของพลเมืองของแต่ละชาติ
เคยมาพัก - ตม.ชลบุรีนำกำลังเข้าตรวจค้นโรงแรมท็อปไทย ถนนวอล์กกิ้งสตรีต ย่านพัทยาใต้ ซึ่งเป็นโรงแรมที่แก๊งระเบิดชาวอิหร่านเคยมาเช่าห้องพัก ก่อนจะเกิดเหตุระเบิด 3 ลูกในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่15 ก.พ.




เมื่อถามว่าเอกอัครราชทูตอิหร่านกล่าวอะไรบ้างหรือไม่ นายธานีกล่าวว่า ไม่ได้กล่าวอะไร แต่เดินทางมาพบกับรักษาการอธิบดีกรมเอเชียใต้ โดยทางการไทยได้ขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลอิหร่าน ช่วยตรวจสอบความเป็นพลเมืองของ ผู้ต้องสงสัยทั้ง 2 คน ที่ทางการไทยจับกุมได้

คุมสถานทูตอิสราเอล

ที่อาคารโอเชียน ทาวเวอร์ 2 ที่ตั้งของสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ตั้งแต่ช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลส่งกำลังมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยตรงสถานทูต ตั้งเเต่มีกระแสข่าวก่อการร้ายข้ามชาติของกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ในประเทศไทย

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความสงบเรียบร้อยในจุดดังกล่าว ทราบว่าได้รับคำสั่งให้จับตาดูคนที่มีลักษณะคล้ายพวกที่มาจากตะวัน ออกกลางหรือพวกแขกขาว ซึ่งมีปัญหากับประเทศอิสราเอลที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย และหากมีผู้ที่มีลักษณะต้องสงสัยเข้ามาในบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบทันที

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยของอาคารโอเชียน ทาวเวอร์ 2 นั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอด ภัยของอาคารได้รับคำสั่งให้ตรวจตรารถที่เข้ามาในอาคารทุกคันอย่างละเอียด ด้วยการใช้กระจกส่องใต้ท้องรถเพื่อตรวจหาวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งตรวจค้นฝากระโปรงหลังรถด้วย

อิสราเอล-อิหร่านโต้นัว

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายอิตซ์ฮัก โซฮัม ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย กล่าวว่า ระเบิดติดแม่เหล็กที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในกรุงเทพฯ รวมถึงที่คนร้ายใช้แปะตัวรถเพื่อโจมตีทูตอิสราเอลในอินเดีย และจอร์เจียเป็นระเบิดชนิดเดียวกัน โดยอิสราเอลตั้งสมมติฐานจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาว่า อิสราเอลกำลังตกเป็นเป้าโจมตีและการจับกุมคนร้ายชาวอิหร่านที่ก่อเหตุระเบิดได้ 2 คน ย้ำว่าผู้บงการเบื้องหลังคือกลุ่มใด

เอพีรายงานด้วยว่า นายรามิน เมห์มันปา ราสต์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า ข้อกล่าวหาของอิสราเอลไม่มีมูลความจริง และพยายามบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของอิหร่านกับไทย ด้วยการจุดประเด็นทฤษฎีสมคบคิดขึ้นมา

เฉลิมชี้การข่าวไม่บกพร่อง

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ถึงขั้นก่อการร้าย แค่แสดงสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ เดี๋ยวจะสั่งสำนัก งานตรวจคนเข้าเมืองให้ตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้ามา โดยเฉพาะพวกประเทศต่างๆ ที่คิดว่าน่าจะมีปัญหาอย่างเข้มข้น ในภาพรวมเรารักษาสถานการณ์ได้

เมื่อถามว่าการข่าวบกพร่องหรือไม่ ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวว่า ไม่บกพร่อง พวกนี้เข้ามาตัวเปล่ามาหาอาวุธอุปกรณ์ในไทย แล้วไปเช่าบ้านอยู่ กำลังมีมาตรการใหม่เชิญเจ้าของบ้านเช่า เจ้าของ อพาร์ตเมนต์ มาประชุมที่สโมสรตำรวจ ขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสอีกทางหนึ่งด้วย

สมช.ประชุมผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า นายกฯ มอบหมายให้ สมช.เชิญประชุมส่วนราชการที่เกี่ยว ข้องเพื่อตรวจสอบและชี้แจงข้อมูล จากการประชุมร่วมกับทุกฝ่ายทั้งการตรวจสอบกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม ตลอดจนหน่วยข่าวที่เกี่ยวข้อง พบว่าวัตถุระเบิดที่เตรียมการมาเพื่อมุ่งเป้าหมายตัวบุคคล เพราะมีการตรวจพบการติดแถบแม่เหล็กไว้ที่ระเบิดสำหรับติดใต้รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ไม่ได้มากพอที่จะทำลายอาคารสถานที่ขนาดใหญ่ ไม่ใช่เป็นการก่อวินาศกรรม ไม่ใช่การก่อการร้าย และในชั้นนี้ยังไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องหรือเชื่อมโยงไปถึงการจับกุมนายอาทริส

เป็นปัญหาที่เจอทั่วโลก

เมื่อถามว่าเพราะเหตุใดประเทศไทยถึงมีส่วนเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ก่อการร้ายในประเทศต่างๆ และกลายเป็นฐานในการปฏิบัติของกลุ่มเครือข่ายก่อการร้าย พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ของโลกและปัญหาการเมืองระหว่างประเทศมันเกี่ยวโยงกันไปทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย เมื่อถามว่าจะหยุดยั้งความหวาดกลัวของชาวต่างชาติได้อย่างไร พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า เราพยายามชี้แจงตามพยานหลักฐานที่เราตรวจพบเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับข้อเท็จจริง และกระทรวงการต่างประเทศคงจะเชิญคณะทูตมาชี้แจงเพื่อรับทราบสถานการณ์

ติดตามดูทุกกลุ่มสงสัย

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้หน่วยข่าวอิสราเอลเคยแจ้งเตือนว่าจะมีเหตุก่อการร้ายในช่วงวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ แล้วก็เกิดเหตุจริง เลขาธิการ สมช. กล่าวว่า เราไม่มั่นใจว่าจะไปโยงกับสิ่งที่เป็นข่าวหรือไม่ เมื่อถามว่าแต่ล่าสุดทาง รมว.กลาโหมอิสราเอลระบุชัดเลยว่าเป็นฝีมือของกลุ่มอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ทางการข่าวมีข้อมูลหรือไม่ พล.ต.อ.วิเชียรกล่าวว่า เรากำลังตรวจสอบว่ามีหลักฐานพยานอย่างไร ทางสมช. หน่วย งานความมั่นคงจะติดตามสถานการณ์ทุกวัน และยืนยันว่ามาตรการทางด้านการข่าวเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพและติดตามความเคลื่อนไหวของทุกกลุ่ม

บช.น.เพิ่มมาตรการปลอดภัย

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พ.ต.อ.ปรีดา สถาวร โฆษก บช.น. เปิดเผยมาตร การเพิ่มความเข้มในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า พล.ต.ท.วินัย ผบช.น. สั่งให้หน่วยต่างๆ สืบสวนหาข่าว จัดชุดปฏิบัติการสืบสวนหาข่าวและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาชญา กรรมข้ามชาติ ข้อมูลกลุ่มชาวต่างชาติที่พักอาศัยในพื้นที่ บ้านเช่า อพาร์ตเมนต์ แหล่งท่องเที่ยว และที่พักอาศัยที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมทั้งตั้งด่านตรวจตราความเรียบร้อยให้มากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางเข้า-ออกพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งพักพิงของผู้ต้องสงสัย หรือที่มีชาวต่างชาติพักอาศัยจำนวนมาก

ดูแลจุดท่องเที่ยวเป็นพิเศษ

พ.ต.อ.ปรีดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของทุกระดับของทุกหน่วยควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และพล.ต.ท. วินัย นอกจากนี้แหล่งที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากทั้งข้าวสาร ทองหล่อ สุขุมวิท เอกมัย คลองตัน หัวหมาก และพื้นที่อื่นๆ ที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปสอดส่องดูแลให้ทั่วถึง เพื่อระมัดระวังและป้องกันเหตุร้าย

กทม.สั่งทุกหน่วยพร้อม

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวมาตร การเฝ้าระวังและป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าว อยากให้เชื่อมั่นในการทำงานของ สตช. และขอให้มั่นใจว่า กทม. จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและ สตช. เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกทม. อาทิ สำนักป้อง กันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย ให้เตรียมความพร้อมที่จะดูแล รักษา ความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ กรณีมีสถานการณ์ใดเกิดขึ้น

เร่งติดกล้องซีซีทีวีเพิ่ม

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า กทม.พร้อมติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มในพื้นที่ที่รัฐบาลคิดว่าเป็นจุดเสี่ยง โดยเฉพาะจุดที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจากเดิมมีอยู่แล้ว 12,000 ตัว และกำลังเร่งติดตั้งอีก 10,000 ตัวภายในปี "55 นี้ ให้ครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุด นอกจากนี้ กทม.จะเร่งพัฒนากล้องซีซีทีวีให้เชื่อมโยงกับกล้องซีซีทีวีของหน่วยงานเอกชน อาทิ โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า และในวันที่ 17 ก.พ.นี้ จะประชุมหน่วยงานความมั่นคงภายใน คาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้น

เจ้าทุกข์ฮือแจ้งความ

ที่ สน.คลองตัน นายธีระพล หอประสาททอง อายุ 53 ปี ลูกชายนายกังวาล หอประสาททอง ผู้บาดเจ็บจากระเบิด พร้อมด้วยน.ส.จุฑาทิพย์ สัจจะดำรงค์ อายุ 62 ปี ร.อ.ชัชวาล อรรถจินดา อายุ 80 ปี ทั้งหมดเป็นเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายจากระเบิดในบ้านเช่าผู้ก่อการร้าย เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน. คลองตัน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

นายธีระพลกล่าวว่า บ้านอยู่ใกล้กับจุดแท็กซี่ระเบิด ส่งผลให้กระจกบ้าน ประตูรั้วบ้าน และตัวบ้าน ได้รับความเสียหาย ประเมินเบื้องต้นความเสียหายประมาณ 1 แสนบาท ยังมีความกังวลไม่แน่ใจว่าประกันภัยที่ทำไว้จะครอบคลุมและชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่ เนื่องจากประกันภัยที่ทำไว้เป็นการประกันอัคคีภัย ส่วนพ่อตนยังรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 ซึ่งแพทย์ยังดูอาการอยู่

ชาวบ้านที่เกิดเหตุยังผวา

น.ส.จุฑาทิพย์กล่าวว่า มีอาคารพาณิชย์เป็นตึกแถวอยู่ตรงข้ามกับจุดที่รถแท็กซี่โดนระเบิด สำหรับความเสียหายเท่าที่ประเมินด้วยสายตามีมากกว่า 10 แห่ง สำหรับกลุ่มคนร้ายเคยเห็นบ้างเมื่อวันสองวันที่ผ่านมา และเห็นเป็นชาวต่างชาติเดินไปเดินมาผ่านหน้าบ้านแต่ไม่รู้ว่าเป็นชาติอะไร เท่าที่สอบถามเพื่อนบ้านในละแวกที่เกิดเหตุทราบว่ามีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 8 หลัง ตอนนี้ยังรู้สึกหวาดระแวงเกรงว่าจะเกิดเหตุซ้ำขึ้นอีก เพื่อนบ้านบางรายไม่กล้าอยู่บ้านต้องไปอาศัยอยู่กับญาติที่อื่นจนกว่าสถาน การณ์จะคลี่คลาย

แฉมือบึ้มแวะพัทยาก่อน

ที่ จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัสอัมพร ผกก. ตม.จ.ชลบุรี นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในห้อง 310 ชั้นที่ 3 ท็อปไทยโฮเต็ล บริเวณซอยโรงแรมไวท์เฮาส์ ถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หลังทราบว่าเป็นโรงแรมที่ 3 ผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านเข้าพัก ก่อนก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ เนื่องจากพบใบเสร็จการเข้าพักของโรงแรมภายในที่เกิดเหตุ

ตรวจสอบพบว่าผู้ต้องสงสัยออกไปตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. เวลาประมาณ 11.58 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพวงจรปิด สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านได้ 1 คน ซึ่งเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดทราบว่าเป็นผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้ เข้ามาเปิดห้อง 310 ที่โรงแรมตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.55 ก่อนที่ผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 คนจะเข้ามาพักด้วย จากนั้นทั้งหมดได้ออกจากโรง แรมไปพร้อมกัน

มาร์คจี้ให้เร่งสอบสวน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องเร่งสืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เพราะก่อนหน้านี้ที่เคยมีการเตือนกันนั้นต้องตรวจสอบว่าเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ และต้องเร่งประสานงานกับข้อมูล ของฝ่ายต่างๆ ด้วย รวมทั้งต่างประเทศซึ่งเขาอ้างว่าเขาก็มีข้อมูลเรื่องนี้หรือได้เคยแสดงท่าทีในการออกคำเตือนในเรื่องนี้ เพราะส่งผลต่อขวัญกำลังใจของประชาชนในเรื่องความปลอดภัย และส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวมาก

จับเพิ่มอีก 1-หนีไปมาเลย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดเหตุระเบิดพล.ต.อ. เพรียวพันธ์มีคำสั่งตั้งพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รอง ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ใช้ชุด ทำงานจากนครบาล ตม.และสันติบาล ซึ่งเป็นชุดเดียวกับที่ทำคดีนายอาทริส

มีรายงานว่าหลังจากพล.ต.อ.ปานศิริได้รับคำสั่งเข้ามาคุมคดีนี้และพบว่ามีผู้ต้องสงสัย 1 คนหนีออกจากเมืองไทยไปได้ คือนายมาซูด เซดา กัตซาเดห์ จึงตรวจสอบกระทั่งพบว่านายมาซูด บินไปลงปลายทางที่ประเทศมาเลเซีย จึงมีคำสั่งด่วนถึงตำรวจสันติบาลซึ่งประจำอยู่ประเทศมาเลย์ ดำเนินการเรื่องนี้ ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจสันติบาลจับกุมนายมาซูดได้แล้ว และส่งให้ทางการมาเลย์ควบคุมตัวไว้ชั่วคราว

เร่งประสานขอตัวมาสอบ

ขั้นตอนต่อไปตำรวจต้องทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ส่งให้ทางการมาเลย์เพื่อขอตัวนายมาซูด กลับมาดำเนินคดีและสอบสวนหาเบาะแสสมาชิกรายอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับนายมาซูดอยู่ในบ้านเกิดเหตุช่วงระเบิด ก่อนหนีออกมาพร้อม กับพรรคพวก โดยแยกมาขึ้นรถแท็กซี่พร้อมกับนายคาซาอี ผู้ต้องหาที่ถูกจับก่อนหน้านี้ ให้มา ส่งสนามบินสุวรรณภูมิ จากนั้นใช้เงินสดซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางไปมาเลย์ เพื่อต่อไปยังประเทศที่ 3 โดยแยกไปคนละเที่ยวบินกับนายคาซาอี จนเมื่อนายคาซาอีถูกจับกุม พร้อมข้อมูลที่ยังสับสนของตำรวจ ทำให้นายมาซูดสามารถเล็ดลอดออกไปได้ แต่สุดท้ายก็จนมุมตำรวจสันติบาลของไทยที่ประจำอยู่ประเทศมาเลย์

สอบแท็กซี่-คนขายตั๋ว

ล่าสุดพนักงานสอบสวนเชิญตัวพนักงานขายตั๋วเครื่องบินมาสอบปากคำในฐานะพยาน รวมทั้งตามหาแท็กซี่คันที่มาส่ง 2 คนร้ายชาวอิหร่าน ซึ่งกล้องวงจรปิดของสนามบินสามารถจับภาพรถและทะเบียนไว้ได้ชัดเจน เพื่อมาสอบปากคำในฐานะพยานเช่นกัน พร้อมกันนี้กำลังเร่งสรุปสำนวนเพื่อขอออกหมายจับนางเลล่า หญิงชาวอิหร่านที่มาเช่าบ้านหลังเกิดเหตุด้วย


นสพ.ข่าวสด
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakUyTURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdNaTB4Tmc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 11:40:41 AM »

แวะเที่ยว-ก่อนบึ้ม สาวพัทยา จำแม่น3อิหร่าน

บุกค้นอพาร์ตเมนต์หรู อีกจุดคนร้ายใช้กบดาน ออกหมายจับแล้ว"ไลล่า" พบเผ่นกลับ"เตหะราน" คุมเข้มสนามบินทั่วปท.


จำได้แม่น - ภาพ 3 ผู้ต้องหาชาวอิหร่านทีมบึ้มกรุง ขณะเที่ยวดื่มกินอย่างมีความสุขกับสาวไทยในพัทยา ตร.สอบ 1 ใน 2 สาวไทย ยืนยันรู้จักและจำหน้าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้แม่น

สอบสาวบาร์พัทยาจำได้แม่น 3 อิหร่านมาเปิดห้องพัก-เที่ยวอยู่หลายวัน โดยเช็ก เอาต์ออกไปแค่ 1 วันก่อนเกิดเหตุระเบิดกรุง เผยช่วงอยู่ด้วยกันสังเกตว่าสนใจข่าวเรื่องวินาศกรรมเป็นพิเศษ ด้านตร.เร่งควานหาเซฟเฮาส์ของแก๊งอิหร่านเพิ่ม โดยเฉพาะคนร้ายสาวเชื่อเข้ามาฝังตัวทำหน้าที่จัดหาที่พักและอุปกรณ์ทำระเบิด โดยศาลอนุมัติหมายจับแล้ว แต่คาดเผ่นหนีกลับบ้านเกิดไปพร้อมกับสมาชิกอีก 2 คนก่อนเกิดเหตุ ผบ.ตร.เร่งประสานมาเลย์ ขอตัวอิหร่านอีกคนกลับมาดำเนินคดีในไทย ทูตอินเดียเข้าพบตร.ขอข้อมูลเหตุระเบิด ส่วนทูตสหรัฐถกผบ.สส. เผย"โอบาม่า"ทราบเรื่องแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมมือกับไทยคลี่คลายสถานการณ์ คมนาคมสั่งยกระดับความปลอดภัยสนามบินทั่วประเทศ ประสานรถไฟใต้ดิน-รฟท.คุมเข้มด้วย ปชป.ตั้งกระทู้ถามสดเหตุระเบิด

จากเหตุการณ์ชาวอิหร่านแฝงตัวเข้ามาเมืองไทยทำระเบิดหวังสังหารกลุ่มเจ้า หน้าที่ทูตอิสราเอล แต่เกิดผิดพลาด เพราะเกิดระเบิดในบ้านพักที่เช่าไว้ที่ซอยเจริญใจ เขตวัฒนา กทม. โดยคนร้ายทั้งหมดแยกย้ายกันหลบหนีก่อนที่คนหนึ่งจะปาระเบิดใส่รถแท็กซี่และ ตำรวจ แต่ผิดพลาดจนตัวเองได้รับบาดเจ็บ คือ นายเซอีด โมราดี อายุ 24 ปี จากนั้นตำรวจไทยติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 2 คน คือ นายคาซาอี โมฮัมหมัด อายุ 42 ปี จนมุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนายมาซูด เซดากัตซาเดห์ อายุ 31 ปี ถูกตำรวจสันติบาลไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ สกัดจับได้ที่สนามบินประเทศมาเลเซีย อยู่ระหว่างประสานขอตัวกลับมาดำเนินคดี นอกจากนั้นมีหญิงชาวอิหร่านอีกราย คือนางเลล่า หรือไลล่า โรฮานี อายุ 31 ปี ซึ่งเช่าบ้านเกิดเหตุ ด้านพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. มอบหมายให้พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.เข้ามาคุมคดีนี้ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ปานศิริเรียกประชุมชุดสืบ

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 16 ก.พ. พล.ต.อ. ปานศิริเรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง อาทิ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. คุมฝ่ายสืบสวน พล.ต.ท.เจตน์ มงคลหัตถี ผู้ช่วย ผบ.ตร คุมงานด้านการสอบสวน และทีมงานจากบช.ก. บช.น. บช.สตม. บช.ส. พฐ. หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ที่ห้องประชุม สน.คลองตัน โดยนำหลักฐานที่ได้จากจุดเกิดเหตุทั้งหมดไม่ว่าเป็นระเบิดวิทยุ หรือเอกสารต่างๆ ของกลุ่มผู้ต้องหา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกำหนดให้ประชุมเวลา 09.00 น. ทุกวันเพื่อสรุปความคืบหน้า

แจ้งข้อหาหนัก 4 อิหร่าน

พล.ต.อ. ปานศิริกล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาร่วมกันทำ มีไว้ ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ และทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และทรัพย์สิน โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างของผู้อื่นได้รับความเสียหายและทำให้เสียหาย ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ส่วนนายเซอีดที่ถูกระเบิดจนขาขาดนั้น เพิ่มข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานและพยายามฆ่าผู้อื่นด้วย

ขยายผลหาเพื่อนร่วมแก๊ง

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า สำหรับนายมาซูด เซดากัตซาเดห์ ที่หลบหนีออกนอกประเทศไปนั้น ถูกทางการของประเทศมาเลเซียจับกุมไว้ได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารและประสานทางสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อ เข้าสู่กระบวนการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ส่วนนางไลล่า ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ยังไม่ทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ใด ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีบุคคลอื่นเข้ามาร่วมขบวนการในการก่อเหตุด้วยหรือไม่ นั้น ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน เนื่องจากทั้ง 4 คนไม่ได้เดินทางเข้าประเทศไทยมาเป็นกลุ่ม แต่เดินทางเข้ามาประเทศไทยทีละคนจึงยังไม่ทราบว่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือ ไม่

มุ่งปมเดิมสังหารบุคคล

"เป้าหมายในการวางระเบิด นั้นยังมุ่งประเด็นไปที่ตัวบุคคล ตามที่เลขาฯ สมช. ออกมาแถลงไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นและการข่าวนั้นยังไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ กลุ่มนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้พร้อมอุปกรณ์ทำระเบิดจำนวนมาก แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ทิ้งประเด็นนี้ต้องสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งในการประชุมครั้งต่อไปนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวเข้ามาร่วมประชุม ด้วย น่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น" พล.ต.อ.ปานศิริกล่าว

ศาลอนุมัติหมายจับแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับชาวอิหร่านทั้ง 4 คน เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนบ้านเช่าของคนร้ายนั้นเชื่อว่าเจ้าของบ้านไม่ทราบเรื่อง เบื้องต้นทราบว่าน่าจะเป็นการตระเวนเดินหาบ้านในละแวกดังกล่าว เมื่อพบก็ติดต่อกับเจ้าของบ้านเพื่อขอเช่า

หาข้อมูลโยงบึ้มอินเดีย

ถามว่ามีการข่าวว่า เหตุระเบิดดังกล่าวโยงกับเหตุระเบิดที่ต่างประเทศ ผบช.น.กล่าวว่า เหตุระเบิดทั้งที่อินเดีย หรือจอร์เจีย ทางตำรวจยังไม่ได้เห็นวัตถุระเบิดที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างการประสานขอรูปแบบมาตรวจสอบ แต่เบื้องต้นทางการอิสราเอลยืนยันว่ามีลักษณะคล้ายกัน คือนำแม่เหล็กมาติดที่ระเบิดแล้วไปแปะไว้ที่รถยนต์ โดยขณะนี้ก็ประสานกับทุกฝ่ายที่มีข้อมูล

ผบช.น.ชี้มีสมาชิก 6 คน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้ต้องหามีทั้งหมดกี่คน ผบช.น.กล่าวว่า 6 คน แต่ออกหมายจับ 4 คนก่อน ส่วนการสอบปากคำเบื้องต้นก็ให้การเป็นประโยชน์ แต่เมื่อสอบถามเรื่องระเบิดก็ได้ปฏิเสธไป โดยการจับกุมในครั้งนี้สามารถดำเนินคดีในประเทศไทยได้เลย

วันเดียว กัน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ได้เรียกพล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รรท.รอง ผบช.น. (ดูแลงานความมั่นคง) พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)

ผบ.ตร.เร่งประสานมาเลย์

พล.ต.อ. เพรียวพันธ์กล่าวถึงการติดต่อควบคุมตัวนายมาซูด จากมาเลย์กลับมาเมืองไทย ว่า เมื่อศาลอนุมัติหมายจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อประสานขอตัวให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน โดยจะเร่งดำเนินการเพื่อให้อัยการสูงสุดพิจารณา

เมื่อถามถึงการ ติดตามนางเลล่า ผบ.ตร.กล่าวว่า เบื้องต้นทราบว่าเป็นเพียงผู้เช่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเท่านั้น ไม่น่าจะร่วมก่อเหตุระเบิด แต่ต้องสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง หากพบข้อมูลร่วมทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนนายคาซาอีขณะนี้ยังควบคุมตัวตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่ถึงกระบวนการฝากขัง จากการสอบสวนนายมูฮัมหมัดยังคงให้การภาคเสธ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด

ไม่ชัดเป้ารมว.กห.ยิว

เมื่อถามว่าเป้าหมายที่รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอลหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ข้อมูลนี้ไม่ทราบ แต่เป้าการก่อเหตุเป็นตัวบุคคล อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางสถานทูตอิสราเอลหยุดทำการและตำรวจส่งกำลังไปดูแลทุก จุดแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีเจตนาทำร้ายคนไทย ไม่เกี่ยวกับคนไทย ประเทศไทย เพราะไทยมีสัมพันธ์อันดีกับทุกประเทศ เรื่องนี้มีเป้าเจาะจง มองเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ว่ากันไป




รังอิหร่าน - หน่วย เก็บกู้ระเบิดและพฐ.ตรวจค้นห้องหมายเลข 409 นาซ่า เกสต์ ทาวเวอร์ ถ.รามคำแหง ที่นางไลล่า โรฮานี สาวอิหร่านร่วมแก๊งบึ้มเช่าพักตอนอยู่เมืองไทย ล�าสุดพบว�าหลบหนีกลับประเทศอิหร�านไปแล�ว ตามข่าว



สาวอิหร่าน-ทีมจัดหา

รายงาน ข่าวแจ้งว่าสำหรับนางไลล่า หนึ่งในสมาชิกแก๊งอิหร่าน ซึ่งเข้าออกเมืองไทยหลายครั้ง จากข้อมูลพบว่าทำหน้าที่เตรียมการสถานที่และจัดหาอุปกรณ์ โดยกำลังควานหาแหล่งกบดานอื่นๆ รวมทั้งจุดที่ประกอบระเบิด เพราะจากการตรวจสอบอย่างละเอียด ทราบว่าบ้านเช่าที่เกิดเหตุระเบิดนั้นไม่ใช่สถานที่ประกอบระเบิด น่าจะเป็นจุดอื่นมากกว่า

ล่าสุดตำรวจเตรียมเข้าตรวจค้นนาซ่า อพาร์ต เมนต์ ย่านคลองตัน หลังได้เบาะแสว่าเป็นที่พักของนางไลล่าช่วงที่อยู่ในเมืองไทย

เชื่อเผ่นกลับกรุงเตหะราน

สำหรับกลุ่มคนร้ายชาวอิหร่านที่หลบหนีไปได้นั้น ทางการข่าวทราบว่านางไลล่าหลบหนีไปอยู่ที่กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ส่วนชายชาวอิหร่านอีก 2 คนยังไม่ทราบว่าหลบหนีไปที่ใด ทราบเพียงว่าออกจากบ้านที่เกิดเหตุไปวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนเกิดเหตุระเบิดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบชื่อและนามสกุล ซึ่งคาดว่าน่าจะออกจากเมืองไทยไปมาเลเซีย และเดินทางกลับประเทศอิหร่านแล้ว

ตม.สอบสาวบาร์พัทยา

วัน เดียวกัน พ.ต.ท.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข รอง ผกก.ตม.ชลบุรี เชิญตัวสาวบาร์พัทยารายหนึ่ง ซึ่งสอบพบว่าเคยมาให้บริการชาวอิหร่านมือระเบิดทั้ง 3 คน เมื่อตอนมาเปิดห้องพักโรงแรมท็อปไทยโฮเต็ล ถนนวอล์กกิ้งสตรีต ย่านพัทยาใต้ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา และเช็กเอาต์ออกไปในวันที่ 13 ก.พ. โดยพบภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจน รวมทั้งพบภาพถ่ายของชาวอิหร่านกับสาวไทยระหว่างมาเที่ยวด้วย

จำแม่น 3 อิหร่าน-ลูกค้า

สาวบาร์พัทยาให้การว่า จำได้แม่นยำว่าทั้ง 3 คนคือชาวอิหร่านที่ตกเป็นข่าว ระหว่างพักอยู่ในเมืองพัทยานั้นทั้ง 3 คนไม่ได้บ่งบอกว่าจะเป็นคนร้าย และไม่ได้แสดงอาการหรือมีการใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งของที่เกี่ยวกับวัตถุระเบิด มีเพียงสนใจข่าวสารเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมเท่านั้น ซึ่งระหว่างอยู่ที่เมืองพัทยาได้เดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยว และสถานบันเทิงของชาวอิหร่านที่เข้ามาท่องเที่ยวเท่านั้น

เบื้องต้นทางตำรวจ ตม.จ.ชลบุรี พาสาวพัทยาคนดังกล่าวเข้าไปที่ สตม. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

ใช้การทูตขอตัวผู้ต้องหา

นาย วันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีประเทศมาเลเซียควบคุมตัวนายมาซูด ว่า ประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศมาเลเซียโดยตรง แต่สามารถขอให้ส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากสนธิสัญญาที่ประเทศไทยทำไว้กับ ประเทศอังกฤษ ซึ่งอังกฤษเคยปกครองมาเลเซียมาก่อน หรืออาจใช้วิถีทางการทูตโดยใช้หลักต่างตอบแทน ซึ่งอัยการสูงสุดจะดำเนินการประสานผ่านกระทรวงการต่างประเทศของไทยถึง กระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย

ทูตอินเดียเข้าพบผบ.ตร.

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนิล วัธวา เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย พร้อมคณะเดินทางเข้าพบพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ โดยใช้เวลาการพูดคุยประมาณ 20 นาที พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า เอกอัครราชทูตเข้าพบเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น และขอความร่วมมือในเรื่องต่างๆ เพราะลักษณะการก่อเหตุคล้ายกับที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย และจอร์เจีย คือนำระเบิดติดแม่เหล็กเพื่อติดกับตัวรถ ข้อมูลบางอย่างที่ประเทศไทยและสถานทูตมีก็เชื่อมโยงกัน

ทูตสหรัฐเจรจาผบ.สส.

ที่ กองบัญชาการทหารสูงสุด นางคริสตี้ เอ. เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางมาเข้าพบพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. เพื่อหารือด้านความมั่นคง รวมถึงเหตุระเบิด ต่อมานายวอลเตอร์ เอ็ม. บราวโนเลอร์ โฆษกสถานทูตสหรัฐ เผยว่า การเข้าพบครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับหน่วยราชการของไทยที่ดูแลเรื่องความ มั่นคง แต่ไม่ขอสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะอยู่ระหว่างการสอบสวน

ให้ทุกประเทศร่วมมือไทย

นาย วอลเตอร์กล่าวอีกว่า สหรัฐขอแสดงความเสียใจกับคนไทยที่ได้รับบาดเจ็บ และการประกาศเตือนคนสหรัฐในประเทศไทย และให้ระวังการเดินทางมาประเทศไทย ไม่ใช่การห้ามเดินทางเข้ามาในไทย เพราะคนอเมริกันยังรักที่จะมาประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวและทำธุรกิจ การประกาศเตือนของสหรัฐขอให้มองในแง่ดีว่า เตือนทั้งชาวอเมริกันและให้คนไทยได้ระวังด้วย ส่วนความร่วมมือของ 2 ประเทศยังมีความแข็งแกร่งในทุกด้าน อาทิ การทหาร การข่าว และอื่นๆ เพราะมีความสัมพันธ์ยาวนานกว่า 180 ปี พร้อมกันนี้เรียกร้องทุกประเทศ รวมทั้งอิหร่านให้ความร่วมมือกับไทยในการสอบสวน

รายงานถึง"โอบามา"

ด้าน นางคริสตี้กล่าวว่า มีโอกาสคุยเรื่องระเบิดกับผบ.สส. และขอแสดงความเสียใจกับผู้บาดเจ็บ และยังบอกกับผบ.สส.ว่า สหรัฐจะยืนอยู่เคียงข้างประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือไทยตลอดไป

เมื่อถาม ว่าคิดว่าเป็นสถานการณ์การก่อการร้ายหรือไม่ นางคริสตี้กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ การสอบสวนต้องดำเนินต่อไป มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยสามารถสืบสวนสอบสวนได้ และเชื่อมั่นในความสามารถของเจ้าหน้าที่ไทย

"นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่ของสหรัฐทุกคน ทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพราะประเทศไทยและสหรัฐเป็นเพื่อนสนิทกันมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือจะเป็นอย่างนี้ต่อไป"เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยก ล่าว

แก๊งอิหร่านซื้อทัวร์เข้าไทย

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า กำชับปลัดกระทรวงให้แจ้งไปยังทุกสถานทูตว่า หากมีการขอวีซ่าเข้าประเทศไทยทางด่านตม. หรือ "visa on arrival" ควรตรวจสอบและเช็กข้อมูลของผู้ที่จะเข้ามาในประเทศให้ชัดเจนด้วย สำหรับผู้ก่อการร้ายทั้ง 3 คน เราตรวจเช็กแล้วว่าขอวีซ่าผ่านบริษัททัวร์ ทั้งนี้อาจพิจารณาขึ้นบัญชีบริษัททัวร์ดังกล่าว ซึ่งสั่งการให้ลิสต์ชื่อบริษัททัวร์ที่อาจมีผู้ก่อการร้ายใช้เป็นช่องทาง เข้าประเทศเพื่อเป็นข้อมูล แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องขึ้นแบล็กลิสต์

อิหร่านให้ช่วยเช็กประวัติ

เมื่อ ถามถึงแถลงการณ์ของประเทศอิหร่านที่ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด นายสุรพงษ์กล่าวว่า สถานทูตอิหร่านคุยกับกรมเอเชียฯ ซึ่งอิหร่านประณามการกระทำดังกล่าว และขอให้ไทยตรวจพิสูจน์สัญชาติของผู้ร้ายที่จับได้ว่าเป็นคนอิหร่านจริงหรือ ไม่ ขณะนี้ตกลงที่จะขอพิสูจน์สัญชาติกันก่อน โดยทางการอิหร่านยินดีให้ความร่วมมือ และคาดว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและอาจกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ จึงต้องรีบดำเนินการติดต่อข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าผู้ร้ายเป็นใครมาจากที่ใด

ได้อีกชุด - หน่วย เก็บกู้ระเบิดและพฐ.เข้าตรวจสอบห้องพัก 409 นาซ่า เกสต์ ทาวเวอร์ ที่นางไลล่า โรฮานี สาวอิหร่านร่วมแก๊งบึ้มเช่าไว้ขณะอยู่ในไทย พบกล่องพลาสติกใช้ผสมสารระเบิดจึงยึดไว้ตรวจสอบ ตามข่าว



ชี้ไทยไม่ขัดแย้งกับใคร

เมื่อ ถามว่าการที่นักวิชาการบอกว่าสหรัฐพยายามให้ข่าวว่าผู้ก่อการร้ายเป็นบุคคล ของประเทศอิสราเอล ไทยอาจเป็นเวทีกลางคู่ขัดแย้งเกมทางการเมือง นายสุรพงษ์กล่าวว่า คงไปคาดเดาในเรื่องดังกล่าวไม่ได้ บางทีทั้งสองประเทศอาจมีปัญหาระหว่างกัน แต่เราในฐานะที่เป็นประเทศที่ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่อยากมีส่วนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ แล้วแต่นักวิชาการจะวิเคราะห์ออกมา ซึ่งอิสราเอลกับไทยเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน ในขณะที่ไทยและอิหร่านก็มีความสัมพันธ์ที่ดีเช่นกัน

เตือนเพิ่มอีก 4 ประเทศ

ขณะ นี้มีประเทศที่ประกาศเตือนพลเมืองที่อยู่ในไทยเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ 4 ชาติ คือ อิตาลี นอร์เวย์ อิสราเอล และไต้หวัน ภายหลังที่เมื่อวันที่ 15 ก.พ. มีประกาศเตือนแล้วจำนวน 10 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ ออสเตรีย เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ บราซิล และนิวซีแลนด์

ไม่ห้ามเข้าแต่ให้ระวัง

"จากตัวอย่าง ไต้หวัน ที่ออกประกาศเตือน เพียงให้ผู้ที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปในไทยใช้ความระมัดระวังในความปลอดภัย และหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีชาวต่างชาติรวมตัวอยู่จำนวนมาก ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศของเขา จะคอยติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดกับหน่วยข่าวกรองของไทยด้วยเช่นกันเท่า นั้น ซึ่งเป็นเพียงการเตือนให้ระมัดระวัง ไม่ได้ห้ามการท่องเที่ยวในไทยแต่อย่างใด" นายสุรพงษ์กล่าว

ท่องเที่ยวกระทบไม่มาก

นาย ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกฯ และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เหตุระเบิดคงมีผลกระทบแค่ระยะสั้น เพราะข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นยังไม่พัฒนาเป็นกรณีก่อการร้าย หรือจะเอาบ้านเราเป็นที่ผลิตวัตถุดิบแล้วไปก่อเหตุที่อื่น อีกทั้งนักท่องเที่ยวเมืองไทยก็ไม่ได้รับผลกระทบ แต่ที่วิพากษ์กันขณะนี้คือโยงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ที่ประเทศ จอร์เจีย และอินเดียเท่านั้นเอง ซึ่งลักษณะไม่ได้คล้ายกัน และยังเป็นคนละกรณีกับเหตุที่ จ.สมุทรสาคร และประเทศที่ออกคำเตือนประชาชนของเขานั้นก็เตือนให้ระมัดระวังเท่านั้น ไม่มีประเทศไหนห้ามคนของเขาเข้าเมืองไทย

เบรกแผนขอวีซ่าที่ตม.

นาย ชุมพลกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องชะลอแผนการผลักดันการอำนวยความสะดวกในการขอรับการตรวจลงตราประทับในการ ท่องเที่ยว ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (visa on arrival) ของนักท่องเที่ยวชาวอิหร่านที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ประเทศอื่นๆ ที่อนุญาตไปแล้วจำนวนมากนั้นไม่มีปัญหา ยังเดินทางเข้ามาบ้านเราได้ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหา เพราะฝ่ายความมั่นคง ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ ทหาร ท้องถิ่น ดูแลช่วยกันอยู่

คมนาคมพร้อมรับมือ

นาย จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม กล่าวว่า กำชับและสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ของ สนามบิน สถานีรถไฟฟ้าและสถานีรถไฟทุกแห่ง โดยเฉพาะในส่วนของสนามบินได้รับรายงานจากพล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ประธานคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. ว่ายกระดับการดูแลขึ้นมาระดับ 3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 2 ที่เป็นระดับปกติ ขณะเดียวกันให้เพิ่มความเข้มงวดในระดับสูงสุด แต่จะยกระดับขึ้นไปถึงระดับ 4 หรือไม่นั้น อยู่ที่การประเมินสถานการณ์ของผู้บริหาร ทอท.

มั่นใจดูแลสนามบินได้

นาย จารุพงศ์ยอมรับว่า การประกาศเตือนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบและสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่อง เที่ยวได้ แต่เชื่อว่าประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่เป้าหมาย การก่อเหตุเพื่อหวังมุ่งทำลายตัวบุคคลมากกว่า แต่เรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญได้สั่งการผ่านไปยังผู้ บริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

"เรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัย นั้นมีการสั่งการไปก่อนหน้าแล้วอย่างไม่เป็นที่เปิดเผย ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทุกพื้นที่มีระบบการดูแลอย่างเต็มที่ทั้งสนามบินในส่วน กลางและสนามบินในต่างจังหวัดสั่งการไปหมดแล้ว" นายจารุพงศ์กล่าว

เข้มงวดสนามบินทั่วปท.

ด้าน พล.อ.อ.สุเมธกล่าวว่า เรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยสนามบินทั้ง 6 แห่งในความรับผิดชอบของ ทอท.ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, หาดใหญ่ และภูเก็ต ว่า ยกระดับและเพิ่มความเข้มงวดจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และกวดขันในเรื่องการตรวจสอบผู้โดยสารที่จะผ่านเข้าออกสนามบินทุกแห่ง โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ

รถใต้ดินให้ตรวจเข้ม

พลตรี ชาติชาย ประดิษพงษ์ ผู้อำนวยการงานส่งเสริมและเผยแพร่กิจกรรมบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีเอ็มซีแอล ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าใต้ดิน กล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยภายในสถานีและขบวนรถไฟฟ้าอยู่ในระดับเฝ้าระวังอย่าง ละเอียด โดยได้เพิ่มความเข้มงวดและเพิ่มความถี่ในการตรวจพื้นที่มากขึ้น ขณะเดียวกันยังได้ประสานกำลังกับเจ้าหน้าที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศ ไทย (ร.ฟ.ม.) และนำสุนัขลาดตระเวนพื้นที่ต่างๆ ด้วย

รฟท.ป้องกันเต็มที่

นาย ยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า สั่งให้นายสถานีรถไฟทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดกวดขันการดูแลรักษาความปลอดภัย และการสังเกตสิ่งผิดปกติ โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกสถานี ส่วนการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละพื้นที่นั้นเห็นว่ายังไม่จำเป็น แต่เน้นการเข้มงวดตรวจสอบรางรถไฟและขบวนรถไฟในทุกสถานี

มาร์คจี้รบ.ใส่ใจมากขึ้น

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลใส่ใจในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และระวังการแสดงความคิดเห็นที่อาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องนี้แม้รัฐบาลจะพุ่งเป้าเป็นการกระทำเฉพาะตัวบุคคล แต่ควรพูดตามความเป็นจริง และขอให้รัฐบาลประสานกับต่างประเทศเพื่อทำความเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะขณะนี้บางประเทศประกาศเตือนการก่อการร้ายในไทยแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้

ปชป.ตั้งกระทู้สดถาม

ที่ รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน พิจารณากระทู้ถามสด เรื่องปัญหาการก่อการร้ายจากกรณีเหตุระเบิด เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ของนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกฯ ซึ่งมอบให้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ชี้แจงแทน

นายธนาถาม ว่า เหตุการณ์คนร้ายปาระเบิดภายในซอยสุขุมวิท 71 และซอยปรีดีพนมยงค์ รวมไปถึงกรณีจับกุมนายอาทริส ฮุสเซน ชาวเลบานอน ว่านับตั้งแต่เกิดระเบิด รัฐบาลไม่ได้ทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเป็นผู้กระทำความผิด กระทั่งวันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กลับบอกว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นคนละกลุ่มกับการเตือนก่อการร้ายกลุ่มฮิซบัลเลาะห์ก่อนหน้านี้ เพราะระเบิดขว้างปาไม่มีรัศมีวงกว้าง บอกอีกว่าแต่ต้องระวังเพราะพวกนี้หัวรุนแรง

จี้รัฐบาลไร้คำตอบ

"ลักษณะ การก่อการร้ายุมุ่งเน้นทำกับรถยนต์ให้เกิดระเบิดขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย เน้นระเบิดติดรถยนต์แล้วไปไว้ที่สาธารณะ ซึ่งทั้งหมดยังไม่เห็นคำตอบจากรัฐบาลเลย จึงถามว่าเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 14 ก.พ. เป็นโจรกระจอกหรือกระ บวนการก่อการร้ายเหมือนอย่างประเทศต่างๆ กล่าวเตือน" นายธนากล่าว

ยุทธศักดิ์รับหน้าที่ชี้แจง

ด้าน พล.อ.ยุทธศักดิ์ชี้แจงว่า เรื่องนี้รัฐบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะกระทบกับความมั่นคงปลอดภัยประเทศ จึงสั่งงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยดำเนินการเรื่องการข่าว การรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบคนเข้าเมืองและสถาน การณ์ต่างๆ รอบกทม. และต่างจังหวัดให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และดำเนินการมาตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2554 แล้ว ซึ่งทำต่อเนื่องมาจนปัจจุบันนี้

ย้ำไม่ใช่วินาศกรรม

"เหตุ ที่เกิดวันที่ 14 ก.พ. รัฐบาลไทยถือว่าเป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคล และต้องใช้กฎหมายภายในประทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถใช้กฎหมายได้และเป็นสังคมที่ปลอดภัย รัฐบาลไทยถือว่าการดำเนินการครั้งนี้ เป็นการก่อความรุนแรงและกระทบความมั่นคงชาติโดยตรง จึงต้องร่วมมือกันทุกระดับ ทั้งการเมือง นโยบาย และภาคประชาชน กรณีที่เกิดขึ้นวัตถุระเบิดที่พบ แสดงให้เห็นว่าเป็นเหตุมุ่งกระทำต่อตัวบุคคล ไม่ได้เป็นเหตุรุนแรงใหญ่ที่เรียกว่าก่อการร้าย" รองนายกฯ กล่าว

ยันไม่เกี่ยวฮิซบัลเลาะห์

พล.อ.ยุทธ ศักดิ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเป็นก่อการร้ายหรือไม่ กำลังสืบสวนสอบสวนอยู่ และเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวข้องกันกับนายอาทริส หรือการเชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบัล เลาะห์ เพราะเป็นคนละสัญชาติและเชื้อชาติ ไม่เกี่ยวข้องกัน และวัตถุระเบิดเป็นคนละชนิดกัน ส่วนเจตนารมณ์ มูลเหตุจูงใจใช้ระเบิดดังกล่าวไม่ชัดเจน และไม่สามารถบ่งบอกว่าเป็นก่อการร้ายหรือไม่ ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถือพาสปอร์ตของอิหร่าน ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นคนสัญชาติอิหร่านจริงหรือไม่

รมว.บัวแก้วร่วมแจงด้วย

ขณะ ที่นายสุรพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงว่า กรณีเหตุการณ์ในเดือนม.ค. และก.พ. ไม่อยากให้เชื่อมโยงกัน เพราะก่อนหน้าเป็นกรณีชาวเลบา นอน แต่กรณีนี้เป็นอิหร่าน ส่วนเหตุระเบิดที่อินเดีย ตอนนั้นตนอยู่อินเดีย ซึ่งเป็นลักษณะซ้อนมอเตอร์ไซค์เอาระเบิดไปแปะข้างรถและเกิดระเบิดขึ้นมาเท่า นั้น

ฝ่ายค้านระบุหย่อนยาน

นายธนาถามต่อว่า ไม่สบายใจที่นายสุรพงษ์กล่าวเพียงว่า เป็นเพียงระเบิดที่นำไปวางที่รถทูต เพราะมุ่งหมายเอาชีวิตบุคคลสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะมีข่าวว่าจะมีบุคคลสำคัญมาเยือนไทยในช่วงนี้ เมื่อมีระเบิดขึ้นจึงยกเลิกการเดินทางเมื่อมีการเตือนจากต่างประเทศ แสดงว่าตำรวจและหน่วงานที่เกี่ยวข้องหย่อนยาน สะท้อนผ่านการจับกุมคนร้าย โดยคนแรกที่ขาขาด ส่วนคนที่ 2 หนีออกจากซอยปรีดีฯ ได้ก่อนถูกจับกุมที่สนามบินสุวรรณภูมิ และอีกคนสามารถหนีไปประเทศมาเลเซีย และหย่อนยานเพราะคนที่ 3 คือนาย มาซูด ก็อยู่ที่สุวรรณภูมิด้วยในตอนจับกุมคนที่ 2 ถ้าคนที่ 3 จะวางระเบิดในตอนนั้น ตำรวจคงตายกันหมด

รบ.โต้-จับได้ทันควัน

พล.อ.ยุทธ ศักดิ์ชี้แจงว่า ในประเด็นความสามารถหน่วยงานดำเนินการ ถือว่าหน่วยข่าวกรองและหน่วยความมั่นคงได้ดำเนินการได้ทันเวลา ถ้าหากว่าหย่อนยานเราคงไม่สามารถจับกุมคนที่ 2 ได้ทันเวลา และประสานไปยังมาเลเชียจับกุมคนที่ 3 ได้ จึงถือเป็นความร่วมมือประสานงานของหน่วยงานได้ทันเวลา

สงขลาเข้มนักท่องเที่ยว

สำหรับ มาตรการป้องกันเหตุร้ายตามพื้นที่ต่างจังหวัด เริ่มจากจ.สงขลา ผู้ว่าราชการจ.สงขลา ได้สั่งให้กำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองคุมเข้มตรวจสิ่งต้องสงสัยในทุกสถานที่ราชการ ย่านการค้า ชุมชน ตลอดจนเพิ่มการตรวจตรารถและบุคคลเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่กรุงเทพฯ และให้มีชุดออกหาข่าวของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่อาจจะใช้โอกาสก่อกวนด้วยวิธีลอบก่อเหตุวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ

เมืองคอนดูแลสนามบิน

พล.ต.ต. รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.นครศรี ธรรมราช สั่งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทั้งภายในโดยรอบอาคารสนามบิน และ ลานจอดรถ นอกจากนั้นยังประสานทหารกอง ทัพภาคที่ 4 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านความปลอดภัย แลกเปลี่ยนข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าและออกจากเกาะสมุยมาขึ้น เครื่องบินที่นครศรีธรรมราชอย่างเข้มงวด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่อนุ ญาตให้บุคคลภายนอก ผู้ไม่เกี่ยวข้องนอนค้างแรมภายในอาคารสนามบินและพื้นที่ท่าอากาศ ยานทุกจุดด้วย

ค้นอพาร์ตเมนต์คนร้าย

เวลา 17.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ ผกก.สน.คลองตัน นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมบก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจค้นห้องพักชั้น 4 เลขที่ห้อง 409 อาคารนาซ่า ทาวเวอร์ ถนนรามคำแหง แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์หรู หลังพบว่าน.ส.ไลล่า หนึ่งในผู้ต้องหามาเช่าไว้ ให้กลุ่มผู้ต้องหาชาวต่างชาติคดีระเบิดมาพักอาศัย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ตรวจหาดีเอ็นเอ


ตรวจค้นภายในห้องไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ พบเพียงสิ่งของน่าสงสัยบางอย่างจึงยึดไว้ตรวจสอบ ส่วนสภาพภายในห้องค่อนข้างรก มีขยะกระจัดกระจาย พบเสื้อผ้าผู้ชาย เบ็ดตกปลาจำนวน 1 คัน ผงซักฟอก 1 กล่อง คาดว่าผู้อาศัยภายในห้องเป็นชายอาศัยอยู่เพียงคนเดียว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหลักฐานภายในห้องพักดังกล่าว รวมทั้งตรวจสอบลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ เพื่อตรวจสอบต่อไป

หาพยานใกล้บ้านเกิดเหตุ

มี รายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.คลอง ตัน ลงพื้นที่ในละแวกใกล้เคียงบริเวณบ้านเลขที่ 66 ซอยปรีดีพนมยงค์ 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. ที่กลุ่มผู้ต้องหาเช่าไว้ก่อนเกิดเหตุระเบิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อหาพยานบุคคลที่พบเห็นกลุ่มผู้ต้องหาเดินทางเข้าออกบ้านพักหลังดังกล่าว เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีให้พยานหลักฐานมัดตัวกลุ่มผู้ต้องหาแน่นยิ่งขึ้นต่อ ไป



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakUzTURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=
TWpBeE1pMHdNaTB4Tnc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 09:43:28 AM »

สติกเกอร์SEJEAL ติด27จุด สงสัยของแก๊งบึ้ม


เป็นคำในภาษาอาหรับ แปะรอบ"สถานทูตยิว" คาดใช้นัดแนะ-ลงมือ ตร.รูชื่ออิหร่านคนที่5 ล่าอีกคันจยย.คนร้าย



สัญลักษณ์ - สติ๊กเกอร์ "SEJEAL" แบบเดียวกับที่พบในห้องพักและรถจยย. ของแก๊งอิหร่าน ติดเรียงรายตามถนนย่านเพลินจิตเกือบ 30 จุดคาดเป็นสัญลักษณ์ นัดแนะบางอย่าง

 
คุมตัวผู้ต้องหาชาวอิหร่านจากสตม.สอบเพิ่ม พร้อมพาไปชี้จุดต่างๆ ก่อนนำไปขังไว้ที่กองปราบฯ เผยได้ชื่อผู้ต้องหารายที่ 5แล้ว บินเข้าไทยวันที่ 2 ก.พ. ก่อนออกไปวันที่ 14 ก.พ.ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุระเบิด พบเข้า-ออกบ้านเกิดเหตุระเบิดหลายรอบ ตร.ได้เบาะแสจยย.คนร้ายเพิ่มอีกคัน อยู่ระหว่างตามหา เผยสติ๊กเกอร์ภาษาอาหรับคำว่า"SEJEAL" ที่พบในห้องของสาวอิหร่าน และจยย.คนร้ายที่ยึดได้ มีรากศัพท์มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน แปลว่า"พุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุด" และยังพบติดตามป้ายริมถนนใกล้สถานทูตยิวเรื่อยมาถึงทางลัดออกรง.ยาสูบ ถ.พระรามที่ 4 รวม 27 จุด คาดเป็นสัญลักษณ์คนร้ายใช้เป็นเส้นทางหลบหนี หรือจุดลงมือก่อเหตุ ปปง.เร่งแก้ปัญหาไทยถูกขึ้นบัญชีฟอกเงินและแหล่งเงินทุนก่อการร้าย

เบิกตัวอิหร่านสอบเครียด

ความคืบหน้ากรณีชาวอิหร่านแฝงตัวเข้าเมืองไทยเพื่อก่อเหตุร้าย ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.พ. พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.สายตรวจ (191) บก.สปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ กก.สายตรวจบก.สปพ. จำนวน 10 นาย เดินทางมาที่สำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซอยสวนพลู เบิกตัวนายมูฮัมหมัด คาซาอี อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) โดยนายคาซาอี สวมเสื้อโปโลลายสีขาวเทา นุ่งกางเกงขาสั้นสีเขียวขี้ม้า ใส่รองเท้าแตะ เจ้าหน้าที่นำเสื้อเกราะให้ใส่เพื่อความปลอดภัย จากนั้นนำตัวขึ้นรถเก๋งสายตรวจ 191 โดยมีรถเก๋งอีก 2 คัน ประกบหน้า-หลัง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดพิเศษสวมเสื้อเกราะพร้อมถืออาวุธปืนยาวคอยคุ้มกันความปลอดภัยอีกชั้น

พาไปชี้จุดต้องสงสัย

เมื่อมาถึงบช.น. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบ สวน พร้อมนายตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวข้องร่วมกันสอบปากคำนายคาซาอีนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยมีล่ามของภาษาเปอร์เซีย และทนายความคนไทยเข้าร่วมฟังการสอบสวนด้วย จากนั้นตำรวจพานายคาซาอี ไปชี้จุดต้องสงสัยต่างๆ ที่เคยเดินทางไประหว่างมาอยู่ในประเทศไทย ก่อนพาตัวไปคุมขังที่กองปราบปราม ซึ่งพล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ส่งหน่วยคอมมานโดติดอาวุธ 50 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

ได้ชื่อผู้ต้องหาคนที่5

พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการสอบสวนผู้ต้องหาว่า นายคาซาอียังให้การภาคเสธ ส่วนผู้ต้องหาคนที่ 5 ซึ่งศาลอนุมัติหมายจับจากภาพวงจรปิด ทราบชื่อแน่ชัดคือ นายนูโรซิ ซายัน อารี อัคบาร์ อายุ 57 ปี สัญชาติอิหร่าน เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2555 เวลาประมาณ 21.00 น. โดยสายการบินมาฮานแอร์จากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เที่ยวบิน W 50053 และเดินทางออกจากราชอาณาจักรไทยเมื่อวันที่ 14 ก.พ.2555 เวลาประมาณ 08.50 น. โดยสายการบินมาฮานแอร์ จากสนามบินสุวรรณภูมิไปกรุงเตหะราน

ออกจากบ้านเช้าวันระเบิด

"กล้องวงจรปิดบันทึกภาพนายนูโรซิที่หน้าบ้านที่เกิดเหตุระเบิดตอนเวลา 06.59 น. วันที่ 14 ก.พ. ขณะออกเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเวลาประมาณ 08.30 น. เล็กน้อย และขึ้นเครื่องบินไปเวลา 08.50 น. เรื่องนี้ทางฝ่ายสืบสวนของสตม.นำรูปมาให้พยานดูก็ยืนยันว่า คือนายนูโรซิ" พล.ต.อ.ปานศิริกล่าว

วงจรปิดจับความเคลื่อนไหว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับนายนูโรซิมาพักอาศัยที่บ้านเกิดเหตุระเบิดได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นแน่นอน โดยภาพกล้องวงจรปิดพบความเคลื่อนไหวเริ่มตั้งแต่วันที่ 5-7 ก.พ. เข้าออกบ้านเกิดเหตุวันละ 1 รอบ ส่วนวันที่ 8 ก.พ. เวลา 10.42 น. มีรถจักรยานยนต์คล้ายไปรษณีย์มาส่งสิ่งของเป็นกล่องสีขาวที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยนายนูโรซิออกมารับด้วยตัวเอง ต่อมาเวลา 10.51 น. รถจักรยานยนต์คันเดิม กลับเข้ามาเป็นครั้งที่ 2 คนขับเดินเข้าไปภายในบ้าน ประมาณ 5 นาที ก็กลับออกมาพร้อมกล่องสีขาว เวลา 11.18 น. รถคันเดิมขี่มาเป็นรอบที่ 3 จอดรถและเดินเข้าไปในบ้านประมาณ 1 นาทีก็ขี่รถอเอกไป

ถือถุงเดินเข้า-ออก

เวลา 18.01 น. นายนูโรซิออกจากบ้าน และกลับเข้ามาเวลา 22.32 น. ในมือขวาถือถุงมาด้วย ต่อมาวันที่ 9 ก.พ. เวลา 11.52 น. นายนูโรซิ เดินทางออกจากบ้านเกิดเหตุ ถือกุญแจในมือข้างขวา เวลา 17.56 น. นายนูโรซิเดินทางกลับเข้ามาบ้านดังกล่าว โดยถือถุงพลาสติกในมือขวาด้วย

พบเบาะแสจยย.อีกคัน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับการตรวจสอบแหล่งที่พักของผู้ต้องหานั้น พบเพิ่มเติมอีกแห่งที่เพชรบุรีสวีท ถ.เพชรบุรี โดยมีข้อมูลว่าระหว่างที่คนร้ายเข้าพักมีรถจักรยานยนต์แล่นเข้า-ออกรวม 2 คัน คันแรก คือ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน มนม 583 กทม ที่ตำรวจตามยึดไว้ได้ ส่วนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอ ทะเบียน กนต 648 อ่างทอง อยู่ระหว่างติดตามหาว่าอยู่ที่ใด

ระบุกล่องเหลี่ยมใช้ใส่บึ้ม

สำหรับกล่องเป็นลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 4 คูณ 4 ตรงกลางมีรูวงกลม มีน็อตสกรูยึดไว้ 3 ตัว รวมจำนวน 5 ชิ้น ซึ่งยึดได้จากห้องของนางไลล่า โรฮานี ที่ อาคารนาซ่าทาวเวอร์ เมื่อ ช่วงเย็นวันที่ 16 ก.พ. นั้น อาจเป็นไปได้ว่านำมาเพื่อใช้ใส่ชิ้นส่วนระเบิดชนิดเอ็ม 26 ซึ่งเป็นแบบขว้าง เพื่อป้องกันการกระแทก โดยตรวจสอบพบเพียงกระเดื่องของระเบิดชนิดดังกล่าว แต่ไม่พบลูกระเบิดแต่อย่างใด เป็นไปได้ว่านำมาใช้เพื่อประกอบการทำระเบิดชนิดที่ได้เตรียมการไว้

แกะรอยสติ๊กเกอร์ปริศนา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสติ๊กเกอร์ที่มีตัวอักษรคำว่า "SEJEAL" ที่เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีเหตุระเบิด 3 จุด พบที่ห้องนางไลล่าที่อาคารนาซ่า และที่รถจักรยานยนต์ซึ่งยึดได้ ตัวอักษรดังกล่าวที่ปรากฏในสติ๊กเกอร์เป็นภาษาเปอร์เซีย แปลว่า "พุ่งทะยานไปสู่จุดสูงสุด" เนื่องจากประเทศอิหร่านใช้ภาษาเปอร์เซียเป็นภาษาราชการ

มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน

นายชัยวัฒน์ สถาอานันต์ ศาสตราจารย์ประ จำและหัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คำว่า Sejeal หรือ Sejeel Stone เป็นไปได้ที่มาจากคำว่า "Sejil"(ซีจิล) ในภาษาอาหรับ พบในคัมภีร์อัลกุรอาน บทที่ 105 ว่าด้วยการเอาชนะกองกำลังเอธิโอเปียที่บุกนครมักกะห์ในสมัยพระศาสดา หมายถึงหินที่ทำจากดินที่เผาไหม้เกรียม ซึ่งพระผู้เป็นเจ้าให้นกปล่อยลงใส่ช้างซึ่งเป็นพาหนะของข้าศึก กระทั่งข้าศึกต้องหนีไป เป็นปาฏิหาริย์ของพระเป็นเจ้าอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ คำว่า "Sejeal Stone" ยังเป็นชื่อขีปนาวุธชนิดหนึ่งของอิหร่านด้วย

สติ๊กเกอร์"SEJEAL"เต็มถนน

วันเดียวกันเจ้าหน้าที่งานเก็บกู้วัตถุระเบิดกองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางไปตรวจสอบสติ๊กเกอร์ตัวอักษร "SEJEAL" ที่พบติดอยู่ตามที่ต่างๆ ตลอดแนวถนนเลียบทางด่วนเพลินจิตฝั่งใต้มุ่งหน้าโรงแรมเจดับบลิวแมริออต จนเลี้ยวซ้ายมาถนนสุขุมวิทหน้าอาคารคิวเฮ้าส์ โดยสติ๊กเกอร์ดังกล่าวได้ติดตามเสาไฟฟ้า เสาป้ายโฆษณา ป้ายบอกทาง ตู้โทรศัพท์ รวม 27 จุด จำนวน 40 กว่าแผ่น พบว่าจุดที่ติดสติ๊กเกอร์ เป็นทางลัดจากสถานทูตอิสราเอล มุ่งหน้าไปรง.ยาสูบ ถ.พระ รามที่ 4 ได้

คาดเป็นสัญลักษณ์บอกทาง

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานเบื้องต้นว่า สติ๊กเกอร์ดังกล่าว อาจเป็นสัญลักษณ์บอกทางให้กลุ่มที่ลงมือใช้หลบหนี หรือกำหนดจุดเพื่อก่อเหตุ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบว่ากรณีที่รมว.กลาโหมอิสราเอล จะเดินทางมาเยือนประเทศไทย ก่อนยกเลิกไปนั้น มีกำหนดเดินทางตรงกับจุดที่ติดสติ๊กเกอร์ไว้ด้วยหรือไม่

อิหร่านขาขาดอาการดีขึ้น

ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แพทย์ออกแถลงอาการนายเซอีด โมราดี ผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ถูกระเบิดขาขาดว่า ระหว่างวันที่ 17-20 ก.พ. อาการผู้ป่วยมีความรู้สึกตัวดี มีสัญญาณชีพปกติ แต่มีไข้ต่ำๆ หายใจดีไม่มีอาการเหนื่อย สำหรับตาขวายังคงปิดไว้ แผลไฟไหม้บริเวณใบหน้าเป็นแผลแห้งตกสะเก็ด ส่วนแขนทั้ง 2 ข้างและบริเวณอก หน้าท้องด้านซ้าย รวมทั้งรอยสะเก็ดระเบิดบริเวณแผ่นหลังและสีข้างด้านซ้ายมีน้ำเหลืองซึมพอควร แผลที่ใต้คาง คอด้านซ้ายและแผลผ่าตัดแห้งดี ไม่พบการติดเชื้อของบาดแผลหรือระบบอื่น ผู้ป่วยเริ่มรับประทานอาหารได้

ปูบินไปมาเลเซีย

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนประเทศมาเลเซียถึงประเด็นการหารือจะหยิบยกเรื่องการขอตัวผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดย่านสุขุมวิท 71 ว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นคงหารือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายตามแนวชายแดน รวมถึงบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ด้วย ส่วนเรื่องผู้ต้องหาชาวอิหร่านนั้น คงต้องว่าไปตามขั้นตอน

เมื่อถามว่าจะหยิบยกมาพูดคุยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ต้องดูจังหวะก่อน เพราะเราต้องการพูดคุยเรื่องกรอบความร่วมมือมากกว่า เราไม่เน้นคุยรายละเอียด เพราะคิดว่าสิ่งที่ควรทำอย่างแรก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่คือกรอบเจรจาความร่วมมือตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย

ผบ.ทบ.ย้ำอย่าตระหนก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวว่า ปัญหาการก่อการร้ายมีทั้งโลก เนื่องจากปัจจุบันเป็นโลกไร้พรมแดน จึงมีคนหลายประเภททั้งมีอุดมการณ์และไม่มีอุดมการณ์ ซึ่งประเทศไทยอยู่ห่างจากเรื่องพวกนี้และไกลจากต้นเหตุ เวลาเกิดขึ้นกับประเทศไทยแต่ละครั้ง ทำให้ตื่นตระหนกและส่งผลกระทบกับประเทศชาติโดยรวม

"สิ่งที่ควรทำคือปล่อยให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและสืบหาสาเหตุ ผู้กระทำผิด หากผิดกฎหมายต้องดำเนินการทางกฎหมาย ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ต้องช่วยกันดูแลโดยเฉพาะพฤติกรรมลับๆ ล่อๆ อย่ามองแค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ส่วนผู้ประกอบการต้องตรวจสอบผู้ที่มาพักอาศัย ถ้าไม่ทำและเกิดเรื่องก็มาโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงล้มเหลว ต่อไปนี้ โรงแรม ที่พักอาศัยจะต้องลงชื่อ เอาบัตรประชาชนลงทะเบียน เมื่อทำความผิดจะได้รู้ว่าเป็นใครและจับได้ ถ้าไม่สนใจจะเป็นอย่างนี้" ผบ.ทบ.กล่าว

ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ถ้าเราช่วยกันพูดและกระพือข่าวกันออกไปเรื่อยๆ สิ่งที่จะตามมาคือเราจะมีศัตรูมากขึ้น ซึ่งเราต้องระวัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเตือนภัยว่าประเทศไทยต้องเจออะไรบ้างในอนาคต ที่ผ่านมาเราอาจสบาย มีคนมาท่องเที่ยวและไม่เคยเกิดความรุนแรง แต่โอกาสจะเกิดมีมาก การมุ่งสู่อาเซียนในปี 2558 ทำให้การสัญจรไปมาง่ายขึ้น ข้อสำคัญต้องยอมรับว่าบ้านเมืองเราเรื่องความเข้มงวดทำได้จำกัด ถ้าไม่อยากให้เหตุการณ์รุนแรง และไม่อยากให้คนร้ายมากขึ้น ในประเทศไทยต้องช่วยกัน เปิดหูเปิดตาเฝ้าระวัง

เหลิมปลื้มโพลเชื่อถือ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ใช่ฐานก่อการร้าย และเราไม่ยอมให้ใครมาก่อการร้าย ดีใจที่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนเชื่อถือตน 63.8 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะแก้ไขปัญหาได้ ขอเรียนว่าคุมสถานการณ์ได้และจะทำให้ดีที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสองกลุ่มคือ กลุ่มฮิซบัลเลาะห์กับอิหร่าน ซึ่งผู้นำจิตวิญญาณของฮิซบัลเลาะห์เขาออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้ก่อเหตุ ส่วนชาวอิหร่านที่จับกุมได้ ซึ่งพฤติกรรมการใช้ระเบิดนั้นเป็นลูกใช้ขว้างปา ไม่ได้ใช้ก่อวินาศกรรม

ไทยต้องปลอดก่อการร้าย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า วันนี้เชิญพล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว และสันติบาล ตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตชด. สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มาวิเคราะห์กันว่าจากนี้ต่อไปโรงแรมที่ชาวตะวันออกกลางที่มาพักตาม อพาร์ตเมนต์ บ้านพัก ต้องรีบรายงานสน.ท้องที่ และตำรวจท่องเที่ยวต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ

"ตำรวจต้องบูรณาการกำลังและการข่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกัน ต้องยอมรับว่าอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา เขาทะเลาะกันมานานแล้ว ทำไมเมืองไทยต้องไปทะเลาะกับเขา เราไม่ใช่ศัตรู เราต้องระมัดระวังป้องกัน ทำให้บ้านเราปลอดจากการก่อการร้าย ปลอดจากการเป็นฐานที่ตั้ง ซึ่งที่ผ่านมามันไม่มี และเชื่อว่าสามารถทำได้" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ไม่สน"FATF"ขึ้นบัญชีไทย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ส่วนที่คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงินเกี่ยวกับการฟอกเงิน (FATF) ประชุมที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกาศให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีเป็นประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะมีความเสี่ยงฟอกเงินและสนับสนุนการเงินก่อการร้าย เรียกร้องให้รัฐบาลไทยแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ เกี่ยวกับพ.ร.บ.ฟอกเงิน และพ.ร.บ.ยึดทรัพย์สินปราบปราบผู้ก่อการร้าย ว่าองค์กรดังกล่าวเป็นองค์กรที่ปรึกษาของสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ไม่ใช่เทวดาที่ไหนที่จะมาสั่งเรา ที่ผ่านมารัฐบาลตื่นเต้น เป็นพวกห่านที่ตกใจง่าย

ชี้เป็นกฎหมายเหนือศาล

"การจะออกกฎหมายใดต้องคำนึงถึงประเพณี วัฒนธรรมของกฎหมายไทย เรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เคยเสนอมาแล้ว บอกเลขาฯปปง.ไปแล้วว่าไม่ได้ แค่เตรียมการจะทำก็ถือว่าความผิดสำเร็จ และถ้าไปมีอำนาจเหนือศาลไม่เห็นด้วย มีอำนาจไปยึดทรัพย์สินในธนาคาร และหรือมีอำนาจอื่นๆ อีกมา จะทำเพื่อเอาใจ FATF ไม่ได้ ซึ่งพร้อมจะชี้แจงทุกเวที เพราะกฎหมายเมื่อออกมาแล้วต้องใช้ในเมืองไทยด้วย อย่างกรณีที่มีการไปแก้กฎหมายก่อการร้าย ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เคยออกเอาไว้ ทำให้การเรียกร้องประชาธิป ไตยกลายเป็นการก่อการร้าย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

แค่เตือน-ไม่ใช่แบล็กลิสต์

เมื่อถามว่าภาคเอกชนสะท้อนว่าการที่มีประกาศเช่นนี้มีผลต่อภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า จะบอกให้ว่าเจตนาที่เขาต้องการให้ออกกฎหมาย เป็นการออกสำหรับประเทศที่เป็นฐานที่ตั้งสนับสนุนผู้ก่อการร้าย หรือประเทศที่มีการก่อการร้าย แต่ประเทศเราไม่มี ที่เขาเตือนประเทศเรานั้นเป็นแค่สีเทา ส่วนอิหร่านกับเกาหลีเหนือนั้นติดแบล็กลิสต์ ขอให้อ่านหนังสือบ้างก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์อะไร เมื่อถามว่าแสดงว่ากฎหมายการฟอกเงินที่บังคับใช้ในบ้านเรา กำหนดโทษไว้ความเหมาะสมแล้ว รองนายกฯกล่าวว่า เหมาะสมสำหรับสังคมไทย

กิตติรัตน์เร่งแก้ปัญหา

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงว่า ประเทศไทยเสี่ยงที่จะถูกขึ้นบัญชีดำเกี่ยวกับการฟอกเงินนั้นขององค์กรระหว่างประเทศว่า เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องเก่า เป็นปัญหาเดิมๆ ที่ทิ้งเอาไว้ให้แก้ไข ซึ่งจะรีบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีผลกระทบทางอ้อมเกี่ยวกับกระบวนการโอนเงินระหว่างประเทศ เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายละเอียดที่ครบถ้วนว่า เคยประสานงานกันอย่างไร และไปสะดุดขั้นตอนเมื่อไหร่ แต่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ประเทศเรามีความล่าช้าในการแก้ไขเรื่องต่างๆ

"เรื่องฟอกเงินนั้น ทราบว่ามีจุดเริ่มมาหลายปีแล้ว และไม่ได้ถูกนำมาดำเนินการ เสียดาย แต่ก็เปล่าประโยชน์ เดี๋ยวจะรีบดูรอหน่วยงานประชุมที่ต่างประเทศก็กำลังจะเดินทางกลับมา จะได้เร่งดำเนินการไม่ให้คั่งค้างอย่างแน่นอน" นายกิตติรัตน์กล่าว

ปปง.แจงไทยถูกขึ้นบัญชี

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวกรณีคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน (Financial Action Task Force) หรือ FATF กำหนดประเทศไทยเป็น 1 ใน 15 ประเทศ ที่มีข้อบกพร่องเชิงยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่า FATF รวม 40 ประเทศ มีมติว่า ประเทศไทยยังขาดมาตรการหลายด้านในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย จึงแจ้งเตือนไปยังประเทศสมาชิกทั้งหมดว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการลงทุน เพราะไม่มีมาตรการป้องกันการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องชี้แจงให้ประเทศต่างๆ เข้าใจถึงปัญหาและความจำเป็น

มีผลกระทบด้านธุรกิรรม

เลขาธิการ ปปง.กล่าวอีกว่า ผลกระทบครั้งนี้จะมีผลต่อการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เช่นจะมีความล่าช้าจากขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร ระยะเวลาในการทำธุรกรรมจะนานขึ้น ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในภาพรวมเป็นการลดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และจะทำให้คนไทยมีปัญหาในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ คาดว่าผลกระทบจะส่งถึงตลาดเงิน ตลาดทุน ธุรกิจเกี่ยวกับหลักทรัพย์ แต่ยืนยันได้ว่าการถูกกำหนดรายชื่อของไทย ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เพียงแค่บังเอิญเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

เร่งแก้ปัญหาเต็มที่

พ.ต.อ.สีหนาทกล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น ว่า 1.จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถประกาศใช้กฎกระทรวง เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และตรวจสอบลูกค้าของสถาบันการเงินโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คนร้ายจ้างนอมินีเปิดบัญชีธนาคาร และใช้สถาบันการเงินเป็นแหล่งฟอกเงิน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนก.พ.นี้ 2.เร่งตรากฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งตรงนี้ยอมรับว่าต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ 3.ปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของสำนักงาน ปปง.ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งขณะนี้รัฐบาลอนุมัติอัตรากำลังให้แล้ว และ 4.ประสานความร่วมมือกับ 38 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความชัดเจนเรื่องนโยบายป้องกันการฟอกเงิน

เพื่อไทยเผยปูสั่งเข้มงวด

ที่พรรคเพื่อไทย ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างเข้มงวด เช่น ให้กระทรวงการต่างประเทศ เพิ่มความเข้มงวดออกวีซ่า การตรวจคนเข้าเมือง การรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะสนามบิน เพื่อให้ประเทศไทยมั่นคงปลอดภัย และป้องกันมิให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นที่ก่อการใดๆ

ติงปชป.อย่าดึงมาการเมือง

"ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ หยุดนำประเด็นความมั่นคงมาเป็นประเด็นการเมืองเนื่องจากอาจส่งผลเสียหายแก่ประเทศชาติ เพราะพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่มีข้อมูล จึงไม่ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรไปแล้ว การนำประเด็นที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้มาเล่นการเมือง หากเรื่องลุกลามบานปลายใหญ่โต อาจดึงให้ไทยพัวพันกับปัญหาความขัดแย้งการเมืองระหว่างประเทศ หรือกลุ่มศาสนาได้ พรรคประชาธิปัตย์จะรับผิดชอบผลความเสียหายที่เกิดขึ้นได้หรือไม่" ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

มาเลย์พิจารณาส่งผู้ต้องหา

ค่ำวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือเต็มคณะกับนายนาจิบ ราซัค นายกฯ มาเลเซีย ถึงการขอตัวนายมาซูด เซดากัตซาเดห์ ผู้ต้องหาชาวอิหร่านตามหมายจับกรณีเหตุระเบิดในซอยปรีดี พนมยงค์ 31 ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียจับกุมขณะหลบหนี เพื่อมาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า หารือเรื่องดังกล่าวกับนายกฯ มาเลเซียแล้วว่าไทยต้องการตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว ซึ่งมาเลเซียตอบรับที่จะนำไปพิจารณา


ข่าวสดรายวัน
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakl4TURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdNaTB5TVE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2012, 09:46:02 AM »



ที่มาภาพ: voicetv
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2012, 11:03:09 AM »

พบแล้วรถจยย.ยามาฮ่าอีกคัน โยงแก๊งอิหร่านบึ้มกรุง 3 จุด



 เวลา 11.30 น. วันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) เพื่อตรวจสอบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ ดำแดง หมายเลขทะเบียน กนต 648 อ่างทอง ซึ่งเป็นรถจยย. ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยสุขุมวิท 71 เนื่องจากมีพยานระบุว่าเห็นชายชาวอิหร่านที่เคยเช่าห้องสูทหรูหรา อาคารเพชรบุรีสวีท ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ใช้รถจยย. 2 คัน เป็นพาหนะ โดยคันแรกคือรถจยย.ฮอนด้า เวฟ เอส 100 สีน้ำเงินคาดเทา ทะเบียน มนม กรุงเทพมหานคร ถูกพบไปจอดทิ้งไว้ที่หน้าร้านเอเชียการไฟฟ้า ระหว่างซอยปรีดีพนมยงค์ 29-31 ส่วนอีกคันเป็นรถจยย.ยามาฮ่า รุ่นมิโอ จ.อ่างทอง คันที่ตรวจสอบพบล่าสุด

 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบก.น.1 เปิดเผยว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดินแดง รับแจ้งจากคนขับรถจยย.รับจ้างย่านดินแดง ว่าพบรถจยย.ต้องสงสัยคันดังกล่าว จอดทิ้งไว้ที่บริเวณปากซอยบุญอยู่ ข้างป.ป.ส.ดินแดง ใกล้กับโรงแรมมิตรภาพเทียร่า แขวงและเขตดินแดง เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบและยึดมาไว้ที่สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งพยานที่พบให้การว่าเห็นรถคันดังกล่าวจอดอยู่ประมาณ 3 วันแล้ว ไม่มีใครมาขี่ไปจึงแจ้งตำรวจ ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าของชื่อนายสมพร กล้าหาญ อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 8 ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง แต่เบื้องต้นพบว่าได้ขายโอนลอยไปแล้ว จึงอยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่พฐ.และอีโอดี ได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วจะส่งมอบของกลางให้กับพนักงานสอบสวนสน.คลองตัน ต่อไป

ต่อมา พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รองผบช.น. พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รรท.ผบก.น.1  มาตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จากนั้นพล.ต.ท.วินัยกล่าวว่า  สำหรับรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ คันนี้ พบว่านายโมฮัมหมัด คาซาอี ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ที่ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซื้อต่อมา ภายหลังนายสมพร โอนลอยไว้  โดยหลังจากนี้กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) และกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จะตรวจสอบหาหลักฐานก่อนส่งให้พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เก็บเป็นของกลางในคดีต่อไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้ฯ และพฐ. ได้ทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีหลักฐานใดๆ ภายในรถ เจ้าหน้าที่ พฐ. จึงทำการเก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อนำมาหาหลักฐานประกอบในสำนวนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจักรยานยนต์คันดังกล่าว ตำรวจ สน.คลองตัน นำกุญแจรถจักรยานยนต์ที่ตรวจสอบและเก็บได้ที่บ้านเช่าในซอยปรีดีพนมยงค์ (สุขุมวิท 71)  ที่เกิดการระเบิดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มาเปรียบเทียบกับรถดังกล่าว ซึ่งก็พบว่าเป็นคันเดียวกัน

   

ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 เวลา 15:55 น.  

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNek1EQTJNekV4T1E9PQ==&catid=01
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2012, 11:07:35 AM โดย Admin » บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2012, 11:09:33 AM »

เช็กซิมแก๊งบึ้ม โยงกุ๊กอิหร่าน

เจอแล้ว จยย.มีโอ ที่ดินแดง


จยย.ทีมบึ้ม - พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. ตรวจสอบรถจักรยานยนต์ลึกลับที่จอดทิ้งไว้ในซอยย่านดินแดง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. พบว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งอิหร่านผู้ต้องหาบึ้มกรุงตามข่าว

ตร.พบ จยย. แก๊งคนร้ายชาวอิหร่านอีก 1 คัน เป็นรถยามาฮ่า มีโอ ทะเบียนอ่างทอง นำมาตรวจสอบหาหลักฐาน ทดลองเอากุญแจไขได้พอดีเป๊ะ จึงอายัดไว้เป็นของกลาง ผบช.น.สั่งขยายผลหาที่มาสติ๊กเกอร์ SEJEAL เช็กกล้องวงจรปิดหาเบาะแสคนนำมาติด มือมืดวางบึ๊มเก๊ป่วนอีก

เมื่อ เวลา 11.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รรท.รอง ผบช.น. พ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รรท. ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบก.น.1 พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นมีโอ ดำแดง ทะเบียน กนต 648 อ่างทอง ซึ่งเป็นรถต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด 3 จุด บริเวณซอยสุขุมวิท 71 เนื่องจากมีพยานระบุว่า เคยเห็นกลุ่มคนร้ายชาวอิหร่านใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ ทะเบียนจ.อ่างทอง เป็นยานพาหนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถจยย.คันดังกล่าวตำรวจสน.ดินแดงได้รับแจ้งจากคนขับวินจยย.รับจ้าง ย่านดินแดง ว่าพบรถต้องสงสัยคันนี้ จอดทิ้งไว้ที่บริเวณปากซอยบุญอยู่ข้างป.ป.ส.ดินแดง นาน 3 วันแล้ว ไม่มีเจ้าของมาแสดงตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา และนำมาตรวจสอบ

เจ้าหน้าที่นำกุญแจรถจักรยานยนต์ที่ตรวจ พบที่บ้านเช่าของคนร้าย ในซอยปรีดี พนมยงค์ (สุขุมวิท 71) มาลองไขดู ปรากฏว่าไขได้ จึงสรุปได้ว่ารถคันดังกล่าว เป็นรถของกลุ่มคน ร้ายจริงๆ ส่วนหลักฐานอื่นๆ ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด

พล.ต.ท.วินัยกล่าวภาย หลังการตรวจสอบจยย.ว่า เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลพบว่าเจ้าของเดิมรถมอเตอร์ไซค์คันนี้ชื่อนายสมพร กล้าหาญ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 8 ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ซึ่งได้ขายโอนลอยไว้ หลังจากนั้นนายคาซาอี โมฮัมหมัด ผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ที่ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้ซื้อต่อมาอีกทอด จึงมอบหมายให้หน่วยอีโอดีและพฐ. ตรวจหาหลักฐานก่อนส่งให้สน.คลองตันเก็บไว้เป็นของกลางต่อไป

พล.ต.ท. วินัยกล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้บช.น.กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบสถานที่พิมพ์สติ๊กเกอร์ SEJEAL นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ที่พบว่ามีการติดสติ๊กเกอร์ เพื่อหาตัวบุคคลที่นำมาติด ส่วนจะเป็นสติ๊กเกอร์ล็อตเดียวกับที่พบที่รถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาหรือไม่ นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ

"เหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของคน ร้าย และเชื่อว่าเป้าหมายการก่อเหตุไม่ได้อยู่ในประเทศไทย แต่ลักษณะการผลิตระเบิดมีส่วนคล้ายกับที่ประเทศอินเดียและจอร์เจีย ซึ่งขณะนี้เรากำลังทำการเปรียบเทียบอยู่" พล.ต.ท.วินัยกล่าว

รายงาน ข่าวแจ้งว่า สำหรับสติ๊กเกอร์ข้อความ SEJEAL นั้น ขณะนี้ทางตำรวจก็ยังให้ความสำคัญเช่นเดิม โดยมอบหมายให้ทางสันติบาลเข้าไปดำเนินการตรวจสอบความหมาย ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย นำสติ๊กเกอร์ดังกล่าวมาติดเพื่อประกาศศักดาพร้อมกับพยายามสร้างความสับสนก็ เป็นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการบาดเจ็บของนายเซอีด โมราดี ผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ ถูกจากแรงระเบิดจนขาขาดเข้ารักษาตัวที่ร.พ.จุฬาลงกรณ์ ขณะนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ คนไข้รู้สึกตัวดี แต่ยังไม่สามารถพูดคุยได้ ซึ่งในตอนแรกทางบช.น.ได้ประสานไปยังเรือนจำพิเศษกรุง เทพฯ ขอสไปกุมขังอยู่ที่เรือนจำฯ โดยให้รักษาตัวในทัณฑสถานร.พ.ราชทัณฑ์ แต่ได้รับการปฏิเสธ เนื่องจากทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจ้งว่ายังไม่มีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยอาการสาหัส จึงต้องเปลี่ยนแผนเตรียมนำตัวไปรักษาต่อที่ร.พ.ตำรวจแทน คาดว่าจะย้ายตัวผู้ป่วยในเร็วๆ นี้

สายวันเดียวกัน มีเหตุพบวัตถุต้องสงสัยเกิดขึ้น โดยพ.ต.ท.ธารา เครือละม้าย สว.สส.สน. หัวหมาก รับแจ้งพบกล่องวัตถุต้องสงสัยวางอยู่บริเวณหน้าตู้ไปรษณีย์ ภายในซอยรามคำแหง 24 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ จึงประสานหน่วยเก็บกู้บช.น. เข้าตรวจสอบ พบกล่องสี่เหลี่ยม หุ้มด้วยหนังเทียมสีแดง พันด้วยเทปกาวสีดำ วางอยู่ข้างตู้ไปรษณีย์ เมื่อตรวจสอบพบเป็นเพียงฟองน้ำอัดรูปทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ไม่ใช่วัตถุระเบิดแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงเก็บบันทึกไว้ พร้อมติดตามตัวคนนำมาวางต่อไป

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงครม.มอบหมายให้รับผิดชอบและปรับปรุงงานการข่าวว่า หลังจากพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ เสนอให้ครม.มีมติมอบหมายตนรับผิดชอบ ตนจึงนัดประชุมครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 27 ก.พ. เวลา 10.30 น. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ เพราะที่ผ่านมาแต่ละหน่วยข่าวต่างมีความสามารถ แต่ไม่ได้บูรณาการงานการข่าวร่วมกัน ตนกำลังเขียนแผน วางแผน เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันระหว่างสมช. กรมประมวลข่าว ศรภ. สันติบาล ข่าวทบ. ข่าวทอ. ข่าวทร. ข่าวกองทัพไทย กองบัญชาการนครบาล กองบัญชาการสันติบาล ต้องรวมกันเป็นหนึ่ง เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งตนจะทำให้ดีที่สุด

เมื่อ ถามว่าตอนนี้ต่างชาติมีความไม่มั่นใจในหน่วยข่าวของไทย ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า พูดไปก็เหมือนโทษสื่อ เพราะสื่อต้องรายงานข่าว แต่บางครั้งไม่จริง อย่างกรณีเอ็มเคโอ เป็นกลุ่มหนึ่งในอิหร่านที่ต่อต้านรัฐบาลในอดีต ต่อมาไปอยู่กับอิรักที่ซัดดัมดูแล ต่อมาไปอยู่ที่ฝรั่งเศส อิสราเอลดูแล และตอนนี้เมื่อเห็นสติ๊กเกอร์ต่างก็ตกใจกัน ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงการทำสงครามจิตวิทยา

รองนายกฯ กล่าวว่า ตนติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หารือกับตำรวจท้องที่ผบช.น. และผบช.ส. ยืนยันว่าสถานการณ์ควบคุมได้ ไม่มีอะไร และตอนนี้เน้นไปแล้วว่าพื้นที่ไหนที่มีชาวตะวันออกกลาง มีชาวอิหร่านไปพัก เจ้าของบ้าน อพาร์ตเมนต์ ต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจ และตำรวจต้องรวบรวมข้อมูลให้เสร็จโดยเร็ว

และช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 27 ก.พ.ตนจะไปเยี่ยมกองบัญชาการตรวจคนเข้าเมือง เพราะจุดนั้นเป็นด่านแรก และตนจะบอก ส.ตม.ว่าอย่าระวังเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ต้องดูที่ภูเก็ตและด่านตามชายแดนด้วย ตนจะนำตำรวจตระเวนชายแดนมาร่วมทำงานตามตะเข็บชายแดนด้วย เพราะบางครั้งเขาไปลงเครื่องที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง ก่อนเข้าไทยโดยไม่ผ่านด่านตม. ซึ่งเหมือนเรือออกทะเล เราตามไม่ทัน

ผู้ สื่อข่าวถามถึงการขอตัวผู้ต้องหาวางระเบิด 3 จุดในไทยจากมาเลเซียยังติดปัญหาอยู่ ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวว่า คงคาดคั้นมาเลเซียไม่ได้เพราะเราไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่มีสนธิสัญญาของอังกฤษที่ทำไว้ในอดีต ก็ใช้อนุสัญญานั้นได้ ต้องปล่อยให้ตำรวจดำเนินการไป เพราะเป็นงานธุรการ ไม่ใช่งานนโยบาย

เมื่อ ถามว่ามาเลเซียจะส่งตัวมาให้ไทยได้แน่นอนใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ได้แน่ นอน เพราะมีสนธิสัญญาอยู่ และมาเลเซียกับไทยก็ดีกัน ตนย้ำกับตำรวจว่าให้ทำงานมากๆ อย่าให้สัมภาษณ์มาก เพราะเท่ากับเปิดช่องให้ขบวนการเขารู้ จะกลายเป็นไทยเป็นคู่ขัดแย้ง เราประเทศไทยไม่ทะเลาะกับใครทั้งสิ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า จากผลการตรวจสอบซิมโทรศัพท์ ที่ยึดได้จากคนร้ายชาวอิหร่าน พบมีการเชื่อมโยงโทรศัพท์ถึงบุคคล 2 คน ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นชาวอิหร่านด้วยกัน โดยชุดสอบสวนกำลังตรวจสอบรายละเอียดของบุคคลทั้ง 2 ว่าเพียงแค่รู้จักกันในฐานะคนชาติเดียวกัน หรือเกี่ยวพันกับการเตรียมปฏิบัติการ เนื่องจาก 1 ใน 2 บุคคลที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ ได้เข้ามาทำงานอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว เป็นกุ๊กอยู่ในร้านอาหารใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบข้อสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอหมายศาลเข้าตรวจค้นห้องพักของบุคคลดังกล่าว ซึ่งพักอยู่ใน อพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่งทันที



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREkxTURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdNaTB5TlE9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2012, 11:28:50 AM »


แฉสติกเกอร์ มาจากนอก



เพื่อใช้ปฏิบัติการแผนบึมอิสราเอล

เผยประวัติกลุ่มก่อ การร้ายแดนเปอร์เซียไม่ธรรมดา มีภูมิลำเนาอยู่กลางกรุงเตหะราน ยึดอาชีพวิศวกรตัวการใหญ่เป็นถึงอดีตพนักงานแบงก์ผันตัวไปทำธุรกิจขาย คอมพิวเตอร์ ส่วน “ไลลา โรฮานี” สถานะยังเป็นนักศึกษา ตำรวจยึด จยย.ต้องสงสัยอีกคันได้แล้ว หลังพบจอดทิ้งใกล้สำนักงาน ป.ป.ส. เร่งไขปมปริศนาสติกเกอร์ SEJEAL จำลองแผนปฏิบัติการสังหารเหยื่อ เคลียร์ข้อกังขาผู้ร่วมขบวนการกี่คนแน่ พร้อมประสานภาพถ่ายเหตุบึมทูตยิวในอินเดีย และจอร์เจียมาเปรียบเทียบด้วย ล่าสุดได้เบาะแสแหล่งผลิตสติกเกอร์แล้ว คาดคนร้ายนำเข้ามาเองเพื่องานนี้โดยเฉพาะ “เฉลิม” เตรียมบูรณาการหน่วยข่าว จ่อดึง ตชด.ร่วมเฝ้าระวังตามด่านชายแดน

การสืบสวนสอบสวนขยายผลขบวน การก่อการร้ายชาวอิหร่านที่เข้ามาเตรียมแผนสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยิว ตามข้อมูลของสถานทูตอิสราเอล แต่เกิดผิดพลาดทำระเบิดบึมใส่บ้านเช่าซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม.ในวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งผลให้คนร้ายข้ามชาติบางคนถูกจับได้ ส่วนที่เหลือหนีออกนอกประเทศ ตำรวจอยู่ระหว่างไขปมคลายข้อกังขาถึงแผนปฏิบัติการช็อกโลกของชาวเปอร์เซียก ลุ่มนี้ที่จะใช้เมืองไทยเป็นสนามถล่มคู่อาฆาตต่างเชื้อชาติอย่างต่อเนื่อง

ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ก.พ. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. ได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ. ตรวจสอบรถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า มีโอ สีดำ ทะเบียน กนต 648 อ่างทอง ที่คาดเป็นรถอีกคันของกลุ่มก่อการร้ายชาวอิหร่านเตรียมนำไปใช้สะกดรอยตาม เป้าสังหาร หลังมีพยานแจ้งว่า จอดเสียบกุญแจทิ้งไว้ปากซอยบุญอยู่ ข้างสำนักงาน ป.ป.ส. ใกล้โรงแรมมิตรภาพเทียร่า แขวงและเขตดินแดง กทม. มีผู้ครอบครองรถ ชื่อนายสมพร กล้าหาญ อยู่บ้านเลขที่ 12/1 หมู่ 8 ต.วังน้ำเย็น อ.แสวงหา จ.อ่างทอง แต่ขายโอนลอยไปแล้ว และนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ถูกจับบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นคน ซื้อมา

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝงบริเวณที่ รถ เบาะรถ ฝาถังน้ำมันอย่างละเอียด มีเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.ตรวจหาวัตถุระเบิดที่คนร้ายอาจซุกซ่อนไว้ รวมทั้งตรวจสารระเบิดรอบรถคันดังกล่าวแต่ไม่พบจึงส่งมอบรถของกลางให้พนักงาน สอบสวน สน.คลองตัน ตรวจยึดไปประกอบในสำนวนการสอบสวนคดีระเบิด ทั้งนี้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น.เผยว่า บช.น.กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบสถานที่พิมพ์สติกเกอร์  SEJEAL ควบคู่กับตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆที่พบมีการติดสติกเกอร์เพื่อหาตัว บุคคลที่นำมาติด แต่จะเป็นสติกเกอร์ลอตเดียวกับที่พบใต้รถ จยย.ของผู้ต้องหา และที่พบในห้องพักนาซ่าทาวเวอร์หรือไม่  ต้องขอเวลาตรวจสอบ  ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างประสานขอภาพถ่ายเปรียบเทียบของระเบิดจากประเทศอินเดียและ จอร์เจียที่เกิด

ก่อนหน้าไทยเพียงวันเดียวมาประกอบด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนกล่าวว่า มอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบสืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสติกเกอร์ SEJEAL ว่าใครเป็นคนนำมาติด และมีใครเกี่ยวข้องมากกว่านี้อีกหรือไม่ แต่จากการสอบสวนนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ ทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สอดคล้องพยานหลักฐานอยู่บ้าง นอกจากนี้ ยังให้ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.พีระพงศ์ ดามาพงศ์ ผบช.สพฐ.ตร. ควบคุมการตรวจพิสูจน์หลักฐานโดยละเอียดจากในที่เกิดเหตุ 10 จุด ตั้งแต่บ้านที่ระเบิด โรงแรม อพาร์ตเมนต์ใน กทม.และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ป้ายรถประจำทางที่มีเหตุระเบิด สถานีแอร์พอร์ตลิงค์ สนามบิน ต้องทำทุกจุดเพื่อใช้ประกอบในสำนวนสอบสวนคดี

ส่วนการติดตามตัวนายมา ซุด เซดฮาฮัท ซาเดช ผู้ต้องหาที่ทางมาเลเซียควบคุมตัวไว้นั้น พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวว่า เป็นขั้นตอนของกระทรวงต่างประเทศประสานทางการมาเลเซียขอรับตัวผู้ต้องหาเข้า มาดำเนินคดีในไทย หากได้รับการอนุมัติจะมอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนากร ศิริอัฐ ผบช.ส.ไปรับตัวทันที นอกจากนี้พนักงานสืบสวนสอบสวนยังรวบรวมพยานหลักฐานที่ น.ส.ไลลา โรฮานี ผู้ต้องหาที่มีหมายจับเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งในการเปิดห้องพัก และจัดซื้อรถ จยย. ที่มีหลักฐานภาพถ่าย พยานเอกสาร เพื่อประสานหมายจับให้ตำรวจสากลไปดำเนินการ เพราะผู้ต้องหารายนี้เกี่ยวข้องกับคดีมาก ทำให้ตำรวจอยากได้ตัวมาสอบสวนขยายผลมากที่สุด

วันเดียวกัน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะหัวหน้างานสืบสวน เรียกประชุม พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กลุ่มงานวิเคราะห์ข่าวและอาวุธพิเศษ บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น.กับพวก เพื่อวางแนวการแกะรอยไขปมปริศนาเกี่ยวกับขบวนการก่อการร้ายชาวเปอร์เซียก ลุ่มนี้ ว่า มีผู้ร่วมแก๊งกี่คนกันแน่  และยังกบดานอยู่ในเมืองไทยหรือไม่ โดยมีการขีดวงล้อมแหล่งต้องสงสัยหลายจุดจากสติกเกอร์สัญลักษณ์ตัวอักษรคำว่า SEJEAL ไปจำลองสถานการณ์ตามจุดต่างๆ หวังหาเป้าหมายที่กลุ่มคนร้ายจะลงมือ

ชุด สืบสวนของ พล.ต.ท.กฤษฎา ยังได้เค้าเบาะแสที่มาของสติกเกอร์แล้ว หลังนำกระดาษสติกเกอร์ที่ตรวจพบไปให้บริษัทผลิตสติกเกอร์ และบัตรพลาสติกรายใหญ่แห่งหนึ่งย่านปทุมวันพิจารณาดูอย่างละเอียด พบด้านหลังของกระดาษสติกเกอร์มีตัวอักษรระบุคำว่า SERILUX พิมพ์โลโก้ตัวอักษร DURO อยู่ในกรอบสามเหลี่ยม เคยมีบริษัททำสติกเกอร์แถวบางรักนำกระดาษลักษณะเดียวกันนี้เข้ามาจากประเทศ เยอรมนี เป็นกระดาษสติกเกอร์เนื้อดี ราคาแพง ต้นทุนการผลิตสูง สุดท้ายเลยไม่มีใครสั่งนำเข้ามาอีกเลย ทำให้เชื่อว่า กลุ่มก่อการร้ายชาวอิหร่านน่าจะนำขึ้นเครื่องบินมาจากต่างประเทศเพื่อใช้ใน แผนปฏิบัติการนี้โดยเฉพาะ

มีรายงานจากแหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูง ด้วยว่า หน่วยข่าวต่างประเทศได้รวบรวมข้อมูลประวัติคนร้ายชาวอิหร่านทั้ง 5 คน ส่งมายังเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นชาวอิหร่าน มีภูมิลำเนาอยู่เมืองหลวงกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีอาชีพเป็นวิศวกร นายซาอิด โมราติ อายุ 28 ปี ที่พลาดทำระเบิดตกใส่ตัวเองจนขาขาด อาชีพรับจ้าง นายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช อายุ 52 ปี ซึ่งถูกทางการมาเลเซียคุมตัวไว้เป็นวิศวกร น.ส.ไลลา โรฮานีิ อายุ 32 ปี สถานะยังเป็นนักศึกษา และนายนูโรซิ ซายัน อารี อัคบาร์ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาระดับแกนนำที่ออกนอกประเทศไปตอนเช้าวันเกิดเหตุ เคยเป็นอดีตพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในบ้านเกิด ปัจจุบันลาออกมาทำธุรกิจขายคอมพิวเตอร์

ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติมอบให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานการด้านการข่าวร่วมกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ว่า จะนัดประชุมคณะทำงานในวันที่ 27 ก.พ. ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากแต่ละหน่วยข่าวไม่มีการบูรณาการแลกเปลี่ยนการข่าว ขณะนี้กำลังวางแผนงานให้แลกเปลี่ยนการข่าวกัน หน่วยงานข่าวกรองทั้งหมดต้องรวมกันเป็นหนึ่ง ทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นภารกิจยิ่งใหญ่ พร้อมจะไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อบูรณาการและให้คำแนะนำว่า อย่าเฝ้าระวังแค่สนามบินสุวรรณภูมิ ต้องเฝ้าระวังที่ จ.ภูเก็ต และด่านตามชายแดนด้วย อาจนำตำรวจตระเวนชายแดนมาร่วมทำงาน

ด้านสำนัก ข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติประณามเหตุโจมตีของพวกก่อการร้ายต่อ เจ้าหน้าที่สถานทูตอิสราเอลในอินเดียเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่การทูตหญิงของอิสราเอลบาดเจ็บและอยู่ระหว่างพัก ฟื้นอาการ พร้อมกันนี้ ยังประณามเหตุพยายามโจมตีแต่เก็บกู้ทันที่กรุงทบิลิซีของจอร์เจีย แต่ไม่ระบุชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ แม้อิสราเอลจะกล่าวหาอิหร่านกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรอิหร่านในเลบานอนเป็นผู้วางแผนโจมตีทั้งสองเหตุการณ์รวมทั้งเหตุ ระเบิดที่ไทยในอีกวันถัดมา สำหรับมตินี้มีขึ้นหลังอิหร่านส่งหนังสือประท้วงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ ระบุถูกอิสราเอลกล่าวหาและบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุโจมตีดังกล่าว


ไทยรัฐออนไลน์
25 กุมภาพันธ์ 2555, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/241023
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2012, 10:13:29 AM »

บุกรวบอีก3 อิหร่านร่วมแก๊งบึ้ม

มือชี้เป้า-พร้อมกุ๊กและเมีย คาห้องพักในรร.นาซ่าเวกัส ตร.แกะรอยจากซิมมือถือ



จับอีก3 - ตร.เข้าตรวจค้นห้องพักในอาคารนาซ่า เวกัส ย่านคลองตัน คุมตัวนายมาดานี เซเอ็ด เมอห์เดด (รูปบน) และนายราหิมิ ราดิ ราซ และภรรยา มา สอบหาหลักฐานเชื่อมโยงกับแก๊งบึ้ม

 
บุกรวบเพิ่มอีก 3 คนอิหร่านร่วมแก๊งบึ้ม ตร.ลุยห้องพักอาคารนาซ่า เวกัสรวบคาห้อง พร้อมเพื่อนเชฟโรงแรมย่านซอยนานาและเมีย ตร.แกะรอยจากซิมโทรศัพท์พบช่วงเหตุระเบิดไปรออยู่หน้าสถานทูตอิสรา เอล เผยระหว่างกบดานไม่ใช้น้ำไม่ใช้ไฟเพื่อให้ตร.ตายใจว่าไม่มีใครอยู่ โดยมีเพื่อนเชฟคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ ด้าน"ปานศิริ ประภาวัต"รองผบ.ตร.เผยผลตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอจากสติ๊กเกอร์และเอกสารที่เข้า พักในโรงแรมชี้ชัดว่าเป็นของแก๊งคนร้ายจริง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.พ. พล.ต.ท. กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ. มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กลุ่มงานวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นห้องเลขที่ 21434 ชั้น 14 อาคารนาซ่า เวกัส เลขที่ 88 ถนนริมทางรถไฟรามคำแหง แขวงคลองตัน เขตวัฒนา กทม. หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องสงสัย คดีวางระเบิด 3 จุด ในท้องที่ สน.คลองตัน พักอยู่ที่นี่

จากการตรวจค้นพบ นายมาดานี เซเอ็ด เมห์เดด (MR.MADANI SEYED MEHR DED) อายุ 33 ปี สัญชาติอิหร่าน เป็นเจ้าของห้องตรวจค้นภายในห้องพบคอมพิวเตอร์ 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ และสิ่งของต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบว่าหนัง สือเดินทางขาดอายุ จึงควบคุมตัวไว้ตาม พ.ร.บ. ตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวไว้ให้พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน และ บช.สตม.จัดหาล่ามมาร่วมสอบสวนต่อไป

สำหรับผู้ต้องสงสัยรายนี้ตกเป็นเป้าหมายเกี่ยวข้องกับคดีระเบิด 3 จุดดังกล่าว ซึ่งชุดสืบสวนแกะรอยซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ จำนวน 2 คน คือ นาย เซอิด โมราดี อายุ 28 ปี และ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี พบว่ามีการสื่อสารกันตลอด ซึ่งวันที่ 14 ก.พ.2555 นั้น นายมาดานีจะเดินทางไปรอเพื่อนๆ ในทีมบริเวณด้านหน้าสถานทูตอิสราเอล

จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางพบข้อมูลเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.2554 หนังสือเดินทางขาดอายุเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2554 หลังจากที่นายมาดานีเดินทางมาถึงเมืองไทยก็เข้าพักที่อาคารแห่งนี้และเก็บตัวเงียบ อยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหนไม่มีการใช้น้ำใช้ไฟในห้อง จนทำให้เจ้าหน้าที่คิดว่าไม่ได้อยู่ในห้อง โดยมีเพื่อนชาวอิหร่าน ซึ่งเป็นเชฟที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยนานาและพักอยู่ห้องเลขที่ 21122 ชั้น 11 อาคารเดียว กันเป็นผู้ส่งข้าวและน้ำให้ตลอดเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีสามารถรวบตัวเชฟรายนี้พร้อมเมียชาวอิหร่านเอาไว้ได้แล้วอยู่ระหว่างพาตัวเดินทางมาที่ห้องพัก เพื่อนำตรวจค้นก่อนดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดต่อไป

ด้านพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีระเบิด 3 จุด ย่านสุขุมวิท 71 เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ฝ่ายสืบสวนซึ่งมี พล.ต.ท. กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุด ยังเดินหน้าสืบสวนหาแหล่งที่มาของสติ๊กเกอร์ ซึ่งยังไม่สรุปว่าเป็นสติ๊กเกอร์ที่ผลิตในประเทศเยอรมนี และนำเข้ามาเพื่อใช้ในการก่อเหตุในประเทศไทย รวมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวคนร้ายที่นำแผ่นสติ๊กเกอร์ไปติดตามสาธารณะ เบื้องต้นบางจุดมีภาพแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอยู่ระหว่างการตรวจดีเอ็นเอเพื่อเปรียบเทียบ ขณะที่ผลการตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง ที่เอกสารของโรงแรมที่ผู้ต้อง หาเคยเข้าพัก ใบเสร็จรับเงิน และวัตถุพยานอีกหลายอย่าง พบดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง เป็นของกลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ใช้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

รองผบ.ตร.ยังระบุถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับส่วนราชการและประชาชน อาทิ บ้านพัก รถยนต์ ในละแวกที่เกิดเหตุ ถนน ตู้โทร ศัพท์ และความเสียหายของโรงเรียนเกษมพิทยา จุดระเบิดที่ 3 ตรวจสอบแล้วเป็นความเสียหาย 5.9 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมความเสียหายที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และประชาชนที่ยังไม่เข้าแจ้งความ ซึ่งพนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมความเสียหายเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวน ยังคงเดินหน้าสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม

ในส่วนที่ผู้ต้องหาเคยไปติดต่อ และประจักษ์พยานในบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อให้รายละเอียดเหตุการณ์ มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายจะนำข้อมูลเข้าที่ประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนอีกครั้ง ในวันอังคารนี้เวลา 14.00 น. ส่วนการประสานขอตัวผู้ต้องหาชาวอิหร่านที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุมมีความคืบหน้ามาก โดยทางมาเลเซียให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

รายงานว่า ฝ่ายสืบสวนกำลังควานหาตัวผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านอีก 1 คน ที่เข้ามาทำงานเป็นเชฟ ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยนานา ผู้ต้องสงสัยรายนี้เช่าห้องพักอยู่ย่านคลองตันกับภรรยา มีพฤติกรรมเก็บตัว เชื่อว่าน่าจะมีส่วนพัวพันกับผู้ต้องหาคดีระเบิด 3 จุดด้วย



นสพ.ข่าวสด
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdOREkzTURJMU5RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1pMHdNaTB5Tnc9PQ==
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2012, 10:21:08 AM »

รวบอีกสองผู้ต้องสงสัยพัวพันบึ้มวันวาเลนไทน์



คนแรกเข้าประเทศไทยตั้งแต่ ก.ค.54 กบดานเงียบบนห้องพักชั้น14 อาคารนาซ่า เวกัส แต่ตัวไปโผล่หน้าตึกสถานทูตอิสราเอลวันเกิดเหตุ อีกรายเป็นกุ๊กโรงแรมซอยนานาอยู่ชั้น 11 คอยส่งข้าวส่งน้ำ โปลิศคุมตัวเค้นสอบเครียดสางปมแผนบึ้ม ความคืบหน้าเกี่ยวกับการคลี่คลายคดีระเบิดภายในซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ ที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุชาวอิหร่านเอาไว้ได้ รวมถึงพบสติกเกอร์ SEJEAL ถูกแปะติดกระจายอยู่หลายจุดตามริมถนนสุขุมวิทและใกล้เคียงที่ตั้งสถานทูตอิสราเอล โดยเชื่อว่าอาจเชื่อมโยงกับแผนการก่อการร้ายนั้น


 เมื่อวันที่ 26 ก.พ.  พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.  ในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน  เปิดเผยว่า  ฝ่ายสืบสวนยังเดินหน้าหาแหล่งที่มาของสติ๊กเกอร์ SEJEAL แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าผลิตขึ้นในประเทศเยอรมัน และนำเข้ามาเพื่อใช้ก่อเหตุร้ายในประเทศไทย  รวมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวบุคคลที่นำแผ่นสติกเกอร์ไปติดตามที่สาธารณะ ซึ่งเบื้องต้นบางจุดมีภาพ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ การตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงบนเอกสารของโรงแรมที่ผู้ต้องหาเคยเข้าพัก ทั้งใบเสร็จรับเงิน และวัตถุพยานอื่นพบดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง เป็นของกลุ่มผู้ต้องหาชาวอิหร่าน ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะใช้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
                             

พล.ต.อ.ปานศิริ  กล่าวอีกว่า  ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิดดังกล่าว เช่น บ้านพัก ตู้โทรศัพท์สาธารณะ รถยนต์ของชาวบ้าน รวมทั้งโรงเรียนละแวกจุดเกิดเหตุ รวมเป็นมูลค่าประมาณ 5.9 ล้านบาท  แต่ยังไม่รวมความเสียหายที่มีผู้บาดเจ็บ เพราะประชาชนยังไม่เข้าแจ้งความ  ส่วนทางด้านการสอบสวนเจ้าหน้าที่ยังสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม  เพื่อให้รายละเอียดชัดเจนยิ่งขึ้น  โดยทีมคลี่คลายคดีจะนำข้อมูลทั้งหมดมารายงาน และวิเคราะห์ร่วมกันในที่ประชุมวันที่ 28 ก.พ.นี้  ขณะที่การขอตัวนายมาซุด เซดากาห์ ซาเดห์  ผู้ต้องชาวอิหร่านที่ถูกทางการมาเลเซียจับกุมได้นั้น ทางมาเลเซีย ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
                             

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุรวมทั้งผู้บาดเจ็บ ผู้เสียหาย รวมทั้งส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดแล้ว รวมประมาณ  50 ปาก  ประกอบกับหลักฐานที่รวบรวมได้ก็มีองค์ประกอบครบถ้วนเพียงพอที่จะเตรียมสรุปสำนวนส่งฟ้องได้แล้ว  โดยทาง พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ต.ร  ได้เร่งรัดให้สรุปสำนวนคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีระดับประเทศและเป็นที่สนใจของประชาชน   
                               

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น.  พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.  พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น.  พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.3 บก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กลุ่มงานวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น.  พร้อมกำลังหน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน  เจ้าหน้าที่ สตม. นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นภายในห้องเลขที่ 21434 ชั้น 14 อาคารนาซ่าเวกัส ทาวเวอร์ ถนนรามคำแหง แขวงคลองตัน เขตวัฒนา หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องสงสัยคดีดังกล่าวกบดานอยู่
       

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบนายมาดานี่ เซเยส เมอร์แดด อายุ 33 ปี สัญชาติอิหร่าน  เป็นผู้เช่า  จึงให้นำตรวจค้น  พบคอมพิวเตอร์ 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ และข้าวของต้องสงสัยจำนวนหนึ่ง  เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการตรวจเก็บรายละเอียดที่พบไว้ประกอบสำนวนคดี นอกจากนี้ยังพบว่าหนังสือเดินทางขาดอายุจึงควบคุมตัวไว้ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พยายามสื่อสารกับผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นภาษาอังกฤษ แต่เจ้าตัวอ้างว่าไม่สามารถพูดได้ จากนั้นได้ควบคุมตัวไปยังสอบสวนที่ สน.คลองตัน ต่อไป
               

สำหรับนายมาดานี่ เซเยส เมอร์เดด  ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีนี้หลังจากชุดสืบสวนทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายซาอิด โมราติ อายุ 28 ปี และ นายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ อายุ 42 ปี สองผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้  ซึ่งพบว่า บุคคลทั้งสามมีการสื่อสารกันอยู่ตลอด และวันเกิดเหตุนายมาดานีได้ไปปรากฎตัวอยู่บริเวณด้านหน้าตึกสถานทูตอิสราเอล
                             

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของนายมาดานี  พบว่าเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.54 หนังสือเดินทางขาดอายุเมื่อวันที่ 29 ก.ย.54 เมื่อมาถึงประเทศไทย ได้มาเข้าพักที่อาคารนาซ่าเวกัส  เพียงแห่งเดียว โดยเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน  โดยมีเพื่อนชาวอิหร่าน ซึ่งประกอบอาชีพเป็นกุ๊กโรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยนานา และพักอยู่ห้องเลขที่ 21122 ชั้น 11 ของอาคารเดียวกัน เป็นคนส่งอาคารให้ตลอด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นที่พักของกุ๊กคนดังกล่าวพบกำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้องพร้อมกับหญิงชาวต่างชาติ จึงได้นำตัวไปสอบปากคำเช่นเดียวกัน.



เดลินิวส์ออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 19:42 น.

ที่มา :  http://www.dailynews.co.th/crime/14564
บันทึกการเข้า

Admin
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3817


"ดำรงตนในยุติธรรม"


เว็บไซต์
| « ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 01, 2012, 10:32:34 AM »


ตร.พบเพิ่มอีก2อิหร่าน-แก๊งบึม

ได้หลักฐานภาพถ่ายยังไม่ชัดว่าทำระเบิดหรือเป็นผู้สนับสนุน

ชุดคลี่คลายคดีระเบิดก่อการร้ายแก๊งอิหร่าน ประชุมสรุปความคืบหน้า 5 ด้าน มั่นใจยังมีผู้ร่วมขบวนการเหลืออีก 2 คน ทางการมาเลย์ขอเอกสารเพิ่ม  ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาที่จับได้ให้กับไทย  ผบ.เรือนจำยืนยัน  เจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่าน ทำหนังสือขอเยี่ยมนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ จริง


ความคืบหน้าการสืบสวนขยายผลเครือข่ายกลุ่มก่อการร้ายชาวอิหร่าน ที่เข้ามาเช่าบ้าน เตรียมก่อวินาศกรรมในกรุงเทพฯ แต่เกิดผิดพลาด ระเบิดตูมตามขึ้นเสียก่อน เป็นเหตุให้มือระเบิดชาวอิหร่านคนหนึ่งขาขาดทั้ง 2 ข้าง ส่วนที่เหลือแยกย้ายกันหลบหนี โดยถูกรวบตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 1 คน และทางการมาเลเซียจับกุมได้ที่สนามบินอีก 1 คน

ล่าสุดชุดสืบสวน แกะรอยตามรวบชาวอิหร่านร่วมขบวนการได้อีก 1 คน รวมแล้วมีผู้ต้องหาทั้งที่ศาลออกหมายจับและตำรวจรวบตัวไว้ได้จำนวน 6 คนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 29 ก.พ. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดชาวอิหร่าน เรียกประชุมชุดสืบสวนคลี่คลายคดี อาทิ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง   ผบช.น. พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รอง ผบช.ก. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) บก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.น.5 ฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน สตม. และกองปราบปรามเข้าร่วมประชุมนานกว่า 3 ชม.จึงเสร็จสิ้น

หัวหน้าคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีระเบิดแก๊งชาวอิหร่านกล่าวว่า ขณะนี้มีรายงานความคืบหน้าเข้ามา 5 ด้าน คือ 1.ด้านการสอบสวน ได้สอบพยานบุคคลและพยานแวดล้อม รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญไว้ในสำนวนแล้ว พนักงานสอบสวนได้รวบรวมเก็บรายละเอียดทั้งหมด เหลือเพียงการสอบสวนนายมาซุด เซดฮาฮัท ซาเดช ซึ่งกำลังประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากมาเลเซีย โดยล่าสุดพนักงานอัยการแจ้งว่า ทางมาเลเซียขอเอกสารเพิ่มเติม 2 รายการ พนักงานสอบสวนจะรีบดำเนินการให้ทันที

2.ด้านการสืบสวน คืบหน้าไปมาก เกี่ยวกับผู้ที่ร่วมขบวนการทั้งหมด ศาลอนุมัติออกหมายจับไปแล้ว 5 คน ขณะนี้กำลังตรวจสอบผู้ร่วมสนับสนุน และเกี่ยวข้องในการลงมือปฏิบัติการ โดยมอบหมายให้ ผบช.น.รับผิดชอบ นอกจากนี้ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.กฤษฎาก็เข้ามาควบคุมการสืบสวนด้วย 3.ด้านการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพิสูจน์เปรียบเทียบ รวมทั้งการหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนได้มา มีความคืบหน้า สามารถยืนยันตัวผู้ต้องหาได้มากทีเดียว นอกเหนือจากพยานบุคคลที่มีอยู่

4.ด้านการข่าว มอบหมายให้สันติบาลไปดำเนินการร่วมกับประชาคมข่าว แต่ไม่ขอพูดถึงรายละเอียด และ 5.ด้านตรวจคนเข้าเมือง จะเร่งตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ในการเดินทางเข้า-ออก และพักอยู่ในประเทศไทยว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดอีกหรือไม่ เบื้องต้นจากการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ทราบว่ามีผู้ต้องหาบางคนเกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นๆนอกเหนือจากทั้ง 5 คนนี้ จึงสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน  และ  ตม.ตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างละเอียด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียด บางคนอาจจะไม่ใช่ตัวการ หรือบางคนอาจจะเกี่ยวข้องด้านสนับสนุนช่วยเหลือ โดยจุดที่เข้าตรวจค้นและพบภาพถ่าย น่าจะมีอีกประมาณ 2 คน แต่จะมีหลักฐานเพียงพอในฐานะตัวการหรือผู้สนับสนุนหรือไม่ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน เมื่อถามว่า จะออกหมายจับได้หรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า ขณะนี้มีผู้ต้องหาอยู่ 5 คน ตามที่ศาลอนุมัติหมายจับ ส่วนทั้งคู่มีหน้าที่เป็นผู้ทำระเบิดหรือสนับสนุน ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

เมื่อถามถึงผลการตรวจสอบ ที่มาของสติกเกอร์ “SEJEAL” พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า อยู่ระหว่างดำเนิน การตรวจสอบที่มา ผู้นำมาติด และความหมายของสติกเกอร์ หลังจากที่พบสติกเกอร์ภายในห้องพักของผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 440 แผ่น และพบที่รถ จยย.อีก 6 แผ่น จึงต้องรีบดำเนินการ เพราะเกี่ยวพันกับผู้ต้องหา ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไประดับหนึ่ง  แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียด  จากการสืบ สวนสอบสวน และตรวจสอบภาพจากวงจรปิด ผู้ที่นำสติกเกอร์ไปติดไว้ตามจุดต่างๆ นำไปติดก่อนเกิดเหตุระเบิด  ส่วนความหมายของสติกเกอร์ ทางสันติบาล กำลังดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ผู้ต้องหาที่หลบหนีกลับประเทศอิหร่านไปแล้ว ได้ประสานงานกับสถานทูตอิหร่านหรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า ที่มีการยืนยันตัวบุคคลจากกระทรวงต่างประเทศ และแจ้งมายังพนักงานสอบสวนแล้ว มีสัญชาติที่ปรากฏตรงตามหนังสือเดินทาง 2 คน คือ นายคาซาฮี โมฮัมเหม็ด ผู้ต้องหาจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และนายฟาอิต โมราติ ที่ถูกระเบิดขาขาด และอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ ซึ่งยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา

เมื่อถามว่า นายมาดานี เซเยส เมอร์เดด ผู้ต้องหาแก๊งบึมชาวอิหร่านรายที่ 6 ซึ่งชุดสืบสวนเข้าจับกุม ขณะกบดานในโรงแรมนาซ่าเวกัส และควบคุมตัวอยู่ที่ สตม.มีหลักฐานเพียงพอแจ้งข้อหาได้หรือไม่ พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า ทาง สตม.แจ้งมาว่าศาลลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท ฐานวีซ่าหมดอายุ  แต่ขณะนี้ สตม.ยังควบคุมตัวอยู่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ระเบิดนำเข้าจากต่างประเทศ หรือมาประกอบในประเทศ พล.ต.อ.ปานศิริตอบว่า กำลังตรวจสอบที่มาที่ไป ภาชนะบรรจุ เช่นวิทยุทรานซิสเตอร์ รวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆ  ส่วนกลุ่มเป้าหมายของคนร้าย มีความชัดเจน คือเป็นเรื่องตัวบุคคล แต่ก็ต้องสืบสวนค้นหาความจริงเพิ่มเติมให้ชัดเจนมากกว่านี้ โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.กฤษฎา และ ผบช.น.ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาแล้ว อ้างว่าถูกกลุ่มหนึ่งใส่ร้าย พล.ต.อ.ปานศิริกล่าวว่า ตนขอพูดเฉพาะที่พนักงานสอบสวนดำเนินการ ในส่วนอื่นๆคงไม่ไปก้าวล่วง พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดในการค้นหาความจริง พบว่าก่อนเกิดเหตุมีการตระเตรียมการ ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะ โดยมีพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานเอกสารยืนยันได้ โดยเฉพาะพยานบุคคล พนักงานสืบสวนสอบสวนต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูงทำให้คดีเดิน หน้าไป อีกทั้งมีพยานเชื่อมโยงตามวันเวลาและจุดต่างๆ ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุและภายหลังเกิดเหตุ หากพี่น้องประชาชนไม่ให้ความร่วมมือคดีคงไม่คืบหน้าขนาดนี้ รวมทั้งต้องขอขอบคุณพนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงต่างประเทศด้วย ทำให้คดีเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ 2 สัปดาห์ ก็สามารถคลี่คลายคดีและมีความคืบหน้าไปมาก

ด้านนายโสภณ นิติธรรมพฤษ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ชี้แจงถึงกระแสข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีระเบิด 3 จุด ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 และถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านประจำประเทศ ไทย ได้ทำหนังสือเพื่อขอเข้าพบนายมูฮัมหมัด ฮาซาอิ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้น ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สถานทูตอิหร่านประจำประเทศไทยอีกเลย



ไทยรัฐออนไลน์
1 มีนาคม 2555, 09:00 น.

ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/newspaper/242199

บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 ขึ้นบน พิมพ์ 
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

* Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

• หน้าหลัก| ประวัติ| หน้าที่| ผู้บังคับบัญชา| การติดต่อ| Mapgoogle| Download| Sitemap| สมุดเยี่ยม| เว็บบอร์ด| Wikipedia•

  ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ถนนวังเหนือ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 52000   
โทรศัพท์ 0-5421-8396 , 0-5421-8022 โทรสาร 0-5421-8396

Sitemap |Sitemap |Sitemap
Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.134 วินาที กับ 17 คำสั่ง

Page Rank Check